LOGIN“จากเด็กขาย สู่ของเล่น” ชิออนดั้นด้นมาทำงานไกลถึงเมืองนอกด้วยความหวังจะเก็บเงินกลับไปตั้งตัว แต่ใครจะคิดว่าชีวิตจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือกลายเป็นของเล่นมาเฟียในชั่วข้ามคืน
View Moreปัจจุบัน ณ สาธารณรัฐฟรอน
“ฟู่ว”
เสียงพ่นควันบุหรี่ดังแผ่วพร้อมกลุ่มควันสีเทาขุ่นที่ลอยออกจากริมฝีปากบางของ ชิออน ชายหนุ่มเอเชีย สัญชาติโกเรีย เจ้าของบุหรี่ผู้สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสีดำ และผ้ากันเปื้อนผูกไว้รอบเอว ใบหน้าอ่อนเยาว์ ผิวขาวเนียนตัดกับเส้นผมสีแดงสดที่ย้อมมาอย่างดี
เขานั่งพักอยู่ในซอยข้างร้านอาหารที่ทำงานพาร์ตไทม์มาได้ราวสัปดาห์หนึ่ง เวลานี้เป็นช่วงหกโมงเย็น ซึ่งเป็นเวลาพักเบรก ชิออนสูบบุหรี่จนมวนสุดท้ายดับลง แต่สีหน้ากลับฉายแววกังวล ภายในใจเขายังวนเวียนคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน
ก่อนที่จะมาที่ฟรอน ชิออนยังใช้ชีวิตอยู่ที่สาธารณรัฐโกเรีย จับพลัดจับผลูมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว พอมองไปทางไหน ก็คิดถึงแต่บ้าน
ถ้าไม่ได้มาที่นี่ ก็คงไม่รู้ว่าชีวิตจะเป็นยังไงต่อ...
สองสัปดาห์ก่อนหน้า
ภายในห้องพักของสมาชิกไอดอลบอยแบนด์ชื่อดังแห่งวงการเพลงพ็อป อย่างวง ซี วงที่เพิ่งถูกยุบไปหลังค่ายต้นสังกัดถูกฟ้องล้มละลาย
ข่าวนี้ทำให้ ชิออน ผู้เพิ่งออกจากกรมต้องจิตตกทันทีที่ได้รับรู้ เขาไม่มีที่ให้กลับไป อนาคตของเขามีเพียงเส้นทางของการเป็นไอดอล แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับพังทลายหายไปจนหมดสิ้น
พึ่งออกมาจากกรมได้ไม่ถึงวันก็มีข่าวให้เขาช็อกเสียแล้ว ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในกรม ชิออนตั้งใจฝึกอย่างดี ไม่มีการใช้เครื่องมือสื่อสาร โทรศัพท์ส่วนตัวก็ไม่ได้จับ ทีวีก็รายงานข่าวที่ไม่เกี่ยวข้องกับเขา จึงไม่อาจรู้ข่าวคราวของตัวเองเลย อีกทั้งสมาชิกคนอื่น ๆ ยังไม่เคยส่งข่าวมาหา
ชิออนนั่งอยู่บนเตียง ภายในห้องที่ว่างเปล่ามีเพียงเตียงสองเตียงที่เคยเป็นของสมาชิกในวงอีกคนหนึ่ง แต่ตอนนี้บนเตียงฝั่งตรงข้ามกลับมีชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ เขาคือ มินฮยอก อดีตผู้จัดการวง
ชิออนถอนหายใจออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า มือกุมปิดบังใบหน้า ร้องไห้ออกมาเงียบ ๆ ตอนนี้อนาคตของเขามันไม่เหลืออะไรแล้ว
เจ็บปวด เจ็บใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้...
ตั้งแต่เช้าที่รู้ข่าว ชิออนก็รีบไปออดิชันค่ายอื่น ๆ ที่ในอดีตเคยติดต่อเขามา ทว่าเวลานี้ไม่ว่าจะค่ายไหนก็ไม่มีใครต้อนรับ โดยให้เหตุผลที่ว่าชิออนแก่เกินไป
ตอนนี้ชิออนอายุยี่สิบเจ็ดแล้ว ถ้าไม่เป็นไอดอล ก็คงต้องไปเป็นนายแบบ หรือไม่ก็นักแสดง แต่ไม่ว่าจะที่ไหน ค่ายใหญ่หรือค่ายเล็กก็ไม่มีที่ไหนต้อนรับ
ชิออนเครียดร้องไห้คิดอะไรไม่ออก เมเนเจอร์เอื้อมมือมาตบไหล่ให้กำลังใจเบา ๆ
“พี่ขอโทษนะชิออน พี่ไม่รู้จะบอกนายยังไงดี” เสียงของเมเนเจอร์แผ่วลง มือของเขาวางซองเอกสารสีขาวไว้บนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะผลักมันไปทางชิออน
“ในนี้มีตั๋วเครื่องบินไปฟรอนกับเอกสารงานพาร์ตไทม์ที่พี่ช่วยจัดการไว้ให้ พี่รู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่นายฝันไว้ แต่มันน่าจะช่วยให้นายได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง”
ชิออนเงยหน้าขึ้นมองผู้จัดการของเขา ดวงตาคู่นั้นสั่นไหว แต่ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา เขาเพียงแค่รับซองเอกสารมาวางไว้บนตักอย่างแผ่วเบา
เมเนเจอร์มินฮยอกยิ้มบาง ๆ แล้วพูดต่อ
“ไปเถอะ ที่นั่นอาจไม่มีใครรู้จักนาย แต่พี่เชื่อว่านายจะเริ่มต้นได้อีกครั้ง”
“ฟรอนอย่างงั้นเหรอ...” ชิออนพึมพำ ตลอดระยะเวลาของการเป็นไอดอล เขาไม่เคยได้ไปประเทศแถบยุโรปเลย แล้วเขาจะไปได้ยังไงกัน…
ที่นี่ทั้งที่เป็นบ้านเกิดแต่จะไม่มีที่ให้เขายืนอีกแล้วเหรอ
“ทำไมพี่ถึงให้ตั๋วนี้กับผม แล้วคนอื่น ๆ ล่ะครับ” ชิออนถามเสียงแผ่ว ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสน เขาไม่รู้เลยว่าสมาชิกวงคนอื่นหายไปไหน เพราะไม่มีใครติดต่อกลับมาอีกเลย
“คนอื่น ๆ ถูกค่ายใหม่จองตัวไปหมดแล้ว” มินฮยอกตอบเบา ๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความลังเล เขาไม่อยากพูดความจริงข้อนี้ออกมา เพราะรู้ว่ามันจะยิ่งทำให้ชิออนรู้สึกโดดเดี่ยว
“งั้นเหรอครับ... ดีจังเลย” ชิออนยิ้มบาง ๆ แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความเศร้า เคล้าด้วยน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอ
มีเพียงเขาเท่านั้นที่ไม่มีอนาคตให้ไปต่อ ไม่มีค่าย ไม่มีงาน และแม้แต่ใบปริญญาที่จะใช้สมัครงานเหมือนคนทั่วไปก็ยังไม่มี
มินฮยอกมองใบหน้าซีดของอดีตเด็กในความดูแลตรงหน้า ก่อนพูดด้วยเสียงอ่อนโยน
“อย่าคิดมากเลยนะ ไปทำงานที่ฟรอนเถอะ พี่จัดการทุกอย่างไว้ให้หมดแล้ว”
“ครับ...พี่” ชิออนก้มหน้ารับเบา ๆ
ภายในห้องเงียบสงัด เหลือเพียงเสียงลมหายใจของทั้งสองที่สะท้อนก้องอยู่ในใจ ชิออนก้มหน้ามองซองตั๋วในมือ เขาไม่รู้เลยว่าชีวิตหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร แต่ในตอนนั้น รู้เพียงอย่างเดียวว่าต้องไปให้ได้ ราวกับทุกอย่างได้ถูกกำหนดไว้แล้ว
อยู่ที่นี่ ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่มีแม้แต่โอกาส เขาคงทำได้แค่ไปตายเอาดาบหน้าเท่านั้นเอง
แสงแดดยามบ่ายคล้อยลอดผ่านยอดไม้ลงมาเป็นลวดลายบนพื้นหญ้าหอคอยโบสถ์ดังแผ่วเป็นเนือง ๆ ลมอุ่นพัดกลีบดอกมูกุงฮวาปลิววนอยู่กลางอากาศ ชิออนเดินช้า ๆ ข้างกายเจย์ในสวนเล็ก ๆ ของโบสถ์ กลิ่นหอมอบอวลของดอกไม้ชวนให้บรรยากาศดูโรแมนติก“ทำไมถึงเลือกที่จะมาอยู่ที่นี่” เจย์ถามเสียงอ่อนโยนมือกุมมือชิออนอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไป พลางมองไปรอบ ๆ มีต้นไม้ใหญ่ไม่กี่ต้น ม้านั่งไม้สีซีดตั้งอยู่กลางสนามหญ้า และไกลออกไป เด็ก ๆ กำลังหัวเราะกันอยู่ตรงลานดิน“เพราะผมเกิดที่นี่ คุณเคยสืบประวัติผม คงรู้ว่าผมเป็นเด็กกำพร้า”เสียงของชิออนแผ่วเบา ราวกับลมที่พัดผ่านทุ่งดอกไม้ เขาก้มมองพื้นหญ้า ใบหน้าแฝงรอยยิ้มเศร้า ๆ ที่พยายามซ่อนความเจ็บลึกในใจพ่อแม่ของชิออนเสียไปตั้งแต่ยังเด็ก เขาจึงเติบโตมาในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า“อืม ฉันรู้ แต่ฉันแค่อยากได้ยินจากปากนาย” เจย์ตอบเบา ๆ ดวงตาอ่อนโยนจนแทบละลาย เขาไม่อยากฟังจากใครอื่นอีกแล้ว นอกจากเสียงสั่นไหวของคนตรงหน้า ที่ทำให้หัวใจของเขาเจ็บและอบอุ่นไปพร้อมกัน“ผมเองก็อยากได้ยินจากปากคุณ” ชิออนเงยหน้าขึ้นสบตา ความกล้าชั่วขณะผลักให้เขาพูดสิ่งที่ค้างคาในใจ ดวงตาคู
วันต่อมาอากาศยามบ่ายของฤดูใบไม้ร่วงสดใสกว่าทุกวัน เด็ก ๆ วิ่งเล่นอยู่กลางลานโบสถ์ เสียงหัวเราะของพวกเขาดังทั่วบริเวณชิออนนั่งอยู่บนม้านั่งไม้ใต้ต้นสนใหญ่สายลมเย็นพัดผ่านปลายผม เขาเผลอยิ้มจาง ๆ กับภาพเด็ก ๆ วิ่งไล่กันแต่ไม่นาน เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาเสียงที่ไม่เคยได้ยินในที่แห่งนี้มาก่อนเสียงเฮลิคอปเตอร์ ลมแรงพัดกรูมาจนใบไม้ร่วงกราว เด็ก ๆ หยุดวิ่งแล้วชี้ขึ้นฟ้า“พี่ชิออน ดูนั่นสิ มีเครื่องบินด้วย!”ชิออนหันไปมองด้วยความตกใจท้องฟ้าสีฟ้าสด มีเฮลิคอปเตอร์สีดำลำหนึ่งกำลังลดระดับลงตรงลานกว้างหน้าโบสถ์เสียงใบพัดดังสนั่น ชิออนเดินเร็วออกไปดู หัวใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยรู้สึกเช่นนี้ในรอบหลายเดือน และเมื่อเครื่องจอดลง ร่างสูงในชุดสูทเรียบหรูสีเข้มก็วิ่งออกมาชายคนนั้น คือเจย์ ในผมสีเทา เงินที่สะท้อนแดดบ่ายวูบวาบ“เจย์” ชิออนเรียกอีกฝ่ายด้วยสายตาของความดีใจ“ว้าว คุณลุงเป็นเจ้าชายจริง ๆ ด้วย” เด็กร้องด้วยความดีใจและตื่นเต้นที่เห็นเจ้าชายของพวกเขาลงมาจากเครื่องบินเจย์ไม่พูดอะไรเลย เขาวิ่งตรงเข้ามาหา ก่อนคว้าอีกฝ่ายเข้ากอดแน่นกลางลานแรงกอดนั้นแน่นจนชิออนแทบหายใจไม่ออก“ขอโทษ” เสียงของเจย์สั่
หลายวันมานี้ ชิออนมักเอาแต่ใช้เวลาอยู่ในโบสถ์มากกว่าทุกครั้ง เขาแทบจะไม่ออกไปไหน วันทั้งวันหมดไปกับการช่วยเด็ก ๆ และสวดภาวนาในห้องเล็ก แต่ในใจกลับไม่สงบเลยสักนิด ทุกครั้งที่หลับตา เขามักจะเห็นใบหน้าของเจย์ และได้ยินเสียงเรียกชื่อเขาในความเงียบและเมื่อคิดถึงมากเกินไป ความกลัวก็กลับมา กลัวว่าจะไม่ได้เจอกันอีกสุดท้าย เขาจึงตัดสินใจไปพบกับบาทหลวงอีกครั้ง ในยามเย็นหลังจากที่คุณพ่อว่างเขาก็มาพบคุณพ่อเป็นการส่วนตัวในโบสถ์“คุณพ่อครับ ทำยังไงผมถึงจะลืมความรู้สึกเจ็บปวดได้เหรอครับ” ชิออน ถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทว่าดวงตากลับสั่นระริกด้วยความกลัวแม้จะอยู่ที่โบสถ์มานานหลายเดือนแล้วก็ไม่อาจสลัดความรู้สึกทุกข์ใจได้ชิออนยังคงยึดติดอยู่กับความรู้สึกพวกนั้นบาทหลวงหันมามองช้า ๆ มองใบหน้าชิออนด้วยสีหน้าอ่อนโยนพร้อมรอยยิ้มบาง“ลูกแน่ใจหรือว่าต้องการอย่างนั้นจริง ๆ”“ครับ ผมอยากปลดปล่อยตัวเองจากความกลัว จากความรักที่ยังหลอกหลอน ผมอยากใช้ชีวิตโดยที่มีความสุขอีกครั้ง” คุณพ่อมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ“ลูกยังหนีความรู้สึกอยู่เลยชิออน” เสียงของท่านนิ่งและอ่อนโยน“ลูกอาจพึ่งพาพระเจ้าและศา
อีกฟากหนึ่ง บนถนนต่างจังหวัดที่ทอดยาวผ่านเนินเขาและทุ่งนารถบรรทุก สีดำคันเดิมแล่นอยู่ใต้ท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีของยามเย็นเจย์นั่งอยู่หลังพวงมาลัยมือใหญ่จับแน่น สายตาเหม่อมองถนนข้างหน้าเสื้อเชิ้ตสีเทาแขนยาวถูกม้วนขึ้นถึงศอกปลายนิ้วมีรอยบุหรี่เก่าที่ยังไม่จางเขาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายแบบนี้มาหลายเดือนแล้ว แม้ชีวิตที่นี่จะลำบาก แต่เขาก็บอกตัวเองเสมอว่ามันเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้นอันที่จริง เขาไม่จำเป็นต้องทนลำบากขนาดนี้เลยแต่ก็เพราะนี่เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เขาได้เห็นหน้าชิออน โดยไม่ต้องกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีเขาไปอีกทุกครั้งที่รถจอด เขาจะเห็นชิออนอยู่กับเด็ก ๆ เสียงหัวเราะของอีกฝ่ายลอดออกมาถึงนอกรั้วโบสถ์เพียงเท่านั้น หัวใจของเจย์ก็เหมือนหายเจ็บไปชั่วขณะ“เห็นนายยังยิ้มอยู่ แค่นี้ฉันก็พอแล้ว”หลังจากที่ชิออนออกไปจากชีวิตเขา เจย์ก็ให้คนตามสืบมาตลอดว่าชิออน อยู่ที่ไหน และทำอะไรอยู่ และตอนที่ชิออนมาอยู่ที่นี่เขาก็ตั้งใจแล้วว่าจะมองอีกฝ่ายอยู่ห่าง ๆ ทั้งที่ในใจเขาไม่อาจปล่อยชิออนไปได้ แต่ก็ต้องจำใจต้องปล่อยไป เพราะไม่อยากให้ชิออนต้องเจ็บปวดเพราะเขาอีกแล้วทางด้านของชิออนหลังจากที่เสียงและเ



![แกรนด์ดยุกของข้าคลั่งรักไม่ไหว [YAOI] + [BDSM] + [PWP] + [NC](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

