分享

บทที่ 15

ดวงตาของบุรุษทั้งสองจ้องไปยังร่างบางที่นอนนิ่ง ใบหน้าของคนบนเตียงงดงามพริ้มพราวแต่ขาวซีด ดวงตานางปิดสนิทราวกับกำลังนิทราอย่างเป็นสุข เสียงประสานของฮ่องเต้กับแม่ทัพพลันดังขึ้นพร้อมเพรียงกัน

“ไม่จริง!”

จ้าวเหมยฮวาจ้องมองร่างมารดา ดวงหน้าจิ้มลิ้มยามนี้เต็มไปด้วยความโศกสลด ดวงตากลมโตพราวพร่างไปด้วยน้ำตา เป็นที่น่าสงสารแก่ผู้พบเห็น หากในใจกลับยกยิ้มขบขันไม่น้อย สมแล้วที่เป็นมารดาของนาง ยอดเยี่ยมเสียจริงๆ ฝีมือในการแสดงนั้น... ช่างไร้ที่ติ

หากก่อนพระสนมว่านเสียนเฟยจะเข้ามาทำร้ายมารดา จมูกของนางไม่บังเอิญได้กลิ่นยาชนิดหนึ่งขึ้นมาเสียก่อน อาจจะหลงเชื่อไปแล้วก็เป็นได้ และยาชนิดนี้นางย่อมเคยได้กลิ่นมาก่อนเป็นแน่ โดยมีมารดาเป็นผู้สอนให้ปรุง และบอกวิธีใช้ให้ด้วยตัวเองนั่นแหละ

“ผงหลอนจิต”

เจ้ายาผงชนิดนี้ แม้นใครได้สูดดมเข้าไปจะไม่สามารถควบคุมตนเองได้ สติสำนึกจะขาดการควบคุมยับยั้งชั่งใจโดยสิ้นเชิง ปลดปล่อยสิ่งที่อยู่ใต้สำนึกภายในใจให้เผยออกมาโดยไม่อาจยับยั้งตัวเองได้

อดีตพระสนมว่านเสียนเฟยนั้นกว่าจะก้าวขึ้นมาในตำแหน่งนี้ได้ นางต้องผ่านความยากลำบากมามิใช่น้อย ปะทะเล่ห์เหลี่ยมกับสตรีในวังหลังมาเท่าไร อีกทั้งดูไปนางก็หาใช่คนเขลาเบาปัญญา

อีกฝ่ายจึงไม่น่าจะกล้าลงมือกับมารดาต่อหน้าพระพักตร์เสด็จลุงได้ เพราะแม้จะไม่คิดถึงตนเอง แต่ตระกูลนางเล่าจะไม่ตระหนักถึงได้เชียวหรือ ยิ่งไปกว่านั้นเหนือสิ่งอื่นใด ด้วยฝีมือและวรยุทธ์ของมารดา สตรีธรรมดาไร้พลังยุทธ์ไม่น่าจะแทงถูกเสียด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่แทงเลย แตะแม้เส้นผมยังยากจะกระทำ นอกเสียจากว่ามารดาเองนั่นแหละ ที่เป็นฝ่ายเปิดโอกาสให้อีกคนได้เข้ามาทำร้ายตนเอง

มารดาเป็นถึงยอดฝีมือคนหนึ่ง แค่วิชาสกัดจุดชีพจรให้หยุดการเคลื่อนไหวของร่างกาย ทำให้ร่างไร้ลมหายใจเหมือนคนตาย แค่นี้มีหรือมารดาของนางจะทำไม่ได้ บอกเลย... ไม่-มี-ทาง

เด็กหญิงจึงแสร้งก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม ร่ำไห้ประดุจกำลังเสียใจมากมาย ทว่าในหัวใจกลับหัวเราะเสียงดังยิ่งนัก เฟยเซียนในยามนั้นนอนหลับตานิ่ง แต่แอบขยับสังเกตการณ์รอบด้านเงียบๆ นางเห็นบุตรสาวมองเขม็งมาด้วยสายตาค้นหา ก็รับรู้ได้ทันทีว่าถูกผู้เป็นบุตรจับได้แล้ว นัยน์ตาหงส์คู่งามจึงลอบขยิบให้บุตรี

จ้าวเหมยฮวานั้นหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก นางว่านางแสดงเก่งเล่นได้สมจริงสมจังแล้วนะ ยังต้องชิดซ้ายไปเลยเมื่อเจอมารดา

สวรรค์!

มารดาเป็นดาราระดับตุ๊กตาทองมากกว่านางเสียอีก นับถือๆ ช่างน่านับถือยิ่งนัก ฮูหยินจ้าวกลั้นยิ้มเมื่อเห็นบุตรีตัวน้อยไม่ได้กระโตกกระตากอันใด แถมยังมีท่าทีคล้ายจะรู้เท่าทันในแผนการที่ตนทำ หญิงสาวพลันโล่งใจ ก่อนที่จะลอบผ่อนคลายร่างกาย โคจรปราณให้ลมหายใจกลับมาเป็นปกติช้าๆ

จ้าวหมิงหลงที่กอดซบร่างภรรยาอยู่ชะงักไปพักใหญ่ คล้ายว่าจะรับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นแผ่วๆ ของนาง ก่อนชีพจรคนในอ้อมแขนจะเต้นถี่ขึ้นช้าๆ จนเขารู้สึกได้อย่างชัดเจน

“หมอหลวง หัวใจนางเต้นแล้ว” แม่ทัพร้องตะโกนบอกน้ำเสียงยินดี

อวี้หลางยามนี้ในใจพอมีความหวังขึ้นมาหนึ่งส่วน พระหัตถ์แกร่งหันไปคว้าคอหมอหลวงเฒ่า ก่อนจะโยนเจ้าตัวไปทางหมิงหลง ตรัสด้วยสุรเสียงทุ้มเรียบ

“รักษาน้องเราเสีย หากนางไม่พื้น... เราจะส่งเจ้าไปอยู่กับนาง”

หมอหลวงวัยชราเซไปตามแรงเหวี่ยง ร่างผอมเกร็งงกๆ เงิ่นๆ ตรวจดูอาการร่างบางอีกครั้ง ในใจก็กู่ร้องด้วยความหวาดกลัว หากรักษาไม่ได้ ฮูหยินจ้าวเกิดเป็นอันใดขึ้นมา มิแคล้วมีหวังเขาได้ตายตามนางไปแน่ๆ

“กราบทูลฝ่าบาท อาการของฮูหยินจ้าวตอนนี้ดีขึ้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมได้ฝังเข็มห้ามให้เลือดตรงบาดแผลหยุดไหลแล้ว กินยาอีกเพียงไม่กี่วัน ร่างกายก็น่าจะกลับมาเป็นปกติพ่ะย่ะค่ะ”

หมอหลวงกราบทูลด้วยน้ำเสียงโล่งอกระคนดีใจ อย่างน้อยๆ วันนี้เขาก็ยังรักษาศีรษะตนเองเอาไว้ได้ จ้าวเหมยฮวามองทุกคนที่ร้อนรน ก่อนจะหันไปมองทางมารดาที่ตอนนี้นอนนิ่งเงียบอยู่บนเตียง ไม่แสดงอาการอะไร ในใจพลันคิดชื่นชมมารดายิ่งนัก

‘อา... ท่านแม่เจ้าคะ ท่านช่างสตรองยิ่งนัก’

เหมือนรับรู้ได้ถึงสายตาชื่นชมของบุตรสาว ฮูหยินจ้าวลอบยิ้มในใจน้อยๆ นางเป็นมารดา ในฐานะคนเป็นแม่ เห็นบุตรสาวของตนถูกทำร้ายถูกรังแกเยี่ยงนี้ มีหรือจะไม่โกรธแค้นอีกฝ่าย ทว่าในฐานะฮูหยินก็มิอาจปล่อยให้สามีลงมือสังหารว่านเสียนเฟยได้ มิเช่นนั้นเรื่องยุ่งยากคงจะตามมามากมายเกินจะรับมือ ยิ่งในฐานะน้องสาวจำต้องเห็นใจพี่ชาย หากฝืนดึงดันจะสังหารอีกฝ่ายซึ่งหน้า พี่ชายของนางย่อมมิอาจเลี่ยงคำครหาได้

ดังนั้นนางจึงต้องใช้วิธีนี้ ลอบสลัดผงหลอนจิตใส่นางสนมสารเลวนั่น ก่อนจะทำทีเป็นเหตุสุดวิสัยที่จะป้องกันตนเอง เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้มีจังหวะมาทำร้ายได้

‘บางทีคนเราก็ต้องยอมเฉือนเนื้อเพื่อที่จะตัดกระดูกทิ้ง’

ฮูหยินแม่ทัพคิดในใจ พร้อมกับหลิ่วตาให้บุตรีตัวน้อย ยามที่ไม่มีผู้ใดทันได้สังเกตเห็น ซึ่งฝ่ายนั้นก็ยกนิ้วโป้งส่งให้มารดากลับทันทีเช่นกัน เห็นวิธีการสะสางปัญหาของมารดาแล้ว มันช่างทำให้จ้าวเหมยฮวาแสนจะทึ่งยิ่งนัก

‘อา... ดูเหมือนว่านางควรจะต้องฝึกฝนให้มากกว่านี้สินะ’
在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 337

    เฉินซานเจ้าพ่อวงการธุรกิจของจีนประสบอุบัติเหตุ ข่าวนี้ช็อกวงการเป็นอย่างมาก หลายคนหวังใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์แก่ตัวเอง บรรดานักข่าวต่างเกาะติดเหตุการณ์ทำข่าวอย่างใกล้ชิดแต่เจ้าพ่อก็คือเจ้าพ่อ ไม่กี่วันต่อมาเขาก็กลับมาปรากฏตัวหน้าสื่ออีกครั้ง ด้วยรูปลักษณ์องอาจดุดันเหมือนไม่ใช่คนที่เคยประสบอุบัติ

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 336

    ดีใจงั้นหรือ เขาจะดีใจจริงๆ หรือเสียใจกันแน่แวบแรกนางก็คิดไม่ต่างกับหมอหลวง ทว่าพอคิดถึงท่าทางอึดอัดของอีกฝ่าย ความยินดีพลันจืดจางลง เหลือเพียงอาการเศร้าสร้อยหมอจางรู้ดีว่าคนท้องอารมณ์แปรปรวน เขาเห็นนางมีสีหน้าขรึมลงท่าทางเป็นกังวลจึงเอ่ยปลอบ“ฮูหยินไม่ต้องกังวล ท่านพักผ่อนก่อน เดี๋ยวข้าจะไปแจ้งสา

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 335

    สุดเขตแคว้นต้าเหลียวขึ้นมาทางเหนือเป็นพื้นที่ของความหนาวเย็น อากาศของที่นี่จะเย็นตลอดปี หิมะที่โปรยปรายวันแล้ววันเล่าทับถมกันจนเกิดทัศนียภาพอันงดงามเพราะเหตุการณ์เปลี่ยนรัชสมัยของต้าเหลียวในครั้งก่อน ทำให้ผู้คนเริ่มลืมตาอ้าปากได้ อีกทั้งฝนฟ้าที่ควรตกก็ตกต้องตามฤดูกาล ราษฎรจึงเชื่อว่าฮ่องเต้หลี่เฟิ่

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 334

    “โอ้โห ต้าสือ เจ้าไปเอาสินค้าดีๆ แบบนี้มาจากไหนกัน” ชายรูปร่างผอมสูงอีกคนร้องทักบุรุษนามต้าสือเพียงแสยะยิ้มตอบ “เอาละ เด็กน้อยเจ้าจงรอเงียบๆ ที่นี่เถอะ ประเดี๋ยวท่านอาจะพาเจ้าไปหาครอบครัวใหม่เอง”กล่าวคำยังไม่ทันจบ ร่างป้อมก็วิ่งเข้าไปใกล้ตะเกียงไฟ ยื่นบางสิ่งในมือไปจ่อเปลวไฟ ก่อนร่างป้อมจะโยนมันออ

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 333

    อวี้เหลียนมีสีหน้าบอกไม่ถูก เขาพลันนึกถึงเหตุการณ์ตอนเช้าขึ้นมา“นะเจ้าคะท่านพ่อ ช่วยขอร้องท่านแม่ให้โยวโยวกับหยาหยาหน่อยนะเจ้าคะ”ซาลาเปาน้อยหน้ากลมตัวป้อมของอวี้เหลียนกำลังยึดแขนเขาคนละข้าง มือก็เขย่าแขนผู้เป็นพ่อไม่หยุด ปากก็เอ่ยขอด้วยถ้อยคำออดอ้อน ดวงตาสุกสกาวมองพุ่งมาที่บิดาอย่างมีความหวังเห็น

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 332

    “เจ้ายังกล้าเอ่ยอีกหรือ...” อวี้เหลียนเหล่มอง “รีบร้อนมาเพราะคิดถึงข้ากับแม่เจ้า หรือว่าก่อเรื่องไว้เลยรีบหลบมา”สิ้นคำพูดรู้เท่าทัน เด็กชายร่างป้อมผู้ติดตามมาพลันสะดุ้งเฮือก จิ้งอ๋องตรงหน้าเขาเฉียบแหลมดั่งที่บิดาเคยบอกไว้จริงด้วย บิดาเคยย้ำนักย้ำหนาว่าเป็นศัตรูกับใครก็ได้ แต่อย่าคิดเป็นศัตรูกับจิ้ง

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 174

    ดวงตาคู่งามฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย หญิงสาวมองผู้อาวุโสที่มีท่าทางเป็นปรปักษ์กับตนเองอย่างค้นหา หากจะบอกว่าเป็นสหายท่านอาจารย์ตา คนตรงหน้าก็ดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ทว่าจ้าวเหมยฮวาในยามนี้ไม่อาจต่อต้านพลังอีกฝ่ายได้ นางจึงไม่ลังเลแม้แต่น้อย ที่จะทำตนเป็นจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ “ผู้อาวุโสรู้จักกับอาจ

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 173

    “องค์หญิง”เหยียนซินจูมองคนทั้งสี่พลางกัดฟันกรอด หากไม่เพราะนางอยากจัดการนังจ้าวเหมยฮวาด้วยตนเอง คงไม่สั่งห้ามคนของท่านตาไม่ให้ติดตามมาหรอก แต่ฝีมือขององครักษ์เงาที่พระบิดามอบให้นางหาได้ธรรมดาไม่ มีหรือจะเอาชีวิตหญิงสารเลวนั่นไม่ได้แววตาของเหยียนซินจูปรากฏความเยือกเย็น สายตานางแข็งกล้าดั่งคมดาบ จ้อ

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 172

    เหยียนซินจูมองสาวใช้ตนเอง เห็นอีกฝ่ายยืนกุมแขนตัวสั่น สายตาเย็นชาหันมามองจ้าวเหมยฮวาเขม็ง เงาร่างงดงามของท่านหญิงเหมยฮวาเหาะเหินมาหยุดตรงหน้าหญิงสาว พลางปรายตามองต่ำอย่างหยิ่งผยอง“จ้าวเหมยฮวาเอ๋ย รู้อะไรหรือไม่ ในใจข้านั้นรังเกียจเจ้าเป็นที่สุด หากมีใครสักคนบนโลกนี้ที่ข้าต้องการเอาชีวิต คนคนนั้นคือ

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 171

    “นายหญิง พวกเราควรส่งข่าวไปวังหลวงเพื่อให้ฝ่าบาทได้รับรู้ไหมขอรับ”หากท่านอ๋องไม่ไหวแล้ว ฮ่องเต้จะได้ทำใจและให้คนมารับร่างโอรสกลับเมืองหลวง“ไม่ต้อง ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาวุ่นวายเรื่องอื่น”หญิงสาวกล่าวตัดบทอย่างไม่ไว้หน้าใคร เจียงเหิงที่เงียบงันอยู่นานพลันเอ่ยขึ้น“เรื่องบางเรื่องอาจควรต้องคิดล่วงหน

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status