Share

บทที่ 14

last update Terakhir Diperbarui: 2025-06-25 00:15:20

ในท้องพระโรงที่ว่าราชการของฮ่องเต้ ยามนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวายสับสนอลหม่าน ทว่าทุกคนก็หาได้มีผู้ใดกล้าส่งเสียงใดๆ ไม่ ต่างพากันยืนก้มหน้าตัวลีบกันทั่วทุกคน เมื่อมองเห็นสายพระเนตรดุดันที่จ้องมองลงมาราวกับว่าพร้อมจะออกคำสั่งประหารทุกคน

จ้าวเฟยเซียนยืนอยู่ด้านขวาของพระหัตถ์ฮ่องเต้ ดวงตานางเปล่งประกายกร้าวแกร่ง ยิ่งเสียงหมอหลวงวัยชราเอ่ยถึงอาการบุตรสาวว่าบาดเจ็บตรงไหนบ้าง ดวงหน้างามยิ่งเผยรังสีอำมหิตมากขึ้นทุกที

“กราบทูลฝ่าบาท คุณหนูท่านแม่ทัพมีแผลเลือดออกที่ฝ่ามือทั้งสองข้าง ลักษณะคล้ายถูกหินครูดพ่ะย่ะค่ะ ส่วนที่เข่ามีรอยแตกคล้ายกับถูกกระแทกแรงๆ และก็ยังมีรอยเหมือนถูกลากจนผิวหนังถลอกถึงเนื้อด้านใน ที่ขามีรอยช้ำเหมือนถูกทุบด้วยของแข็ง ที่สำคัญ ไหล่ทั้งสองข้างของนางนั้นกระดูกข้อต่อหลุด แต่กระหม่อมได้ทำการรักษาต่อให้เรียบร้อยแล้ว ส่วนบาดแผลภายนอกคงต้องอาศัยเวลาทายาจนหายดีพ่ะย่ะค่ะ”

จ้าวหมิงหลงอุ้มบุตรสาวไว้ในวงแขน ใบหน้าคมเข้มยามนี้มีริ้วรอยความโกรธ แม่ทัพไร้พ่ายตวัดสายตาไปที่ร่างอรชรของว่านเสียนเฟย พยายามสะกดกลั้นใจตนไว้ไม่ให้เข้าไปสังหารอีกฝ่ายให้ดับดิ้นเสียเดี๋ยวนั้นเลย

‘อวี้หลาง หากเจ้าคิดเข้าข้างสนมเจ้า ข้าจะเผาวังหลวงของเจ้าให้ราบเป็นหน้ากลองไปเลยเชียว’

แม่ทัพหนุ่มได้แต่ถลึงตาบอกฮ่องเต้ผู้เป็นสหายเป็นนัยๆ พอว่านเสียนเฟยได้ฟังคำพูดของหมอหลวงวัยชรา หญิงสาวก็นึกอยากกรีดร้องเหลือเกิน ทำไมนังเด็กนั่นถึงได้เป็นขนาดนั้น นางไปทำมันตอนไหนกัน

จ้าวเหมยฮวามองใบหน้าที่บิดเบี้ยวจนแทบมองไม่เห็นความงามของว่านเสียนเฟย เด็กหญิงพลันลอบยิ้มใต้ผ้าคลุมเต็มใบหน้า แผลพวกนี้ล้วนเป็นนางที่ทำให้เกิด ไหล่ที่หลุดนั้นก็เป็นผลมาจากวิชาถอดกระดูกของมารดา จะเล่นงานอีกฝ่ายให้อยู่หมัด นางก็ต้องหงายไพ่เกทับสิ

“เจ้ายังมีอะไรจะแก้ตัวอีกหรือไม่ เสียนเฟย!”

เสียงตวาดก้องสะท้อนท้องพระโรงน้อยครั้งนักที่จะได้ยิน เพราะยามปกติฮ่องเต้มักใจดี ไม่ค่อยเกรี้ยวกราดใส่ผู้ใด

ว่านเสียนเฟยคุกเข่าแนบศีรษะลงขนาบพื้น ใบหน้างามมีน้ำตานอง ร่างอรชรอ้อนแอ้นสะอื้นไห้จนตัวโยน ภาพสาวงามที่แลดูโศกสลด ทำเอาหัวใจชายหลายคนในที่นั้นถึงกับกระตุกวูบด้วยความสงสาร

“ฝ่าบาท คุณหนูสกุลจ้าวลบหลู่ก้าวร้าวไม่ให้เกียรติหม่อมฉัน แถมยังด่าว่าหม่อมฉันเป็นสัตว์เดรัจฉานเพคะ หม่อมฉันเป็นสนมแต่งตั้งของพระองค์นะเพคะ สมควรแล้วหรือที่นางจะทำเยี่ยงนี้ ขอพระองค์ทรงให้ความเป็นธรรมแก่หม่อมฉันด้วย”

อวีัหลางฟังคำนาง ในใจพลันเริ่มมีความลังเลมิน้อย หากหลานสาวเอ่ยเช่นนี้ ก็นับว่าเป็นการลบหลู่มาถึงพระองค์ด้วย เพราะอย่างไรเสียว่านเสียนเฟยก็คือสนมของเขา ด้วยวัยและความอาวุโสของอีกฝ่าย ต่อให้มิใช่พระสนมขั้นสูงก็ยังมิควร

เช่นนั้นหากพระองค์ลงโทษว่านเสียนเฟยด้วยเรื่องนี้ มีหรือจะไม่ถูกผู้คนโจษจัน สกุลว่านต้องออกมาพลิกคำช่วยเหลือว่านเสียนเฟยเป็นแน่ ตามหลักกตัญญูของต้าเฉิน ผู้อาวุโสสั่งสอนผู้เยาว์นั้นไม่ใช่เรื่องผิดอันใด เหล่าขุนนางที่ยืนอยู่เบื้องหน้าพระพักตร์ แม้ไม่เอ่ยปากออกวาจาใด ทว่าในใจแต่ละคนล้วนเห็นพ้องต้องกันเช่นเดียวกับฮ่องเต้

ว่านเสียนเฟยคือพระสนมผู้สูงศักดิ์ แล้วคุณหนูจ้าวนางเป็นใคร แค่พูดถึงความแตกต่างระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่แล้วไซร้ นางก็ยังมิบังควรกระทำตนเช่นนี้

เมื่อเห็นว่าบรรดาผู้คนในท้องพระโรง ตลอดจนผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพระสวามี ต่างมีท่าทีคล้ายเห็นใจนาง ว่านเสียนเฟยก็ก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มในที ยิ่งแสร้งสะอื้นไห้ไร้เสียง

“ท่านพ่อเจ้าคะ ท่านพ่อเลิกเป็นแม่ทัพได้ไหมเจ้าคะ” จู่ๆ เสียงใสเล็กก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าที่ถูกปิดด้วยผ้าจนเหลือให้เห็นเพียงดวงตากลมโต บัดนี้มีน้ำใสไหลเต็มหน่วยตา แลดูน่าสงสารยิ่งนัก

จ้าวหมิงหลงกระชับแขนก่อนถามบุตรสาวอย่างฉงน “ฮวาเอ๋อร์ ทำไมลูกจึงพูดเยี่ยงนี้ล่ะ”

“พระสนมบอกว่า แม่ทัพเปรียบเหมือนข้ารับใช้ทั่วไป นางสั่งให้ตายท่านพ่อก็ต้องตาย นางยังบอกอีกว่าตำแหน่งแม่ทัพนั้นไม่อาจเทียบตำแหน่งพระสนมตราตั้งอย่างนางได้ ฮวาเอ๋อร์ไม่อยากให้ท่านพ่อถูกสั่งให้ตาย เหมือนจิงหยูที่แค่พาลูกไปดูดอกไม้ก็ถูกสั่งลงโทษตายแล้วเพคะ”

คำพูดเรียบง่ายภายใต้น้ำเสียงใสสั่นๆ แลเห็นความซื่อตรงแบบเด็กไร้เดียงสา ทำให้หลายคนในที่นั้นบังเกิดความรู้สึกเห็นใจมิน้อย

เด็กน้อยอายุเพียงเท่านี้ แต่กลับมีท่าทีและคำพูดหวาดผวาเยี่ยงนี้ หากมิใช่ผู้ใหญ่กระทำ ไฉนเลยจะเป็นอย่างที่เห็นได้ ทุกคนต่างพากันส่งสายตาตำหนิไปยังว่านเสียนเฟย

จ้าวเหมยฮวาลอบยิ้มพึงใจ เมื่อเห็นสายตาทุกคนมองพระสนมคู่กรณีด้วยสีหน้าและแววตาไม่พอใจ เคยมีคำกล่าวเอาไว้ว่า…

‘จะตีเหล็กควรต้องตีตอนร้อน’ ดังนั้นนางจึงยินดีอย่างยิ่งที่จะเพิ่มความร้อนเข้าไปอีก

“นะเจ้าคะท่านพ่อ ละ...ลูกไม่อยากให้ใครมาสั่งฆ่าท่านพ่อ และลูกก็ไม่อยากเห็นใครมาด่าท่านแม่ว่าเป็นนางแพศยา ลูกไม่อยากถูกสั่งตัดลิ้นเหมือนอย่างวันนี้ ถ้าท่านพ่อมาไม่ทันลูกคงได้กลายเป็นเด็กใบ้ไปแล้ว ฮึกๆ”

น้ำเสียงสั่นเครือบวกกับร่างเล็กๆ ในวงแขนที่สั่นสะท้านดุจคนกลั้นสะอื้นของบุตรสาวสุดรักสุดหวง ทำให้แม่ทัพไร้พ่ายยามนี้มีโทสะสูงเทียมฟ้า ไม่ต่างกับยามออกทำศึกทำสงครามเข่นฆ่าทหารแคว้นอื่นเลยทีเดียว

“ว่านเสียนเฟย เจ้ากล้าข่มเหงลูกสาวข้า สั่งตัดลิ้นนาง ด่าเมียข้าเป็นนางแพศยาไม่พอ ยังกล้าลบหลู่เกียรติภูมิตำแหน่งแม่ทัพแห่งตระกูลจ้าวของข้า หากวันนี้ไม่สังหารเจ้าเอาเลือดมาเซ่นวิญญาณบรรพบุรุษ ไหนเลยข้าจ้าวหมิงหลงจะยังเป็นคนตระกูลจ้าวอยู่”

เสียงตวาดดุดันก้องไปทั่วท้องพระโรง ได้ยินไปไกลนับร้อยลี้ ด้วยพลังปราณกราดเกรี้ยวของร่างสูงที่ถูกปล่อยออกมาโดยเจ้าตัวไม่คิดควบคุม

ว่านเสียนเฟยเป็นเพียงพระสนมที่ไร้พลังยุทธ์ เมื่อถูกคุกคามด้วยพลังเสียงจากปราณ นางและเหล่านางกำนัลที่ไม่มีพลังยุทธ์ติดตัวต่างกระอักโลหิตบาดเจ็บภายในไปตามๆ กัน

แม้แต่อวี้หลางฮ่องเต้เองยังต้องเกร็งปราณเข้าต้านจนพระพักตร์ซีดขาว เฟยเซียนจับแขนผู้เป็นสามีไว้ ก่อนจะส่ายหน้าให้น้อยๆ

“เซียนเอ๋อร์... นางทำกับลูกเราขนาดนี้แล้ว เจ้ายังจะยอมอยู่อีกหรือ” แม่ทัพร้องถามฮูหยินตัวเอง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิดเมื่อถูกภรรยาเข้าขัดขวาง

ฮ่องเต้เป่าลมพรวด ในใจนึกโล่งที่น้องสาวห้ามน้องเขย เพราะพระองค์รู้ดีว่าสหายรักในยามนี้เปรียบประดุจพญามัจจุราชที่พร้อมจะคร่าชีวิตผู้คน แต่ด้วยศักดิ์ศรีฮ่องเต้ของพระองค์ หากหมิงหลงอาละวาด ห้ามไม่ได้จนมีการนองเลือดเกิดขึ้น พระองค์จะเอาพระพักตร์ไปมองหน้าผู้ใดได้อีกเล่า

‘อา... ยังดียิ่งนักที่เซียนเอ๋อร์ของพี่รู้ความไม่ทำอะไรบุ่มบ่าม’

คิดพลางถอนพระทัยอย่างโล่งอก ก่อนจะต้องพระเนตรค้างแข็งไปพลัน เมื่อได้ยินคำน้องสาวสุดรักตอบสามี

“ไม่ใช่เช่นนั้นท่านพี่ ข้า... กำลังจะบอกท่านว่าข้าจะเป็นคนฆ่านางเอง!”

กล่าวจบร่างบางก็ดีดปลายเท้าพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายทันที ว่านเสียนเฟยนั่งคุกเข่าก้มหน้านิ่ง หลังจากกระอักโลหิต ในใจยังคิดเคียดแค้นศัตรู นางไม่โกรธแค้นจ้าวหมิงหลง ทว่าใจนั้นกลับคิดโทษจ้าวเฟยเซียนแทน

‘หากไม่มีนางแพศยานี่ แม่ทัพจ้าวก็จะเป็นของข้า ที่ชีวิตข้าต้องเป็นเช่นนี้ก็เพราะเจ้านังเฟยเซียน’

แม้ตัวนางจะไร้วรยุทธ์ แต่ยามนี้ด้วยไฟแค้นสุมทรวงดั่งลาวาปะทุ ทำให้ว่านเสียนเฟยขาดสติจะไตร่ตรองเรื่องราว เมื่อมองเห็นคนที่นางแสนเกลียดชังจึงลุกขึ้นผวาเข้าใส่

จ้าวเฟยเซียนเหินกายเข้ามาเห็นอีกฝ่ายลุกถลาใส่ตน นางจึงซัดฝ่ามือใส่ร่างอรชรของพระสนมสาวทันที ว่านเสียนเฟยกายสะท้านรู้สึกปวดร้าวอย่างยิ่ง แต่ในใจยังฮึดสู้ มือจับยึดข้อมืออีกฝ่ายไว้แน่น ก่อนจะใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่ดึงคว้าเอาปิ่นเงินที่ปักอยู่บนเรือนผมออกมากำไว้ในมือ

“...นังเฟยเซียน นังแพศยาตายเสียเถอะ”

เสียงคำรามดังก้องท้องพระโรง ก่อนที่แม่ทัพจ้าวกับอวี้หลางจะได้สติคิดทำสิ่งใด พวกเขาต้องตกตะลึงเมื่อสายตามองเห็นปิ่นเงินด้ามยาวที่เสียบเข้าท้องเฟยเซียนจนมิดด้าม ร่างระหงของฮูหยินแม่ทัพยืนนิ่ง ก่อนจะก้มมองที่ท้องตัวเอง นางยืนโงนเงนก่อนร่างจะทรุดลงฮวบ ท่ามกลางสายตาของทุกคนในที่นั้น

“เซียนเอ๋อร์!”

จ้าวหมิงหลงกับอวี้หลางร้องตะโกนลั่น ก่อนที่อวี้หลางจะพุ่งร่างเข้าไปเร็วกว่าแม่ทัพจ้าวที่มีบุตรสาวอยู่ในอ้อมแขน

“ฮ่าๆๆ ข้าฆ่ามันได้แล้ว ฆ่านางจิ้งจอกแพศยา สมน้ำหน้าจงตายเสียเถอะ”

ว่านเสียนเฟยยามนี้ไร้สติไตร่ตรองใดๆ นางเห็นร่างบางของสตรีที่ตนเองเกลียดล้มลง ในใจนั้นล้วนไร้ความเกรงกลัวต่ออาญาโอรสสวรรค์โดยสิ้นเชิง

จะมีเหลือก็เพียงความยินดี ที่ได้เห็นศัตรูหัวใจผู้เป็นดุจหนามแหลมทิ่มแทงความรู้สึกของนางมาตลอดต้องมาปราชัยต่อหน้า

“ว่านเสียนเฟย นางหญิงชั่ว!”

ฮ่องเต้ตวาดคำรามสุรเสียงดุดัน ก่อนพระบาทของโอรสสวรรค์จะเหวี่ยงใส่ร่างพระสนมที่เคยโปรดปรานจนกระเด็นไปกองติดผนังท้องพระโรง

น้องสาวของพระองค์คนนี้ แม้มิใช่ร่วมอุทรกันมา แต่เพราะพระมารดาของนางที่ตอนนั้นมีตำแหน่งเป็นเพียงพระสนมขั้นผิน คอยช่วยเหลือป้อนข้าวป้อนน้ำพระองค์ ในยามที่เป็นเพียงองค์ชายนอกสายพระเนตรพระบิดา ไม่มีผู้ใดให้ความสนใจและเหลียวแล แม้กระทั่งพระมารดาของพระองค์เอง คำขอร้องเพียงหนึ่งเดียวของนางยามเอ่ยปากถามถึงสิ่งที่ปรารถนา มีเพียงขอให้ดูแลน้องหญิงตัวน้อยแทนนาง คำสั่งเสียนี้จึงเป็นดั่งสัญญาใจที่อวี้หลางยึดถือ

ด้วยเหตุนี้ องค์หญิงน้อยพระองค์นี้จึงอยู่รอดปลอดภัยภายใต้ปีกของอวี้หลางฮ่องเต้ แม้แต่ในยามที่กวาดล้างเหล่าเชื้อพระวงศ์ ก็หาได้มีผู้ใดกล้าคิดแตะต้องไม่

ฮ่องเต้หนุ่มยืนนิ่งสูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนจะตวาดเสียงลั่น

“ทหาร! รับคำสั่งเรา ว่านเสียนเฟยพระสนมขั้นเอกชั้นหนึ่ง มีจิตใจหยาบช้าไร้คุณธรรมอันดีงาม ประพฤติตนเสื่อมเสียไม่สมกับตำแหน่ง ให้ยึดทรัพย์ถอดออกจากตำแหน่ง สกุลว่านสั่งสอนบุตรไม่ดีพอ ทำให้ราชสำนักด่างพร้อย ให้ยึดทรัพย์ทั้งหมดแล้วขับออกนอกแคว้นก่อนตะวันตกดิน และห้ามสกุลว่านทุกคนหวนคืนกลับมาแคว้นต้าเฉินอีกตลอดไป!”

“พ่ะย่ะค่ะ” เสียงขานรับดังพร้อมเพียง ก่อนเหล่าทหารจะรีบสลายตัวแยกกันไปปฏบัติหน้าที่อย่างแข็งขัน เพราะยามนี้พวกเขาทุกคนล้วนไม่มีใครอยากลองดีกับอารมณ์ของฮ่องเต้

“ฝ่าบาท... แล้วจะทรงให้ทำอย่างไรกับนางดีพ่ะย่ะค่ะ”

หลิวกงกงเอ่ยถาม ก่อนจะหันหน้าไปทางร่างปวกเปียกคล้ายผ้าขี้ริ้วที่กองอยู่บนพื้นของอดีตเสียนเฟยพระสนมผู้เคยเป็นที่โปรดปราน อวี้หลางหันมามองร่างนั้นด้วยสายพระเนตรเย็นชา ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยพระพักตร์และสุรเสียงที่เย็นชาไม่แพ้กัน

“ส่งนางไปค่ายทหารของแม่ทัพมู่ ที่เฝ้าอยู่เมืองหน้าด่านแคว้นต้าอี้ แล้วบอกว่าเป็นของขวัญจากเรามอบให้ทุกคน”

หลิวกงกงได้ฟังคำสั่ง ในใจพลันสะท้านเฮือก ส่งไปเมืองหน้าด่านให้แก่ทหารทุกคน นับว่าเป็นการลงโทษที่โหดร้ายยิ่งนักสำหรับสตรี นางคงต้องปรนนิบัติเหล่าชายชาตรีทั้งวัน แม้นมีชีวิตอยู่ก็คงมิสู้ตายแน่ๆ

ด้านแม่ทัพจ้าว ยามนี้กอดร่างภรรยาแน่น เขาคิดไม่ถึงเลยว่านางจะมาบาดเจ็บต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ ทั้งที่เขาก็อยู่ด้วยแท้ๆ แต่กลับมิอาจช่วยอะไรได้เลย

จ้าวเหมยฮวายืนข้างผู้เป็นบิดา มือเล็กๆ พยายามดึงบิดาออกมาจากตรงนั้น

“ท่านพ่อถอยออกมา ให้ท่านหมอหลวงได้รักษาท่านแม่ก่อนเถิดเจ้าค่ะ”

น้ำเสียงเด็กน้อยสั่น ใบหน้าน่ารักที่มีผ้าคลุมก้มลงสะอื้นไห้ไร้เสียงอย่างน่าสงสารยิ่ง จ้าวหมิงหลงรวบร่างเล็กมากอดในอก ก่อนจะปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“อย่าร้องไห้ลูก แม่ของเจ้าต้องไม่เป็นอะไร”

ฮ่องเต้เดินมาหาน้องเขยกับหลานสาวด้วยพระพักตร์ไม่สู้ดี ในใจยามนี้รู้สึกผิดยิ่งนักที่ปล่อยให้งูพิษอยู่ข้างกาย จนสามารถแว้งกัดคนสำคัญของพระองค์ได้

“เซียนเอ๋อร์ นางจะต้องไม่เป็นอะไร”

จ้าวหมิงหลงมองใบหน้าผู้เป็นสหายและพี่เขยในเวลาเดียวกัน ก่อนจะหันไปมองภรรยา ที่ยามนี้หมอหลวงช่วยกันรักษาอยู่โดยไม่เอ่ยสิ่งใด

จ้าวเหมยฮวายืนร้องไห้น้ำตาไหลเงียบๆ จนร่างเล็กๆ นั้นสั่นสะท้านดุจจะขาดใจลง สร้างความเวทนาให้แก่ทุกคนที่พบเห็น

หมอหลวงวัยชราเงยหน้าจากร่างอรชรพลางส่ายหน้าถอนหายใจ ใบหน้าเหี่ยวย่นของเขามองแล้วให้หดหู่ยิ่งนัก

อวี้หลางกับหมิงหลงเห็นดังนั้นก็เร่งสาวเท้าเข้าไปยืนเบื้องหน้าร่างบางบนเตียง มองเห็นใบหน้านางที่หลับตาพริ้มไร้สีโลหิตคล้ายคนนอนหลับ พวกเขาเพ่งมองไปที่ทรวงอกที่ไร้การขยับนั้นตาไม่กะพริบ

“ไม่จริง!”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 337

    เฉินซานเจ้าพ่อวงการธุรกิจของจีนประสบอุบัติเหตุ ข่าวนี้ช็อกวงการเป็นอย่างมาก หลายคนหวังใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์แก่ตัวเอง บรรดานักข่าวต่างเกาะติดเหตุการณ์ทำข่าวอย่างใกล้ชิดแต่เจ้าพ่อก็คือเจ้าพ่อ ไม่กี่วันต่อมาเขาก็กลับมาปรากฏตัวหน้าสื่ออีกครั้ง ด้วยรูปลักษณ์องอาจดุดันเหมือนไม่ใช่คนที่เคยประสบอุบัติ

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 336

    ดีใจงั้นหรือ เขาจะดีใจจริงๆ หรือเสียใจกันแน่แวบแรกนางก็คิดไม่ต่างกับหมอหลวง ทว่าพอคิดถึงท่าทางอึดอัดของอีกฝ่าย ความยินดีพลันจืดจางลง เหลือเพียงอาการเศร้าสร้อยหมอจางรู้ดีว่าคนท้องอารมณ์แปรปรวน เขาเห็นนางมีสีหน้าขรึมลงท่าทางเป็นกังวลจึงเอ่ยปลอบ“ฮูหยินไม่ต้องกังวล ท่านพักผ่อนก่อน เดี๋ยวข้าจะไปแจ้งสา

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 335

    สุดเขตแคว้นต้าเหลียวขึ้นมาทางเหนือเป็นพื้นที่ของความหนาวเย็น อากาศของที่นี่จะเย็นตลอดปี หิมะที่โปรยปรายวันแล้ววันเล่าทับถมกันจนเกิดทัศนียภาพอันงดงามเพราะเหตุการณ์เปลี่ยนรัชสมัยของต้าเหลียวในครั้งก่อน ทำให้ผู้คนเริ่มลืมตาอ้าปากได้ อีกทั้งฝนฟ้าที่ควรตกก็ตกต้องตามฤดูกาล ราษฎรจึงเชื่อว่าฮ่องเต้หลี่เฟิ่

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 334

    “โอ้โห ต้าสือ เจ้าไปเอาสินค้าดีๆ แบบนี้มาจากไหนกัน” ชายรูปร่างผอมสูงอีกคนร้องทักบุรุษนามต้าสือเพียงแสยะยิ้มตอบ “เอาละ เด็กน้อยเจ้าจงรอเงียบๆ ที่นี่เถอะ ประเดี๋ยวท่านอาจะพาเจ้าไปหาครอบครัวใหม่เอง”กล่าวคำยังไม่ทันจบ ร่างป้อมก็วิ่งเข้าไปใกล้ตะเกียงไฟ ยื่นบางสิ่งในมือไปจ่อเปลวไฟ ก่อนร่างป้อมจะโยนมันออ

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 333

    อวี้เหลียนมีสีหน้าบอกไม่ถูก เขาพลันนึกถึงเหตุการณ์ตอนเช้าขึ้นมา“นะเจ้าคะท่านพ่อ ช่วยขอร้องท่านแม่ให้โยวโยวกับหยาหยาหน่อยนะเจ้าคะ”ซาลาเปาน้อยหน้ากลมตัวป้อมของอวี้เหลียนกำลังยึดแขนเขาคนละข้าง มือก็เขย่าแขนผู้เป็นพ่อไม่หยุด ปากก็เอ่ยขอด้วยถ้อยคำออดอ้อน ดวงตาสุกสกาวมองพุ่งมาที่บิดาอย่างมีความหวังเห็น

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 332

    “เจ้ายังกล้าเอ่ยอีกหรือ...” อวี้เหลียนเหล่มอง “รีบร้อนมาเพราะคิดถึงข้ากับแม่เจ้า หรือว่าก่อเรื่องไว้เลยรีบหลบมา”สิ้นคำพูดรู้เท่าทัน เด็กชายร่างป้อมผู้ติดตามมาพลันสะดุ้งเฮือก จิ้งอ๋องตรงหน้าเขาเฉียบแหลมดั่งที่บิดาเคยบอกไว้จริงด้วย บิดาเคยย้ำนักย้ำหนาว่าเป็นศัตรูกับใครก็ได้ แต่อย่าคิดเป็นศัตรูกับจิ้ง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status