Partager

บทที่ 6

แม่ทัพไร้พ่ายเร่งฝีเท้าเดินจ้ำอ้าวด้วยความเร็วหลังจากที่สลัดเสนาบดีฝ่ายซ้ายออกไปให้พ้นทางตนได้ ถึงแม้จะข่มขู่ให้อีกฝ่ายหยุดความคิดเช่นนั้นไปแล้ว ทว่าใบหน้าคมเข้มของแม่ทัพยังคงมีริ้วรอยแห่งความกังวลใจแฝงอยู่ไม่น้อย เพราะเขาไม่มีความมั่นใจเลยสักนิด หากอีกฝ่ายไม่เกรงกลัวคำขู่เช่นหมูไม่เกรงน้ำร้อน คิดหาหนทางใช้ความดีความชอบขอให้ฮ่องเต้มีราชโองการขึ้นมา ฮวาเอ๋อร์บุตรสาวสุดที่รักของเขาคงมิแคล้วต้องถูกบีบให้ยอมจำนนหมั้นหมายกับไอ้เด็กน้อยตระกูลฉีเป็นแน่แท้ อย่างไรเสียฉีหลิงเฟยเจ้าเสนาบดีเฒ่าคงไม่มีทางยอมถอยหลังกับอีแค่เจอคำขู่ลอยๆ พวกนั้นเป็นแน่

‘เอ... หรือว่าข้าจะทำให้เจ้าเด็กเยว่จินนั่นพิการดีนะ อือ... ไม่ได้ๆ เกิดอวี้หลางบ้าจี้สงสารมัน แล้วมีราชโองการให้ฮวาเอ๋อร์ของข้าแต่งเข้าตระกูลฉี ลูกสาวข้ามิต้องกลายเป็นเมียคนพิการหรอกหรือ’

ท่านแม่ทัพผู้ออกอาการหวงบุตรสาวครุ่นคิด ก่อนจะเผยรอยยิ้มยินดีออกมาเมื่อคิดหาทางออกได้

‘ใช่แล้ว จะไปยากอะไรเล่า หากทำให้พิการแล้วเป็นปัญหา ถ้าอย่างนั้นก็เชือดทิ้งไปเสียเลยสิ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว งั้นก็รอเก็บรวดเดียวเลย ตระกูลไหนกล้ามาทาบทามลูกสาวข้า ข้าจะเก็บพวกมันรวดเดียวเลย’

“ใช่ ต้องแบบนี้แหละ ฮ่าๆๆ ดูสิว่าคราวนี้ยังจะมีไอ้หน้าโง่คนไหนกล้าเสนอลูกชายตัวเองมาให้ฮวาเอ๋อร์ของข้าอีก”

แม่ทัพไร้พ่ายส่งเสียงหัวเราะร่วน เดินกระหยิ่มยิ้มย่องลำพองไปทางรถม้าที่จอดรออยู่ด้วยความสบายใจที่ตัวเองสามารถคิดหาหนทางออกได้

“ฮัดเช้ย!”

บุรุษในชุดมังกรพลันจามติดๆ กัน มือเรียวยกขึ้นลูบปลายจมูกโด่งได้รูปพลางตรัสกับตัวเองด้วยสุรเสียงงุนงง

“เอ... แปลกนัก น้ำมูกหรือก็ไม่มี แต่ทำไมจามได้ขนาดนี้”

หลิวกงกงขันทีประจำพระองค์ก้าวเข้ามา ก่อนส่งถ้วยน้ำขิงที่มีควันลอยหอมกรุ่นให้ “ฝ่าบาท ทรงเสวยน้ำขิงร้อนๆ ก่อนเถอะพ่ะย่ะค่ะ ที่เป็นเช่นนี้อาจเพราะทรงหักโหมงานหนักจนเกินพระวรกาย”

ฮ่องเต้หนุ่มรับถ้วยมายกซดเฮือกใหญ่ ก่อนจะส่งกลับคืนให้อีกฝ่าย แล้วนั่งครุ่นคิดในใจต่อ พระองค์กำลังหมายมั่นปั้นมือจะจับบุตรสาวของสหายรักมาหมั้นหมายกับองค์ชายน้อยของพระองค์อยู่

‘เจ้าสาม เจ้าห้า หรือว่าเจ้าแปดดีนะ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม หมิงหลง ลูกสาวเจ้าจะต้องเป็นชายาของคนที่จะขึ้นเป็นรัชทายาทข้า’

อวี้หลางฮ่องเต้คิดสรุปในใจเงียบๆ พระพักตร์งดงามราวกับสตรีมีรอยยิ้มยินดีระบายทั่ว ยามคิดถึงตอนที่สหายรักได้รับรู้สิ่งที่พระองค์จะทำ

‘นี่ถ้าหมิงหลงรู้ว่าข้ายกย่องบุตรสาวเขาถึงขนาดนี้ละก็ คงจะดีใจไม่น้อยทีเดียว’ ฮ่องเต้คิดพลางหัวเราะด้วยความปีติ

อนิจจา! หากพระองค์มีญาณทิพย์สามารถล่วงรู้ได้ว่าสหายรักที่กำลังคิดพระราชทานโอรสของตนเพื่อให้เป็นว่าที่ลูกเขยของอีกฝ่าย ในยามนี้นั้นคิดวางแผนที่จะกำจัดบรรดาเด็กชายทั้งหลายแหล่ที่จะนำมาเสนอให้แก่บุตรสาวของตนอยู่ คาดว่าพระองค์คงเลิกล้มความคิดนี้แทบไม่ทันแน่ๆ

“แม่ทัพจ้าวๆ ท่านกำลังจะกลับจวนหรือ”

เสียงเล็กร้องถามจากด้านหลัง เจ้าของเสียงนั้นเป็นเด็กชายในชุดแต่งกายสีสันสดใส ใบหน้าจิ้มลิ้มราวกับเด็กผู้หญิงมีเค้าโครงของอวี้หลางฮ่องเต้อยู่มิน้อย

“ใช่พ่ะย่ะค่ะ องค์ชายแปดทรงมีธุระอะไรกับกระหม่อมหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

“ไม่มีหรอก ข้าเพียงแค่รู้สึกเบื่อและเหงา ในวังก็ไม่มีอะไรให้เล่นสนุกเลย”

องค์ชายแปดอวี้เยี่ยนบ่นลอยๆ ให้คนตรงหน้าฟัง ก่อนจะยกยิ้มมุมปากแสร้งก้มหน้าถามเสียงเศร้า ทว่าดวงตานั้นฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างที่เด็กวัยนี้ไม่ควรมี

“ดังนั้นข้าเลยอยากขอไปเที่ยวเล่นที่จวนของท่าน ท่านแม่ทัพให้ข้าไปด้วยได้หรือไม่”

จ้าวหมิงหลงที่เมื่อครู่อดนึกสงสารองค์ชายน้อยไม่ได้พลันรู้สึกตัวสะดุ้งเฮือก การจะพาไปนั้นหาใช่เรื่องยาก ทว่าร้อยวันพันปีมิเคยเห็นว่าอีกฝ่ายจะมีท่าทีสนใจไปจวนเขาสักนิดนี่นา

ดวงตาคมหรี่มองใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มอย่างสำรวจ ก่อนจะสรุปกับตนเองอย่างมั่นใจว่าองค์ชายตัวน้อยพระองค์นี้ น่าจะมีเป้าหมายอยู่ที่บุตรสาวสุดที่รักของเขาอย่างแน่นอน

‘ฝันไปเถิดเจ้าเด็กน้อย ถึงเจ้าจะเป็นโอรสแห่งฮ่องเต้สหายข้าก็ตาม แล้วอย่างไรเล่า อย่าหวังเลยว่าจะได้ลูกข้าไปครอง’

“ขออภัยด้วยจริงๆ พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย กระหม่อมก็อยากให้พระองค์ไปด้วย เพียงแต่ยามนี้บุตรสาวกระหม่อมกำลังป่วยเป็นโรคร้ายแรงอยู่ หากให้พระองค์เสด็จตามไปด้วยละก็ เกรงว่าอาจจะทรงติดโรคจากบุตรสาวกระหม่อมได้”

แม่ทัพหนุ่มเอ่ยน้ำเสียงเบาหวิว ใบหน้าซีดขาวราวกับไร้สีเลือด อวี้เยี่ยนได้ยินดังนั้นก็รีบถอยร่างหนีห่าง ดวงตาหงส์คู่เล็กจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเกรงๆ

“บุตรสาวของท่าน นางเป็นโรคติดต่ออย่างนั้นหรือ”

หมิงหลงซ่อนยิ้มผงกศีรษะรับคำโดยทันที

‘ฮึ เจ้าเด็กน้อย คิดหรือจะสู้เล่ห์เหลี่ยมกับผู้ใหญ่ได้ เจ้ามารยามาข้าก็มารยากลับ ไม่โกงกันอยู่แล้ว ไม่มีข้อห้ามใดห้ามไม่ให้ผู้ใหญ่มารยานี่นา’

“บุตรสาวของกระหม่อม นางป่วยเป็นโรคที่สามารถติดต่อกันทางผิวหนังพ่ะย่ะค่ะ โดยอาการที่เป็นจะมีตุ่มน้ำหนองขึ้นตามผิวกาย ถ้าตุ่มไหนขึ้นมานานแล้วก็จะแตก เวลาแตกผิวหนังนางจะแยกออกจนเห็นเนื้อด้านในเน่าเฟะ น้ำหนองจะไหลเยิ้มออกมา ที่สำคัญคือ หากสัมผัสถูกตัวก็จะติดโรคเช่นเดียวกับนางไปด้วย ยามนี้กระหม่อมต้องส่งสาวใช้ที่คอยดูแลนางกลับบ้านไปถึงสามคนแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

แม่ทัพหนุ่มสาธยายพลางลอบสังเกตสีหน้าเด็กน้อยคู่สนทนา เมื่อเห็นว่าองค์ชายแปดแสดงท่าทีรังเกียจหวาดเกรงในตัวเขา มือใหญ่จึงยื่นมาข้างหน้าคล้ายจะจับต้องถูกเนื้อตัวอีกฝ่าย

อวี้เยี่ยนผงะร่างก้าวถอยหลัง หลีกหนีมือใหญ่ตรงหน้าอย่างหวาดกลัว ใบหน้าจิ้มลิ้มราวกับเด็กหญิงนั้นบิดเบี้ยวนิดๆ แววตาฉายความรังเกียจให้เห็นอย่างไม่อาจปิดบัง ก่อนจะหมุนกายหันหลังวิ่งหนีจากไปโดยไม่คิดร่ำลา

ถึงแม้ว่าพระมารดาจะสั่งให้เขาตีสนิทและหาทางเป็นลูกเขยแม่ทัพจ้าวก็เถอะ แต่แบบนี้ไม่ไหวนะ เขายังไม่อยากติดโรคไปด้วยนี่นา

‘เสด็จแม่... มันไม่ใช่ แบบนี้ลูกไม่ไหวจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ’

จ้าวหมิงหลงมองตามหลังร่างเล็กที่วิ่งหนีไปจนลับตา ก่อนจะเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมขณะมองตามไป เจ้าเด็กนี่อายุเพียงเท่านี้ในใจคิดเริ่มวางแผนการแล้วหรือ

‘เห็นแก่หน้าบิดาของเจ้า ข้าจะไม่ทำให้เจ้าเจ็บตัว แต่ถ้ามีคราวหน้าจะเล่นงานเจ้าที่ใจแทน’

“กลับ!” สิ้นเสียงคำสั่ง รถม้าคันใหญ่ก็เคลื่อนไหวมุ่งหน้าสู่จวนไร้พ่ายทันที

เมื่อลับร่างทุกคนไปแล้วพลันปรากฏร่างเด็กหนุ่มสองคนวัยไล่เลี่ยกัน ทั้งคู่ก้าวออกมาจากพุ่มไม้ทางด้านหนึ่ง

“น้องห้า เจ้าว่าท่านแม่ทัพน่าสงสารหรือไม่”

เด็กหนุ่มคนโตกว่าหันไปถามผู้มีศักดิ์เป็นน้อง พลางเหม่อมองตามหลังรถม้าของแม่ทัพไร้พ่าย ทั้งสองคือองค์ชายสามอวี้เจี้ยนกับองค์ชายห้าอวี้เหลียนนั่นเอง

อวี้เหลียนหันไปมองตามพี่ชายทางทิศที่แม่ทัพจากไป นัยน์ตาสีดำเป็นประกายทอแสงวูบหนึ่ง เขามั่นใจว่าคำพูดประโยคเมื่อสักครู่นี้ของแม่ทัพจ้าวโกหกแน่นอน ทว่าองค์ชายห้าผู้ฉลาดเฉลียวทรงยึดถือในคติประจำใจของตนเอง นั่นคือ...

‘ไม่คิดยุ่งเรื่องของผู้อื่น’

ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะตอบออกไปไม่ตรงคำถามเท่าใดนัก “หากเป็นดั่งคำที่ท่านแม่ทัพเอ่ยมา ข้าว่าเขาก็น่าสงสารอยู่”

ใช่... ถ้าเป็นความจริงก็น่าสงสาร แต่ในเมื่อโกหกย่อมไม่น่าสงสารอันใด

อวี้เจี้ยนมองตามสายตาน้องชายแล้วถอนหายใจเบาๆ เอาเถิด ท่านแม่ทัพเองก็รบกับข้าศึกเพื่อปกป้องบ้านเมืองมาอย่างยากลำบาก สร้างความดีความชอบมาก็มิใช่น้อยๆ

‘ในอนาคตหากแม้บุตรีของท่านสามารถมีชีวิตรอด ไม่มีผู้ใดมาสู่ขอนางเป็นภรรยา ข้าจะรับนางมาเป็นชายาให้เอง’ อวี้เจี้ยนผู้อ่อนโยนคิดพลางบอกกับตัวเองเงียบๆ

หลังจากนั้นในเมืองหลวงก็บังเกิดข่าวลือขึ้นมา และกลายเป็นประเด็นร้อนแห่งแคว้นเลยทีเดียว ข่าวนั้นเล่ากันว่า บุตรสาวท่านแม่ทัพไร้พ่าย คุณหนูคนเดียวของสกุลจ้าวเป็นโรคติดต่อทางร่างกาย จนทำให้มีใบหน้าอัปลักษณ์ยิ่งนัก แถมร่างกายยังพิกลพิการด้วยโรคนี้อีกด้วย

ข่าวนี้เล่าลือกันจนหนาหู ได้ยินไปถึงพระกรรณฮ่องเต้ พระองค์ทรงร้อนพระทัยถึงกับต้องไปถามคาดคั้นเอากับสหายคนสนิท

ยิ่งเห็นสหายรักก้มหน้านิ่งไม่เอ่ยสิ่งใด ฮ่องเต้หนุ่มยิ่งกำสรดด้วยความสงสารและเห็นใจอีกฝ่าย ส่วนท่านแม่ทัพก็ให้นึกยินดีในใจ นับว่าองค์ชายแปดกับพระสนมเต๋อเฟยช่างเป็นหอกระจายข่าวชั้นดีของเขาจริงๆ ทำได้ยอดเยี่ยมนัก

จะมีให้ขัดใจบ้างคงเป็นองค์ชายสามอวี้เจี้ยนนี่แหละ มาเอ่ยปากบอกว่าหากฮวาเอ๋อร์ของเขารอดไปได้จนเติบใหญ่แล้วละก็ พระองค์ยินดีจะรับบุตรสาวสกุลจ้าวมาเป็นพระชายา ทำเอาฮ่องเต้กับแม่ทัพถึงกับน้ำตาซึมกันเลยทีเดียว

จะแตกต่างกันก็ตรงที่ฮ่องเต้นั้นน้ำตาซึมเพราะทรงปลาบปลื้มพระทัยที่โอรสของพระองค์มีจิตใจดีงาม ไม่คิดรังเกียจบุตรีของสหายรัก

ส่วนท่านแม่ทัพนั้นน่ะหรือ ซึมเพราะคิดว่าตนอุตส่าห์กำจัดคนอื่นได้แล้ว กลับดันมีองค์ชายสามโผล่เข้ามาอีก

‘องค์ชาย ท่านจะเมตตาทำไมถึงไม่ถามกันก่อนเล่า ว่ากระหม่อมต้องการหรือไม่’

แม่ทัพต่อว่าอีกฝ่ายน้ำตาซึม ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความโมโหองค์ชายสาม ผู้หวังดีที่เขาไม่ต้องการสักนิด

ทว่าต่างกับฮ่องเต้ที่มีรอยยิ้มกว้างขวางบนพระพักตร์ เพราะคิดว่าสหายของพระองค์นั้นร้องไห้เพราะความซาบซึ้งใจ

ส่วนองค์ชายห้าผู้ฉลาดเฉลียวเกินวัย พอจะเดาได้ถึงความคิดในใจแม่ทัพกับพระบิดาตน เขาจึงได้แต่อดทนนั่งกลั้นเสียงหัวเราะเสียจนหน้าเขียวหน้าดำอยู่ผู้เดียว อนิจจา...
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 337

    เฉินซานเจ้าพ่อวงการธุรกิจของจีนประสบอุบัติเหตุ ข่าวนี้ช็อกวงการเป็นอย่างมาก หลายคนหวังใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์แก่ตัวเอง บรรดานักข่าวต่างเกาะติดเหตุการณ์ทำข่าวอย่างใกล้ชิดแต่เจ้าพ่อก็คือเจ้าพ่อ ไม่กี่วันต่อมาเขาก็กลับมาปรากฏตัวหน้าสื่ออีกครั้ง ด้วยรูปลักษณ์องอาจดุดันเหมือนไม่ใช่คนที่เคยประสบอุบัติ

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 336

    ดีใจงั้นหรือ เขาจะดีใจจริงๆ หรือเสียใจกันแน่แวบแรกนางก็คิดไม่ต่างกับหมอหลวง ทว่าพอคิดถึงท่าทางอึดอัดของอีกฝ่าย ความยินดีพลันจืดจางลง เหลือเพียงอาการเศร้าสร้อยหมอจางรู้ดีว่าคนท้องอารมณ์แปรปรวน เขาเห็นนางมีสีหน้าขรึมลงท่าทางเป็นกังวลจึงเอ่ยปลอบ“ฮูหยินไม่ต้องกังวล ท่านพักผ่อนก่อน เดี๋ยวข้าจะไปแจ้งสา

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 335

    สุดเขตแคว้นต้าเหลียวขึ้นมาทางเหนือเป็นพื้นที่ของความหนาวเย็น อากาศของที่นี่จะเย็นตลอดปี หิมะที่โปรยปรายวันแล้ววันเล่าทับถมกันจนเกิดทัศนียภาพอันงดงามเพราะเหตุการณ์เปลี่ยนรัชสมัยของต้าเหลียวในครั้งก่อน ทำให้ผู้คนเริ่มลืมตาอ้าปากได้ อีกทั้งฝนฟ้าที่ควรตกก็ตกต้องตามฤดูกาล ราษฎรจึงเชื่อว่าฮ่องเต้หลี่เฟิ่

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 334

    “โอ้โห ต้าสือ เจ้าไปเอาสินค้าดีๆ แบบนี้มาจากไหนกัน” ชายรูปร่างผอมสูงอีกคนร้องทักบุรุษนามต้าสือเพียงแสยะยิ้มตอบ “เอาละ เด็กน้อยเจ้าจงรอเงียบๆ ที่นี่เถอะ ประเดี๋ยวท่านอาจะพาเจ้าไปหาครอบครัวใหม่เอง”กล่าวคำยังไม่ทันจบ ร่างป้อมก็วิ่งเข้าไปใกล้ตะเกียงไฟ ยื่นบางสิ่งในมือไปจ่อเปลวไฟ ก่อนร่างป้อมจะโยนมันออ

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 333

    อวี้เหลียนมีสีหน้าบอกไม่ถูก เขาพลันนึกถึงเหตุการณ์ตอนเช้าขึ้นมา“นะเจ้าคะท่านพ่อ ช่วยขอร้องท่านแม่ให้โยวโยวกับหยาหยาหน่อยนะเจ้าคะ”ซาลาเปาน้อยหน้ากลมตัวป้อมของอวี้เหลียนกำลังยึดแขนเขาคนละข้าง มือก็เขย่าแขนผู้เป็นพ่อไม่หยุด ปากก็เอ่ยขอด้วยถ้อยคำออดอ้อน ดวงตาสุกสกาวมองพุ่งมาที่บิดาอย่างมีความหวังเห็น

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 332

    “เจ้ายังกล้าเอ่ยอีกหรือ...” อวี้เหลียนเหล่มอง “รีบร้อนมาเพราะคิดถึงข้ากับแม่เจ้า หรือว่าก่อเรื่องไว้เลยรีบหลบมา”สิ้นคำพูดรู้เท่าทัน เด็กชายร่างป้อมผู้ติดตามมาพลันสะดุ้งเฮือก จิ้งอ๋องตรงหน้าเขาเฉียบแหลมดั่งที่บิดาเคยบอกไว้จริงด้วย บิดาเคยย้ำนักย้ำหนาว่าเป็นศัตรูกับใครก็ได้ แต่อย่าคิดเป็นศัตรูกับจิ้ง

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 246

    ทหารอีกนายหันมาบอก “ถ้าข้าลงไปเกิดฮูหยินที่บ้านรู้ นางต้องดึงหูข้าขาดแน่ ที่ถูกตัวผู้หญิงอื่น”“...”“กรี๊ด! องค์หญิงจมไปแล้ว”นางกำนัลอู๋ซีกรีดร้องเมื่อเห็นร่างสีแดงจมลงใต้น้ำ เหล่าคนที่กำลังทุ่มเถียงกันต่างหันมามองเฮือก!สวรรค์! ระหว่างที่พวกเขาแต่มัวเถียงกัน องค์หญิงราชอาคันตุกะก็จมลงไปมิดศีรษะแ

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 245

    ชวีจินหยามองด้านหลังของทั้งคู่ดวงตาทอประกาย นางเหลือเวลาอีกไม่นานนัก คณะทูตใกล้จะกลับต้าอี้แล้ว การหวังรอให้ฮ่องเต้เป็นฝ่ายออกปากจัดการเรื่องสมรสให้นั้น เห็นการปกป้องจ้าวเหมยฮวาในวันนี้ก็รู้แล้วว่ายากโอรสสามองค์ของฮ่องเต้ต้าเฉิน องค์โตนั้นนางไม่คิดคาดหวัง ฮองเฮาต้าเฉินไม่มีทางรับองค์หญิงสายรองอย่าง

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 244

    ชั่วขณะนั้นไม่มีใครไม่รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของบุคคลที่ยืนอยู่เพียงผู้เดียวในงานช่างน่าเกรงขามเสียเหลือเกิน อำนาจที่มองไม่เห็นบีบคั้นจนหลายคนรู้สึกอึดอัดหัวใจ ทรงโบกพระหัตถ์เพียงเบาๆ เงาร่างที่จ่อกระบี่ไว้บนคอราชทูตพลันหายไปจากสายตา แม้แต่จ้าวเหมยฮวายังมองตามความเร็วของคนผู้นั้นไม่ทันเช่นกันนางรู้เ

  • เหมยฮวาฤดูหนาว   บทที่ 243

    อวี้เยี่ยนยิ้มตอบพี่ชาย “เมื่อครู่ข้าพนันกับนางไว้ ว่าการประลองเมื่อครู่รัชทายาทจะตายหรือไม่ เหมยฮวาตอบว่าเกือบแต่ไม่ตายด้วยสุราหนึ่งจอก ยามนี้นางชนะแล้วข้าขอดื่มให้หนึ่งจอก” พูดจบจึงยกจอกสุราขึ้นดื่มจนเกลี้ยง“ข้าพนันว่าเขาจะไม่ตายน่ะ”จ้าวเหมยฮวาเอ่ยยิ้มๆ รอยยิ้มของนางงดงามกระจ่างตาราวกับสามารถปัด

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status