เข้าสู่ระบบธีร์หันมาสบตากับรองผู้กำกับกองปราบตรง ๆ แววตาของนักล่าข่าวกรองคู่นั้นดูลึกซึ้งจนยากจะหยั่งถึง "แต่เครือข่ายที่เหลือ... และ 'หมากตัวใหม่' ที่กำลังจะหมุนเวียนขึ้นมาแทนที่นายพลอิทธิพลต่างหาก คือสิ่งที่สำนักข่าวกรองกำลังจับตาดู"สายตาของธีร์เหลือบมองผ่านกระจกเข้าไปในงาน แล้ว เขาหันกลับมามองรังสิมันต์อีกครั้ง ราวกับเขารู้ดีว่า 'กับดัก' และ 'เหลี่ยมรัก' ครั้งใหม่กำลังจะเกิดขึ้นโดยมีคนกลุ่มนี้เป็นศูนย์กลางเรื่องราวทวีความเข้มข้นขึ้นเมื่อหน่วยงานระดับชาติอย่าง สขช. มาร่วมวงด้วย!“ดื่มอะไรหรือยังเซลีน” รังสิมันต์หันไปทางเซลีนและอาตี้“อย่าห่วงฉันเลยค่ะบอส ห่วงคนโน้นเถอะ”เซลียพยักหน้าไปทางเรมี่ที่อยู่ในงาน ท่ามกลางผู้นำระดับสูงที่เนืองแน่น สายตาของธีร์ที่มองผ่านกระจกเข้าไปยังไม่ทันได้ละไปไหน ร่างบางของ เรมี่ ในชุดเดรสสีสุภาพก็เดินเลี่ยงฝูงชนมุ่งตรงมายังระเบียงเงียบ ๆ แววตาของเธอไม่ได้มีความตื่นกลัวเหมือนตอนที่อยู่บ้านพักอีกต่อไป“ดีกันยังบอส”จีนถามขึ้นลอย ๆ ทำให้สามคนหัวเราะพร้อมกัน อาตี้ดูงง ๆ เซลีนหันมาบอกเขาว่า“คุณรู้ไหมน้องสาวคุณตบหน้าบอสเรานะ”“เซลีน....”“เรื่องจริงนี่คะหัวหน้า ““ย
รังสิมันต์ผู้ดูสุขุมคนนี้แท้จริงแล้วคือสิงห์เหนือเสือใต้แห่ง กองบังคับการปราบปราม (บก.ป. หรือ "กองปราบ") หน่วยงานระดับพระกาฬแห่งกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ขึ้นชื่อเรื่องการส่งสายสืบนอกเครื่องแบบออกไปฝังตัวทลายซุ้มมือปืนและมาเฟียทั่วประเทศไทย โดยมีอำนาจสืบสวนสอบสวนคร่อมได้ทุกจังหวัดอย่างไร้ขีดจำกัด ยศพันตำรวจโทของเขาในหน่วยนี้จึงเต็มไปด้วยบารมีที่ใครก็ไม่อาจมองข้าม"ยินดีด้วยครับพี่รังสิมันต์ งานนี้ถ้าไม่ได้สายข่าวลึกของกองปราบช่วยชี้เป้า พวกเราคงควานหาตัวไอ้พวกสมุนยากแน่"นายตำรวจหนุ่มยศร้อยตำรวจเอกเดินเข้ามาชนแก้ว"ต้องยกเครดิตให้ทีมสนับสนุนด้วยครับ"รังสิมันต์ยิ้มรับเบา ๆ ก่อนสายตาจะเหลือบไปมองอีกด้านของห้อง ซึ่งมีกลุ่มนายตำรวจจาก กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) กำลังนั่งคุยกันอยู่ หน่วยนี้เด่นที่สุดเรื่องการส่ง "สายลับ" แฝงตัวเข้าไปในเครือข่ายค้ายาเพื่อล่อซื้อและสืบหาตัวหัวหน้าขบวนการใหญ่ ซึ่งในคดีของนายพลอิทธิพล เส้นทางการเงินส่วนหนึ่งก็ถูกลากยาวไปพัวพันกับเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติจนทำให้ บช.ปส. ต้องส่งมือดีมาร่วมทีมทางลับเช่นกันไม่ไกลกันนัก หมวดอาตี้ ในชุดสูทสากลดู
เรมี่ตาค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เธอหลุดปากเรียกชื่อพี่ชายเสียงหลง“ทำไมพี่อาตีทำอย่างนี้คะ?” สมองเบลอจนทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่าพี่ชายจะรู้เรื่องนี้และเอามาพูดต่อหน้ารังสิมันต์ในสถานการณ์แบบนี้ในขณะที่รังสิมันต์ค่อย ๆ ยื่นมือไปรับใบเอกสารนั้นมาดู “จุ๊ จุ๊ เธอไม่ต้องต่อว่าพี่ยัยเร..”อาตี้รีบขัด”คนที่จะต่อว่าเธอควรเป็นพี่ที่เธองุบงิบพูดไม่จริงกับพี่”สายตาคมกริบกวาดอ่านตัวอักษรบนกระดาษแผ่นนั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเรมี่“วันที่เธอบอกไม่ค่อยสบายพี่ถามเธอแล้วแต่เธอบอกจะรีบกลับไปพัก”รังสิมันต์นิ่งขึงไป สมองของเขาคล้ายจะสตั้นและหยุดทำงานไปหลายวินาที แววตาที่เคยอ่านยากกลับสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้นจนไร้คำพูดท่าทางนิ่งงันของเขาทำให้เรมี่จ้องมองด้วยความประหลาดใจแกมหวาดหวั่น เธอทำตัวไม่ถูกและเริ่มลนลาน จึงรีบหันไปประท้วงพี่ชายทันที"พี่อาตี้คะ! เรจัดการเรื่องนี้เองได้นะคะ”“แค่เรื่องที่เธฮแวะไปตรวจแบบไม่บอกพี่นี่ก็ไม่เข้าท่าแล้วยัยเร..”อาตี้พูดเสียงขึงขัง“แถมยังแวะไปบ้านของอคินไปต่อสู้กันแบบนั้น เด็กจะเป็นยังไง...”“ เรื่องนี้เรจัดการเองได้ ไม่จำเป็นต้อง...""ไม่ได้!"
เรมี่เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมคายของชายหนุ่มในขณะที่เขากำลังพยุงเธอเดินไปตามระเบียงทางเดินยาว ความสงสัยที่ค้างคาอยู่ในใจทำให้เธออดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกมา"คุณรู้ได้ยังไงคะว่าฉันอยู่ที่นี่... หมวดอาตี้เป็นคนบอกคุณเหรอ?"รังสิมันต์คลี่ยิ้มบางเบา นัยน์ตาคู่นั้นทอประกายความเอ็นดูผสมผสานกับความโล่งใจ เขาชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อยก่อนจะตอบเสียงทุ้ม"ไม่ใช่หรอกครับ... หมวดอาตี้ไม่ได้บอกชายหนุ่มละมือข้างหนึ่งมาจับข้อมือบางของเธอขึ้นมา แล้วใช้นิ้วโป้งลูบไล้ไปที่ตัวเรือนนาฬิกาข้อมือเรือนสวยที่เธอสวมอยู่เบา ๆ"ผมแอบเอาเครื่องติดตามขนาดจิ๋วติดไว้ที่นาฬิกาของคุณ ตั้งแต่คืนที่ผมไปนอนพักกับคุณแล้วต่างหากล่ะ"“เหลี่ยมเยอะนะคะ”เรมี่เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ แต่อกแกร่งของรังสิมันต์ยังคงโอบรัดเธอไว้แน่นราวกับจะปลอบประโลม"เครื่องนี้มันไม่ได้แค่บอกพิกัด แต่มันลิงค์ระบบเสียงทุกอย่างกลับไปที่ศูนย์บัญชาการของธีร์ทั้งหมดตลอดเวลา เพราะฉะนั้นคำสารภาพของไอ้อคินเมื่อกี้... หลักฐานมัดตัวมันแน่นหนาจนดิ้นไม่หลุดแน่นอน ถึงมันจะไม่ตายวันนี้ มันก็ไม่มีวันได้เห็นแสงเดือนแสงตะวันอีก"เมื่อเห็นหญิงสาวอ้าปากเตรียมจะประท้วงแล
เสียงปืนที่สาดกระหน่ำติดต่อกันหลายนัดจนแสบแก้วหู แรงปะทะทำให้อคินต้องผละหงายหลังออกจากจีจี้ในวินาทีที่เศษไม้และปลอกกระสุนปลิวว่อน ท่ามกลางความโกลาหลที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวนั้นเอง มีเงาร่างแกร่งพุ่งทะยานมาจากทางประตูที่เปิดอ้า วงแขนอันแข็งแรงและคุ้นเคยตวัดโอบกอดรัดรอบร่างของเรมี่เอาไว้แน่น ก่อนจะพากลิ้งหลบวิถีกระสุนเข้าไปยังมุมแผ่นผืนผ้าใบกลิ่นอายและอ้อมกอดที่คุ้นเคยนั้นทำให้หัวใจของเรมี่ที่เกือบจะหยุดเต้นกลับมาพองโตอีกครั้ง"หมอบลง!"เสียงตะโกนกร้าวของชายหนุ่มผู้มาพร้อมวงแขนอันแข็งแกร่งดังแหวกอากาศขึ้นมา เขาและกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำที่กรูตามเข้ามายังคงยิงเปิดทางส่งควันโขมงทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของคนจำนวนมากก็วิ่งกรูดังก้องสะท้อนไปทั่วทั้งคฤหาสน์ความโกลาหลแผ่ขยายไปทุกตารางนิ้ว เสียงปืนระเบิดซ้ำขึ้นอีกหลายนัดจากทางโถงทางเดินด้านนอกและภายในห้อง สลับกับเสียงกระจกหน้าต่างระเบียงที่แตกกระจายจากการจู่โจมรอบทิศทางเรมี่ที่ปลอดภัยอยู่ภายใต้การปกป้องของวงแขนแกร่งของรังสิมันต์..ความมืดมิดและแสงสีนวลโกเมนอันลึกลับก็ถูกทำลายลงโดยสิ้นเชิงพรึบ!ระบบควบคุมไฟทั้งหมดของคฤหาสน์ถูกกระชากเ
“จำคืนที่เราสองคนสัญญาจะร่วมมือกันตลอดไปได้ไหม...เมียผม”คำพูดนั้นสะท้อนก้องในหัว หัวใจที่เคยเต็มไปด้วยความแค้นดิ่งวูบและสั่นคลอนไปกับคำหวานที่เธอเคยโหยหามาตลอดเจ็ดปีเต็ม แววตาของเธอสั่นระริกขณะที่พยายามเค้นความเด็ดเดี่ยวปนเสียงสะอื้น ขณะที่เรมี่เธอพยายามเคลื่อนไหวให้แผ่วเบาที่สุดราวกับสายลม สายตาจับจ้องไปที่ปืนพกกระบอกเล็กของเธอที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นไม้ห่างออกไปสามก้าวเรมี่ค่อย ๆ คืบคลานมือไปตามพื้นอย่างระมัดระวัง เพื่อใช้จังหวะนี้แย่งชิงอาวุธของเธอกลับคืนมาขณะเดียวกัน แรงกดดันระหว่างอคินและจีจี้ยังคงตรึงเครียด ปลายกระบอกปืนในมือของจีจี้ยังคงสั่นระริก"อย่าเข้ามานะอคิน!" จีจี้ตวาดเสียงหลง แววตาสับสนปนเปจนดูน่าสงสาร "หยุดอยู่ตรงนั้น! เลิกเล่นละครตบตาฉันสักที 7 ปีที่ผ่านมาฉันยังโง่ไม่พออีกเหรอ!"อคินหยุดเท้าลงตามคำสั่ง แต่ใบหน้าของเขายังคงประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นนุ่มนวล ราวกับชายหนุ่มที่กำลังง้อคนรักในวันวาน“ผมพูดความจริงที่อยู่ในใจผม จีจี้”เขาค่อย ๆ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเสมออกเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และเริ่มใช้เสียงทุ้มต่ำหลอมละลายความโกรธของเธอ เหมือนอย่างที่เขาเคยทำสำเร็จมานับครั
เรมี่ก้าวลงจากรถสปอร์ตคันหรูในชุดลำลองที่ยังคงความดูดีแบบไม่ตั้งใจ เธอขยับแว่นกันแดดขึ้นเล็กน้อยพลางมุ่งหน้าไปยังร้านกาแฟชื่อดังประจำย่านเพื่อหาอะไรดื่มให้คลายความล้าและอยากให้สมองตื่นตัวกว่านี้สักหน่อยทว่าในจังหวะที่มือกำลังจะผลักประตูสเตนเลสสีทองขรึมของร้านเข้าไปนั้น สัญชาตญาณสายลับที่ถูกฝึกมาอย
อคิน นั่งเอนกายอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำสนิทในห้องทำงานส่วนตัว กลิ่นสีน้ำมันจางๆ ผสมกับกลิ่นซิการ์ราคาแพงอบอวลไปทั่วห้อง เบื้องหน้าของเขาคือ นายพลอิทธิพล นายทหารผู้กว้างขวางในกองทัพและคุมกำลังแถบชายแดน นายพลนั่งอยู่ตรงข้ามด้วยใบหน้าเคร่งเครียด มือที่หยาบกร้านกำแก้วบรั่นดีไว้แน่น"ช่วงนี้ด่านชายแดนตรวจเ
ท่ามกลางความมืดมิดของราตรีที่โอบล้อมคฤหาสน์หรูริมเจ้าพระยา งานประมูลศิลปะลับที่โลกเบื้องหน้าไม่เคยสัมผัสได้เริ่มต้นขึ้น "หมากกระดานแรก" ของเกมล่าสังหารและจารกรรมถูกวางลงอย่างประณีตรังสิมันต์ ในชุดสูททักซิโด้สีรัตติกาลตัดเย็บจากอิตาลี ยืนตระหง่านเคียงคู่กับ เรมี ที่งดงามราวกับกุหลาบขาวกลางดงหนามในช
"ห้องทำงานงั้นเหรอคะอคิน? “ริมฝีปากที่แต่งแต้มด้วยลิปติกแดงขยับขึ้นแบบเหยียด ๆ“ฉันเห็นแต่ 'โรงเชือด' ที่คุณใช้พู่กันแทนมีดโกนเท่านั้นแหละ" เธอเอ่ยกลั้วหัวเราะในลำคอพลางหยุดยืนเบื้องหน้าภาพพอร์ตเทรตนั้น นิ้วเรียวยาวที่เคลือบด้วยสีแดงสดราวกับหยดเลือดขยับไล้ไปในอากาศ ใกล้กับใบหน้าของเรมี่ในภาพวาดจน







