"เหลี่ยมรัก กับดักฆาตกร" (The Mastermind's Gambit)

"เหลี่ยมรัก กับดักฆาตกร" (The Mastermind's Gambit)

last updateDernière mise à jour : 2026-04-24
Par:  AaaYaaTawan(อาญ่าตะวัน)Mis à jour à l'instant
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
Notes insuffisantes
8Chapitres
14Vues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

นักสืบอิสระสาวสวยที่มาพร้อมเสน่ห์เหลือร้าย เธอมักใช้รูปลักษณ์ที่ดูเหมือน "สาวสังคม" บังหน้า แต่เบื้องหลังคือมันสมองระดับอัจฉริยะที่อ่านใจคนออกทุกฝีก้าว ต้องมาร่วมร่วมทีมเป็นคู่บัดดี้กับนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล สุขุม นิ่งลึก และมีเบื้องหลังเป็นที่ปรึกษาด้านอาชญวิทยาให้รัฐบาล เขามีสายตาคมกริบที่เหมือนจะมองทะลุเข้าไปถึงวิญญาณของทุกคน ทั้งเขาและเธอจะร่วมกันเปิดโปงความลับที่มีมายาวนานได้หรือไม่ ติดตามอ่านความสนุกเร้าใจได้เลยค่ะ ด้วยรักจากใจผู้เขียน AaaYaa_Tawan(อาญ่าตะวัน)

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1: กุหลาบอาบยาพิษ

เสียงเพลงคลาสสิกคลอเบาๆ ในโถงจัดเลี้ยงหรูหรา ท่ามกลางแสงระยิบระยับของโคมไฟคริสตัลขนาดยักษ์ที่ห้อยระย้าลงมาจากเพดานสูงระฟ้าของโรงแรมแกรนด์รอยัล กลิ่นน้ำหอมราคาแพงและเสียงหัวเราะต่อกระซิกของเหล่าชนชั้นสูงอบอวลไปทั่วงานเลี้ยงการกุศลระดับประเทศ

"เรมี่" ก้าวเข้ามาในงานด้วยท่วงท่าที่สะกดทุกสายตา ชุดราตรีผ้าไหมซาตินสีแดงเพลิงตัดเย็บอย่างประณีตแนบไปกับสัดส่วนโค้งเว้าที่สมบูรณ์แบบ ผิวขาวผ่องราวกับสลักจากหินอ่อนขับให้เธอดูโดดเด่นราวกับนางพญาที่หลุดออกมาจากภาพวาด

ภายใต้รอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่เธอมอบให้กับแขกเหรื่อนั้นจะมีสักกี่คนที่รู้ว่า เรมีไม่ได้มาที่นี่เพื่อดื่มด่ำกับไวน์รสเลิศ ดวงตาคู่สวยที่ล้อมกรอบด้วยขนตาหนางอนนั้นซ่อนความเฉลียวฉลาดระดับอัจฉริยะเอาไว้ เธอคือ "เรมี่ รัตนกุล" นักสืบอิสระที่วงการตำรวจต่างยำเกรงและโหยหาตัวมาตลอด

หญิงสาวกวาดสายตาไปโดยรอบสมองของเธอกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อประมวลผลพฤติกรรมของผู้คนในงาน ทุกจังหวะการก้าวเดิน การขยับเนกไท หรือแม้แต่การหลบสายตาของผู้ทรงอิทธิพลคนใดคนหนึ่ง ไม่เคยรอดพ้นการสายตาที่จับสังเกตของเธอไปได้

“ไวน์แดงสักแก้วไหมครับคุณผู้หญิง?” บริกรหนุ่มยื่นถาดมาตรงหน้า

“ขอบคุณค่ะ”

 เรมี่หยิบแก้วไวน์ขึ้นมา จังหวะที่ปลายนิ้วเรียวสัมผัสแก้ว สายตาของเธอกลับปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนเด่นยืนตระหง่านอยู่บนระเบียงชั้นลอย

ชายหนุ่มในชุดสูททักซิโด้สีดำสนิทตัดเย็บจากช่างฝีมือระดับโลก รูปร่างสมาร์ทและใบหน้าคมเข้มที่ดูสุขุมนุ่มลึกอย่างประหลาด เขาคือนักธุรกิจหนุ่มที่กุมบังเหียนอาณาจักรหมื่นล้าน และเป็นที่ปรึกษาพิเศษด้านอาชญวิทยาที่หาตัวจับยากที่สุด "รังสิมันต์ อัครเดช"

เขาไม่ได้มองเรมี่ด้วยสายตาหยาบโลนเหมือนชายคนอื่น แต่ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขากลับมองเธอด้วยความพินิจพิเคราะห์ ราวกับเขากำลังอ่าน "รหัสลับ" ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดราตรีสีแดงเพลิงนั้น

เรมี่กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างท้าทาย เธอรู้ดีว่าชายคนนี้ไม่ธรรมดา ความนิ่งลึกของเขาคือสัญลักษณ์ของคนที่มองเกมขาดทุกกระดาน และเสน่ห์ของเขาคือหน้าตารูปร่างภายนอกที่สะดุดตาไม่ว่าจะเป็นเพศไหนก็ย่อมหันมองแบบไม่ลังเล และไม่แปลกใจว่าทำไมใครเห็นก็ต้องหันมอง รัศมีภายในของเขาฉายอกมารับกับรูปลักษณ์ภายนอกของเขาให้ทุกคนทราบว่าคนอย่างเขาเรียกกันว่าหล่ออย่างมีภาษี

แต่แล้ว... ความรื่นเริงก็ถูกตัดขาดด้วยเสียงกรีดร้องที่โหยหวนจากมุมลึกสุดของห้องจัดแสดงศิลปะหลังโถงงานเลี้ยง เรมี่พุ่งตัวออกไปทันทีด้วยสัญชาตญาณ ความเร็วของเธอนั้นสวนทางกับรองเท้าส้นสูงที่สวมอยู่ เธอแหวกฝูงชนที่กำลังแตกตื่นเข้าไปจนถึงที่เกิดเหตุ

ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้แม้แต่คนที่มีภูมิต้านทานสูงอย่างเรมี่ถึงกับชะงัก ร่างของชายในชุดทักซิโด้นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นพรมสีไวน์ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งตัดกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงในงานคละเคล้ากันอย่างรุนแรง ร่างของ "นายธนาคารชื่อดัง" ผู้เป็นเจ้าภาพงาน  ถูกจัดวางอยู่บนแท่นหินอ่อนกลางห้องโถงในท่าทางที่ดูวิจิตรบรรจง ร่างกายของเขาถูกดัดให้โค้งมนราวกับรูปปั้น "The Dying Gaul" ศีรษะเอียงไปด้านหลังอย่างงดงามแต่สยดสยอง ผิวหนังที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำตัดกับกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ดอกหนึ่งที่ถูกปักไว้ในมือที่ประสานกันบนหน้าอก

ทว่า กุหลาบขาวนั้นกลับค่อยๆ เปลี่ยนสี... จากสีขาวนวลกลายเป็นสีม่วงคล้ำและดำสนิทในที่สุด ควันจาง ๆ พุ่งออกมาจากกลีบดอกพร้อมกับกลิ่นฉุนกึกของสารเคมีที่รุนแรง

“อย่าก้าวต่อ... ถ้ายังอยากมีลมหายใจ”

เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากเบื้องหลัง พร้อมกับมือหนาที่คว้าต้นแขนของเรมีไว้แน่นจนเธอรู้สึกถึงไอร้อนจากฝ่ามือ เขาออกแรงกระชากเบาๆ ให้เธอถอยห่าง ก่อนจะก้าวเข้ามาบังร่างของเธอไว้ สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ความสวยงามอันสยดสยองเบื้องหน้า

“กุหลาบอาบพิษ...” เขาเปรยขึ้น น้ำเสียงเรียบเฉยจนน่าขนลุก “ไซยาไนด์ผสมซัลเฟอร์ในความเข้มข้นที่ ‘ตั้งใจ’ ให้ถึงตาย”

รังสิมันต์ปรายตามามองเรมีช้าๆ แววตาของเขาซ่อนความนัยบางอย่างที่ยากจะอ่านออก

“สูดดมมันเข้าไป ปอดของคุณจะมอดไหม้จากข้างในแค่ ห้าวินาที เท่านั้น”

รังสิมันต์อธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงความห่วงใยที่ซ่อนลึก

เรมีสะบัดแขนออกเล็กน้อยแต่ไม่ได้ถอยหนี

“ฉันรู้ค่ะ... และฉันก็รู้ด้วยว่าฆาตกรตั้งใจจัดวางศพนี้เพื่อให้คนดู ‘ชื่นชม’ มากกว่า ‘หวาดกลัว’ นี่ไม่ใช่แค่การฆาตกรรม แต่มันคือการประกาศศักดาของคนที่คิดว่าตัวเองเป็นศิลปิน”

รังสิมันต์หรี่ตามองผู้หญิงสาวตรงหน้า ความฉลาดเฉลียวที่พรั่งพรูออกมาจากปากของเธอทำให้เขาแปลกใจ

“คุณเป็นใครกันแน่? แขกที่มาร่วมงานเลี้ยงคงไม่วิเคราะห์สารเคมีและจิตวิทยาฆาตกรได้คล่องแคล่วขนาดนี้”

เรมีขยับเข้าไปใกล้ชายหนุ่มจนได้กลิ่นน้ำหอมแนว Woody ที่แสนสุขุมของเขา ทำให้เธอรู้สึกถึงแรงกระตุ้นภายในนึกครึ้มที่อยากจะบอกเขาด้วยการเขย่งเท้าขึ้นกระซิบที่ข้างหูเขาเบาๆ

“ฉันชื่อเรมีค่ะ... และถ้าคุณอยากรู้ว่าฉันเป็นใครมากกว่านี้ คุณควรช่วยฉันหาทางออกจากวงล้อมของตำรวจที่กำลังจะมา เพราะเราทั้งคู่ต่างก็ ‘แอบ’ เข้ามาตรวจสอบที่นี่ก่อนเจ้าหน้าที่คนอื่นไม่ใช่หรือคะคุณรังสิมันต์?”

รังสิมันต์เลิกคิ้วสูง มุมปากของเขาโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ ที่มีเสน่ห์เหลือร้าย เขาพบแล้ว... ผู้หญิงที่สามารถเดินตามความเร็วของสมองเขาได้ทัน

“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณเรมี... ดูเหมือนว่าหมากกระดานนี้ เราจะต้องเล่นเป็นทีมเดียวกันเสียแล้ว”

ท่ามกลางความสับสนอลหม่านและเงาของฆาตกรที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด ทั้งสองสบตากันเนิ่นนานภายใต้แสงไฟที่เริ่มกะพริบดับ ความดึงดูดระหว่างกันนั้นแรงกล้าพอ ๆ กับปริศนาเลือดที่อยู่ตรงหน้า และนี่คือบทเริ่มต้นของเกมไล่ล่าที่ไม่มีใครรู้ว่า... ใครจะเป็นผู้ชนะบนกระดานแห่งชีวิตนี้

เสียงไซเรนตำรวจดังก้องสะท้อนมาจากหัวมุมถนน ระยะห่างที่งวดเข้ามาทุกทีทำให้บรรยากาศในห้องกักเก็บศพตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ

รังสิมันต์ไม่เพียงแค่ขยับยิ้ม แต่เขาก้าวเข้ามาประชิดจนเรมีสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากแผ่นอกกว้าง เขาโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารดที่ข้างใบหูของเธอ กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ของเขามันช่างขัดแย้งกับกลิ่นคาวเลือดและพิษร้ายที่อบอวลอยู่รอบตัว

“ฉลาดดีนี่ครับคุณเรมี...” เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นประสาท “นอกจากจะรู้ว่าผมเป็นใคร คุณยังรู้ด้วยว่าตอนนี้เรามีศัตรูคนเดียวกัน... นั่นคือ ‘เวลา’ และ ‘กฎหมาย’ ที่กำลังจะพังประตูเข้ามา”

มือหนาข้างหนึ่งของเขาเท้าลงกับกำแพงด้านหลังของเธอ กักขังหญิงสาวไว้ในวงแขนอย่างถือดี สายตาคมกริบคู่เดิมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเรมีราวกับจะขุดคุ้ยความลับที่ซ่อนอยู่

“ในเมื่อคุณเลือกจะเปิดไพ่ใบนี้แล้ว... ดูเหมือนว่าหมากกระดานนี้ เราถูกบีบให้ต้องลงเรือลำเดียวกันอย่างเลี่ยงไม่ได้” เขาเว้นจังหวะพลางปรายตามองไปที่ศพอาบพิษ “แต่จำไว้ว่าเรือลำนี้ไม่มีที่ว่างให้คนอ่อนแอ และถ้าใครคนหนึ่งพลาด... เราทั้งคู่จะจมลงไปพร้อมกัน”

แสงไฟนีออนด้านบนกะพริบถี่ขึ้นส่งเสียงหึ่ง ๆ ราวกับจะขาดใจ เสียงล้อรถที่บดลงบนพื้นถนนด้านนอกดังชัดขึ้นเรื่อย ๆ เรมีไม่ถอยหนี แต่กลับเชิดหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาท้าทาย ความดึงดูดระหว่างเขากับเธอมันรุนแรงและอันตรายพอ ๆ กับปริศนาเลือดที่รอการคลี่คลาย

“ห่วงตัวเองเถอะค่ะคุณรังสิมันต์ เพราะคนอย่างเรมี... ไม่เคยพาใครจม”

“ผมก็ได้แต่คาดหวังไว้อย่างนั้น”

ท่ามกลางเสียงไซเรนที่บีบกระชั้นเข้ามา

“ตามผมมา... ถ้าไม่อยากตอบคำถามตำรวจทั้งคืน”

รังสิมันต์ไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว เขาคว้าข้อมือของเรมีแล้วดึงเธอให้ก้าวตามไปอย่างรวดเร็ว

“คุณรู้ทางลับหรือไง?”

“ตามมาเถอะน่า”

เขานำเธอตรงไปยังผนังด้านหลังชั้นวางอุปกรณ์ที่ดูเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ แต่รังสิมันต์กลับเอื้อมมือไปกดสลักลับที่ซ่อนอยู่ใต้ขอบสแตนเลส ทันใดนั้น ผนังส่วนหนึ่งก็แยกตัวออกเผยให้เห็นบันไดแคบ ๆ ที่ทอดยาวลงไปในความมืดสนิท

“คุณเตรียมการไว้พร้อมขนาดนี้เชียว?”

 เรมีถามเสียงเรียบขณะก้าวลงไปตามแรงดึงของเขา กลิ่นอับชื้นของทางเดินใต้ดินตัดกันกับกลิ่นพิษข้างบนอย่างสิ้นเชิง จมูกของเธอต้องพยายามปรับมารับกลิ่นอับชื้นแทน

“ท่าทางคุณจะคุ้นเคยทางลับนี้ดีนะ”

“ในเกมที่อันตราย... ทางออกต้องมีมากกว่าหนึ่งเสมอครับคุณเรมี”

รังสิมันต์ตอบโดยไม่หันมามอง เขาพาเธอลัดเลาะไปตามทางเดินแคบ ๆ ที่มีเพียงไฟฉายกระบอกเล็กจากมือถือของเขาคอยนำทาง เสียงฝีเท้าของทั้งคู่สะท้อนก้องไปกับผนังคอนกรีต สอดประสานกับเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เริ่มดังระเบิดอยู่เหนือหัวพวกเขาขึ้นไปไม่กี่เมตร

ก่อนจะถึงทางออกที่เป็นประตูเหล็กเก่า ๆ รังสิมันต์หยุดกะทันหันจนร่างของเรมีกระแทกเข้ากับแผ่นหลังของเขา อย่างจัง เขาหันกลับมาประชิดตัวเธออีกครั้งในพื้นที่แคบจำกัด แสงรำไรจากปลายทางทำให้เห็นดวงตาของเขาที่วาวโรจน์ด้วยความสนุกแกมระวัง

“หมากตานี้เราหนีพ้น...”

เรมี่แทบกลั้นหายใจเมื่อในสภาวะที่คับขันและพื้นที่แคบเช่นนี้ทำให้รับรู้ถึงความรู้สึกขอร่างกายกันและกันได้ดี

 “แต่กระดานหน้า ผมหวังว่าคุณจะยังรักษาความเร็วของสมองไว้ได้เท่าเดิมนะ”

เขาหันกลับไปผลักประตูเหล็กออกไปสู่ตรอกมืดด้านหลังอาคาร ทำให้หญิงสาวผ่อนลมหายใจได้อย่างโ,งอกยิ่งขึ้นทและรับรู้ถึงลมเย็นปะทะใบหน้าพร้อมกับอิสรภาพที่แลกมาด้วยพันธสัญญาที่มองไม่เห็น

เขายังคงดึงข้อมมือของเธอเดินไปตามทางเดินท่ามกลางความมืดในตรอกแคบหลังอาคารชันสูตร เสียงไซเรนตำรวจค่อย ๆ ห่างออกไปทิ้งไว้เพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของคนสองคนที่เพิ่งเฉียดความตายมาด้วยกัน รังสิมันต์ปล่อยข้อมือของเรมีให้เป็นอิสระ แต่สายตายังคงจับจ้องเธอไม่วางตา ราวกับกำลังประเมิน "อาวุธ" ในมือชิ้นนี้

เขาสอดมือเข้ากระเป๋ากางเกง ท่าทางดูผ่อนคลายขึ้นแต่ทว่ายังคงความคุกคามลึกลับ

“รอดมาได้ก้าวหนึ่งแล้วนะครับคุณเรมี...” เขากระซิบ น้ำเสียงกึ่งขำกึ่งท้าทาย

“คราวนี้ก็ถึงตาคุณเลือก... จะหันหลังกลับไปทางถนนใหญ่แล้วลืมเรื่องกุหลาบอาบยาพิษนั่นซะ หรือจะเดินต่อในเงามืดไปกับผม?”

เรมีปัดฝุ่นออกจากแขนเสื้อ ปรับท่าทางให้ดูสง่างามไม่แพ้กัน เธอก้าวเข้าไปประชิดเขาจนระยะห่างลดน้อยลงอีกครั้ง ดวงตาคู่งามฉายแววรู้ทันและเหมือนเขากำลังท้าทายเธออยู่ มีหรือคนอย่างเรมี่จะแสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอ

“เราต่างก็รู้ดีไม่ใช่หรือคะ ว่าคนอย่าง ‘รังสิมันต์’ ไม่เคยช่วยใครฟรี ๆ “ หญิงสาวเชิดจมูกขึ้น

“และคนอย่าง ‘เรมี’ ก็ไม่เคยปล่อยให้เหยื่อที่น่าสนใจหลุดมือไปง่ายๆ” เธอเว้นจังหวะพลางยิ้มเย็น

“ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่... ในเมื่อเราเห็น ‘เขี้ยว’ ของกันและกันชัดขนาดนี้ แยกกันไปตอนนี้ก็น่าเสียดายแย่”

รังสิมันต์หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูอันตรายแต่ก็น่าหลงใหล

“พูดได้ดีครับ... ในโลกที่เต็มไปด้วยคนหลอกลวง การร่วมมือกับคนที่ ‘ร้าย’ พอกันอาจจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด” เขาผุดยิ้มเจ้าเล่ห์

“ยินดีต้อนรับสู่กระดานเลือดครับ คู่หู... ผมหวังว่าคุณจะใจแข็งพอที่จะไม่ถูกผม ‘กิน’ ไปเสียก่อนระหว่างทาง”

แสงไฟสลัวจากตึกข้างๆ พาดผ่านใบหน้าของทั้งคู่ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความหวาดระแวง กลายเป็นความร่วมมือที่ตั้งอยู่บนฐานของความลับและความท้าทาย

“มันก็น่าลองนะคะ” เธอย้อนอย่างไม่ลดละ

“ดีครับ งั้นตามมาทางนี้เลย”

เขานำเธอไปยังรถสปอร์ตสีดำสนิทเปิดประตูรับสาวสวยในชุดแดงเพลิงตัดกับสีรถกลายเป็นร่างที่เฉิดฉายที่สุดท่ามกลางแสงไฟที่สาดส่องมา จากนั้นรถจอดอยู่ก็ทะยานผ่านความมืดของกรุงเทพฯ มาจอดหน้าประตูกลางตรอกที่ดูเหมือนโกดังร้าง แต่เมื่อผลักเข้าไป กลับเป็นบาร์ลับสไตล์โปรฮิบิชั่น (Prohibition Bar) ที่อบอวลด้วยกลิ่นซิการ์และเสียงเพลงแจ๊สแผ่วเบา

รังสิมันต์นำเธอตรงไปยังมุมที่มืดที่สุดของร้าน พนักงานเสิร์ฟวางแก้วค็อกเทลทรงสูงสองแก้วลงโดยไม่ต้องสั่ง... แก้วหนึ่งใสสะอาดเหมือนน้ำเปล่า แต่อีกแก้วมีสีแดงสดราวกับเลือด

“ดื่มสิครับ... รับรองว่าแก้วนี้ไม่มีไซยาไนด์ผสมซัลเฟอร์” เขาเอ่ยกลั้วหัวเราะ พลางหมุนแก้วในมือช้า ๆ

เรมีหยิบแก้วสีแดงขึ้นมาจิบ สายตาจ้องมองเขาผ่านขอบแก้วอย่างท้าทาย

 “คุณมักจะกักเก็บความลับไว้ในแก้วเหล้าแบบนี้เสมอหรือเปล่าคะ?”เธอเลือกที่จะจ้องไปยังดวงตาคมของเขา

“ หรือแค่กับคนที่คุณคิดว่า ‘น่าจะ’ คุยภาษาเดียวกันรู้เรื่อง”

“ความลับคือสกุลเงินที่แพงที่สุดในโลกครับเรมี”

รังสิมันต์โน้มตัวเข้ามาใกล้จนแสงไฟสลัวตกกระทบเพียงครึ่งใบหน้าของเขา

 “และตอนนี้ผมกำลังถือครองข้อมูลที่ตำรวจทั้งกองบัญชาการยังหาไม่เจอ... เหยื่อรายนั้นไม่ใช่รายแรก และ ‘กุหลาบอาบพิษ’ นั่นคือลายเซ็นต์ของคนที่ผมตามล่ามาสามปี”

เขาวางรูปถ่ายใบหนึ่งลงบนโต๊ะไม้ขัดมัน เป็นรูปสัญลักษณ์ประหลาดที่ถูกสลักไว้บนเหยื่อรายก่อนหน้า ซึ่งดูคล้ายกับรอยสักจาง ๆ ที่ข้อมือของเรมีที่โผล่พ้นแขนเสื้อออกมาเพียงนิดเดียว

“ไก่เห็นตีนงูจริงๆ ด้วยสินะครับ...” เขาปรายตามองข้อมือเธอด้วยรอยยิ้มเย็นชา

 “บอกผมมาสิว่ารอยนั่นได้มายังไง แล้วผมจะบอกคุณว่าฆาตกรคนนี้... กำลังเล็งคุณเป็นรายต่อไปหรือเปล่า?”

บรรยากาศในบาร์เริ่มเย็นเยียบลงทันที เรมีวางแก้วลงเสียงดัง กึก ความเป็นคู่หูที่เพิ่งเริ่มต้น กำลังถูกทดสอบด้วยความเชื่อใจที่หาได้ยากยิ่งในเกมนี้

ท่ามกลางเสียงเพลงแจ๊สที่กรีดกราย เธอไม่ได้ดึงแขนเสื้อลงเพื่อปกปิดรอยสักนั้น ตรงกันข้ามเธอกลับขยับข้อมือให้แสงไฟสลัวอาบไล่มันราวกับเป็นเครื่องประดับราคาแพง

เธอโน้มตัวเข้าไปจนใบหน้าเกือบชิดกับรังสิมันต์ กลิ่นวิสกี้จาง ๆ จากลมหายใจของเขาไม่ได้ทำให้เธอประหม่าแม้แต่น้อย

“ช่างสังเกตสมคำร่ำลือนะคะคุณรังสิมันต์...” เธอถอยใบหน้ากลับออกไป

“ แต่ในโลกของ ‘งู’ อย่างเรา การมองเห็นแค่สิ่งที่ฝั่งตรงข้ามตั้งใจให้เห็น มันอาจจะเป็นกับดักที่ร้ายกาจที่สุดก็ได้”

เธอปรายตาลงมองที่ ปกเสื้อเชิ้ตสีเข้ม ของเขา ก่อนจะเอื้อมมือเรียวขาวไปแตะเบา ๆ ที่ต้นคอแกร่ง รังสิมันต์ชะงักไปเล็กน้อยแต่ไม่ได้ถอยหนี นิ้วมือของเรมีเขี่ยคอเสื้อของเขาออกเพียงนิด เผยให้เห็น รอยแผลเป็นทางยาว ที่ซ่อนอยู่ใต้รอยพับผ้า รอยแผลที่ดูเหมือนถูกของมีคมกรีดอย่างประณีต... และมันเป็นรูปแบบเดียวกับกลีบกุหลาบที่อาบพิษนั่นไม่มีผิดเพี้ยน

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
8
บทที่ 1: กุหลาบอาบยาพิษ
เสียงเพลงคลาสสิกคลอเบาๆ ในโถงจัดเลี้ยงหรูหรา ท่ามกลางแสงระยิบระยับของโคมไฟคริสตัลขนาดยักษ์ที่ห้อยระย้าลงมาจากเพดานสูงระฟ้าของโรงแรมแกรนด์รอยัล กลิ่นน้ำหอมราคาแพงและเสียงหัวเราะต่อกระซิกของเหล่าชนชั้นสูงอบอวลไปทั่วงานเลี้ยงการกุศลระดับประเทศ"เรมี่" ก้าวเข้ามาในงานด้วยท่วงท่าที่สะกดทุกสายตา ชุดราตรีผ้าไหมซาตินสีแดงเพลิงตัดเย็บอย่างประณีตแนบไปกับสัดส่วนโค้งเว้าที่สมบูรณ์แบบ ผิวขาวผ่องราวกับสลักจากหินอ่อนขับให้เธอดูโดดเด่นราวกับนางพญาที่หลุดออกมาจากภาพวาดภายใต้รอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่เธอมอบให้กับแขกเหรื่อนั้นจะมีสักกี่คนที่รู้ว่า เรมีไม่ได้มาที่นี่เพื่อดื่มด่ำกับไวน์รสเลิศ ดวงตาคู่สวยที่ล้อมกรอบด้วยขนตาหนางอนนั้นซ่อนความเฉลียวฉลาดระดับอัจฉริยะเอาไว้ เธอคือ "เรมี่ รัตนกุล" นักสืบอิสระที่วงการตำรวจต่างยำเกรงและโหยหาตัวมาตลอดหญิงสาวกวาดสายตาไปโดยรอบสมองของเธอกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อประมวลผลพฤติกรรมของผู้คนในงาน ทุกจังหวะการก้าวเดิน การขยับเนกไท หรือแม้แต่การหลบสายตาของผู้ทรงอิทธิพลคนใดคนหนึ่ง ไม่เคยรอดพ้นการสายตาที่จับสังเกตของเธอไปได้“ไวน์แดงสักแก้วไหมครับคุณผู้หญิง?” บริกรหนุ่มยื่นถาดมาตรงห
last updateDernière mise à jour : 2026-03-22
Read More
บทที่ 2: รอยแผลเป็น
“แผลสวยดีนะคะ...”เรมีกระซิบเสียงพร่า แววตาเต็มไปด้วยความเหนือกว่า“ ดูเหมือน ‘ลายเซ็น’ ของฆาตกรคนนี้จะประทับอยู่บนตัวคุณนานกว่ารอยสักของฉันเสียอีก” รังสิมันต์นิ่งงันไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบไหวระริกด้วยความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างความโกรธและความถูกใจอย่างรุนแรง“คำถามคือ... คุณเป็นผู้รอดชีวิตที่โชคดี หรือเป็น ‘หมาก’ ที่เขาจงใจเลี้ยงไว้เพื่อรอเวลาเชือดกันแน่คะ? เพราะถ้าฉันเป็นเป้าหมายรายต่อไป คุณเองก็น่าจะเป็น ‘ของสะสม’ ที่เขายังทำไม่สำเร็จเหมือนกัน”เขาคว้าข้อมือของเธอไว้ทันทีแต่ไม่ได้บีบแรงนัก บรรยากาศรอบโต๊ะตอนนี้เปลี่ยนจากความร่วมมือ กลายเป็นการ คุมเชิง ที่แทบจะหยุดลมหายใจ“คุณฉลาดเกินไปแล้วเรมี... “เสียงของเขาต่ำลึก“และในเกมนี้ คนที่รู้มากเกินไป มักจะไม่ได้ตายเพราะฆาตกร” เขากดเสียงต่ำ “แต่จะตายเพราะคู่หูของตัวเอง”รังสิมันต์กระตุกยิ้มที่ดูเหมือนมัจจุราชมากกว่าสุภาพบุรุษ เขาออกแรงกระชับข้อมือของเรมีจนเธอรู้สึกถึงพละกำลังที่มหาศาลกว่าที่เห็นภายนอก เขาไม่ได้บีบจนเจ็บเจียนตาย แต่เป็นการ “จองจำ” ที่ทำให้เธอรู้ว่าเขาคือกองเพลิงที่เธอไม่ควรลัดนิ้วเข้าไปเล่นด้วยเขาโน้มใบหน้าเข้ามาจนหน้าผ
last updateDernière mise à jour : 2026-03-22
Read More
บทที่ 3: กรงขังสีขาว
ความตึงเครียดของการสืบสวนจางลงแทนที่ด้วยกระแสไฟบางอย่างที่แล่นผ่านระหว่างคนสองคน รังสิมันต์ขยับเข้ามายืนซ้อนหลังเธอจนลมหายใจอุ่น ๆ ราดรดรินที่ต้นคอขาวระหง “เรามาตกลงกัน... ผมจะให้คุณเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดที่ผมมี ส่วนคุณ... ต้องมาเป็น ‘สมอง’ คู่กับผมจนกว่าเราจะจับมันได้”เรมีหันกลับมาสบตาเขาอย่างช้า ๆ รอยยิ้มหวานเย้ายวนใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย“ตกลงค่ะ... แต่ในฐานะหุ้นส่วนที่เท่าเทียมกันนะคะ ไม่ใช่ผู้ช่วย และถ้าฉันพบว่าคุณตลบหลังฉันแม้แต่นิดเดียว... ฉันจะเปลี่ยนคุณให้เป็นรูปปั้นคลาสสิกรายต่อไปเอง”รังสิมันต์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือเรียวของเธอขึ้นมาประทับจูบที่หลังมืออย่างแผ่วเบาและเนิ่นนาน “ด้วยความยินดีครับ... พาร์ทเนอร์ที่รักของผม”สัมผัสแผ่วเบาแต่เนิ่นนานจากริมฝีปากของรังสิมันต์ทำให้เรมีชะงักไปครู่หนึ่ง ความร้อนผ่าวแล่นปราดจากหลังมือขึ้นมาถึงหัวไหล่ แต่นักแสดงสาวผู้เจนสนามอย่างเธอไม่ยอมปล่อยให้ความหวั่นไหวปรากฏบนสีหน้าเธอยังคงนิ่งสนิท ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในตาของเขาราวกับจะค้นหาว่าภายใต้รอยจูบที่ดูเหมือนการให้เกียรตินี้ ซ่อนคำลวงหรือแผนการอะไรไว้กันแน่"จูบให้พร... หรือ
last updateDernière mise à jour : 2026-03-22
Read More
ตอนที่ 4 : น้ำผึ้งอาบยาพิษ
"ห้องทำงานงั้นเหรอคะอคิน? “ริมฝีปากที่แต่งแต้มด้วยลิปติกแดงขยับขึ้นแบบเหยียด ๆ“ฉันเห็นแต่ 'โรงเชือด' ที่คุณใช้พู่กันแทนมีดโกนเท่านั้นแหละ" เธอเอ่ยกลั้วหัวเราะในลำคอพลางหยุดยืนเบื้องหน้าภาพพอร์ตเทรตนั้น นิ้วเรียวยาวที่เคลือบด้วยสีแดงสดราวกับหยดเลือดขยับไล้ไปในอากาศ ใกล้กับใบหน้าของเรมี่ในภาพวาดจนเกือบจะสัมผัสเธอมองลึกเข้าไปในดวงตาที่อคินบรรจงวาดให้ดูอึดอัด แล้วหันกลับมาสบตากับอคินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหยันแกมสมเพช "สวยดีนะคะ... สวยจนฉันอดสงสัยไม่ได้ว่า ถ้าวันหนึ่ง 'เหยื่อ' ของคุณตื่นขึ้นมาแล้วรู้ว่าความเจ็บปวดของเขา กลายเป็นแค่เครื่องประดับบนฝาผนังบ้านคุณ... เขาจะยังมองคุณด้วยสายตาแบบเดิมอยู่ไหม?"คำพูดของจีจี้เปรียบเสมือนการโยนคบไฟลงในกองน้ำมัน เธอจงใจเหยียบลงบน จุดเปราะบาง ของอคินอย่างเลือดเย็น ท้าทายให้เขาระเบิดอารมณ์ที่กักขังไว้ออกมาใส่เธอแทนที่รูปวาดนั้นท่ามกลางบรรยากาศที่หนักอึ้งด้วยกลิ่นสีและไอระเหยของกามารมณ์ที่คุกรุ่น อคิน ไม่ปล่อยให้คำถากถางของจีจี้ลอยนวลอยู่ในอากาศนานนัก โทสะที่เคยถูกกักขังไว้ในปลายพู่กันบัดนี้ได้ระเบิดออกเป็นสัญชาตญาณดิบเขาขยับกายเพียงชั่วพริบตาป
last updateDernière mise à jour : 2026-03-22
Read More
ตอนที่ 5: หมากกระดานแรก
ท่ามกลางความมืดมิดของราตรีที่โอบล้อมคฤหาสน์หรูริมเจ้าพระยา งานประมูลศิลปะลับที่โลกเบื้องหน้าไม่เคยสัมผัสได้เริ่มต้นขึ้น "หมากกระดานแรก" ของเกมล่าสังหารและจารกรรมถูกวางลงอย่างประณีตรังสิมันต์ ในชุดสูททักซิโด้สีรัตติกาลตัดเย็บจากอิตาลี ยืนตระหง่านเคียงคู่กับ เรมี ที่งดงามราวกับกุหลาบขาวกลางดงหนามในชุดราตรีผ้าซิลค์สีงาช้าง ทั้งคู่แฝงตัวในคราบ "คู่รักมหาเศรษฐี"ท่วงท่าที่รังสิมนต์โอบเอวเรมีอย่างทะนุถนอมนั้น ดูแนบเนียนเสียจนแขกเหรื่อในงานต่างพากันจับจ้องด้วยความริษยาแกมสงสัยท่ามบรรยากาศในโถงจัดแสดงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความมั่งคั่ง แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลทอดเงาลงบนภาพวาดแนวนามธรรมและรูปสลักหินอ่อนที่จัดวางอย่างมีชั้นเชิง แขกเหรื่อจากทั่วสารทิศทั้งมหาเศรษฐีน้ำมันชาวอาหรับ ศิลปินผู้แต่งกายหลุดโลก และเหล่านักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลต่างถือแก้วแชมเปญทรงสูงเดินสวนกันขวักไขว่“ดูสิ... นั่นใครกัน?” เสียซุบซิบเกิดขึ้น“รัศมีดูไม่ธรรมดาเลย โดยเฉพาะผู้หญิงคนนั้น ผิวพรรณหล่อนราวกับรูปปั้นที่อคินเพิ่งวาดเสร็จไม่มีผิด”ภริยาของแขกท่านหนึ่งตกกระซิบบอกคู่ควงพลางพยักพะเยอมาทางเรมี“อาจจะเป็นเหยื่อรายใหม่...
last updateDernière mise à jour : 2026-03-25
Read More
ตอนที่ 6 ใต้เงาคฤหาสน์
อคิน นั่งเอนกายอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำสนิทในห้องทำงานส่วนตัว กลิ่นสีน้ำมันจางๆ ผสมกับกลิ่นซิการ์ราคาแพงอบอวลไปทั่วห้อง เบื้องหน้าของเขาคือ นายพลอิทธิพล นายทหารผู้กว้างขวางในกองทัพและคุมกำลังแถบชายแดน นายพลนั่งอยู่ตรงข้ามด้วยใบหน้าเคร่งเครียด มือที่หยาบกร้านกำแก้วบรั่นดีไว้แน่น"ช่วงนี้ด่านชายแดนตรวจเข้มผิดปกติ อคิน" นายพลเปรยเสียงต่ำ"สายของเรารายงานว่าพวกกรมศุลกากรกับพวกหน่วยข่าวกรองเริ่มได้กลิ่น 'ของ' ที่เราซุกไปกับรถขนส่งสินค้าปกติ ถ้าขืนส่งออกไปตรง ๆ แบบเดิม มีหวังโดนรวบยกแผงแน่"อคินหมุนควงพู่กันในมือเล่นอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบจ้องมองรูปปั้นครึ่งตัวที่วางอยู่มุมห้อง "ท่านนายพลครับ... ศิลปะคือการลวงตาเสมอ ถ้าพวกมันจ้องจะจับ 'ของผิดกฎหมาย' เราก็แค่ทำให้สิ่งที่พวกมันเห็น ไม่ใช่สิ่งที่พวกมันคิด"อคินโน้มตัวไปข้างหน้า รอยยิ้มวิปริตผุดขึ้นที่มุมปาก"ผมจะจัดนิทรรศการสัญจร งานศิลปะขนาดใหญ่ของผมจะถูกส่งออกไปในฐานะ 'ทูตวัฒนธรรม' ใครจะกล้ากะเทาะรูปปั้นหินอ่อนราคาหลายสิบล้าน หรือกรีดภาพวาดระดับโลกเพื่อหาของข้างใน? เราจะซ่อน 'ยาและอาวุธ' ไว้ในโพรงฐานรูปปั้นที่หล่อปิดตายด้วยปูนปลาสเตอร์ชนิดพิเศษ
last updateDernière mise à jour : 2026-03-25
Read More
ตอนที่ 7 : รอยร้าวในเงามืด (Fractures in the Shadow)
เรมี่ก้าวลงจากรถสปอร์ตคันหรูในชุดลำลองที่ยังคงความดูดีแบบไม่ตั้งใจ เธอขยับแว่นกันแดดขึ้นเล็กน้อยพลางมุ่งหน้าไปยังร้านกาแฟชื่อดังประจำย่านเพื่อหาอะไรดื่มให้คลายความล้าและอยากให้สมองตื่นตัวกว่านี้สักหน่อยทว่าในจังหวะที่มือกำลังจะผลักประตูสเตนเลสสีทองขรึมของร้านเข้าไปนั้น สัญชาตญาณสายลับที่ถูกฝึกมาอย่างดีก็ทำให้เธอชะงักฝีเท้า สายตาที่กวาดมองผ่านกระจกใสเข้าไปในร้านด้วยความรวดเร็วหยุดกึกอยู่ที่มุมหนึ่งจีจี้ กำลังนั่งอยู่ตรงนั้น... เคียงข้างกับ คมเอก มือขวาของอคินภาพตรงหน้าคือทั้งคู่กำลังดื่มกาแฟและสนทนากันอย่างเคร่งเครียด ผิดวิสัยของคนรู้จักทั่วไปที่บังเอิญมาเจอกัน จีจี้ดูไม่มีร่องรอยของความเกรี้ยวกราดเหมือนตอนอยู่ต่อหน้าอคิน แต่กลับดู 'ระแวดระวัง' และ 'จริงจัง' อย่างประหลาดสองคนนี้มากับอคินหรือนัดกันมาแค่สองคนนะ!เรมี่แสร้งขยับตัวทำเป็นเช็กข้อความในมือถือเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต แต่ดวงตาภายใต้กรอบแว่นกลับจ้องมองทุกอากัปกิริยาของคนทั้งสองผ่านเงาสะท้อน“นั่งคุยกับคมเอกในเวลาแบบนี้... จีจี้ เธอมีเลเยอร์ซ่อนไว้หนากว่าที่ฉันคิดจริงๆ”เธอยังไม่เปิดประตูเข้าไป แต่กลับถอยฉากออกมาหนึ่งก้าวเพื่
last updateDernière mise à jour : 2026-03-25
Read More
บทที่ 8: ที่เก่าเวลาเดิม
ตอนที่ 8: ที่เก่าเวลาเดิม!กระสุนนัดนั้นเจาะทะลุหัวไหล่ของชายชุดดำคนแรกจนร่างกระเด็นไปกระแทกประตูรถ ความเงียบของถนนสายเปลี่ยวถูกทำลายลงด้วยเสียงสาดกระสุนและการปะทะที่ดุดัน สิมันต์ไม่ได้หลบอยู่หลังที่กำบังเหมือนคนทั่วไป แต่เขากลับเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและเป็นจังหวะ ทุกย่างก้าวคือการคำนวณ ทุกนัดที่ลั่นไกคือการปลิดชีพ"กระจายตัวออก! ล้อมมันไว้!"หัวหน้าทีมชุดดำตะโกนสั่งการด้วยความลนลาน เมื่อเห็นลูกน้องล้มตายลงทีละคนราวกับใบไม้ร่วงรังสิมันต์แสยะยิ้มบาง ท่ามกลางวิถีกระสุนที่ปลิวว่อน แววตาของเขาไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันกลับเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความโกรธที่สุมอยู่ในอกไม่ใช่แค่โกรธพวกมดปลวกตรงหน้า แต่โกรธแม่แมวป่าที่เพิ่งเชิดหน้าหนีเขาไปตะกากหาก"พวกแกมาช้าไปห้านาที..."รังสิมันต์เอ่ยเสียงเย็นพลางเปลี่ยนซองกระสุนอย่างคล่องแคล่ว"เพราะยัยนั่นทำให้ฉันอารมณ์เสียจนไม่มีความเมตตาเหลือให้ใครแล้ว"เปรี้ยง! เปรี้ยง!สิ้นเสียงปืน ร่างของชายชุดดำที่ก้าวพ้นประตูรถออกมาก็ทรุดฮวบลงพื้นถนน รังสิมันต์ไม่รอให้ศัตรูที่เหลือตั้งตัวได้ทัน เขาอาศัยจังหวะความชุลมุนพุ่งตัวเข้าหาแนวต้นไม้ข
last updateDernière mise à jour : 2026-04-24
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status