LOGIN
ภายใต้ความกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจและนโยบายปรับลดพนักงานของบริษัท ทำให้ ไอริน เซลล์สาวแห่งโชว์รูม Rolls-Royce ผู้มีกฎเหล็กประจำใจว่าต่อให้เป็นเสี่ยใหญ่กระเป๋าหนักแค่ไหน หากหน้าตาไม่ผ่าน สเปกไม่โดน หรือยอดคอมมิชชั่นกับมาจิ้นไม่สูงพอที่จะทำให้เธอกระชุ่มกระชวยหัวใจละก็ เธอก็จะบริการด้วยไมตรีจิตแบบนักธุรกิจสาวมืออาชีพโดยไม่มีการเสนอตัวใดๆ ทั้งสิ้น แต่เมื่อลูกค้ารายใหญ่ระดับเจ้าของโรงแรมชื่อดังย่านราชเทวีปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับความหวังเดียวที่จะช่วยให้เธอดำรงตำแหน่งอยู่ได้
ใบหน้าหล่อเหลาได้รูป รสนิยมแพงระยับ และความเจ้าเล่ห์ที่แฝงมากับรอยยิ้มคมคาย ทำให้ไอรินยอมผ่อนปรนกฎเหล็กของตัวเองชั่วคราว เพราะนอกจากยอดขายจะก้อนโตแล้ว ตัวตนของเขาดันตรงสเปกหนุ่มในฝันที่ทำให้หัวใจเธอกระชุ่มกระชวยอีกด้วย
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานสั่นเบาๆ ในเช้าวันศุกร์ ไอรินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงหวานนุ่มตามวิชาชีพ
“สวัสดีค่ะพี่กวินทร์... วันนี้เรื่องนัดหมายทดลองขับและสรุปรายละเอียดรถ พี่สะดวกตามที่คุยกันไว้ไหมคะ?”
ปลายสายหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นเจือความเจ้าเล่ห์ที่ไอรินไม่ทันได้สังเกต
“วันนี้พี่ติดดูงานข้างนอกแถวราชเทวีครับ น้องสะดวกมาเจอพี่ข้างนอกไหม คุยให้จบๆ ตรงนี้ พรุ่งนี้พี่จะได้ให้เลขาจัดการเรื่องใบจองและสั่งซื้อให้จบไปเลย”
ไอรินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความลังเล
“งั้นพี่ส่งโลเคชั่นมาให้ไอรินหน่อยได้มั้ยคะ เดี๋ยวไอรินขับรถไปหา”
“งั้นเอางี้มั้ย น้องไอรินไม่ต้องมาหรอก เดี๋ยวพี่เข้าไปรับที่โชว์รูมดีกว่า เดี๋ยวพี่จะจอดรถไว้ที่นั่น แล้วน้องก็เดี๋ยวออกไปเทสต์ไดรฟ์กับพี่ โอเคมั้ย”
น้ำเสียงเฉียบขาดแต่แฝงความเร้าใจออกคำสั่งแกมบังคับ ทำให้ไอรินเผลอคล้อยตามอย่างง่ายดาย ไม่ถึงสี่สิบนาทีต่อมา รถหรูคันคลาสสิกก็มาจอดสนิทที่หน้าโชว์รูม ชายหนุ่มก้าวลงจากรถด้วยความมั่นใจ ไอรินที่กำลังยืนรออยู่หน้ารถรถเอ่ยทักทายด้วยความสุภาพอ้อนน้อง
“สวัสดีค่ะพี่กวินทร์ รถเทสไดร์พร้อมแล้วค่ะ” ไอรินยกมือไหว้พร้อมเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มหวาน
“หวัดดีครับ น้องไอรินเรียกพี่ว่าพี่วินเฉย ๆ ก็ได้นะครับ เรียกกวินทร์มันดูเหมือนเป็นพนักงานในโรงแรมเรียกพี่ยังไงก็ไม่รู้” เขากระซิบเสียงนุ่ม ทอดสายตาสำรวจเรือนร่างเย้ายวนของเธออย่างไม่นึกเกรงใจ
“ได้ค่ะพี่วิน” ไอรินยิ้มรับเบาๆ หัวใจสั่นไหวกับบรรยากาศที่เริ่มอบอวลไปด้วยแรงดึงดูด หญิงสาวกำลังจะก้าวขึ้นรถคันหรูที่เธอเตรียมเอาไว้ให้เขาเทสไดร์ ทันทีที่เธอกำลังจะเปิดประตูรถ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงก็โชยมาปะทะจมูก ชายหนุ่มผู้มาเยือนรีบขยับเข้ามาใกล้จนไหล่แทบชิดกัน
“พี่ขอขับเลยได้มั้ย”
“อ๋อ ได้สิคะ”
“งั้นเราจะไปเทสไดร์กันที่ไหนดีคะ”
“อืม เดี๋ยวค่อยคิดได้มั้ย พี่ขอแวะไปทานกาแฟก่อน คือเช้านี้ร่างกายพี่ต้องการคาเฟอีนมากเลย” กวินทร์เอ่ยพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความหมายบางอย่าง
“ค่ะ งั้นเป็นร้านไหนดีคะ”
“เดี๋ยวพี่พาไปครับ” เขายื่นข้อเสนอด้วยแววตาพราวระยับ
“ได้ค่ะ” หญิงสาวยื่นกุญแจรถให้ชายหนุ่ม
ก่อนจะเผยรอยยิ้มอย่างเต็มใจ โดยไม่รู้เลยว่าการไปเทสไดร์ครั้งนี้ เขากำลังจะพาเธอหลุดเข้าไปในเกมสวาทที่เธอไม่ได้เป็นคนคุมเกมแต่เพียงผู้เดียว
รถหรูคันงามลัดเลาะเข้าสู่ตรอกซอกซอยอันเงียบสงบ เพื่อหลีกหนีความติดขัดของท้องถนน ก่อนจะพุ่งทะยานสู่คาเฟ่ลับแห่งหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางแมกไม้นานาพันธุ์ราวกับหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง บรรยากาศภายในร่มรื่น เงียบสงบ และเป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง เหมาะแก่การเจรจาธุรกิจ หรือเรื่องส่วนตัวที่ไม่อยากให้ใครล่วงรู้
“ที่นี่เป็นร้านประจำพี่เองแหละ บรรยากาศดีแล้วก็เป็นส่วนตัวมากๆ น้องไอรินอยากสั่งเมนูไหนก็เชิญเลยนะครับ” กวินทร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งเมนูให้เธอ ดวงตาคมกริบทอดมองหญิงสาวข้างกายด้วยประกายความปรารถนาที่เริ่มก่อตัวชัดเจนขึ้น
ภายใต้แสงไฟสลัวละมุนตาที่สาดส่องผ่านกิ่งไม้ใบหญ้า ไอรินในชุดสูทเข้ารูปขยับตัวนั่งลงตรงข้ามกับชายหนุ่ม ก่อนจะดึงโบชัวร์รถหรูรุ่นเรือธงออกจากแฟ้มมาวางบนโต๊ะไม้ดีไซน์คลาสสิก พร้อมกับรอยยิ้มที่นักขายมืออาชีพมักใช้สะกดใจลูกค้า
“นี่คือรายละเอียดโปรโมชันพิเศษที่ไอรินคัดมาให้พี่วินโดยเฉพาะเลยนะคะ รับรองว่ารถรุ่นที่พี่เลือก จะต้องคุ้มค่าและเหมาะสมกับตำแหน่งท่านประธานโรงแรมอย่างพี่แน่นอนค่ะ” ไอรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ชวนฟัง ดวงตากลมโตจ้องมองเขาอย่างมีความหวัง และเดือนนี้ เธอก็หวังเพียงยอดขายจากเขาเพียงคนเดียวที่จะช่วยพยุงตำแหน่งและรายได้ของเธอเอาไว้
หลังจากผ่านพ้นบทรักอันแสนหนักหน่วง ไอรินก็ขอตัวกลับมาทิ้งตัวลงนอนในห้องนอนส่วนตัวของเธอได้สำเร็จ ความเงียบงันภายในห้องที่คุ้นเคยไม่ได้ช่วยให้จิตใจสงบลงเลยแม้แต่น้อยภาพเหตุการณ์เมื่อครั้งที่เธอยังเป็นเด็กสาวมัธยมปลาย ช่วงเวลาที่เธอตัดสินใจใช้ความอ่อนเยาว์และร่างกายของตนเองเป็นเครื่องต่อรอง เพื่อขอร้องอ้อนวอนให้สุชาติยุติพฤติกรรมเจ้าชู้และกลับมาดูแลมารดาที่ล้มป่วยนับแต่วันนั้น ข้อแลกเปลี่ยนอันโสมมก็เริ่มต้นขึ้น ทุกครั้งที่เธอกลับมาจากโรงเรียน มือหยาบกร้านของสุชาติมักจะรอคอยจังหวะล่วงล้ำเข้ามาใต้กระโปรงนักเรียนเนื้อดี ดึงร่นกางเกงในตัวบางลงอย่างชำนาญ ก่อนจะใช้นิ้วมือลูบไล้ไปตามร่องเสียวของเด็กสาวที่ยังไม่ประสีประสา ความนุ่มนิ่มหยุ่นมือราวกำมะหยี่ที่ตัดกับความเปียกชุ่มเล็กน้อยตรงกลางร่อง ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าร่างกายของเธอเริ่มตอบสนองต่อสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นอย่างไม่รู้ตัว“อ๊ะ... ป๊าคะ อย่าค่ะ...” เสียงครางสะดุ้งและคำท้วงติงหลุดลอดออกมาจากลำคอของไอรินได้เพียงนิดเดียว เพราะริมฝีปากของเธอกลับถูกพ่อเลี้ยงประกบจูบปิดกั้นเสียงไว้ พร้อมกับสะโพกอิ่มที่พยายามขยับถอยหนีตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว
หลังร่างหนาของสุชาติลับตาไป ไอรินก็ผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกมาราวกับยกภูเขาออกจากอก เธอรีบสาวเท้าตรงไปยังห้องนอนของมารดาซึ่งป่วยติดเตียงอยู่ทางชั้นล่างของบ้าน ร่างอวบอิ่มทรุดตัวลงนั่งข้างเตียงผู้ป่วย แววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนในทันที“สวัสดีค่ะแม่... วันนี้รถติดมากเลยค่ะ กว่าจะเคลียร์งานที่โชว์รูมเสร็จก็ค่ำมืดแล้ว” ไอรินเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความอบอุ่น พร้อมกับส่งยิ้มบาง ๆ ให้ผู้เป็นแม่อัญชิสามารดาที่นอนหนุนหมอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยส่งยิ้มตอบกลับมาด้วยความดีใจ ดวงฝ้าฟางฉายแววความคิดถึงเอ่อล้น“ไม่เป็นไรหรอกลูก... หนูเดินทางมาเหนื่อย ๆ ทานอะไรมาหรือยังล่ะหืิอ”ไอรินโน้มตัวเข้าสวมกอดมารดาอย่างนุ่มนวล มือเรียวบางกุมมือเหี่ยวย่นและเย็นเฉียบของผู้เป็นแม่ไว้แน่นราวกับต้องการถ่ายทอดพลังใจ“หนูทานข้าวจากในเมืองมาแล้วค่ะแม่... วันนี้หนูซื้อขนมของโปรด มาฝากแม่ด้วยนะ เดี๋ยวหนูแกะให้แม่ทานนะคะ”ระหว่างที่ป้อนขนมและพูดคุยเล่าเรื่องราวสัพเพเหระเพื่อสร้างรอยยิ้มบนใบหน้าของคนป่วย บรรยากาศภายในห้องก็อบอวลไปด้วยความรักความผูกพันของสองแม่ลูก ไม่นานความเงียบสงบก็ถ
อาทิตย์ต่อมาไอรินจำใจต้องเดินทางกลับบ้านเกิดที่ต่างจังหวัดด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก การกลับมาที่นี่ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้านของคนอื่น แต่มันคือการเดินทางกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตอันขมขื่นที่เธออยากจะลืมเลือนไปตลอดกาล บ้านปูนหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางชุมชนชนบทแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่กักเก็บรอยแผลในใจและตราบาปอันดำมืดของเธอไว้ตั้งแต่เรียนจบ เธอก็ตัดสินใจหนีความจริงอันเจ็บปวดเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ เพื่อหวังจะสร้างระยะห่างจากพ่อเลี้ยง โดยปกติแล้ว ในทุก ๆ อาทิตย์หากพอมีเวลาว่าง ไอรินจะหาจังหวะเดินทางกลับมาหามารดาเป็นประจำแต่บางครั้งสุชาติมักจะเป็นฝ่ายโทรศัพท์ตามเร่งเร้าอยู่เสมอ ด้วยข้ออ้างเดิม ๆ คือเรื่องของมารดาเธอที่เจ็บป่วยอยู่บ่อย ๆ“ไอริน... จะถึงกี่โมง แม่บ่นคิดถึงจะแย่อยู่แล้ว” น้ำเสียงของพ่อเลี้ยงทางปลายสายแฝงไว้ด้วยความนัยที่ซ่อนเร้นและความต้องการอันหื่นกระหาย ซึ่งเธอย่อมรู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของมารดา“ใกล้ถึงแล้วค่ะป๊ะ” แม้ความอึดอัดจะกัดกินหัวใจทุกครั้งที่ต้องกดรับสาย แต่เธอก็ยังพอมีความโล่งใจอยู่บ้าง เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอยังมี ป้าเพ็ญ ญาติผู้ใหญ่ที่เธอจ้างวานไว
การดูดดึงอันชำนาญที่สั่งสมและเรียนรู้มาตั้งแต่เด็ก ช่วยปลุกเร้าอารมณ์ของคุณสมภพให้พุ่งทะยานขึ้นจนถึงขีดสุด ชายสูงวัยแอ่นสะโพกเข้ากระแทกกระทั้นเข้าหาลำคอระหงด้วยความเสียวซ่าน มือสากหนาเลื่อนลงมากดตรึงศีรษะของเธอให้แนบแน่นเข้ากับหว่างขา บังคับควบคุมให้โพรงปากอุ่นร้อนกลืนกินความดิบเถื่อนอย่างเมามันไอรินเร่งจังหวะขยับศีรษะให้เร็วขึ้น หวังจะให้บทรักนี้ช่วยนำพาความสุขสมมาสู่ชายสูงวัยเสียที และในวินาทีที่เขากลัดมันจนแทบจะถึงจุดปลายทาง คุณสมภพกลับหยุดการเคลื่อนไหวแล้วดึงรั้งศีรษะของเธอออกมากะทันหัน ใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานจนเกือบจะปลดปล่อย“พี่ขอแตกในนะ พี่ไม่ชอบแตกปาก หนูโมคโคตรเก่งเลย พี่ไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนโมคเก่งเท่าหนู” คุณสมภพกระซิบเสียงพร่าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหื่นกระหายชายสูงวัยเอื้อมมือสอดเข้าใต้รักแร้ทั้งสองข้าง ออกแรงดึงรั้งเรือนร่างอวบอิ่มให้นอนราบลงไปกับฟูกเตียงนุ่ม ก่อนจะกดน้ำหนักลงมาเบียดชิด พร้อมออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงพร่าพร่าทว่าเต็มไปด้วยอำนาจบังคับ“จับขาตัวเองอ้าไว้นะ อย่างนั้นแหละ”เซลล์สาวชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยอมทำตามคำสั่งโดยดี เธอใช้สองมื
“โอ๊ยยย... โอยยย!... คุณพี่... อื้มมม ซี้ดส์!!...”ไอรินร้องท้วงเสียงสั่นระริก ร่างกายบิดเกร็งไปตามแรงอารมณ์สวาท ทว่าความกำหนัดที่ตีตื้นขึ้นมาจนล้นอกกลับทำให้เธอไม่อาจปฏิเสธการสอดใส่ที่เร่าร้อนและดุดันนั้นได้ จังหวะการตอกกระแทกอันหนักหน่วงและจังหวะรุกรับอย่างช่ำชองของเขา ชวนให้สติของเธอพร่างพราย แรงกำหนัดอันมหาศาลและลีลาแสนดิบเถื่อนนี้มีอานุภาพทรมานใจเธอดีพอๆ กับสัมผัสจากพ่อเลี้ยงในวันวานไม่มีผิด“โอยยย... แน่นมากเลยหนู... พี่เสียวเหลือเกิน โคตรฟิต ซี๊ดดด อ่าร์!!!” คุณสมภพคำรามลึกในลำคอด้วยความสยิวซ่าน เอวสอบกระหน่ำโยกโถมเข้าหาอย่างบ้าคลั่งในม่านหมอกแห่งตัณหา ไอรินหลับตาแน่น หายใจกระเส่าปนสะอื้น ความซ่านหวามผสมผสานกับปมความปวดร้าวในใจลึกๆ จนแยกไม่ออก ในความรู้สึกที่ผสานลึกล้ำเวลานี้ ภาพของชายสูงวัยตรงหน้าแทบจะซ้อนทับจนคล้ายกับว่าคุณสมภพกลายเป็นตัวแทนของพ่อเลี้ยง... ผู้ชายที่เธอเคยเรียกว่าป๊า และเคยฝากฝังตราบาปอันขื่นขมไว้ในจิตใจของเธอตลอดมาคุณสมภพกระหน่ำสะโพกเข้าใส่ไม่ยั้งแรง ตัวตนร้อนผ่าวบดเบียดไปตามผนังเนื้อที่บีบรัดตอดรัดอย่างบ้าคลั่ง เสียงเนื้อกระทบกันดังประสานกับเสียงครางกระเส่
มือหยาบกร้านของชายสูงวัยเริ่มลูบไล้ต่ำลงมา บีบขย้ำสะโพกกลมกลึงที่อยู่ภายใต้ชุดยูนิฟอร์มของเซลล์สาวสีน้ำเงินเข้มขอบทองอย่างสนุกมือ ชุดเดรสทำงานดีไซน์เข้ารูปเน้นสัดส่วน ตัวเสื้อท่อนบนดีไซน์คอวีไขว้เฉียงลึกพอกรุบกริบ ช่วยขับเน้นช่วงคอระหงและเนินอกอิ่มให้ดูโดดเด่นสะดุดตา ท่อนล่างเป็นกระโปรงทรงสอบสั้นผ่าข้างเล็กน้อยที่แนบกระชับไปกับเรียวขาเนียน ความเต่งตึงเด้งสู้มือทำเอาคุณสมภพหมั่นเขี้ยวก่อนจะเริ่มบีบขยำหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนเนื้อผ้าเนื้อดีตึงเปรี๊ยะตามแรงมือ“อ้าส์... อืมมม...” ยิ่งชายสูงวัยเล้าโลมเธอมากเท่าไหร่ ไอรินก็ยิ่งส่งเสียงครางดังขึ้นเท่านั้น ร่างอรชรอ่อนระทวยแนบชิดติดกับร่างหนาราวกับคนไม่มีแรงจะยืน พวงแก้มแดงระเรื่อ ดวงตากลมโตหวานซึ้งระคนความจำยอม เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนดัดเป็นลอนสลวยคลอเคลียกรอบหน้า งดงามจับตาชายสูงวัยหื่นกามอยู่ไม่น้อยคุณสมภพไม่รอช้ารีบสอดมือสากหนาเข้าไปใต้ชายกระโปรงทรงสอบ คว้าหมับเข้าที่เนินเนื้ออวบอูมที่ยังมีกางเกงในตัวบางกั้นอยู่เต็มมือ“อูยยย... อืมมม...” เซลล์สาวสะดุ้งเฮือกยามเมื่อปลายนิ้วมือของเขาขยับบดขยี้ไปทั่วกลีบเนื้ออวบอิ่มจนน้ำหวานเริ่มเอ่อล้นทะลักเปียกชุ







