LOGIN“ไอ้เชี่ยมาร์ค!! เบาๆ หน่อยไอ้สลัด ล้านนึงเยอะไปแล้วไอ้เพื่อนปากส้นบาทา” พี่สี่หันไปกระซิบพร้อมกัดฟันพูดใส่ข้างหูพี่มัคคึเพื่อนรักของเขา
“นี่พี่กำลังจะบอกว่า...” “เฮียสนใจ...อยากจะได้น้องตะไคร้มาเป็นเมียจ้ะ ถ้ายอมหนูจะสบายไปทั้งชีวิตเลย” พี่สี่มันพูดโพล่งขึ้นมาแล้วจ้องมองฉัน “โหย...จะบ้าและพี่ ตลกละ โรคจิตหรือเปล่านะ! มาขอกันดื้อๆ แบบนี้เลยเรอะ นี่ถ้าพ่อหนูได้ยินนะ...กบาลพี่ได้แยกเป็นสี่แฉกไปแล้ว เผลอๆ ได้ไปนอนให้น้ำเกลืออยู่โรงบาลด้วย” “อะแฮ่ม...งั้นพี่ขอตัวก่อนนะ กลัวกบาลจะแยก แหะๆ” พี่มัคคึรีบพูดขึ้นแล้วชิ่งเดินออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว เหลือไอ้พี่สี่ที่ตอนนี้นั่งนิ่งจ้องหน้าฉันอย่างไม่ลดละสายตาเลยแม้แต่นิด “ขอจีบได้เปล่าครับ...ตะไคร้คนสวย” “ไม่ได้!!” ฉันรีบตอบปฏิเสธไปในทันที “ไม่ได้...แปลว่าได้ใช่มั้ย” “หืม...ไม่ได้ก็แปลว่าไม่ได้โว้ย!! พี่นี่เข้าใจอะไรยากจริงๆ” ฉันโวยวายแล้วลุกขึ้นเตรียมจะเดินออกไป หมับ! พี่สี่ลุกขึ้นยืนแล้วคว้าแขนฉันไว้ก่อนจะดึงเบาๆ ให้ตัวฉันเข้าไปใกล้ชิดกับตัวเขา “พี่หล่อนะ...แถมรวยด้วย” “โห...หล่อรวยแล้วยังไงเล่า ปล่อยหนูเลยนะไม่อย่างนั้นพี่โดนดีแน่!” ฉันพยายามดีดดิ้นเพื่อให้หลุดจากการกอบกุมของเขา ผู้ชายอะไรหลงตัวเองสุดๆ หล่อรวยแล้วยังไงล่ะ ถ้านิสัยเสียน่าม่อหลอกล่อไปทั่ว ฉันก็ไม่เอาด้วยหรอก “จะโดนอะไรเหรอครับคนสวย...?” เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งแล้วกระตุกยิ้มมุมปากใส่ “โดน...เตะ...ไข่แตกยังไงเล่า” ตุ้บ! โอ๊ย! อ๊าก! พูดจบอีตะไคร้คนนี้ก็ยกเข่าอันทรงพลังกระทุ้งเข้าไปที่เป้าตุงๆ ของไอ้พี่สี่อย่างแรงเลยจ้า เจ้าตัวถึงกับตัวงอเป็นกุ้งเอามือกุมเป้าแล้วหน้าแดงเถือกขึ้นมาทันที ส่วนพี่มัคคึเมื่อเห็นอย่างนั้นเขาก็รีบวิ่งแจ้นเข้ามาลากเพื่อนรักของตัวเองไปขึ้นรถไปอย่างไว ฮ่า ฮ่า ถึงกับจุกจนพูดไม่ออกเลย สมน้ำหน้า! ….. “อะ...ไอ้มาร์ค ไอ้เพื่อนหัวดวย ไอ้เพื่อนระยำเอ๊ย! มึงแนะนำผู้หญิงดีๆ ให้กูบ้างไม่ได้เรอะ โอย...จุกไข่” “ไอ้สี่เพื่อนรัก...ไข่แตกหมดแล้วมั้งไอ้เชี่ย ก็กูบอกมึงแล้วไง ว่าอีน้องตะไคร้มันแสบ มันกวนตีน” “บอกเชี่ยอะไรมึง คอยดูถ้าได้มาเป็นเมียกูเมื่อไหร่นะ จะจับแม่งกดทุกวันให้จุกสุดๆ ไปเลย” “หะ...หา! มึงโดนขนาดนี้ยังคิดจะเอาน้องมันมาเป็นเมียอีกเรอะ กูเดาได้เลยไข่มึงคงได้แตกวันละหลายๆ รอบแน่” “กูไม่ยอมง่ายๆ หรอก จะเอาอีน้องตะไคร้มาเป็นเมียกูให้ได้...มึงคอยดูได้เลย!” “คอยดูมึงไข่แตกน่ะเหรอเพื่อนรัก...?” “ไอ้มาร์ค ไอ้เพื่อนส้นตีน ฟาดหน้าสักทีมะ!” มหาวิทยาลัยxxx ช่วงพักกลางวัน... “อีตะไคร้แดกอะไรดีวะวันนี้” “มึงจะกินอะไรล่ะ ว่าแต่เรียกเพื่อนนี่ต้องมีอีนำหน้าด้วยเหรอวะ อีน้ำเน่า” ฉันตอบกลับเพื่อนสาว มันชื่อว่าน้ำหนึ่งแต่ฉันจะชอบเรียกมันว่า น้ำเน่า เพราะมันปากเน่ามาก หมายถึงพูดจาหมาไม่รับประทานอยู่เรื่อยอะค่ะคุณผู้ชม “หืมอีนี่...กูชื่อน้ำหนึ่งโว้ย เดี๋ยวตบปากเลย” “แล้วสรุปที่ถามกูว่าจะกินอะไรเนี่ย มึงคิดได้แล้วเหรอว่าตัวมึงเองจะกินอะไร...” “กินผู้ชาย” มันตอบฉันแต่สายตามันดันจ้องมองไปยังพวกกลุ่มผู้ชายที่เตะบอลกันอยู่ที่สนาม “เฮ้อ...กูเหนื่อยใจกับมึงจริงๆ” ฉันมองมันแล้วส่ายหน้าเบาๆ อย่างเอือมระอา น้ำหนึ่งกับฉันเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ เรียนก็เรียนที่เดียวกัน ตอนนี้เราสองคนเรียนอยู่คณะบริหารธุรกิจปีสองแล้ว น้ำหนึ่งมันเป็นคนที่หน้าตาดีระดับหนึ่งเลยแต่เลือกเก่ง ที่เลือกเก่งนี่คือ...เลือกผู้ชายเก่งมากค่ะ เปลี่ยนผู้ชายควงเป็นว่าเล่นเลย ผิดกันกับฉันที่ไม่ชอบเลือกเพราะไม่มีผู้ชายมาให้เลือกเลย แงง ถามว่าฉันสวยไหม ก็สวยพอๆ กับน้ำหนึ่งมันเลยนะอันนี้พูดเรื่อง จริง แต่ก็ไม่เคยมีผ่านเข้ามาให้เลือกสักคน จะมีก็แต่คนที่ฉันแอบปลื้มอยู่ ‘พี่บอม’ เขาเป็นรุ่นพี่ เรียนอยู่ปีสี่คณะแพทยศาสตร์ พี่เขาหล่อมากนะ แบบว่าหล่อมากๆ คนแบบฉันคงเข้าหาไม่ถึงว่าที่หมอคนนี้หรอก ….. โรงอาหารในมหาวิทยาลัย ฉันกับน้ำหนึ่งนั่งกินก๋วยเตี๋ยวกันอยู่ภายในโรงอาหาร วันนี้คนแออัดมาก เหมือนจะรวมใจกันไม่ออกไปกินข้าวข้างนอกอะ เพราะปกติในโรงอาหารคนจะน้อยมาก “ตะไคร้ๆ มึงหันไปดูนู่นดิ” “ดูอะไรของมึงวะ...?” ฉันทำหน้างงๆ “ดูพี่บอมไงมึง พี่เขากำลังเดินมาทางนี้เว้ย” “จะ...จริงเหรอ” ฉันรีบวางตะเกียบที่คีบก๋วยเตี๋ยวกินลงทันที แล้วหันไปมองด้านหลัง “พี่บอมจริงๆ ด้วย แต่ว่าเขามากับสาวนี่หว่า แฟนเหรอ...?” “ไม่รู้นะ แต่ว่า...มึงกูตื่นเต้นว่ะ ปกติพี่เขาจะไม่เคยมากินข้าวในโรงอาหารเลยไม่ใช่เหรอวะ ทำไมวันนี้ถึงมาได้ แถมยังมากินกับสาวอีกด้วย” “นั่นดิ วันนี้เป็นวันอะไรหรือเปล่าวะ คนถึงได้แห่กันมากินข้าวในนี้” ฉันถามน้ำหนึ่งพลางอยากรู้คำตอบ และหวังลึกๆ ว่าเพื่อนรักคนนี้จะให้คำตอบฉันได้ แต่ไม่เลยจ้ะ... “กูก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะเพื่อน แหะๆ” มันยิ้มเจื่อนๆ แล้วยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ “มึงก็รู้ว่ากูไม่ค่อยรู้เรื่องแบบนี้” “เออๆ กูว่าเรารีบๆ กินแล้วออกไปจากที่นี่กันเหอะ พอคนเริ่มเยอะแล้วรู้สึกอึดอัดยังไงบอกไม่ถูก” “เออว่ะ กูก็ว่างั้นแหละ” ว่าจบฉันกับน้ำหนึ่งก็นั่งก้มหน้าก้มตากินก๋วยเตี๋ยวกันต่อจนหมดเกลี้ยงชาม แล้วเดินถือแก้วน้ำอัดลมออกมาคนละแก้วก่อนจะพากันไปนั่งเล่นอยู่ที่ใต้อาคารคณะบริหารธุรกิจเฮียสี่คลานมาเรื่อยๆ จนหยุดอยู่ตรงหน้าพี่บอม ก่อนจะยกมือขึ้นแล้วประกบเข้าหากัน “เฮียอย่าทำนะ! พี่บอมหนูขอร้องพี่อย่าทำแบบนี้เลยนะ พี่ตั้งสติดีๆ ก่อนนะคะ เมื่อก่อนพี่บอมไม่ใช่คนแบบนี้เลยนะ” ฉันพยายามพูดหว่านล้อม “หึ! กูเป็นแบบนี้ก็เพราะมึงนั่นแหละ...ถ้ามึงเลือกกูตั้งแต่แรก กูก็คงจะไม่ต้องมาลงแรงทำเรื่องเหี้ยๆ แบบนี้หรอก” เขาใช้ปลายกระบอกปืนจ่อไปที่หัวเฮียสี่ “จะบอกอะไรให้นะ...กูจ้างคนไประเบิดโรงงานมึงเองแหละ เพราะกูอยากให้มึงตายแบบไม่เหลือซาก แต่มึงแม่งเสือกดวงดีรอดมาได้” “ไอ้ชั่ว! มึงแม่งสารเลว” ฉันเผลอปากด่ามันออกไปทำให้มันโมโหและจะง้างมือตบฉัน “ขอร้อง...ทำกูแทน” เฮียสี่พูดขึ้นแล้วยกมือไหว้ไอ้พี่บอม “ได้ดิไอ้สัส!” เพียะ! พี่บอมมันใช้ปลายกระบอกปืนตบเข้าที่หน้าเฮียสี่อย่างแรงจนมีเลือดซึมออกมาที่มุมปากก่อนจะเอาปืนกดจ่อไปที่หัวของเฮีย “ยอมเจ็บแทนเมียเลยเหรอวะ ปลื้มใจว่ะ ฮ่า ฮ่า” เพียะ! เพียะ! พี่บอมใช้ปลายกระบอกปืนตบเข้าที่หน้าเฮียสี่ซ้ำอีกสองครั้ง คราวนี้ทำให้คิ้วเฮียแตกและมีเลือดไหลออกมา “พี่บอมหยุดได้แล้ว! ขอร้องหยุดเถอะ ฮือๆ” ฉันร้องไห้ออกมา ตอนนี้สงสารเฮียสี่แท
Chapter 12 (The end) เมื่อเสร็จกิจเราสองคนก็พากันเดินจูงมือออกมาจากห้องของน้ำหนึ่งก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นว่าเจ้าของห้องต้องมานั่งหน้าจ๋อยรออยู่ข้างนอก “อุ๊ย! ตกใจหมดเลย มึงมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้เนี่ย” “เหรอ...ก็มานั่งรอคุณสองคนเสร็จกิจเนี่ยแหละค่ะ ไม่ทราบว่าไปอดอยากปากแห้งกันมาจากไหนเหรอคะ” น้ำหนึ่งพูดประชดประชันใส่ “กินกันอิ่มแล้วเนอะ ขออนุญาตเข้าห้องนะคะ บาย” พูดจบมันก็เปิดประตูเดินเข้าไปเลย “เอ้า...ก็ไหนบอกจะไปทำธุระไง” ฉันยืนงง “เรากลับบ้านกันดีกว่าครับ ป่านนี้ลูกๆ คงตื่นแล้วแหละ” เฮียสี่จูงมือฉันเดินไปทันที คฤหาสน์เสี่ยสาม ขับรถเข้ามาจอดฉันสังเกตว่ามันดูเงียบแปลกๆ เงียบแบบผิดปกติ ลุงคนขับรถก็ไม่เห็นออกมา ป้าแม่บ้านก็ไม่เห็นออกมารับเหมือนเคยเช่นกัน “เฮีย ทำไมมันดูเงียบผิดปกติอะ” ฉันถามพลางเปิดประตูแล้วลงมาจากรถ “ป้าแม่บ้านก็ไม่เห็น” “นั่นสิ คงจะเล่นอยู่กับลูกๆ เราอยู่ข้างในแหละมั้ง เราเข้าไปหาลูกกันเถอะครับ” เฮียสี่จูงมือฉันเดินเข้าไป เมื่อเดินเข้าไปฉันก็ได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นของลูกๆ และเสียงร้องโวยวายของป้าแม่บ้าน เฮียสี่ปล่อยมือฉันออกก่อน แล้วรีบวิ่งไปดู ฉั
ภายในห้องนอนน้ำหนึ่ง (NC18+) เฮียสี่อุ้มฉันเข้ามาในห้องนอนของน้ำหนึ่งแล้ววางฉันลงบนเตียงก่อนประกบจูบอย่างดูดดื่ม มือก็อยู่ไม่สุขล้วงเข้าไปปลดตะขอบราแล้วดึงออกมากองไว้ที่พื้น ลิ้นสอดแทรกลิ้นแล้วตวัดพันกันพัลวันอยู่ภายในโพรงปาก ตอนนี้เราทั้งคู่ต่างต้องการกันและกันมาก สัมผัสที่โหยหามาสามปีมันกำลังจะเติมเต็มในอีกไม่ช้า “อื้อ...เฮีย ให้หนูทำให้เฮียนะ” “หือ...ปกติไม่เคยเห็นจะอยากทำให้เลยนิครับ” “ก็ตอนนี้อะไรๆ มันก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว หนูแค่อยากจะทำหน้าที่เมียที่ดีบ้าง รวมไปถึงเรื่องบนเตียง” “ตามใจหนูเลยครับ” เฮียสี่ยกยิ้มก่อนจะผละตัวออกไปนอนแผ่ “ปราณีเฮียด้วยนะครับ” “บ้า! หนูไม่ใช่คนรุนแรงเหมือนเฮียสักหน่อย นอนเฉยๆ ไปเลยค่ะ แล้วก็ระวังจะหลงหนูจนหัวปักหัวปำด้วยนะคะ” พูดจบฉันก็ขึ้นไปคร่อมอยู่บนตัวเฮียสี่แล้วถอดเสื้อผ้าตัวเองออกอย่างช้าๆ จนหมด ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเขาทีละเม็ดจนหมดเผยให้เห็นกล้ามหน้าท้องแน่นๆ ผิวขาวและเนียนมากๆ ฉันโน้มหน้าลงไปจูบปากเฮียสี่ก่อนแล้วค่อยๆ เลื่อนมาพรมจูบตามใบหน้าหล่อจนทั่วก็เปลี่ยนมาซุกไซ้ตามซอกคอแล้ว ดูดแรงๆ จนเป็นรอยเหมือนที่เขาเคยทำกับฉ
กริ๊ง กริ๊ง เสียงกริ่งดังขึ้นน่าจะเป็นคนมาส่งขนมแหละ “เสียงกริ่งห้องมึงเชยมากเลยน้ำหนึ่ง” “ก็มันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว...มึงจะให้กูเปลี่ยนเป็นเสียงสามช่ามั้ยล่ะ หรือหมอลำแบบโจ๊ะๆ ดี” “ก็ดีนะเวลาเดินไปเปิดประตูจะได้เต้นไปด้วย มึงนั่งรอนี่แหละเดี๋ยวกูลุกไปเปิดเอง” ฉันบอกกับน้ำหนึ่งก่อนจะลุกแล้วเดินไปเปิดประตู “ฮะ...เฮีย!” นี่ไม่ใช่คนส่งขนมแต่เป็นเฮียสี่ “กลับไปคุยกันที่บ้านก่อน” “เดี๋ยวค่อยกลับ หนูยังกินไม่เสร็จ” ฉันเดินกลับมานั่งลงแล้วตักข้าวกินต่อ “มึงเป็นคนบอกใช่มั้ย” หันไปถามน้ำหนึ่ง “เออ...กูอยากให้คุยกันไง” น้ำหนึ่งมันยอมรับว่าเป็นคนบอกเฮียสี่เองว่าฉันอยู่ที่คอนโดมัน “กลับบ้านไปคุยกันก่อนนะครับ” เฮียสี่เดินมาลงข้างๆ ฉันแล้วโอบเอวไว้ “หนูกำลังเข้าใจผิด...แบบผิดมากๆ เลยตอนนี้” “หนูเข้าใจถูกแล้ว” “เข้าใจผิด!” “เข้า...ใจ...ถูก!!” “เอ้อ...กูลืมเลยว่าต้องออกไปทำธุระข้างนอกสักพักใหญ่ๆ เลยอะ ช่วยเฝ้าห้องให้กูแป๊บนะเพื่อนรัก ขอบใจมาก” น้ำหนึ่งมันรีบเดินพรวดออกไปแล้วกดล็อกห้องก่อนจะปิดประตูลง “เดี๋ยวสิ นี่มึงจะไปไหนวะ กูไปด้วยสิ” ฉันลุกขึ้นพรวดเช่นกันแล้วเตรียมจะเดินตา
ลูก!! นี่เฮียสี่พูดว่าลูก!! “ใช่...อีกอย่างก็คิดถึงพี่สี่แหละเลยมาหาตามที่อยู่ที่พี่ให้” “อื้ม...แล้วนี่กินอะไรกันมาหรือยัง แล้วเงินพอใช้มั้ย” เงินพอใช้ไหมอย่างนั้นเหรอ!! ฉันไม่อยากจะมายืนเป็นก้างขวางคอและไม่อยากทนฟังเลยเดินเข้าไปแย่งตัวน้องหนึ่งมาจากเฮียสี่ “ตามสบายนะคะ” พูดจบก็เดินออกมาทันทีแล้วพาลูกๆ เข้าไปนอนในห้อง นี่อย่าบอกนะว่าสามปีที่ผ่านมาเฮียสี่ไม่ได้ไปติดอยู่ในเรือ แต่ไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้นและมีลูกด้วยกัน ไม่น่าจะใช่หรอกมั้ง...อย่าคิดมากสิตะไคร้เอ๊ย ….. “นี่ก็ผ่านมาเกือบชั่วโมงแล้วทำไมอีเฮียมันยังไม่ขึ้นตามฉันมาอีกนะ ขอแอบลงไปดูหน่อยดีกว่า” ว่าจบฉันก็เดินลงมาข้างล่างคนเดียวปล่อยให้ลูกๆ นอนหลับอยู่ในห้องไปก่อน เดินไปดูในห้องรับแขกก็ไม่มี “ป้าคะ...เฮียสี่ไปไหนเหรอ” ฉันถามป้าแม่บ้านที่เดินผ่านมาพอดี “ไม่ได้บอกนะคะ แต่ป้าเห็นไปกับผู้หญิงคนนั้นและก็เด็กค่ะ ออกไปได้สักพักแล้วนะคะ” “ไปได้สักพักแล้วเหรอคะ!” “ใช่ค่ะ...คุณสี่ก็ไม่ได้บอกคุณตะไคร้เหรอคะ” “เปล่าค่ะ ขอบคุณป้ามากๆ นะคะ” ฉันรีบเดินขึ้นไปข้างบนอย่างรวดเร็วก่อนจะเข้าไปในห้องหยิบโทรศัพท์มือถือมาแล้
เราเดินกันไปเรื่อยๆ จนมานั่งพักอยู่ที่โต๊ะไม้ ตะไคร้ให้ผมและลูกๆ นั่งรอ ส่วนเธอเดินไปซื้อน้ำกับกาแฟให้ผม “ป่าป๊า...” น้องหนึ่งเรียกผม “ครับผม...” ผมขานรับแล้วยิ้มให้ลูกสาว “พาหนึ่นไปดูเจื๋อหน่อยได้มั้ยคะ หม่าม้าไม่ยอมพาไปดูเพราะหม่าม้าบอกว่ามันน่ากลัวค่ะ” “ใช่ๆ ฉองก็อยากดูเจื๋อ ป่าป๊าพาไปดูหน่อยได้มั้ย” เจ้าแฝดพากันพูดออดอ้อนจะให้ผมพาไปดูเสือโดยให้แอบพาไปตอนนี้เพราะตะไคร้ไม่อยู่ คือเธอห้ามไม่ให้พาลูกไปเพราะมันเป็นเสือที่อยู่นอกกรงให้คนได้เข้าไปถ่ายรูปกันโดยมีเจ้าหน้าที่คอยคุมอยู่ด้วย เอาไงดีนะผมยิ่งแพ้ความออดอ้อนอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเมียหรือลูกผมก็แพ้... . . “เดี๋ยวยิ้มกันหน่อยนะครับรูปจะได้ออกมาดูดี” เจ้าหน้าที่สั่งให้ผมกับลูกๆ ยิ้ม แล้วกดถ่ายรูปให้ “เรียบร้อยครับ จับเล่นได้ตามสบายเลยน้องไม่กัดหรอกครับถ้าเราไม่ไปทำอะไรให้เค้ากลัวหรือตกใจ ว่าแต่เด็กๆ น่ารักมากเลยนะครับไม่มีกลัวเลยสักนิด” เจ้าหน้าที่พูดแล้วยิ้มให้ “ขอบคุณครับผม” ใช่ครับ ผมพาลูกมาดูเสือตามที่ร้องขอ ดูชนิดที่ว่าแบบใกล้ชิดสุดๆ และลูกๆ ก็ไม่มีกลัวเลยสักนิด จับและลูบเจ้าเสือเหมือนกับเป็นแมวไปเลย ฮ่าๆ เจ้
ภายในก็ไม่มีอะไรมากนัก เป็นบ้านโล่งๆ มีสองห้องนอนหนึ่งห้องน้ำและห้องครัวเล็กๆ อยู่หลังบ้าน ฉันถึงกับต้องอมยิ้มออกมาเมื่อเห็นรูปวัยละอ่อนของตัวเองแปะติดรอบผนังภายในเต็มไปหมด มองดูอย่างตื่นตาตื่นใจเพราะบางรูปก็ไม่เคยเห็นมาก่อนว่าพ่อกับแม่ไปแอบถ่ายมาตอนไหน “นี่พ่อกับแม่เล่นเอารูปเรามาติดเยอะแยะขนาดน
ผมก็ยังไม่วายที่จะพูดแหย่ตะไคร้ให้เธอเขินอายเล่นๆ เพราะผมชอบมองหน้าเธอเวลามันแดงก่ำ ดูน่ารักมากๆ “ไม่ต้องเลย...เดี๋ยวจะโดน!” พูดจบเธอก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปแล้วปิดประตูล็อกกลอนแบบแน่นหนา “จริงๆ เลย เมียใครวะเนี่ย” ผมยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูเธอแล้วล้มตัวลงนอนบนที่นอน ..... 21:00น. ป๊ากับม้าผมติ
“ว่าแต่ดาด้าคนสวยหลับแล้วเหรอ...?” ไอ้มาร์คมันถามตะไคร้ก่อนจะชะเง้อมองไปบนเตียง “หลับหรือซ้อมตายวะนั่น” “มึงไม่ต้องมาพูดเลย ขึ้นไปนอนบนเตียงมึงอะ” ผมไล่ให้ไอ้มาร์คขึ้นไปนอนบนเตียงแทน แล้วให้ตะไคร้นอนข้างล่างกับผม “เชี่ย! มึงจะบ้าเหรอวะไอ้สี่! กูไม่ขึ้น...จะนอนข้างล่าง” ไอ้มาร์คมันปฏิเสธที่จะขึ้
“ทำไมต้องห้าม...ในเมื่อคนที่โดนกระทำไม่ใช่เมียเฮีย” กรี๊ด!!! พี่หมวยนางร้องกรี๊ดออกมาอย่างกับคนบ้าเสียสติ จนน้ำหนึ่งกับรุ่นน้องต้องช่วยกันลากนางออกไปให้ร้องกรี๊ดที่อื่น “เฮ้อ...เรามานอนกันต่อดีกว่า ง่วงมาก” เฮียสี่ล้มตัวลงนอนพลางดึงฉันลงไปด้วย “สบายใจยังครับ” “สบายใจอะไรของเฮีย หนูไม่ได้มีอ







