INICIAR SESIÓN“ไอ้เชี่ยมาร์ค!! เบาๆ หน่อยไอ้สลัด ล้านนึงเยอะไปแล้วไอ้เพื่อนปากส้นบาทา” พี่สี่หันไปกระซิบพร้อมกัดฟันพูดใส่ข้างหูพี่มัคคึเพื่อนรักของเขา
“นี่พี่กำลังจะบอกว่า...” “เฮียสนใจ...อยากจะได้น้องตะไคร้มาเป็นเมียจ้ะ ถ้ายอมหนูจะสบายไปทั้งชีวิตเลย” พี่สี่มันพูดโพล่งขึ้นมาแล้วจ้องมองฉัน “โหย...จะบ้าและพี่ ตลกละ โรคจิตหรือเปล่านะ! มาขอกันดื้อๆ แบบนี้เลยเรอะ นี่ถ้าพ่อหนูได้ยินนะ...กบาลพี่ได้แยกเป็นสี่แฉกไปแล้ว เผลอๆ ได้ไปนอนให้น้ำเกลืออยู่โรงบาลด้วย” “อะแฮ่ม...งั้นพี่ขอตัวก่อนนะ กลัวกบาลจะแยก แหะๆ” พี่มัคคึรีบพูดขึ้นแล้วชิ่งเดินออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว เหลือไอ้พี่สี่ที่ตอนนี้นั่งนิ่งจ้องหน้าฉันอย่างไม่ลดละสายตาเลยแม้แต่นิด “ขอจีบได้เปล่าครับ...ตะไคร้คนสวย” “ไม่ได้!!” ฉันรีบตอบปฏิเสธไปในทันที “ไม่ได้...แปลว่าได้ใช่มั้ย” “หืม...ไม่ได้ก็แปลว่าไม่ได้โว้ย!! พี่นี่เข้าใจอะไรยากจริงๆ” ฉันโวยวายแล้วลุกขึ้นเตรียมจะเดินออกไป หมับ! พี่สี่ลุกขึ้นยืนแล้วคว้าแขนฉันไว้ก่อนจะดึงเบาๆ ให้ตัวฉันเข้าไปใกล้ชิดกับตัวเขา “พี่หล่อนะ...แถมรวยด้วย” “โห...หล่อรวยแล้วยังไงเล่า ปล่อยหนูเลยนะไม่อย่างนั้นพี่โดนดีแน่!” ฉันพยายามดีดดิ้นเพื่อให้หลุดจากการกอบกุมของเขา ผู้ชายอะไรหลงตัวเองสุดๆ หล่อรวยแล้วยังไงล่ะ ถ้านิสัยเสียน่าม่อหลอกล่อไปทั่ว ฉันก็ไม่เอาด้วยหรอก “จะโดนอะไรเหรอครับคนสวย...?” เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งแล้วกระตุกยิ้มมุมปากใส่ “โดน...เตะ...ไข่แตกยังไงเล่า” ตุ้บ! โอ๊ย! อ๊าก! พูดจบอีตะไคร้คนนี้ก็ยกเข่าอันทรงพลังกระทุ้งเข้าไปที่เป้าตุงๆ ของไอ้พี่สี่อย่างแรงเลยจ้า เจ้าตัวถึงกับตัวงอเป็นกุ้งเอามือกุมเป้าแล้วหน้าแดงเถือกขึ้นมาทันที ส่วนพี่มัคคึเมื่อเห็นอย่างนั้นเขาก็รีบวิ่งแจ้นเข้ามาลากเพื่อนรักของตัวเองไปขึ้นรถไปอย่างไว ฮ่า ฮ่า ถึงกับจุกจนพูดไม่ออกเลย สมน้ำหน้า! ….. “อะ...ไอ้มาร์ค ไอ้เพื่อนหัวดวย ไอ้เพื่อนระยำเอ๊ย! มึงแนะนำผู้หญิงดีๆ ให้กูบ้างไม่ได้เรอะ โอย...จุกไข่” “ไอ้สี่เพื่อนรัก...ไข่แตกหมดแล้วมั้งไอ้เชี่ย ก็กูบอกมึงแล้วไง ว่าอีน้องตะไคร้มันแสบ มันกวนตีน” “บอกเชี่ยอะไรมึง คอยดูถ้าได้มาเป็นเมียกูเมื่อไหร่นะ จะจับแม่งกดทุกวันให้จุกสุดๆ ไปเลย” “หะ...หา! มึงโดนขนาดนี้ยังคิดจะเอาน้องมันมาเป็นเมียอีกเรอะ กูเดาได้เลยไข่มึงคงได้แตกวันละหลายๆ รอบแน่” “กูไม่ยอมง่ายๆ หรอก จะเอาอีน้องตะไคร้มาเป็นเมียกูให้ได้...มึงคอยดูได้เลย!” “คอยดูมึงไข่แตกน่ะเหรอเพื่อนรัก...?” “ไอ้มาร์ค ไอ้เพื่อนส้นตีน ฟาดหน้าสักทีมะ!” มหาวิทยาลัยxxx ช่วงพักกลางวัน... “อีตะไคร้แดกอะไรดีวะวันนี้” “มึงจะกินอะไรล่ะ ว่าแต่เรียกเพื่อนนี่ต้องมีอีนำหน้าด้วยเหรอวะ อีน้ำเน่า” ฉันตอบกลับเพื่อนสาว มันชื่อว่าน้ำหนึ่งแต่ฉันจะชอบเรียกมันว่า น้ำเน่า เพราะมันปากเน่ามาก หมายถึงพูดจาหมาไม่รับประทานอยู่เรื่อยอะค่ะคุณผู้ชม “หืมอีนี่...กูชื่อน้ำหนึ่งโว้ย เดี๋ยวตบปากเลย” “แล้วสรุปที่ถามกูว่าจะกินอะไรเนี่ย มึงคิดได้แล้วเหรอว่าตัวมึงเองจะกินอะไร...” “กินผู้ชาย” มันตอบฉันแต่สายตามันดันจ้องมองไปยังพวกกลุ่มผู้ชายที่เตะบอลกันอยู่ที่สนาม “เฮ้อ...กูเหนื่อยใจกับมึงจริงๆ” ฉันมองมันแล้วส่ายหน้าเบาๆ อย่างเอือมระอา น้ำหนึ่งกับฉันเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ เรียนก็เรียนที่เดียวกัน ตอนนี้เราสองคนเรียนอยู่คณะบริหารธุรกิจปีสองแล้ว น้ำหนึ่งมันเป็นคนที่หน้าตาดีระดับหนึ่งเลยแต่เลือกเก่ง ที่เลือกเก่งนี่คือ...เลือกผู้ชายเก่งมากค่ะ เปลี่ยนผู้ชายควงเป็นว่าเล่นเลย ผิดกันกับฉันที่ไม่ชอบเลือกเพราะไม่มีผู้ชายมาให้เลือกเลย แงง ถามว่าฉันสวยไหม ก็สวยพอๆ กับน้ำหนึ่งมันเลยนะอันนี้พูดเรื่อง จริง แต่ก็ไม่เคยมีผ่านเข้ามาให้เลือกสักคน จะมีก็แต่คนที่ฉันแอบปลื้มอยู่ ‘พี่บอม’ เขาเป็นรุ่นพี่ เรียนอยู่ปีสี่คณะแพทยศาสตร์ พี่เขาหล่อมากนะ แบบว่าหล่อมากๆ คนแบบฉันคงเข้าหาไม่ถึงว่าที่หมอคนนี้หรอก ….. โรงอาหารในมหาวิทยาลัย ฉันกับน้ำหนึ่งนั่งกินก๋วยเตี๋ยวกันอยู่ภายในโรงอาหาร วันนี้คนแออัดมาก เหมือนจะรวมใจกันไม่ออกไปกินข้าวข้างนอกอะ เพราะปกติในโรงอาหารคนจะน้อยมาก “ตะไคร้ๆ มึงหันไปดูนู่นดิ” “ดูอะไรของมึงวะ...?” ฉันทำหน้างงๆ “ดูพี่บอมไงมึง พี่เขากำลังเดินมาทางนี้เว้ย” “จะ...จริงเหรอ” ฉันรีบวางตะเกียบที่คีบก๋วยเตี๋ยวกินลงทันที แล้วหันไปมองด้านหลัง “พี่บอมจริงๆ ด้วย แต่ว่าเขามากับสาวนี่หว่า แฟนเหรอ...?” “ไม่รู้นะ แต่ว่า...มึงกูตื่นเต้นว่ะ ปกติพี่เขาจะไม่เคยมากินข้าวในโรงอาหารเลยไม่ใช่เหรอวะ ทำไมวันนี้ถึงมาได้ แถมยังมากินกับสาวอีกด้วย” “นั่นดิ วันนี้เป็นวันอะไรหรือเปล่าวะ คนถึงได้แห่กันมากินข้าวในนี้” ฉันถามน้ำหนึ่งพลางอยากรู้คำตอบ และหวังลึกๆ ว่าเพื่อนรักคนนี้จะให้คำตอบฉันได้ แต่ไม่เลยจ้ะ... “กูก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะเพื่อน แหะๆ” มันยิ้มเจื่อนๆ แล้วยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ “มึงก็รู้ว่ากูไม่ค่อยรู้เรื่องแบบนี้” “เออๆ กูว่าเรารีบๆ กินแล้วออกไปจากที่นี่กันเหอะ พอคนเริ่มเยอะแล้วรู้สึกอึดอัดยังไงบอกไม่ถูก” “เออว่ะ กูก็ว่างั้นแหละ” ว่าจบฉันกับน้ำหนึ่งก็นั่งก้มหน้าก้มตากินก๋วยเตี๋ยวกันต่อจนหมดเกลี้ยงชาม แล้วเดินถือแก้วน้ำอัดลมออกมาคนละแก้วก่อนจะพากันไปนั่งเล่นอยู่ที่ใต้อาคารคณะบริหารธุรกิจ“อะ...เอ่อ ขอโทษนะคะ พอดีไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาท” พนักงานสาวรีบก้มหัวและกล่าวขอโทษทันที “มะ...ไม่เป็นไรค่ะ” “ไม่เป็นไรครับ” ฉันและพี่สี่ต่างคนต่างเลิ่กลั่กไปไม่ถูกกันทั้งคู่ “คือว่าใกล้จะถึงช่วงพิธีรดน้ำสังข์แล้วค่ะ เลยจะมาบอกว่าให้เตรียมพร้อมกันก่อนน่ะค่ะ” “อ๋อ ค่ะๆ เดี๋ยวจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” ว่าจบฉันก็ชิ่งเดินออกมาในทันที อายจะแย่อยู่แล้ว จูบกันยังไม่พอดันมีคนเข้ามาเห็นไปอีก “รอด้วยสิจ๊ะเมียจ๋า” พี่สี่ตะโกนและเดินตามหลังมาแบบติดๆ จนเดินมาตีคู่ฉันได้ทัน “เขินเหรอ” “คะ...ใครเขิน เขินอะไร พี่อย่ามามั่ว” อุ๊บส์ พี่สี่จับฉันจูบปากอีกแล้ว “บอกให้เรียกว่าอะไรจ๊ะ...” “พี่...เฮียสี่! ไม่อายบ้างหรือไงฮะ หนูนี่อายจะแย่แล้ว” “อายทำไม ผัวเมียเขาจะจู๋จี๋กันมันผิดตรงไหนเหรอ จริงมั้ยครับ” พี่สี่พูดพลางหันไปถามพนักงานสาวที่เดินตามหลังมา “จะ...จริงค่ะ คู่ของคุณนี่ดูน่ารักดีจริงๆ เลยนะคะ” พนักงานสาวตอบกลับพี่สี่แบบยิ้มๆ “ฉันก็อยากมีสามีที่น่ารักแบบนี้บ้าง แต่สามีที่บ้านนี่ไม่ไหวเลยค่ะ กวนสุดๆ” ฮ่า ฮ่า พี่สี่และพนักงานสาวต่างหัวเราะร่าออกมาอย่างชอบอกชอบใจ สองคนดู
“อะ...อะไรนะพ่อ! นี่พ่อล้อกันเล่นใช่มั้ย” ฉันตกตะลึงกับ คำพูดของพ่อเมื่อกี้ นี่ล้อกันเล่นหรือเปล่า อยู่ๆ จะยกฉันให้ไอ้พี่สี่ง่ายๆ แบบนี้เนี่ยนะ “ข้าไม่ได้ล้อเล่น เอ็งก็อย่าดื้อด้านให้มันมากนักล่ะ” “พะ...พ่อพูดจริงๆ เหรอครับ” พี่สี่ถามพ่ออีกครั้งอย่างตะกุกตะกัก “จะให้ตะไคร้แต่งงานกับผมจริงๆ เหรอครับ” “จริงสิวะ ข้าไม่เคยล้อเล่น เอ็งดูแลลูกสาวข้าให้ดีๆ ก็แล้วกัน อย่าตบ! อย่าตี! ห้ามทำให้มันเสียใจเด็ดขาดเลยนะเว้ย” “ขอบคุณพ่อมากๆ เลยนะครับ สัญญาว่าผมจะดูแลเป็นอย่างดี ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลยแหละครับ” พี่สี่มีสีหน้าที่ดีใจสุดขีดไปเลยในตอนนี้ “พ่อ...พ่ออย่าทิ้งหนูแบบนี้สิ” ฉันทำหน้าเศร้าแล้วเดินเข้าไปกอดพ่อ “พ่อไม่รักหนูแล้วเหรอ” “เพราะรักนี่แหละถึงได้ทำแบบนี้ เชื่อพ่อเถอะ...อยู่กับไอ้หนุ่มนี่เอ็งจะสบาย ไว้พ่อกับแม่ตั้งตัวอีกครั้งได้เมื่อไหร่จะรีบมารับเอ็งกลับไปอยู่ด้วยเลย” พ่อกอดฉันแล้วลูบหัวเบาๆ “อย่าดื้อนะลูก พ่อกับแม่รักเอ็งเสมอแหละ แต่แค่ตอนนี้ไม่อยากเอาเอ็งไปลำบากด้วยก็แค่นั้น ไว้พ่อกับแม่จะมาหาเอ็งบ่อยๆ นะ ตะไคร้เอ๊ย” แม่พูดขึ้น “หนูไม่มีทางเลือกอื่นเลยใช่มั้ยเนี่ย
Chapter 03วันต่อมา ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งบทสนทนาของพ่อแม่ตะไคร้“นี่แม่มึงดีขึ้นบ้างมั้ย” “ดีขึ้นบ้างแล้ว พ่อมึงล่ะ...เป็นอะไรมากมั้ย”“ไม่เป็นอะไรมาก ดีที่ไอ้หนุ่มนั่นมันเข้าไปช่วยเราไว้ได้ทัน เฮ้อ...คิดแล้วก็ใจหาย บ้านทั้งหลังมอดไหม้หมด ข้าวของต่างๆ ที่สร้างกันมาก็มอดไหม้หายวับไปกับตาเช่นกัน เวรกรรมแท้ๆ เลย” พ่อของตะไคร้นั่งบนเตียงคนไข้แล้วเอามือขึ้นกุมขมับ“ไม่เป็นไรน่าพ่อมึง เดี๋ยวเราก็มาสร้างกันใหม่ก็ได้ของนอกกาย ดีแค่ไหนแล้วที่เรามีชีวิตรอดมาได้น่ะ แล้วนี่ตะไคร้มันไปไหนแล้วล่ะ...?” แม่ของตะไคร้ถามเมื่อฟื้นขึ้นมาก็ไม่เห็นลูกสาวของตนอยู่ภายในห้องด้วย“น่าจะออกไปซื้ออะไรกินนั่นแหละ...วันนี้มันก็ไม่ได้ไปเรียน เสื้อผ้าก็ไม่มี ที่ซุกหัวนอนกับข้าวของก็ไหม้ไปหมดแล้ว สงสารลูกจริงๆ เลยแม่เอ๊ย”“อย่าคิดมากไปเลยนะพ่อเอ๊ย มันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้น แล้วนี่เราจะเอาไงกันต่อดี ถ้าได้ออกจากโรงพยาบาลเราจะไปอยู่ที่ไหนกันก่อนดี” “พ่อว่าจะกลับไปตั้งหลักที่บ้านเกิดสักระยะก่อนน่ะ”“แม่ก็ว่าดีนะพ่อ กลับไปตั้งหลักกันก่อน”“แต่ตะไคร้...พ่อว่าจะให้มันอยู่ที่นี่ต่อ”“แ
“ตะไคร้รอเฮียอยู่ตรงนี้นะ ห้ามเข้าไปเด็ดขาด!” ว่าจบพี่สี่ก็วิ่งว่อนไปทั่วเพื่อหาอะไรบางอย่างก่อนจะเจอสิ่งนั้น มันเป็นผ้าห่มขนาดใหญ่ พี่สี่ทำมันให้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำแล้วเอามาคลุมตัวเองไว้ก่อนจะเดินลุยเข้าไปในบ้านของฉันเฮ้ย…ไอ้หนุ่มมันอันตรายนะเว้ย!ระวังนะไอ้หนุ่มไฟมันแรงขึ้นเรื่อยๆ!!เสียงผู้คนต่างร้องตะโกนบอกกับพี่สี่ว่ามันอันตรายเพราะตอนนี้ไฟเริ่มลุกขึ้นเรื่อยๆ แต่พี่เขาไม่ได้สนใจที่จะฟังกลับเดินเข้าไปในบ้านหวังจะช่วยพ่อกับแม่ของฉันฉันทำอะไรไม่ถูกแล้วในตอนนี้ ได้แต่นั่งร้องไห้ตัวสั่นเทากลัวว่าพ่อกับแม่จะเป็นอะไรไป และก็ห่วงพี่สี่ด้วย...ไม่นานนักพี่สี่ก็ออกมาพร้อมกับแบกแม่ฉันที่หมดสติไว้บนหลังโดยมีผ้าห่มที่ชุบน้ำคลุมตัวออกมา ชาวบ้านที่เห็นก็รีบเข้าไปช่วยพยุงแม่ฉันมานอนรอรถพยาบาล เมื่อเห็นแบบนั้นฉันก็รีบวิ่งเข้าไปหาแม่ทันที “มะ...แม่จ๋า แม่อย่าเป็นอะไรนะ ฮือๆ” ฉันลูบที่ใบหน้าแม่แล้วร้องไห้ไม่หยุด ก่อนจะสังเกตเห็นว่าพ่อฉันยังไม่ได้ออกมาด้วย และตอนนี้พี่สี่ก็เดินกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง ตอนนี้ไฟมันลุกแรงขึ้นกว่าเดิมเสียงรถดับเพลิงก็ดังขึ้นมาและมีพนักงานหลายคนพากันวิ่งและลา
ฉันนั่งฮัมเพลงอยู่ภายในรถพี่สี่อย่างคนอารมณ์ดี ไม่ใช่อะไรนะพอดีพี่แกเปิดเพลงที่ฉันชอบพอดีน่ะ “เห็นมั้ย ให้เฮียมารับดูสบายดีออก ได้กินขนมอร่อยๆ ได้นั่งรถเบาะนุ่มๆ แอร์เย็นๆ ไม่ต้องไปยืนโหนรถเมล์ให้เมื่อยด้วย” ปากพูดมือพี่สี่ก็บังคับพวงมาลัยรถไป สายตาก็สลับมามองดูฉันเป็นระยะๆ “หนูนี่น่าเอ็นดูจริงๆ เลยนะตะไคร้”“โนว โนว ไม่ต้องมาเอ็นดูอะไรหนูเลยนะ แค่ยอมนั่งรถกลับมาด้วยแค่วันนี้วันเดียวเท่านั้นแหละ วันอื่นๆ หนูก็จะกลับเองตามปกติ” รีบค้านขึ้นก่อนที่พี่สี่จะพูดหว่านล้อมฉันอีก“ว่าแต่จะให้เฮียไปส่งที่ไหนดี ที่บ้านหรือที่ร้าน...?”“ส่งที่บ้านแหละพี่ วันนี้ร้านปิดหนึ่งวันเพราะพ่อหนูปวดหลังแกขอนอนพักหนึ่งวันน่ะ” “อ้าวเหรอ...แล้วไปหาหมอมาหรือยังล่ะ”“พ่อหนูมีพยาบาลคู่ใจอยู่ดูแลอยู่แล้วแหละ”“ใครเหรอ...?”“ก็แม่หนูไงเล่า พ่อหนูดื้อจะตายไม่ยอมไปหาหมอง่ายๆ หรอก แกบอกแค่ว่ามีแม่ดูแลอยู่ข้างๆ แป๊บเดียวเดี๋ยวก็หายแล้ว”“น่ารักดีจัง...หนูไม่สนใจมาเป็นพยาบาลคู่ใจให้เฮียบ้างเหรอคะ...ตะไคร้คนสวย” เขาหันมามองแล้วยิ้มหวานใส่ฉัน“ไม่อะ หนูไม่ชอบผู้ชายที่แก่กว่า ชิ!” ฉันพูดแทงใจดำแล้วเบะปากใส่พ
วันต่อมาร้านเค้กเลิฟเลิฟ“นี่พี่สี่...พี่จะตามรังควานหนูไปถึงไหนกันเนี่ย คนอะไรตีมึนเก่งสุดๆ ไปเลย” ฉันพูดพลางนั่งส่ายหน้าอย่างเอือมๆ แล้วตักเค้กสุดแสนอร่อยเข้าปาก“ก็เฮียบอกแล้วว่าอยากได้หนูมาเป็นเมียไง หนูนั่นแหละตีมึนสุดๆ ไปเลย สวยก็สวยดันใจร้ายชะมัด” พี่สี่พูดพลางหยิบแก้วกาแฟเย็นมาดื่ม “ถ้ายอมเป็นเมียเฮียนะ...จะพามากินของอร่อยๆ แบบนี้ทุกวันเลย และจะพาไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆ กระเป๋าสวยๆ แบบไม่มีจำกัดเลยแหละ”“อย่าเอาของพวกนี้มาล่อหนูเลยน่า...มันไม่ได้ผลหรอก” ฉันเบ้ปากใส่พี่สี่ แล้วตักเค้กกินต่ออย่างเอร็ดอร่อย “หนูขอถามอะไรหน่อยสิ...”“ได้ครับ...ถามมาเลย”“ทำไมพี่ถึงอยากมีเมีย และทำไมถึงต้องเป็นหนู ขอความจริงนะพี่ ตอบมาตามจริงเลยนะ” ฉันวางช้อนลงบนจานเค้กแล้วตั้งหน้าตั้งตารอฟังในสิ่งที่พี่สี่จะพูด“คือ...ถ้าให้พูดก็ป๊าเฮียน่ะแกอยากจะอุ้มหลานไง เลยบังคับให้เฮียมีเมียสักทีจะได้มีหลานให้แกอุ้มไวๆ”“แล้วยังไงต่อ...” “ป๊าบอกว่าถ้าภายในเดือนนี้เฮียยังหาเมียไม่ได้จะให้ไปแต่งงานกับยัยหมูดาวลูกสาวของเพื่อนป๊าน่ะ”“ก็แต่งไปสิพี่ ไม่เห็นต้องมาลำบากวิ่งตามหนูแบบนี้เลย” ฉันไม่เข้าใจจริงๆ พ







