로그인“เฮ้อ...หนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มจะหย่อน” น้ำหนึ่งมันพูดพลางเอามือลูบท้องตัวเอง
“ให้กูขึงตาให้มะ มึงนี่นะกินอิ่มทีไรจะหลับทุกที” กรี๊ด!! อยู่ๆ น้ำหนึ่งมันก็กรี๊ดขึ้นมาแล้วชี้นิ้วไปข้างหน้า “มึงๆ” “อะไร...แล้วนี่จะกรี๊ดหาพระแสงอะไรของมึงเนี่ย แก้วหูจะแตก” ฉันถามแล้วหันไปดูตามนิ้วที่มันชี้ไป “อีเชี่ย! หล่อโฮก หล่อฮาก หล่อมาก หล่อจนใจเจ็บ เขาเป็นใครวะมึง แต่งตัวดูดีดูทรงเสี่ยมาก” “มึงนี่ตาดีเนอะ กูยังมองไม่เห็นเลย” ฉันพยายามเพ่งตา ดูผู้ชายคนนั้นคนที่น้ำหนึ่งมันบอก เขายืนอยู่ไกลมากเลยนะนั่น มันยังมองเห็นแถมยังบอกว่าหล่ออีก “ถ้าเป็นผู้ชาย...ต่อให้อยู่พันไมล์กูก็มองเห็นค่ะเพื่อน เขากำลังเดินมาทางนี้แล้วมึง” มันเอามือมาเขย่าแขนฉัน ตัวฉันสั่นไปมาตามแรงที่น้ำหนึ่งมันเขย่า นี่สมองซีกซ้ายกับซีกขวาฉันมันไหลมารวมกันหมดแล้วมั้งเนี่ย “นี่มะ...มึงเลิกเขย่ากูก่อน กูสั่นเป็นเจ้าเข้าและอีน้ำหนึ่ง” “มาแล้วๆ เขาเดินเข้ามาทางเราอะมึง มึ้ง!!” เป็นเอามากแล้วเพื่อนตู >< ฉันมองน้ำหนึ่งก่อนจะส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมๆ แล้วก้มหน้าดูโทรศัพท์มือถือต่ออย่างไม่สนใจ “อยู่นี่เอง เฮียหาหนูอยู่ตั้งนาน ว่าแต่ใส่ชุดนักศึกษาแล้วดูน่ารักมากๆ เลยอ่า” เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้น ฉันเงยหน้าขึ้นไปดูก็ต้องถึงกับตกใจสะดุ้งโหยงเมื่อผู้ชายคนนั้นคือ “เหี้ย!! พะ...พี่สี่” “อะ...เอ่อ เฮียจ้ะ แหม่...เรียกกันซะเขินเลย” “พี่มาได้ยังไงเนี่ย แล้วมาทำอะไร..?” “ก็มาหาน้องตะไคร้คนสวยไงครับ คิดถึงอะ...อยากเห็นหน้า” เขาพูดพลางเอามือขึ้นลูบท้ายทอยตัวเองอย่างขวยเขิน “อะ...เอ่อ อีตะไคร้อธิบายมาสิ คืออะไร ยังไงกันก่อน...” น้ำหนึ่งมันดึงตัวฉันเข้าไปกระซิบถาม “เดี๋ยวกูจะมาเหลาให้ฟังทีหลัง ตอนนี้ขอเวลาแป๊บ” พูดจบฉันก็ลากแขนพี่สี่ให้เดินไปคุยกันที่หลังตึกแบบเงียบๆ สองคน “พี่...พี่มาหาหนูทำไม และรู้ได้ไงว่าหนูอยู่ที่นี่” ฉันถามเขาแล้วจ้องตาเขม็งใส่ “ก็บอกไปแล้วว่าคิดถึง...อยากเห็นหน้า คนมันอยากเจอไม่ว่าหนูอยู่ที่ไหนเฮียก็หาจนเจอแหละ” เขาโอบเอวฉันให้เข้าไปใกล้ๆ แล้วโน้มใบหน้าลงมาหอมที่แก้มข้างซ้าย ฟอด “เฮ้ยๆ ไอ้บ้า! ไอ้โรคจิต!” ฉันแว้ดใส่พี่สี่ทันที และใช้มือทุบแรงๆ ที่อกแกร่งเขาไปหลายที อะไรกันวะเนี่ย อยู่ๆ ก็มาหอมแก้มกันเฉย “จะโวยวายทำไมกันเล่า เฮียแค่เห็นอะไรติดหน้าหนูเลยจะเอาออกให้เฉยๆ” เขาพูดแบบหน้าตาเฉย “ใช้มือหยิบออกก็ได้โว้ย!!” “ก็มือมันไม่ว่างไง โอบเอวหนูไว้อยู่ เอ๊ะ...เนี่ยแก้มอีกข้างนึงมันเลอะอะไรอีกก็ไม่รู้” ว่าจบเขาก็โน้มใบหน้าลงมาหอมที่แก้มข้างขวาของฉัน ฟอด “โว้ย!! ไอ้ผู้ชายโรคจิต! ปล่อยเลยนะ ไม่อย่างนั้นจะร้องให้คนมาช่วย” ฉันพยายามดีดดิ้นเพื่อจะให้หลุดจากการกอบกุม ของเขา แต่ดูเหมือนว่ายิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งรัดฉันแน่นกว่าเดิม “ไม่ปล่อย คนอย่างหนูอะแม่งแสบมากๆ เลยนะ” “ร้องให้คนช่วยจริงๆ นะ” “อื้อ ร้องเลย ร้องดังๆ เลยนะครับ” “ชะ...ช่วย...” อุ๊บส์ อยู่ๆ ปากฉันก็โดนปิดสนิทด้วยปากของพี่สี่แบบไม่ได้ตั้งตัว ตาฉันเบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึง ตายแล้วๆ นี่มันจูบแรกของฉันเลยนะ คนบ้าเอ๊ย! ฮือ TT เขาพยามจะสอดแทรกลิ้นเข้ามาภายในโพรงปากของฉัน แต่ฉันพยายามขืนไม่ยอมปริปากออกให้เขาได้แทรกลิ้นเข้าไป จนเขายอมถอนริมฝีปากออก “ไอ้บ้า! ไอ้คนลามก! ไอ้คนฉวยโอกาส! คอยดูนะจะฟ้องพ่อให้มาจัดการพี่แน่” ฉันคิดอะไรไม่ออกเลยพ่นคำด่าออกไปแล้วขู่เขาว่าจะฟ้องพ่อให้มาจัดการเขา “ฟ้องเลยสิ จะได้คุยกับว่าที่พ่อตาเลยด้วย ว่าเฮียชอบลูกสาวของพ่อ อยากได้ลูกสาวของพ่อมาเป็นเมียมากๆ” เขาพูดออกมาแล้วกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ “ไม่มีทาง! พ่อไม่มีทางยอมให้พี่จีบหนูง่ายๆ แน่” ฉันพูดออกไปอย่างมั่นใจว่ายังไงพ่อก็ไม่มีทางยอมแน่ๆ “อย่าพึ่งด่วนตัดสินสิจ๊ะที่รัก เตรียมตัวเตรียมใจได้เลยนะครับ เมียคนสวยของเฮียสี่” “ไม่เตรียมว้อย!! แล้วก็ปล่อยหนูด้วย” “ยังไม่อยากปล่อยเลยอ่า อยากกอดแบบนี้ไปทั้งวัน” เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นแล้วจับหัวฉันซุกลงที่แผงอกเขา “จะบอกอะไรให้นะ เฮียไปคุยกับพ่อหนูมาแล้วด้วย” “อะไรนะ!!” “พ่ออนุญาตให้จีบได้...แต่จะจีบติดมั้ยก็ต้องดูกันไป” “มะ...ไม่จริง พี่อย่ามาโกหก พ่อหนูไม่ยอมง่ายๆ แบบนั้นหรอก” ฉันพยายามผลักตัวเขาออก แต่ก็ไม่เป็นผล “ไม่เชื่อก็ลองไปถามพ่อหนูดูสิคะ” เขาจุ๊บที่หน้าผากฉันเบาๆ หนึ่งที “ตั้งใจเรียนนะเดี๋ยวเย็นเฮียจะมารับ” แล้วปล่อยตัวฉันให้เป็นอิสระก่อนที่จะเดินออกห่างไปเรื่อยๆ จนลับตา “นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย! ทั้งจูบปาก ทั้งหอมแก้ม ทั้งจูบหน้าผาก พระเจ้า!” ฉันยืนนิ่งค้างไปในทันที“อะ...เอ่อ ขอโทษนะคะ พอดีไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาท” พนักงานสาวรีบก้มหัวและกล่าวขอโทษทันที “มะ...ไม่เป็นไรค่ะ” “ไม่เป็นไรครับ” ฉันและพี่สี่ต่างคนต่างเลิ่กลั่กไปไม่ถูกกันทั้งคู่ “คือว่าใกล้จะถึงช่วงพิธีรดน้ำสังข์แล้วค่ะ เลยจะมาบอกว่าให้เตรียมพร้อมกันก่อนน่ะค่ะ” “อ๋อ ค่ะๆ เดี๋ยวจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” ว่าจบฉันก็ชิ่งเดินออกมาในทันที อายจะแย่อยู่แล้ว จูบกันยังไม่พอดันมีคนเข้ามาเห็นไปอีก “รอด้วยสิจ๊ะเมียจ๋า” พี่สี่ตะโกนและเดินตามหลังมาแบบติดๆ จนเดินมาตีคู่ฉันได้ทัน “เขินเหรอ” “คะ...ใครเขิน เขินอะไร พี่อย่ามามั่ว” อุ๊บส์ พี่สี่จับฉันจูบปากอีกแล้ว “บอกให้เรียกว่าอะไรจ๊ะ...” “พี่...เฮียสี่! ไม่อายบ้างหรือไงฮะ หนูนี่อายจะแย่แล้ว” “อายทำไม ผัวเมียเขาจะจู๋จี๋กันมันผิดตรงไหนเหรอ จริงมั้ยครับ” พี่สี่พูดพลางหันไปถามพนักงานสาวที่เดินตามหลังมา “จะ...จริงค่ะ คู่ของคุณนี่ดูน่ารักดีจริงๆ เลยนะคะ” พนักงานสาวตอบกลับพี่สี่แบบยิ้มๆ “ฉันก็อยากมีสามีที่น่ารักแบบนี้บ้าง แต่สามีที่บ้านนี่ไม่ไหวเลยค่ะ กวนสุดๆ” ฮ่า ฮ่า พี่สี่และพนักงานสาวต่างหัวเราะร่าออกมาอย่างชอบอกชอบใจ สองคนดู
“อะ...อะไรนะพ่อ! นี่พ่อล้อกันเล่นใช่มั้ย” ฉันตกตะลึงกับ คำพูดของพ่อเมื่อกี้ นี่ล้อกันเล่นหรือเปล่า อยู่ๆ จะยกฉันให้ไอ้พี่สี่ง่ายๆ แบบนี้เนี่ยนะ “ข้าไม่ได้ล้อเล่น เอ็งก็อย่าดื้อด้านให้มันมากนักล่ะ” “พะ...พ่อพูดจริงๆ เหรอครับ” พี่สี่ถามพ่ออีกครั้งอย่างตะกุกตะกัก “จะให้ตะไคร้แต่งงานกับผมจริงๆ เหรอครับ” “จริงสิวะ ข้าไม่เคยล้อเล่น เอ็งดูแลลูกสาวข้าให้ดีๆ ก็แล้วกัน อย่าตบ! อย่าตี! ห้ามทำให้มันเสียใจเด็ดขาดเลยนะเว้ย” “ขอบคุณพ่อมากๆ เลยนะครับ สัญญาว่าผมจะดูแลเป็นอย่างดี ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลยแหละครับ” พี่สี่มีสีหน้าที่ดีใจสุดขีดไปเลยในตอนนี้ “พ่อ...พ่ออย่าทิ้งหนูแบบนี้สิ” ฉันทำหน้าเศร้าแล้วเดินเข้าไปกอดพ่อ “พ่อไม่รักหนูแล้วเหรอ” “เพราะรักนี่แหละถึงได้ทำแบบนี้ เชื่อพ่อเถอะ...อยู่กับไอ้หนุ่มนี่เอ็งจะสบาย ไว้พ่อกับแม่ตั้งตัวอีกครั้งได้เมื่อไหร่จะรีบมารับเอ็งกลับไปอยู่ด้วยเลย” พ่อกอดฉันแล้วลูบหัวเบาๆ “อย่าดื้อนะลูก พ่อกับแม่รักเอ็งเสมอแหละ แต่แค่ตอนนี้ไม่อยากเอาเอ็งไปลำบากด้วยก็แค่นั้น ไว้พ่อกับแม่จะมาหาเอ็งบ่อยๆ นะ ตะไคร้เอ๊ย” แม่พูดขึ้น “หนูไม่มีทางเลือกอื่นเลยใช่มั้ยเนี่ย
Chapter 03วันต่อมา ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งบทสนทนาของพ่อแม่ตะไคร้“นี่แม่มึงดีขึ้นบ้างมั้ย” “ดีขึ้นบ้างแล้ว พ่อมึงล่ะ...เป็นอะไรมากมั้ย”“ไม่เป็นอะไรมาก ดีที่ไอ้หนุ่มนั่นมันเข้าไปช่วยเราไว้ได้ทัน เฮ้อ...คิดแล้วก็ใจหาย บ้านทั้งหลังมอดไหม้หมด ข้าวของต่างๆ ที่สร้างกันมาก็มอดไหม้หายวับไปกับตาเช่นกัน เวรกรรมแท้ๆ เลย” พ่อของตะไคร้นั่งบนเตียงคนไข้แล้วเอามือขึ้นกุมขมับ“ไม่เป็นไรน่าพ่อมึง เดี๋ยวเราก็มาสร้างกันใหม่ก็ได้ของนอกกาย ดีแค่ไหนแล้วที่เรามีชีวิตรอดมาได้น่ะ แล้วนี่ตะไคร้มันไปไหนแล้วล่ะ...?” แม่ของตะไคร้ถามเมื่อฟื้นขึ้นมาก็ไม่เห็นลูกสาวของตนอยู่ภายในห้องด้วย“น่าจะออกไปซื้ออะไรกินนั่นแหละ...วันนี้มันก็ไม่ได้ไปเรียน เสื้อผ้าก็ไม่มี ที่ซุกหัวนอนกับข้าวของก็ไหม้ไปหมดแล้ว สงสารลูกจริงๆ เลยแม่เอ๊ย”“อย่าคิดมากไปเลยนะพ่อเอ๊ย มันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้น แล้วนี่เราจะเอาไงกันต่อดี ถ้าได้ออกจากโรงพยาบาลเราจะไปอยู่ที่ไหนกันก่อนดี” “พ่อว่าจะกลับไปตั้งหลักที่บ้านเกิดสักระยะก่อนน่ะ”“แม่ก็ว่าดีนะพ่อ กลับไปตั้งหลักกันก่อน”“แต่ตะไคร้...พ่อว่าจะให้มันอยู่ที่นี่ต่อ”“แ
“ตะไคร้รอเฮียอยู่ตรงนี้นะ ห้ามเข้าไปเด็ดขาด!” ว่าจบพี่สี่ก็วิ่งว่อนไปทั่วเพื่อหาอะไรบางอย่างก่อนจะเจอสิ่งนั้น มันเป็นผ้าห่มขนาดใหญ่ พี่สี่ทำมันให้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำแล้วเอามาคลุมตัวเองไว้ก่อนจะเดินลุยเข้าไปในบ้านของฉันเฮ้ย…ไอ้หนุ่มมันอันตรายนะเว้ย!ระวังนะไอ้หนุ่มไฟมันแรงขึ้นเรื่อยๆ!!เสียงผู้คนต่างร้องตะโกนบอกกับพี่สี่ว่ามันอันตรายเพราะตอนนี้ไฟเริ่มลุกขึ้นเรื่อยๆ แต่พี่เขาไม่ได้สนใจที่จะฟังกลับเดินเข้าไปในบ้านหวังจะช่วยพ่อกับแม่ของฉันฉันทำอะไรไม่ถูกแล้วในตอนนี้ ได้แต่นั่งร้องไห้ตัวสั่นเทากลัวว่าพ่อกับแม่จะเป็นอะไรไป และก็ห่วงพี่สี่ด้วย...ไม่นานนักพี่สี่ก็ออกมาพร้อมกับแบกแม่ฉันที่หมดสติไว้บนหลังโดยมีผ้าห่มที่ชุบน้ำคลุมตัวออกมา ชาวบ้านที่เห็นก็รีบเข้าไปช่วยพยุงแม่ฉันมานอนรอรถพยาบาล เมื่อเห็นแบบนั้นฉันก็รีบวิ่งเข้าไปหาแม่ทันที “มะ...แม่จ๋า แม่อย่าเป็นอะไรนะ ฮือๆ” ฉันลูบที่ใบหน้าแม่แล้วร้องไห้ไม่หยุด ก่อนจะสังเกตเห็นว่าพ่อฉันยังไม่ได้ออกมาด้วย และตอนนี้พี่สี่ก็เดินกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง ตอนนี้ไฟมันลุกแรงขึ้นกว่าเดิมเสียงรถดับเพลิงก็ดังขึ้นมาและมีพนักงานหลายคนพากันวิ่งและลา
ฉันนั่งฮัมเพลงอยู่ภายในรถพี่สี่อย่างคนอารมณ์ดี ไม่ใช่อะไรนะพอดีพี่แกเปิดเพลงที่ฉันชอบพอดีน่ะ “เห็นมั้ย ให้เฮียมารับดูสบายดีออก ได้กินขนมอร่อยๆ ได้นั่งรถเบาะนุ่มๆ แอร์เย็นๆ ไม่ต้องไปยืนโหนรถเมล์ให้เมื่อยด้วย” ปากพูดมือพี่สี่ก็บังคับพวงมาลัยรถไป สายตาก็สลับมามองดูฉันเป็นระยะๆ “หนูนี่น่าเอ็นดูจริงๆ เลยนะตะไคร้”“โนว โนว ไม่ต้องมาเอ็นดูอะไรหนูเลยนะ แค่ยอมนั่งรถกลับมาด้วยแค่วันนี้วันเดียวเท่านั้นแหละ วันอื่นๆ หนูก็จะกลับเองตามปกติ” รีบค้านขึ้นก่อนที่พี่สี่จะพูดหว่านล้อมฉันอีก“ว่าแต่จะให้เฮียไปส่งที่ไหนดี ที่บ้านหรือที่ร้าน...?”“ส่งที่บ้านแหละพี่ วันนี้ร้านปิดหนึ่งวันเพราะพ่อหนูปวดหลังแกขอนอนพักหนึ่งวันน่ะ” “อ้าวเหรอ...แล้วไปหาหมอมาหรือยังล่ะ”“พ่อหนูมีพยาบาลคู่ใจอยู่ดูแลอยู่แล้วแหละ”“ใครเหรอ...?”“ก็แม่หนูไงเล่า พ่อหนูดื้อจะตายไม่ยอมไปหาหมอง่ายๆ หรอก แกบอกแค่ว่ามีแม่ดูแลอยู่ข้างๆ แป๊บเดียวเดี๋ยวก็หายแล้ว”“น่ารักดีจัง...หนูไม่สนใจมาเป็นพยาบาลคู่ใจให้เฮียบ้างเหรอคะ...ตะไคร้คนสวย” เขาหันมามองแล้วยิ้มหวานใส่ฉัน“ไม่อะ หนูไม่ชอบผู้ชายที่แก่กว่า ชิ!” ฉันพูดแทงใจดำแล้วเบะปากใส่พ
วันต่อมาร้านเค้กเลิฟเลิฟ“นี่พี่สี่...พี่จะตามรังควานหนูไปถึงไหนกันเนี่ย คนอะไรตีมึนเก่งสุดๆ ไปเลย” ฉันพูดพลางนั่งส่ายหน้าอย่างเอือมๆ แล้วตักเค้กสุดแสนอร่อยเข้าปาก“ก็เฮียบอกแล้วว่าอยากได้หนูมาเป็นเมียไง หนูนั่นแหละตีมึนสุดๆ ไปเลย สวยก็สวยดันใจร้ายชะมัด” พี่สี่พูดพลางหยิบแก้วกาแฟเย็นมาดื่ม “ถ้ายอมเป็นเมียเฮียนะ...จะพามากินของอร่อยๆ แบบนี้ทุกวันเลย และจะพาไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆ กระเป๋าสวยๆ แบบไม่มีจำกัดเลยแหละ”“อย่าเอาของพวกนี้มาล่อหนูเลยน่า...มันไม่ได้ผลหรอก” ฉันเบ้ปากใส่พี่สี่ แล้วตักเค้กกินต่ออย่างเอร็ดอร่อย “หนูขอถามอะไรหน่อยสิ...”“ได้ครับ...ถามมาเลย”“ทำไมพี่ถึงอยากมีเมีย และทำไมถึงต้องเป็นหนู ขอความจริงนะพี่ ตอบมาตามจริงเลยนะ” ฉันวางช้อนลงบนจานเค้กแล้วตั้งหน้าตั้งตารอฟังในสิ่งที่พี่สี่จะพูด“คือ...ถ้าให้พูดก็ป๊าเฮียน่ะแกอยากจะอุ้มหลานไง เลยบังคับให้เฮียมีเมียสักทีจะได้มีหลานให้แกอุ้มไวๆ”“แล้วยังไงต่อ...” “ป๊าบอกว่าถ้าภายในเดือนนี้เฮียยังหาเมียไม่ได้จะให้ไปแต่งงานกับยัยหมูดาวลูกสาวของเพื่อนป๊าน่ะ”“ก็แต่งไปสิพี่ ไม่เห็นต้องมาลำบากวิ่งตามหนูแบบนี้เลย” ฉันไม่เข้าใจจริงๆ พ







