LOGINไอวี่รู้สึกว่าโลกเริ่มเอียง ความร้อนวูบวาบในท้องเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่าง บาร์เทนเดอร์รินวิสกี้แก้วที่หกให้เธอโดยที่เธอไม่ต้องสั่ง ไอวี่หยิบแก้วขึ้นมาจิบอย่างไม่สนใจว่าความเยือกเย็นที่เคยสวมอยู่เริ่มแตกร้าว
บลูที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เธอก็ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแต่นั่งดื่มของตัวเองอย่างสงบเงียบ คอยรักษาระยะห่างที่เหมาะสม แต่ความเงียบของเขามันช่างน่ารำคาญสำหรับไอวี่ในเวลานี้ “ทำไมคุณถึงไม่พูดอะไรเลย” ไอวี่ถามด้วยเสียงที่แหบพร่าและติดสำเนียงเหน่อเล็กน้อยจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ บลูหันมาสบตาเธอ ดวงตาของเขาดูอ่อนโยนและนุ่มนวลอย่างน่าประหลาดภายใต้แสงไฟสลัว “ผมบอกแล้วว่าผมจะนั่งเงียบ ๆ” เขาตอบ “แต่ถ้าคุณอยากคุย ผมก็พร้อมที่จะฟัง” “ฟัง?” ไอวี่หัวเราะเบา ๆ อย่างเย้ยหยัน “คุณอยากฟังเรื่องน่าเบื่อของฉันเหรอคะคุณบลู?” “ทุกคนมีเรื่องราวครับ” บลูตอบด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ “และผมไม่ได้ตัดสินใครจากสิ่งที่เขาเป็นในคืนนี้ ผมสนใจแค่ว่าอะไรที่ทำให้คนที่สวยอย่างคุณมานั่งดื่มหนักขนาดนี้คนเดียวมากกว่า” ไอวี่จ้องหน้าเขาครู่หนึ่ง พยายามประเมินความจริงใจที่ฉายอยู่ในดวงตาของเขา แต่ภาพมันเริ่มเบลอจนแยกไม่ออก เธอส่ายหัวอย่างช้า ๆ “ไม่... คุณไม่เข้าใจหรอก” เธอจัดการวิสกี้ที่เหลือในแก้วจนหมด ก่อนจะชี้ไปที่ขวดเหล้าเก่าแก่บนชั้น “อีกแก้วค่ะ ขอแรงที่สุด” บาร์เทนเดอร์มองไปที่บลูอย่างขอความเห็น บลูส่ายหน้าเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ห้าม ไอวี่สั่งมาแก้วที่เจ็ดและแก้วที่แปดตามมาในเวลาไม่นาน บลูเองก็ดื่มตามเธออย่างช้า ๆ แม้ว่าจะไม่ได้หนักหน่วงเท่าเธอ แต่เขาก็เริ่มรู้สึกถึงความมึนเมาที่คืบคลานเข้ามาเช่นกัน ภาพตรงหน้าของไอวี่หมุนเคว้งคว้างอย่างรุนแรง เธอพยายามจับขอบเคาน์เตอร์บาร์ไว้ แต่ก็ทำได้ไม่ถนัด แก้วที่แปดทำให้เธอเกินขีดจำกัดไปไกลแล้ว ใบหน้าของเธอดูซีดเซียว ดวงตาปรือแทบจะปิดลงตลอดเวลา “พอเถอะครับ” บลูพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยน เขาแตะแขนเธอเบา ๆ “ไม่พอ!” เธอพึมพำ “ฉันต้องการหลับ! ฉันไม่อยากฝัน!” เพียงครู่เดียวเธอก็รู้สึกวิงเวียนจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ ไอวี่ซบหน้าลงกับเคาน์เตอร์บาร์อย่างหมดเรี่ยวแรง บาร์เทนเดอร์รีบเดินเข้ามาหาพวกเขาด้วยสีหน้าตกใจ “คุณบลูครับ ให้ผมช่วยเรียกแท็กซี่ไหมครับ” บลูมองไอวี่ที่หลับตาพริ้มอย่างอ่อนแรง ผมสีดำขลับของเธอปกคลุมใบหน้าที่ซีดเซียว ริมฝีปากบางเผยอเล็กน้อยอย่างน่าสงสาร “ไม่เป็นไร” บลูตอบ “เดี๋ยวจัดการเอง” เขาจ่ายค่าเครื่องดื่มทั้งหมดให้บาร์เทนเดอร์ ก่อนจะประคองร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของไอวี่ขึ้นพาดบ่าอย่างระมัดระวัง แม้ว่าเธอจะอยู่ในชุดราตรีที่ดูสง่างาม แต่บลูรู้สึกถึงความบอบบางของเธอ ไอวี่ไม่ได้ขัดขืน เธอเพียงแต่ซบหน้าลงที่แผงอกของบลูอย่างไว้ใจราวกับเด็กที่ต้องการที่พึ่ง @เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแรกของวันสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ของคอนโดหรูในย่านใจกลางเมือง ไอวี่รู้สึกหนักอึ้งที่ศีรษะและรู้สึกแห้งผากที่ลำคออย่างรุนแรง เธอพยายามลืมตาขึ้น แต่ภาพแรกที่เห็นกลับไม่ใช่เพดานห้องนอนของตัวเอง แต่เป็นเพดานที่สูงโปร่งประดับด้วยโคมไฟระย้าที่ทันสมัยและหรูหรา เธอสัมผัสได้ถึงความนุ่มสบายของผ้าห่มที่พันรอบร่างเอาไว้ ที่นี่ที่ไหน...? ความรู้สึกบางอย่างแล่นเข้ามาในสมอง ไอวี่เบิกตากว้างเมื่อพบว่าตัวเองไม่ได้สวมชุดราตรีสีดำสนิท แต่เป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่ของผู้ชาย และ...เธอเปลือยเปล่าอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตตัวนั้น เธอหันมองไปรอบ ๆ ห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพบร่างของชายหนุ่มนอนอยู่ข้าง ๆ เขาอยู่ในสภาพกึ่งเปลือยท่อนบน เผยให้เห็นแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ไอวี่พยายามนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืน แต่สมองที่มึนงงจากฤทธิ์วิสกี้ทำให้ความทรงจำมันพร่ามัวราวกับหมอกควัน เธอจำได้เพียงการดื่มหนัก การสนทนาที่ขาด ๆ หาย ๆ และความรู้สึกร้อนรุ่มที่แล่นไปทั่วร่าง เธอกับเขา... มีอะไรกัน ? จู่ ๆ เขาที่นอนอยู่ข้าง ๆ ก็ขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาของเขาค่อย ๆ ลืมขึ้นอย่างช้า ๆ และสบเข้ากับดวงตาที่เบิกกว้างของไอวี่ทันที “ตื่นแล้วเหรอ” บลูเอ่ยถามด้วยเสียงที่แหบพร่าอย่างเซ็กซี่ รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาของเขา “คุณ...” เธอจำเขาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่ท่าทีของเธอกลับนิ่งเฉย ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านอะไรเลย “อย่าบอกนะว่าจำกันไม่ได้” บลูเลิกคิ้วสูงเอ่ยถาม “...” เธอนิ่งเงียบ ไม่ได้ตอบคำถามของบลู เธอกำลังใช้ความคิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมด ทว่าคิดยังไงก็คิดไม่ออกสักทีว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้าง “ผมชื่อบลูครับ” ชายหนุ่มเอ่ยแนะนำตัวขึ้นอีกครั้ง บลู อายุสามสิบสามปี เจ้าของธุรกิจซื้อขายบ้านและที่ดินขนาดใหญ่ของประเทศ มีอีกตำแหน่งคือ เจ้าของคลับบ้านเลขที่ 0 เขาหล่อแล้วก็มีเสน่ห์ มีความขี้เล่น ขี้กวน แถมยังชอบตามติดอีกด้วย “อืม” ไอวี่พยักหน้ารับ เธอแสดงท่าทีที่เรียบเฉย ยิ่งเธอนิ่ง เขาก็ยิ่งสนใจเธอ “ไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ?” บลูเอ่ย “ให้พูดอะไร” ไอวี่เอ่ยถามกลับ พลางยันตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน “ก็แค่นอนด้วยกัน คิดอะไรมาก” “...” กูคิดครับ! แต่กูยังไม่ได้นอนกับเธอ..? “หรือว่าคุณคิด” ไอวี่หันมามองบลูที่ยังนอนอยู่บนเตียง “คิดเท่าไหร่อะ” “...” กูจะบ้า!!! ไอวี่เลื่อนสายตามองไปรอบ ๆ ห้องก่อนที่สายตาเธอจะหยุดอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้ง ที่มีกระเป๋าสะพายเธอวางอยู่ ร่างบางเดินตรงเข้าไปหากระเป๋าของตัวเอง มือเล็กหยิบกระเป๋าขึ้นมาแล้วเปิดออก เธอหยิบนามบัตรออกมา แล้ววางไว้ที่โต๊ะเครื่องแป้ง “คิดเท่าไหร่ก็ติดต่อมานะ ฉันขอตัวนะ” ไอวี่เอ่ยทิ้งท้ายไว้ ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนของบลูไป เธอไม่แม้แต่จะหันกลับมามองชายหนุ่มที่นอนหน้าเอ๋ออยู่บนเตียงเลยด้วยซ้ำ “กูเจอเรื่องเหี้ยอะไรอยู่เนี้ย?” บลูได้แต่งง ๆ ไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน เขาเคยเจอแต่จำพวกที่ชอบเข้าหาเขา ชอบให้เขาดูแลเอาใจใส่ มีแต่คนชอบเขาทั้งนั้น มีแต่เธอเท่านั้นที่ดูเหมือนจะไม่สนใจเขาเลย ไอวี่ลงมาที่ชั้นล่าง เธอยืนนิ่ง ๆ อยู่ที่หน้าคอนโดหรูสักพักใหญ่ ๆ ก่อนจะเดินออกจากคอนโด แล้วเรียกรถแท็กซี่กลับคอนโดของตัวเองทันที ห้ามรู้สึก! ห้ามรู้สึก! เธอทำได้แค่ท่องคำพวกนี้อยู่ในใจซ้ำ ๆ ผู้ชายมันก็เหมือนกันหมด แม่เคยเจ็บปวดมากแค่ไหน เธอจะไม่มีทางเจ็บแบบที่แม่เคยเจ็บแน่นอน เธอไม่ชอบที่ต้องอยู่กับความเจ็บปวดพวกนี้ แล้วเธอก็จะไม่มีวันเอาตัวเองเข้าไปเจ็บแบบที่แม่เคยเจ็บเด็ดขาด!@คลับบ้านเลขที่ 0รถสปอร์คันหรูแล่นมาจอดที่หน้าคลับบ้านเลขที่0 แสงไฟในยามค่ำคืนส่องสว่างไปทั่วเมืองหลวง ทันทีที่รถยนต์จอดสนิท บลูหันมามองคนข้างกายที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ เธอหลับได้สักพักใหญ่ ๆ แล้ว“ถึงแล้วครับ” บลูเอ่ยปลุกเธอ มือหนาสะกิดที่แขนเล็กเบา ๆ“อือ” เธอครางตอบรับในลำคอเล็กน้อย ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นมา คนตัวเล็กพยายามปรับโฟกัสกับภาพตรงหน้า “ที่นี่ที่ไหนคะ”“คลับของผมเองครับ” เขาเอ่ย“คลับของคุณ?” เธอเลิกคิ้วสูงสงสัย“ครับ ผมจำได้ว่าเราเจอกันที่The One ผมเลยคิดว่าคิดว่าคุณของชอบเที่ยวคลับ ชอบความผ่อนคลายแบบนั้น”“รู้ใจผู้หญิงเก่งจังเลยนะคะ”“ฮ่า ๆ ผมรู้แค่เรื่องของคุณครับ”“ฉันจะพยายามเชื่อคุณนะ” ไอวี่เอ่ยยิ้ม ๆ ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วลงจากรถทันที บลูก็รีบตามลงมาทันทีเช่นกันทั้งคู่เดินเข้าไปภายในคลับพร้อมกัน ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาคลับเปิดให้บริการแล้ว ลูกค้าชายหญิงก็เริ่มเข้ามาจับจ้องโต๊ะกันบ้างแล้ว มีทั้งลูกค้าประจำแล้วก็ไม่ประจำ บลูเดินนำไอวี่มาที่โซนVIP ที่เป็นโซนห้องกระจกที่ถูกต่อเติมเพิ่มเข้ามาทันทีที่ทั้งคู่เปิดประตูเข้ามาภายในห้อง คนที่นั่งอยู่ในห้องต่างก็พากันเงยหน้าขึ้น
บลูคลี่รอยยิ้มทันที เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าดูอารมณ์ดีขึ้นมากหลังจากที่ท้องอิ่ม เขาหยิบแก้วน้ำที่ว่างเปล่าวางลงในถาด ก่อนจะรวบรวมถ้วยชามเตรียมนำไปเก็บ“กินอิ่มแล้วก็ดูพูดง่ายขึ้นเยอะเลยนะ” บลูเย้าแหย่พลางยักคิ้วให้หนึ่งที“ก็มันหิวนี่ แล้วอีกอย่าง ฉันไม่ได้บอกว่าหายโกรธนะ แค่ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง” ไอวี่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยพยายามรักษามาดไว้ ทั้งที่ความจริงความอบอุ่นที่เขาดูแลเธอเมื่อเช้ามันเริ่มกัดเซาะความโกรธไปเกือบหมดแล้วบลูหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เขาเดินเอาถาดไปเก็บในครัวครู่หนึ่งก่อนจะเดินกลับมาทิ้งตัวนั่งลงข้างเธอบนโซฟา ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ไอวี่เผลอตัวขยับหนีเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ แต่บลูกลับคว้าข้อมือเธอไว้หลวม ๆ“ไอวี่” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากกวนประสาทเป็นจริงจังขึ้นมา “เรื่องที่ผมบอกว่าจะรับผิดชอบ ผมพูดจริง ๆ นะ ไม่ได้พูดเพราะรู้สึกผิดอย่างเดียว แต่ผมรู้สึกกับคุณจริง ๆ”ไอวี่นิ่งไป หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อ ๆ เธอมองสบตาคมเข้มของคนตรงหน้า“พลาดกันแค่ครั้งเดียวเองนะบลู แล้วคุณก็เด็กไปสำหรับฉัน”“แต่ผมเสียหาย” บลูขยับเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน
เสียงของเนื้อกระทบกันดังลั่นไปทั่วห้องโถง บลูยังคงกระแทกแท่งเนื้อเข้าออกอยู่อย่างนั้นหลายนาที ไอวี่ระบายความเสียวซ่านที่ตัวเองได้รับ โดยการจิกมือลงไปที่โซฟาอย่างแรง“บลู~ ไม่ไหว ฉี่จะแตก” หญิงสาวเอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา“อีกนิดเดียว จะเสร็จแล้ว” บลูเอ่ยตอบกลับ เขายังคงขยับสะโพกไปมาตับ ๆเพียงครู่เดียวเท่านั้น เขาดันแก่นกายเข้ามาจนสุด พร้อมกับกดแช่แท่งเอ็นร้อน ๆ ไว้แบบนั้นอยู่นานหลายนาที“เหนื่อย” เธอเอ่ยน้ำเสียงหอบเหนื่อย ก่อนจะขยับตัวออกจากเขา แล้วทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาทันทีน้ำสีขาวขุ่นไหลเยิ้มออกมาจากช่อกุหลาบสีสวยที่กำลังนอนอยู่บนโซฟา ส่วนบลูก็ยืนมองหญิงสาวนิ่ง ๆ ด้วยความงุนงงคือ... จะเดินออกก็เดินออกไปดื้อ ๆ ไม่มีส่งสัญญาณอะไรบอกกูเลยสักคำ เออ! ดีจริง ๆบลูเดินตรงไปที่โต๊ะอาหาร เอื้อมมือหนาไปดึงกระดาษทิชชูสามสี่แผ่น แล้วเดินกลับมาหาไอวี่ที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ที่โซฟา เธอคงทั้งเมา แล้วก็ทั้งเหนื่อย ถึงทำให้เธอหลับสนิทได้แบบนี้“ขออย่างเดียว พรุ่งนี้ตื่นมาก็ช่วยตั้งสติด้วย” บลูเอ่ย พลางเช็ดทำความสะอาดส่วนนั้นให้กับเธอจนหมดจด พอเสร็จเรียบแล้วบลูก็ช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว เดินพาเธอไปวา
ร่างบางของไอวี่จมลงกับความนุ่มของที่นอน ชุดราตรีสีแดงเพลิงที่เธอยังสวมอยู่ดูตัดกับผ้าปูที่นอนอย่างชัดเจนจนดูเย้ายวนใจ บลูที่ยังคงคร่อมร่างเธอไว้หลวม ๆ ไม่ได้ถอยห่างไปไหน สายตาของเขาจ้องมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงระเรื่อเพราะฤทธิ์ไวน์และความร้อนจากรสจูบเมื่อครู่“ไม่อยากจีบคุณแล้วอ่ะ” บลูเอ่ยเสียงพร่าพลางกระตุกยิ้มที่มุมปาก มือหนาข้างหนึ่งยันที่นอนไว้ ส่วนอีกข้างเกลี่ยแก้มเนียนอย่างเบามือ“แล้วคุณ... อยากอะไรคะ?” ไอวี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ทว่าท้าทาย เธอเอื้อมมือขึ้นไปคว้าปกเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มแล้วออกแรงดึงให้เขาโน้มลงมาหาอีกครั้งไม่ต้องมีคำตอบเป็นคำพูด บลูสนองตอบความท้าทายนั้นทันทีด้วยการทาบริมฝีปากลงไปใหม่ คราวนี้มันหนักหน่วงและโหยหากว่าเดิม รสชาติฝาดหวานของไวน์แดงที่ยังหลงเหลืออยู่ในปากของคนทั้งคู่กลายเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่ทำให้พายุอารมณ์โหมกระหน่ำไอวี่หลับตาพริ้ม รับรู้ถึงน้ำหนักตัวของชายหนุ่มที่ทาบทับลงมาและความอบอุ่นที่โอบล้อมเธอไว้ เธอรู้สึกเหมือนกำลังลอยล่องอยู่กลางทะเลที่คลื่นลมแรง แต่แปลกที่ในอ้อมกอดนี้เธอกลับรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือเล็กขยุ้มเสื้อเชิ้ตของบลู
ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังขึ้นอย่างเก้อเขิน ไอวี่เดินลงจากเวทีด้วยท่วงท่าของคนชนะ แสงไฟยังคงสาดส่องตามร่างบางในชุดแดงเพลิงของเธอ จนกระทั่งเธอเดินกลับมาหยุดอยู่ที่โต๊ะบลูยืนขึ้นต้อนรับเธอทันที เขาไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความชื่นชมและพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด มือหนายื่นไปรับมือเล็กของเธอมากุมไว้เบา ๆ ราวกับจะบอกว่า...ทำได้ดีมาก“คุณแรงกว่าที่ผมคิดไว้นะครับ” บลูเปรยเบา ๆ ขณะที่ไอวี่นั่งลงที่เก้าอี้“แค่ประกาศให้รู้ว่าใครคือตัวจริง ใครคือตัวปลอมนะคะ” ไอวี่ตอบเสียงเรียบ“ไอวี่! แกกล้าดียังไง!” มีนาระเบิดอารมณ์ออกมาทันทีที่สุมิตรเดินไปทักทายแขกโต๊ะอื่น เธอโน้มตัวข้ามโต๊ะมาหาไอวี่ ดวงตาแดงก่ำด้วยความแค้น “แกจงใจฉีกหน้าฉันกับแม่ต่อหน้าทุกคน!”“ฉันแค่พูดความจริงมีนา” ไอวี่ปรายตามองอย่างเย็นชา “ความจริงที่ว่าเธอไม่มีแม้แต่หยดเลือดของเมฆาอยู่ในตัว อย่าลืมสิว่าเธอเข้ามาอยู่ในบ้านฉันฐานะอะไร”“แก!” มีนาเงื้อมือขึ้นสูง หมายจะฟาดลงบนใบหน้าสวยที่ลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงหน้าหมับ!ทว่ามือของเธอกลับถูกมือหนาของบลูคว้าไว้กลางอากาศได้ทันท่วงที บลูไม่ได้ออกแรงบีบมากนัก แต่สายตาที่เขามองมีนานั้นเย
@ห้องจัดเลี้ยงแสงไฟจากโถงจัดเลี้ยงส่องประกายระยิบระยับ เสียงดนตรีบรรเลงคลอเบา ๆ ผสมกับเสียงพูดคุยของแขกเหรื่อในงานทันทีที่ทั้งคู่ก้าวพ้นประตูงาน ทุกสายตาต่างหันมาจับจ้องที่ทั้งคู่เป็นจุดเดียว ‘บลู’ ในชุดสูทสีดำดูภูมิฐานตัดกับ ‘ไอวี่’ ในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ดูสวยสะดุดตาจนแทบหยุดหายใจ พวกเขาดูเหมือนคู่รักที่ทรงอำนาจและสมบูรณ์แบบที่สุดในค่ำคืนนี้“นั่นลูกสาวของคุณสุมิตร เมฆา” เสียงซุบซิบดังขึ้นเบา ๆไอวี่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยหวั่นไหวเมื่อครู่เลือนหายไป เหลือเพียงความสุขุมและเยือกเย็น เธอเหลือบไปเห็น ‘มีนา’ ที่ยืนอยู่ในกลุ่มเพื่อนสาว มีนาชะงักไปทันทีที่เห็นไอวี่ในลุคนี้ ดวงตาของน้องสาวต่างแม่ต่างพ่อที่เต็มไปด้วยความริษยาอย่างปิดไม่มิด โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนเคียงข้างไอวี่คือบลู ชายหนุ่มที่เธอเพิ่งจะพยายามเข้าไปแทรกกลางเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนบลูรับรู้ถึงแรงบีบเบา ๆ ที่ต้นแขนจากไอวี่ เขาจึงก้มลงกระซิบที่ข้างหูเธอพอให้ได้ยินกันแค่สองคน“ยิ้มไว้ครับ คืนนี้คุณชนะตั้งแต่อยู่หน้าประตูแล้ว”ไอวี่ลอบถอนหายใจ ก่อนจะคลี่ยิ้มทรงเสน่ห์ที่ดูเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน“ขอบคุณนะคะ
แกร๊ก!เสียงลูกบิดประตูที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาไอวี่ที่กำลังจมดิ่งอยู่กับกองเอกสารบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ถึงกับสะดุ้งสุดตัว เธอเงยหน้าขึ้นมองบานประตูที่ถูกผลักเข้ามา พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในท่าทางผ่อนคลายของคนที่เธอเพิ่งจะนึกถึงไปเมื่อครู่ คนที่เป็นแขกไม่ได้รับเชิญแต่กลับคุ้นเคยเป็นอย่างดีบลู
หลังจากที่กันยาเดินออกจากห้องไป ความเงียบก็กลับมาปกคลุมห้องทำงานของหญิงสาวอีกครั้ง ไอวี่ลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างเบื่อหน่าย ความรู้สึกหนักอึ้งจากเรื่องในอดีตที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งยังคงเกาะกุมจิตใจของเธอบลูหันกลับมามองที่เธออีกครั้งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย เพราะสีหน้าของไอวี่ดูไม่ดีเ
@สองอาทิตย์ผ่านไปตลอดระยะเวลาสองสัปดาห์ที่ผ่านมา บลูตามติดไอวี่ราวกับเงา เขาทำทุกอย่าง ทั้งส่งข้อความอรุณสวัสดิ์ ดูแลเรื่องอาหารกลางวัน และไปรับส่งเธอยามค่ำคืนความสัมพันธ์ของทั้งคู่... ดีขึ้นหรือไม่? บลูเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่ก็คงต้องดีขึ้นอยู่บ้าง เพราะอย่างน้อยไอวี่ก็ไม่ได้ปฏิเสธการดูแลของเขา
หลังจากดื่มชานมไข่มุกจนหมดแก้ว ไอวี่รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก บลูพาเธอเดินชมสินค้าอีกเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าไอวี่เริ่มมีสีหน้าเหนื่อยล้า ชายหนุ่มจึงตัดสินใจพาเธอเดินออกจากห้างสรรพสินค้าทันทีบลูเดินถือถุงใส่ของพะรุงพะรัง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของที่เขาซื้อให้เธอตามอัธยาศัย แม้ไอวี่จะบอกว่าไม่ต้องการก็ตาม นำไอ







