Mag-log inไอวี่รู้สึกว่าโลกเริ่มเอียง ความร้อนวูบวาบในท้องเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่าง บาร์เทนเดอร์รินวิสกี้แก้วที่หกให้เธอโดยที่เธอไม่ต้องสั่ง ไอวี่หยิบแก้วขึ้นมาจิบอย่างไม่สนใจว่าความเยือกเย็นที่เคยสวมอยู่เริ่มแตกร้าว
บลูที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เธอก็ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแต่นั่งดื่มของตัวเองอย่างสงบเงียบ คอยรักษาระยะห่างที่เหมาะสม แต่ความเงียบของเขามันช่างน่ารำคาญสำหรับไอวี่ในเวลานี้ “ทำไมคุณถึงไม่พูดอะไรเลย” ไอวี่ถามด้วยเสียงที่แหบพร่าและติดสำเนียงเหน่อเล็กน้อยจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ บลูหันมาสบตาเธอ ดวงตาของเขาดูอ่อนโยนและนุ่มนวลอย่างน่าประหลาดภายใต้แสงไฟสลัว “ผมบอกแล้วว่าผมจะนั่งเงียบ ๆ” เขาตอบ “แต่ถ้าคุณอยากคุย ผมก็พร้อมที่จะฟัง” “ฟัง?” ไอวี่หัวเราะเบา ๆ อย่างเย้ยหยัน “คุณอยากฟังเรื่องน่าเบื่อของฉันเหรอคะคุณบลู?” “ทุกคนมีเรื่องราวครับ” บลูตอบด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ “และผมไม่ได้ตัดสินใครจากสิ่งที่เขาเป็นในคืนนี้ ผมสนใจแค่ว่าอะไรที่ทำให้คนที่สวยอย่างคุณมานั่งดื่มหนักขนาดนี้คนเดียวมากกว่า” ไอวี่จ้องหน้าเขาครู่หนึ่ง พยายามประเมินความจริงใจที่ฉายอยู่ในดวงตาของเขา แต่ภาพมันเริ่มเบลอจนแยกไม่ออก เธอส่ายหัวอย่างช้า ๆ “ไม่... คุณไม่เข้าใจหรอก” เธอจัดการวิสกี้ที่เหลือในแก้วจนหมด ก่อนจะชี้ไปที่ขวดเหล้าเก่าแก่บนชั้น “อีกแก้วค่ะ ขอแรงที่สุด” บาร์เทนเดอร์มองไปที่บลูอย่างขอความเห็น บลูส่ายหน้าเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ห้าม ไอวี่สั่งมาแก้วที่เจ็ดและแก้วที่แปดตามมาในเวลาไม่นาน บลูเองก็ดื่มตามเธออย่างช้า ๆ แม้ว่าจะไม่ได้หนักหน่วงเท่าเธอ แต่เขาก็เริ่มรู้สึกถึงความมึนเมาที่คืบคลานเข้ามาเช่นกัน ภาพตรงหน้าของไอวี่หมุนเคว้งคว้างอย่างรุนแรง เธอพยายามจับขอบเคาน์เตอร์บาร์ไว้ แต่ก็ทำได้ไม่ถนัด แก้วที่แปดทำให้เธอเกินขีดจำกัดไปไกลแล้ว ใบหน้าของเธอดูซีดเซียว ดวงตาปรือแทบจะปิดลงตลอดเวลา “พอเถอะครับ” บลูพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยน เขาแตะแขนเธอเบา ๆ “ไม่พอ!” เธอพึมพำ “ฉันต้องการหลับ! ฉันไม่อยากฝัน!” เพียงครู่เดียวเธอก็รู้สึกวิงเวียนจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ ไอวี่ซบหน้าลงกับเคาน์เตอร์บาร์อย่างหมดเรี่ยวแรง บาร์เทนเดอร์รีบเดินเข้ามาหาพวกเขาด้วยสีหน้าตกใจ “คุณบลูครับ ให้ผมช่วยเรียกแท็กซี่ไหมครับ” บลูมองไอวี่ที่หลับตาพริ้มอย่างอ่อนแรง ผมสีดำขลับของเธอปกคลุมใบหน้าที่ซีดเซียว ริมฝีปากบางเผยอเล็กน้อยอย่างน่าสงสาร “ไม่เป็นไร” บลูตอบ “เดี๋ยวจัดการเอง” เขาจ่ายค่าเครื่องดื่มทั้งหมดให้บาร์เทนเดอร์ ก่อนจะประคองร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของไอวี่ขึ้นพาดบ่าอย่างระมัดระวัง แม้ว่าเธอจะอยู่ในชุดราตรีที่ดูสง่างาม แต่บลูรู้สึกถึงความบอบบางของเธอ ไอวี่ไม่ได้ขัดขืน เธอเพียงแต่ซบหน้าลงที่แผงอกของบลูอย่างไว้ใจราวกับเด็กที่ต้องการที่พึ่ง @เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแรกของวันสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ของคอนโดหรูในย่านใจกลางเมือง ไอวี่รู้สึกหนักอึ้งที่ศีรษะและรู้สึกแห้งผากที่ลำคออย่างรุนแรง เธอพยายามลืมตาขึ้น แต่ภาพแรกที่เห็นกลับไม่ใช่เพดานห้องนอนของตัวเอง แต่เป็นเพดานที่สูงโปร่งประดับด้วยโคมไฟระย้าที่ทันสมัยและหรูหรา เธอสัมผัสได้ถึงความนุ่มสบายของผ้าห่มที่พันรอบร่างเอาไว้ ที่นี่ที่ไหน...? ความรู้สึกบางอย่างแล่นเข้ามาในสมอง ไอวี่เบิกตากว้างเมื่อพบว่าตัวเองไม่ได้สวมชุดราตรีสีดำสนิท แต่เป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่ของผู้ชาย และ...เธอเปลือยเปล่าอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตตัวนั้น เธอหันมองไปรอบ ๆ ห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพบร่างของชายหนุ่มนอนอยู่ข้าง ๆ เขาอยู่ในสภาพกึ่งเปลือยท่อนบน เผยให้เห็นแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ไอวี่พยายามนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืน แต่สมองที่มึนงงจากฤทธิ์วิสกี้ทำให้ความทรงจำมันพร่ามัวราวกับหมอกควัน เธอจำได้เพียงการดื่มหนัก การสนทนาที่ขาด ๆ หาย ๆ และความรู้สึกร้อนรุ่มที่แล่นไปทั่วร่าง เธอกับเขา... มีอะไรกัน ? จู่ ๆ เขาที่นอนอยู่ข้าง ๆ ก็ขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาของเขาค่อย ๆ ลืมขึ้นอย่างช้า ๆ และสบเข้ากับดวงตาที่เบิกกว้างของไอวี่ทันที “ตื่นแล้วเหรอ” บลูเอ่ยถามด้วยเสียงที่แหบพร่าอย่างเซ็กซี่ รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาของเขา “คุณ...” เธอจำเขาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่ท่าทีของเธอกลับนิ่งเฉย ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านอะไรเลย “อย่าบอกนะว่าจำกันไม่ได้” บลูเลิกคิ้วสูงเอ่ยถาม “...” เธอนิ่งเงียบ ไม่ได้ตอบคำถามของบลู เธอกำลังใช้ความคิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมด ทว่าคิดยังไงก็คิดไม่ออกสักทีว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้าง “ผมชื่อบลูครับ” ชายหนุ่มเอ่ยแนะนำตัวขึ้นอีกครั้ง บลู อายุสามสิบสามปี เจ้าของธุรกิจซื้อขายบ้านและที่ดินขนาดใหญ่ของประเทศ มีอีกตำแหน่งคือ เจ้าของคลับบ้านเลขที่ 0 เขาหล่อแล้วก็มีเสน่ห์ มีความขี้เล่น ขี้กวน แถมยังชอบตามติดอีกด้วย “อืม” ไอวี่พยักหน้ารับ เธอแสดงท่าทีที่เรียบเฉย ยิ่งเธอนิ่ง เขาก็ยิ่งสนใจเธอ “ไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ?” บลูเอ่ย “ให้พูดอะไร” ไอวี่เอ่ยถามกลับ พลางยันตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน “ก็แค่นอนด้วยกัน คิดอะไรมาก” “...” กูคิดครับ! แต่กูยังไม่ได้นอนกับเธอ..? “หรือว่าคุณคิด” ไอวี่หันมามองบลูที่ยังนอนอยู่บนเตียง “คิดเท่าไหร่อะ” “...” กูจะบ้า!!! ไอวี่เลื่อนสายตามองไปรอบ ๆ ห้องก่อนที่สายตาเธอจะหยุดอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้ง ที่มีกระเป๋าสะพายเธอวางอยู่ ร่างบางเดินตรงเข้าไปหากระเป๋าของตัวเอง มือเล็กหยิบกระเป๋าขึ้นมาแล้วเปิดออก เธอหยิบนามบัตรออกมา แล้ววางไว้ที่โต๊ะเครื่องแป้ง “คิดเท่าไหร่ก็ติดต่อมานะ ฉันขอตัวนะ” ไอวี่เอ่ยทิ้งท้ายไว้ ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนของบลูไป เธอไม่แม้แต่จะหันกลับมามองชายหนุ่มที่นอนหน้าเอ๋ออยู่บนเตียงเลยด้วยซ้ำ “กูเจอเรื่องเหี้ยอะไรอยู่เนี้ย?” บลูได้แต่งง ๆ ไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน เขาเคยเจอแต่จำพวกที่ชอบเข้าหาเขา ชอบให้เขาดูแลเอาใจใส่ มีแต่คนชอบเขาทั้งนั้น มีแต่เธอเท่านั้นที่ดูเหมือนจะไม่สนใจเขาเลย ไอวี่ลงมาที่ชั้นล่าง เธอยืนนิ่ง ๆ อยู่ที่หน้าคอนโดหรูสักพักใหญ่ ๆ ก่อนจะเดินออกจากคอนโด แล้วเรียกรถแท็กซี่กลับคอนโดของตัวเองทันที ห้ามรู้สึก! ห้ามรู้สึก! เธอทำได้แค่ท่องคำพวกนี้อยู่ในใจซ้ำ ๆ ผู้ชายมันก็เหมือนกันหมด แม่เคยเจ็บปวดมากแค่ไหน เธอจะไม่มีทางเจ็บแบบที่แม่เคยเจ็บแน่นอน เธอไม่ชอบที่ต้องอยู่กับความเจ็บปวดพวกนี้ แล้วเธอก็จะไม่มีวันเอาตัวเองเข้าไปเจ็บแบบที่แม่เคยเจ็บเด็ดขาด!@ห้องจัดเลี้ยงแสงไฟจากโถงจัดเลี้ยงส่องประกายระยิบระยับ เสียงดนตรีบรรเลงคลอเบา ๆ ผสมกับเสียงพูดคุยของแขกเหรื่อในงานทันทีที่ทั้งคู่ก้าวพ้นประตูงาน ทุกสายตาต่างหันมาจับจ้องที่ทั้งคู่เป็นจุดเดียว ‘บลู’ ในชุดสูทสีดำดูภูมิฐานตัดกับ ‘ไอวี่’ ในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ดูสวยสะดุดตาจนแทบหยุดหายใจ พวกเขาดูเหมือนคู่รักที่ทรงอำนาจและสมบูรณ์แบบที่สุดในค่ำคืนนี้“นั่นลูกสาวของคุณสุมิตร เมฆา” เสียงซุบซิบดังขึ้นเบา ๆไอวี่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยหวั่นไหวเมื่อครู่เลือนหายไป เหลือเพียงความสุขุมและเยือกเย็น เธอเหลือบไปเห็น ‘มีนา’ ที่ยืนอยู่ในกลุ่มเพื่อนสาว มีนาชะงักไปทันทีที่เห็นไอวี่ในลุคนี้ ดวงตาของน้องสาวต่างแม่ต่างพ่อที่เต็มไปด้วยความริษยาอย่างปิดไม่มิด โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนเคียงข้างไอวี่คือบลู ชายหนุ่มที่เธอเพิ่งจะพยายามเข้าไปแทรกกลางเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนบลูรับรู้ถึงแรงบีบเบา ๆ ที่ต้นแขนจากไอวี่ เขาจึงก้มลงกระซิบที่ข้างหูเธอพอให้ได้ยินกันแค่สองคน“ยิ้มไว้ครับ คืนนี้คุณชนะตั้งแต่อยู่หน้าประตูแล้ว”ไอวี่ลอบถอนหายใจ ก่อนจะคลี่ยิ้มทรงเสน่ห์ที่ดูเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน“ขอบคุณนะคะ
@ชั้น17@ห้อง304ห้องสวีทสุดหรู ภายในห้องถูกตกแต่งด้วยโทนอบอุ่น ระเบียบด้านนอกมองเห็นวิวทะเลอย่างชัดเจน ภายในห้องจะมีเคาน์เตอร์ครัว แล้วก็ห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีโซฟาตั้งอยู่กลางห้อง พร้อมกับทีวีขนาดใหญ่ถึง65นิ้วห้องน้ำจะอยู่มุมซ้ายสุด ส่วนห้องนอนจะอยู่ติดกับมุมที่ตั้งทีวี“สวยดี” ไอวี่เอ่ยขึ้นทันทีที่ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา เธอเหนื่อยกับการนั่งรถเป็นเวลานาน ๆ“อยากดื่มอะไรไหม”“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณคุณมากนะ”“กระเป๋าอยู่ในรถ ผมจะลงไปเอากระเป๋าก่อน ส่วนคุณก็พักผ่อนอยู่ในห้องไปก่อนนะ”“ฉันลงไปช่วยค่ะ” ไอวี่เอ่ย พลางยันตัวลุกขึ้นยืน ทว่าบลูเดินกดไหล่เธอให้นั่งลงกลับที่เดิมก่อน“พักเถอะ ที่เหลือผมจัดการเอง”บลูเดินออกจากห้องไปทันที เขาเดินเข้าลิฟต์แล้วกดลิฟต์ลงมาที่ชั้นล่าง เดินตรงไปที่รถของตัวเองจอดอยู่พอเดินมาถึงรถ บลูก็ใช้กุญแจปลดล็อครถยนต์ แล้วเปิดท้ายรถเพื่อเอากระเป๋าเดินทางของเธอพร้อมกับของตัวเองปัง!เสียงท้ายรถปิดลงดังปัง พร้อมกับร่างเล็กที่ปรากฏตัวอยู่ข้าง ๆ รถ“พี่ไอวี่นี้.. แย่จังเลยนะคะ ใช้คุณลงมาเอาของคนเดียวแบบนี้” มีนาเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม“หน้าที่ของแฟนอยู่แล้วครับ” บลูเอ่ยตอบกลับ
ความเงียบที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งคลับทันทีที่ประโยคสุดท้ายของบลูหลุดออกมาจากปาก แววตาที่เคยหยิ่งผยองของธามสั่นระริกไปชั่วขณะหนึ่ง รอยยิ้มเยาะที่เคยแต้มบนใบหน้าพลันแข็งค้าง ความมั่นใจที่ว่าตนเองเหนือกว่าถูกทุบทำลายลงด้วยคำว่า กูเจ้าของคลับ“มึงว่าไงนะ?” ธามเค้นเสียงถาม มือที่จับปืนเริ่มสั่นเล็กน้อยด้วยความโกรธที่ปนมากับความหน้าแตก“หูหนวกเหรอ?” บลูขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้จะมีปลายกระบอกปืนจ่ออยู่ ทว่าเขากลับก้าวเท้าเข้าหาธามอย่างไม่เกรงกลัว “กูบอกว่ากูนี่แหละเจ้าของที่นี่ มึงจะใช้เงินเคลียร์กับใครนะ? เคลียร์กับกูเหรอ? งั้นลองเสนอราคามาสิว่าชีวิตกูราคาเท่าไหร่ในสายตามึง”“พี่ธามกลับกันเถอะค่ะ” เธอรู้ดีว่าตอนนี้สถานการณ์มันเกินกว่าที่เธอจะรับไหว“หุบปาก!” ธามตวาดใส่หญิงสาว ก่อนจะหันมาถลึงตาใส่บลู “เจ้าของคลับแล้วไงวะ! ปืนอยู่ในมือกู มึงตายไปกูเอาเงินยัดปากตำรวจคนไหนก็ได้ทั้งนั้น!”“ลองดูสิ” เสียงทุ้มต่ำที่เย็นยะเยือกของบลูดังขึ้น พร้อมกับที่พนักงานรักษาความปลอดภัยนับสิบคนในชุดสูทสีดำสนิท ซึ่งเป็นคนของบลู เดินเข้ามาล้อมธามไว้ทุกทิศทาง ทุกคนในมือมีอาวุธที่พร้อมจะจัดการผู้บุกรุกทันท
@คอนโดมิเนียมหลังจากที่ความหวานของบิงซูช่วยเติมพลังใจจนเต็ม บลูขับรถมาส่งไอวี่ที่คอนโดมิเนียมของเธอ บรรยากาศภายในรถเงียบสงบแต่ไม่ได้อึดอัด ทั้งคู่ต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง บลูเหลือบมองไอวี่ที่ดูผ่อนคลายขึ้นมาก เขาแอบหวังลึก ๆ ว่าคำพูดของเจย์และคิงเรื่องการรักษาใจจะเริ่มต้นได้ด้วยดีในทริปนี้“ถึงแล้วครับ” บลูจอดรถอยู่หน้าคอนโดของหญิงสาว“ขอบคุณนะ สำหรับอีกวันที่คุณอยู่ข้างฉัน” ไอวี่หันมาเอ่ยขอบคุณ“สบายมากครับ มันคือหน้าที่ของผมอยู่แล้ว ผมแฟนคุณนิ”“คุณแค่ตามจีบค่ะ ไม่ใช่แฟน”“เอ้าเหรอ?” เขาเอ่ยพูดได้หน้าตายที่สุด“ฉันไปนะ” เธอเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะเปิดประตูรถ แล้วลงจากรถเดินเข้าไปในคอนโดบลูนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย มองร่างบางจนเธอเดินหายลับเข้าไปในคอนโดมิเนียม บลูถึงออกรถได้รถหรูจอดติดไฟแดงอยู่ตรงทางแยกหน้าคอนโด เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดส่งข้อความเข้าแชทกลุ่มทันที@กรุ๊ป K.B.R.R.JBlue : พรุ่งนี้กูไม่ว่าง ถ้าใครมีธุระอะไรด่วน ก็จัดการกันไปเองก่อนเพียงครู่เดียวที่แชทถูกส่งออกไป ก็มีข้อความจากเพื่อนสนิทตอบกลับมาทันทีRyah : ติดหญิงสัส ๆRock : อยู่ในช่วงทำคะแนนครับKing : อย่
บลูนั่งพิงโซฟาตัวหนานุ่ม สายตาของเขาจดจ้องไปที่ร่างบางของไอวี่ราวกับถูกมนต์สะกด เขาไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้เลยจริง ๆ ราวกับว่าในตัวเธอมีแรงดึงดูดมหาศาลที่คอยยึดเหนี่ยวทุกความสนใจของเขาเอาไว้ แม้ในยามที่เธอไม่ได้ทำอะไรเลย เพียงแค่นั่งนิ่ง ๆ ให้ช่างปรนนิบัติ เธอก็ยังดูงดงามอย่างน่าประหลาดติ๊ง!เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในมือทำให้ชายหนุ่มต้องหลุดออกจากภวังค์ เขาละสายตาจากเสี้ยวหน้าหวานด้วยความเสียดายเล็กน้อย ก่อนจะหันมาสนใจหน้าจอที่สว่างวาบขึ้น@กรุ๊ป K.B.R.R.JJay : นาทีล่ะแสนครับBlue : กูให้ล้านหนึ่งKing : ทุ่มสุดตัวจัดKing : มึงจัดการมันดิ @RockRock : ไม่สู้ว่ะ ไอ้เหี้ยนี้ใจเกินRyah : ถ้าเป็นเรื่องสาว พี่บลูสู้ตายครับBlue : ไอ้พวกเหี้ย!Rock : 555 ของขึ้นว่ะKing : ขึ้นให้สุด แต่จะไปสุดที่ตรงไหนค่อยว่ากันอีกทีRyah : อย่างเหี้ย 5555Jay : 555 มีแต่เพื่อนเหี้ย ๆKing : มึงก็เพื่อนมันนะ @JayBlue : 555 งั้นมึงก็เหี้ยนะครับไอ้เจย์Ryah : 555 ไอ้เหี้ยนี้โง่ @JayJay : ไอ้เหี้ย! กูพลาด 5555Rock : 555 กูหัวเราะจนเจ็บท้อง ไอ้สัส!Jay : 555 อย่างเหี้ย @RockJay : มึงมีอะไรว่ามา @BlueB
แกร๊ก!เสียงลูกบิดประตูที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาไอวี่ที่กำลังจมดิ่งอยู่กับกองเอกสารบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ถึงกับสะดุ้งสุดตัว เธอเงยหน้าขึ้นมองบานประตูที่ถูกผลักเข้ามา พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในท่าทางผ่อนคลายของคนที่เธอเพิ่งจะนึกถึงไปเมื่อครู่ คนที่เป็นแขกไม่ได้รับเชิญแต่กลับคุ้นเคยเป็นอย่างดีบลูเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม สายตาคมกริบของเขากวาดมองใบหน้าสวยที่เริ่มกลับมาเคร่งขรึมอีกครั้ง“ทำหน้ายุ่งแบบนี้ ระวังแก่เร็วนะครับ” น้ำเสียงกวนประสาทเอ่ยขึ้นขณะที่เจ้าตัวสาวเท้าเข้ามาหยุดอยู่ข้างโต๊ะทำงานของเธอ“เด็กบ้า!” ไอวี่ตวัดเสียงดุใส่ “คุณไปไหนมา”บลูเลิกคิ้วสูง พิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงานของเธออย่างถือวิสาสะ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ“ทำไมครับ คิดถึงผมเหรอ?”คำถามตรงไปตรงมานั้นทำให้ใบหน้าของไอวี่ร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ เธอรีบเชิดหน้าขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว“ฝันไปเถอะ! ฉันไม่เคยมีเศษเสี้ยวความรู้สึกแบบนั้นให้คุณเลยสักนิด”“เฮ้อ~ แย่จังแฮะ” บลูแกล้งถอนหายใจยาว ทำหน้าเศร้าสร้อยแบบเสแสร้ง เขายื่นมือไปลูบเรือนผมของเธอเบา ๆ อย่างหยอกล้อ “ผมอุตส่าห์ไปเตรี







