Mag-log inไอวี่รู้ดีว่าความอ่อนแอไม่ได้ช่วยให้ใครรอดพ้น
เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามรวบรวมสติและสวมหน้ากากเหล็กแห่งความเยือกเย็นกลับคืนมา “แม่รอหน่อยนะคะ... หนูจะเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรเป็นของแม่กลับคืนมา” “พวกมันจะต้องชดใช้ให้กับทุกหยดน้ำตาของแม่... และทุกเศษเสี้ยวความรู้สึกของแม่” ไอวี่ปาดน้ำตาออกทั้งหมด เปิดไฟเลี้ยว และเปลี่ยนช่องทางจราจร มุ่งหน้าไปยังบาร์ลับแห่งหนึ่ง @The One บาร์แห่งนี้ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางย่านธุรกิจสำคัญของเมืองหลวง เป็นดั่งโอเอซิสที่ผู้คนผู้มีความสำเร็จและกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนที่สมบูรณ์แบบเลือกที่จะมาใช้เวลาอยู่ด้วยกัน มันถูกออกแบบมาเพื่อเป็นมากกว่าบาร์ แต่มันคือ เวทีแห่งความสำเร็จ ภายนอกอาคารเป็นกระจกใสสะท้อนแสงไฟนีออนของเมือง แสดงถึงความทันสมัยและความหรูหราที่เปิดเผยสู่สายตาคนทั่วไป แต่เมื่อก้าวเข้ามาภายใน คุณจะถูกต้อนรับด้วยความอบอุ่นและโอ่โถงที่แตกต่าง แขกที่มาเยือน The One ล้วนเป็นบุคคลระดับท็อปของวงการ นักลงทุนที่เพิ่งปิดดีลพันล้าน CEO หนุ่มสาวที่ฉลองความสำเร็จของสตาร์ทอัพ และบรรดาผู้ทรงอิทธิพลในสังคม พวกเขานั่งอยู่บนเก้าอี้สูงหุ้มหนังอย่างดี หรือโซฟาเดี่ยวในโซน VIP ที่ให้ความเป็นส่วนตัว ไอวี่จอดรถแล้วเดินเข้าสู่ The One ด้วยท่าทางที่ยังคงสง่างามภายใต้ชุดราตรีสีดำสนิท แต่ภายในใจของเธออ่อนล้าจนแทบจะทรุดลงกับพื้น การเผชิญหน้าที่คฤหาสน์เมฆาได้สูบพลังและปลุกบาดแผลเก่าให้ฉีกขาดอีกครั้ง เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อสร้างเครือข่าย ไม่ได้มาเพื่อเจรจาธุรกิจใด ๆ ไอวี่ต้องการเพียงความสงบ หรืออย่างน้อยที่สุดคือการหลับใหลที่ปราศจากความฝันร้าย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ชีวิตของเธอคือวงจรของความตื่นตระหนก เธอไม่เคยนอนหลับได้สนิทแม้แต่วันเดียว เสียงสะอื้นของแม่ การเย้ยหยันของแม่เลี้ยง และความเฉยชาของพ่อยังคงก้องอยู่ในหู ทำให้เธอต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกเสมอ จนต้องพึ่งพาการรักษาจากจิตแพทย์และการใช้ยานอนหลับอย่างต่อเนื่อง คืนนี้ เธอไม่อยากพึ่งยาเหล่านั้นอีกแล้ว เธอแค่อยากดื่มหนัก ๆ ดื่มจนกว่าสมองจะยอมแพ้และพาเธอเข้าสู่ห้วงนิทราที่ไร้ความทรงจำ ไอวี่เลือกที่นั่งที่เคาน์เตอร์บาร์มุมในสุดที่มืดที่สุด มันเป็นจุดที่สามารถมองเห็นผู้คนได้ แต่ยากที่ใครจะสังเกตเห็นรายละเอียดบนใบหน้าของเธอ บาร์เทนเดอร์หนุ่มรูปหล่อเดินเข้ามาหาเธอพร้อมรอยยิ้มมาตรฐาน “รับอะไรดีครับคุณผู้หญิง” “อะไรก็ได้ที่แรงที่สุด” ไอวี่ตอบด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “ไม่ต้องผสมอะไรทั้งนั้น” บาร์เทนเดอร์เลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นความเด็ดขาดในดวงตาของเธอ ก่อนจะหยิบขวดเหล้าวิสกี้มอลต์เก่าแก่ที่สุดขวดหนึ่งออกมาจากชั้นวาง แล้วรินใส่แก้วสีใสส่งต่อให้เธอ ไอวี่รับแก้ววิสกี้มาแล้วจิบมันอย่างช้า ๆ ความร้อนของแอลกอฮอล์ไหลลงสู่ลำคออย่างเชื่องช้า มันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น แต่มันช่วยให้ความเจ็บปวดทางอารมณ์ถูกแทนที่ด้วยความชาที่คอและท้อง แก้วแล้วแก้วเล่า... ความมึนเมาเริ่มคืบคลานเข้ามาอย่างเชื่องช้า ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวเล็กน้อย ความหนักอึ้งบนเปลือกตาเริ่มมีอำนาจเหนือกว่าความมุ่งมั่นที่เธอมักจะมี “ชื่ออะไรครับ อยากทำความรู้จัก” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขึ้น ทำให้ไอวี่หันมามองตามต้นเสียงทันที “ฉันไม่คุยกับเด็กค่ะ” เธอหันมาเอ่ยตอบเสียงเรียบ พลางยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบอย่างสง่างาม ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเล็กน้อยอย่างไม่สะทกสะท้าน “สามสิบสามแล้วครับ ไม่ได้เพิ่งพ้นวัยเรียนเมื่อวานนี้” “สำหรับฉัน... คุณก็ยังเป็นแค่เด็กผู้ชายคนหนึ่งอยู่ดี อย่าเสียเวลาเลยค่ะ” เธอเอ่ยตัดบทอย่างเด็ดขาดและหันกลับไปสนใจแก้วเครื่องดื่มในมือ ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก ไม่ได้รู้สึกท้อแท้กับคำพูดห้วน ๆ ของเธอเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อเหลาที่ผ่านโลกมาพอสมควรไม่ได้ลดความพยายามลง “ชื่อบลูครับ” เขาแนะนำตัวอีกครั้งอย่างสุภาพ “ที่ว่าไม่คุยกับเด็กนี่...คือต้องอายุเท่าไหร่ถึงจะไม่เด็กสำหรับคุณ” หญิงสาวจ้องมองชายหนุ่มอย่างประเมิน นัยน์ตาคมกริบสีน้ำตาลอ่อนวาววับใต้แสงไฟสลัวของบาร์แห่งนี้ ชุดราตรีสีดำสนิทเผยผิวเนียนสวย ช่วงไหล่ที่ถูกโชว์นั้นเย้ายวนจนบลูไม่อาจละสายตาได้ แต่สิ่งที่ดึงดูดใจเขาที่สุดคือความมั่นใจที่ฉายออกมาจากท่าทางของเธอ “สามสิบสาม...ห่างกันสองปี” เธอพึมพำกับตัวเอง ไม่ได้ตั้งใจจะให้เขาได้ยิน แต่เขาก็ได้ยินชัดเจน “พวกผู้ชาย...ก็มีแต่จะเข้ามาลองของ เล่นเกม แล้วก็จากไป” บลูหัวเราะเบา ๆ น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง “ถ้าอย่างนั้น...ผมก็คงต้องพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าผมไม่ได้เป็นเหมือนผู้ชายเหล่านั้น” เขาผายมือไปยังเก้าอี้ข้าง ๆ เธอ “ขอผมนั่งเป็นเพื่อนคุณได้ไหม ถ้าคุณอยากนั่งคนเดียว ผมก็จะแค่เงียบ” เธอชั่งใจครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนแก้วของเธอออกเล็กน้อยเป็นการอนุญาตกลาย ๆ “แล้วคุณคิดจะพิสูจน์ยังไงคะคุณบลู” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงท้าทาย “ผมคิดว่า...ผมจะนั่งฟังเรื่องราวของคุณ” บลูตอบอย่างเรียบง่าย “ผมไม่รู้ว่าทำไมคุณถึงคิดว่าผมเป็นเด็ก แต่ผมเชื่อว่า...คนที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจได้อย่างคุณ คงมีอะไรให้เล่ามากกว่าแค่เรื่องของอายุ” เธอเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองเขาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของบลูเต้นผิดจังหวะ “คุณกล้ามากเลยนะที่มานั่งข้างผู้หญิงที่ไม่แคร์ใครอย่างฉัน” “ผมว่าคุณแคร์...แค่คุณอาจจะไม่ได้แสดงมันออกมา” บลูตอบพลางสั่งวิสกี้แก้วหนึ่งจากบาร์เทนเดอร์ “ผมเห็นคุณยิ้มนะ เวลาที่มองไปที่คู่รักกำลังเต้นรำอยู่ตรงโน้น” เขาพยักพเยิดไปทางมุมหนึ่งของบาร์ “ฮ่า ๆ แค่เสแสร้ง ค่ะ” เธอพยายามหัวเราะกลบเกลื่อน แต่สายตาของเธอมันก็ยังคงฟ้องอยู่ดี ว่าเธอมีเรื่องราวมากมายในใจ “เป็นการเสแสร้งที่เหมือนจริงมากเลยนะครับ” “ขอบคุณนะคะที่ชม” ไอวี่ตอบด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย เธอหันกลับไปจิบวิสกี้ในแก้วอีกครั้ง “ผมชื่อบลู” ชายหนุ่มเอ่ยซ้ำอีกครั้งหลังจากที่บาร์เทนเดอร์วางแก้ววิสกี้ของเขาลง “คุณยังไม่ได้บอกชื่อเลย” “ไอวี่ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ โดยไม่แสดงอารมณ์ “ไอวี่” บลูทวนชื่อเบา ๆ ราวกับกำลังลิ้มรสคำนั้น “ชื่อที่สวยงามและดูแพง เหมือนกับเจ้าของชื่อ” “คำชมของคุณช่างสิ้นคิดเหมือนกับผู้ชายคนอื่น ๆ ที่เข้ามาจีบฉัน” ไอวี่เอ่ยอย่างไม่แยแส “คำพูดที่ไม่มีความหมายพวกนั้นไม่ได้ช่วยให้ฉันหลับฝันดีได้หรอกค่ะ” “ไอวี่ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ โดยไม่แสดงอารมณ์ ไอวี่ มีนชนก เมฆา อายุสามสิบห้าปี เธอเรียนจบบริหาร แต่ตอนนี้เป็นเจ้าของผับชื่อดังในย่าน GP ตอนนี้เธอพอมีอำนาจอยู่ในมือบ้างเล็กน้อย “ไอวี่” บลูทวนชื่อเบา ๆ ราวกับกำลังลิ้มรสคำนั้น “ชื่อที่สวยงามและดูแพง เหมือนกับเจ้าของชื่อ” “คำชมของคุณช่างสิ้นคิดเหมือนกับผู้ชายคนอื่น ๆ ที่เข้ามาจีบฉัน” ไอวี่กล่าวอย่างไม่แยแส “คำพูดที่ไม่มีความหมายพวกนั้นไม่ได้ช่วยให้ฉันหลับฝันดีได้หรอกค่ะ” “...” บลูนั่งหน้าชากับคำที่โดนสวนกลับมา แล้วความเงียบก็เข้ามาปกคลุมบทสนทนาของทั้งคู่ ไอวี่ใช้ปลายนิ้ววนไปมาอยู่ขอบแก้วสีอำพัน บลูก็นั่งมองการกระทำของเธออยู่เงียบ ๆ ไอวี่ไม่รู้ว่าความเงียบนี้ดำเนินไปนานเท่าไหร่ อาจจะนาทีเดียว หรืออาจจะยาวนานเหมือนชั่วโมง ในความเงียบนั้น มีเพียงเสียงดนตรีคลอเบา ๆ และเสียงกระซิบของความสำเร็จที่ดังมาจากโต๊ะอื่น ๆ แต่สำหรับไอวี่ ความเงียบของเธอกับบลูมันหนักแน่นและเป็นส่วนตัวกว่าสิ่งอื่นใด เธอรู้สึกถึงสายตาของบลูที่จับจ้อง แต่ไม่ได้รู้สึกว่าถูกคุกคาม มันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้แบบไร้การตัดสิน ไม่ใช่สายตาที่ต้องการครอบครองหรือแสวงหาประโยชน์เหมือนที่เธอเคยเจอมา เมื่อความเงียบเริ่มทำให้อึดอัดเกินไป ไอวี่ก็ตัดสินใจทำลายมันด้วยคำถามที่ไม่ได้ตั้งใจถาม “คุณมาเที่ยวคนเดียวเหรอคะ” บลูเลิกคิ้วเล็กน้อย เขาคงไม่คิดว่าเธอจะเปิดบทสนทนาอีกครั้ง “ครับ ผมมาคนเดียว” “อ๋อค่ะ” แล้วเธอก็ปิดบทสนทนาลงอีกครั้ง@ห้องจัดเลี้ยงแสงไฟจากโถงจัดเลี้ยงส่องประกายระยิบระยับ เสียงดนตรีบรรเลงคลอเบา ๆ ผสมกับเสียงพูดคุยของแขกเหรื่อในงานทันทีที่ทั้งคู่ก้าวพ้นประตูงาน ทุกสายตาต่างหันมาจับจ้องที่ทั้งคู่เป็นจุดเดียว ‘บลู’ ในชุดสูทสีดำดูภูมิฐานตัดกับ ‘ไอวี่’ ในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ดูสวยสะดุดตาจนแทบหยุดหายใจ พวกเขาดูเหมือนคู่รักที่ทรงอำนาจและสมบูรณ์แบบที่สุดในค่ำคืนนี้“นั่นลูกสาวของคุณสุมิตร เมฆา” เสียงซุบซิบดังขึ้นเบา ๆไอวี่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยหวั่นไหวเมื่อครู่เลือนหายไป เหลือเพียงความสุขุมและเยือกเย็น เธอเหลือบไปเห็น ‘มีนา’ ที่ยืนอยู่ในกลุ่มเพื่อนสาว มีนาชะงักไปทันทีที่เห็นไอวี่ในลุคนี้ ดวงตาของน้องสาวต่างแม่ต่างพ่อที่เต็มไปด้วยความริษยาอย่างปิดไม่มิด โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนเคียงข้างไอวี่คือบลู ชายหนุ่มที่เธอเพิ่งจะพยายามเข้าไปแทรกกลางเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนบลูรับรู้ถึงแรงบีบเบา ๆ ที่ต้นแขนจากไอวี่ เขาจึงก้มลงกระซิบที่ข้างหูเธอพอให้ได้ยินกันแค่สองคน“ยิ้มไว้ครับ คืนนี้คุณชนะตั้งแต่อยู่หน้าประตูแล้ว”ไอวี่ลอบถอนหายใจ ก่อนจะคลี่ยิ้มทรงเสน่ห์ที่ดูเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน“ขอบคุณนะคะ
@ชั้น17@ห้อง304ห้องสวีทสุดหรู ภายในห้องถูกตกแต่งด้วยโทนอบอุ่น ระเบียบด้านนอกมองเห็นวิวทะเลอย่างชัดเจน ภายในห้องจะมีเคาน์เตอร์ครัว แล้วก็ห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีโซฟาตั้งอยู่กลางห้อง พร้อมกับทีวีขนาดใหญ่ถึง65นิ้วห้องน้ำจะอยู่มุมซ้ายสุด ส่วนห้องนอนจะอยู่ติดกับมุมที่ตั้งทีวี“สวยดี” ไอวี่เอ่ยขึ้นทันทีที่ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา เธอเหนื่อยกับการนั่งรถเป็นเวลานาน ๆ“อยากดื่มอะไรไหม”“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณคุณมากนะ”“กระเป๋าอยู่ในรถ ผมจะลงไปเอากระเป๋าก่อน ส่วนคุณก็พักผ่อนอยู่ในห้องไปก่อนนะ”“ฉันลงไปช่วยค่ะ” ไอวี่เอ่ย พลางยันตัวลุกขึ้นยืน ทว่าบลูเดินกดไหล่เธอให้นั่งลงกลับที่เดิมก่อน“พักเถอะ ที่เหลือผมจัดการเอง”บลูเดินออกจากห้องไปทันที เขาเดินเข้าลิฟต์แล้วกดลิฟต์ลงมาที่ชั้นล่าง เดินตรงไปที่รถของตัวเองจอดอยู่พอเดินมาถึงรถ บลูก็ใช้กุญแจปลดล็อครถยนต์ แล้วเปิดท้ายรถเพื่อเอากระเป๋าเดินทางของเธอพร้อมกับของตัวเองปัง!เสียงท้ายรถปิดลงดังปัง พร้อมกับร่างเล็กที่ปรากฏตัวอยู่ข้าง ๆ รถ“พี่ไอวี่นี้.. แย่จังเลยนะคะ ใช้คุณลงมาเอาของคนเดียวแบบนี้” มีนาเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม“หน้าที่ของแฟนอยู่แล้วครับ” บลูเอ่ยตอบกลับ
ความเงียบที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งคลับทันทีที่ประโยคสุดท้ายของบลูหลุดออกมาจากปาก แววตาที่เคยหยิ่งผยองของธามสั่นระริกไปชั่วขณะหนึ่ง รอยยิ้มเยาะที่เคยแต้มบนใบหน้าพลันแข็งค้าง ความมั่นใจที่ว่าตนเองเหนือกว่าถูกทุบทำลายลงด้วยคำว่า กูเจ้าของคลับ“มึงว่าไงนะ?” ธามเค้นเสียงถาม มือที่จับปืนเริ่มสั่นเล็กน้อยด้วยความโกรธที่ปนมากับความหน้าแตก“หูหนวกเหรอ?” บลูขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้จะมีปลายกระบอกปืนจ่ออยู่ ทว่าเขากลับก้าวเท้าเข้าหาธามอย่างไม่เกรงกลัว “กูบอกว่ากูนี่แหละเจ้าของที่นี่ มึงจะใช้เงินเคลียร์กับใครนะ? เคลียร์กับกูเหรอ? งั้นลองเสนอราคามาสิว่าชีวิตกูราคาเท่าไหร่ในสายตามึง”“พี่ธามกลับกันเถอะค่ะ” เธอรู้ดีว่าตอนนี้สถานการณ์มันเกินกว่าที่เธอจะรับไหว“หุบปาก!” ธามตวาดใส่หญิงสาว ก่อนจะหันมาถลึงตาใส่บลู “เจ้าของคลับแล้วไงวะ! ปืนอยู่ในมือกู มึงตายไปกูเอาเงินยัดปากตำรวจคนไหนก็ได้ทั้งนั้น!”“ลองดูสิ” เสียงทุ้มต่ำที่เย็นยะเยือกของบลูดังขึ้น พร้อมกับที่พนักงานรักษาความปลอดภัยนับสิบคนในชุดสูทสีดำสนิท ซึ่งเป็นคนของบลู เดินเข้ามาล้อมธามไว้ทุกทิศทาง ทุกคนในมือมีอาวุธที่พร้อมจะจัดการผู้บุกรุกทันท
@คอนโดมิเนียมหลังจากที่ความหวานของบิงซูช่วยเติมพลังใจจนเต็ม บลูขับรถมาส่งไอวี่ที่คอนโดมิเนียมของเธอ บรรยากาศภายในรถเงียบสงบแต่ไม่ได้อึดอัด ทั้งคู่ต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง บลูเหลือบมองไอวี่ที่ดูผ่อนคลายขึ้นมาก เขาแอบหวังลึก ๆ ว่าคำพูดของเจย์และคิงเรื่องการรักษาใจจะเริ่มต้นได้ด้วยดีในทริปนี้“ถึงแล้วครับ” บลูจอดรถอยู่หน้าคอนโดของหญิงสาว“ขอบคุณนะ สำหรับอีกวันที่คุณอยู่ข้างฉัน” ไอวี่หันมาเอ่ยขอบคุณ“สบายมากครับ มันคือหน้าที่ของผมอยู่แล้ว ผมแฟนคุณนิ”“คุณแค่ตามจีบค่ะ ไม่ใช่แฟน”“เอ้าเหรอ?” เขาเอ่ยพูดได้หน้าตายที่สุด“ฉันไปนะ” เธอเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะเปิดประตูรถ แล้วลงจากรถเดินเข้าไปในคอนโดบลูนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย มองร่างบางจนเธอเดินหายลับเข้าไปในคอนโดมิเนียม บลูถึงออกรถได้รถหรูจอดติดไฟแดงอยู่ตรงทางแยกหน้าคอนโด เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดส่งข้อความเข้าแชทกลุ่มทันที@กรุ๊ป K.B.R.R.JBlue : พรุ่งนี้กูไม่ว่าง ถ้าใครมีธุระอะไรด่วน ก็จัดการกันไปเองก่อนเพียงครู่เดียวที่แชทถูกส่งออกไป ก็มีข้อความจากเพื่อนสนิทตอบกลับมาทันทีRyah : ติดหญิงสัส ๆRock : อยู่ในช่วงทำคะแนนครับKing : อย่
บลูนั่งพิงโซฟาตัวหนานุ่ม สายตาของเขาจดจ้องไปที่ร่างบางของไอวี่ราวกับถูกมนต์สะกด เขาไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้เลยจริง ๆ ราวกับว่าในตัวเธอมีแรงดึงดูดมหาศาลที่คอยยึดเหนี่ยวทุกความสนใจของเขาเอาไว้ แม้ในยามที่เธอไม่ได้ทำอะไรเลย เพียงแค่นั่งนิ่ง ๆ ให้ช่างปรนนิบัติ เธอก็ยังดูงดงามอย่างน่าประหลาดติ๊ง!เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในมือทำให้ชายหนุ่มต้องหลุดออกจากภวังค์ เขาละสายตาจากเสี้ยวหน้าหวานด้วยความเสียดายเล็กน้อย ก่อนจะหันมาสนใจหน้าจอที่สว่างวาบขึ้น@กรุ๊ป K.B.R.R.JJay : นาทีล่ะแสนครับBlue : กูให้ล้านหนึ่งKing : ทุ่มสุดตัวจัดKing : มึงจัดการมันดิ @RockRock : ไม่สู้ว่ะ ไอ้เหี้ยนี้ใจเกินRyah : ถ้าเป็นเรื่องสาว พี่บลูสู้ตายครับBlue : ไอ้พวกเหี้ย!Rock : 555 ของขึ้นว่ะKing : ขึ้นให้สุด แต่จะไปสุดที่ตรงไหนค่อยว่ากันอีกทีRyah : อย่างเหี้ย 5555Jay : 555 มีแต่เพื่อนเหี้ย ๆKing : มึงก็เพื่อนมันนะ @JayBlue : 555 งั้นมึงก็เหี้ยนะครับไอ้เจย์Ryah : 555 ไอ้เหี้ยนี้โง่ @JayJay : ไอ้เหี้ย! กูพลาด 5555Rock : 555 กูหัวเราะจนเจ็บท้อง ไอ้สัส!Jay : 555 อย่างเหี้ย @RockJay : มึงมีอะไรว่ามา @BlueB
แกร๊ก!เสียงลูกบิดประตูที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาไอวี่ที่กำลังจมดิ่งอยู่กับกองเอกสารบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ถึงกับสะดุ้งสุดตัว เธอเงยหน้าขึ้นมองบานประตูที่ถูกผลักเข้ามา พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในท่าทางผ่อนคลายของคนที่เธอเพิ่งจะนึกถึงไปเมื่อครู่ คนที่เป็นแขกไม่ได้รับเชิญแต่กลับคุ้นเคยเป็นอย่างดีบลูเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม สายตาคมกริบของเขากวาดมองใบหน้าสวยที่เริ่มกลับมาเคร่งขรึมอีกครั้ง“ทำหน้ายุ่งแบบนี้ ระวังแก่เร็วนะครับ” น้ำเสียงกวนประสาทเอ่ยขึ้นขณะที่เจ้าตัวสาวเท้าเข้ามาหยุดอยู่ข้างโต๊ะทำงานของเธอ“เด็กบ้า!” ไอวี่ตวัดเสียงดุใส่ “คุณไปไหนมา”บลูเลิกคิ้วสูง พิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงานของเธออย่างถือวิสาสะ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ“ทำไมครับ คิดถึงผมเหรอ?”คำถามตรงไปตรงมานั้นทำให้ใบหน้าของไอวี่ร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ เธอรีบเชิดหน้าขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว“ฝันไปเถอะ! ฉันไม่เคยมีเศษเสี้ยวความรู้สึกแบบนั้นให้คุณเลยสักนิด”“เฮ้อ~ แย่จังแฮะ” บลูแกล้งถอนหายใจยาว ทำหน้าเศร้าสร้อยแบบเสแสร้ง เขายื่นมือไปลูบเรือนผมของเธอเบา ๆ อย่างหยอกล้อ “ผมอุตส่าห์ไปเตรี




![คีรินทร์ วาเลนซิโอ [ ใต้ปีกมาเฟีย ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
![NightZ [III] RASCAL MAFIA](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

