เข้าสู่ระบบไอวี่รู้ดีว่าความอ่อนแอไม่ได้ช่วยให้ใครรอดพ้น
เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามรวบรวมสติและสวมหน้ากากเหล็กแห่งความเยือกเย็นกลับคืนมา “แม่รอหน่อยนะคะ... หนูจะเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรเป็นของแม่กลับคืนมา” “พวกมันจะต้องชดใช้ให้กับทุกหยดน้ำตาของแม่... และทุกเศษเสี้ยวความรู้สึกของแม่” ไอวี่ปาดน้ำตาออกทั้งหมด เปิดไฟเลี้ยว และเปลี่ยนช่องทางจราจร มุ่งหน้าไปยังบาร์ลับแห่งหนึ่ง @The One บาร์แห่งนี้ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางย่านธุรกิจสำคัญของเมืองหลวง เป็นดั่งโอเอซิสที่ผู้คนผู้มีความสำเร็จและกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนที่สมบูรณ์แบบเลือกที่จะมาใช้เวลาอยู่ด้วยกัน มันถูกออกแบบมาเพื่อเป็นมากกว่าบาร์ แต่มันคือ เวทีแห่งความสำเร็จ ภายนอกอาคารเป็นกระจกใสสะท้อนแสงไฟนีออนของเมือง แสดงถึงความทันสมัยและความหรูหราที่เปิดเผยสู่สายตาคนทั่วไป แต่เมื่อก้าวเข้ามาภายใน คุณจะถูกต้อนรับด้วยความอบอุ่นและโอ่โถงที่แตกต่าง แขกที่มาเยือน The One ล้วนเป็นบุคคลระดับท็อปของวงการ นักลงทุนที่เพิ่งปิดดีลพันล้าน CEO หนุ่มสาวที่ฉลองความสำเร็จของสตาร์ทอัพ และบรรดาผู้ทรงอิทธิพลในสังคม พวกเขานั่งอยู่บนเก้าอี้สูงหุ้มหนังอย่างดี หรือโซฟาเดี่ยวในโซน VIP ที่ให้ความเป็นส่วนตัว ไอวี่จอดรถแล้วเดินเข้าสู่ The One ด้วยท่าทางที่ยังคงสง่างามภายใต้ชุดราตรีสีดำสนิท แต่ภายในใจของเธออ่อนล้าจนแทบจะทรุดลงกับพื้น การเผชิญหน้าที่คฤหาสน์เมฆาได้สูบพลังและปลุกบาดแผลเก่าให้ฉีกขาดอีกครั้ง เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อสร้างเครือข่าย ไม่ได้มาเพื่อเจรจาธุรกิจใด ๆ ไอวี่ต้องการเพียงความสงบ หรืออย่างน้อยที่สุดคือการหลับใหลที่ปราศจากความฝันร้าย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ชีวิตของเธอคือวงจรของความตื่นตระหนก เธอไม่เคยนอนหลับได้สนิทแม้แต่วันเดียว เสียงสะอื้นของแม่ การเย้ยหยันของแม่เลี้ยง และความเฉยชาของพ่อยังคงก้องอยู่ในหู ทำให้เธอต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกเสมอ จนต้องพึ่งพาการรักษาจากจิตแพทย์และการใช้ยานอนหลับอย่างต่อเนื่อง คืนนี้ เธอไม่อยากพึ่งยาเหล่านั้นอีกแล้ว เธอแค่อยากดื่มหนัก ๆ ดื่มจนกว่าสมองจะยอมแพ้และพาเธอเข้าสู่ห้วงนิทราที่ไร้ความทรงจำ ไอวี่เลือกที่นั่งที่เคาน์เตอร์บาร์มุมในสุดที่มืดที่สุด มันเป็นจุดที่สามารถมองเห็นผู้คนได้ แต่ยากที่ใครจะสังเกตเห็นรายละเอียดบนใบหน้าของเธอ บาร์เทนเดอร์หนุ่มรูปหล่อเดินเข้ามาหาเธอพร้อมรอยยิ้มมาตรฐาน “รับอะไรดีครับคุณผู้หญิง” “อะไรก็ได้ที่แรงที่สุด” ไอวี่ตอบด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “ไม่ต้องผสมอะไรทั้งนั้น” บาร์เทนเดอร์เลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นความเด็ดขาดในดวงตาของเธอ ก่อนจะหยิบขวดเหล้าวิสกี้มอลต์เก่าแก่ที่สุดขวดหนึ่งออกมาจากชั้นวาง แล้วรินใส่แก้วสีใสส่งต่อให้เธอ ไอวี่รับแก้ววิสกี้มาแล้วจิบมันอย่างช้า ๆ ความร้อนของแอลกอฮอล์ไหลลงสู่ลำคออย่างเชื่องช้า มันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น แต่มันช่วยให้ความเจ็บปวดทางอารมณ์ถูกแทนที่ด้วยความชาที่คอและท้อง แก้วแล้วแก้วเล่า... ความมึนเมาเริ่มคืบคลานเข้ามาอย่างเชื่องช้า ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวเล็กน้อย ความหนักอึ้งบนเปลือกตาเริ่มมีอำนาจเหนือกว่าความมุ่งมั่นที่เธอมักจะมี “ชื่ออะไรครับ อยากทำความรู้จัก” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขึ้น ทำให้ไอวี่หันมามองตามต้นเสียงทันที “ฉันไม่คุยกับเด็กค่ะ” เธอหันมาเอ่ยตอบเสียงเรียบ พลางยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบอย่างสง่างาม ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเล็กน้อยอย่างไม่สะทกสะท้าน “สามสิบสามแล้วครับ ไม่ได้เพิ่งพ้นวัยเรียนเมื่อวานนี้” “สำหรับฉัน... คุณก็ยังเป็นแค่เด็กผู้ชายคนหนึ่งอยู่ดี อย่าเสียเวลาเลยค่ะ” เธอเอ่ยตัดบทอย่างเด็ดขาดและหันกลับไปสนใจแก้วเครื่องดื่มในมือ ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก ไม่ได้รู้สึกท้อแท้กับคำพูดห้วน ๆ ของเธอเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อเหลาที่ผ่านโลกมาพอสมควรไม่ได้ลดความพยายามลง “ชื่อบลูครับ” เขาแนะนำตัวอีกครั้งอย่างสุภาพ “ที่ว่าไม่คุยกับเด็กนี่...คือต้องอายุเท่าไหร่ถึงจะไม่เด็กสำหรับคุณ” หญิงสาวจ้องมองชายหนุ่มอย่างประเมิน นัยน์ตาคมกริบสีน้ำตาลอ่อนวาววับใต้แสงไฟสลัวของบาร์แห่งนี้ ชุดราตรีสีดำสนิทเผยผิวเนียนสวย ช่วงไหล่ที่ถูกโชว์นั้นเย้ายวนจนบลูไม่อาจละสายตาได้ แต่สิ่งที่ดึงดูดใจเขาที่สุดคือความมั่นใจที่ฉายออกมาจากท่าทางของเธอ “สามสิบสาม...ห่างกันสองปี” เธอพึมพำกับตัวเอง ไม่ได้ตั้งใจจะให้เขาได้ยิน แต่เขาก็ได้ยินชัดเจน “พวกผู้ชาย...ก็มีแต่จะเข้ามาลองของ เล่นเกม แล้วก็จากไป” บลูหัวเราะเบา ๆ น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง “ถ้าอย่างนั้น...ผมก็คงต้องพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าผมไม่ได้เป็นเหมือนผู้ชายเหล่านั้น” เขาผายมือไปยังเก้าอี้ข้าง ๆ เธอ “ขอผมนั่งเป็นเพื่อนคุณได้ไหม ถ้าคุณอยากนั่งคนเดียว ผมก็จะแค่เงียบ” เธอชั่งใจครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนแก้วของเธอออกเล็กน้อยเป็นการอนุญาตกลาย ๆ “แล้วคุณคิดจะพิสูจน์ยังไงคะคุณบลู” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงท้าทาย “ผมคิดว่า...ผมจะนั่งฟังเรื่องราวของคุณ” บลูตอบอย่างเรียบง่าย “ผมไม่รู้ว่าทำไมคุณถึงคิดว่าผมเป็นเด็ก แต่ผมเชื่อว่า...คนที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจได้อย่างคุณ คงมีอะไรให้เล่ามากกว่าแค่เรื่องของอายุ” เธอเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองเขาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของบลูเต้นผิดจังหวะ “คุณกล้ามากเลยนะที่มานั่งข้างผู้หญิงที่ไม่แคร์ใครอย่างฉัน” “ผมว่าคุณแคร์...แค่คุณอาจจะไม่ได้แสดงมันออกมา” บลูตอบพลางสั่งวิสกี้แก้วหนึ่งจากบาร์เทนเดอร์ “ผมเห็นคุณยิ้มนะ เวลาที่มองไปที่คู่รักกำลังเต้นรำอยู่ตรงโน้น” เขาพยักพเยิดไปทางมุมหนึ่งของบาร์ “ฮ่า ๆ แค่เสแสร้ง ค่ะ” เธอพยายามหัวเราะกลบเกลื่อน แต่สายตาของเธอมันก็ยังคงฟ้องอยู่ดี ว่าเธอมีเรื่องราวมากมายในใจ “เป็นการเสแสร้งที่เหมือนจริงมากเลยนะครับ” “ขอบคุณนะคะที่ชม” ไอวี่ตอบด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย เธอหันกลับไปจิบวิสกี้ในแก้วอีกครั้ง “ผมชื่อบลู” ชายหนุ่มเอ่ยซ้ำอีกครั้งหลังจากที่บาร์เทนเดอร์วางแก้ววิสกี้ของเขาลง “คุณยังไม่ได้บอกชื่อเลย” “ไอวี่ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ โดยไม่แสดงอารมณ์ “ไอวี่” บลูทวนชื่อเบา ๆ ราวกับกำลังลิ้มรสคำนั้น “ชื่อที่สวยงามและดูแพง เหมือนกับเจ้าของชื่อ” “คำชมของคุณช่างสิ้นคิดเหมือนกับผู้ชายคนอื่น ๆ ที่เข้ามาจีบฉัน” ไอวี่เอ่ยอย่างไม่แยแส “คำพูดที่ไม่มีความหมายพวกนั้นไม่ได้ช่วยให้ฉันหลับฝันดีได้หรอกค่ะ” “ไอวี่ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ โดยไม่แสดงอารมณ์ ไอวี่ มีนชนก เมฆา อายุสามสิบห้าปี เธอเรียนจบบริหาร แต่ตอนนี้เป็นเจ้าของผับชื่อดังในย่าน GP ตอนนี้เธอพอมีอำนาจอยู่ในมือบ้างเล็กน้อย “ไอวี่” บลูทวนชื่อเบา ๆ ราวกับกำลังลิ้มรสคำนั้น “ชื่อที่สวยงามและดูแพง เหมือนกับเจ้าของชื่อ” “คำชมของคุณช่างสิ้นคิดเหมือนกับผู้ชายคนอื่น ๆ ที่เข้ามาจีบฉัน” ไอวี่กล่าวอย่างไม่แยแส “คำพูดที่ไม่มีความหมายพวกนั้นไม่ได้ช่วยให้ฉันหลับฝันดีได้หรอกค่ะ” “...” บลูนั่งหน้าชากับคำที่โดนสวนกลับมา แล้วความเงียบก็เข้ามาปกคลุมบทสนทนาของทั้งคู่ ไอวี่ใช้ปลายนิ้ววนไปมาอยู่ขอบแก้วสีอำพัน บลูก็นั่งมองการกระทำของเธออยู่เงียบ ๆ ไอวี่ไม่รู้ว่าความเงียบนี้ดำเนินไปนานเท่าไหร่ อาจจะนาทีเดียว หรืออาจจะยาวนานเหมือนชั่วโมง ในความเงียบนั้น มีเพียงเสียงดนตรีคลอเบา ๆ และเสียงกระซิบของความสำเร็จที่ดังมาจากโต๊ะอื่น ๆ แต่สำหรับไอวี่ ความเงียบของเธอกับบลูมันหนักแน่นและเป็นส่วนตัวกว่าสิ่งอื่นใด เธอรู้สึกถึงสายตาของบลูที่จับจ้อง แต่ไม่ได้รู้สึกว่าถูกคุกคาม มันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้แบบไร้การตัดสิน ไม่ใช่สายตาที่ต้องการครอบครองหรือแสวงหาประโยชน์เหมือนที่เธอเคยเจอมา เมื่อความเงียบเริ่มทำให้อึดอัดเกินไป ไอวี่ก็ตัดสินใจทำลายมันด้วยคำถามที่ไม่ได้ตั้งใจถาม “คุณมาเที่ยวคนเดียวเหรอคะ” บลูเลิกคิ้วเล็กน้อย เขาคงไม่คิดว่าเธอจะเปิดบทสนทนาอีกครั้ง “ครับ ผมมาคนเดียว” “อ๋อค่ะ” แล้วเธอก็ปิดบทสนทนาลงอีกครั้ง@คลับบ้านเลขที่ 0รถสปอร์คันหรูแล่นมาจอดที่หน้าคลับบ้านเลขที่0 แสงไฟในยามค่ำคืนส่องสว่างไปทั่วเมืองหลวง ทันทีที่รถยนต์จอดสนิท บลูหันมามองคนข้างกายที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ เธอหลับได้สักพักใหญ่ ๆ แล้ว“ถึงแล้วครับ” บลูเอ่ยปลุกเธอ มือหนาสะกิดที่แขนเล็กเบา ๆ“อือ” เธอครางตอบรับในลำคอเล็กน้อย ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นมา คนตัวเล็กพยายามปรับโฟกัสกับภาพตรงหน้า “ที่นี่ที่ไหนคะ”“คลับของผมเองครับ” เขาเอ่ย“คลับของคุณ?” เธอเลิกคิ้วสูงสงสัย“ครับ ผมจำได้ว่าเราเจอกันที่The One ผมเลยคิดว่าคิดว่าคุณของชอบเที่ยวคลับ ชอบความผ่อนคลายแบบนั้น”“รู้ใจผู้หญิงเก่งจังเลยนะคะ”“ฮ่า ๆ ผมรู้แค่เรื่องของคุณครับ”“ฉันจะพยายามเชื่อคุณนะ” ไอวี่เอ่ยยิ้ม ๆ ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วลงจากรถทันที บลูก็รีบตามลงมาทันทีเช่นกันทั้งคู่เดินเข้าไปภายในคลับพร้อมกัน ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาคลับเปิดให้บริการแล้ว ลูกค้าชายหญิงก็เริ่มเข้ามาจับจ้องโต๊ะกันบ้างแล้ว มีทั้งลูกค้าประจำแล้วก็ไม่ประจำ บลูเดินนำไอวี่มาที่โซนVIP ที่เป็นโซนห้องกระจกที่ถูกต่อเติมเพิ่มเข้ามาทันทีที่ทั้งคู่เปิดประตูเข้ามาภายในห้อง คนที่นั่งอยู่ในห้องต่างก็พากันเงยหน้าขึ้น
บลูคลี่รอยยิ้มทันที เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าดูอารมณ์ดีขึ้นมากหลังจากที่ท้องอิ่ม เขาหยิบแก้วน้ำที่ว่างเปล่าวางลงในถาด ก่อนจะรวบรวมถ้วยชามเตรียมนำไปเก็บ“กินอิ่มแล้วก็ดูพูดง่ายขึ้นเยอะเลยนะ” บลูเย้าแหย่พลางยักคิ้วให้หนึ่งที“ก็มันหิวนี่ แล้วอีกอย่าง ฉันไม่ได้บอกว่าหายโกรธนะ แค่ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง” ไอวี่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยพยายามรักษามาดไว้ ทั้งที่ความจริงความอบอุ่นที่เขาดูแลเธอเมื่อเช้ามันเริ่มกัดเซาะความโกรธไปเกือบหมดแล้วบลูหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เขาเดินเอาถาดไปเก็บในครัวครู่หนึ่งก่อนจะเดินกลับมาทิ้งตัวนั่งลงข้างเธอบนโซฟา ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ไอวี่เผลอตัวขยับหนีเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ แต่บลูกลับคว้าข้อมือเธอไว้หลวม ๆ“ไอวี่” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากกวนประสาทเป็นจริงจังขึ้นมา “เรื่องที่ผมบอกว่าจะรับผิดชอบ ผมพูดจริง ๆ นะ ไม่ได้พูดเพราะรู้สึกผิดอย่างเดียว แต่ผมรู้สึกกับคุณจริง ๆ”ไอวี่นิ่งไป หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อ ๆ เธอมองสบตาคมเข้มของคนตรงหน้า“พลาดกันแค่ครั้งเดียวเองนะบลู แล้วคุณก็เด็กไปสำหรับฉัน”“แต่ผมเสียหาย” บลูขยับเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน
เสียงของเนื้อกระทบกันดังลั่นไปทั่วห้องโถง บลูยังคงกระแทกแท่งเนื้อเข้าออกอยู่อย่างนั้นหลายนาที ไอวี่ระบายความเสียวซ่านที่ตัวเองได้รับ โดยการจิกมือลงไปที่โซฟาอย่างแรง“บลู~ ไม่ไหว ฉี่จะแตก” หญิงสาวเอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา“อีกนิดเดียว จะเสร็จแล้ว” บลูเอ่ยตอบกลับ เขายังคงขยับสะโพกไปมาตับ ๆเพียงครู่เดียวเท่านั้น เขาดันแก่นกายเข้ามาจนสุด พร้อมกับกดแช่แท่งเอ็นร้อน ๆ ไว้แบบนั้นอยู่นานหลายนาที“เหนื่อย” เธอเอ่ยน้ำเสียงหอบเหนื่อย ก่อนจะขยับตัวออกจากเขา แล้วทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาทันทีน้ำสีขาวขุ่นไหลเยิ้มออกมาจากช่อกุหลาบสีสวยที่กำลังนอนอยู่บนโซฟา ส่วนบลูก็ยืนมองหญิงสาวนิ่ง ๆ ด้วยความงุนงงคือ... จะเดินออกก็เดินออกไปดื้อ ๆ ไม่มีส่งสัญญาณอะไรบอกกูเลยสักคำ เออ! ดีจริง ๆบลูเดินตรงไปที่โต๊ะอาหาร เอื้อมมือหนาไปดึงกระดาษทิชชูสามสี่แผ่น แล้วเดินกลับมาหาไอวี่ที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ที่โซฟา เธอคงทั้งเมา แล้วก็ทั้งเหนื่อย ถึงทำให้เธอหลับสนิทได้แบบนี้“ขออย่างเดียว พรุ่งนี้ตื่นมาก็ช่วยตั้งสติด้วย” บลูเอ่ย พลางเช็ดทำความสะอาดส่วนนั้นให้กับเธอจนหมดจด พอเสร็จเรียบแล้วบลูก็ช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว เดินพาเธอไปวา
ร่างบางของไอวี่จมลงกับความนุ่มของที่นอน ชุดราตรีสีแดงเพลิงที่เธอยังสวมอยู่ดูตัดกับผ้าปูที่นอนอย่างชัดเจนจนดูเย้ายวนใจ บลูที่ยังคงคร่อมร่างเธอไว้หลวม ๆ ไม่ได้ถอยห่างไปไหน สายตาของเขาจ้องมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงระเรื่อเพราะฤทธิ์ไวน์และความร้อนจากรสจูบเมื่อครู่“ไม่อยากจีบคุณแล้วอ่ะ” บลูเอ่ยเสียงพร่าพลางกระตุกยิ้มที่มุมปาก มือหนาข้างหนึ่งยันที่นอนไว้ ส่วนอีกข้างเกลี่ยแก้มเนียนอย่างเบามือ“แล้วคุณ... อยากอะไรคะ?” ไอวี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ทว่าท้าทาย เธอเอื้อมมือขึ้นไปคว้าปกเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มแล้วออกแรงดึงให้เขาโน้มลงมาหาอีกครั้งไม่ต้องมีคำตอบเป็นคำพูด บลูสนองตอบความท้าทายนั้นทันทีด้วยการทาบริมฝีปากลงไปใหม่ คราวนี้มันหนักหน่วงและโหยหากว่าเดิม รสชาติฝาดหวานของไวน์แดงที่ยังหลงเหลืออยู่ในปากของคนทั้งคู่กลายเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่ทำให้พายุอารมณ์โหมกระหน่ำไอวี่หลับตาพริ้ม รับรู้ถึงน้ำหนักตัวของชายหนุ่มที่ทาบทับลงมาและความอบอุ่นที่โอบล้อมเธอไว้ เธอรู้สึกเหมือนกำลังลอยล่องอยู่กลางทะเลที่คลื่นลมแรง แต่แปลกที่ในอ้อมกอดนี้เธอกลับรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือเล็กขยุ้มเสื้อเชิ้ตของบลู
ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังขึ้นอย่างเก้อเขิน ไอวี่เดินลงจากเวทีด้วยท่วงท่าของคนชนะ แสงไฟยังคงสาดส่องตามร่างบางในชุดแดงเพลิงของเธอ จนกระทั่งเธอเดินกลับมาหยุดอยู่ที่โต๊ะบลูยืนขึ้นต้อนรับเธอทันที เขาไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความชื่นชมและพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด มือหนายื่นไปรับมือเล็กของเธอมากุมไว้เบา ๆ ราวกับจะบอกว่า...ทำได้ดีมาก“คุณแรงกว่าที่ผมคิดไว้นะครับ” บลูเปรยเบา ๆ ขณะที่ไอวี่นั่งลงที่เก้าอี้“แค่ประกาศให้รู้ว่าใครคือตัวจริง ใครคือตัวปลอมนะคะ” ไอวี่ตอบเสียงเรียบ“ไอวี่! แกกล้าดียังไง!” มีนาระเบิดอารมณ์ออกมาทันทีที่สุมิตรเดินไปทักทายแขกโต๊ะอื่น เธอโน้มตัวข้ามโต๊ะมาหาไอวี่ ดวงตาแดงก่ำด้วยความแค้น “แกจงใจฉีกหน้าฉันกับแม่ต่อหน้าทุกคน!”“ฉันแค่พูดความจริงมีนา” ไอวี่ปรายตามองอย่างเย็นชา “ความจริงที่ว่าเธอไม่มีแม้แต่หยดเลือดของเมฆาอยู่ในตัว อย่าลืมสิว่าเธอเข้ามาอยู่ในบ้านฉันฐานะอะไร”“แก!” มีนาเงื้อมือขึ้นสูง หมายจะฟาดลงบนใบหน้าสวยที่ลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงหน้าหมับ!ทว่ามือของเธอกลับถูกมือหนาของบลูคว้าไว้กลางอากาศได้ทันท่วงที บลูไม่ได้ออกแรงบีบมากนัก แต่สายตาที่เขามองมีนานั้นเย
@ห้องจัดเลี้ยงแสงไฟจากโถงจัดเลี้ยงส่องประกายระยิบระยับ เสียงดนตรีบรรเลงคลอเบา ๆ ผสมกับเสียงพูดคุยของแขกเหรื่อในงานทันทีที่ทั้งคู่ก้าวพ้นประตูงาน ทุกสายตาต่างหันมาจับจ้องที่ทั้งคู่เป็นจุดเดียว ‘บลู’ ในชุดสูทสีดำดูภูมิฐานตัดกับ ‘ไอวี่’ ในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ดูสวยสะดุดตาจนแทบหยุดหายใจ พวกเขาดูเหมือนคู่รักที่ทรงอำนาจและสมบูรณ์แบบที่สุดในค่ำคืนนี้“นั่นลูกสาวของคุณสุมิตร เมฆา” เสียงซุบซิบดังขึ้นเบา ๆไอวี่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยหวั่นไหวเมื่อครู่เลือนหายไป เหลือเพียงความสุขุมและเยือกเย็น เธอเหลือบไปเห็น ‘มีนา’ ที่ยืนอยู่ในกลุ่มเพื่อนสาว มีนาชะงักไปทันทีที่เห็นไอวี่ในลุคนี้ ดวงตาของน้องสาวต่างแม่ต่างพ่อที่เต็มไปด้วยความริษยาอย่างปิดไม่มิด โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนเคียงข้างไอวี่คือบลู ชายหนุ่มที่เธอเพิ่งจะพยายามเข้าไปแทรกกลางเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนบลูรับรู้ถึงแรงบีบเบา ๆ ที่ต้นแขนจากไอวี่ เขาจึงก้มลงกระซิบที่ข้างหูเธอพอให้ได้ยินกันแค่สองคน“ยิ้มไว้ครับ คืนนี้คุณชนะตั้งแต่อยู่หน้าประตูแล้ว”ไอวี่ลอบถอนหายใจ ก่อนจะคลี่ยิ้มทรงเสน่ห์ที่ดูเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน“ขอบคุณนะคะ
แกร๊ก!เสียงลูกบิดประตูที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาไอวี่ที่กำลังจมดิ่งอยู่กับกองเอกสารบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ถึงกับสะดุ้งสุดตัว เธอเงยหน้าขึ้นมองบานประตูที่ถูกผลักเข้ามา พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในท่าทางผ่อนคลายของคนที่เธอเพิ่งจะนึกถึงไปเมื่อครู่ คนที่เป็นแขกไม่ได้รับเชิญแต่กลับคุ้นเคยเป็นอย่างดีบลู
หลังจากที่กันยาเดินออกจากห้องไป ความเงียบก็กลับมาปกคลุมห้องทำงานของหญิงสาวอีกครั้ง ไอวี่ลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างเบื่อหน่าย ความรู้สึกหนักอึ้งจากเรื่องในอดีตที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งยังคงเกาะกุมจิตใจของเธอบลูหันกลับมามองที่เธออีกครั้งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย เพราะสีหน้าของไอวี่ดูไม่ดีเ
@สองอาทิตย์ผ่านไปตลอดระยะเวลาสองสัปดาห์ที่ผ่านมา บลูตามติดไอวี่ราวกับเงา เขาทำทุกอย่าง ทั้งส่งข้อความอรุณสวัสดิ์ ดูแลเรื่องอาหารกลางวัน และไปรับส่งเธอยามค่ำคืนความสัมพันธ์ของทั้งคู่... ดีขึ้นหรือไม่? บลูเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่ก็คงต้องดีขึ้นอยู่บ้าง เพราะอย่างน้อยไอวี่ก็ไม่ได้ปฏิเสธการดูแลของเขา
หลังจากดื่มชานมไข่มุกจนหมดแก้ว ไอวี่รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก บลูพาเธอเดินชมสินค้าอีกเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าไอวี่เริ่มมีสีหน้าเหนื่อยล้า ชายหนุ่มจึงตัดสินใจพาเธอเดินออกจากห้างสรรพสินค้าทันทีบลูเดินถือถุงใส่ของพะรุงพะรัง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของที่เขาซื้อให้เธอตามอัธยาศัย แม้ไอวี่จะบอกว่าไม่ต้องการก็ตาม นำไอ







