LOGIN@คลับบ้านเลขที่ 0
ยังคงเงียบสนิท มีเพียงเสียงการทำงานของพนักงานที่เตรียมพร้อมก่อนจะถึงเวลาเปิดให้บริการในช่วงค่ำคืน สถานที่แห่งนี้เป็นมากกว่าคลับยามราตรี มันคือบ้านอีกหลังของเขา โซนตั้งแต่ชั้นสองขึ้นไปถูกจัดสรรเป็นห้องพักหลายห้อง ซึ่งทุกห้องล้วนมีเจ้าของจับจองไว้หมดแล้ว บลูนั่งเหม่ออยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ กาแฟในแก้วที่เคยอุ่นร้อนตอนนี้มันเย็นชืดไร้ไอร้อนแล้ว “คิดเหี้ยอะไรอยู่ ใจลอยขนาดนี้” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากทางด้านหลัง ไม่นานนักเจ้าของเสียงนั้นก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเขา “เปล่า” บลูเอ่ยตอบสั้น ๆ โดยไม่หันมอง “เปล่าเหี้ยอะไร กูเรียกมึงหลายรอบแล้ว” คิงเอ่ย พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูโซเชียล คิง หุ้นส่วนใหญ่ของคลับบ้านเลขที่ 0 เจ้าของบริษัทจิวเวลรี่เดอะคิง หนุ่มหล่อ มาดนิ่ง “เหรอ” “เอ๋อแดกเหรอ?” คิงเลิกคิ้วสูงจ้องเพื่อนสนิทอย่างจับผิด “เปล่า” “ไอ้เหี้ยบลู!” คิงเอ่ยเสียงดัง เหมือนสติมึงยังไม่กลับมา “มึงเสียงดังทำไม” บลูหันมามองด้วยสีหน้าเรียบเฉย “มึงเป็นเหี้ยอะไรเนี่ย” “กู...” บลูเอ่ยคำเดียวก็ต้องชะงัก เมื่อเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง “มันเจอสาวมาว่ะ ใจเลยเหม่อแบบนี้” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่มจากทางด้านหลัง ไรอัน หนุ่มหล่อ เจ้าเล่ห์ เจ้าของไร่องุ่นขนาดใหญ่ แล้วก็เจ้าของโรงงานผลิตไวน์ชื่อดัง “โอ้โห... ขนาดที่ทำให้ไอ้บลูของพวกเรากลายเป็นหุ่นขี้ผึ้งได้เลยเหรอเนี่ย” เสียงที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของเพื่อนอีกสองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาสมทบ เจย์ ในชุดเสื้อเชิ้ตที่ถูกจัดวางอย่างดี เดินเข้ามายืนข้างบลูและตบบ่าเพื่อนเบา ๆ “เจอใครมาเล่าให้ฟังหน่อยสิ” เจย์เอ่ยอย่างใจดีและสุภาพ เจย์คือเจ้าของโรงพยาบาลชื่อดังที่ทุกคนในวงการต่างรู้จักดี แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นหมอ แต่ก็เป็นผู้บริหารที่เก่งกาจและเปี่ยมเมตตาที่สุด “ถ้าเป็นเรื่องผู้หญิง กูก็อยากรู้เหมือนกัน” ร็อค พูดสั้นๆ ขณะที่เดินอ้อมเคาน์เตอร์ไปเปิดตู้เพื่อเลือกเครื่องดื่มด้วยตัวเอง ร็อคคืออีกหนึ่งหุ้นส่วนคนสำคัญที่นิ่งเงียบแต่ความคิดเฉียบขาด เขาคือเจ้าของโกดังเหล้าขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง และเป็นซัพพลายเออร์หลักของคลับแห่งนี้ “มากันครบแล้ว ช่วยสืบหน่อย” คิงละสายตาจากโทรศัพท์มองเพื่อนที่มาใหม่ “มันไม่ได้มีอะไรน่าสนใจขนาดนั้นหรอก” บลูตอบเสียงเรียบ แต่ก็ยอมละสายตาจากแก้วกาแฟเย็นชืด หันไปสบตากับเพื่อนทั้งสี่คน “ถ้าไม่มีอะไร แล้วทำไมหน้ามึงถึงได้เครียดเหมือนคนเป็นหนี้ขนาดนี้วะ” ไรอันเท้าคางมองบลูด้วยท่าทางจับผิด “รวยอย่างมัน คงไม่เครียดเรื่องหนี้หรอก” ร็อคที่กำลังรินไวน์ใส่แก้วให้ตัวเองหันมากล่าวอย่างเด็ดขาด “กูเห็นด้วย” คิงพยักหน้าเห็นด้วย “เออ!” บลูถอนหายใจยาว ๆ เขาเอ่ยยอมรับออกมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ “เอาล่ะ!” ไรอันยกมือขึ้นทาบอกอย่างกวน ๆ “กูสนใจผู้หญิงคนหนึ่งว่ะ” บลูเอ่ยเสียงแผ่ว แต่แววตาของเขาฉายประกายบางอย่างที่เพื่อนทั้งสี่ไม่เคยเห็นมาก่อน “ผู้หญิงคนไหน” คิงถาม สีหน้าเริ่มจริงจังขึ้น “เธอชื่อไอวี่ เธอมีอะไรบ้างอย่างที่มันดึงดูดกู” บลูเอ่ย จ้องมองแก้วกาแฟที่ว่างเปล่าราวกับเห็นเงาของใครคนหนึ่งอยู่ในนั้น “มึงสนใจ?” ร็อคเลิกคิ้วสูง จ้องมองเพื่อนอย่างจริงจังอีกคน “อืม เธอก็น่าสนใจดี” “หูกูฟังไม่ผิดใช่ไหม” ไรอันเอ่ย “มึงเนี่ยสนใจผู้หญิง” คิงเอ่ย เขาแทบจะไม่เชื่อในสิ่งที่บลูพูด คนอย่างมันเนี่ยนะสนใจผู้หญิงแบบจริง ๆ จัง ๆ ปกติก็เห็นมันกินเล่นกินหัวมาตลอดเลย บลูเหลือบมองคิงด้วยสายตาที่ไม่ได้แสดงอารมณ์มากมายนัก แต่รอยหยักบนมุมปากที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีก็ทำให้เพื่อนทั้งสี่คนรู้ว่าบลูไม่ได้พูดเล่น เจย์ซึ่งใจเย็นที่สุดในกลุ่ม เข้ามานั่งบนเก้าอี้บาร์ที่อยู่ถัดจากบลู เขาประสานมือบนเคาน์เตอร์ พยายามมองหาความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำพูดนั้น “มึงลองเล่าให้พวกกูฟังหน่อยได้ไหม ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นยังไงถึงได้ดึงดูดความสนใจจาก คนอย่างมึงไปได้ขนาดนี้” ชายหนุ่มไม่ได้ตอบทันที เขายกแก้วกาแฟเย็นชืดขึ้นจิบอีกครั้ง ราวกับต้องการใช้ความขมของกาแฟเพื่อจัดระเบียบความคิดที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในหัว “เธอไม่ได้เหมือนใครที่กูเคยเจอ” เขาเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “กูเคยเจอผู้หญิงที่เก่ง นางแบบที่สวย หรือผู้หญิงที่ฉลาดจนน่าทึ่งมาก็เยอะ แต่ทุกคนที่เข้ามาหากูเธอมักเข้ามาด้วยผลประโยชน์ หรือไม่ก็เรื่องเงิน” "แน่นอนสิ ก็มึงคือเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเจ้าของที่ดินที่มีที่ดินอยู่ในมืออีกกี่พันไร่ก็ไม่รู้" ไรอันเสริม “แต่เธอไม่ใช่” บลูส่ายหน้าเบา ๆ แววตาที่จับจ้องแก้วกาแฟว่างเปล่านั้นลึกล้ำราวกับกำลังดำดิ่งสู่ห้วงแห่งความทรงจำ “เธอไม่ได้เข้าหากูเลย กูมากกว่าที่เข้าหาเธอ” ร็อคที่เพิ่งเดินกลับมาพร้อมแก้วไวน์สีแดงเข้ม วางแก้วลงข้างๆ คิง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม “ความท้าทายสินะ” บลูเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาคล้ายจะชื่นชมในความเข้าใจเพื่อน เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ เล่าต่อ ราวกับกำลังปะติดปะต่อชิ้นส่วนปริศนาในใจตัวเอง “มึงโดนของป่ะเนี่ย” คิงมองหน้าเพื่อนอย่างพิจารณา “มึงก็พูดเพ้อเจ้อไอ้สัส!” บลูเอ่ยเสียงดัง “ฮ่า ๆ” เพื่อนทุกคนต่างก็ส่งเสียงหัวเราะพร้อมกัน ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่ไอ้บลูสนใจผู้หญิง วันที่มันเจอคนที่มันสนใจเธอจริง ๆ “สืบให้กูหน่อยดิไอ้ร็อค” บลูหันไปเอ่ยกับร็อคด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ได้ดิ” ร็อคเอ่ยตอบรับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “แต่มีราคาที่ต้องจ่ายนะครับ กูไม่ทำงานให้ใครฟรี ๆ” “แต่กูเพื่อนมึงนะ” “ถ้าเป็นเพื่อน กูคิดราคาพิเศษครับ บวกเพิ่มสองเท่า” ร็อคเอ่ย “ฃวยเถอะครับ!” “เรื่องธุรกิจ ไม่มีคำว่าเพื่อนครับ ไม่มีพี่น้อง” “เออ! มึงเอาข้อมูลมาให้ได้ก่อนเถอะ กูยอมจ่าย” บลูเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง ไอ้เหี้ยร็อคแม่งเลือดจัด ๆ กับเพื่อนก็ไม่มีข้อยกเว้นเลย ขนาดกูบอกว่ากูสนใจเธอจริง ๆ มึงก็ยังหน้าเลือดกับกูอีก ไอ้สันดาน!!! ชายหนุ่มนั่งมองแก้วกาแฟอยู่แบบนั้นหลายนาที ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากคลับไป หลังจากที่บลูออกจากคลับไปแล้ว ไอ้สี่ตัวที่ยังนั่งอยู่ก็พากันแยกย้ายด้วยเช่นกัน@คลับบ้านเลขที่ 0รถสปอร์คันหรูแล่นมาจอดที่หน้าคลับบ้านเลขที่0 แสงไฟในยามค่ำคืนส่องสว่างไปทั่วเมืองหลวง ทันทีที่รถยนต์จอดสนิท บลูหันมามองคนข้างกายที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ เธอหลับได้สักพักใหญ่ ๆ แล้ว“ถึงแล้วครับ” บลูเอ่ยปลุกเธอ มือหนาสะกิดที่แขนเล็กเบา ๆ“อือ” เธอครางตอบรับในลำคอเล็กน้อย ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นมา คนตัวเล็กพยายามปรับโฟกัสกับภาพตรงหน้า “ที่นี่ที่ไหนคะ”“คลับของผมเองครับ” เขาเอ่ย“คลับของคุณ?” เธอเลิกคิ้วสูงสงสัย“ครับ ผมจำได้ว่าเราเจอกันที่The One ผมเลยคิดว่าคิดว่าคุณของชอบเที่ยวคลับ ชอบความผ่อนคลายแบบนั้น”“รู้ใจผู้หญิงเก่งจังเลยนะคะ”“ฮ่า ๆ ผมรู้แค่เรื่องของคุณครับ”“ฉันจะพยายามเชื่อคุณนะ” ไอวี่เอ่ยยิ้ม ๆ ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วลงจากรถทันที บลูก็รีบตามลงมาทันทีเช่นกันทั้งคู่เดินเข้าไปภายในคลับพร้อมกัน ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาคลับเปิดให้บริการแล้ว ลูกค้าชายหญิงก็เริ่มเข้ามาจับจ้องโต๊ะกันบ้างแล้ว มีทั้งลูกค้าประจำแล้วก็ไม่ประจำ บลูเดินนำไอวี่มาที่โซนVIP ที่เป็นโซนห้องกระจกที่ถูกต่อเติมเพิ่มเข้ามาทันทีที่ทั้งคู่เปิดประตูเข้ามาภายในห้อง คนที่นั่งอยู่ในห้องต่างก็พากันเงยหน้าขึ้น
บลูคลี่รอยยิ้มทันที เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าดูอารมณ์ดีขึ้นมากหลังจากที่ท้องอิ่ม เขาหยิบแก้วน้ำที่ว่างเปล่าวางลงในถาด ก่อนจะรวบรวมถ้วยชามเตรียมนำไปเก็บ“กินอิ่มแล้วก็ดูพูดง่ายขึ้นเยอะเลยนะ” บลูเย้าแหย่พลางยักคิ้วให้หนึ่งที“ก็มันหิวนี่ แล้วอีกอย่าง ฉันไม่ได้บอกว่าหายโกรธนะ แค่ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง” ไอวี่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยพยายามรักษามาดไว้ ทั้งที่ความจริงความอบอุ่นที่เขาดูแลเธอเมื่อเช้ามันเริ่มกัดเซาะความโกรธไปเกือบหมดแล้วบลูหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เขาเดินเอาถาดไปเก็บในครัวครู่หนึ่งก่อนจะเดินกลับมาทิ้งตัวนั่งลงข้างเธอบนโซฟา ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ไอวี่เผลอตัวขยับหนีเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ แต่บลูกลับคว้าข้อมือเธอไว้หลวม ๆ“ไอวี่” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากกวนประสาทเป็นจริงจังขึ้นมา “เรื่องที่ผมบอกว่าจะรับผิดชอบ ผมพูดจริง ๆ นะ ไม่ได้พูดเพราะรู้สึกผิดอย่างเดียว แต่ผมรู้สึกกับคุณจริง ๆ”ไอวี่นิ่งไป หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อ ๆ เธอมองสบตาคมเข้มของคนตรงหน้า“พลาดกันแค่ครั้งเดียวเองนะบลู แล้วคุณก็เด็กไปสำหรับฉัน”“แต่ผมเสียหาย” บลูขยับเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน
เสียงของเนื้อกระทบกันดังลั่นไปทั่วห้องโถง บลูยังคงกระแทกแท่งเนื้อเข้าออกอยู่อย่างนั้นหลายนาที ไอวี่ระบายความเสียวซ่านที่ตัวเองได้รับ โดยการจิกมือลงไปที่โซฟาอย่างแรง“บลู~ ไม่ไหว ฉี่จะแตก” หญิงสาวเอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา“อีกนิดเดียว จะเสร็จแล้ว” บลูเอ่ยตอบกลับ เขายังคงขยับสะโพกไปมาตับ ๆเพียงครู่เดียวเท่านั้น เขาดันแก่นกายเข้ามาจนสุด พร้อมกับกดแช่แท่งเอ็นร้อน ๆ ไว้แบบนั้นอยู่นานหลายนาที“เหนื่อย” เธอเอ่ยน้ำเสียงหอบเหนื่อย ก่อนจะขยับตัวออกจากเขา แล้วทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาทันทีน้ำสีขาวขุ่นไหลเยิ้มออกมาจากช่อกุหลาบสีสวยที่กำลังนอนอยู่บนโซฟา ส่วนบลูก็ยืนมองหญิงสาวนิ่ง ๆ ด้วยความงุนงงคือ... จะเดินออกก็เดินออกไปดื้อ ๆ ไม่มีส่งสัญญาณอะไรบอกกูเลยสักคำ เออ! ดีจริง ๆบลูเดินตรงไปที่โต๊ะอาหาร เอื้อมมือหนาไปดึงกระดาษทิชชูสามสี่แผ่น แล้วเดินกลับมาหาไอวี่ที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ที่โซฟา เธอคงทั้งเมา แล้วก็ทั้งเหนื่อย ถึงทำให้เธอหลับสนิทได้แบบนี้“ขออย่างเดียว พรุ่งนี้ตื่นมาก็ช่วยตั้งสติด้วย” บลูเอ่ย พลางเช็ดทำความสะอาดส่วนนั้นให้กับเธอจนหมดจด พอเสร็จเรียบแล้วบลูก็ช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว เดินพาเธอไปวา
ร่างบางของไอวี่จมลงกับความนุ่มของที่นอน ชุดราตรีสีแดงเพลิงที่เธอยังสวมอยู่ดูตัดกับผ้าปูที่นอนอย่างชัดเจนจนดูเย้ายวนใจ บลูที่ยังคงคร่อมร่างเธอไว้หลวม ๆ ไม่ได้ถอยห่างไปไหน สายตาของเขาจ้องมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงระเรื่อเพราะฤทธิ์ไวน์และความร้อนจากรสจูบเมื่อครู่“ไม่อยากจีบคุณแล้วอ่ะ” บลูเอ่ยเสียงพร่าพลางกระตุกยิ้มที่มุมปาก มือหนาข้างหนึ่งยันที่นอนไว้ ส่วนอีกข้างเกลี่ยแก้มเนียนอย่างเบามือ“แล้วคุณ... อยากอะไรคะ?” ไอวี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ทว่าท้าทาย เธอเอื้อมมือขึ้นไปคว้าปกเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มแล้วออกแรงดึงให้เขาโน้มลงมาหาอีกครั้งไม่ต้องมีคำตอบเป็นคำพูด บลูสนองตอบความท้าทายนั้นทันทีด้วยการทาบริมฝีปากลงไปใหม่ คราวนี้มันหนักหน่วงและโหยหากว่าเดิม รสชาติฝาดหวานของไวน์แดงที่ยังหลงเหลืออยู่ในปากของคนทั้งคู่กลายเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่ทำให้พายุอารมณ์โหมกระหน่ำไอวี่หลับตาพริ้ม รับรู้ถึงน้ำหนักตัวของชายหนุ่มที่ทาบทับลงมาและความอบอุ่นที่โอบล้อมเธอไว้ เธอรู้สึกเหมือนกำลังลอยล่องอยู่กลางทะเลที่คลื่นลมแรง แต่แปลกที่ในอ้อมกอดนี้เธอกลับรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือเล็กขยุ้มเสื้อเชิ้ตของบลู
ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังขึ้นอย่างเก้อเขิน ไอวี่เดินลงจากเวทีด้วยท่วงท่าของคนชนะ แสงไฟยังคงสาดส่องตามร่างบางในชุดแดงเพลิงของเธอ จนกระทั่งเธอเดินกลับมาหยุดอยู่ที่โต๊ะบลูยืนขึ้นต้อนรับเธอทันที เขาไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความชื่นชมและพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด มือหนายื่นไปรับมือเล็กของเธอมากุมไว้เบา ๆ ราวกับจะบอกว่า...ทำได้ดีมาก“คุณแรงกว่าที่ผมคิดไว้นะครับ” บลูเปรยเบา ๆ ขณะที่ไอวี่นั่งลงที่เก้าอี้“แค่ประกาศให้รู้ว่าใครคือตัวจริง ใครคือตัวปลอมนะคะ” ไอวี่ตอบเสียงเรียบ“ไอวี่! แกกล้าดียังไง!” มีนาระเบิดอารมณ์ออกมาทันทีที่สุมิตรเดินไปทักทายแขกโต๊ะอื่น เธอโน้มตัวข้ามโต๊ะมาหาไอวี่ ดวงตาแดงก่ำด้วยความแค้น “แกจงใจฉีกหน้าฉันกับแม่ต่อหน้าทุกคน!”“ฉันแค่พูดความจริงมีนา” ไอวี่ปรายตามองอย่างเย็นชา “ความจริงที่ว่าเธอไม่มีแม้แต่หยดเลือดของเมฆาอยู่ในตัว อย่าลืมสิว่าเธอเข้ามาอยู่ในบ้านฉันฐานะอะไร”“แก!” มีนาเงื้อมือขึ้นสูง หมายจะฟาดลงบนใบหน้าสวยที่ลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงหน้าหมับ!ทว่ามือของเธอกลับถูกมือหนาของบลูคว้าไว้กลางอากาศได้ทันท่วงที บลูไม่ได้ออกแรงบีบมากนัก แต่สายตาที่เขามองมีนานั้นเย
@ห้องจัดเลี้ยงแสงไฟจากโถงจัดเลี้ยงส่องประกายระยิบระยับ เสียงดนตรีบรรเลงคลอเบา ๆ ผสมกับเสียงพูดคุยของแขกเหรื่อในงานทันทีที่ทั้งคู่ก้าวพ้นประตูงาน ทุกสายตาต่างหันมาจับจ้องที่ทั้งคู่เป็นจุดเดียว ‘บลู’ ในชุดสูทสีดำดูภูมิฐานตัดกับ ‘ไอวี่’ ในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ดูสวยสะดุดตาจนแทบหยุดหายใจ พวกเขาดูเหมือนคู่รักที่ทรงอำนาจและสมบูรณ์แบบที่สุดในค่ำคืนนี้“นั่นลูกสาวของคุณสุมิตร เมฆา” เสียงซุบซิบดังขึ้นเบา ๆไอวี่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยหวั่นไหวเมื่อครู่เลือนหายไป เหลือเพียงความสุขุมและเยือกเย็น เธอเหลือบไปเห็น ‘มีนา’ ที่ยืนอยู่ในกลุ่มเพื่อนสาว มีนาชะงักไปทันทีที่เห็นไอวี่ในลุคนี้ ดวงตาของน้องสาวต่างแม่ต่างพ่อที่เต็มไปด้วยความริษยาอย่างปิดไม่มิด โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนเคียงข้างไอวี่คือบลู ชายหนุ่มที่เธอเพิ่งจะพยายามเข้าไปแทรกกลางเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนบลูรับรู้ถึงแรงบีบเบา ๆ ที่ต้นแขนจากไอวี่ เขาจึงก้มลงกระซิบที่ข้างหูเธอพอให้ได้ยินกันแค่สองคน“ยิ้มไว้ครับ คืนนี้คุณชนะตั้งแต่อยู่หน้าประตูแล้ว”ไอวี่ลอบถอนหายใจ ก่อนจะคลี่ยิ้มทรงเสน่ห์ที่ดูเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน“ขอบคุณนะคะ
@ชั้น17@ห้อง304ห้องสวีทสุดหรู ภายในห้องถูกตกแต่งด้วยโทนอบอุ่น ระเบียบด้านนอกมองเห็นวิวทะเลอย่างชัดเจน ภายในห้องจะมีเคาน์เตอร์ครัว แล้วก็ห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีโซฟาตั้งอยู่กลางห้อง พร้อมกับทีวีขนาดใหญ่ถึง65นิ้วห้องน้ำจะอยู่มุมซ้ายสุด ส่วนห้องนอนจะอยู่ติดกับมุมที่ตั้งทีวี“สวยดี” ไอวี่เอ่ยขึ้นทันทีที
ความเงียบที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งคลับทันทีที่ประโยคสุดท้ายของบลูหลุดออกมาจากปาก แววตาที่เคยหยิ่งผยองของธามสั่นระริกไปชั่วขณะหนึ่ง รอยยิ้มเยาะที่เคยแต้มบนใบหน้าพลันแข็งค้าง ความมั่นใจที่ว่าตนเองเหนือกว่าถูกทุบทำลายลงด้วยคำว่า กูเจ้าของคลับ“มึงว่าไงนะ?” ธามเค้นเสียงถาม มือที่จับปืนเริ่มสั่นเ
@คอนโดมิเนียมหลังจากที่ความหวานของบิงซูช่วยเติมพลังใจจนเต็ม บลูขับรถมาส่งไอวี่ที่คอนโดมิเนียมของเธอ บรรยากาศภายในรถเงียบสงบแต่ไม่ได้อึดอัด ทั้งคู่ต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง บลูเหลือบมองไอวี่ที่ดูผ่อนคลายขึ้นมาก เขาแอบหวังลึก ๆ ว่าคำพูดของเจย์และคิงเรื่องการรักษาใจจะเริ่มต้นได้ด้วยดีในทริปนี้“ถึ
บลูนั่งพิงโซฟาตัวหนานุ่ม สายตาของเขาจดจ้องไปที่ร่างบางของไอวี่ราวกับถูกมนต์สะกด เขาไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้เลยจริง ๆ ราวกับว่าในตัวเธอมีแรงดึงดูดมหาศาลที่คอยยึดเหนี่ยวทุกความสนใจของเขาเอาไว้ แม้ในยามที่เธอไม่ได้ทำอะไรเลย เพียงแค่นั่งนิ่ง ๆ ให้ช่างปรนนิบัติ เธอก็ยังดูงดงามอย่างน่าประหลาดติ๊ง!เสียง







