เข้าสู่ระบบการแต่งงานระหว่างอินทัชและเมษาถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าชายหนุ่มจะตามหาตัวสาวคนรักเจอ ส่วนหวานยี่หวาตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่เธอต้องทำงานทุกอย่างไม่ต่างจากคนใช้คนหนึ่ง
หญิงสาวมักจะโดนสาวใช้ด้วยกันรังแกเพราะคำสั่งของอินทัชต้องการทำให้เธอเจ็บปวดและไม่มีความสุข
“อ้าวมาแล้วเหรอ” เสียงของพิกุลสาวใช้คนหนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นร่างบอบบางสวมใส่ชุดนักศึกษาเดินเข้ามาในห้องครัว
“สวัสดีค่ะพี่พิกุล พี่สาลี่ พี่บังอร” มือเรียวยกขึ้นไหว้คนที่มีอายุมากกว่าอย่างไม่ถือตัว
“แล้วนั่นจะไปไหน” สาลี่ถามขึ้นด้วยความสงสัย
“วันนี้ยี่หวามีเรียนค่ะ ช่วงบ่ายยี่หวากลับมาช่วยงานบ้านนะคะ”
“แล้วจะยืนทำเซ่ออีกนานไหมรีบมาช่วยยกอาหารไปสิ คุณผู้หญิงกับคุณอินใกล้ลงมาแล้ว” บังอรแทรกขึ้นเธอคือสาวใช้ที่ไม่ชอบหน้าหวานยี่หวามากที่สุด
“ค่ะพี่บังอร” หวานยี่หวาวางหนังสือลงบนโต๊ะและรีบเข้าไปช่วยถือถาดข้าวต้มจากมือของพิกุลแต่ไม่วายโดนสาลี่ชนเข้า กระทั่งข้าวต้มกระเด็นโดนมือเรียว หญิงสาวเผลอปล่อยถาดอาหารร่วงหล่นพื้น
“ว้าย! ทำอะไรยี่หวาเห็นไหมข้าวต้มหกหมดเลย” บังอรเอ็ดหวานยี่หวาเสียงดัง
“นั่นสิแค่นี้ก็มือไม้อ่อน” สาลี่เบะปากใส่หวานยี่หวา ทั้งแอบทำหน้าทำตาด้วยความสะใจ
“ยี่หวาไม่ได้ทำนะคะพี่สาลี่นั่นแหละชนยี่หวาจนข้าวต้มหกหมดเลย”
“ฉันชนเธอตอนไหน มีใครเห็นไหม” สาลี่หันไปถามความคิดเห็นจากเพื่อน ๆ บริเวณนั้น แต่คำตอบที่ได้รับคือไม่มีใครเห็นการกระทำของสาลี่ก่อนทุกคนจะโยนความผิดไปให้หวานยี่หวา
“พวกพี่โกหก พี่พิกุลก็เห็นว่าพี่สาลี่ชนยี่หวาจนข้าวต้มหก”
“ฉันไม่รู้” พิกุลทำไขสือ
“โอ๊ย! มัวแต่หาตัวคนผิดนั่นแหละรีบทำความสะอาดได้แล้วยี่หวาและยกอาหารออกไปให้เจ้านายทั้งสองด้วย ไปกันเถอะพวกเราปล่อยให้เด็กนี่ทำคนเดียว” บังอรออกคำสั่งกับหวานยี่หวาเสร็จก็ชวนเหล่าสาวใช้ออกจากห้องครัว ทิ้งหญิงสาวเพียงลำพัง
“ใจร้าย” เสียงหวานบ่นอุบอิบพลางยกมือเรียวปาดน้ำตาข้างแก้มนุ่ม ตอนนี้ไม่ใช่เวลาร้องไห้เธอต้องรีบทำความสะอาดและนำอาหารออกจากห้องครัว
ร่างเล็กถือถาดอาหารอย่างทุลักทุเลเพราะปวดแสบปวดร้อนบริเวณโดนข้าวต้มลวกมือเมื่อสักครู่
“ชักช้า” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเมื่อคนตัวเล็กวางอาหารตรงหน้าตัวเอง
“ขอโทษค่ะ”
“เอาเถอะน่าอิน น้องยังไม่คุ้นชินกับที่นี่” ซ่อนกลิ่นพูดปกป้องหวานยี่หวาแต่จะให้มากกว่านี้คงไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคงได้มีปัญหากับลูกชายให้ปวดหัวเปล่า ๆ
“แล้วใครใช้ให้อวดเก่งล่ะครับ อยากทำตัวเป็นแม่พระอาสายกอาหารออกมาคนเดียว เห็นไหมผมกับคุณแม่ต้องรอนาน”
คำพูดของอินทัชทำหวานยี่หวาปรายตามองเหล่าสาวใช้ที่รังแกเธอก่อนหน้านี้ซึ่งยืนอยู่มุมหนึ่งของห้องอาหารทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ จนเธอต้องเม้มปากแน่นเกือบเป็นเส้นตรง
“ช่างมันเถอะ แม่ว่าเรากินกันได้แล้ว” ซ่อนกลิ่นตัดบท
“นั่นจะไปไหนใส่ชุดนักศึกษาทำไม” สายตาคมกริบปะทะร่างอ้อนแอ้นในชุดนักศึกษาที่ก่อนหน้านี้ไม่ทันสังเกต เพราะมัวแต่หาเรื่องชวนทะเลาะ
“ยี่หวาต้องไปเรียนค่ะ” ตอบเสียงเรียบแต่ในใจกลับหวาดกลัว เนื่องจากกลัวจะถูกสั่งห้ามไม่ให้ไปมหาวิทยาลัย
“เรียนปีไหนแล้วล่ะหนูยี่หวา” ซ่อนกลิ่นถามอย่างสนใจ
“ปีสี่แล้วค่ะ” ส่งยิ้มหวานแก่หญิงวัยกลางคน ท่าทางของท่านใจดีเหลือเกินแตกต่างกับอีกคนชอบทำหน้ายักษ์ปานจะฉีกเนื้อเธอเป็นชิ้น ๆ
“ใกล้จบแล้วสิ ว่าแต่สวย ๆ แบบนี้มีหนุ่ม ๆ มาจีบเยอะเลยใช่ไหม”
“แต่งตัวสั้นขนาดนั้นก็ไม่แปลกถ้าจะมีผู้ชายมาชอบ” อินทัชบอกด้วยเสียงไม่สบอารมณ์ จนหวานยี่หวาต้องก้มหน้าสำรวจตนเองซึ่งไม่ได้เป็นอย่างที่ชายหนุ่มกล่าวสักนิด ชุดนักศึกษาของเธอก็หลวมไม่รัดเลย มิหนำซ้ำกระโปรงพลีทยาวคลุมเข่า
“แม่เบื่อจะพูดกับอินแล้ว” ซ่อนกลิ่นส่ายหน้าไปมาด้วยความเอือมระอากับลูกชาย ไม่รู้จะจงเกลียดจงชังหวานยี่หวาอะไรขนาดนั้น ทั้งที่คนหนีงานแต่งคือเมษาแต่ชายหนุ่มไม่ได้โกรธเคืองสักนิด แถมยังให้คนออกตามหา
“รีบไปเรียนเถอะหนูยี่หวาให้คนขับรถไปส่งที่มหาลัยนะ”
“ค่ะ”
“ไม่อนุญาตถ้าจะไปเรียนก็นั่งรถเมล์ไปเอง อย่ามายุ่งวุ่นวายกับคนบ้านนี้”
“อิน!!”
“คุณป้าคะ ไม่เป็นไรค่ะยี่หวาไปเองได้ ขอตัวก่อนนะคะ” หวานยี่หวายกมือไหว้อินทัชและซ่อนกลิ่นก่อนจะรีบแจ้นออกจากห้องอาหารทันที ขืนชักช้ามีหวังไม่ได้ไปเรียนแน่
“แม่ไม่รู้จะพูดยังไงกับอินแล้วนะ” หญิงวัยกลางคนเอ่ยขึ้นหลังพ้นร่างหวานยี่หวาไม่กี่นาที
“คุณแม่ครับ ผมคือผู้ถูกกระทำนะครับ คุณแม่จะไม่ให้ผมรู้สึกอะไรเลยเหรอ”
“แล้วอินไปโกรธเกลียดหนูยี่หวาทำไม คนที่หนีงานแต่งคือหนูเมษา”
“ก็ยี่หวาเป็นคนของตระกูลนั้น” เถียงแบบข้างๆ คู ๆ
“แล้วหนูเมษาไม่ใช่เหรอ คนที่ลูกควรเกลียดและโกรธคือหนูเมษาต่างหากไม่ใช่หนูยี่หวา”
“ผมรักเมษาจะให้ผมเกลียดเมษาได้ไง”
“แม่ไม่คิดเลยว่าลูกของแม่จะเป็นคนแบบนี้ ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย” พูดจบ ซ่อนกลิ่นลุกขึ้นจากเก้าอี้
“คุณผู้หญิงอิ่มแล้วเหรอคะ” ป้าเพ็ญหญิงสูงวัยทำงานที่นี่มานานตั้งแต่อินทัชยังเด็กและยังเป็นแม่นมของชายหนุ่มถามขึ้นทันทีที่เห็นซ่อนกลิ่นลุกขึ้นออกจากโต๊ะอาหาร
“กินไม่ลงแล้ว รบกวนป้าช่วยพาฉันออกไปจากห้องนี้ด้วย” หันมองลูกชายแวบหนึ่ง
“ได้ค่ะคุณผู้หญิง” ไม่รอช้าจะประคองเจ้านาย
“ยี่หวา!!” มือหนากำหมัดแน่นเพราะเธอเป็นต้นเหตุทำให้เขาทะเลาะกับแม่ เขาต้องเอาคืนเธอให้สาสม
มุมหนึ่งของมหาวิทยาลัยหลังจากเรียนเสร็จ หวานยี่หวาและเพื่อนทั้งสองกำลังเดินไปนั่งยังม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ หลังจากนั่งลงลูกหว้าสาวจอมแก่นถามขึ้นอย่างไวในเรื่องค้างคาเมื่อเช้า
“จริงเหรอยี่หวา พี่เมษาหนีไปแล้วพี่อินก็เลยพายี่หวาไปอยู่ด้วยในฐานะตัวประกันและยังต้องทำงานทุกอย่างตามคำสั่ง”
“อืม” พยักหน้าเล็กน้อย
“แล้วยี่หวาเป็นไงบ้าง โอเคใช่ไหม”
“ตอนนี้ยี่หวายังทนไหว” เอ่ยขึ้นขณะนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า
“พูดแบบนี้หมายความว่าไง อย่าบอกนะมีใครทำอะไร”
“ก็ไม่เชิงหรอก” บอกอย่างยิ้มอ่อน ๆ
“เอ๊ะ มือยี่หวาไปโดนอะไรมา” อันดาสาวเรียบร้อยของกลุ่มพูดขึ้นพลางเอื้อมมือไปสัมผัสมือเล็กของหวานยี่หวาบริเวณรอยแดง
“ไม่มีอะไรหรอก” หวานยี่หวารีบชักมือกลับเธอไม่อยากให้เพื่อนทั้งสองต้องคอยเป็นห่วง
“เกิดอะไรขึ้นยี่หวา ใครทำอะไรแก” ลูกหว้าจับไหล่บอบบางทั้งสองข้างของเพื่อนอย่างเค้นคำตอบ
“นั่นสิยี่หวาพวกเราเป็นห่วง” อันดาเสริมขึ้น
“เอ่อ คือ”
“พูดมายี่หวา” ลูกหว้าเค้นถามพลางจ้องริมฝีปากอวบอิ่มของหวานยี่หวา
“ก็ได้” หวานยี่หวาเล่าเหตุการณ์เมื่อเช้าให้เพื่อนทั้งสองฟังตั้งแต่ต้นจนจบอย่างไม่ปิดบังเนื่องจากถ้าเพื่อนรู้ทีหลังจะโกรธไม่น้อย
“แย่จังเลยทำไมคนพวกนั้นถึงทำแบบนี้กับยี่หวา” อันดาพูดขึ้น เธอสงสารเพื่อนจับใจต้องมาเจออะไรเช่นนี้
“อย่าไปว่าพวกเขาเลย ถ้าเจ้านายไม่สั่งมีเหรอลูกน้องจะกล้า”
“หมายความว่าไง อย่าบอกนะว่าพี่อินอะไรนั่นเป็นคนสั่งให้พวกนั้นรังแกยี่หวา” ลูกหว้าเริ่มเดือด
“ประมาณนั้นแหละ”
“พี่อินนี้ใช่พี่ชายที่แสนดีของยี่หวาในวัยเด็กใช่ไหม แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงได้ร้ายล่ะ” อันดาถามอย่างสงสัย
“คงโมโหที่พี่เมษาหนีไปละมั้งก็เลยเอาความเกลียดชังมาลงที่ยี่หวา” นี่เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้นเธอยังไม่รู้คำตอบแน่ชัดจากเขา
“ทำไมเป็นคนแบบนี้ เขาควรเกลียดพี่เมษาไม่ใช่เหรอ” ยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจ ลูกหว้าเริ่มมีสีหน้าตึงเครียด
“ช่างมันเถอะ ถ้าพี่เมษากลับมาทุกอย่างก็ดีขึ้นเองแหละ” เผยยิ้มอ่อนแก่เพื่อนทั้งสองในใจภาวนาขอให้เป็นอย่างที่พูด
“ถ้ามีอะไรหรืออยากให้พวกเราสองคนช่วยเหลือก็บอกได้นะยี่หวา อันดากับลูกหว้ายินดี”
“ขอบใจนะ”
“ไปกินข้าวเถอะ ลูกหว้าหิวแล้ว” พูดพลางนำมือลูบหน้าท้องแบนเรียบ
“ไปสิ” เมื่อเช้าเธอไม่ได้ทานอะไรมาเหมือนกัน ตอนนี้ค่อนข้างหิวมากเหลือเกินจนไส้กิ่ว
เสียงคลื่นกระทบชายฝั่งทำหวานยี่หวารู้สึกผ่อนคลายยิ่งนัก ตั้งแต่วันนั้นที่เธอและเขาปรับความเข้าใจกัน ซึ่งผ่านมาแล้วสองเดือน เขาคอยดูแลเธอเป็นอย่างดีและยังจดทะเบียนสมรสกับเธอ แต่ยังไม่จัดงานแต่งเพราะเธออยากคลอดลูกก่อนเรื่องราวมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตล้วนเป็นความทรงจำสำหรับหวานยี่หวา ทุกคนที่คฤหาสน์ของอินทัชเมื่อรู้ว่าเธอคือเจ้านายคนใหม่ต่างก็ให้ความเคารพและขอโทษกับการกระทำที่ผ่านมา ซึ่งเธอไม่ได้โกรธและเข้าใจว่าส่วนหนึ่งมาจากอินทัชและที่หวานยี่หวารู้สึกยินดีมากที่สุดคือเมษากับธาวินแต่งงานกันแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่าน งานแต่งของคนทั้งคู่เป็นงานเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและโรแมนติกจนเธอแอบอิจฉาส่วนเพื่อน ๆ ของเธอต่างก็แสดงความยินดีเมื่อเธอกับอินทัชสมหวังตามปรารถนา เธอนึกขอบคุณเพื่อนเหลือเกินคอยอยู่เคียงข้างกันตลอดมาในทุกช่วงเวลา แต่ที่ทำให้มีความสุขมากกว่าสิ่งใดคือลูกน้อยที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตเธอและเขา“มาอยู่ตรงนี้เอง พี่ตามหาแทบแย่” อินทัชย่างกรายเข้ามาโอบกอดภรรยาสาวสุดสวย แค่ห่างกันไม่กี่นาทีเขาคิดถึงจนจะแย่อยู่แล้ว“ใครใช้ให้พี่อินทิ้งยี่หวาล่ะคะ มัวแต่ทำอาหารนั่นแหละ ยี่หวาก็เลย
ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอเริ่มต้นไม่ค่อยดีมากนัก ทว่าหลังจากนี้เขาจะดูแลเธอและลูกให้ดีที่สุดให้สาสมกับความรักที่เธอมอบให้“พี่อินโกรธหรือเปล่าคะ ยี่หวาท้อง” ใบหน้าสวยมองคนตัวโตด้วยแววตาเศร้าสร้อย เธอเอื้อมมือสัมผัสหน้าท้อง“พี่ไม่โกรธ พี่ดีใจมากเลยรู้ไหม” อินทัชยกมือหนาไปแตะหน้าท้องหวานยี่หวาพลางประสานตากับเธอ “ลูกของเรา ขอบคุณสำหรับของขวัญที่ดีที่สุด” โน้มหน้าจูบแก้มนุ่มเบา ๆ แล้วผละออก“ฮือ ๆ พี่อินทำไมอ่อนโยนแบบนี้ ยี่หวาตั้งตัวไม่ทัน”“ขี้แยจังเลย” เพราะฮอร์โมนคนท้องสินะเธอถึงได้เป็นแบบนี้ อินทัชส่ายหน้าไปมาแบบยิ้ม ๆ มองคนตัวเล็กอย่างเอ็นดู ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเธอจะทำให้เขาตกหลุมรักแบบโงหัวไม่ขึ้น“ไปอาบน้ำกันเถอะ ยี่หวาจะได้นอนพักผ่อน”“ค่ะ” หวานยี่หวายอมให้คนตัวโตอุ้มในท่าเจ้าสาวและตรงไปยังห้องน้ำ ทั้งสองคนช่วยกันอาบน้ำด้วยกัน ซึ่งอินทัชคอยดูแลว่าที่คุณแม่เป็นอย่างดี ทั้งช่วยชโลมครีมอาบน้ำและขัดขี้ไคลหลังจากชำระร่างกายเรียบร้อย เขาก็อุ้มคนตัวเล็กไปวางบนเตียงอย่างทะนุถนอมดั่งเจ้าหญิงก่อนหาเสื้อผ้ามาสวมใส่ให้เธอ ส่วนเขาก็ใส่ชุดคลุมอาบน้ำเนื่องจากเสื้อผ้าอยู่บนรถ เขาไม่อยากเดินออ
กลิ่นอาหารลอยโชนกระทบโดนจมูกโด่งของหวานยี่หวา ดวงตากลมโตปรือตาขึ้นชักช้าก่อนกวาดสายตามองรอบห้องนอน เสียงที่ดังมาจากห้องครัวราวกับคนกำลังทำอาหารทำให้เธอยันกายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก้าวเท้าเล็กแตะสู่พื้นห้องและตรงไปยังต้นเสียงภาพเบื้องหน้าคือร่างสูงใหญ่ของอินทัชกำลังปรุงอาหารหน้าเตาแก๊สอย่างขะมักเขม้น เธอไม่เคยล่วงรู้มาก่อนเขาทำอาหารได้ รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้าอย่างไม่รู้ตัว“พี่อินคะ”“ครับ” อินทัชเอี้ยวคอมองคนตัวเล็กก่อนปิดเตาแก๊สและย่างเท้าไปหา“ตื่นแล้วเหรอ หิวไหมครับ” ถามเสียงอ่อนโยน มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยเส้นผมปรกหน้าหวานไปทัดหู“หิวค่ะ” พยักหน้าเล็กน้อย“พี่ทำอาหารเสร็จพอดี ไปกันเถอะ” เขาจูงข้อมือเล็กให้เดินตามหลังก่อนประคองเธอให้นั่งลงบนเก้าอี้“เดี๋ยวพี่มานะครับ เหลืออาหารจานสุดท้ายในกระทะขอพี่ตักก่อนแป๊บหนึ่ง”“ค่ะ” เธอมองแผ่นหลังกว้างอย่างมีความสุข เขาในตอนนี้น่ารักมากจนอยากเก็บเวลาเหล่านี้ไว้นาน ๆ“มาแล้วครับ” เขาวางไก่ผัดขิงเมนูโปรดของหวานยี่หวาบนโต๊ะ ก่อนนั่งลงตรงข้ามคนตัวเล็ก เธอมองอาหารบนโต๊ะพลางปรายตามองหน้าหล่อเหลาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไม่ได้บึ้งตึงเหมือนเมื่อช่วงกลางวัน“พี
อินทัชตามหาหวานยี่หวาทั่วโรงพยาบาล กระทั่งมาเจอเธอบริเวณสวนสาธารณะซึ่งคนตัวเล็กนั่งตรงมานั่งสีขาวตัวยาวริมแม่น้ำ เท้าใหญ่ก้าวไปหาด้วยความไวแต่ไม่ทันเขาจะเดินไปนั่งข้าง ๆ เสียงหวานเอ่ยขึ้นตัดพ้อเสียก่อน“ยี่หวาต้องทำยังไงดีถึงจะลืมพี่อินได้สักที ยี่หวาไม่อยากรักพี่อินแล้ว ยี่หวาเจ็บ” ยามนี้ที่ไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่าน เธอจึงไม่อายจะปล่อยโฮออกมามือเรียวเอื้อมขึ้นมาลูบหน้าท้องแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความรักเปี่ยมล้ม ส่งถึงทารกน้อยในครรภ์ เธอแหงนหน้ามองเบื้องหน้าพลางคิดถึงคำพูดที่อินทัชบอกรักตนเองตอนอยู่ห้องพักฟื้น อยากรู้เหลือเกินมันจะเท็จจริงมากน้อยเพียงใด“ยี่หวา” อินทัชตัดสินใจไปนั่งข้างคนตัวเล็ก หวานยี่หวาแทบเช็ดน้ำตาไม่ทันจู่ ๆ เขาโผล่มาตอนไหนและได้ยินอะไรบ้าง“พี่อินมีอะไรเหรอคะ” ฝืนส่งยิ้มแก่คนตัวโต“พี่อยากคุยเรื่องของเรา”“เรื่องของเราเหรอคะ” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นด้วยความสงสัย เรื่องที่เขาหมายถึงคืออะไรกันแน่ ระหว่างเธอกับเขาก็เคลียร์ใจไปแล้วไม่มีอะไรติดค้าง เขาไม่ได้รักเธอก็เข้าใจแต่ตอนนี้ขอเวลาทำใจหน่อย สักวันจะสามารถกลับไปเป็นน้องสาวของเขาเหมือนเดิม นัยน์ตาคมกริบปรายตามองมือเรียว
เสียงโอ้กอ้ากดังมาจากห้องน้ำปลุกคนตัวเล็กจากการหลับใหล หวานยี่หวาลุกขึ้นหันมองรอบกายและพบว่าที่นี่คือบ้านไม่ใช่โรงพยาบาลอ้วก อ้วก แหวะ “พี่อินเป็นอะไรหรือเปล่า” หวานยี่หวาเข้าไปในห้องน้ำและต้องตกใจกับสภาพของคนตัวโตกำลังโก่งคออาเจียนตรงหน้าอ่าง มือเล็กลูบแผ่นหลังกว้างด้วยความอ่อนโยน กระทั่งอินทัชเริ่มดีขึ้นเขาจึงหมุนตัวมาประชันหน้าคนตัวเล็ก“ออกไปพักข้างนอกหน่อยนะคะ” เธอช่วยประคองคนตัวโตที่มีหน้าตาอิดโรยไปนั่งยังโซฟากลางบ้าน“พี่ปวดหัวยี่หวา” ได้ทีอินทัชจึงอ้อนคนตัวเล็ก เขาเอนศีรษะไปซบไหล่บอบบางราวกับเด็กน้อย ทำเสียงออดอ้อนเธอหวังให้เห็นใจกันก่อนกุมมือเรียว“พี่อินเป็นอะไรเหรอคะ” ชำเลืองมองหน้าคมคาย เธอเห็นว่าเขาไม่ได้แสร้งทำเลยใจอ่อนยอมให้เขาซบไหล่“พี่แพ้ท้อง” ขณะพูดเหลือบมองหน้าหวานเพื่อสังเกตท่าทีคนตัวเล็ก ซึ่งเมื่อเธอได้ยินดังนั้นเผลอยกมือขึ้นสัมผัสหน้าท้อง‘พี่อินแพ้ท้องแทนยี่หวาเหรอ’ เธอทำได้แค่พูดในใจ โดยไม่รู้ตัวสักนิดขณะนี้สายตาคมกริบจ้องมองพฤติกรรมของเธออยู่ตลอดเวลา“ยี่หวา”“คะ” ช้อนตามองคนตัวโตที่จับไหล่มนทั้งสองข้างให้หันมาประชันหน้ากัน“ยี่หวาเกลียดพี่มากใช่ไหมครับ”“ไ
“ฮือ ๆ ไปให้พ้นหน้าฉันเลยไอ้คนเห็นแก่ตัว ฉันเกลียดคุณ” เมษาเขวี้ยงหมอนอินใส่ร่างสูงใหญ่คนตรงหน้าหนัก ๆ ก่อนจะคว้าแจกันดอกไม้บนโต๊ะขึ้นมา เท้าเล็กค่อย ๆ ถอยห่างธาวินด้วยความหวาดกลัว“ที่รัก วางแจกันลงก่อนนะครับ เรามาคุยกันดี ๆ เถอะนะครับ” ธาวินพยายามเกลี้ยกล่อมแม่ของลูก“ไม่! ไปให้พ้น” ตะเบ็งเสียงใส่คนตรงหน้า“พี่เมษา” หวานยี่หวาแกมวิ่งไปหาพี่สาว เธอกวาดสายตามองรอบห้องซึ่งข้าวของกระจัดกระจาย“น้องยี่หวา ช่วยไล่ผู้ชายคนนั้นหน่อย พี่ไม่อยากคุยกับเขา พี่ไม่อยากเห็นหน้า” เมษาหันไปขอความช่วยเหลือจากน้องสาว“ได้ค่ะพี่เมษา แต่พี่เมษาต้องใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ วางแจกันลงก่อนเถอะ” หวานยี่หวาหยิบแจกันจากมือพี่สาววางลงบนโต๊ะ แล้วประคองเมษาไปนั่งเพราะสภาพของพี่สาวย่ำแย่ ใบหน้างามเปื้อนน้ำตา“ไม่ร้องแล้วนะคะ เดี๋ยวน้องช่วยเช็ดน้ำตา” มือเรียวหยิบทิชชูช่วยซับน้ำตาให้พี่สาวด้วยความอ่อนโยน“พี่ไม่อยากเห็นหน้าเขา น้องยี่หวา” เมษากุมมือนิ่มของหวานยี่หวาแน่น“พี่วินกลับไปก่อนได้ไหม ยี่หวาไม่อยากให้พี่เมษาโมโหไปมากกว่านี้”“แต่พี่อยากคุยกับเมษา”“ขอร้องละ”“เกิดอะไรขึ้นไอ้วิน” อินทัชเข้ามาทีหลัง เขาเห็นสภาพบ้าน
“ขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับคนสวย” เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้น สองสาวกำลังพูดคุยกันอย่างออกรสหยุดชะงักและหันไปมองชายแปลกหน้าพร้อมกัน“ใครเหรอคะ เรารู้จักกันด้วยเหรอ” ลูกหว้าถามขึ้น“เราไม่รู้จักกันหรอกแต่อยากทำความรู้จัก”“ขอโทษค่ะ แต่พวกเราไม่อยากรู้จัก ไม่ต้องสนใจหรอก” ท้ายประโยคลูกหว้ากระซิบบอกอันดาแล้
“ตัวเล็กสบายดีไหม” ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ศีรษะคนตัวเล็กด้วยความเอ็นดู“ยี่หวาโตแล้วนะคะพี่อิน เลิกเรียกตัวเล็กสักทีเถอะ” เด็กน้อยวัยสิบขวบทำหน้ามุ่ยใส่คนตรงหน้าด้วยความไม่พอใจพลางยกแขนเล็กทั้งสองข้างกอดอกและจ้องเขม็งอินทัช “ในสายตาพี่ ยี่หวายังเด็กเสมอ” ส่งยิ้มหวานแก่คนตัวเล็ก “ยี่หวาชอบพี่อิน” “งั้นเ
น้ำตาไหลรินข้างแก้มนุ่ม หวานยี่หวาพยายามบังคับเสียงร้องสะอึกสะอื้นให้เบาที่สุดเพราะกลัวคนข้างกายจะตื่นขึ้นมาได้ยิน บทรักเมื่อคืนที่ผ่านมาใช่ว่าเธอจะไม่มีความสุขแต่รู้สึกผิดต่อพี่สาวมากกว่าการตกเป็นของเขาเธอไม่เคยนึกเสียใจเลยสักครั้ง เพราะชายหนุ่มคือรักแรกของตนเองและจะเป็นคนเดียวที่อยู่ในใจตลอดไป แ
ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนมาบีบขยำดอกบัวตูมด้วยความเมามันผ่านเสื้อชุดนักศึกษาของหวานยี่หวา“อื้อ อ๊ะ พี่อินคะปล่อยยี่หวาไปเถอะ ยี่หวาเป็นน้องสาวของพี่เมษานะคะ พี่อินไม่ควรทำแบบนี้” เสียงหวานร้องครางไม่เป็นภาษา เธอพยายามจะเตือนสติคนตัวโตให้รับรู้กับการกระทำของตัวเอง“อย่าคิดว่าฉันจะหลงกลเธอ” อินทัชปร







