LOGIN“แม่ขอโทษนะที่ทำให้ครอบครัวของเราไม่สมบูรณ์เหมือนคนอื่นๆ แต่แม่สัญญาอีกไม่นานพ่อของลูกจะกลับมาหาหนูอย่างแน่นอน” เธอให้คำมั่นด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้นปลอบโยนลูกชายไม่ให้เขาน้อยเนื้อต่ำใจต่อบิดาผู้ให้กำเนิดไปมากกว่านี้
“แม่ครับ ผมทำให้แม่เสียใจใช่มั้ย” ใบหน้าเด็กชายสลดแววตาที่เคยสุขใสคู่นั้นหม่นหมองลง เมื่อเห็นมารดาเสียใจก่อนจะยกมือเล็กนุ่มนิ่มขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้าให้กับเธออย่างรู้สึกผิด “ไม่เลยจ้ะ แม่แค่ดีใจต่างหากที่ลูกคิดถึงพ่อ พ่อของลูกเขากำลังทำงานหนักเพื่อพวกเราสองคนนะรู้มั้ย หนูทนรออีกหน่อยอีกไม่นานพ่อก็จะกลับมาหาพวกเราแล้วนะ” หญิงสาวรีบยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนใบหน้าจนแห้งเหือดก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน เพื่อให้ลูกชายเห็นว่าเธอนั้นมีความสุขมากแค่ไหน ทั้งที่จริงแล้วในใจไม่รู้เลยว่าควรจะอธิบายให้ลูกเข้าใจอย่างไรดี แม้แต่ตัวของเธอเองก็บอกไม่ได้เช่นกันว่าเมื่อไหร่พ่อของลูกจะกลับมา นี่ก็ผ่านมาตั้งสามปีแล้วที่เธอนั้นก็ยังรออย่างมีความหวังมาตลอดเช่นกัน เพื่อไม่ให้เด็กชายมีปมด้อยและเสียใจในเรื่องนี้ จึงจำใจจะต้องพูดโกหกเป็นครั้งแรกแต่ในใจกลับรู้สึกผิดไม่น้อยที่ต้องให้ความหวังลมๆ แล้งๆ แบบนี้กับลูกชาย “จริงเหรอครับแม่” ดวงตากลมเบิกตาโตพลางเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น ใบหน้าที่หม่นหมองในทีแรกเปลี่ยนเป็นใบหน้าระรื่นแววตาเต็มไปด้วยความหวังขึ้นมาทันที รอวันที่จะได้เจอหน้าบิดาผู้ให้กำเนิดที่ไม่เคยมีโอกาสได้เห็นจริงๆ เลยสักครั้ง “จริงจ้ะ เพราะฉะนั้นหนูต้องเป็นเด็กดีของพ่อกับแม่นะครับ วันหนึ่งถ้าเกิดพ่อกลับมาแล้วรู้ว่าหนูเป็นเด็กดีของแม่มาตลอด พ่อคงภูมิใจในตัวลูกมากแน่ๆ” ฝ่ามือที่อบอุ่นของผู้เป็นแม่ยกขึ้นลูบหัวของลูกชายด้วยแววตาทนุถอมอย่างสุดหัวใจ “ครับแม่ ผมจะไม่เกเร ผมจะเชื่อฟังที่แม่สอนเพื่อให้พ่อภูมิใจในตัวผมครับ” พยักหน้าตอบอย่างเชื่อฟังแล้วยกมุมปากยิ้มกว้างให้กับเธอ “แม่รู้อยู่แล้วว่าลูกแม่เก่งที่สุด พรุ่งนี้แม่จะหยุดงานแล้วพาหนูไปเที่ยวดีมั้ยครับ” “เย้ ดีครับแม่ ผมอยากไปเที่ยว” ร่างเล็กกระโดดโลดเต้นหมุนไปรอบตัวด้วยความดีใจ “บอกแม่มาสิว่าหนูอยากไปเที่ยวที่ไหน เดี๋ยวแม่พาไป” “ทะเลครับ ผมอยากไปทะเล ผมเห็นในหนังสือมันดูสวยมากๆ แม่พาผมไปนะครับ” ดวงตาสุกใสคู่นั้นเปล่งประกายระยิบระยับส่งสายตาออดอ้อนอย่างอยากรู้อยากเห็น เช่นเดียวกันที่กระแสของความอบอุ่นไหลวนมาอยู่ในใจของหญิงสาวอีกครั้ง ชวนให้นึกถึงบรรยากาศช่วงเวลาความรักของเธอกับแฟนหนุ่มขึ้นมา ภาพเก่าเหล่านั้นยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำมาตลอดมาถึงทุกวันนี้ไม่เคยลืม จนหัวใจที่ไม่เคยสัมผัสความรักมานานได้ตกเข้าไปในวังวนของห้วงเสน่หาอย่างรวดเร็ว อดไม่ได้ที่มุมปากเรียวจะอมยิ้มขึ้นมานิดๆ โดยไม่รู้ตัว “จ้ะ พรุ่งนี้เราไปเที่ยวทะเลกันนะ" “เย้ๆ ผมรักแม่ที่สุดเลยครับ” “แต่ตอนนี้เราต้องไปกินข้าวเติมพลังกันก่อน โอเคมั้ย” “ครับ” ใบหน้าเล็กพยักหน้าตอบตกลงรวดเร็ว ก่อนจะรีบวิ่งไปที่โต๊ะอาหารแล้วปีนขึ้นนั่งรอบนเก้าอี้ไม้อย่างเชื่อฟัง วันต่อมา ทะเล ดวงตาอ่อนโยนของคนเป็นแม่นั่งมองลูกชายอันเป็นที่รักกำลังนั่งเล่นกองทรายบริเวณชายหาดที่เขาปรารถนาอยากจะเห็นมาโดยตลอดอย่างสนุกสนาน และที่นี่ก็เป็นสถานที่ความทรงจำของเธอกับแฟนหนุ่มเคยมาเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ เช่นกัน นัยน์ตาอ้างว้างของหญิงสาวอดไม่ได้ที่จะฉายแววของความหวังออกมาอย่างชัดเจน ว่าสักวันพ่อของลูกจะกลับมาเติมเต็มความรัก กลับมาเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบและอบอุ่น อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาสามคน พ่อ แม่ ลูก เหมือนกับครอบครัวคนอื่นๆ อีกครั้ง... ในระหว่างที่หญิงสาวกำลังนั่งมองลูกชายเล่นสนุกอยู่เพลินๆ ห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าวได้มีร่างสูงของชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฎตัวขึ้นยืนมองทะเลอยู่ใกล้ๆ ทว่าจู่ๆ กระแสลมของทะเลได้โหมพัดแรงขึ้นราวกับว่าจงใจจะกลั่นแกล้งให้ผ้าคลุมไหล่ผืนบางสีขาวของหญิงสาว ที่วางอยู่บนกระเป๋าปลิวออกไปตามกระแสลมโดยที่เธอไม่รู้ตัว ลอยพาดไปติดบนร่างชายหนุ่มเข้า เขาจึงหยิบผ้าคลุมไหล่ผืนบางนั้นถือเอาไว้ในมือก้มมองด้วยความสงสัย ก่อนจะชำเลืองหันไปหาหญิงสาวที่นั่งอยู่ใกล้ๆ พลางคิดในใจว่าอาจจะเป็นของเธอจึงเดินเอากลับไปคืนให้อย่างไม่คิดอะไร “ผ้าคลุมไหล่ผืนนี้ของคุณใช่มั้ยครับ?” ชายหนุ่มได้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบพลางโค้งตัวลงเล็กน้อยยื่นผ้าคลุมไหล่สีขาวในมือส่งคืนให้กับเธอ หญิงสาวที่เพิ่งตระหนักได้ว่าผ้าคลุมไหล่ของตัวเองได้ปลิวหายไป เธอตกใจเล็กน้อยรีบรับผ้าจากมือใหญ่ของชายหนุ่มคืนมา ก่อนจะเหลือบตาขึ้นมองเพื่อต้องการกล่าวคำขอบคุณที่เขานั้นเก็บมาคืนให้ “ขอบคุณ…” หากแต่หญิงสาวยังไม่ทันได้พูดจบประโยค เมื่อสายตาพลันปะทะเข้ากับนัยน์ตาของชายหนุ่มตรงหน้าโดยตรง ทั้งเธอและเขาต่างพากันชะงักนิ่ง ต่างฝ่ายต่างเบิกตาโพลนอย่างไม่อยากเชื่อสายตาราวกับว่าได้นัดหมายกันมาล่วงหน้าแล้ว ดูเหมือนความปรารถนาตลอดหลายปีของหญิงสาวถูกตอบรับให้เขาและเธอนั้นกลับมาเจอกันอีกครั้งในที่สุด ทันทีที่ได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยนั้น หัวใจที่เงียบเหงาอ้างว้างมานานกลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาโดยพลัน ทั้งในหัวยังผุดคำถามขึ้นมากมายที่ต้องการจะถามมาตลอดระยะหลายปีนี้ ว่าเขานั้นหายไปไหนมา ทำไมถึงทิ้งเธอจากไปให้อยู่เพียงลำพัง ไร้การติดต่อไปอย่างชิ้นเชิงไม่มีแม้แต่จะโทรกลับมาถามไถ่ถึงความเป็นอยู่ด้วยซ้ำ ใบหน้าหญิงสาวมีน้ำอุ่นจากในตาเอ่อขึ้นมาคลอขอบตาแดงระเรื่อแต่หัวใจกลับรู้สึกหวานชื่นอย่างแปลกประหลาด ไม่ปล่อยให้พลาดโอกาสที่รอคอยมาตลอดนี้ไป รีบลุกขึ้นโถมเข้ากอดร่างกำยำและสัมผัสกลิ่นกายอันแสนคุ้นเคยของเขาเอาไว้แน่นด้วยความตื่นเต้นและดีใจที่สุดในชีวิต จนร่างเงาของเขาและเธอเกาะเกี่ยวกันแทบแยกไม่ออกภายใต้แสงอาทิตย์สีทองอ่อนๆ ทอประกายในยามเย็น การกระทำของหญิงสาวเช่นนี้ทำให้หัวใจของชายหนุ่มที่เคยตัดใจรักจากเธอไปนานหลายปีได้อ่อนยวบลงในพริบตา อ้อมแขนแกร่งได้เลื่อนขึ้นช้าๆ ด้วยความรู้สึกสับสนทั้งที่ลึกๆ แล้วอยากจะโอบกอดเธอเอาไว้ให้แน่นๆ ใจแทบขาด แต่ทว่าในขณะนั้นเองร่างเล็กใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายที่เล่นซุกซนสนุกจนเหนื่อยแล้ว ได้วิ่งเตาะแตะเข้ามาใกล้ก่อนจะใช้มือนุ่มนิ่มดึงชายกระโปรงของหญิงสาวผู้เป็นมารดาอย่างไร้เดียงสาทำให้เธอนั้นรีบคลายอ้อมกอดออกจากตัวเขาแล้วหันไปสนใจทันที “แม่ครับ” “ว่าไงจ้ะ?” “ผมหิวแล้วครับ” “เล่นจนหิวแล้วเหรอ เดี๋ยวเราไปหาอะไรกินกันนะครับ” ชายหนุ่มได้ปรายสายตาเฉียบคมเหลือบมองไปยังเด็กชายกำลังเรียกหญิงสาวตรงหน้าที่เขาเคยรักด้วยความสัมพันธ์ของแม่และลูกแล้ว หัวใจที่เกือบจะลืมความเจ็บปวดหลังจากการที่คิดว่าถูกเธอนั้นหักหลังโดยการนอกใจเมื่อหลายปีก่อนไปแล้ว แต่พอมาวันนี้กลับถูกคำพูดเหล่านั้นของเด็กชายแทรกเข้ามาในโสตประสาท แผดเผาหัวใจคนฟังอย่างเขาให้เจ็บแสบราวกับยาพิษซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อคิดว่ากำลังจะถูกผู้หญิงมารยาอย่างเธอหลอกให้ตายใจจนเกือบจะเสียท่าคล้อยตามไปอีกครั้ง จนทำให้ไฟแค้นเก่าในครั้งก่อนได้ถูกจุดขึ้น เมื่อชายหนุ่มยังคงเชื่อในสิ่งที่เขาเห็น เข้าใจผิดคิดว่าเด็กคนนี้คือลูกของชายชู้ที่หญิงสาวเคยยืนกอดในวันที่เขากำลังจะเซอร์ไพรส์ขอเธอแต่งงานในครั้งนั้นอย่างแน่นอน เขาถึงกับยืนกัดฟันกรอดกำหมัดแน่นกุมความเจ็บปวดเอาไว้ สายตาที่อาลัยอาวรณ์ในความรักทีแรกกลับกลายเป็นสายตาแข็งกร้าว เย็นชาไร้หัวใจเต็มไปด้วยแรงอาฆาตแค้นขึ้นมาโดยสิ้นเชิง ชายหนุ่มได้สัญญากับตัวเองในใจแล้วว่านับจากนี้ต่อไปผู้หญิงคนนี้จะไม่ใช่คนที่เขาเคยรักอีกต่อไป เพราะเธอคนนั้นได้ตายไปจากใจเขาตั้งนานแล้ว... “ภาคินครับแม่มีอะไรจะบอก วันนี้พ่อของหนู…” หญิงสาวเอ่ยพูดกับเด็กชายด้วยใบหน้าระเรื่อเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แต่ยังไม่ทันได้พูดจบประโยค จู่ๆ” เสียงทุ้มมีรอยสะกดกลั้นอารมณ์เอ่ยขัดจังหวะพูดแทรกขึ้นดึงความสนใจของหญิงสาวหันกลับมามอง “เธอไม่จำเป็นต้องอธิบายหรอก ฉันรู้หมดแล้ว” “คุณรู้แล้วเหรอคะ ว่าภาคิน…” ยังไม่ทันให้หญิงสาวได้อธิบายบอกความจริง แต่กลับถูกชายหนุ่มขัดจังหวะแทรกขึ้นอีกครั้ง “รู้ว่าผู้หญิงแบบเธอมันไร้ยางอาย ชอบเข้าหาผู้ชายไปเรื่อยจนท้องลูกไม่มีพ่อมาแบบนี้” สายตาที่เขามองมาเผยแววเสียดสีอย่างเห็นได้ชัด พอได้ยินคำพูดของเขาแบบนั้นใบหน้ายิ้มแย้มหายไปโดยพลัน ในใจเธอรู้สึกขัดแย้งไม่น้อยว่าเขากำลังหมายถึงอะไรหญิงสาวผิวขาวร่างเล็กนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงนอนหลังจากหมดสติสลบไปเพราะเหตุการณ์บาดตาบาดใจที่เธอไม่สามารถทนรับมันไม่ไหว โดยข้างกายยังคงมีชายหนุ่มคอยนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่างบรรยากาศภายในห้องช่างเงียบสงัด ทำให้เขาตกอยู่ในห้องภวังค์แห่งความคิด แววตาเกิดอารมณ์ความรู้สึกชนิดหนึ่งที่อ่านยาก ยาม เมื่อมองใบหน้าสวยหวานของเธออย่างอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดอยู่ภายใต้จิตสำนึกไม่น้อยกับสิ่งที่ตนเองนั้นทำลงไปจะเกินเหตุไปหรือเปล่าแต่ถึงอย่างนั้น มาคิดเอาตอนนี้ก็สายเกินไปแล้วที่จะแก้ไข...ใบหน้าชายหนุ่มสลดลงอย่างเจ็บปวดใจไม่น้อย อารมณ์ของเขากระเพื่อนไหวขึ้นมา เมื่อย้อนนึกถึงภาพวันเวลาเก่าๆ และช่วงเวลาดีๆ ของความรักระหว่างเขาและเธอที่ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำส่วนลึก ทั้งที่ตลอดหลายปีมานี้เขาจะพยายามลบล้างมันออกไปจากใจเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้อยู่ดีจนมาถึงทุกวันนี้หัวใจที่เดิมทีคิดว่าตายด้านไปแล้วพลันเกิดความรู้สึกเจ็บจนชายหนุ่มไม่อาจละเลย ดวงตาดำสนิทยังคงประทับใบหน้าและรอยยิ้มของหญิงสาวติดตรึงอยู่ในใจอย่างยากจะลืมเลือน อารมณ์ซับซ้อนถาโถมเข้ามา ความรู้สึกอบอุ่นอ่อนโยนภายในหัวใจส่วนลึกที่ไม่เคยวนเวียนม
วันต่อมา(ห้องพิเศษ)หลังจากเมื่อวานหญิงสาวได้ถูกบังคับให้เซ็นใบทะเบียนสมรส โดยคนที่เอามาให้เซ็นก็คือชายหนุ่มที่เธอรักและเคยแสนดีมาก แต่นั่นมันคือเมื่อก่อน เพราะตอนนี้เขาเป็นราวกับซาตานค่อยจะรุนแรงกับเธอทุกครั้งไป ความรู้สึกผิดหวังพลันโถมใส่กลางใจอย่างทุกข์ทรมาน คำพูดไร้หัวใจของเขาเหล่านั้นยังคงวนเวียนแทรกผ่านโสตประสาทของเธออยู่ตลอดเวลา ดูแล้วว่าความปวดร้าวนี้คงจะอยู่ในใจเธอไปอีกเนิ่นทว่าขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งเศร้าซึมอยู่ในความเงียบจู่ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เธอจึงหยิบขึ้นมาดูปลายสายที่โทรเข้ามาบนโชว์หน้าจอโทรศัพท์นั่นคือสายจากชายหนุ่มที่เป็นเหมือนกับเจ้าชีวิตโทรเข้ามา เห็นแบบนั้นแล้วเธอจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วกดรับสายพยายามพูดด้วยน้ำเสียงเรียบที่ดูปกติที่สุด ฝืนทำเป็นว่าตัวเธอนั้นไม่ได้รู้สึกอะไร“ฮัลโหลค่ะ”(เดี๋ยวฉันจะไปรับเธอมาคอนโด)“ค่ะ” ตอบเสียงเรียบ(เตรียมตัวให้ดี ฉันใกล้จะถึงแล้ว) ชายหนุ่มพูดจบก็กดตัดสายไปในทันทีติ๊ด (เสียงตัดสาย)หลังจากสายถูกตัดไปแล้ว หญิงสาวลดมือวางโทรศัพท์ลงอย่างช้าๆ เธอพยายามฝืนอดทนข่มกลั้นความรู้สึกอยากร้องไห้เอาไว้ เมื่อนึกถึงชะตากรรมที่ต้องเผชิญ
“ถ้าคุณเสร็จธุระแล้วก็รีบกลับเถอะค่ะ เขมอยากพักผ่อน” เสียงแผ่วปนเหนื่อยเอ่ยบอกร่างสูงที่นอนทับอยู่บนตัวเธออย่างไม่มองหน้า เมื่อเขาเห็นเธอเป็นเพียงของตายไม่มีค่า“หึ คิดว่าฉันอยากอยู่ใกล้เธอมากหรือไง ผู้หญิงอย่างเธอมีดีก็แค่เรื่องบนเตียงเท่านั้นเขมมิกา!”สายตาดูแคลนมองหญิงสาวที่นอนเปลือยกายอยู่ใต้ร่างสูง เขมมิกาเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นในเมื่อไม่ได้เป็นแบบที่เขากล่าวหาก็ไม่จำเป็นต้องออกอาการ ได้แต่นอนนิ่งราวกับคนหมดแรง เธอพยายามกดข่มอารมณ์ความผิดหวังเสียใจเอาไว้ ฝืนเอ่ยพูดขึ้นมาเสียงเรียบ“ขอบคุณนะคะ อย่างน้อยคุณก็ยังเห็นข้อดีในตัวฉันบ้าง”หมับ!...“อ๊ะ!...เขมเจ็บนะ” หญิงสาวเผลอร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บเมื่อมือหนาราวกับครีมเหล็กบีบเข้าที่ปลายคางของเธออย่างแรง เขาแผดเสียงคำรามและมองด้วยสายตาเฉือดเฉือนมาที่เธอด้วยความคับแค้นใจอย่างบ้าคลั่ง“อย่ามาปากดีกับฉัน รู้ไว้ด้วยว่าสถานะเธอตอนนี้เป็นแค่นางบำเรอใต้อาณัติของฉันที่ไร้ค่าคนนึงและไม่มีทางหลุดพ้นไปจากฉันไปได้นอกเสียจากความตายเท่านั้น ที่จะทำให้เธอเป็นอิสระจำเอาไว้”แววตาของชายหนุ่มเหมือนเข็มทิ่มแทงดวงใจของหญิงสาวอย่างแรง จนเธอลำคอตีบตันพย
วันต่อมา...พยาบาลร่างสูงของชายหนุ่มเปิดประตูห้องพิเศษเดินเข้ามาพร้อมกับหิ้วอะไรบางอย่างมากมายเต็มไม้เต็มมือ มาให้หญิงสาวที่กำลังนั่งเฝ้าลูกชายของเธอไม่ห่างด้วยความเป็นห่วงเจียนแทบขาดใจ“ฉันแวะมาเยี่ยม กลัวว่าของเล่นใหม่ของฉันจะเป็นลมไปเสียก่อน กินอะไรบ้างแล้วยัง” ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างสบายอารมณ์ราวกับว่าเขานั้นกลับมาเป็นผู้ชายคนเดิมที่เธอรักอีกครั้ง“ยังเลยค่ะ” เธอเหงนเงยใบหน้าเศร้าซึมขึ้นตอบเขาด้วยน้ำเสียงฟังคล้ายจะร้องไห้ออกมา“ฉันซื้อข้าวกับผลไม้มาฝาก กินซะสิ” น้ำเสียงหยาบกระด้างแฝงความห่วงใยของชายหนุ่มผิดไปจากก่อนหน้านี้จนน่าประหลาดใจเล็กน้อย ทำให้หญิงสาวแอบรู้สึกดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“ขอบคุณนะคะที่ซื้อมาให้ แต่ฉันเป็นห่วงลูกกินอะไรไม่ลงจริงๆ”“ฉันสั่งให้กินก็ต้องกิน!” ทันทีที่หญิงสาวปฏิเสธ น้ำเสียงหนักแน่นเด็ดขาดรวมถึงใบหน้าที่เคร่งขรึมจริงจังของชายหนุ่มได้ตะวาดดังขึ้น ฝ่ามือใหญ่แข็งเกร่งดั่งคีมเหล็กร้อนเอื้อมไปกระชากคางเรียวเล็กพร้อมออกแรงบีบให้หันมาประจันหน้ากับเขาจนเธอรู้สึกเจ็บก่อนจะมองด้วยสายตาดุดันทำให้หญิงสาวถึงกับสะดุ้งใจกระตุกวูบกะทันหัน ร่างบางเหมือนแข็งค้างไปโดยพลัน ค
โรงพยาบาลดวงตางามค่อยๆ ลืมขึ้นมาอย่างช้าๆ พร้อมสติเริ่มกลับมาเป็นปกติ ใบหน้าละมุนซีดเผือดในทีแรกเปลี่ยนกลับมีสีเลือดฝาดอมชมพูอีกครั้งหลังจากที่หญิงสาวหมดสติไปหลายชั่วโมง แต่เมื่อรู้สึกตัวมือเรียวรีบของเธอยกขึ้นจับบริเวณศรีษะที่มีผ้าพันแผลปิดบาดแผลเอาไว้โดยอัตโนมัติด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ประคองตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่งอดทนกับความทรมานเจ็บปวดตามร่างกายแล้ว กวาดสายตาสำรวจไปรอบๆ ทั้งยังคงมึนงงสับสนอยู่เล็กน้อย ก็พบว่าตัวเองนั้นอยู่ในห้องพักฟื้นคนไข้ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งหญิงสาวจึงพยายามนึกภาพทบทวนความจำของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้อยู่ครู่หนึ่ง และทันทีที่จำได้ทุกอย่างแล้วดวงตาโตเบิกโพลนขึ้นมาทันทีอย่างตื่นตระหนกเมื่อนึกขึ้นได้ว่าลูกชายของเธอบาดเจ็บจนหมดสติจากอุบัติเหตุในตอนนั้นประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวอย่างเต็มที่ ลางสังหรณ์ผุดขึ้นมาในใจของผู้เป็นแม่ในวินาทีนั้น อาการบาดเจ็บจากบาดแผลตามร่างกายก็หายไปโดยพลัน จิตใจที่นึกห่วงลูกยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดสติแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัวต้องการจะเจอหน้าลูกชายให้ได้หญิงสาวจึงดึงสายน้ำเกลือที่ฝังอยู่บนผิวหนังของเธอออกอย่างเลือดเย็นไม่สนใจว่
“วินกำลังเข้าใจเขมผิดนะคะ” หญิงสาวเอ่ยบอกชายผู้เป็นที่รักของเธอมาโดยตลอด ถึงเขาจะหายหน้าหนีไปเพราะความเข้าใจผิดแต่ในหัวใจก็เขมมิกายังคงมีมาวินและเธอเฝ้ารอวันที่จะได้พบเจอกับเขาอีกครั้ง“อย่ามาเรียกชื่อฉันทำเหมือนว่าเราสนิทกันแบบเมื่อก่อน” ท่าทีเฉยชาของชายหนุ่มแม้กระทั่งน้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน เขาไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวได้อธิบายความจริงเลยสักนิด จมปลักอยู่กับความคิดและความเข้าใจผิดของตัวเองไม่มีวันจบสิ้น“ทำไมคะ เราเคยรักกันมากไม่ใช่เหรอวิน?”“หึ เมื่อก่อนคงใช่ แต่ตอนนี้ฉันไม่มีทางรักผู้หญิงแพศยาอย่างเธอลงหรอกเขมมิกา ปากบอกว่ารักฉันแต่ไปยืนกอดกับผู้ชายคนอื่น เธอทำให้ฉันกลายเป็นคนโง่” ชายหนุ่มตะตวาดเสียงใส่หน้าเธอด้วยความโกรธ“ฮึกก! คุณกำลังเข้าใจเขมผิดจริงๆ นะคะ มาวินได้โปรดให้เขม อธิบายความจริงกับคุณสักนิดเถอะค่ะ” น้ำเสียงสั่นและแววตากำลังฉายแววอ้อนวอนหญิงสาวร้องไห้เสียใจเพราะเขาครั้งที่เท่าไหร่นับไม่ถ้วน ตั้งแต่ชายหนุ่มหนีเธอไปไม่บอกกล่าวคำอำลา แทนที่เจอหน้ากันครั้งนี้เธอจะมีรอยยิ้มและมีความสุขที่ได้อยู่พร้อมหน้ากัน พ่อ แม่ ลูก แต่เขากลับมอบความทุกข์พร้อมกับคำพูดดูถ







