تسجيل الدخولหลังจากเห็นภาพที่เจ็บปวดใจ ชายหนุ่มจึงได้ขับรถกลับไปยังคอนโดเก็บโยนรูปถ่ายและสิ่งของทุกอย่างที่เกี่ยวกับแฟนสาวไม่ให้เหลือแม้แต่ชิ้นเดียวทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ใยดี ไม่แม้แต่จะอาลัยอาวรณ์ความหลังเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่เขาจะเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเดินทางทั้งหัวใจที่เจ็บปวดราวกับถูกมีดแทงในเวลาเดียวกัน เดินทางไปยังสนามบินจองตั๋วด่วนขึ้นเครื่องไปต่างประเทศทันที ในเย็นวันนั้นอย่างไม่คิดจะบอกลาแฟนสาวอย่างเขมมิกาเลยสักคำ
ความโกรธแค้นใจทำให้ชายหนุ่มหน้ามืดตามัวกระทำการที่หุนหันพลันแล่นเกินไป ไม่แม้จะครุ่นคิดไตร่ตรองเรื่องราวให้ดีเสียก่อน เพียงแค่เห็นกับตาตัวเองแต่ไม่ได้ถามไถ่อีกฝ่ายถึงความเป็นมาของเรื่องให้ชัดเจน จนทำให้ความเชื่อใจและความรักที่มีให้กันมานับหลายปี ทุกพังทลายลงในพริบตาเดียวอย่างไม่เป็นท่าโดยไร้เหตุผล ณ ร้านกาแฟริมทะเล 20.00น. ค่ำคืนสุดโรแมนติกริมทะเล บรรยากาศในร้านเดิมที่คุ้นเคยมีเทียนไขวางอยู่บนโต๊ะส่องแสงสลัวชวนให้อบอุ่นหัวใจ ร่างเล็กขาวนวลสวมชุดกระโปรงยาวสีชมพูพีชให้เข้ากับดินเนอร์ในคืนนี้ ใบหน้าเนียนผัดแป้งแต่งหน้าเบาๆ ทาลิปติกสีชมพูอ่อนบนริมฝีปากเรียวบาง ปล่อยผมน้ำตาลม้วนลอนแลดูเข้ากับชุดเป็นไหนๆ แววตาของหญิงสาวแพรวพราวไปด้วยรอยยิ้มนั่งรอแฟนหนุ่มอยู่ที่โต๊ะประจำที่ได้สั่งจองเอาไว้ล่วงหน ทั้งที่โดยปกติแล้วแฟนหนุ่มไม่เคยที่จะปล่อยให้เธอรอนานขนาดนี้เลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะนานจนผิดปกติดไม่ได้ที่เกิดรู้สึกเป็นกังวลร้อนใจขึ้นมาทันทีกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า หญิงสาวจึงไม่รอช้ารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกไปยังเบอร์ของแฟนหนุ่มในทันที 'หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้' แต่ทว่าทันทีที่กดโทรออกกลับมีเพียงเสียงประปฏิเสธอัตโนมัติของเครือข่ายตอบกลับมา แต่หญิงสาวยังคงไม่ละความพยายามลองกดโทรออกไปยังปลายสายอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ยังคงไม่สามารถติดต่อแฟนหนุ่มได้อีกเช่นเคย ใบหน้าที่มักยิ้มแย้มดูร่าเริงในเมื่อครู่ได้พลันหายไปในทันทีกลับเต็มไปความกังวลร้อนใจเป็นห่วงแฟนหนุ่มอย่างมาก หญิงสาวจึงไม่มีทางเลือกอื่นได้โทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้เธอนั้นได้โทรออกไปยังเบอร์ของมารดาแฟนหนุ่มแทน ตูดด~ ตูดด~ (เสียงรอสาย) หญิงสาวรอฟังเสียงรอสายอย่างใจจดใจจ่ออยู่ครู่หนึ่ง คนจากปลายสายก็ได้กดรับในที่สุด “ฮัลโหล” “ฮัลโหล สวัสดีค่ะคุณแม่” หญิงสาวได้รีบเอ่ยปากพูดอย่างกระตือรือร้น แต่ทว่าเธอกลับถูกปลายสายตะคอกเสียงแข็งใส่กลับมาด้วยไม่พอใจเป็นอย่างมาก “อย่ามาเรียกฉันแบบนี้นะ ใครเป็นแม่ของหล่อนยะ ผู้หญิงชั้นต่ำอย่างหล่อนไม่มีสิทธิ์จะมาเรียกฉันว่าแม่!” คงเป็นเพราะว่ามารดาของแฟนหนุ่มนั้นไม่ชอบใจหญิงสาว ตั้งแต่ที่รู้ว่าเธอนั้นได้คบกับลูกชายของเขาแล้ว และถูกมารดาแฟนหนุ่มมองด้วยสายตาที่รังเกียจเธอเป็นอย่างมาก เพียงหญิงสาวเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาไม่ได้มีฐานะวงศ์ตระกูลที่ร่ำรวยกลต่างจากตระกูลของแฟนหนุ่มไปโดยสิ้นเชิงราวกับฟ้ากับเหว แทบจะไม่ถูกมองคู่ควรกับลูกชายตระกูลมหาลัยเศรษฐีของเขาเลยด้วยซ้ำ ที่ผ่านหญิงสาวกลับเลือกที่จะให้เกียจมารดาของแฟนหนุ่ม อดทนต่อคำพูดด่าทอดูถูกมาตลอด ทั้งที่รู้ว่าตัวเธอเองกำลังเล่นอยู่กับไฟท้าทายอำนาจมืดของว่าที่แม่สามีในอนาคต แต่ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะโดนคัดค้านไม่ให้กับคนรวยอย่างลูกชายเขา ทั้งโดนต่อว่าซ้ำเติมมาตั้งกี่หนจากคำพูดมารดาแฟนหนุ่มและคนในตระกูลพวกเขา แต่เพราะความรักที่มั่นคงของเธอที่มีต่อแฟนหนุ่มอย่างเหนียวแน่น เธอจึงยอมที่จะไม่ใส่ใจในเรื่องนั้นและทำเป็นปล่อยผ่านไป ทั้งที่ในใจแทบจะอยากร้องไห้ออกมาทุกครั้งเมื่อตัวเองถูกด่าทอด้วยคำพูดที่รุนแรง “ขะ ขอโทษด้วยค่ะ ฉันผิดไปแล้ว” หญิงสาวไม่รอช้ารีบเอ่ยขอโทษด้วยน้ำเสียงอ่อนอย่างรู้สึกผิดทันทีที่ทำให้ปลายสายเสียอารมณ์ไม่พอใจ “กองไว้ตรงนั้นแหละ ฉันไม่รับ!” “ค่ะ” หญิงสาวหน้าเศร้าสลด ริมฝีปากเรียวเล็กเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อถูกมารดาของแฟนหนุ่มต่อว่าอย่างไม่คิดจะไว้หน้าหรือรักษาน้ำใจกัน ท่านด่าทอด้วยถ้อยคำที่รุนแรงราวกับว่าเธอนั้นไม่มีความรู้สึกอะไร “ฉันรู้นะที่เธอโทรมาหาเพราะเรื่องลูกชายฉันใช่มั้ย” “ใช่ค่ะ คุณพอจะรู้ไหมคะว่ามาวินเขาหายไปไหน พอดีมาวินเขานัดฉันมาทานข้าวค่ะ แต่ฉันโทรไปหาเขาแล้ว แต่โทรศัพท์ปิดเครื่องติดต่อไม่ได้เลยค่ะ ฉันเลยโทรมาถามคุณดูเผื่อว่ามาวินเขาจะยังอยู่ที่บ้าน” หญิงสาวฝืนใจอธิบายและถามมารดาของแฟนหนุ่มอย่างหมดทางหนีด้วยน้ำเสียงเย็นราวกับว่าไม่รู้สึกรู้สาจากคำดูถูก “รู้สิทำไมจะไม่รู้ ฉันก็กะว่าจะโทรมาบอกหล่อนให้ตาสว่างอยู่พอดีเลย มาวินลูกชายฉันขึ้นเครื่องไปต่างประเทศตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว แต่ฉันไม่บอกหรอกนะว่าลูกชายฉันไปประเทศอะไร เดี๋ยวผู้หญิงชั้นต่ำอย่างหล่อนจะไปวอแวกับลูกชายฉันอีก” มารดาของแฟนหนุ่มพูดขยายความกระจ่างให้หญิงสาวฟังอย่างชัดถ้อยชัดคำด้วยสุ้มเสียงมีแววเยอะเย้ย “วะ ว่ายังไงนะคะ!” หญิงสาวขมวดคิ้ว ใบหน้าตะลึงตะลานเหลือหลายกับคำพูดของมารดาแฟนหนุ่มที่อยู่ในปลายสาย ทำให้เธอถึงกับต้องเน้นเสียงเอ่ยถามซ้ำอีกครั้งอย่างไม่เชื่อหูตัวเองหญิงสาวผิวขาวร่างเล็กนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงนอนหลังจากหมดสติสลบไปเพราะเหตุการณ์บาดตาบาดใจที่เธอไม่สามารถทนรับมันไม่ไหว โดยข้างกายยังคงมีชายหนุ่มคอยนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่างบรรยากาศภายในห้องช่างเงียบสงัด ทำให้เขาตกอยู่ในห้องภวังค์แห่งความคิด แววตาเกิดอารมณ์ความรู้สึกชนิดหนึ่งที่อ่านยาก ยาม เมื่อมองใบหน้าสวยหวานของเธออย่างอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดอยู่ภายใต้จิตสำนึกไม่น้อยกับสิ่งที่ตนเองนั้นทำลงไปจะเกินเหตุไปหรือเปล่าแต่ถึงอย่างนั้น มาคิดเอาตอนนี้ก็สายเกินไปแล้วที่จะแก้ไข...ใบหน้าชายหนุ่มสลดลงอย่างเจ็บปวดใจไม่น้อย อารมณ์ของเขากระเพื่อนไหวขึ้นมา เมื่อย้อนนึกถึงภาพวันเวลาเก่าๆ และช่วงเวลาดีๆ ของความรักระหว่างเขาและเธอที่ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำส่วนลึก ทั้งที่ตลอดหลายปีมานี้เขาจะพยายามลบล้างมันออกไปจากใจเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้อยู่ดีจนมาถึงทุกวันนี้หัวใจที่เดิมทีคิดว่าตายด้านไปแล้วพลันเกิดความรู้สึกเจ็บจนชายหนุ่มไม่อาจละเลย ดวงตาดำสนิทยังคงประทับใบหน้าและรอยยิ้มของหญิงสาวติดตรึงอยู่ในใจอย่างยากจะลืมเลือน อารมณ์ซับซ้อนถาโถมเข้ามา ความรู้สึกอบอุ่นอ่อนโยนภายในหัวใจส่วนลึกที่ไม่เคยวนเวียนม
วันต่อมา(ห้องพิเศษ)หลังจากเมื่อวานหญิงสาวได้ถูกบังคับให้เซ็นใบทะเบียนสมรส โดยคนที่เอามาให้เซ็นก็คือชายหนุ่มที่เธอรักและเคยแสนดีมาก แต่นั่นมันคือเมื่อก่อน เพราะตอนนี้เขาเป็นราวกับซาตานค่อยจะรุนแรงกับเธอทุกครั้งไป ความรู้สึกผิดหวังพลันโถมใส่กลางใจอย่างทุกข์ทรมาน คำพูดไร้หัวใจของเขาเหล่านั้นยังคงวนเวียนแทรกผ่านโสตประสาทของเธออยู่ตลอดเวลา ดูแล้วว่าความปวดร้าวนี้คงจะอยู่ในใจเธอไปอีกเนิ่นทว่าขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งเศร้าซึมอยู่ในความเงียบจู่ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เธอจึงหยิบขึ้นมาดูปลายสายที่โทรเข้ามาบนโชว์หน้าจอโทรศัพท์นั่นคือสายจากชายหนุ่มที่เป็นเหมือนกับเจ้าชีวิตโทรเข้ามา เห็นแบบนั้นแล้วเธอจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วกดรับสายพยายามพูดด้วยน้ำเสียงเรียบที่ดูปกติที่สุด ฝืนทำเป็นว่าตัวเธอนั้นไม่ได้รู้สึกอะไร“ฮัลโหลค่ะ”(เดี๋ยวฉันจะไปรับเธอมาคอนโด)“ค่ะ” ตอบเสียงเรียบ(เตรียมตัวให้ดี ฉันใกล้จะถึงแล้ว) ชายหนุ่มพูดจบก็กดตัดสายไปในทันทีติ๊ด (เสียงตัดสาย)หลังจากสายถูกตัดไปแล้ว หญิงสาวลดมือวางโทรศัพท์ลงอย่างช้าๆ เธอพยายามฝืนอดทนข่มกลั้นความรู้สึกอยากร้องไห้เอาไว้ เมื่อนึกถึงชะตากรรมที่ต้องเผชิญ
“ถ้าคุณเสร็จธุระแล้วก็รีบกลับเถอะค่ะ เขมอยากพักผ่อน” เสียงแผ่วปนเหนื่อยเอ่ยบอกร่างสูงที่นอนทับอยู่บนตัวเธออย่างไม่มองหน้า เมื่อเขาเห็นเธอเป็นเพียงของตายไม่มีค่า“หึ คิดว่าฉันอยากอยู่ใกล้เธอมากหรือไง ผู้หญิงอย่างเธอมีดีก็แค่เรื่องบนเตียงเท่านั้นเขมมิกา!”สายตาดูแคลนมองหญิงสาวที่นอนเปลือยกายอยู่ใต้ร่างสูง เขมมิกาเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นในเมื่อไม่ได้เป็นแบบที่เขากล่าวหาก็ไม่จำเป็นต้องออกอาการ ได้แต่นอนนิ่งราวกับคนหมดแรง เธอพยายามกดข่มอารมณ์ความผิดหวังเสียใจเอาไว้ ฝืนเอ่ยพูดขึ้นมาเสียงเรียบ“ขอบคุณนะคะ อย่างน้อยคุณก็ยังเห็นข้อดีในตัวฉันบ้าง”หมับ!...“อ๊ะ!...เขมเจ็บนะ” หญิงสาวเผลอร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บเมื่อมือหนาราวกับครีมเหล็กบีบเข้าที่ปลายคางของเธออย่างแรง เขาแผดเสียงคำรามและมองด้วยสายตาเฉือดเฉือนมาที่เธอด้วยความคับแค้นใจอย่างบ้าคลั่ง“อย่ามาปากดีกับฉัน รู้ไว้ด้วยว่าสถานะเธอตอนนี้เป็นแค่นางบำเรอใต้อาณัติของฉันที่ไร้ค่าคนนึงและไม่มีทางหลุดพ้นไปจากฉันไปได้นอกเสียจากความตายเท่านั้น ที่จะทำให้เธอเป็นอิสระจำเอาไว้”แววตาของชายหนุ่มเหมือนเข็มทิ่มแทงดวงใจของหญิงสาวอย่างแรง จนเธอลำคอตีบตันพย
วันต่อมา...พยาบาลร่างสูงของชายหนุ่มเปิดประตูห้องพิเศษเดินเข้ามาพร้อมกับหิ้วอะไรบางอย่างมากมายเต็มไม้เต็มมือ มาให้หญิงสาวที่กำลังนั่งเฝ้าลูกชายของเธอไม่ห่างด้วยความเป็นห่วงเจียนแทบขาดใจ“ฉันแวะมาเยี่ยม กลัวว่าของเล่นใหม่ของฉันจะเป็นลมไปเสียก่อน กินอะไรบ้างแล้วยัง” ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างสบายอารมณ์ราวกับว่าเขานั้นกลับมาเป็นผู้ชายคนเดิมที่เธอรักอีกครั้ง“ยังเลยค่ะ” เธอเหงนเงยใบหน้าเศร้าซึมขึ้นตอบเขาด้วยน้ำเสียงฟังคล้ายจะร้องไห้ออกมา“ฉันซื้อข้าวกับผลไม้มาฝาก กินซะสิ” น้ำเสียงหยาบกระด้างแฝงความห่วงใยของชายหนุ่มผิดไปจากก่อนหน้านี้จนน่าประหลาดใจเล็กน้อย ทำให้หญิงสาวแอบรู้สึกดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“ขอบคุณนะคะที่ซื้อมาให้ แต่ฉันเป็นห่วงลูกกินอะไรไม่ลงจริงๆ”“ฉันสั่งให้กินก็ต้องกิน!” ทันทีที่หญิงสาวปฏิเสธ น้ำเสียงหนักแน่นเด็ดขาดรวมถึงใบหน้าที่เคร่งขรึมจริงจังของชายหนุ่มได้ตะวาดดังขึ้น ฝ่ามือใหญ่แข็งเกร่งดั่งคีมเหล็กร้อนเอื้อมไปกระชากคางเรียวเล็กพร้อมออกแรงบีบให้หันมาประจันหน้ากับเขาจนเธอรู้สึกเจ็บก่อนจะมองด้วยสายตาดุดันทำให้หญิงสาวถึงกับสะดุ้งใจกระตุกวูบกะทันหัน ร่างบางเหมือนแข็งค้างไปโดยพลัน ค
โรงพยาบาลดวงตางามค่อยๆ ลืมขึ้นมาอย่างช้าๆ พร้อมสติเริ่มกลับมาเป็นปกติ ใบหน้าละมุนซีดเผือดในทีแรกเปลี่ยนกลับมีสีเลือดฝาดอมชมพูอีกครั้งหลังจากที่หญิงสาวหมดสติไปหลายชั่วโมง แต่เมื่อรู้สึกตัวมือเรียวรีบของเธอยกขึ้นจับบริเวณศรีษะที่มีผ้าพันแผลปิดบาดแผลเอาไว้โดยอัตโนมัติด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ประคองตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่งอดทนกับความทรมานเจ็บปวดตามร่างกายแล้ว กวาดสายตาสำรวจไปรอบๆ ทั้งยังคงมึนงงสับสนอยู่เล็กน้อย ก็พบว่าตัวเองนั้นอยู่ในห้องพักฟื้นคนไข้ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งหญิงสาวจึงพยายามนึกภาพทบทวนความจำของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้อยู่ครู่หนึ่ง และทันทีที่จำได้ทุกอย่างแล้วดวงตาโตเบิกโพลนขึ้นมาทันทีอย่างตื่นตระหนกเมื่อนึกขึ้นได้ว่าลูกชายของเธอบาดเจ็บจนหมดสติจากอุบัติเหตุในตอนนั้นประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวอย่างเต็มที่ ลางสังหรณ์ผุดขึ้นมาในใจของผู้เป็นแม่ในวินาทีนั้น อาการบาดเจ็บจากบาดแผลตามร่างกายก็หายไปโดยพลัน จิตใจที่นึกห่วงลูกยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดสติแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัวต้องการจะเจอหน้าลูกชายให้ได้หญิงสาวจึงดึงสายน้ำเกลือที่ฝังอยู่บนผิวหนังของเธอออกอย่างเลือดเย็นไม่สนใจว่
“วินกำลังเข้าใจเขมผิดนะคะ” หญิงสาวเอ่ยบอกชายผู้เป็นที่รักของเธอมาโดยตลอด ถึงเขาจะหายหน้าหนีไปเพราะความเข้าใจผิดแต่ในหัวใจก็เขมมิกายังคงมีมาวินและเธอเฝ้ารอวันที่จะได้พบเจอกับเขาอีกครั้ง“อย่ามาเรียกชื่อฉันทำเหมือนว่าเราสนิทกันแบบเมื่อก่อน” ท่าทีเฉยชาของชายหนุ่มแม้กระทั่งน้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน เขาไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวได้อธิบายความจริงเลยสักนิด จมปลักอยู่กับความคิดและความเข้าใจผิดของตัวเองไม่มีวันจบสิ้น“ทำไมคะ เราเคยรักกันมากไม่ใช่เหรอวิน?”“หึ เมื่อก่อนคงใช่ แต่ตอนนี้ฉันไม่มีทางรักผู้หญิงแพศยาอย่างเธอลงหรอกเขมมิกา ปากบอกว่ารักฉันแต่ไปยืนกอดกับผู้ชายคนอื่น เธอทำให้ฉันกลายเป็นคนโง่” ชายหนุ่มตะตวาดเสียงใส่หน้าเธอด้วยความโกรธ“ฮึกก! คุณกำลังเข้าใจเขมผิดจริงๆ นะคะ มาวินได้โปรดให้เขม อธิบายความจริงกับคุณสักนิดเถอะค่ะ” น้ำเสียงสั่นและแววตากำลังฉายแววอ้อนวอนหญิงสาวร้องไห้เสียใจเพราะเขาครั้งที่เท่าไหร่นับไม่ถ้วน ตั้งแต่ชายหนุ่มหนีเธอไปไม่บอกกล่าวคำอำลา แทนที่เจอหน้ากันครั้งนี้เธอจะมีรอยยิ้มและมีความสุขที่ได้อยู่พร้อมหน้ากัน พ่อ แม่ ลูก แต่เขากลับมอบความทุกข์พร้อมกับคำพูดดูถ







