LOGINในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังขับรถอยู่บนเส้นทางถนนเรื่อยๆ มาได้สักพัก จนมาถึงทางแยกไฟแดงตรงกับสวนสาธารณะแห่งหนึ่งและเป็นจังหวะที่เขากำลังติดไฟแดงอยู่นั้น ชายหนุ่มก็ได้กวาดสายตามองทิวทัศน์รอบๆ ข้างนอกผ่านบานกระจกรถอย่างเพลินๆ ตามปกติเพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอสัญญาณไฟจารจรอย่างไม่คิดอะไร
ทว่าจู่ๆ ดวงตาคู่คมของชายหนุ่มได้บังเอิญเหลือบมองไปเห็นแผ่นหลังของร่างบางเล็ก ผมสีน้ำตาลปล่อยยาว ดัดลอนของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งคล้ายกับแฟนสาวของเขา กำลังยืนโอบกอดผู้ชายคนหนึ่งอยู่ริมฟุตบาทสวนสาธารณะใกล้ๆ ทางฝั่งที่เขาได้จอดหยุดรถรอ สายตาของชายหนุ่มได้นั่งจ้องมองคู่รักสองคนนั้นอยู่พักหนึ่ง ทำให้นึกถึงในช่วงเวลาตอนที่เขาได้กอดแฟนสาวในฐานะคนรักจนทำให้อดไม่ได้ที่จะแย้มริมฝีปากบางเฉียบออกเป็นรอยยิ้ม ไม่นานนักหญิงสาวได้คลายอ้อมกอดออก เผยให้ชายหนุ่มเห็นใบหน้าละมุนของเธอคนนั้นกำลังยืนส่งยิ้มหวานให้กับชายหนุ่มตรงหน้าอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ทว่าใบหน้าของหญิงสาวกลับทำให้ใบหน้าที่ยิ้มแย้มออกมาด้วยความรู้สึกที่อบอุ่นอยู่ในทีแรกมันก็พลันหายไปในทันที กลับกลายเป็นสีหน้าซีดเผือดไม่มีสีเลือด ดวงตาสีดำเบิกออกกว้างหัวใจของชายหนุ่มพลันดิ่งวูบกะทันหัน เมื่อพบว่าหญิงสาวที่กำลังกอดกับชายหนุ่มอีกคนนั้นคือเขมมิกาแฟนสาวที่เขารักมาตลอดหลายปีและกำลังจะขอเธอแต่งงานในดินเนอร์คืนนี้ ดวงตาคมเพ่งมองทะลุออกไปนอกบานกระจกรถอย่างไม่กะพริบตา แต่ในกลางหน้าอกกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวดที่อัดแน่นเอาไว้ เจ็บเจียนราวกับมีมีดเข้ามาทิ่มแทงจนแทบจะหายใจไม่ออก ความผิดหวังที่ชายหนุ่มไม่เคยได้ลิ้มรสทำให้เขาทรมานใจอย่างน่าประหลาด ทั้งนัยน์ตาที่กำลังจ้องมองใบหน้าและรอยยิ้มของแฟนสาวตัวเองกำลังไปมีความสุขกับชายคนอื่น เต็มไปด้วยความชอกช้ำทั้งปวดใจและขุ่นแค้นใจเป็นอย่างมาก ปะปนในเวลาเดียวกัน เมื่อป้ายสัญญาณไฟจราจรได้แสดงขึ้นเป็นไฟสีเขียวเปิดทางให้รถสัญจรผ่านต่อ ชายหนุ่มก็ได้เลือกที่จะออกตัวรถวิ่งผ่านเธอไปด้วยหัวใจที่แหลกสลายเป็นเสี่ยงๆ ไม่อยากแม้แต่จะฟังคำแก้ตัวใดๆ จากเธออีกต่อไปแล้ว เพราะภาพเหตุการณ์ตรงหน้ามันเหมือนทำให้ชายหนุ่มมั่นใจแล้วว่าเขานั้นกำลังโดนผู้หญิงที่รักที่สุด จนอยากให้เธอมาอยู่เคียงข้างใช้ชีวิตร่วมกันดั่งสามีภรรยาในอนาคตสวมเขา… ความรักทั้งหมดที่เขาอยากจะมอบให้กับเธอเพียงคนเดียว ในตอนนี้แฟนสาวกลับได้ทำลายทุกอย่างให้พังทลายลงในพริบตาเดียว เพียงเพราะความมักง่ายไม่รู้จักคำว่าพอในรักของเธอ… ชายหนุ่มขับรถหรูไปเรื่อยๆ บนเส้นทางถนนอย่างเม่อลอยอย่างไร้ซึ่งจุดหมายปลายทางอีกต่อไป ใจของเขาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าทั้งในสมองก็เต็มไปด้วยความคิดที่สับสน กำลังวนเวียนไม่จบสิ้นมาตลอดทาง ภาพความทรงจำที่หญิงสาวนั้นกำลังกอดกับชายอื่นอย่างโจ่งแจ้งยังคงติดตาอยู่ ราวกับว่ามันกำลังฉายซ้ำขึ้นต่อหน้าเขาอีกครั้งจนไม่สามารถที่จะลืมมันได้ลงแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว ตลอดระยะเวลาที่เขาและเธอได้รักกันมาหลายปีนี้ ตกลงแล้วว่าทุกอย่างมันเป็นแค่เรื่องหลอกลวงหรือมันเป็นความจริงกันแน่ จริงๆ แล้วเธอเคยรักเขาจริงสักครั้งบ้างหรือเปล่า.... มาถึงตอนนี้ทำให้ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่เขาจะคิดว่าความรักที่หญิงสาวนั้นมอบให้มา ทุกอย่างล้วนเป็นเพียงแค่มารยาหลอกให้ผู้ชายโง่ๆ คนนึงที่รักเธอมากหลงเชื่อมาโดยตลอด เหตุการณ์ที่ชายหนุ่มได้เห็นจากตาตัวเองได้ทำให้เขานั้นตาสว่างขึ้นมาทันทีและคิดได้แล้วว่าไม่ควรที่จะมอบอะไรให้กับผู้หญิงหลายใจคนนี้อีกต่อไป มันควรจะหยุดลงตรงนี้สักที! ใบหน้าที่ทุกข์ระทมดูหดหู่และเปล่าเปลี่ยวในทีแรกของชายหนุ่มกลับกลายเป็นใบหน้าที่เคร่งขรึม แววตาเต็มไปด้วยความโกธรแค้นและเกลียดชังเธอไม่อยากที่จะให้อภัยผู้หญิงมารยาชอบยั่วผู้ชายไปทั่วแบบนั้นอีก เขาจึงตัดสินใจชะลอความเร็วรถลงแล้วตีไฟเลี้ยวมาจอดตรงข้างทาง จุดที่มีถังขยะก่อนจะลดบานกระจกลงแล้วโยนถุงของขวัญที่ใส่แหวนราคามูลค่าแพงวงนั้นที่ตั้งใจสั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษ เตรียมไว้เพื่อจะไปขอเธอแต่งงานลงถังขยะอย่างไม่ลังเลและไม่คิดจะเสียดาย ก่อนจะเหยียบคันเร่งขับออกไปด้วยความเร็วในหนทางถนนข้างหน้าด้วยความโกธร ชายหนุ่มได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วว่าจะยอมทิ้งทุกอย่างและความโหดร้ายในรักแรกหลังจากการถูกหักหลัง ทั้งที่เขาไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้เลยด้วยซ้ำให้มันกลายเป็นอดีตและเป็นบทเรียนนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ก่อนที่เขาจะจากไปโดยจะไม่บอกลาเธออีก… ความทรงจำและความรักที่ดีในวันนั้นจะไม่มีอีกต่อไปนับจากวันนี้ ขอให้เธอนั้นโชคดีในเส้นทางความรักที่เธอเลือกแล้ว อย่าได้มาเจอกันอีกผู้หญิงใจง่ายไม่รู้จักพอ....หญิงสาวผิวขาวร่างเล็กนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงนอนหลังจากหมดสติสลบไปเพราะเหตุการณ์บาดตาบาดใจที่เธอไม่สามารถทนรับมันไม่ไหว โดยข้างกายยังคงมีชายหนุ่มคอยนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่างบรรยากาศภายในห้องช่างเงียบสงัด ทำให้เขาตกอยู่ในห้องภวังค์แห่งความคิด แววตาเกิดอารมณ์ความรู้สึกชนิดหนึ่งที่อ่านยาก ยาม เมื่อมองใบหน้าสวยหวานของเธออย่างอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดอยู่ภายใต้จิตสำนึกไม่น้อยกับสิ่งที่ตนเองนั้นทำลงไปจะเกินเหตุไปหรือเปล่าแต่ถึงอย่างนั้น มาคิดเอาตอนนี้ก็สายเกินไปแล้วที่จะแก้ไข...ใบหน้าชายหนุ่มสลดลงอย่างเจ็บปวดใจไม่น้อย อารมณ์ของเขากระเพื่อนไหวขึ้นมา เมื่อย้อนนึกถึงภาพวันเวลาเก่าๆ และช่วงเวลาดีๆ ของความรักระหว่างเขาและเธอที่ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำส่วนลึก ทั้งที่ตลอดหลายปีมานี้เขาจะพยายามลบล้างมันออกไปจากใจเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้อยู่ดีจนมาถึงทุกวันนี้หัวใจที่เดิมทีคิดว่าตายด้านไปแล้วพลันเกิดความรู้สึกเจ็บจนชายหนุ่มไม่อาจละเลย ดวงตาดำสนิทยังคงประทับใบหน้าและรอยยิ้มของหญิงสาวติดตรึงอยู่ในใจอย่างยากจะลืมเลือน อารมณ์ซับซ้อนถาโถมเข้ามา ความรู้สึกอบอุ่นอ่อนโยนภายในหัวใจส่วนลึกที่ไม่เคยวนเวียนม
วันต่อมา(ห้องพิเศษ)หลังจากเมื่อวานหญิงสาวได้ถูกบังคับให้เซ็นใบทะเบียนสมรส โดยคนที่เอามาให้เซ็นก็คือชายหนุ่มที่เธอรักและเคยแสนดีมาก แต่นั่นมันคือเมื่อก่อน เพราะตอนนี้เขาเป็นราวกับซาตานค่อยจะรุนแรงกับเธอทุกครั้งไป ความรู้สึกผิดหวังพลันโถมใส่กลางใจอย่างทุกข์ทรมาน คำพูดไร้หัวใจของเขาเหล่านั้นยังคงวนเวียนแทรกผ่านโสตประสาทของเธออยู่ตลอดเวลา ดูแล้วว่าความปวดร้าวนี้คงจะอยู่ในใจเธอไปอีกเนิ่นทว่าขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งเศร้าซึมอยู่ในความเงียบจู่ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เธอจึงหยิบขึ้นมาดูปลายสายที่โทรเข้ามาบนโชว์หน้าจอโทรศัพท์นั่นคือสายจากชายหนุ่มที่เป็นเหมือนกับเจ้าชีวิตโทรเข้ามา เห็นแบบนั้นแล้วเธอจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วกดรับสายพยายามพูดด้วยน้ำเสียงเรียบที่ดูปกติที่สุด ฝืนทำเป็นว่าตัวเธอนั้นไม่ได้รู้สึกอะไร“ฮัลโหลค่ะ”(เดี๋ยวฉันจะไปรับเธอมาคอนโด)“ค่ะ” ตอบเสียงเรียบ(เตรียมตัวให้ดี ฉันใกล้จะถึงแล้ว) ชายหนุ่มพูดจบก็กดตัดสายไปในทันทีติ๊ด (เสียงตัดสาย)หลังจากสายถูกตัดไปแล้ว หญิงสาวลดมือวางโทรศัพท์ลงอย่างช้าๆ เธอพยายามฝืนอดทนข่มกลั้นความรู้สึกอยากร้องไห้เอาไว้ เมื่อนึกถึงชะตากรรมที่ต้องเผชิญ
“ถ้าคุณเสร็จธุระแล้วก็รีบกลับเถอะค่ะ เขมอยากพักผ่อน” เสียงแผ่วปนเหนื่อยเอ่ยบอกร่างสูงที่นอนทับอยู่บนตัวเธออย่างไม่มองหน้า เมื่อเขาเห็นเธอเป็นเพียงของตายไม่มีค่า“หึ คิดว่าฉันอยากอยู่ใกล้เธอมากหรือไง ผู้หญิงอย่างเธอมีดีก็แค่เรื่องบนเตียงเท่านั้นเขมมิกา!”สายตาดูแคลนมองหญิงสาวที่นอนเปลือยกายอยู่ใต้ร่างสูง เขมมิกาเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นในเมื่อไม่ได้เป็นแบบที่เขากล่าวหาก็ไม่จำเป็นต้องออกอาการ ได้แต่นอนนิ่งราวกับคนหมดแรง เธอพยายามกดข่มอารมณ์ความผิดหวังเสียใจเอาไว้ ฝืนเอ่ยพูดขึ้นมาเสียงเรียบ“ขอบคุณนะคะ อย่างน้อยคุณก็ยังเห็นข้อดีในตัวฉันบ้าง”หมับ!...“อ๊ะ!...เขมเจ็บนะ” หญิงสาวเผลอร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บเมื่อมือหนาราวกับครีมเหล็กบีบเข้าที่ปลายคางของเธออย่างแรง เขาแผดเสียงคำรามและมองด้วยสายตาเฉือดเฉือนมาที่เธอด้วยความคับแค้นใจอย่างบ้าคลั่ง“อย่ามาปากดีกับฉัน รู้ไว้ด้วยว่าสถานะเธอตอนนี้เป็นแค่นางบำเรอใต้อาณัติของฉันที่ไร้ค่าคนนึงและไม่มีทางหลุดพ้นไปจากฉันไปได้นอกเสียจากความตายเท่านั้น ที่จะทำให้เธอเป็นอิสระจำเอาไว้”แววตาของชายหนุ่มเหมือนเข็มทิ่มแทงดวงใจของหญิงสาวอย่างแรง จนเธอลำคอตีบตันพย
วันต่อมา...พยาบาลร่างสูงของชายหนุ่มเปิดประตูห้องพิเศษเดินเข้ามาพร้อมกับหิ้วอะไรบางอย่างมากมายเต็มไม้เต็มมือ มาให้หญิงสาวที่กำลังนั่งเฝ้าลูกชายของเธอไม่ห่างด้วยความเป็นห่วงเจียนแทบขาดใจ“ฉันแวะมาเยี่ยม กลัวว่าของเล่นใหม่ของฉันจะเป็นลมไปเสียก่อน กินอะไรบ้างแล้วยัง” ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างสบายอารมณ์ราวกับว่าเขานั้นกลับมาเป็นผู้ชายคนเดิมที่เธอรักอีกครั้ง“ยังเลยค่ะ” เธอเหงนเงยใบหน้าเศร้าซึมขึ้นตอบเขาด้วยน้ำเสียงฟังคล้ายจะร้องไห้ออกมา“ฉันซื้อข้าวกับผลไม้มาฝาก กินซะสิ” น้ำเสียงหยาบกระด้างแฝงความห่วงใยของชายหนุ่มผิดไปจากก่อนหน้านี้จนน่าประหลาดใจเล็กน้อย ทำให้หญิงสาวแอบรู้สึกดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“ขอบคุณนะคะที่ซื้อมาให้ แต่ฉันเป็นห่วงลูกกินอะไรไม่ลงจริงๆ”“ฉันสั่งให้กินก็ต้องกิน!” ทันทีที่หญิงสาวปฏิเสธ น้ำเสียงหนักแน่นเด็ดขาดรวมถึงใบหน้าที่เคร่งขรึมจริงจังของชายหนุ่มได้ตะวาดดังขึ้น ฝ่ามือใหญ่แข็งเกร่งดั่งคีมเหล็กร้อนเอื้อมไปกระชากคางเรียวเล็กพร้อมออกแรงบีบให้หันมาประจันหน้ากับเขาจนเธอรู้สึกเจ็บก่อนจะมองด้วยสายตาดุดันทำให้หญิงสาวถึงกับสะดุ้งใจกระตุกวูบกะทันหัน ร่างบางเหมือนแข็งค้างไปโดยพลัน ค
โรงพยาบาลดวงตางามค่อยๆ ลืมขึ้นมาอย่างช้าๆ พร้อมสติเริ่มกลับมาเป็นปกติ ใบหน้าละมุนซีดเผือดในทีแรกเปลี่ยนกลับมีสีเลือดฝาดอมชมพูอีกครั้งหลังจากที่หญิงสาวหมดสติไปหลายชั่วโมง แต่เมื่อรู้สึกตัวมือเรียวรีบของเธอยกขึ้นจับบริเวณศรีษะที่มีผ้าพันแผลปิดบาดแผลเอาไว้โดยอัตโนมัติด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ประคองตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่งอดทนกับความทรมานเจ็บปวดตามร่างกายแล้ว กวาดสายตาสำรวจไปรอบๆ ทั้งยังคงมึนงงสับสนอยู่เล็กน้อย ก็พบว่าตัวเองนั้นอยู่ในห้องพักฟื้นคนไข้ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งหญิงสาวจึงพยายามนึกภาพทบทวนความจำของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้อยู่ครู่หนึ่ง และทันทีที่จำได้ทุกอย่างแล้วดวงตาโตเบิกโพลนขึ้นมาทันทีอย่างตื่นตระหนกเมื่อนึกขึ้นได้ว่าลูกชายของเธอบาดเจ็บจนหมดสติจากอุบัติเหตุในตอนนั้นประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวอย่างเต็มที่ ลางสังหรณ์ผุดขึ้นมาในใจของผู้เป็นแม่ในวินาทีนั้น อาการบาดเจ็บจากบาดแผลตามร่างกายก็หายไปโดยพลัน จิตใจที่นึกห่วงลูกยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดสติแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัวต้องการจะเจอหน้าลูกชายให้ได้หญิงสาวจึงดึงสายน้ำเกลือที่ฝังอยู่บนผิวหนังของเธอออกอย่างเลือดเย็นไม่สนใจว่
“วินกำลังเข้าใจเขมผิดนะคะ” หญิงสาวเอ่ยบอกชายผู้เป็นที่รักของเธอมาโดยตลอด ถึงเขาจะหายหน้าหนีไปเพราะความเข้าใจผิดแต่ในหัวใจก็เขมมิกายังคงมีมาวินและเธอเฝ้ารอวันที่จะได้พบเจอกับเขาอีกครั้ง“อย่ามาเรียกชื่อฉันทำเหมือนว่าเราสนิทกันแบบเมื่อก่อน” ท่าทีเฉยชาของชายหนุ่มแม้กระทั่งน้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน เขาไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวได้อธิบายความจริงเลยสักนิด จมปลักอยู่กับความคิดและความเข้าใจผิดของตัวเองไม่มีวันจบสิ้น“ทำไมคะ เราเคยรักกันมากไม่ใช่เหรอวิน?”“หึ เมื่อก่อนคงใช่ แต่ตอนนี้ฉันไม่มีทางรักผู้หญิงแพศยาอย่างเธอลงหรอกเขมมิกา ปากบอกว่ารักฉันแต่ไปยืนกอดกับผู้ชายคนอื่น เธอทำให้ฉันกลายเป็นคนโง่” ชายหนุ่มตะตวาดเสียงใส่หน้าเธอด้วยความโกรธ“ฮึกก! คุณกำลังเข้าใจเขมผิดจริงๆ นะคะ มาวินได้โปรดให้เขม อธิบายความจริงกับคุณสักนิดเถอะค่ะ” น้ำเสียงสั่นและแววตากำลังฉายแววอ้อนวอนหญิงสาวร้องไห้เสียใจเพราะเขาครั้งที่เท่าไหร่นับไม่ถ้วน ตั้งแต่ชายหนุ่มหนีเธอไปไม่บอกกล่าวคำอำลา แทนที่เจอหน้ากันครั้งนี้เธอจะมีรอยยิ้มและมีความสุขที่ได้อยู่พร้อมหน้ากัน พ่อ แม่ ลูก แต่เขากลับมอบความทุกข์พร้อมกับคำพูดดูถ







