Masuk[ตาไคน์]
คุณหญิงเนตรา เจ้าของร่างอวบอัดขาวเนียนผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนดัดลอนใหญ่ แต่งหน้าโทนแดง ใบหน้าสวยหวานสมวัย เธอสวมชุดกระโปรงเข้ารูปแขนกุดสีขาวเดินเข้ามาในบ้าน ในมือเรียวสวยเล็บสีแดงถือกระเป๋าแบรนด์เนมราคาหลักล้านเดินเข้ามาในบ้านพร้อมสามีที่เป็นคนจีน ตอนนี้เธออายุ 46 ปี แต่งงานเร็วและมีลูกเลย ลูกโตทันใช้ มีไคน์นี่แหละที่เป็นลูกหลง ไม่คิดจะมีแล้วก็ปุ๊บเข้าท้อง เมื่อรับรู้ว่าลูกคนเล็กอย่างไคน์รับเลี้ยงเด็กผู้หญิงวัยแปดเดือนหนึ่งจากการที่ไคน์โทรไปบอกเองเมื่อคืนวันนี้คุณหญิงเนตราจึงเดินทางมาที่บ้านหลังใหญ่ของไคน์พร้อมกันกับสามี “มาม๊า ปาป๊า สวัสดีครับ นั่งทานข้าวก่อนไหมครับ” “อาาาา คิก คิก” ผมยกมือไหว้ปาป๊าและมาม๊าที่เดินเข้ามาในบ้าน ลูกน้องผมทุกคนก็พากันยกมือไหว้ แต่มีคนหนึ่งเท่านั้นแหละ ไม่รับรู้อะไรกับเขาทั้งสิ้น ตอนนี้นั่งหัวเราะถูกอกถูกใจอยู่กับการเล่นจ๊ะเอ๋แล้วก็ของเล่น [นั่นน่ะเหรอ เด็ดที่พูดถึง ไหน อุ้มมาหาหน่อยสิ] หวัง ห่าวซวน ร่างสูงมีกล้ามเนื้อในชุดกางเกงขายาวสีดำและเสื้อยืดคอกลมสีขาว จากนั้นก็มองไปยังเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มีใบหน้าน่ารักตั้งแต่เด็ก ๆ แถมตอนนี้ยังนั่งหัวเราะอยู่กับพี่เลี้ยง ห่าวซวนจึงเดินมานั่งบนโซฟารับแขกในห้องโถงและบอกกับพี่เลี้ยงที่ดูแลเด็กสาวตัวน้อยที่ลูกชายโทรไปบอกภรรยาว่าจะรับเลี้ยงเด็ก เขาและภรรยาจึงไม่รอช้า วันนี้เลยเดินทางมาที่บ้านของลูกชาย แล้วห่าวซวนนั้นก็ชอบและเอ็นดูเด็กอยู่แล้ว เมื่อเห็นใบหน้าน่ารัก แถมยังแต่งตัวน่ารัก ผิวพรรณดีก็อดเอ็นดูไม่ได้ [นี่ค่ะ] [อืม โหงวเฮ้งดีซะด้วย ว่ายังไง ชื่ออะไรล่ะ] ห่าวซวนรับร่างเล็กขึ้นมาอุ้มไว้ในอ้อมแขนและจับนั่งบนตักโดยหันหน้าเข้าหา และมองเจ้าตัวเล็กที่หยุดหัวเราะและใช้ตากลม ๆ มองใบหน้าของตนเองด้วยความใสซื่อและหันไปมองพี่เลี้ยงที่เล่นอยู่ก่อนหน้านี้และหันกลับมามองเขาอีกรอบ “แอออ อาาา อะ” [เด็กอะไร รู้ความจริง ตัวแค่นี้พูดเก่งแล้วหรือ เรียกป๊ากับม๊าสิ ถ้าเรียกได้จะให้รางวัล ดีหรือเปล่า] คุณหญิงเนตรานั่งลงไขว่ห้างข้างสามีก่อนจะมองใบหน้าน้อยที่น่ารักและน่าเอ็นดูตั้งแต่เด็ก ถึงว่า ทำไมลูกชายถึงใจอ่อนรับเลี้ยง เพราะเธอที่เพิ่งเห็นหน้าก็ยังอดเอ็นดูไม่ได้ คุณหญิงเนตราใช้มือลูบศีรษะเล็กที่ผมกำลังขึ้นและยิ้มให้ “อาาา” “ป๊า ม๊า ไม่กินข้าวเหรอครับ” ผมขมวดคิ้วก่อนจะเดินมานั่งที่โซฟาอีกตัวและมองป๊่าม๊าที่ไม่สนใจอะไรแล้ว นอกจากพูดคุยกับยัยเด็กหน้าเป็น นี่ขนาดยังคุยไม่รู้เรื่องนะ ยังคุยเก่งขนาดนี้ แล้วพอผมถามม๊าออกไปอีกครั้งเท่านั้นแหละ [จิ๊ นี่มันกี่โมงแล้วล่ะ ม๊ากับป๊ากินจนอิ่มแล้ว นี่ เอางี้แล้วกันนะ ตอนนี้น่ะ เรายังเด็ก] “ม๊า ผม 20 กว่า ไม่เด็กแล้วนะ” คุณหญิงเนตราจิ๊ปากใส่ลูกชายอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจพูดออกไปในเรื่องที่เธอเพิ่งตัดสินใจได้เมื่อสักครู่ และมองใบหน้าเล็ก ๆ ของเจ้าหนูน้อยน่ารัก ยิ่งได้รับรู้เรื่องราวที่ลูกชายเล่าให้ฟังก็ยิ่งสงสาร อีกอย่างเธอก็มีแต่ลูกชาย ลูกทั้ง 4 คนเป็นผู้ชายหมด [อืม นั่นแหละ ๆ เจ้าหนูคนนี้น่ะ ป๊ากับม๊าจะรับสาวน้อยคนนี้เป็นลูกบุญธรรมเอง ก็เป็นน้องของเรา] “ผมก็เป็นพ่อได้นะครับม๊า” [นี่ ถ้าถึงแม้เรื่องนี้มันจะง่ายในการดำเนินการทางกฎหมาย แต่เขาก็ต้องดูหลายองค์ประกอบ อีกอย่าง ป๊ากับม๊าน่ะ ไม่คิดจะมีลูกกันแล้ว ลูกโตหมดแล้ว เรียบจบ ฐานะมั่นคง มีวุฒิภาวะ มีความพร้อมที่มากกว่า โปรไฟล์ดี เทียบกันแล้วถ้ายื่นเรื่องไปข้อมูลของป๊าม๊าจะง่ายกว่ามาก เพราะเรายังหนุ่ม ต่อไปก็ต้องมีเมีย แต่งงาน เขาก็ต้องมองด้วยนะ ถ้าเราแต่งงานไปเจ้าหนูน้อยจะเป็นยังไงต่อไป แต่ม๊ากับป๊าไม่คิดจะมีลูกแล้ว ลองคิดสิ ว่าเขาจะเลือกใคร ฐานการเงินมั่นคงทั้งคู่ แต่ส่วนประกอบอื่น ๆ ด้วยนะ อย่าลืมสิ แล้วเราต้องคิดด้วยว่า ถ้าเรารับเป็นลูกบุญธรรม ในอนาคตเมียเราล่ะ ลูกเราล่ะ ตอนนี้เรายังไม่มีครอบครัวมันอาจจะดูเหมือนง่าย แต่ในอนาคตมันต้องมีอีกหลายเรื่องนะ ที่สำคัญ เจ้าหนูน้อยคนนี้ก็อยู่ในครอบครัวของเราอยู่ดี ถ้าเราจะให้เจ้าตัวเล็กเรียกปาป๊าก็ได้นิ โตไปเดี๋ยวเขาก็รู้เรื่องเอง] ผมคิดตามที่แม่พูดก่อนจะหันไปมองยัยเด็กตัวเล็กนั่งเล่นอยู่กับป๊า แล้วที่ม๊าพูดมันก็จริง เพราะเขาก็ดูหลาย ๆ อย่างประกอบเข้ากัน ผมเลยพยักหน้าก่อนจะตอบม๊ากลับไป “ก็ได้ครับม๊า แต่เรื่องที่ผมจะมีเมียม๊าไม่ต้องห่วงหรอกครับ ถ้าเมียผมไม่รักยัยเด็กตัวเล็กผมก็ไม่เอาหรอก ม๊าก็เป็นผู้ปกครองตามกฎหมาย แต่ค่าใช้จ่ายทุกอย่างผมจะดูแลเองครับ ไม่ว่าจะค่ากิน เสื้อผ้า ค่าเทอม ค่าอะไรก็แล้วแต่” [ก็ได้] “อาาา อา อืมมม” [ว่าไง หิวเหรอ เจ้าหนูคนนี้อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ ขวบหรือยัง] หวัง ห่าวซวน ที่เอ่ยถามด้วยเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติ โดยสายตายังอยู่กับเจ้าหนูตัวน้อยแสนน่ารักที่นั่งอยู่บนตักของเขาและส่งเสียงพูดคุย และเริ่มกัดมือกลม ๆ ขิงตัวเอง ยิ่งมองห่าวซวนก็ยิ่งเอ็นดู [อายุ 8 เดือน แล้วค่ะ] [ตอนนี้มีขนมกินได้แล้วไม่ใช่เหรอ ขนมแท่ง ๆ สำหรับเด็กตัวเล็ก ๆ แบบนี้น่ะ ได้ซื้อมาหรือยังล่ะ] คุณหญิงเนตราเห็นด้วยกับสามีจึงเอ่ยถามเหล่าพี่เลี้ยงออกไปในทันที [พวกผมยังไม่ได้ซื้อเลยครับ พอดีว่าหนูน้อยมาเมื่อวาน พวกผมเลยซื้อได้แต่ของใช้ ที่นอน แล้วก็ของเล่นครับ วันนี้สั่งคอกกั้นสำหรับเด็กไปแล้วครับ รอทางร้านเขาเข้ามาติดตั้งครับ] [แล้วจะไม่กินมือจนนิ้วหายหรือยังไงล่ะเนี่ย เปิดหาดูแล้วไปซื้อมาให้หน่อยไป แล้วแม่บ้านน่ะ จ้างคนทำขนมทำอาหารเพิ่มขึ้นสักคน ให้ทำอาหารตามโภชนาการให้เจ้าหนูน้อยกินด้วย ขนมอะไรด้วย] [ครับ] เหล่าลูกน้องของไคน์โค้งรับคพสั่งก่อนจะเดินกันออกไปสองสามคนเพื่อจะเดินทางไปตามหาขนมมาให้คุณหนูน้อยบ้าน “อาาา อะ อะ” [เอาของเล่นส่งมาหน่อย ชิ้นที่มันกัดได้แล้วที่ทำความสะอาดแล้ว เวลาหยิบของเล่นที่กัดได้ต้องใส่ถุงมือกันด้วยนะ มืออยู่ในอากาศก็มีเชื้อโรควิ่งมาหา แล้วเด็กวัยนี้จับของเล่นก็จะกัดกินไปซะหมด เดี๋ยวจะเป็นโรคมือเท้าปาก ต้อวสะอาดเยอะหน่อย] [รับทราบค่ะ] คุณหญิงเนตราเอ่ยบอกถึงเรื่องความสำคัญ หากจะบอกว่าเธอนั้นเยอะเรื่องก็เอาเถอะ แต่เด็กน้อย ๆ เรื่องความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ต้องมาที่หนึ่ง ป้องกันไว้ตั้งแต่แรกจะดีที่สุด อีกอย่างเธอมองว่าควรข้างแม่บ้านที่เก่งในเรื่องทำขนมและอาการเด็ดอ่อนมาเพิ่มอีกสักคนก็เข้าท่าดี “อาาาา อือออ” [ว่ายังไง ไปนอนกับปาป๊ากับมาม๊าไหมล่ะ] “ให้นอนที่นี่ก่อนครับม๊า ย้ายไปย้ายมาเดี๋ยวงงพอดี” [เอางั้นก็ได้ งั้นป๊ากับม๊านอนที่นี่แล้วกัน แม่แจ่ม ฝากทำความสะอาดห้องนอนให้ด้วยนะ จะอยู่หลายวันพอสมควร] [รับทราบค่ะ] [ปะ อย่างนั้นไปเดินเล่นป๊าที่สวนหลังบ้านดีกว่า ไปดูปลาคาร์ปกัน] ผมมองป๊ากับม๊าที่สรุปทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็เก่อลูกสาวคนใหม่น่าดู ดูแล้วในบ้านนี้ต้องเป็นผมเท่านั้นแหละที่ต้องดุถ้ายัยเด็กตัวเล็กดื้อ เพราะนอกนั้นดูแล้วคงจะตามใจกันไปหมด เพราะบ้านผมถ้าตัดแม่บ้านออกไปก็ชายล้วน ครอบครัวผม พี่ผมก็มีแต่ผู้ชาย พอมีเด็กผู้หญิงมาในบ้านก็เลยดูท่าจะเป็นข้อยกเว้น แต่มีพ่อแม่เข้ามาช่วยดูด้วยผมก็ว่าดีมาก ๆ เหมือนกัน เพราะท่านทั้งสองมีลูกเลี้ยงลูกมาแล้ว หลาย ๆ อย่างก็ต้องปรึกษาท่าน เพราะการเลี้ยงเด็กให้เติบโตมาอย่างดีและสดใสมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย[ตาไคน์]คุณหญิงเนตรา เจ้าของร่างอวบอัดขาวเนียนผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนดัดลอนใหญ่ แต่งหน้าโทนแดง ใบหน้าสวยหวานสมวัย เธอสวมชุดกระโปรงเข้ารูปแขนกุดสีขาวเดินเข้ามาในบ้าน ในมือเรียวสวยเล็บสีแดงถือกระเป๋าแบรนด์เนมราคาหลักล้านเดินเข้ามาในบ้านพร้อมสามีที่เป็นคนจีน ตอนนี้เธออายุ 46 ปี แต่งงานเร็วและมีลูกเลย ลูกโตทันใช้ มีไคน์นี่แหละที่เป็นลูกหลง ไม่คิดจะมีแล้วก็ปุ๊บเข้าท้อง เมื่อรับรู้ว่าลูกคนเล็กอย่างไคน์รับเลี้ยงเด็กผู้หญิงวัยแปดเดือนหนึ่งจากการที่ไคน์โทรไปบอกเองเมื่อคืนวันนี้คุณหญิงเนตราจึงเดินทางมาที่บ้านหลังใหญ่ของไคน์พร้อมกันกับสามี“มาม๊า ปาป๊า สวัสดีครับ นั่งทานข้าวก่อนไหมครับ”“อาาาา คิก คิก”ผมยกมือไหว้ปาป๊าและมาม๊าที่เดินเข้ามาในบ้าน ลูกน้องผมทุกคนก็พากันยกมือไหว้ แต่มีคนหนึ่งเท่านั้นแหละ ไม่รับรู้อะไรกับเขาทั้งสิ้น ตอนนี้นั่งหัวเราะถูกอกถูกใจอยู่กับการเล่นจ๊ะเอ๋แล้วก็ของเล่น[นั่นน่ะเหรอ เด็ดที่พูดถึง ไหน อุ้มมาหาหน่อยสิ]หวัง ห่าวซวน ร่างสูงมีกล้ามเนื้อในชุดกางเกงขายาวสีดำและเสื้อยืดคอกลมสีขาว จากนั้นก็มองไปยังเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มีใบหน้าน่ารักตั้งแต่เด็ก ๆ แถมตอนนี้ยังนั่งหัวเราะอ
เวลา 10.06 น.“แงงงง อึก แงงงงง”ผมใช้มือเสยผมก่อนเดินลงบันไดมาจากชั้นสอง แล้วพอเดินลงมาก็ได้ยินเสียงของยัยเด็กเสียงดีขึ้นมาทันที แต่ก่อนบ้านผมเสียงเงียบมาก บ้านเก็บเสียงทั้งหลัง ส่วนลูกน้องผมมันจะพากันนั่งเล่นและพูดคุยข้างนอกเวลาไม่มีงาน แต่ตอนนี้มีเสียงแบบใหม่เพิ่มเข้ามาละ ผมเดินมาหยุดที่บริเวณโซนนั่งเล่นที่ตอนนี้มีแต่ของเด็กอ่อน เลยกอดอกและเอ่ยถามแม่บ้านออกไป“ป้าละออ เป็นอะไรอีกล่ะครับน่ะ”[อ๋อ พอดีหิวนมน่ะค่ะ แล้วป้าชงไม่ทันใจ]ผมมองไปยังป้าสายใจที่อุ้มยัยเด็กตัวเล็กที่ร้องไห้จนหน้าแดง ผมเลยขมวดคิ้ว เพราะเด็กวัยนี้จะรู้จักคำว่าหยุดคำว่าพอที่ไหนล่ะ“แงงงง อึก แงงงง”“ทีหลังป้าก็ชงเตรียมเอาไว้ได้เลยนะครับ นมมันเก็บหลายชั่วโมงอยู่แล้ว ร้องขนาดนั้นเดี๋ยวก็ขาดใจตายพอดี ชงเตรียมไว้มันจะทิ้งก็ปล่อยทิ้งไป ไม่ต้องมาชงในตอนที่หิวขนาดนี้”[ค่ะ ๆ ขออภัยด้วยนะคะ เดี๋ยวต่อไปป้าจะชงเตรียมเอาไว้ จะได้ไม่สะดุดค่ะ]ป้าละออและแม่บ้านต่างรับคำสั่งของเจ้านาย โดยที่ป้าละออนั้นรีบชงนม ส่วนป้าสายใจก็อุ้มเดินไปรอบ ๆ และปลอบประโลมเด็กน้อยในอ้อมแขน“ครับ”ผมเท้าเอวมองไปยังแม่บ้านและยัยเด็กตัวเล็กที่ตอนนี้ร
“คุณไคน์ ป้าอาบน้ำให้เจ้าหนูน้อยเรียบร้อยแล้วค่ะ” ผมเคี้ยวบะหมี่อยู่ก่อนจะหันไปมองทางป้าละออที่อุ้มยัยเด็กเสียงดีเข้ามาในห้องรับแขกอีกครั้ง อืม ดูดีขึ้น หน้าตาก็น่ารัก เพราะไม่สกปรกเหมือนตอนแรก ผิวขาว มีผ้าขนหนูห่อตัวเอาไว้เหลือแต่หน้ากลม ๆ ผมมองยัยเด็กตัวเล็กและหันมามองที่ถ้วยบะหมี่ต้มยำรสจัดของตัวเองเลยพูดออกตามที่คิด “กลมยังกับลูกชิ้นปลา” [ฮ่า ๆ] [หึหึ คุณไคนล่ะก็] “อาาา อะ อะ” [เฮ้ย อยู่กับป้าละออน้องตัวเล็กพูดได้แล้ว] เหล่าลูกน้องของไคน์ที่นั่งกินบะหมี่อยู่กับเจ้านายหัวเราะออกมาหลังไคน์เปรียบเทียบเจ้าหนูตัวเล็กกับลูกชิ้นปลา มองไปมองมาก็คล้ายอยู่เหมือนกันพวกเขาจึงอดที่จะหัวเราะไม่ได้ แต่พอได้ยินเสียงใส ๆ พูดออกเสียงก็พากันหันไปมองด้วยความตื่นเต้น เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวน้อยนั้นร้องให้อย่างเดียว [พูดที่ไหนเล่า เขาเรียกฝึกออกเสียง บอกให้มีเมียก็ไม่มีกัน แบบนี้แหละ เลยไม่เข้าใจ] ป้าละออส่ายหน้าเบา ๆ ให้กับลูกน้องผู้ชาย แล้วถ้าลูกต้องอยู่กันครบ ส่วนมากจะเป็นมื้อเช้า บรรยากาศภาวยในบ้านจะคล้ายโรงเรียนชายล้วนแบบไม่มีผิดเพี้ยน ผ้าละออนั่งลงที่พรมด้านล่างและวางเด็กน้อยไว้บนโซฟาราค
อุแว้ อุแว้ อุแว้!!! “อ้าว ไอ้การ์ดมึงยืนทำอะไรของมึง ไป รีบอุ้มไปไว้ที่อื่น กูจะกลับบ้านไปนอน!” ผมสูบบุหรี่จนหมดมวลก็เดินมาที่รถและเท้าเอวมองไอ้การ์ด มือขวาที่ไว้ใจได้อีกคนหลังจากหันไปแล้วเห็นมันยืนมองเด็กอยู่นิ่ง ๆ เหมือนไว้อาลัย [เฮียครับ ถ้าเราเอาไปไว้ที่อื่นหรือข้างถนนเด็กจะไม่ถูกรถเหยียบเหรอครับ หน้าตาน่ารักด้วยนะครับ] การ์ดหันไปมองยังเจ้านายของตนเองที่เดินเข้ามาหา แล้วเขารู้สึกสงสารเด็กน้อยคนนี้ หากเอาไปทิ้งข้างนอกข้างถนนก็กลัวว่าเด็กคนนี้จะถูกรถเหยียบ “จิ๊” ผมติ๊ในลำคออย่างขัดใจและปรายตามองไปยังเด็กตัวเล็กที่ถูกเอามาถึงไว้ ร้องไห้จนหน้าแดงตัวแดงไปหมด เผมเม้มปากอย่างใช้ความคิด ก่อนจะบอกให้ลูกน้องหยิบกระดาษที่อยู่ในผ้าออกมาดู “เอกสารอะไร มึงหยิบมาดูสิ” [ครับเฮีย] การ์ดพยักหน้าและหยิบเอกสารขึ้นมา ในใบกระดาษมีตัวอักษรที่ไม่ได้สวยเลยเขียนเอาไว้ว่า ช่วยรับเลี้ยงลูกฉันด้วย ฉันไม่มีเงิน ฉันไม่อยากฆ่าลูก ฉันจะไม่ไปยุ่งกับลูกอีกหลังจากนี้ ขอบคุณ การ์ดพยายามอ่านให้เจ้านายฟัง คำบางคำก็เขียนผิดแต่พออ่านจับใจความได้ และส่งใบเกิดอีกหนึ่งใบแนบให้ไป “สัสเอ๊ย เอากันแม่งไม่รู้จักถุงยา
[เฮีย มันหักหลังเราจริง ๆ ครับ ตอนนี้ผมจับมันไว้ที่โกงดังสุดท้าย]นิ้วเรียวยาวหยิบมือถือแบรนด์ผลไม้รุ่นล่าสุดตัวท็อปความจุสูงสุดกดรับสาย ไคน์ เจ้าของใบหน้าคมเข้มราวกับงานปั้น สันกรามชัดเป็นเส้นทำให้บุคลิกดูแข็งกร้าวแต่กลับดึงดูดอย่างประหลาด ดวงตาเรียวยาวหางตาคมทอดมองนิ่ง ๆ ก็เหมือนกดอารมณ์คนถูกมองให้หวั่นไหวโดยไม่รู้ตัว จมูกโด่งเป็นสันรับกับโครงหน้าพอดี ส่วนริมฝีปากได้รูปมีมุมยิ้มบาง ๆ ที่ดูเหมือนจะเย้ยโลกอยู่เสมอ ผมสีดำสนิทถูกเซ็ตยุ่งเล็กน้อยอย่างไม่ตั้งใจ ปอยผมด้านหน้าตกลงเหนือคิ้วเสริมให้เขาดูหล่อแบดปนอบอุ่นในคราวเดียวกัน ออร่าของเขาเงียบขรึม เย็นชา แต่กลับมีแรงดึงดูดรุนแรงจนใครก็ตามที่อยู่ใกล้ไม่อาจละสายตาได้เลย เขานั้นเป็นที่หมายปองของหญิงสาวทั้งไอโซด้วยกัน นักแสดงหญิง รวมทั้งหญิงสาวมากมายที่ได้พบเจอ“ดี มึงรออยู่ที่นั่น เดี๋ยวกูไปจัดการด้วยตัวเอง”ผมยกยิ้มที่มุมปากเมื่อได้เสียงปลายสายซึ่งเป็นมือขวาของผมเองโทรมารายงาน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมขอแนะนำตัวเลยก็แล้วกัน สวัสดีครับ ผม ไคน์ ชื่อจริง คาลิน ภักดิ์พิทักษ์วงศ์ ตอนนี้อายุ 22 ปี สูง 191 เซนติเมตร น้ำหนัก 67 กิโลกรัม เรียน







