Masuk“คุณไคน์ ป้าอาบน้ำให้เจ้าหนูน้อยเรียบร้อยแล้วค่ะ”
ผมเคี้ยวบะหมี่อยู่ก่อนจะหันไปมองทางป้าละออที่อุ้มยัยเด็กเสียงดีเข้ามาในห้องรับแขกอีกครั้ง อืม ดูดีขึ้น หน้าตาก็น่ารัก เพราะไม่สกปรกเหมือนตอนแรก ผิวขาว มีผ้าขนหนูห่อตัวเอาไว้เหลือแต่หน้ากลม ๆ ผมมองยัยเด็กตัวเล็กและหันมามองที่ถ้วยบะหมี่ต้มยำรสจัดของตัวเองเลยพูดออกตามที่คิด “กลมยังกับลูกชิ้นปลา” [ฮ่า ๆ] [หึหึ คุณไคนล่ะก็] “อาาา อะ อะ” [เฮ้ย อยู่กับป้าละออน้องตัวเล็กพูดได้แล้ว] เหล่าลูกน้องของไคน์ที่นั่งกินบะหมี่อยู่กับเจ้านายหัวเราะออกมาหลังไคน์เปรียบเทียบเจ้าหนูตัวเล็กกับลูกชิ้นปลา มองไปมองมาก็คล้ายอยู่เหมือนกันพวกเขาจึงอดที่จะหัวเราะไม่ได้ แต่พอได้ยินเสียงใส ๆ พูดออกเสียงก็พากันหันไปมองด้วยความตื่นเต้น เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวน้อยนั้นร้องให้อย่างเดียว [พูดที่ไหนเล่า เขาเรียกฝึกออกเสียง บอกให้มีเมียก็ไม่มีกัน แบบนี้แหละ เลยไม่เข้าใจ] ป้าละออส่ายหน้าเบา ๆ ให้กับลูกน้องผู้ชาย แล้วถ้าลูกต้องอยู่กันครบ ส่วนมากจะเป็นมื้อเช้า บรรยากาศภาวยในบ้านจะคล้ายโรงเรียนชายล้วนแบบไม่มีผิดเพี้ยน ผ้าละออนั่งลงที่พรมด้านล่างและวางเด็กน้อยไว้บนโซฟาราคาแพง “แงงง อึก แงงง” “เอ้า ป้าละออ ยัยเด็กลูกชิ้นปลาเป็นอะไรอีกล่ะ” ผมจิ๊ออกมาในลำคอเมื่อได้ยินยัยเด็ดเสียงดีร้องไห้ขึ้นมาอีกครั้งเมื่อป้าละออกวางลงบนโซฟา ผมขมวดคิ้วจากนั้นก็ถามป้าละออออกไป เพราะผมไม่ชอบเสียงร้องไห้เด็ก เหตุผลคือ รำคาญ เหตุผลนี้เลยไม่มีอย่างอื่น [เอออ…น่าจะอ้อนให้อุ้มน่ะค่ะ] เมื่อเสียงร้องกังวานไปทั่วห้องรับแขกป้าละออก็สะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะรีบอุ้มร่างของเด็กน้อยขึ้นมาพร้อมดับเขย่าแขนเบา ๆ เสียงร้องไห้ก็เงียบไป น่าจะชอบให้อุ้มมากกว่า “เยอะแยะ แม่งอายุแค่ 8 เดือน ยังเรื่องมากขนาดนี้” ผมมองป้าละออกที่อุ้มยัยเด็ดเสียงดีเอาไว้ในอ้อมแขน เสียงร้องไห้จึงเงียบไป แล้วอายุ 8 เดือน บอกความต้องการของตัวเองได้แล้วเหรอวะ “แงงงง อึก แงงงง” [โอ๋ ๆ ไป ๆ ป้าพาเดินนะ สงสัยจะหิวนมแล้วล่ะค่ะ] “ไอ้การ์ดมึงโทรไปหาพวกไอจั๊มให้พวกมันรีบมาก่อนที่หูของกูจะดับ ร้องเก่งจริง ๆ เดี๋ยวขวบหนึ่งกูจะส่งแม่งไปเรียนร้องเพลงให้รู้แล้วรู้รอดไป” [หึหึ] การ์ดที่กำลังกดโทรออกไปหากลุ่มจั๊มที่พากันไปซื้อ น่าจะไม่นานกฟ้ีงกลับมาถึงบ้าน พอได้ยินเจ้านายบอกว่าจะส่งเจ้าหนูน้อยไปเรียนร้องเพลงตอนอายุหนึ่งขวบพวกเขาก็ห้ามเสียงหัวเราะของตัวเองไม่ได้จริง ๆ [ฮัลโหล ไอ้จั๊ม พวกมึงถึงไหนแล้ว] [ใกล้จะถึงบ้านแล้ว มึงไมีอะไร หรือเฮียต้องการของอะไร] [เปล่า ๆ จะบอกว่าให้พวกมึงรีบมา เด็กร้องหิวนม] [เออ ๆ] ไม่นานเสียงรถก็จอดสนิทที่บริเวณหน้าบ้าน เหล่าลูกน้องของไคน์ที่พากันออกไปซื้อของก็รีบถือถุงข้าวของมากมายเกี่ยวกับเด็ก 8 -10 เดือน เข้ามาภายในบ้าน แล้วพวกเขานั้นเป็นผู้ชายซื้อกันเองไม่เป็นหรอก ขอความช่วยเหลือจากพนักงานภายในห้างสรรพสินค้าของช้อปต่าง ๆ บอกความต้องการว่าเอาอย่างดีที่สุดและให้จัดมาให้เลย ไม่ว่าจะเป็นของเล่น ที่นอน เสื้อผ้า ตุ๊กตา อุปกรณ์สำหรับอาบน้ำ ครีมสำหรับเด็ก ที่สำคัญก็นมสำหรับเด็ก ขวดนมรูปแบบต่าง ๆ และเครื่องล้างทำความสะอาดและนึ่งขวดนม ของทั้งหมดถูกยกมาวางบริเวณห้องโถงของบ้าน [ของมาแล้วครับ] “นี่พวกมึงกะจะให้กูเปิดโรงเรียนรับเลี้ยงเด็กน้อยหรือไง เด็กคนเดียว เหมามาหมดแล้วมั้ง” ผมนั่งกินบะหมี่ไปพราง ๆ ก่อนจะมองถุงของที่ลูกน้องผมมันช่วยกันยกเข้ามา รอบแรก รอบที่สอง รอบที่สาม และยังไม่หมด ของแม่งเยอะไปหมด กองเต็มห้องโถงอะ แล้วเด็กคนเดียวต้องใช้ของเยอะแยะขนาดนี้เลยเหรอวะ [นี่น้อยแล้วนะเฮีย เพราะของเด็กเล็ก ๆ จริง ๆ แล้วมีเยอะมาก ผมบอกเขาว่า เอาดีที่สุด เพราะกลัวซื้อของถูกมาแล้วเจ้าหนูน้อยคนนั้นจะไม่ชอบ] "อืม ๆ ป้าละออ ฝากจัดการด้วยนะครับ ถ้าทำอะไรเสร็จแล้วพวกมึงก็ไปกินก๋วยเตี๋ยวซะ บอกป้าบัวอะ เขารอทำให้อยู่ข้างใน" ผมพยักหน้าให้ลูกน้องแบบขอไปที บอกป้าละออให้ดูแลยัยเด็กขี้แย จากนั้นก็หันมากินก๋วยเตี๋ยวในถ้วยของตัวเองต่อ "อาา บะ" [หึหึ อะ นี่นมนะ] ป้าละยิ้มให้เด็กตัวน้อยหลังจากส่งขวดนมให้ มือน้อย ๆ ก็ถือเองและดูดจะแก้มขยับทั้งสองข้าง จากนั้นเธอก็ให้แม่บ้านอีกสองคนนำเสื้อผ้าและผ้าขนหนูต่าง ๆ ไปซัก อบ และรีด ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย เมื่อเสื้อผ้าและของใช้สะอาด พร้อมใช้งาน เธอและแม่บ้านคนอื่น ๆ เลยพากันสวมชุดนอนผ้านุ่มนิ่มเนื้อดีให้กับเด็กสาวใบหน้าน่ารักที่ชอบเจรจา “คุณไคน์คะ ว่าแต่ แล้วให้เจ้าหนูน้อยคนนี้นอนกับใครหรือคะ” ผมลุกขึ้นจากโต๊ะทานข้าวหลังทานข้าวอิ่มแล้วเรียบร้อย ลูกน้องผมบางคนมันก็เพิ่งไปนั่งกินหลังจากต่อเปลแล้วก็ที่นอนต่าง ๆ ให้เด็กลูกชิ้นปลาที่ตอนนี้นอนกินนมอยู่อย่างสบายใจ ตอนนี้เหมือนจะหลับไปละ แต่ปากยังดูดนมอยู่ พอได้ยินคำถามผมเลยขมวดคิ้วก่อนจะมองไปรอบ ๆ เพราะลูกน้องผมมีแต่ผู้ชาย แล้วผมเองก็ผู้ชาย เลี้ยงเองไม่ได้หรอก แต่ก็ต้องทำให้เป็นสัดส่วน เพราะผมรับเลี้ยงก็ต้องให้เหมาะสมกับลูกบุญธรรมผมหน่อย “ช่วงนี้นอนกับป้าก่อนแล้วกันครับ เดี๋ยวผมจะให้คนจัดห้องให้ก่อน แล้วอาจจะจ้างพี่เลี้ยงมาเพิ่ม” “โอ๊ย ไม่ต้องจ้างหรอกค่ะ เดี๋ยวป้าช่วยเลี้ยงให้เอง” [ป้าละออยิ้มและมองเด็กตัวเล็กในอ้อมแขนก็นึกเอ็นดู แล้วเธอก็ไม่ไว้ใจคนนอก แล้วงานในมือก็ไม่ได้เยอะเกินไป เวลาก็มี เลยตัดสินใจน่าจะช่วยเลี้ยงเจ้าหนูน้อยนี้เอง] “ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมขึ้นเงินเดือนให้แล้วกัน” ผมพยักหน้าพร้อมเอ่ยขอบคุณ จากนั้นก็เดินออกมาที่สวนหลังบ้าน จุดบุหรี่สูบ แล้วก็หยิบโทรศัพท์มาเปิดดูแบบห้องเด็กก่อนจะบ่นพึมพำออกมากับตัวเอง “นี่ชีวิตกูเดินมาถึงจุดนี้แล้วเหรอวะ จากที่เล่นเกมต่อสู้กับเพื่อน ตอนนี้แม่งมานั่งดูห้องนอนเด็ก ห้องของเล่นเด็ก เดี๋ยวถ้าโตมาใช้งานไม่ได้ล่ะน่าดู” ผมปล่อยขวันสีขาวออกมาและเลื่อนมองดูแบบห้อง ทั้งห้องนอน ห้องสำหรับวางของเล่นเพื่อเสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของเด็กวัยนี้ที่ควรมี พอได้แบบที่พอใจ สูบบุหรี่เสร็จ ผมก็เดินเข้ามาในบ้านเพื่อมาสั่งงานลูกน้อง แล้วเดินเข้ามาอีกทียันเด็กลูกชิ้นปลากับแม่บ้านก็หายไปแล้ว มีแต่กองของใช้ส่วนมากที่ยังคงอยู่ห้องโถงเหมือนเดิม “แล้วยันเด็กลูกชิ้นปลาไปไหนแล้วล่ะ” [ป้าละออและป้า ๆ พาไปนอนแล้วครับ ผมถือตะกร้าแล้วก็ที่นอนสองแบบไปให้ที่ห้องป้าละออแล้วครับเฮีย] การ์ดและคนอื่น ๆ ที่ทานก๋วยเตี๋ยวอิ่มแล้วก็ชวนกันเล่นเกมต่อสู้ผ่านมือถือ เมื่อเห็นเจ้านายเดินเข้ามาและเอ่ยถามเลยเงยหน้าขึ้นหยุดมือลงพร้อมกับตอบออกไป “อืม เดี๋ยวพรุ่งนี้มึงติดต่อ บริษัทออกแบบแบบครบวงจรของบริษัทไหนก็ได้ให้หน่อย ดูรีวิวให้ดี กูว่าขะทำห้องนอน รองรับช่วงวัย 8 เดือน ถึง 3 ขวบ เอาห้องที่ติดกับห้องนอนกูทำเป็นห้องนอน แล้วก็ห้องสำหรับเด็กเล่น อาจจะต่อเติมเพิ่มไปข้างหลัง เพราะพื้นที่บ้านยังเหลืออีกหลายสิบไร่ จากตัวบ้านถึงรั้ว เดี๋ยวบ้านจะมันรก ให้มันเป็นสัดส่วนไว้เลยตั้งแต่ต้น” “ได้ครับเฮีย เดี๋ยวผมจัดการให้ครับ ว่าแต่ เฮียคุยกับ พม. แล้วเหรอครับ” “อืม เขาก็บอกให้เด็กอยู่กับกูนี่แหละ พรุ่งนี้เขาจะมาที่บ้าน ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็ดำเนินการพวกเอกสาร แล้วไม่ใช่แค่กู พวกมึงก็ต้องช่วยกูดูแลด้วย แต่ตอนนั้นยังไม่วุ่นวาย เดี๋ยวตอนพูดได้เดินได้นี่สิ กูเตรียมตัวสำหรับความบันเทิงได้เลย” [หึหึ เจ้าหนูตัวน้อยอาจจะว่าเลี้ยงง่ายก็ได้นะครับ] “อืม ขอให้มันเป็นแบบนั้น พวกมึงดูแลความเรียบร้อยด้วยนะ ไม่มีอะไรก็พากันแยกย้ายไปได้เลย กูขึ้นห้องละ” [ครับเฮีย] ผมสั่งงานลูกน้องเสร็จก็เดินขึ้นมาที่ชั้นสอง ตรงมาที่ห้องนอนใหญ่ของตัวเอง ใช้เวลาอาบน้ำสระผม เช็ดตัวจนแห้ง แล้วก็มาล้มตัวลงนอน แล้วผมนอนไม่ใส่เสื้อผ้าอยู่แล้ว ปิดไฟหัวเตียง ดึงผ้าผืนหนานุ่มและสะอาดขึ้นมาห่มก็กลับลงไปอย่างรวดเร็ว[ตาไคน์]คุณหญิงเนตรา เจ้าของร่างอวบอัดขาวเนียนผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนดัดลอนใหญ่ แต่งหน้าโทนแดง ใบหน้าสวยหวานสมวัย เธอสวมชุดกระโปรงเข้ารูปแขนกุดสีขาวเดินเข้ามาในบ้าน ในมือเรียวสวยเล็บสีแดงถือกระเป๋าแบรนด์เนมราคาหลักล้านเดินเข้ามาในบ้านพร้อมสามีที่เป็นคนจีน ตอนนี้เธออายุ 46 ปี แต่งงานเร็วและมีลูกเลย ลูกโตทันใช้ มีไคน์นี่แหละที่เป็นลูกหลง ไม่คิดจะมีแล้วก็ปุ๊บเข้าท้อง เมื่อรับรู้ว่าลูกคนเล็กอย่างไคน์รับเลี้ยงเด็กผู้หญิงวัยแปดเดือนหนึ่งจากการที่ไคน์โทรไปบอกเองเมื่อคืนวันนี้คุณหญิงเนตราจึงเดินทางมาที่บ้านหลังใหญ่ของไคน์พร้อมกันกับสามี“มาม๊า ปาป๊า สวัสดีครับ นั่งทานข้าวก่อนไหมครับ”“อาาาา คิก คิก”ผมยกมือไหว้ปาป๊าและมาม๊าที่เดินเข้ามาในบ้าน ลูกน้องผมทุกคนก็พากันยกมือไหว้ แต่มีคนหนึ่งเท่านั้นแหละ ไม่รับรู้อะไรกับเขาทั้งสิ้น ตอนนี้นั่งหัวเราะถูกอกถูกใจอยู่กับการเล่นจ๊ะเอ๋แล้วก็ของเล่น[นั่นน่ะเหรอ เด็ดที่พูดถึง ไหน อุ้มมาหาหน่อยสิ]หวัง ห่าวซวน ร่างสูงมีกล้ามเนื้อในชุดกางเกงขายาวสีดำและเสื้อยืดคอกลมสีขาว จากนั้นก็มองไปยังเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มีใบหน้าน่ารักตั้งแต่เด็ก ๆ แถมตอนนี้ยังนั่งหัวเราะอ
เวลา 10.06 น.“แงงงง อึก แงงงงง”ผมใช้มือเสยผมก่อนเดินลงบันไดมาจากชั้นสอง แล้วพอเดินลงมาก็ได้ยินเสียงของยัยเด็กเสียงดีขึ้นมาทันที แต่ก่อนบ้านผมเสียงเงียบมาก บ้านเก็บเสียงทั้งหลัง ส่วนลูกน้องผมมันจะพากันนั่งเล่นและพูดคุยข้างนอกเวลาไม่มีงาน แต่ตอนนี้มีเสียงแบบใหม่เพิ่มเข้ามาละ ผมเดินมาหยุดที่บริเวณโซนนั่งเล่นที่ตอนนี้มีแต่ของเด็กอ่อน เลยกอดอกและเอ่ยถามแม่บ้านออกไป“ป้าละออ เป็นอะไรอีกล่ะครับน่ะ”[อ๋อ พอดีหิวนมน่ะค่ะ แล้วป้าชงไม่ทันใจ]ผมมองไปยังป้าสายใจที่อุ้มยัยเด็กตัวเล็กที่ร้องไห้จนหน้าแดง ผมเลยขมวดคิ้ว เพราะเด็กวัยนี้จะรู้จักคำว่าหยุดคำว่าพอที่ไหนล่ะ“แงงงง อึก แงงงง”“ทีหลังป้าก็ชงเตรียมเอาไว้ได้เลยนะครับ นมมันเก็บหลายชั่วโมงอยู่แล้ว ร้องขนาดนั้นเดี๋ยวก็ขาดใจตายพอดี ชงเตรียมไว้มันจะทิ้งก็ปล่อยทิ้งไป ไม่ต้องมาชงในตอนที่หิวขนาดนี้”[ค่ะ ๆ ขออภัยด้วยนะคะ เดี๋ยวต่อไปป้าจะชงเตรียมเอาไว้ จะได้ไม่สะดุดค่ะ]ป้าละออและแม่บ้านต่างรับคำสั่งของเจ้านาย โดยที่ป้าละออนั้นรีบชงนม ส่วนป้าสายใจก็อุ้มเดินไปรอบ ๆ และปลอบประโลมเด็กน้อยในอ้อมแขน“ครับ”ผมเท้าเอวมองไปยังแม่บ้านและยัยเด็กตัวเล็กที่ตอนนี้ร
“คุณไคน์ ป้าอาบน้ำให้เจ้าหนูน้อยเรียบร้อยแล้วค่ะ” ผมเคี้ยวบะหมี่อยู่ก่อนจะหันไปมองทางป้าละออที่อุ้มยัยเด็กเสียงดีเข้ามาในห้องรับแขกอีกครั้ง อืม ดูดีขึ้น หน้าตาก็น่ารัก เพราะไม่สกปรกเหมือนตอนแรก ผิวขาว มีผ้าขนหนูห่อตัวเอาไว้เหลือแต่หน้ากลม ๆ ผมมองยัยเด็กตัวเล็กและหันมามองที่ถ้วยบะหมี่ต้มยำรสจัดของตัวเองเลยพูดออกตามที่คิด “กลมยังกับลูกชิ้นปลา” [ฮ่า ๆ] [หึหึ คุณไคนล่ะก็] “อาาา อะ อะ” [เฮ้ย อยู่กับป้าละออน้องตัวเล็กพูดได้แล้ว] เหล่าลูกน้องของไคน์ที่นั่งกินบะหมี่อยู่กับเจ้านายหัวเราะออกมาหลังไคน์เปรียบเทียบเจ้าหนูตัวเล็กกับลูกชิ้นปลา มองไปมองมาก็คล้ายอยู่เหมือนกันพวกเขาจึงอดที่จะหัวเราะไม่ได้ แต่พอได้ยินเสียงใส ๆ พูดออกเสียงก็พากันหันไปมองด้วยความตื่นเต้น เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวน้อยนั้นร้องให้อย่างเดียว [พูดที่ไหนเล่า เขาเรียกฝึกออกเสียง บอกให้มีเมียก็ไม่มีกัน แบบนี้แหละ เลยไม่เข้าใจ] ป้าละออส่ายหน้าเบา ๆ ให้กับลูกน้องผู้ชาย แล้วถ้าลูกต้องอยู่กันครบ ส่วนมากจะเป็นมื้อเช้า บรรยากาศภาวยในบ้านจะคล้ายโรงเรียนชายล้วนแบบไม่มีผิดเพี้ยน ผ้าละออนั่งลงที่พรมด้านล่างและวางเด็กน้อยไว้บนโซฟาราค
อุแว้ อุแว้ อุแว้!!! “อ้าว ไอ้การ์ดมึงยืนทำอะไรของมึง ไป รีบอุ้มไปไว้ที่อื่น กูจะกลับบ้านไปนอน!” ผมสูบบุหรี่จนหมดมวลก็เดินมาที่รถและเท้าเอวมองไอ้การ์ด มือขวาที่ไว้ใจได้อีกคนหลังจากหันไปแล้วเห็นมันยืนมองเด็กอยู่นิ่ง ๆ เหมือนไว้อาลัย [เฮียครับ ถ้าเราเอาไปไว้ที่อื่นหรือข้างถนนเด็กจะไม่ถูกรถเหยียบเหรอครับ หน้าตาน่ารักด้วยนะครับ] การ์ดหันไปมองยังเจ้านายของตนเองที่เดินเข้ามาหา แล้วเขารู้สึกสงสารเด็กน้อยคนนี้ หากเอาไปทิ้งข้างนอกข้างถนนก็กลัวว่าเด็กคนนี้จะถูกรถเหยียบ “จิ๊” ผมติ๊ในลำคออย่างขัดใจและปรายตามองไปยังเด็กตัวเล็กที่ถูกเอามาถึงไว้ ร้องไห้จนหน้าแดงตัวแดงไปหมด เผมเม้มปากอย่างใช้ความคิด ก่อนจะบอกให้ลูกน้องหยิบกระดาษที่อยู่ในผ้าออกมาดู “เอกสารอะไร มึงหยิบมาดูสิ” [ครับเฮีย] การ์ดพยักหน้าและหยิบเอกสารขึ้นมา ในใบกระดาษมีตัวอักษรที่ไม่ได้สวยเลยเขียนเอาไว้ว่า ช่วยรับเลี้ยงลูกฉันด้วย ฉันไม่มีเงิน ฉันไม่อยากฆ่าลูก ฉันจะไม่ไปยุ่งกับลูกอีกหลังจากนี้ ขอบคุณ การ์ดพยายามอ่านให้เจ้านายฟัง คำบางคำก็เขียนผิดแต่พออ่านจับใจความได้ และส่งใบเกิดอีกหนึ่งใบแนบให้ไป “สัสเอ๊ย เอากันแม่งไม่รู้จักถุงยา
[เฮีย มันหักหลังเราจริง ๆ ครับ ตอนนี้ผมจับมันไว้ที่โกงดังสุดท้าย]นิ้วเรียวยาวหยิบมือถือแบรนด์ผลไม้รุ่นล่าสุดตัวท็อปความจุสูงสุดกดรับสาย ไคน์ เจ้าของใบหน้าคมเข้มราวกับงานปั้น สันกรามชัดเป็นเส้นทำให้บุคลิกดูแข็งกร้าวแต่กลับดึงดูดอย่างประหลาด ดวงตาเรียวยาวหางตาคมทอดมองนิ่ง ๆ ก็เหมือนกดอารมณ์คนถูกมองให้หวั่นไหวโดยไม่รู้ตัว จมูกโด่งเป็นสันรับกับโครงหน้าพอดี ส่วนริมฝีปากได้รูปมีมุมยิ้มบาง ๆ ที่ดูเหมือนจะเย้ยโลกอยู่เสมอ ผมสีดำสนิทถูกเซ็ตยุ่งเล็กน้อยอย่างไม่ตั้งใจ ปอยผมด้านหน้าตกลงเหนือคิ้วเสริมให้เขาดูหล่อแบดปนอบอุ่นในคราวเดียวกัน ออร่าของเขาเงียบขรึม เย็นชา แต่กลับมีแรงดึงดูดรุนแรงจนใครก็ตามที่อยู่ใกล้ไม่อาจละสายตาได้เลย เขานั้นเป็นที่หมายปองของหญิงสาวทั้งไอโซด้วยกัน นักแสดงหญิง รวมทั้งหญิงสาวมากมายที่ได้พบเจอ“ดี มึงรออยู่ที่นั่น เดี๋ยวกูไปจัดการด้วยตัวเอง”ผมยกยิ้มที่มุมปากเมื่อได้เสียงปลายสายซึ่งเป็นมือขวาของผมเองโทรมารายงาน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมขอแนะนำตัวเลยก็แล้วกัน สวัสดีครับ ผม ไคน์ ชื่อจริง คาลิน ภักดิ์พิทักษ์วงศ์ ตอนนี้อายุ 22 ปี สูง 191 เซนติเมตร น้ำหนัก 67 กิโลกรัม เรียน







