Masukเวลา 10.06 น.
“แงงงง อึก แงงงงง” ผมใช้มือเสยผมก่อนเดินลงบันไดมาจากชั้นสอง แล้วพอเดินลงมาก็ได้ยินเสียงของยัยเด็กเสียงดีขึ้นมาทันที แต่ก่อนบ้านผมเสียงเงียบมาก บ้านเก็บเสียงทั้งหลัง ส่วนลูกน้องผมมันจะพากันนั่งเล่นและพูดคุยข้างนอกเวลาไม่มีงาน แต่ตอนนี้มีเสียงแบบใหม่เพิ่มเข้ามาละ ผมเดินมาหยุดที่บริเวณโซนนั่งเล่นที่ตอนนี้มีแต่ของเด็กอ่อน เลยกอดอกและเอ่ยถามแม่บ้านออกไป “ป้าละออ เป็นอะไรอีกล่ะครับน่ะ” [อ๋อ พอดีหิวนมน่ะค่ะ แล้วป้าชงไม่ทันใจ] ผมมองไปยังป้าสายใจที่อุ้มยัยเด็กตัวเล็กที่ร้องไห้จนหน้าแดง ผมเลยขมวดคิ้ว เพราะเด็กวัยนี้จะรู้จักคำว่าหยุดคำว่าพอที่ไหนล่ะ “แงงงง อึก แงงงง” “ทีหลังป้าก็ชงเตรียมเอาไว้ได้เลยนะครับ นมมันเก็บหลายชั่วโมงอยู่แล้ว ร้องขนาดนั้นเดี๋ยวก็ขาดใจตายพอดี ชงเตรียมไว้มันจะทิ้งก็ปล่อยทิ้งไป ไม่ต้องมาชงในตอนที่หิวขนาดนี้” [ค่ะ ๆ ขออภัยด้วยนะคะ เดี๋ยวต่อไปป้าจะชงเตรียมเอาไว้ จะได้ไม่สะดุดค่ะ] ป้าละออและแม่บ้านต่างรับคำสั่งของเจ้านาย โดยที่ป้าละออนั้นรีบชงนม ส่วนป้าสายใจก็อุ้มเดินไปรอบ ๆ และปลอบประโลมเด็กน้อยในอ้อมแขน “ครับ” ผมเท้าเอวมองไปยังแม่บ้านและยัยเด็กตัวเล็กที่ตอนนี้ร้องไห้หน้าแดงอย่างต่อเนื่อง จนป้าละออชงนมเสร็จเรียบร้อยและถือนมไปป้อนเสียงร้องไห้จึงเงียบไปปากเล็ก ๆ เปลี่ยนมาดูดนมในขวดแทน อีกอย่างผมมองว่าชงนมเตรียมไว้มันไม่ได้สิ้นเปลือง ถ้ามันหมดอายุก็ทิ้งไปซะ ผมไม่ได้เสียดาย ดีกว่าให้หิวจนร้องขนาดนี้ [คุณไคน์คะ น้าทำอาหารมื้อแรกเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ วันนี้เป็นข้าวมันไก่ค่ะ ให้จัดเสิร์ฟเลยไหมคะ] “ครับ ผมก็หิวแล้วเหมือนกัน” ผมพยักหน้าก่อนจะละสายตาไปมองทางยัยเด็กตัวเล็กอีกครั้ง จนเมื่อเห็นทุกอย่างเรียบร้อยดีเลยเดินมานั่งที่เก้าอี้ของโต๊ะอาหารเพื่อทานข้าว [เฮีย ตื่นแล้วเหรอครับ ผมจัดกาาประสานบริษัทก่อสร้างให้เรียบร้อยแล้วนะครับ พรุ่งนี้เขาจะเข้ามาดูสถานที่จริง ผมบอกความทั้งหมดเรียบร้อยครับ] “อืม มา พวกมึงมากินข้าวดิ เดี๋ยวมึงไปติดต่อสถาบันถ่ายรูปเด็กแรกเกิดและอายุอื่น ๆ ให้หน่อย เอาผู้เชี่ยวชาญมา” การ์ดและลูกน้องคนอื่น ๆ พากันนั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนจะแอบยกยิ้มที่มุมปาก เพราะปกติเจ้านายไม่ค่อยใส่ใจอะไรเท่าไหร่ แต่นี่เจ้านายคงจะเอ็นดูเจ้าหนูน้อยคนนี้ไม่น้อยเลย [ได้ครับเฮีย เดี๋ยวผมจัดการให้ครับ] “อืม ขอบใจมาก แล้วอีกเรื่องหนึ่ง มึงจ้างพี่เลี้ยงแบบรายชั่วโมงมาหน่อย เอาคนที่พูดภาษาอังกฤษและจีนได้ด้วย มาพูดมาสื่อสารตั้งแต่ตอนนี้เลย กูค้นหาข้อมูลเขาบอกว่าช่วงนี้ไปยันสามขวบถ้ามีคนพูดคุยสื่อสารภาษาที่สองสามจะดีมาก” [เฮียก็สอนเองได้ครับ] “กูทำงาน คุยผ่าน ๆ ได้ แต่มันไม่เต็มเวลาเหมือนพี่เลี้ยง อีกอย่างเขามีวิธีการและเข้าใจการสอนมากกว่า ไม่ใช่แค่คุยเล่น” [อ๋อ ได้ครับเฮีย เดี๋ยวผมจัดการให้เลยครับ] “อืม” ผมพยักหน้าให้ลูกน้อง ผมเองก็เรียนอินเตอร์ พูดไทยได้ จีน และอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยม เลยให้ความสำคัญกับภาษา ถ้าเรียนและสื่อสารตั้งแต่เด็ก ๆ จะได้เข้าใจตั้งแต่เริ่ม ถึงเวลาเข้าเรียนอินเตอร์จะได้ง่ายขึ้น เพราะมีพื้นฐานอยู่แล้ว [ข้าวมันไก่มาแล้วค่ะ พวกเราก็ทานเลยใช่ไหม น้าจะได้ทำให้เลย] [ครับน้ามะลิ] ผมมองข้าวมันไก่ที่ตัดจานมาอย่างสวยงามพร้อมน้ำซุป ผมเลยพยักหน้า ก่อนจะกดเปิดทีวีดูข่าว แล้วก็เริ่มทานข้าว เพราะผมตื่นสาย ปกติก็ 10 โมง ตื่นมาก็หิวเลย “อืออออ อะ” [หึหึ อารมณ์ดีแล้วหรือ ไหนล่ะ นั่งเองได้แล้วหรือยัง] ป้าละออและป้าสายใจพูดคุยกับเจ้าตัวเล็ก ที่ตอนนี้เป็นคุณหนูตัวน้อยของบ้าน เมื่อกินนมอิ่มก็อารมณ์ดี เริ่มออกเสียงเพื่อสื่อสาร ป้าละออจับนั่งด้วยตัวเอง และเห็นว่าตอนนี้นั่งเองได้ ไม่ต้องประคองแล้ว เลยวางเจ้าหนูน้อยลงบนพรมและวางของเล่นที่ทำความสะอาดเอาไว้แล้วให้ กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง “อาาาา บะ บะ” [เล่นของเล่นหรือ มันมีเสียง ชอบหรือเปล่าล่ะ] [ไหน มา จ๊ะเอ๋กันก่อน จ๊ะเอ๋ จ๊ะเอ๋] “กรี๊ดดดด คิก ๆ คิก ๆ” [เจ้านาย นู่น น้องอารมณ์ดีแล้วครับ] [จ๊ะเอ๋ จ๊ะเอ๋] “กรี๊ดดดด คิก คิก อาา คิก คิก” ผมละสายตาจากจานข้าวและมองไปยังยัยเด็กตัวเล็กที่ตอนนี้นั่งถือของเล่นในมือและเขย่าไปมาพร้อมส่งเสียงบวกกับเสียงของเล่นกรุ๊งกริ๊งในมือ พอป้าเขาปิดปาเล่นจ๊ะเอ๋ด้วยก็เหมือนถูกใจแบบมาก ๆ นั่งกรี๊ดแล้วก็หัวเราะออกมา ผมเลยหันมาตอบลูกน้องที่นั่งกินข้าวอยู่ด้วยกัน “อืม มึงไม่น่าซื้อบองเล่นมาเยอะหรอก ให้ป้าเขาเล่นจ๊ะเอ๋ก็พอแล้วมั้ง หัวเราะขนาดนั้นอะ” [หึหึ คงถูกใจน่ะครับ] เหล่าลูกน้องของไคน์หัวเราะออกมาเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูเทื่อเห็นเจ้าหนูตัวน้อยนั่งหัวเราะพร้อมของเล่นในมือเมื่อถูกจ๊ะเอ๋ แล้วเสียงดีไม่มีตก “เออ พรุ่งนี้ พม. จะเข้ามาที่บ้านนะ เขาจะมาดูเด็ก ดูเอกสาร แล้วก็ดูความพร้อมในส่วนต่าง ๆ กูนัดเวลาเอาไว้ประมาณ 13.00 น. ถ้าเขามาก็เปิดประตูแล้วเชิญเข้ามาเลย” [ได้ครับเฮีย ว่าแต่ มาแล้วน้องเขาก็เป็นลูกของเฮียเลยเหรอ] “ถ้าเขามาตาใจดู ติดต่อแม่เด็ก แล้วแม่เด็กยืนยันตัดใจว่าจะไม่เอาจริง ๆ เร็วสุดก็ 2 - 3 เดือน หรืออาจจะ 6 เดือน เพราะมันต้องยื่นศาลขอเป็นบุตรบุญธรรม” ผมอธิบายให้ลูกน้องฟัง เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะในการรับเลี้ยงเด็กสักคน อุ้มมาแล้วเลี้ยงได้เลยก็ไม่ได้ อาจจะโดนตำรวจจับถ้าพ่อแม่เด็กแจ้งความ ต้องทำเรื่องอะไรเรียบร้อยแล้วก็ต้องใช้เวลา ผมละสายตามองไปยังวัยตัวเล็กที่ตอนนี้นั่งหัวเราะอย่างอารมณ์ดีอยู่กับแม่บ้านด้วยความไร้เดียงสา โดยไม่รู้ชีวิตตัวเองกำลังเผชิญอยู่กับอะไร แล้วที่ผมรับเลี้ยงเพราะความสงสารนั่นแหละ น่าตาก็น่ารัก ผิวพรรณก็ดี แต่แม่ก็ยังเอามาทิ้ง เมื่อคิดมาถึงตรงนี้เลยถอนหายใจออกมา “เฮ้ออออ” เหล่าลูกน้องของไคน์มองตามสายตาของเจ้านายที่ไปหยุดอยู่ที่เด็กตัวเล็กแสนน่าร้กและสดใส ซึ่งพวกเขาเองก็ใจอ่อนยวบเมื่อเห็นหน้าน่ารักแต่ชีวิตทรหดตั้งแต่วัย 8 เดือน ทุกคนจึงนั่งทานข้าวเงียบ ๆ แต่ก็ไม่ลืมงานที่เข้านายสั่งเอาไว้ “เออ แล้วมึงอย่าลืมส่งส่วยตำรวจล่ะ เงินอย่าให้ขาด ไอ้พวกน้ำมันเถื่อน หมูเถื่อน สินค้านำเข้าแบบเถื่อนอะ ถ้าเงินขาดเดี๋ยวเป็นปัญหา” ผมนึกขึ้นได้เลยหันมากำชับลูกน้องเรื่องการส่งส่วย เพราะของในประเทศบางทีมันไม่พอ ผมก็รับนำเข้าแบบทางลัดด้วย เพราะฉะนั้นเวลาส่งส่วยมันต้องตรงเดี๋ยวเรื่องวุ่นวาย แล้วใครจะเปิดแต่เรื่องไม่โดนหรอก เพราะตำรวจยศน้อย ๆ เก็บ แต่ส่งให้นายใหญ่ ถ้าเปิดกันก็สะเทือนกันหมด สุดท้ายมันก็จะเงียบไปเอง แต่ผมก็รัดกุม เพราะผมจ้างหน้าม้าให้เปิดบัญชีและทำธุรกรรม แต่ไม่ใช่ซื้อแล้วจบกันนะ คนไหนที่มันท้าทายผมจะเอาข้อมูลมาทำธุรกรรม จากนั้นจะแปลงเงินเข้าสู่คริปโทเคอร์เรนซี “แล้วมึงอย่าลืมไปให้อาหารกับไอ้พวกบัญชีม้าด้วยล่ะ เดี๋ยวมันจะตายซะก่อน บอกมันว่า ถ้าใครทำตัวดี อีกไม่กี่เดือนสิ้นปีกูจะจ้างผู้หญิงให้มันปลดปล่อย” [ได้เลยครับเฮีย เฮียไม่ต้องกังวลครับ] “อืม เดี๋ยวกูจะให้พวกมันทำอะไรกันสักหน่อย เพื่อหาเงินเข้าเพิ่มอีกทาง พวกมึงว่าอะไรดีวะ” [เว็บพนันดีไหมครับเฮีย คนไทยชอบเสี่ยงโชคกันอยู่แล้ว] “เออ เข้าท่าดีว่ะ แต่เดี๋ยวกูตัดสินใจอีกที ถ้ามันตามล่าง่ายกูจะไม่ทำ เพราะตอนนี้รายได้กูก็พอละ แต่อยากให้ไอ้พวกชั้นใต้ดินมันทำงานไปด้วย”[ตาไคน์]คุณหญิงเนตรา เจ้าของร่างอวบอัดขาวเนียนผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนดัดลอนใหญ่ แต่งหน้าโทนแดง ใบหน้าสวยหวานสมวัย เธอสวมชุดกระโปรงเข้ารูปแขนกุดสีขาวเดินเข้ามาในบ้าน ในมือเรียวสวยเล็บสีแดงถือกระเป๋าแบรนด์เนมราคาหลักล้านเดินเข้ามาในบ้านพร้อมสามีที่เป็นคนจีน ตอนนี้เธออายุ 46 ปี แต่งงานเร็วและมีลูกเลย ลูกโตทันใช้ มีไคน์นี่แหละที่เป็นลูกหลง ไม่คิดจะมีแล้วก็ปุ๊บเข้าท้อง เมื่อรับรู้ว่าลูกคนเล็กอย่างไคน์รับเลี้ยงเด็กผู้หญิงวัยแปดเดือนหนึ่งจากการที่ไคน์โทรไปบอกเองเมื่อคืนวันนี้คุณหญิงเนตราจึงเดินทางมาที่บ้านหลังใหญ่ของไคน์พร้อมกันกับสามี“มาม๊า ปาป๊า สวัสดีครับ นั่งทานข้าวก่อนไหมครับ”“อาาาา คิก คิก”ผมยกมือไหว้ปาป๊าและมาม๊าที่เดินเข้ามาในบ้าน ลูกน้องผมทุกคนก็พากันยกมือไหว้ แต่มีคนหนึ่งเท่านั้นแหละ ไม่รับรู้อะไรกับเขาทั้งสิ้น ตอนนี้นั่งหัวเราะถูกอกถูกใจอยู่กับการเล่นจ๊ะเอ๋แล้วก็ของเล่น[นั่นน่ะเหรอ เด็ดที่พูดถึง ไหน อุ้มมาหาหน่อยสิ]หวัง ห่าวซวน ร่างสูงมีกล้ามเนื้อในชุดกางเกงขายาวสีดำและเสื้อยืดคอกลมสีขาว จากนั้นก็มองไปยังเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มีใบหน้าน่ารักตั้งแต่เด็ก ๆ แถมตอนนี้ยังนั่งหัวเราะอ
เวลา 10.06 น.“แงงงง อึก แงงงงง”ผมใช้มือเสยผมก่อนเดินลงบันไดมาจากชั้นสอง แล้วพอเดินลงมาก็ได้ยินเสียงของยัยเด็กเสียงดีขึ้นมาทันที แต่ก่อนบ้านผมเสียงเงียบมาก บ้านเก็บเสียงทั้งหลัง ส่วนลูกน้องผมมันจะพากันนั่งเล่นและพูดคุยข้างนอกเวลาไม่มีงาน แต่ตอนนี้มีเสียงแบบใหม่เพิ่มเข้ามาละ ผมเดินมาหยุดที่บริเวณโซนนั่งเล่นที่ตอนนี้มีแต่ของเด็กอ่อน เลยกอดอกและเอ่ยถามแม่บ้านออกไป“ป้าละออ เป็นอะไรอีกล่ะครับน่ะ”[อ๋อ พอดีหิวนมน่ะค่ะ แล้วป้าชงไม่ทันใจ]ผมมองไปยังป้าสายใจที่อุ้มยัยเด็กตัวเล็กที่ร้องไห้จนหน้าแดง ผมเลยขมวดคิ้ว เพราะเด็กวัยนี้จะรู้จักคำว่าหยุดคำว่าพอที่ไหนล่ะ“แงงงง อึก แงงงง”“ทีหลังป้าก็ชงเตรียมเอาไว้ได้เลยนะครับ นมมันเก็บหลายชั่วโมงอยู่แล้ว ร้องขนาดนั้นเดี๋ยวก็ขาดใจตายพอดี ชงเตรียมไว้มันจะทิ้งก็ปล่อยทิ้งไป ไม่ต้องมาชงในตอนที่หิวขนาดนี้”[ค่ะ ๆ ขออภัยด้วยนะคะ เดี๋ยวต่อไปป้าจะชงเตรียมเอาไว้ จะได้ไม่สะดุดค่ะ]ป้าละออและแม่บ้านต่างรับคำสั่งของเจ้านาย โดยที่ป้าละออนั้นรีบชงนม ส่วนป้าสายใจก็อุ้มเดินไปรอบ ๆ และปลอบประโลมเด็กน้อยในอ้อมแขน“ครับ”ผมเท้าเอวมองไปยังแม่บ้านและยัยเด็กตัวเล็กที่ตอนนี้ร
“คุณไคน์ ป้าอาบน้ำให้เจ้าหนูน้อยเรียบร้อยแล้วค่ะ” ผมเคี้ยวบะหมี่อยู่ก่อนจะหันไปมองทางป้าละออที่อุ้มยัยเด็กเสียงดีเข้ามาในห้องรับแขกอีกครั้ง อืม ดูดีขึ้น หน้าตาก็น่ารัก เพราะไม่สกปรกเหมือนตอนแรก ผิวขาว มีผ้าขนหนูห่อตัวเอาไว้เหลือแต่หน้ากลม ๆ ผมมองยัยเด็กตัวเล็กและหันมามองที่ถ้วยบะหมี่ต้มยำรสจัดของตัวเองเลยพูดออกตามที่คิด “กลมยังกับลูกชิ้นปลา” [ฮ่า ๆ] [หึหึ คุณไคนล่ะก็] “อาาา อะ อะ” [เฮ้ย อยู่กับป้าละออน้องตัวเล็กพูดได้แล้ว] เหล่าลูกน้องของไคน์ที่นั่งกินบะหมี่อยู่กับเจ้านายหัวเราะออกมาหลังไคน์เปรียบเทียบเจ้าหนูตัวเล็กกับลูกชิ้นปลา มองไปมองมาก็คล้ายอยู่เหมือนกันพวกเขาจึงอดที่จะหัวเราะไม่ได้ แต่พอได้ยินเสียงใส ๆ พูดออกเสียงก็พากันหันไปมองด้วยความตื่นเต้น เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวน้อยนั้นร้องให้อย่างเดียว [พูดที่ไหนเล่า เขาเรียกฝึกออกเสียง บอกให้มีเมียก็ไม่มีกัน แบบนี้แหละ เลยไม่เข้าใจ] ป้าละออส่ายหน้าเบา ๆ ให้กับลูกน้องผู้ชาย แล้วถ้าลูกต้องอยู่กันครบ ส่วนมากจะเป็นมื้อเช้า บรรยากาศภาวยในบ้านจะคล้ายโรงเรียนชายล้วนแบบไม่มีผิดเพี้ยน ผ้าละออนั่งลงที่พรมด้านล่างและวางเด็กน้อยไว้บนโซฟาราค
อุแว้ อุแว้ อุแว้!!! “อ้าว ไอ้การ์ดมึงยืนทำอะไรของมึง ไป รีบอุ้มไปไว้ที่อื่น กูจะกลับบ้านไปนอน!” ผมสูบบุหรี่จนหมดมวลก็เดินมาที่รถและเท้าเอวมองไอ้การ์ด มือขวาที่ไว้ใจได้อีกคนหลังจากหันไปแล้วเห็นมันยืนมองเด็กอยู่นิ่ง ๆ เหมือนไว้อาลัย [เฮียครับ ถ้าเราเอาไปไว้ที่อื่นหรือข้างถนนเด็กจะไม่ถูกรถเหยียบเหรอครับ หน้าตาน่ารักด้วยนะครับ] การ์ดหันไปมองยังเจ้านายของตนเองที่เดินเข้ามาหา แล้วเขารู้สึกสงสารเด็กน้อยคนนี้ หากเอาไปทิ้งข้างนอกข้างถนนก็กลัวว่าเด็กคนนี้จะถูกรถเหยียบ “จิ๊” ผมติ๊ในลำคออย่างขัดใจและปรายตามองไปยังเด็กตัวเล็กที่ถูกเอามาถึงไว้ ร้องไห้จนหน้าแดงตัวแดงไปหมด เผมเม้มปากอย่างใช้ความคิด ก่อนจะบอกให้ลูกน้องหยิบกระดาษที่อยู่ในผ้าออกมาดู “เอกสารอะไร มึงหยิบมาดูสิ” [ครับเฮีย] การ์ดพยักหน้าและหยิบเอกสารขึ้นมา ในใบกระดาษมีตัวอักษรที่ไม่ได้สวยเลยเขียนเอาไว้ว่า ช่วยรับเลี้ยงลูกฉันด้วย ฉันไม่มีเงิน ฉันไม่อยากฆ่าลูก ฉันจะไม่ไปยุ่งกับลูกอีกหลังจากนี้ ขอบคุณ การ์ดพยายามอ่านให้เจ้านายฟัง คำบางคำก็เขียนผิดแต่พออ่านจับใจความได้ และส่งใบเกิดอีกหนึ่งใบแนบให้ไป “สัสเอ๊ย เอากันแม่งไม่รู้จักถุงยา
[เฮีย มันหักหลังเราจริง ๆ ครับ ตอนนี้ผมจับมันไว้ที่โกงดังสุดท้าย]นิ้วเรียวยาวหยิบมือถือแบรนด์ผลไม้รุ่นล่าสุดตัวท็อปความจุสูงสุดกดรับสาย ไคน์ เจ้าของใบหน้าคมเข้มราวกับงานปั้น สันกรามชัดเป็นเส้นทำให้บุคลิกดูแข็งกร้าวแต่กลับดึงดูดอย่างประหลาด ดวงตาเรียวยาวหางตาคมทอดมองนิ่ง ๆ ก็เหมือนกดอารมณ์คนถูกมองให้หวั่นไหวโดยไม่รู้ตัว จมูกโด่งเป็นสันรับกับโครงหน้าพอดี ส่วนริมฝีปากได้รูปมีมุมยิ้มบาง ๆ ที่ดูเหมือนจะเย้ยโลกอยู่เสมอ ผมสีดำสนิทถูกเซ็ตยุ่งเล็กน้อยอย่างไม่ตั้งใจ ปอยผมด้านหน้าตกลงเหนือคิ้วเสริมให้เขาดูหล่อแบดปนอบอุ่นในคราวเดียวกัน ออร่าของเขาเงียบขรึม เย็นชา แต่กลับมีแรงดึงดูดรุนแรงจนใครก็ตามที่อยู่ใกล้ไม่อาจละสายตาได้เลย เขานั้นเป็นที่หมายปองของหญิงสาวทั้งไอโซด้วยกัน นักแสดงหญิง รวมทั้งหญิงสาวมากมายที่ได้พบเจอ“ดี มึงรออยู่ที่นั่น เดี๋ยวกูไปจัดการด้วยตัวเอง”ผมยกยิ้มที่มุมปากเมื่อได้เสียงปลายสายซึ่งเป็นมือขวาของผมเองโทรมารายงาน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมขอแนะนำตัวเลยก็แล้วกัน สวัสดีครับ ผม ไคน์ ชื่อจริง คาลิน ภักดิ์พิทักษ์วงศ์ ตอนนี้อายุ 22 ปี สูง 191 เซนติเมตร น้ำหนัก 67 กิโลกรัม เรียน







