Masukอุแว้ อุแว้ อุแว้!!!
“อ้าว ไอ้การ์ดมึงยืนทำอะไรของมึง ไป รีบอุ้มไปไว้ที่อื่น กูจะกลับบ้านไปนอน!” ผมสูบบุหรี่จนหมดมวลก็เดินมาที่รถและเท้าเอวมองไอ้การ์ด มือขวาที่ไว้ใจได้อีกคนหลังจากหันไปแล้วเห็นมันยืนมองเด็กอยู่นิ่ง ๆ เหมือนไว้อาลัย [เฮียครับ ถ้าเราเอาไปไว้ที่อื่นหรือข้างถนนเด็กจะไม่ถูกรถเหยียบเหรอครับ หน้าตาน่ารักด้วยนะครับ] การ์ดหันไปมองยังเจ้านายของตนเองที่เดินเข้ามาหา แล้วเขารู้สึกสงสารเด็กน้อยคนนี้ หากเอาไปทิ้งข้างนอกข้างถนนก็กลัวว่าเด็กคนนี้จะถูกรถเหยียบ “จิ๊” ผมติ๊ในลำคออย่างขัดใจและปรายตามองไปยังเด็กตัวเล็กที่ถูกเอามาถึงไว้ ร้องไห้จนหน้าแดงตัวแดงไปหมด เผมเม้มปากอย่างใช้ความคิด ก่อนจะบอกให้ลูกน้องหยิบกระดาษที่อยู่ในผ้าออกมาดู “เอกสารอะไร มึงหยิบมาดูสิ” [ครับเฮีย] การ์ดพยักหน้าและหยิบเอกสารขึ้นมา ในใบกระดาษมีตัวอักษรที่ไม่ได้สวยเลยเขียนเอาไว้ว่า ช่วยรับเลี้ยงลูกฉันด้วย ฉันไม่มีเงิน ฉันไม่อยากฆ่าลูก ฉันจะไม่ไปยุ่งกับลูกอีกหลังจากนี้ ขอบคุณ การ์ดพยายามอ่านให้เจ้านายฟัง คำบางคำก็เขียนผิดแต่พออ่านจับใจความได้ และส่งใบเกิดอีกหนึ่งใบแนบให้ไป “สัสเอ๊ย เอากันแม่งไม่รู้จักถุงยางหรือไงวะ” ผมอ่านดูรายละเอียดบนใบเกิดซึ่งมีแต่ชื่อของแม่ ระบุว่าตอนแจ้งเกิดแม่อายุ 15 ปี ช่องบิดาว่างเปล่า ไม่มี น่าจะเป็นวัยรุ่นท้องไม่พร้อมแล้วไม่มีเงินเลี้ยงลูกนั่นแหละ บอกพ่อแม่หรือเปล่าก็ไม่รู้ ผมมองไปยังเด็กที่นอนยกแขนขาไปมาและส่งเสียงร้องไห้ เห็นแล้วก็สงสาร ตัวแค่นี้ก็ถูกแม่เอามาทิ้ง ลูกน้องผมประมาณสิบคนก็มายืนล้อมมองดู ถ้ามันมีกล้องก็หาตัวไม่ยาก แต่โกดังสุดท้ายตรงนี้ผมเอาไว้เก็บคน เลยไม่ได้ติดกล้องวงจรปิดอยู่แล้ว “พวกมึงจะมองให้เด็กมันโตหรือไง ไป ใครอุ้มเป็นอุ้มมันขึ้นมา ชีวิตกูเนาะ ถ้าเจออะไรที่ไม่แปลกคงจะไม่ใช่กูมั้ง” การ์ดและลูกน้องทุกคนต่างพากันแอบยิ้มออกมา เพราะดีใจกับเด็กตัวน้อยที่มีชะตาชีวิตน่าสงสาร แถมยังถูกทอดทิ้ง คนที่พอจะอุ้มเป็นก็อุ้มเด็กขึ้นมาโดยถอดเสื้อคลุมและคลุม ๆ ตัวเด็กน้อยแทนผ้าผืนเก่า ๆ ที่ทิ้งเอาไว้ตรงนั้น เอาแต่เด็กน้อยมาและอุ้มมาขึ้นรถ ลูกน้องบางส่วนก็ขับรถนำและตามเพื่อดูแลความปลดภัยให้เจ้านาย บางส่วนตรวจดูความเรียบร้อยในคลังสินค้าและทำลายหลักฐานให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นรอยเลือดหรือร่องรอยต่าง ๆ ให้เหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น [ดีแล้วแหละ ไปอยู่กับคนรวย ๆ นะ] หญิงสาวที่สวมเสื้อผ้ากลางเก่ากลางใหม่แอบอยู่ในพุ่มไม้หนาและมองเหตุการณ์ทั้งหมด ตอนนี้เธอนั้นอายุ 16 ปี บ้านก็ยากจน และไม่ได้อยากมีลูกตั้งแต่แรก แต่มันพลาดไปแล้วและไม่ได้อยากเลี้ยง ไม่ได้รัก แต่ก็ไม่ได้อยากฆ่าลูก มองว่าลูกเป็นภาระ เพราะสามีใหม่อยากได้แค่เธอไม่อยากรับเลี้ยงลูก พอดีรู้ว่าเจ้าของคลังสินค้าที่ร่ำรวยมีเงินมากมายเลยตัดสินใจแอบเอาลูกมาทิ้งไว้ที่นี่ หากไม่มีคนรับเลี้ยงเธอจะไปเอาเอกสารทั้งหมดกลับมาและทิ้งลูกไว้ที่นี่และจะหนีไป เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยเลยค่อย ๆ แอบหนีออกจากที่นี่ แต่ทว่า [เฮ้ย มึงมาทำอะไร เห็นอะไรบ้างห๊ะ] ลูกน้องของไคย์ที่กระจายกันเดินตรวจความเรียบร้อยรอบ ๆ โกดังทุกโกดังเห็นพุ่มไม้สั่นไหวเลยย่องมาช้า ๆ ก่อนจะใช้ปลายกระบอกปืนจ่อที่ศีรษะของผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำตัวน่าสงสัยพร้อมเอ่ยถามออกไป หรือว่าอีนี่มันจะเป็นเมียของไอ้มอส คนที่นายเพิ่งจัดการไป [ฉันไม่เห็นอะไรเลยจ้ะ ฉันแค่เอาลูกมาทิ้งแค่นั้น เพิ่งมาได้ไม่กี่นาทีเองค่ะ] [มึงแน่ใจนะ] [แน่ใจค่ะ ฉันไม่เห็นอะไรเลย ปล่อยฉันไปเถอะนะ ผัวฉันรออยู่] หญิงสาวพูดด้วยน้ำเวียงหวาดกลัว แล้วเธอนั้นไม่เห็นอะไรเลยจริง ๆ เพราะเธอเองก็กลัวคนจับได้ เมื่อวิ่งมาถึงก็รีบเอาลูกไปวางไว้และมาแอบที่พุ่มไม้ตรงนี้ไม่นานถึงจะเห็นกลุ่มคนที่เดินออกมาจากด้านใน นอกเหนือจากนี้ที่ผู้ชายคนนี้ถามเธอนั้นไม่รู้เรื่อง [งั้นมึงรีบไปอย่ากลับมาอีก ถ้ากลับมามึงตาย] ลูกน้องของไคน์พูดดจบหญิงสาวคนนี้ก็วิ่งหนีไป และเขาจะไม่บอกเรื่องที่เจอแม่เด็กให้เจ้านายรู้เด็ดขาด เพราะเห็นสภาพของแม่เด็กแล้ว ท่าทางคล้ายจะเล่นยาด้วย เจ้าหนูน้อยถูกนายรับเลี้ยงจะได้มีชีวิตที่ดีกว่า เพราะท่าทางผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ต้องการลูกเลยแม้แต่นิดเดียว “เฮ้อออ กว่าแม่งจะหลับได้” ผมปรายตามองไปยังเด็กตัวเล็กที่ลูกน้องผมอุ้มอยู่ ซึ่งนั่งเบาะด้านหน้ามาด้วยกัน แล้วแม่วร้องอยู่นั่น ร้องจนรถจะระเบิดจนเงียบและหลับไป ผมเลยถอนหายใจและหยิบเกมมาเล่น [เฮียครับ เฮียจะเลี้ยงเองใช่ไหมครับ] “สงสารมันจัง มึงไม่รับไปเลี้ยงล่ะ” [โถถ เฮีย ผมช่วยเลี้ยงพอได้ครับ แต่ถ้าให้ผมเลี้ยงจริงจังเลยผมก็ไม่พร้อม เพราะผมเองก็เลี้ยงแม่ แม่ผมก็แก่แล้วเขาคงเลี้ยงเด็กให้ไม่ไหว อีกอย่างบ้านผมก็อยู่ในสลัม] “พอ ๆ ไม่ต้องมาละครชีวิตใส่กู พวกมึงที่นั่งอยู่ก็พากันหาข้อมูลว่าเด็กวัยนี้ต้องใช้อะไรบ้าง ของใช้มีอะไรบ้างแล้วไปซื้อมา นี่เพิ่งสามทุ่ม ห้างสรรพสินค้ายังเปิดอยู่ จากที่กูคำนวนเดือนเกิดเด็กนี่เพิ่ง 8 เดือน ผู้หญิง ดูนมของเด็ก 8 เดือนมาด้วย ส่วนเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายเดี๋ยวกูจัดการเอง” [ครับเฮีย] เมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอดที่บ้านสีขาวขนาดใหญ่พื้นที่กว้างขว้างต้นไม้เยอะของผมเอง แล้วทางด้านหลังจะเป็นตึกทำขึ้นมาคล้ายห้องเช่าเป็นที่อยู่ของลูกน้อง พอลงจากรถฝ่ายที่จะต้องไปซื้อของพวกมันก็รีบพากัส่นขับรถออกไป ส่วนผมก็เดินเข้ามาในบ้านโดยที่ไอ้การ์ดนั้นอุ้มเด็กเดินตามเข้ามาติด ๆ “มึงไปเรียกป้าละออมาอาบน้ำให้เด็กนี่ก่อน เนื้อตัวสกปรก มอมแมม] “ครับเฮีย” การ์ดวางเด็กน้อยไว้บนโซฟาราคาแพงก่อนจะรีบมาที่โซนห้องพักของแม่บ้าน จากนั้นก็เคาะประตูเรียกป้าละออ หัวหน้าแม่บ้านคนเก่าแก่เพื่อให้ไปช่วยอาบน้ำให้เจ้าหนูตัวน้อยคนนั้นหน่อย ขนาดมอมแมมยังน่ารัก ถ้าสะอาดแล้วคงน่ารักขึ้นมากแน่ ๆ [ป้าละออ นายรับเลี้ยงผู้หญิง 8 เดือน คนหนี่ง เก็บได้ข้างถังขยะ แม่เด็กเอามาทิ้ง ป้าละออไปอาบน้ำให้หน่อย พวกไอ้จั๊มมันกำลังไปซื้อของใช้กับนมแล้วครับป้า] [ห๊ะ เด็ก] [ใช่ป้า แต่ไม่ใช่อีหนูนะ เด็กแบเบาะ 8 เดือน] ป้าละออแปลกใจเล็กน้อยที่คุณไคน์นั้นอยู่ ๆ รับเลี้ยงเด็กเล็ก ๆ เพราะโดยปกติมักจะเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยสนใจใคร ไม่ชอบความวุ่นวาย หวงเวลาส่วนตัว ถ้าไม่ออกไปทำงานอยู่ที่บ้านก็เหมือนเด็กติดเกมคนหนึ่ง เมื่อรู้เธอนั้นก็รีบเดินออกมาที่ห้องรับแขก และไม่ลืมบอกให้แม่บ้านอุ่นกับข้าวที่เตรียมเอาไว้แล้วให้กับไคน์ “นั่นครับป้า” ผมกำลังพูดคุยกับ พม. ในเขตพื้นที่ที่อยู่ เพราะต้องติดต่อเรื่องยัยเด็กนี่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าไม่ทำเรื่องประสานเอาไว้อย่างถูกต้องเดี๋ยวหาว่าผมไปขโมยลูกคนอื่นเขามาอีก ก่อนจะใช้นิ้วและบอกตำแหน่งท่ี่ยัยเด็กนั่นนอนอยู่ พูดคุยกันต่ออีกนิดก็กดวางสายหลังคุยจบแล้วเรียบร้อย “ค่ะ ๆ เดี๋ยวป้าจัดการให้ค่ะ” แงงงงงง อึก แงงงงง ผมใช้มือปิดหูตัวเองทันทีเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ดังไปทั่วบ้านอีกครั้งเพราะป้าเขาอุ้มขึ้นเด็กนี่ก็ตื่นมาร้องไห้ ซึ่งป้าเขาก็รู้ว่าเดี๋ยวผมรำคาญเลยรีบอุ้มและเดินออกไปจากโซนรับแขก ผมเลยเอามือลง เมื่อแม่บ้านตั้งโต๊ะเลยเดินมานั่งทานข้าว ซึ่งเมนูวันนี้เป็นบะหมี่หมูแดง แล้วบ้านผมทำข้าวทีหนึ่งก็เยอะมาก ๆ เหมือนทำแจกอะ เพราะทำให้ไอ้พวกลูกน้องมากินด้วย ส่วนมากจะเป็นอาหารแบบจาน ๆ และในปริมาณที่เยอะ ตักใครตักมันได้เลย ผมกับลูกน้องอีกสี่ห้าคนก็เริ่มนั่งกินบะหมี่หมูแดงโดยที่ผมนั่งบริเวณหัวโต๊ะทานข้าวที่ยาวพอสมควร เพราะลูกน้องเยอะ นั่งได้ประมาณ 20 คน แล้วมีสามชุด โซนทานข้าวตรงนี้เลยค่อยข้างกว้างและใหญ่มากพอสมควร แล้วผมกินอะไรก็เลี้ยงพวกมันแบบนั้นแหละ อยู่กันแบบพี่น้อง แต่ถ้าใครเกินการควบคุมก็กระทืบ “หมูกรอบค่ะ” “อืม ๆ” ผมพยักหน้าให้หัวแม่บ้านที่ยกจานหมูกรอบหั่นชิ้นมาวางให้สามสี่จานใหญ่ ผมเลยพยักหน้าในขณะที่เคี้ยวบะหมี่ในปาก แล้วก็เปิดดูรีวิวเกมภาคใหม่จากค่ายเกมที่ผมซื้อเล่น ว่า DLC นี้มีอะไรน่าสนใจ [อือหือ โคตรอร่อย] [อือ หรือว่าเราหิววะ] [กูว่าทั้งคู่ เฮียครับ ผมจะสั่งล่วงหน้ากับป้าแม่บ้านเพิ่มอีกถ้วย เฮียเอาไหมครับ] “อืม เอามาเผื่อกูด้วย บะหมี่ต้มยำน้ำใส บอกเขาปรุงรสจัดมาเลย กูขี้เกียจปรุงเพิ่ม แล้วบอกป้าเขาว่าอย่าปรุงหวาน” [ได้ครับเฮีย] “อาาาา อา บะ” [หึหึ อารมณ์ดีหรือ สงสัยที่ร้องไห้อยากอาบน้ำล่ะสิท่า แล้วอย่าอ้อนให้มากรู้ไหม เดี๋ยวจะโดนดุ ต้องว่านอนสอนง่ายนะ] ป้าละออพูดคุยกับเด็กน้อยใบหน้าน่ารักที่ตอนนี้อารมณ์ดียิ้มร่าเริงแถมยังเริ่มออกเสียงเพื่อพูดคุย เนื้อตัวมอมตอนนี้ผิวขาวเนียนละเอียด แก้มแดง ไม่ใช่เด็กผอมแห้ง แต่ก็ไม่ได้อวบอ้วน ต้องอ้วนกว่าอีกหน่อยถึงจะน่ารัก และเธอนั้นไม่มีลูกหลาน เป็นคนรับใช้บ้านคุณไคน์มาตั้งแต่ยังสาว เลี้ยงและดูแลเจ้านายในช่วงอายุเท่านี้มาเหมือนกัน เมื่อเห็นใบหน้าน่ารักยิ้มแย้มและพูดคุยเจรจาก็อดเอ็นดูไม่ได้ เพราะบ้านนี้มีแต่ผู้ชาย มีแม่บ้านผู้หญิงวัยแก่ ๆ เช่นเธออยู่ 5 คน มีเด็ก ๆ มาอยู่คงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียว เธออาบน้ำให้โดยขัดถูกเบา ๆ ทุกซอกทุกมุมเรียบร้อยแล้วแม่บ้านอีกคนก็เอาผ้าขนหนูคลุมตัวเอาไว้และพามาเช็ดตัวทาแป้ง[ตาไคน์]คุณหญิงเนตรา เจ้าของร่างอวบอัดขาวเนียนผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนดัดลอนใหญ่ แต่งหน้าโทนแดง ใบหน้าสวยหวานสมวัย เธอสวมชุดกระโปรงเข้ารูปแขนกุดสีขาวเดินเข้ามาในบ้าน ในมือเรียวสวยเล็บสีแดงถือกระเป๋าแบรนด์เนมราคาหลักล้านเดินเข้ามาในบ้านพร้อมสามีที่เป็นคนจีน ตอนนี้เธออายุ 46 ปี แต่งงานเร็วและมีลูกเลย ลูกโตทันใช้ มีไคน์นี่แหละที่เป็นลูกหลง ไม่คิดจะมีแล้วก็ปุ๊บเข้าท้อง เมื่อรับรู้ว่าลูกคนเล็กอย่างไคน์รับเลี้ยงเด็กผู้หญิงวัยแปดเดือนหนึ่งจากการที่ไคน์โทรไปบอกเองเมื่อคืนวันนี้คุณหญิงเนตราจึงเดินทางมาที่บ้านหลังใหญ่ของไคน์พร้อมกันกับสามี“มาม๊า ปาป๊า สวัสดีครับ นั่งทานข้าวก่อนไหมครับ”“อาาาา คิก คิก”ผมยกมือไหว้ปาป๊าและมาม๊าที่เดินเข้ามาในบ้าน ลูกน้องผมทุกคนก็พากันยกมือไหว้ แต่มีคนหนึ่งเท่านั้นแหละ ไม่รับรู้อะไรกับเขาทั้งสิ้น ตอนนี้นั่งหัวเราะถูกอกถูกใจอยู่กับการเล่นจ๊ะเอ๋แล้วก็ของเล่น[นั่นน่ะเหรอ เด็ดที่พูดถึง ไหน อุ้มมาหาหน่อยสิ]หวัง ห่าวซวน ร่างสูงมีกล้ามเนื้อในชุดกางเกงขายาวสีดำและเสื้อยืดคอกลมสีขาว จากนั้นก็มองไปยังเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มีใบหน้าน่ารักตั้งแต่เด็ก ๆ แถมตอนนี้ยังนั่งหัวเราะอ
เวลา 10.06 น.“แงงงง อึก แงงงงง”ผมใช้มือเสยผมก่อนเดินลงบันไดมาจากชั้นสอง แล้วพอเดินลงมาก็ได้ยินเสียงของยัยเด็กเสียงดีขึ้นมาทันที แต่ก่อนบ้านผมเสียงเงียบมาก บ้านเก็บเสียงทั้งหลัง ส่วนลูกน้องผมมันจะพากันนั่งเล่นและพูดคุยข้างนอกเวลาไม่มีงาน แต่ตอนนี้มีเสียงแบบใหม่เพิ่มเข้ามาละ ผมเดินมาหยุดที่บริเวณโซนนั่งเล่นที่ตอนนี้มีแต่ของเด็กอ่อน เลยกอดอกและเอ่ยถามแม่บ้านออกไป“ป้าละออ เป็นอะไรอีกล่ะครับน่ะ”[อ๋อ พอดีหิวนมน่ะค่ะ แล้วป้าชงไม่ทันใจ]ผมมองไปยังป้าสายใจที่อุ้มยัยเด็กตัวเล็กที่ร้องไห้จนหน้าแดง ผมเลยขมวดคิ้ว เพราะเด็กวัยนี้จะรู้จักคำว่าหยุดคำว่าพอที่ไหนล่ะ“แงงงง อึก แงงงง”“ทีหลังป้าก็ชงเตรียมเอาไว้ได้เลยนะครับ นมมันเก็บหลายชั่วโมงอยู่แล้ว ร้องขนาดนั้นเดี๋ยวก็ขาดใจตายพอดี ชงเตรียมไว้มันจะทิ้งก็ปล่อยทิ้งไป ไม่ต้องมาชงในตอนที่หิวขนาดนี้”[ค่ะ ๆ ขออภัยด้วยนะคะ เดี๋ยวต่อไปป้าจะชงเตรียมเอาไว้ จะได้ไม่สะดุดค่ะ]ป้าละออและแม่บ้านต่างรับคำสั่งของเจ้านาย โดยที่ป้าละออนั้นรีบชงนม ส่วนป้าสายใจก็อุ้มเดินไปรอบ ๆ และปลอบประโลมเด็กน้อยในอ้อมแขน“ครับ”ผมเท้าเอวมองไปยังแม่บ้านและยัยเด็กตัวเล็กที่ตอนนี้ร
“คุณไคน์ ป้าอาบน้ำให้เจ้าหนูน้อยเรียบร้อยแล้วค่ะ” ผมเคี้ยวบะหมี่อยู่ก่อนจะหันไปมองทางป้าละออที่อุ้มยัยเด็กเสียงดีเข้ามาในห้องรับแขกอีกครั้ง อืม ดูดีขึ้น หน้าตาก็น่ารัก เพราะไม่สกปรกเหมือนตอนแรก ผิวขาว มีผ้าขนหนูห่อตัวเอาไว้เหลือแต่หน้ากลม ๆ ผมมองยัยเด็กตัวเล็กและหันมามองที่ถ้วยบะหมี่ต้มยำรสจัดของตัวเองเลยพูดออกตามที่คิด “กลมยังกับลูกชิ้นปลา” [ฮ่า ๆ] [หึหึ คุณไคนล่ะก็] “อาาา อะ อะ” [เฮ้ย อยู่กับป้าละออน้องตัวเล็กพูดได้แล้ว] เหล่าลูกน้องของไคน์ที่นั่งกินบะหมี่อยู่กับเจ้านายหัวเราะออกมาหลังไคน์เปรียบเทียบเจ้าหนูตัวเล็กกับลูกชิ้นปลา มองไปมองมาก็คล้ายอยู่เหมือนกันพวกเขาจึงอดที่จะหัวเราะไม่ได้ แต่พอได้ยินเสียงใส ๆ พูดออกเสียงก็พากันหันไปมองด้วยความตื่นเต้น เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวน้อยนั้นร้องให้อย่างเดียว [พูดที่ไหนเล่า เขาเรียกฝึกออกเสียง บอกให้มีเมียก็ไม่มีกัน แบบนี้แหละ เลยไม่เข้าใจ] ป้าละออส่ายหน้าเบา ๆ ให้กับลูกน้องผู้ชาย แล้วถ้าลูกต้องอยู่กันครบ ส่วนมากจะเป็นมื้อเช้า บรรยากาศภาวยในบ้านจะคล้ายโรงเรียนชายล้วนแบบไม่มีผิดเพี้ยน ผ้าละออนั่งลงที่พรมด้านล่างและวางเด็กน้อยไว้บนโซฟาราค
อุแว้ อุแว้ อุแว้!!! “อ้าว ไอ้การ์ดมึงยืนทำอะไรของมึง ไป รีบอุ้มไปไว้ที่อื่น กูจะกลับบ้านไปนอน!” ผมสูบบุหรี่จนหมดมวลก็เดินมาที่รถและเท้าเอวมองไอ้การ์ด มือขวาที่ไว้ใจได้อีกคนหลังจากหันไปแล้วเห็นมันยืนมองเด็กอยู่นิ่ง ๆ เหมือนไว้อาลัย [เฮียครับ ถ้าเราเอาไปไว้ที่อื่นหรือข้างถนนเด็กจะไม่ถูกรถเหยียบเหรอครับ หน้าตาน่ารักด้วยนะครับ] การ์ดหันไปมองยังเจ้านายของตนเองที่เดินเข้ามาหา แล้วเขารู้สึกสงสารเด็กน้อยคนนี้ หากเอาไปทิ้งข้างนอกข้างถนนก็กลัวว่าเด็กคนนี้จะถูกรถเหยียบ “จิ๊” ผมติ๊ในลำคออย่างขัดใจและปรายตามองไปยังเด็กตัวเล็กที่ถูกเอามาถึงไว้ ร้องไห้จนหน้าแดงตัวแดงไปหมด เผมเม้มปากอย่างใช้ความคิด ก่อนจะบอกให้ลูกน้องหยิบกระดาษที่อยู่ในผ้าออกมาดู “เอกสารอะไร มึงหยิบมาดูสิ” [ครับเฮีย] การ์ดพยักหน้าและหยิบเอกสารขึ้นมา ในใบกระดาษมีตัวอักษรที่ไม่ได้สวยเลยเขียนเอาไว้ว่า ช่วยรับเลี้ยงลูกฉันด้วย ฉันไม่มีเงิน ฉันไม่อยากฆ่าลูก ฉันจะไม่ไปยุ่งกับลูกอีกหลังจากนี้ ขอบคุณ การ์ดพยายามอ่านให้เจ้านายฟัง คำบางคำก็เขียนผิดแต่พออ่านจับใจความได้ และส่งใบเกิดอีกหนึ่งใบแนบให้ไป “สัสเอ๊ย เอากันแม่งไม่รู้จักถุงยา
[เฮีย มันหักหลังเราจริง ๆ ครับ ตอนนี้ผมจับมันไว้ที่โกงดังสุดท้าย]นิ้วเรียวยาวหยิบมือถือแบรนด์ผลไม้รุ่นล่าสุดตัวท็อปความจุสูงสุดกดรับสาย ไคน์ เจ้าของใบหน้าคมเข้มราวกับงานปั้น สันกรามชัดเป็นเส้นทำให้บุคลิกดูแข็งกร้าวแต่กลับดึงดูดอย่างประหลาด ดวงตาเรียวยาวหางตาคมทอดมองนิ่ง ๆ ก็เหมือนกดอารมณ์คนถูกมองให้หวั่นไหวโดยไม่รู้ตัว จมูกโด่งเป็นสันรับกับโครงหน้าพอดี ส่วนริมฝีปากได้รูปมีมุมยิ้มบาง ๆ ที่ดูเหมือนจะเย้ยโลกอยู่เสมอ ผมสีดำสนิทถูกเซ็ตยุ่งเล็กน้อยอย่างไม่ตั้งใจ ปอยผมด้านหน้าตกลงเหนือคิ้วเสริมให้เขาดูหล่อแบดปนอบอุ่นในคราวเดียวกัน ออร่าของเขาเงียบขรึม เย็นชา แต่กลับมีแรงดึงดูดรุนแรงจนใครก็ตามที่อยู่ใกล้ไม่อาจละสายตาได้เลย เขานั้นเป็นที่หมายปองของหญิงสาวทั้งไอโซด้วยกัน นักแสดงหญิง รวมทั้งหญิงสาวมากมายที่ได้พบเจอ“ดี มึงรออยู่ที่นั่น เดี๋ยวกูไปจัดการด้วยตัวเอง”ผมยกยิ้มที่มุมปากเมื่อได้เสียงปลายสายซึ่งเป็นมือขวาของผมเองโทรมารายงาน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมขอแนะนำตัวเลยก็แล้วกัน สวัสดีครับ ผม ไคน์ ชื่อจริง คาลิน ภักดิ์พิทักษ์วงศ์ ตอนนี้อายุ 22 ปี สูง 191 เซนติเมตร น้ำหนัก 67 กิโลกรัม เรียน







