Masuk[เอาล่ะ เจ้าหญิงน้อยของเราหลับไปแล้ว]
[ว่าแต่ เราตั้งชื่อให้เจ้าหนูน้อยหรือยังล่ะ] ”ยังเลยครับป๊า นี่เป็นชื่อจริงกับนามสกุลในใบเกิดครับ” ผมละสายตาและวางมือถือที่กำลังกดเกมเล่น จากนั้นก็ส่งซองเอกสาร สมบัติชิ้นเดียวที่ติดตัวยัยเด็กตัวเล็กมาไปให้ป๊ากับม๊า [ไม่เอาหรอก มาอยู่กับเราแล้วก็ตั้งใหม่ไปเลยแล้วกัน] คุณหญิงเนตราสั่นศีรษะพร้อมรับซองเอกสารมาเปิดดู แล้วไม่ใช่ว่าชื่อเดิมไม่ดี แต่มาอยู่ด้วยกันกับเธอแล้วเธอก็อยากให้สิ่งที่ดีที่สุด และทุกอย่างต้องใหม่ทั้งหมด อย่างเดิมก็ถือว่าทิ้งไป จากนั้นเธอ สามี และลูกชายจึงช่วยกันตั้งชื่อให้กับเด็กตัวน้อยที่ตอนนี้กินนมนอนหลับปุ๋ยไปแล้ว [ชื่ออะไรดีนะ ไคน์ งั้นชื่อ ครีม แล้วกัน] “มาม๊า คนชื่อครีมมีเยอะแล้วนะ ผมอยากได้ชื่อที่ไม่ค่อยซ้ำใคร หรือถูกใช้ไปไม่เยอะ” [ก็ ครีมริน เป็นยังไงล่ะ ไม่ค่อยเหมือนใคร ถ้าเรียกก็รู้เลยว่าคนไหน ไม่ค่อยซ้ำแน่นอน อีกอย่างก็คล้ายชื่อจริงของเราด้วย คาลิน กับ ครีมริน ] “เอาชื่อนี้ก็ได้ครับ” ผมพยักหน้าแล้วก็ค่อนข้างพอใจในชื่อที่มาม๊าตั้งให้ยับเด็กตัวเล็กพอสมควร พอจับมาผสมกันก็เป็นชื่อใหม่ อาจจะซ้ำบ้าง แต่ไม่ค่อยเยอะ ส่วนชื่อจริงผมเป็นคนตั้งจนได้ชื่อที่พอใจ “ชื่อจริงก็ สิริรินทร์ แล้วกันครับ ความหมายก็ ความเป็นสิริมงคลที่ไหลมา” [อืม ๆ แกตั้งชื่อเพราะนะเนี่ย ครีมริน ศิริรินทร์ ภักดิ์พิทักษ์วงศ์ เอาไว้ยื่นเรื่องเรียบร้อยแล้วก็ค่อยไปเปลี่ยนชื่อจริงและนามสกุลทีหลัง ส่วนชื่อเล่นก็เรียกได้เลย ทุกคนต้องเรียกให้ครบด้วยล่ะ ตอนนี้เด็กวัยนี้เขาจะเริ่มจำชื่อของตัวเองได้แล้ว แล้วก็มีคุณนำหน้าด้วยล่ะ พอเจ้าหนูน้อยเริ่มจำชื่อตัวเองได้ก็จะเรียกว่า คุณหนู หรือ คุณหนูน้อย ก็ว่ากันไป รู้ไหม] [รับทราบค่ะคุณนาย] [อืม ดีมาก แล้วพื้นห้องนั่งเล่นใครเป็นแม่บ้านก็ทำความสะอาดให้เรียบร้อย และฉีดสเปรย์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคด้วย ห้ามสกปรก ที่สำคัญ ต่อไปนี้ ป้าละออกับป้าสายใจน่ะ ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง ก็คือเลี้ยง อาบน้ำ ชงนม ไม่ต้องไปทำอะไรอย่างอื่น งานบ้านอื่น ๆ ห้ามเลบ คนไม่พอก็จ้างแม่บ้านมาเพิ่ม แล้วจ้างกับบริษัทเหมือนเดิมล่ะ อย่าไปจ้างสุ่มสี่สุ่มห้า คนสมัยนี้มากหน้าหลายตา เชื่อใจใครไม่ได้เด็ดขาด] คุณหญิงเนตราไม่ลืมที่จะกำชับและแจกจ่ายงานให้กับคนงาน เพราะพี่เลี้ยงจะไม่มีสิทธิ์ไปจับอุปกรณ์ทำความสะอาดอะไรทั้งสิ้น ให้ดูแลแค่ลูกสาวบุญธรรมตัวน้อยอย่างครีมรินเพียงอย่างเดียว แม่บ้านทำความสะอาดก็ทำความสะอาดเท่านั้น ห้ามมาชงนมหรืออะไรก็ตามแต่ พร้อมกับเอ่ยเตือนเรื่องจ้างแม่บ้าน หากลูกชายต้องการจ้างเพิ่ม “ครับม๊า เรื่องนี้ม๊าไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมเองก็จะจ้างครูสอนภาษามาด้วย ภาษาจีนกับอังกฤษ ให้มาพาร้องเพลง พูดสื่อสาร สอนตั้งแต่ตอนนี้จะได้เข้าใจและสื่อสารได้เร็ว” [อืม ดี ๆ ป๊าเองก็จะพูดจีนกับเจ้าตัวน้อย แล้วพอสามขวบก็เรียนนานาชาติของเพื่อนป๊า] ผม ป๊า และม๊าพากันปรึกษาและวางแผนให้กับยัยตัวเล็ก ที่ตอนนี้ยังไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น แต่สำหรับผม ตอนนี้มาอยู่ในความดูแลของผม ไม่ว่าอะไรผมก็จะให้ทุกอย่างที่ดีที่ดีที่ให้ได้ แต่คงจะตามใจบ้างขัดใจบ้างอยู่เหมือนกัน ถ้าตามใจตั้งแต่แรกไปเรื่อย ๆ อาจจะเป็นเด็กที่นิสัยไม่ดีในอนาคต “จริงด้วยครับ พรุ่งนี้จะมีคนมาถ่ายรูปของยัยตัวเล็ก” [ครีมริน] คุณหญิงเนตราท้วงลูกชายและทำหน้านิ่ง ๆ และย้ำว่าให้เรียกชื่อเล่นที่เพิ่งตั้งกันไป เพื่อให้เจ้าหนูน้อยจดจำขื่อของตัวเองได้หากโดนเรียกบ่อย ๆ “ครับ พรุ่งนี้จะมีช่างภาพมาถ่ายรูปของครีมริน เป็นช่างภาพถ่ายรูปเด็กโดยเฉพาะครับ” [ดีมาก ต้องเรียกให้ชินปากเอาไว้ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ม๊าจะเตรียมชุดเอาไว้ด้วย คุณด้วยนะคะ เป็นโทนสีขาวแล้วกัน สะอาด บริสุทธิ์ เราก็มาถ่ายด้วยกันนะตาไคน์] “ครับ” ผมพยักหน้าและตอบรับม๊ากลับไป เพราะถ่ายเก็บไว้ก็ดี เพราะจะได้เห็นช่วงแรกตั้งแต่มาอยู่ด้วยกัน แล้วขณะที่คุยไปมาก็พูดถึงส่วนอื่น ๆ ที่ยังขาดอยู่ เป็นพวกโซนของเล่นนอกบ้าน เพราะบ้านผมเนื้อที่เยอะ หามุมวางของเล่นเพิ่มใต้ต้นไม้ใหญ่หรืออะไรก็ว่าไป หลายชั่วโมงต่อมา “อาาา แอออ” [ว่ายังไง เราชื่อเล่นชื่อครีมรินนะ รู้หรือเปล่า น้องครีมริน] “กรี๊ดดด อา จา จา จะ” [หึหึ ดูท่าจะชอบ ตาไคน์ เคยอุ้มครีมรินบ้างหรือยังเราน่ะ] “ยังครับ” [เอ้า มาสิ มาลองอุ้ม แล้วจะรับเลี้ยงเป็นลูก อุ้มยังไม่เคยอุ้ม มา มาลองอุ้มบ้าง] คุณหญิงเนตราเรียกลูกชายให้ขยับเข้ามาหา และสอนให้อุ้มครีมริน เพราะยังไงก็ต้องลองอุ้มและอุ้มด้วยตัวเองด้วย เพื่อให้เกิดความเคยชิน เมื่อสอนแล้วคุณหญิงเนตราก็ยกยิ้มที่มุมปากเมื่อเห็นท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ของลูกชายเมื่อมีเจ้าเด็กน้อยตัวกลมอยู่ในอ้อมแขน ท่าทางต้องฝึกอีกนิดแต่ครั้งแรกได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเก่ง “อาาา อา แงงงง อึก แงงงง” “อ้าว เป็นไรล่ะ” ผมก้มมองพร้อมกับขมวดคิ้วและถามออกไป ทั้ง ๆ ที่ยัยเด็กตัวเล็กก็ยังพูดไม่ได้ แต่ผมก็งงว่าร้องทำไม ตอนแรกก็ยังมองไปมาดี ๆ อยู่นะ นมก็กินไปแล้วหลังตื่นนอน [อยากเดินเล่นล่ะมั้ง ลองพาหนูครีมรินเดินเล่นสิ] คุณหญิงเนตราบอกลูกชายที่ยืนทำหน้างงมองเจ้าหนูน้อยครีมริน เธอเลยหัวเราะออกมาเบา ๆ และบอกให้ลูกชายลองพาเดินเล่น พาได้เดินเล่นเสียงที่ร้องก็เงียบลงในทันที “เดินถึงตอนไหนครับม๊า” [ก็จนกว่าครีมรินจะเบื่อนั่นแหละ] “แต่ผมอุ้มไม่เป็น” ผมมองหน้าเด็กน้อยที่ร้องงอแงในอ้อมแขน แต่ว่าผมไม่เคยมีลูก น้องก็ไม่เคย ไม่เคยอุ้มเด็ก ไม่รู้ว่ามันต้องอุ้มแบบไหน เลยถามม๊าออกไป [อุ้มแบบนี้ ไม่ต้องอุ้มนอนแล้ว อุ้มแบบหันหน้าออก ครีมรินจะได้เห็นทุกคน แล้วก็ต้องเดินช้า ๆ ด้วยนะ อย่าเดินเร็ว ไป ได้แล้วล่ะ] คุณหญิงเนตรากลุกขึ้นมาช่วยจัดท่าทางและบอดลูกชายว่าต้องอุ้มแบบไหน เดินเร็วหรือช้า และแอบอมยิ้มในใจ เพราะปกติลูกคนนี้จะดุเดือดกว่าทุกคน ทั้งนิสัยทั้งการทำงาน เห็นแบบนี้แล้วเธอก็ค่อนข้างพอใจ ได้สัมผัสกับอะไรที่อ่อนโยนจะได้คิดอยากมีครอบครัวกับคนอื่นเขาบ้าง “อาาาา จา จา จะ” “พูดอะไร พูดเป็นคำสิ” ผมอุ้มยัยเด็กตัวเล็กที่ตอนนี้เสียงใสอารมณ์ดี พูดคุย ยกแขนขาบางครั้ง แต่น้ำหนักเอาเรื่องเหมือนกันนะ แล้วพูดคุยแต่ก็ยังเป็นภาษาเด็ก ไม่ได้เป็นคำ ๆ ที่รู้เรื่องอะไรหรอก “จา จา! จะ” “อยู่นิ่ง ๆ เดี๋ยวก็ตกลงไปหรอก” [ฮึ เดี๋ยวบอกให้พูด เดี๋ยวบอกให้อยู่นิ่ง หนูครีมรินจะรู้เรื่องไหมล่ะ] หวัง ห่าวซวน มองลูกชายคนเล็กก่อนจะหัวเราะออกมาในลำคอเบา ๆ เมื่อได้ยินประโยคที่พูดกับหนูน้อย ซึ่งพูดแบบผู้ใหญ่ อีกคนก็ตอบโต้แบบภาษาเด็กน้อย ไม่รู้ใครจะรู้เรื่องก่อนกัน แต่ถึงแม้ใคน์จะอุ้มเด็กครั้งแรก แต่ก็ประสบความสำเร็จ เขาที่เป็นพ่อก็ไม่ค่อยได้เห็นมุมที่พอจะอ่อนโยนจากลูกชายเท่าไหร่ เพราะไคน์เป็นคนอารมณ์ร้อน ยิ่งทำงานมีแต่ผู้ชายยิ่งไปใหญ่ การมีเด็กผู้หญิงเข้ามาในชีวิตก็ดีเหมือนกัน [นั่นสิคะ ไคน์ คุยกับครีมรินเสียงอ่อนโยนด้วยสิ เดี๋ยวก็กลัวกันพอดี] “กรี๊ดดด อา จา จะ!” ผมเลิกคิ้วมองยันเด็กตัวน้อยที่พอม๊าพูดจบก็ขยับแขนขาแล้วก็ส่งเสียงดังไปทั่วบ้าน ยิ่งเหมือนเห็นอะไรถูกใจก็ยิ่งเสียงดัง ไม่มีท่าทีหวาดกลัวหรือตกใจเลยแม้แต่สักนิดเดียว “นี่กลัวแล้วเหรอครับม๊า เสียงดังทั่วบ้านเลยนะครับ” [จิ๊ เรานี่] คุณหญิงเนตราอดจะจิ๊ปากใส่ลูกชายไม่ได้เมื่อลูกตอบกลับมาแบบกวน ๆ และยิ้มออกมาเมื่อเห็นใบหน้าเล็ก ๆ กลม ๆ น่ารักมองไปมาและเงยหน้าขึ้นมองไคน์ “อาาา จา จะ” “อะไร ต้องฝึกพูดเป็นคำ ๆ ได้แล้วรู้หรือเปล่า โตแล้ว ให้ป้าเขาสอน” ผมก้มหน้ามองใบหน้าเล็ก ๆ ที่เงยขึ้นมอง แล้วผมก็ไม่ลดเสีบงเปลี่ยนเสียงหรอก เสียงปกติทั่วไปของผมนี่แหละ แล้วที่ผมพูดก็เรื่องจริง ตอนนี้จะให้แม่บ้านสอนการพูดได้แล้ว เพราะเดี๋ยวยังไงก็ต้องบอกลาภาษาเด็ก ผมพาเดินต่อ เดินช้า ๆ ไปทั่วบ้าน [กูไม่เคยเห็นนายเป็นแบบนี้เลยนะ] [ฮึ กูว่า เฮียจะเป็นมากกว่านี้อีก มึงคอยดูเถอะ] การ์ดและลูกน้องคนอื่น ๆ ต่างพากันมองไปที่เจ้านายและกระซิบกระซาบกันเบา ๆ เพราะไม่เคยเห็นเจ้านายเป็นแบบนี้สักที ตอนแรกรับเลี้ยง ตอนนี้เริ่มอุ้มและพูดคุยด้วย เป็นภาพที่เห็นได้ยากมากสำหรับพวกเขาหากชื่นชอบเรื่องนี้ ฝากกดติดตามนักเขียน คอมเมนท์ กดถูกใจ ฝากสนับสนุน เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนคนนี้ด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ🙇♀️
หลายสิบปีต่อมา“คุณหนูครีมริน คุณหนูคะ แต่งตัวเสร็จหรือยังคะ เดี๋ยวจะสายเอานะคะ”ร่างอวบอัด ใบหน้ารูปไข่ ปากอวบอิ่มทรงกระจับ มีแก้มเล็กน้อย มีลักยิ้มที่แก้มทั้งสองข้าง ดวงตากลมโตสองชั้น ขนตางอนยาว ผิวขาวอมชมพูเนียนละเอียดเป็นอย่างมาก ผมยาวสลวยเงางามยาวถึงเอวสีดำดัดลอนใหญ่ สวมชุดนักเรียนโรงเรียนนานาชาติชื่อดัง เสื้อคอปกแขนสั้นสีขาว ที่กระเป๋าฝั่งซ้ายมือปักโลโก้ของโรงเรียนปล่อยชายเสื้อคู่กับกระโปรงลายสก็อตสีแดง เนกไทสีแดงติดกระดุมสีทองของทางโรงเรียนบนเนกไท สวมถุงข้อสั้น หยิบกระเป๋าแบรนด์เนมสะพายไหล่มีไอแพด หนังสือ สมุด แว่น กระเป๋าเงิน และกระเป๋าเครื่องสำอางเล็ก ๆ อยู่ในนั้นด้วย “ป้าละออ ครีมรินแต่งตัวเสร็จแล้วค่ะ ไม่ต้องเคาะเรียกซ้ำแล้ว”“ก็ป้ากลัวคุณหนูทานมื้อเช้าไม่ทันน่ะสิคะ ไปกันค่ะ ทุกคนรอทานข้าวกันแล้ว”ฉันยกยิ้มให้ป้าละออก่อนจะเดินลงมาด้านล่าง ตอนนี้เด็กน้อยตัวอ้วนตุ๊ตะไม่มีแล้วนะ ไม่มีเด็กหญิงครีมรินแล้ว ตอนนี้เป็นนางสาวครีมรินแล้ว แถมยังสวย หมวย และเซ็กซี่ เพราะฉันโตเป็นสาวแล้ว อายุ 18 ปี ตอนนี้เปิดเทอมแรก แต่อยากจะจบแล้ว อยากเป็นสาวมหาวิทยาลัยเต็มที่แล้ว“ตักข้าวให้คุณหนูเลย
เวลา 06.55 น.“แดดดี้ แดดดี้ แดดดี้!”ร่างเล็กตะปืนขึ้นมาบนหน้าท้องของไคน์และเรียกพร้อมกับใช้มือตีลงไปที่แขนและไหล่เบา ๆ “อือ ตื่นแล้วเหรอ วันนี้กินนมไปก่อน แดดดี้ง่วง เดี๋ยวค่อยลงไป”ผมลุกขึ้นเทนมใส่ขวดจากนั้นก็ส่งขวดนมให้ครีมรินพร้อมกับจับตัวของครีมรินมานอนบนที่นอนและใช้แขนกอดร่างเล็กเอาไว้และหลับตาลงต่อ เพราะเมื่อคืนปกป้องดินแดนกับเพื่อนดึกไปหน่อย มองนาฬิกาอีกทีก็ตีสี่แล้ว วันเลยพากันลงห้องช้าไปสักสองสามชั่วโมงก็ไม่เป็นไรหรอก อีกอย่างกินนมไปแล้วก็ไม่ต้องกังวลความหิวมาก“…”เมื่อได้นมปากน้อย ๆ ก็ดูดนมแสนอร่อยของตัวเอง และในห้องนั้นยังมืดสนิทเหมือนตอนกลางคืน จึงทำให้ดวงตากลมสวยเริ่มปิดสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอ และหลับลงไปอย่างรวดเร็วหลายชั่วโมงผ่านไป“มาม๊า! ปาป๊า!”ครีมรินที่ตอนนี้อาบน้ำสระผม หวีผม และสวมชุดจั๊มแขนกุดสีชมพูถูกไคนอุ้มลงมาจากชั้นบน เมื่อเห็นมาม๊าและปาป๊าก็ส่งเสียงเรียกอย่างดีใจ เสียงใสแจ่วดังทั่วบ้านเรียกรอยยิ้มจากทุกคนในบริเวณนั้น“จ๋า ว่ายังไงเอ่ย คนสวยของมาม๊าอารมณ์ดีเหรอคะ ไหน มาหอมกันก่อน”คุณหญิงเนตรารับครีมรินเข้าสู่อ้อมกอดและใช้จมูกฟัดแก้มนุ่ม ๆ ทั้งสองข้างอย่างช
เช้าวันต่อมาเวลา 08.15 น.“แดดดี๊ แดดดี๊ ครีมริน ไป”ร่างอวบอัดมัดผมทั้งสองข้างเอาไว้และติดโบว์และกิ๊บใส่ชุดกระโปรงถึงหน้าขาสีขาวแขนกุดมรระบายลูกไม้คอกลม ด้านในมีกางเกงซับในและใส่ป้าอ้อมสำเร็จรูป พร้อมถุงเท้าและรองเท้าสีขาว ด้านหลังมีกระเป๋าเป้ใบเล็กสีชมพูน่ารักของตัวเองวิ่งเข้ามาในห้องแต่งตัวของไคน์และเงยหน้ามองและส่งยิ้มให้จนตาหยี เพราะว่าวันนี้เธอจะไปทำงานกับแดดดี้ด้วย“หื้อ ไปไหน”“ครีมริน ไปงาน”ผมหยิบเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีดำมาใส่คู่กับกางเกงขายาวสีดำเหมือนกัน ใส่สร้อย ใส่ต่างหู ในนาฬิกาเรียบร้อยแล้วหันมองร่างอ้วนกลมตัวเล็กที่วิ่งเข้ามาแถมสะพายกระเป๋าเตรียมพร้อมแบบสุด ๆ ผมเลยเลิกคิ้วก่อนจะใช้มือดึงประตูตู้เสื้อผ้าแบบเลื่อนมาปิดเอาไว้แล้วก็หยิบกระเป๋ามาสะพาย จากนั้นก็อุ้มร่างเล็กของครีมรินขึ้นมา“ไปทำงานกับแดดดี้ไม่ได้ เพราะวันนี้ครีมรินมีเรียนว่ายน้ำด้วยใช่ไหม”“โน โน ครีมริน ไปงาน”ผมอุ้มครีมรินออกมาจากห้องแล้วก็เดินลงมาที่ชั้นล่าง ของบ้าน ตรงมาที่ห้องรับประทานอาหาร มีป๊า ม๊า แล้วก็พี่ชายของผมทั้งสามคนนั่งทานอาหารเช้าพร้อมกัน“หื้อ สาวน้อยครีมริน ไปไหนเอ่ย”คุณหญิงเนตรายิ้มหวานให้
เช้าวันต่อมา“น้ำผึ้ง พี่มีอะไรจะบอก คืออย่างที่เรารู้พี่มีครีมรินต้องดูแล แล้วพี่เองก็รู้สึกว่าตัวเองยังเป็นแฟนที่ดีให้ใครไม่ได้ แล้วไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกกี่ปี เอาเป็นว่าเรื่องความสัมพันธ์ของเราพี่ขอยุติก็แล้วกันนะ”“จริง ๆ แล้ว พี่ไม่ต้องชิงบอกเลิกก่อนก็ได้ค่ะ เพราะน้ำผึ้งก็จะบอกเลิกกับพี่อยู่แล้ว เพราะถ้าชีวิตพี่จะให้ความสำคัญกับเด็กนั่น”น้ำผึ้ง“อย่าเรียกครีมรินว่าเด็กนั่น เพราะครีมรินไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย จะด่าพี่มาเลยตรง ๆ เด็กไม่รู้เรื่องอะไรเลย โตแล้ว จะพูดอะไรบางครั้งก็คิดหน่อย”ผมตวัดสายตาไปมองด้วยความไม่พอใจ แล้วไอ้ความโมโหที่เกิดขั้นผมรู้ แล้วผมไม่ได้ว่าอะไร แต่จะมาเรียกจิกหัวเด็กตัวน้อยที่ยังไม่รู้เรื่องอะไรด้วย ผมเลี้ยงดูมายังไม่เคยเรียกจิกหัวเลยสักที แล้วถ้าจะด่าผมตรง ๆ เลย ผมรับได้อยู่แล้ว เพราะเรื่องที่มันเกิดขึ้นผมผิดเองปละตัดสินใจเองไม่เกี่ยวอะไรกับใครทั้งนั้น“เออ พี่ก็อยู่กับครีมรินไปตลอดชีวิตแล้วกัน”น้ำผึ้งเม้มปากก่อนจะเปิดประตูรถหรูและปิดแรง ๆ ด้วยความไม่พอใจ ผู้ชายแบบนี้ก็มีแค่หล่อรวย แถมยังไม่คิดจะใส่ใจ เป็นเธอคนเดียวที่คอยใส่ใจคอยง้อ เลิกกันไปก็ดรเหมือนก
เวลา 20.20 น. ผมพันผ้าขนหนูเดินเออกมาจากห้องน้ำ ตรงเข้าห้องแต่งตัว เช็ดตัวจนแห้งแล้วก็เดินออกมาเลย ไม่ได้ใส่เสื้อผ้า ส่วนน้ำผึ้งก็อาบน้ำใส่ชุดนอนอยู่บนที่นอน แล้วผมโตแล้ว น้ำผึ้งก็ไม่ใช่เด็ก ชวนมานอนด้วยก็ต้องมีเรื่องบนเตียงอยู่แล้ว แต่ ก๊อก ก๊อก ก๊อก น้ำผึ้งที่นอนรออยู่บนเตียง พอเห็นไคน์เดินออกมาจากห้องน้ำก็เตรียมตัวทันที แต่อะไรยังไม่ทันเริ่ม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเธอเลยมองตามไคน์ไป ก่อนจะมองบนและถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่ายเมื่อเห็นคนที่อยู่หลังประตู “แดดดี้ แดดดี้” ร่างเล็กขาวกลมในชุดนอนสีขาวแบบกระโปรงในแขนอุ้มตุ๊กตากระต่ายตัวโปรด ใส่รองเท้าอยู่บ้านไซส์เด็กน้อยและสะพายกระเป๋าสีชมพูน่ารักที่มีขวดนมและกล่องนมของตัวเอง “หื้อ ตอนแรกไหนบอกจะตอนกับมาม๊าไม่ใช่เหรอ” ผมอุ้มเด็กตัวน้อยขึ้นมาก่อนจะหอมแก้มกลมเบา ๆ เพราะตอนแรกผมชวนมาด้วยก็ไม่มานะ จนได้ยินเสียงเคาะประตูนี่แหละ “ไม่ใช่ ๆ อยู่กับ แดดดี้” ใบหน้ากลมน่ารักส่ายศีรษะไปมาและยืนยันว่าเธอจุนอนกับแดดดี้ ไม่นอนกับมาม๊าแล้ว เพราะมาม๊าบอกว่า ถ้าผู้หญิงนิสัยไม่ดีนอนกับแดดดี้ แดดดี้จะไม่ให้เธอมานอนด้วยแล้ว “แต่ว่าวันนี้
เวลา 17.15 น.“พี่ไคน์ สวัสดีค่ะ”น้ำผึ้งที่รอไคน์อยู่ที่มหาวิทยาลัยหนึ่งชั่วโมงนิด ๆ เต็ม ๆ เพราะปกติช้าสุดจะเลิกแค่ 16.00 น. แต่น้ำผึ้งก็ทำเหมือนเดิมในการเก็บอาการและความไม่พอใจเอาไว้ และเธอก็นั่งหลังเช่นเดิม ด้านหน้ามีครีมรินนั่งอยู่ แล้วยิ่งเห็นเธอนั้นก็ยิ่งเกลียดเด็กนี่เข้าไปทุกวัน เพราะว่าถ้าไม่มีเด็กสักคนอะไร ๆ มันก็จะง่ายขึ้น แต่เมื่อได้ยินคำถามของไคน์ก็ทำให้น้ำผึ้งนั้นดีใจและลืมความโกรธและความโมโหทุกอย่างออกไป“สวัสดีครับ น้ำผึ้ง วันนี้ไปนอนค้างบ้านพี่ไหม”ผมขับรถออกมาจากมหาวิทยาลัย แล้วผมเองก็แอบรู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน แต่ทำยังไงได้ ผมเองก็สงสารครีมรินที่อยากเล่นของเล่นอยู่กับเพื่อน ๆ ในวัยเดียวกัน กว่าจะพาออกมาได้เลยทำข้อตกลง ผลสุดท้ายก็ยอมเลิกโดยไม่ต้องร้องไห้ แล้วผมมองว่าคนคบกันสมัยนี้ก็ไปนอนไปกินไปอยู่บ้านของกันและกันก่อนแต่งงานมันเป็นเรื่องปกติจึงตัดสินใจเอ่ยชวนน้ำผึ้งออกไป“ค่ะ”น้ำผึ้งส่งยิ้มหวานให้ไคน์และตอบตกลงไปในทันที เพราะอะไรแบบนี้ใครจะมัวช้าอยู่ล่ะ เธอเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงเรียบร้อยแบบผ้าพับไว้ขนาดนั้น และหากไคน์ชวนไปก็หมายถึงว่าหนทางก็เริ่มสว่างมากขึ้นเรื่อย ๆ เพรา







