LOGIN“ไอ้เกอร์” ฉันจับใบหน้าของมันให้มามองที่ฉัน
“ก็แก” แล้วในที่สุดมันก็ยอมพูดจนได้ “แกแต่งตัวแบบนี้ ผู้ชายมันถึงได้ทำแบบนั้นกับแกไง”
“เดี๋ยวก่อนนะ แกพยายามจะบอกว่า ไอ้เหตุการณ์บ้า ๆ ที่เกิดขึ้นในงานปาร์ตี้เมื่อกี้ เกิดขึ้นเพราะฉัน” ฉันตวาดใส่ไอ้เกอร์ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ
“ก็ถ้าแกไม่แต่งตัวยั่วคนอื่นแบบนั้น มันก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก” ไอ้เกอร์พูดด้วยเสียงเรียบเฉย นั้นยิ่งทำให้ฉันโกรธขึ้นไปอีก
“ฉันขอพูดอะไรหน่อยนะ ทำไมเวลาผู้หญิงแต่งตัวไม่เรียบร้อย แล้วมีผู้ชายมาลวนลาม ทำไมความผิดถึงกลายเป็นของฝ่ายผู้หญิงฝ่ายเดียว ทั้ง ๆ ที่ผู้หญิงก็มีสิทธิและเสรีภาพในการแต่งตัวอย่างไงก็ได้ แต่ทำไมไม่มีใครคิดจะโทษว่าเป็นเพราะผู้ชายนั้นสารเลวเอง ถ้าผู้ชายเหล่านั้นไม่ได้มีจิตใจที่สกปรก ต่อให้ผู้หญิงจะแต่งตัวแบบไหน พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปลวนลาม ผู้หญิงอย่างเราก็มีสิทธิ์ในการเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบไหนก็ได้ ทำไมผู้ชายถึงเอาแต่มาโทษผู้หญิงอย่างเรา” พูดจบฉันก็เดินเปิดประตูรั้ว และเดินเข้าบ้านไปทันที
ฉันได้ยินเสียงของไอ้เกอร์เรียกตามหลังมา แต่ความโกรธของฉันตอนนี้ทำให้ฉันไม่อยากหันกลับไปมองหน้ามันเลยแม้แต่น้อย
ทำไมว่ะ ทำไมความผิดทุกอย่างถูกโยนให้ผู้หญิงอยู่ฝ่ายเดียว
เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้น วันนี้ฉันออกจากบ้านไปที่คาเฟ่แต่เช้าตรู่ คำพูดของไอ้เกอร์ยังทำให้ฉันโกรธไม่หาย และฉันก็ไม่อยากเจอหน้าของมันด้วย
ไทเกอร์ :
ผมใช้เวลาครุ่นคิดทั้งคืนกับคำพูดของตัวเอง ที่พูดต่อว่าเอพริลเมื่อวาน จริง ๆ ผมก็แค่ห่วงเธอไม่อยากให้เธอแต่งตัวเป็นเป้าสายตาของใครแบบนั้นอีก และจริง ๆ แล้วผมก็หึงเธอมากด้วยที่เธอแต่งตัวแบบนั้นไปงาน
แต่ผมเองก็ไม่น่าไปบอกว่า เป็นความผิดของเธอเลย เฮ้อออออออ
“ปากแบบนี้สินะไอ้เกอร์ เอพริลถึงได้ไม่ยอมตกลงแต่งงานกับแก” พูดไปก็น้อยใจตัวเองไป
ผมรีบนำดอกกุหลาบจำนวน 36 ดอก มาให้เธอเหมือนเดิมทุก ๆ วัน
“แต่เอ๊ะ วันนี้รถของเอพริลไม่อยู่แล้วนี่” ผมถือดอกกุหลาบเข้าไปในห้องครัวของบ้านเอพริลทันที พ่อกับแม่กำลังนั่งทานอาหารอยู่ด้วยกันแค่ 2 คน
“สวัสดีครับ เอพริลกับแจนไปแล้วหรอครับ?” ผมถามขึ้น
“ออกไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้วล่ะเกอร์” แม่ของเอพริลตอบผมกลับ
“งั้น ผมฝากดอกกุหลาบนี้ไว้ให้เอพริลด้วยนะครับ” ผมวางดอกกุหลาบไว้ใกล้ ๆ กับแม่ของเอพริล
“งอนอะไรหรือเปล่าลูก แม่เห็นเอพริลหน้าบึ้งตึงไม่พูดไม่จาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว” แม่ถามขึ้น
“อ่อ ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่ไปกวนประสาทเอพริลนิดหน่อยเหมือนกับทุกครั้งแหละครับ” ผมตอบบ่ายเบี่ยง เพราะสายตาของพ่อของเอพริลที่มองมาที่ผมตอนนี้ ทำให้ผมรู้สึกว่า ผมจะทำให้ลูกสาวของคุณพ่อโกรธไม่ได้เด็ดขาด
“จ้า งั้นมากินข้าวกินด้วยกันก่อนไหมลูก?”
“ขอบคุณครับ แต่ผมต้องรีบไปซ้อมแล้ว ไว้โอกาสหน้านะครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ” ผมยกมือไหว้พ่อกับแม่ของเอพริล แล้วก็เดินออกมาสตาร์ทมอเตอร์ไซค์ทันที
วันนี้ทั้งวันผมไม่มีสมาธิเท่าไหร่ เพราะผมเอาแต่คิดเรื่องที่ทำให้เอพริลโกรธเมื่อคืน
เฮ้ออออออ เอาไงดีว่ะไอ้เกอร์ จะไปง้อที่ร้าน เดี๋ยวเอพริลก็จะโกรธไปใหญ่ที่ผมไปยุ่งตอนเธอทำงาน เอาไงดีหว่า
เลิกงานเสร็จ ฉันก็ตรงดิ่งกลับบ้านทันที เหตุการณ์ที่ทะเลาะกับไอ้เกอร์เมื่อวานยังวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำ ๆ
เอพริล :
“ทำไมว่ะ ทำไมแกต้องมากล่าวหาว่าต้นเหตุมันเกิดจากผู้หญิงฝ่ายเดียวเท่านั้น ฮึ” ฉันบ่นกับตัวเองพึมพำเสร็จ ก็โยนร่างอันเหนื่อยล้าลงบนที่นอนทันที
“พี่เอพริล” ยัยแจนเปิดประตูโดยไม่ขออนุญาตเข้ามาอีกแล้ว
“ว่าไงยัยตัวแสบ” ฉันถามขึ้น ในขณะที่ตัวเองยังหลับตาอยู่บนที่นอน
“แม่บอกว่าเมื่อเช้าพี่เกอร์มาหาพี่ แต่สีหน้าพี่เกอร์ดูเป็นกังวลจัง พี่ทะเลาะอะไรกันอ่อ” ยัยน้องสาวถามขึ้น แล้วก็นั่งลงบนที่นอนข้าง ๆ ตัวฉัน
“อืม”
“อืมอะไรพี่ ? แสดงว่าพี่สองคนทะเลาะกันจริง ๆ ใช่ไหมอ่า” ยัยแจนยังคงเซ้าซี้ต่อไม่เลิก
“วันนี้พี่ขอพักก่อนนะ ออกไปแล้วก็ล็อคประตูห้องให้ให้พี่ด้วย” พูดจบ ฉันก็พลิกตัวนอนคว่ำ และซุกหน้าไปที่ใต้หมอนทันที
“อ้าว” แล้วยัยแจนก็เดินออกไป พร้อมกับล็อคห้องให้ตามที่ฉันสั่ง
เอี๊ยดดดดดดดดดดดด
ฉันสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์เบรกอย่างแรงที่หน้าบ้านของฉัน แต่ความเหนื่อยล้าทำให้ฉันขี้เกียจลุกขึ้นไปดู
ปี้นนนนนนนนนนนนนน
เสียงบีบแตรดังจากนอกหน้าต่าง ทำให้ฉันโมโห และลุกขึ้นจากเตียงไปดูทันที
ท้องฟ้ามืดสนิท แต่เพราะมีแสงไฟจากเสาไฟจึงทำให้บริเวณรอบ ๆ จึงสว่างอยู่ ฉันเงยหน้ามองนาฬิกาก่อนจะเดินไปที่หน้าต่าง
ตี 2 : 45 นาที
“ไอ้บ้าที่ไหนมาบีบแตรตอนนี้นะ”
ฉันเปิดหน้าต่างออกไป ก็พบไอบ้าคนนั้นก็คือไอ้เพื่อนบ้าของฉันที่กำลังนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์คู่ใจ สีน้ำเงินของมัน ในมือมันถือช็อคโกแลตของโปรดของฉันไว้ สายตาคู่นั้นมองมาที่ฉันด้วยความออดอ้อน
แต่ความโกรธของฉันทำให้ฉันปิดหน้าต่างลงทันที เมื่อเห็นใบหน้านั้น
______________________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“ไอ้เกอร์” ฉันจับใบหน้าของมันให้มามองที่ฉัน“ก็แก” แล้วในที่สุดมันก็ยอมพูดจนได้ “แกแต่งตัวแบบนี้ ผู้ชายมันถึงได้ทำแบบนั้นกับแกไง”“เดี๋ยวก่อนนะ แกพยายามจะบอกว่า ไอ้เหตุการณ์บ้า ๆ ที่เกิดขึ้นในงานปาร์ตี้เมื่อกี้ เกิดขึ้นเพราะฉัน” ฉันตวาดใส่ไอ้เกอร์ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ“ก็ถ้าแกไม่แต่งตัวยั่วคนอื่นแบบนั้น มันก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก” ไอ้เกอร์พูดด้วยเสียงเรียบเฉย นั้นยิ่งทำให้ฉันโกรธขึ้นไปอีก“ฉันขอพูดอะไรหน่อยนะ ทำไมเวลาผู้หญิงแต่งตัวไม่เรียบร้อย แล้วมีผู้ชายมาลวนลาม ทำไมความผิดถึงกลายเป็นของฝ่ายผู้หญิงฝ่ายเดียว ทั้ง ๆ ที่ผู้หญิงก็มีสิทธิและเสรีภาพในการแต่งตัวอย่างไงก็ได้ แต่ทำไมไม่มีใครคิดจะโทษว่าเป็นเพราะผู้ชายนั้นสารเลวเอง ถ้าผู้ชายเหล่านั้นไม่ได้มีจิตใจที่สกปรก ต่อให้ผู้หญิงจะแต่งตัวแบบไหน พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปลวนลาม ผู้หญิงอย่างเราก็มีสิทธิ์ในการเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบไหนก็ได้ ทำไมผู้ชายถึงเอาแต่มาโทษผู้หญิงอย่างเรา” พูดจบฉันก็เดินเปิดประตูรั้ว และเดินเข้าบ้านไปทันทีฉันได้ยินเสียงของไอ้เกอร์เรียกตามหลังมา แต่ความโกรธของฉันตอนนี้ทำให้ฉันไม่อยากหันกลับไปมองหน้ามัน
บทที่ 5เอพริล :ฉันเดินไปอยู่ในงาน แต่ก็ยังไม่มีหนุ่ม ๆ เข้ามาจีบสักคน คงจะเป็นเพราะไอ้เกอร์ตัวแสบจริง ๆ ด้วย “ฮึ่ม เอาไงดีหว่า” ฉันคิดไปไปคิดมาก็หันไปเห็นไอ้เกอร์กำลังยืนจีบสาวอยู่ “ทำไมแกไปจีบคนอื่นได้ แต่ฉันไม่สามารถจีบคนอื่นได้ล่ะ เอ๊ะ!! ใช่ ถ้าผู้ชายไม่เดินเข้ามาจีบฉัน งั้นฉันก็จะเป็นฝ่ายเข้าไปจีบเขาแทน”เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉันก็สอดส่องสายตาไปรอบ ๆ งานเพื่อหาเป้าหมายที่จะหล่อ และดูดี “ใครดีนร้า” ฉันบ่นกับตัวพึมพำ และมองหาเป้าหมายไปด้วยและในที่สุด สายตาของฉันก็ไปสะดุดเข้ากับผู้ชายตัวสูง ผมสีน้ำตาลอ่อน ที่อยู่ในเสื้อสูทเปิดอกเล็กน้อย ช่างดูเซ็กซี่เหลือเกิน“นั้นไง พ่อหนุ่มคณะวิศวะคนนั้นแหละที่เหมาะเป็นเป้าหมายของฉันที่สุด” เมื่อบ่นกับตัวเองเสร็จ ฉันก็คว้าแก้วน้ำส้มแล้วเดินเข้าไปหาเขาทันที แต่จะให้ได้เดินเข้าไปจีบเขาตรง ๆ เลยก็จะดูอ่อยเกินไป ดังนั้น ฉันจึง“อุ้ย! ขอโทษนะคะ เอพริลไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ค่ะ” แล้วก็เป็นไปตามแผนนางร้ายในละคร เมื่อฉันทำเป็นแกล้งเดินสะดุดขาตัวเองเพื่อทำน้ำส้มกระเด็นจากแก้ว จนไปโดนเสื้อสูทของเขา“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” เขาถามขึ้น พร้อ
“สวัสดีครับคุณไทเกอร์ วันนี้ผมจะขอมารับเอพริลไปที่ร้านกับผมนะครับ” พี่เอดีนพูดกับไอ้เกอร์ด้วยความสุภาพ สายตาที่มองกลับไปหาไอ้เกอร์ด้วยความนิ่ง และคำพูดที่เรียบเฉียบ ไม่รู้ว่าเป็นการขออนุญาตหรือเป็น คำบอกกล่าวกันแน่ แต่ที่รู้ ๆ ตอนนี้คือสายตาของไอ้เกอร์ที่มองไปที่พี่เอดีนเริ่มจะไม่โอเคซะแล้ว“เอ่อ คือว่าพี่เอดีน พอดีว่าไหน ๆ ไทเกอร์ก็มารับเอพริลที่บ้านประจำอยู่แล้ว ก็ให้เอพริลไปกับไทเกอร์เหมือนเดิมจะดีกว่านะคะ” ฉันพูดขึ้นบ้าง เพราะลองถ้าฉันบอกว่าไปกับพี่เอดีนสิ มีหวังไอ้เกอร์งอนฉันแน่ เอาว่ะ พี่เอดีนเป็นผู้ใหญ่กว่า เขาคงจะเข้าใจฉันนะ“งั้นตั้งแต่พรุ่งนี้ไป พี่ขอเป็นคนมารับส่งน้องเอพริลเองทุกวันนะครับ” พี่เอดีนหันหน้ามาพูดกับฉัน“ไม่ได้” แล้วไอ้เกอร์ก็ขัดพี่เอดีนขึ้นมาทันควันพ่อ แม่ เห็นสถานการณ์ตรงนี้ไม่ดี จึงดึงผมเปียของยัยแจนให้ออกไปจากห้องอาหารนี้ด้วยกันทันที“คุณพาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์ทุกวันแบบนี้มันอันตรายนะ สู้ให้น้องเอพริลไปรถยนต์กับผมดีกว่าเพราะปลอดภัยกว่าเยอะ” เหตุผลที่พี่เอดีนพูดขึ้น ทำให้ไทเกอร์เงียบไปครู่หนึ่ง“แต่ผมก็พาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่สมัยเรียนเป็นสิบ ๆ
“ใช่ค่ะ เอพริลเป็นแฟนของพี่เอดีนเองค่ะ” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับขยับตัวเข้าไปชิดกับพี่เอดีนให้แนบแน่นกว่าเดิม จนยัยฟางทนไม่ไหว และพุ่งมากระชากตัวฉันออกจากพี่เอดีนทันที“โอ้ยยยย” ฉันล้มลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง“น้องเอพริล เป็นอะไรไหมครับ?” พี่เอดีนค่อย ๆ พยุงร่างของฉันขึ้นจากพื้น และหันไปต่อว่ายัยคุณฟางทันที “นี่มันจะเกินไปแล้วนะ กลับไปได้แล้วฟาง ผมไม่อยากให้คุณมาวุ่นวายกับแฟนของผมอีก”“ไม่ค่ะ ฟางไม่กลับ และฟางก็ไม่มีทางเชื่อด้วยว่าพี่เอดีนคบกับยัยเด็กคนนี้ ฟางมาเฝ้าพี่เอดีนออกจะบ่อย เพิ่งจะมาเห็นยัยเด็กผู้หญิงคนนี้ก็วันนี้นี่เอง” ยัยคุณฟางพูดขึ้นด้วยที่เสียงอันแหลมจนทะลุแก้วหู“กลับไปได้แล้วฟาง แล้วก็เลิกมาวุ่นวายกับที่นี่อีก แล้วอีกอย่าง อย่ามาทำกริยาแบบนี้กับแฟนของผมอีก ผมไม่ชอบ” พี่เอดีนพูดตอบกลับไปด้วยเสียงแข็งกร้าว จนทำให้ดวงตาของยัยคุณฟางเริ่มเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา“เอดีนใจร้ายกับฟางมากไปแล้วนะคะ ฟางจะไม่ยอมแค่นี้แน่นอนค่ะ” เธอตอบกลับด้วยเสียงที่สั่นคลอ และในที่สุดน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาจนได้ยัยคุณฟางเดินออกไปจากร้านด้วยความว่องไว พร้อมกับปาดน้ำตาออกเพื่อไม่ให้ใครเห็นถึงความอ่อนแอหน้าตาก็ส
ผู้หญิงสาวสาว หุ่นผอมเพรียวเดินเข้ามาในร้าน ดวงตาสีน้ำตาล จมูกที่คมสัน พร้อมกับผมสีดำสนิทและตรงยาวสลวยงดงาม เดินเข้ามาสู่ในร้าน พนักงานทุกคนรีบวิ่งหน้าตาตื่นไปตอนรับเธอทันที ฉันยืนมองผู้หญิงคนนั้นด้วยความมึนงงไปพักใหญ่“สวัสดีค่ะ คุณฟาง เชิญนั่งก่อนค่ะ” พี่น้ำส้ม ยกมือไหว้ พร้อมกับเชิญให้ผู้หญิงคนสวยที่ชื่อฟางนั่งลงกับเก้าอี้“ชาเนส 1 แก้ว” เธอสั่งเมนูด้วยเสียงเรียบเฉียบ ท่านั่ง และสายตาที่มองไปรอบ ๆ ร้านของเธอช่างดูเป็นผู้หญิงที่มีอำนาจในอายุน้อยเหลือเกิน“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” พี่น้ำส้มรับเมนูด้วยตัวเอง และรีบนำไปส่งให้พี่แอมป์ที่เป็นบาริสต้า“และนั้นใคร พนักงานใหม่หรอ?” ผู้หญิงคนสวยที่ชื่อฟางคนนั้นถามพี่น้ำส้มขึ้น พร้อมกับมองหน้ามาที่ฉัน แต่สายตาที่เธอส่งมานั้น ช่างไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย“ใช่ค่ะคุณฟาง น้องเป็นคนรู้จักของคุณเอดีน และกำลังฝึกงานอยู่ที่นี่ค่ะ” พี่น้ำส้มตอบกลับด้วยความนอบน้อม ในขณะที่ผู้หญิงคนนั้นกลับมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่เหยียดฉันดูออกนะ ว่าคุณไม่ชอบฉันได้แต่คิดโมโหในใจ ว่าทำไมฉันต้องมายืนให้ผู้หญิงคนนี้มองเหยียดด้วยความดูถูกด้วยนะ ฉันเป็นเด็กฝึกงานแล้วมันไปหนักศีรษ
บทที่ 4เอพริล :เช้าตรู่ของวันใหม่เริ่มต้นขึ้น ร่างกายของฉันยังคงพลิกไปมาบนที่นอนสีชมพู ดวงตาของฉันยังคงปิดอยู่ แต่แสงแดดที่ส่องทะลุผ้าม่านเข้ามากระทบกับดวงตาที่ปิดอยู่ของฉัน ทำให้ฉันรู้สึกนอนหลับไม่สนิทแต่ เอ๊ะ!!ไทเกอร์ :วันนี้ผมมาถึงบ้านของเอพริลแต่เช้า แม่ของเอพริลเลยเชิญให้ผมมารอในห้องรับแขก แต่ผ่านไปสักพักผมรู้สึกอยากแกล้งเอพริลขึ้นมา จึงตั้งใจจะไปปลุกเธอที่ห้องนอนซะหน่อย เนื่องจากว่า แม่ของเอพริลไว้ใจผมมาก จึงทำให้ผมสามารถเข้ามาป่วนเอพริลถึงบนห้องได้เป็นประจำผมค่อย ๆ เปิดประตูห้องของเอพริลเข้ามาอย่างเบามือ เห็นร่างบอบบางกำลังพลิกตัวหนีแสงแดดที่กำลังทะลุผ่านผ้าม่านเข้ามากระทบกับใบหน้าของเธอ ผมค่อย ๆ เดินอย่างเบา ๆ เพื่อไปยืนบังแสงแดดตรงนั้น ผมใช้ลำตัวของผมกำบังไม่ให้แสงแดดส่องทะลุไปกระทบกับใบหน้าของเธอได้ ร่างบางหยุดพลิกตัวไปมา และหลับต่ออีกครั้งผมยืนกำบังแสงแดดอยู่ตรงนั้นเป็นเวลาสักพัก ผมไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ผมรู้เพียงแต่ว่า การได้ยืนมองความไร้เดียงสาของเธออยู่ตรงนี้อย่างเงียบ ๆ มันทำให้ผมรู้สึกสบายใจมีคนกล่าวว่า จงเลือกคนที่ทำให้คุณหัวใจของคุณสงบ มากกว่า







