LOGINบทที่ 5
เอพริล :
ฉันเดินไปอยู่ในงาน แต่ก็ยังไม่มีหนุ่ม ๆ เข้ามาจีบสักคน คงจะเป็นเพราะไอ้เกอร์ตัวแสบจริง ๆ ด้วย
“ฮึ่ม เอาไงดีหว่า” ฉันคิดไปไปคิดมาก็หันไปเห็นไอ้เกอร์กำลังยืนจีบสาวอยู่ “ทำไมแกไปจีบคนอื่นได้ แต่ฉันไม่สามารถจีบคนอื่นได้ล่ะ เอ๊ะ!! ใช่ ถ้าผู้ชายไม่เดินเข้ามาจีบฉัน งั้นฉันก็จะเป็นฝ่ายเข้าไปจีบเขาแทน”
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉันก็สอดส่องสายตาไปรอบ ๆ งานเพื่อหาเป้าหมายที่จะหล่อ และดูดี
“ใครดีนร้า” ฉันบ่นกับตัวพึมพำ และมองหาเป้าหมายไปด้วย
และในที่สุด สายตาของฉันก็ไปสะดุดเข้ากับผู้ชายตัวสูง ผมสีน้ำตาลอ่อน ที่อยู่ในเสื้อสูทเปิดอกเล็กน้อย ช่างดูเซ็กซี่เหลือเกิน
“นั้นไง พ่อหนุ่มคณะวิศวะคนนั้นแหละที่เหมาะเป็นเป้าหมายของฉันที่สุด”
เมื่อบ่นกับตัวเองเสร็จ ฉันก็คว้าแก้วน้ำส้มแล้วเดินเข้าไปหาเขาทันที แต่จะให้ได้เดินเข้าไปจีบเขาตรง ๆ เลยก็จะดูอ่อยเกินไป
ดังนั้น ฉันจึง
“อุ้ย! ขอโทษนะคะ เอพริลไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ค่ะ” แล้วก็เป็นไปตามแผนนางร้ายในละคร เมื่อฉันทำเป็นแกล้งเดินสะดุดขาตัวเองเพื่อทำน้ำส้มกระเด็นจากแก้ว จนไปโดนเสื้อสูทของเขา
“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” เขาถามขึ้น พร้อมกับพยุงร่างของฉันให้ทรงตัวได้
แผนนี้ก็ไม่เลวเหมือนกันนะยัยเอพริล อิอิ
“เอพริลต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ทำน้ำส้มหกใส่เสื้อของ เอ่อออ...” ฉันทำเป็นพูดอ้ำอึ้งเล็กน้อย เพื่อให้เขาแนะนำชื่อของเขาออกมา โดยที่ฉันไม่ต้องถามเขาเลย
และมันก็ได้ผลอีกจนได้
“เราชื่อ จาเวน”
“ชื่อแปลกดีนะคะ แต่เพราะมาก เราชื่อเอพริลนะ” ฉันส่งรอยยิ้มผ่านสายตาไปเล็กน้อย เพื่อบ่งบอกให้เขารู้ว่า ฉันกำลังสนใจในตัวของเขานะ
“เอพริล ที่แปลว่าเดือนเมษายนหน้าร้อนใช่ม่ะ ถึงว่า เอพริลดูร้อนแรงไม่แพ้ชื่อตัวเองเลย” อึ ฮึ่มมมม เขาส่งสายตาที่พิศวาสแล้วไง เอาแล้วสิยัยเอพริล แกอ่อยถูกคนหรือเปล่าว่ะเนี่ย
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ” ฉันส่งยิ้มกลับไปอีกครั้ง
แต่อีตาจาเวนนั้นเริ่มสายตาไม่ปกติแล้วสิ เขาเริ่มมองมาที่เนินอกของฉัน หลังนั้นจากสายตาของเขาก็มองลงมาที่ขาอันเรียวขาวของฉันอีกจนได้ ทำไมตอนเห็นอีตานี้จากที่ไกล ๆ มันไม่ได้ดูหื่นแบบนี้ว่ะ หรือเพราะว่าสายตาของฉันมันพังแล้วจริง ๆ ด้วย
“งั้นเดี๋ยวเอพริลขอตัวกลับก่อนนะคะ เริ่มจะดึกแล้ว” ฉันเริ่มรู้สึกว่าสายตาของอีตาหื่นนี้เริ่มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ มันมองเหมือนแทบจะกลืนกินฉันทั้งตัว ฉันจึงบ่ายเบี่ยงขอเดินออก
แต่ ...
อีตาหื่นนั้นดันจับข้อมือของฉันไว้แน่น จะสะบัดออกก็ดูเสียมารยาทจนเกินไป ฉันจึงค่อย ๆ เอามืออีกข้างของฉันดันมือของเขาออก แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย
“เอิ่มมมมม ปล่อยเอพริลเถอะนะคะ” ฉันพูดด้วยสายตาเชิงออดอ้อน
“ไปต่อกันที่ห้องของเรานะ” อีตาหื่นนั้นพูดขึ้นพร้อมกับออกแรงดึงมือและตัวของฉันให้เดินตามเขาไป ฉันพยายามฉุดรั้งตัวเองไว้ แต่ท่ามกลางผู้คนมากมาย อีตานี้จึงอาศัยความชุลมุน และกระชากแขนของฉันเรื่อย ๆ ในขณะที่ฉันยื้อร่างกายตัวเองเท่าไร ก็สู้พละกำลังผู้ชายอย่างเขาไม่ได้
จนในที่สุด ...
“ปล่อยมือเธอออกเดี๋ยวนี้นะ” ไทเกอร์โผล่มาตอนไหนก็ไม่รู้ เขาบิดข้อมืออีกข้างของผู้ชายคนนั้นจนทำให้อีตาหื่นนั้นเริ่มเจ็บปวด แล้วอีตาหื่นนั้นก็ปล่อยแขนของฉันทันที
“โอ้ย โอ้ย ฉันปล่อยแล้วโว้ย” อีตาหื่นจาเวนร้องเสียงหลงออกมา
“แกกล้าดีอย่างไงมาแตะต้องตัวเธอ ฮ่ะ!” ไทเกอร์ตะคอกเสียงของเขาใส่ผู้ชายคนนั้น
ในขณะนั้นฉันจึงเดินไปหลบที่ด้านหลังของมัน
“ก็เธอมาอ่อยฉันก่อน” เมื่ออีตาหื่นพูดยังไม่ทันขาดคำ ไอ้เกอร์ก็ต่อยเข้าที่หน้าของเขาอย่างจัง จนผู้คนในงานเริ่มหันมาสนใจที่เราสามคน
“หุบปากสารเลวของแกซะ” ไอ้เกอร์ต่อยลงเข้าที่หน้าของผู้ชายคนนั้นอีกสองสามครั้ง จนใบหน้าของเขาบวมช้ำไปหมด และมีเลือดไหลออกมาจากปากของเขา
ชายคนนั้นล้มลงกับพื้นด้วยความอ่อนแรง ไอ้เกอร์มองไปที่เขาด้วยเครียดแค้น และก็คว้ามือของฉันให้เดินออกมาจากงานปาร์ตี้นั้นทันที
ไอ้เกอร์จับข้อมือของฉันเดินออกมาจนถึงลานจอดรถมอเตอร์ไซค์ของเขา ไอ้เกอร์ไม่พูดไม่จากับฉันสักคำ มันเอาแต่เงียบกริบพร้อมกับใบหน้าที่บึ้งตึง
ไอ้เกอร์สตาร์ทมอเตอร์ไซค์โดยไม่พูดไม่จาอะไรกับฉันอีกเลย
ระหว่างทาง จนมาถึงมาถึงหน้าบ้าน ไม่มีบทสนทนาใด ๆ เกิดขึ้นเลยระหว่างเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่แปลกไปจากปกติมาก
จนเมื่อรถมอเตอร์ไซค์ของไอ้เกอร์มาจอดให้ฉันลงที่หน้าประตูบ้านของฉัน
“แกเป็นอะไรของแกอ่าไอ้เกอร์” ฉันถามขึ้น เมื่อก้าวลงจากมอเตอร์ไซค์ของมัน
แต่ไอ้เกอร์ก็ยังคงนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์อย่างนิ่งเงียบ โดยไม่หันมามองหน้าฉันแม้แต่น้อย
“ไอ้เกอร์ แกเป็นอะไรของแก ทำไมต้องทำหน้าโกรธขนาดนั้นด้วยอ่า” ฉันถามต่อ เมื่อฉันรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่แปลกไป
________________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“ไอ้เกอร์” ฉันจับใบหน้าของมันให้มามองที่ฉัน“ก็แก” แล้วในที่สุดมันก็ยอมพูดจนได้ “แกแต่งตัวแบบนี้ ผู้ชายมันถึงได้ทำแบบนั้นกับแกไง”“เดี๋ยวก่อนนะ แกพยายามจะบอกว่า ไอ้เหตุการณ์บ้า ๆ ที่เกิดขึ้นในงานปาร์ตี้เมื่อกี้ เกิดขึ้นเพราะฉัน” ฉันตวาดใส่ไอ้เกอร์ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ“ก็ถ้าแกไม่แต่งตัวยั่วคนอื่นแบบนั้น มันก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก” ไอ้เกอร์พูดด้วยเสียงเรียบเฉย นั้นยิ่งทำให้ฉันโกรธขึ้นไปอีก“ฉันขอพูดอะไรหน่อยนะ ทำไมเวลาผู้หญิงแต่งตัวไม่เรียบร้อย แล้วมีผู้ชายมาลวนลาม ทำไมความผิดถึงกลายเป็นของฝ่ายผู้หญิงฝ่ายเดียว ทั้ง ๆ ที่ผู้หญิงก็มีสิทธิและเสรีภาพในการแต่งตัวอย่างไงก็ได้ แต่ทำไมไม่มีใครคิดจะโทษว่าเป็นเพราะผู้ชายนั้นสารเลวเอง ถ้าผู้ชายเหล่านั้นไม่ได้มีจิตใจที่สกปรก ต่อให้ผู้หญิงจะแต่งตัวแบบไหน พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปลวนลาม ผู้หญิงอย่างเราก็มีสิทธิ์ในการเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบไหนก็ได้ ทำไมผู้ชายถึงเอาแต่มาโทษผู้หญิงอย่างเรา” พูดจบฉันก็เดินเปิดประตูรั้ว และเดินเข้าบ้านไปทันทีฉันได้ยินเสียงของไอ้เกอร์เรียกตามหลังมา แต่ความโกรธของฉันตอนนี้ทำให้ฉันไม่อยากหันกลับไปมองหน้ามัน
บทที่ 5เอพริล :ฉันเดินไปอยู่ในงาน แต่ก็ยังไม่มีหนุ่ม ๆ เข้ามาจีบสักคน คงจะเป็นเพราะไอ้เกอร์ตัวแสบจริง ๆ ด้วย “ฮึ่ม เอาไงดีหว่า” ฉันคิดไปไปคิดมาก็หันไปเห็นไอ้เกอร์กำลังยืนจีบสาวอยู่ “ทำไมแกไปจีบคนอื่นได้ แต่ฉันไม่สามารถจีบคนอื่นได้ล่ะ เอ๊ะ!! ใช่ ถ้าผู้ชายไม่เดินเข้ามาจีบฉัน งั้นฉันก็จะเป็นฝ่ายเข้าไปจีบเขาแทน”เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉันก็สอดส่องสายตาไปรอบ ๆ งานเพื่อหาเป้าหมายที่จะหล่อ และดูดี “ใครดีนร้า” ฉันบ่นกับตัวพึมพำ และมองหาเป้าหมายไปด้วยและในที่สุด สายตาของฉันก็ไปสะดุดเข้ากับผู้ชายตัวสูง ผมสีน้ำตาลอ่อน ที่อยู่ในเสื้อสูทเปิดอกเล็กน้อย ช่างดูเซ็กซี่เหลือเกิน“นั้นไง พ่อหนุ่มคณะวิศวะคนนั้นแหละที่เหมาะเป็นเป้าหมายของฉันที่สุด” เมื่อบ่นกับตัวเองเสร็จ ฉันก็คว้าแก้วน้ำส้มแล้วเดินเข้าไปหาเขาทันที แต่จะให้ได้เดินเข้าไปจีบเขาตรง ๆ เลยก็จะดูอ่อยเกินไป ดังนั้น ฉันจึง“อุ้ย! ขอโทษนะคะ เอพริลไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ค่ะ” แล้วก็เป็นไปตามแผนนางร้ายในละคร เมื่อฉันทำเป็นแกล้งเดินสะดุดขาตัวเองเพื่อทำน้ำส้มกระเด็นจากแก้ว จนไปโดนเสื้อสูทของเขา“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” เขาถามขึ้น พร้อ
“สวัสดีครับคุณไทเกอร์ วันนี้ผมจะขอมารับเอพริลไปที่ร้านกับผมนะครับ” พี่เอดีนพูดกับไอ้เกอร์ด้วยความสุภาพ สายตาที่มองกลับไปหาไอ้เกอร์ด้วยความนิ่ง และคำพูดที่เรียบเฉียบ ไม่รู้ว่าเป็นการขออนุญาตหรือเป็น คำบอกกล่าวกันแน่ แต่ที่รู้ ๆ ตอนนี้คือสายตาของไอ้เกอร์ที่มองไปที่พี่เอดีนเริ่มจะไม่โอเคซะแล้ว“เอ่อ คือว่าพี่เอดีน พอดีว่าไหน ๆ ไทเกอร์ก็มารับเอพริลที่บ้านประจำอยู่แล้ว ก็ให้เอพริลไปกับไทเกอร์เหมือนเดิมจะดีกว่านะคะ” ฉันพูดขึ้นบ้าง เพราะลองถ้าฉันบอกว่าไปกับพี่เอดีนสิ มีหวังไอ้เกอร์งอนฉันแน่ เอาว่ะ พี่เอดีนเป็นผู้ใหญ่กว่า เขาคงจะเข้าใจฉันนะ“งั้นตั้งแต่พรุ่งนี้ไป พี่ขอเป็นคนมารับส่งน้องเอพริลเองทุกวันนะครับ” พี่เอดีนหันหน้ามาพูดกับฉัน“ไม่ได้” แล้วไอ้เกอร์ก็ขัดพี่เอดีนขึ้นมาทันควันพ่อ แม่ เห็นสถานการณ์ตรงนี้ไม่ดี จึงดึงผมเปียของยัยแจนให้ออกไปจากห้องอาหารนี้ด้วยกันทันที“คุณพาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์ทุกวันแบบนี้มันอันตรายนะ สู้ให้น้องเอพริลไปรถยนต์กับผมดีกว่าเพราะปลอดภัยกว่าเยอะ” เหตุผลที่พี่เอดีนพูดขึ้น ทำให้ไทเกอร์เงียบไปครู่หนึ่ง“แต่ผมก็พาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่สมัยเรียนเป็นสิบ ๆ
“ใช่ค่ะ เอพริลเป็นแฟนของพี่เอดีนเองค่ะ” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับขยับตัวเข้าไปชิดกับพี่เอดีนให้แนบแน่นกว่าเดิม จนยัยฟางทนไม่ไหว และพุ่งมากระชากตัวฉันออกจากพี่เอดีนทันที“โอ้ยยยย” ฉันล้มลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง“น้องเอพริล เป็นอะไรไหมครับ?” พี่เอดีนค่อย ๆ พยุงร่างของฉันขึ้นจากพื้น และหันไปต่อว่ายัยคุณฟางทันที “นี่มันจะเกินไปแล้วนะ กลับไปได้แล้วฟาง ผมไม่อยากให้คุณมาวุ่นวายกับแฟนของผมอีก”“ไม่ค่ะ ฟางไม่กลับ และฟางก็ไม่มีทางเชื่อด้วยว่าพี่เอดีนคบกับยัยเด็กคนนี้ ฟางมาเฝ้าพี่เอดีนออกจะบ่อย เพิ่งจะมาเห็นยัยเด็กผู้หญิงคนนี้ก็วันนี้นี่เอง” ยัยคุณฟางพูดขึ้นด้วยที่เสียงอันแหลมจนทะลุแก้วหู“กลับไปได้แล้วฟาง แล้วก็เลิกมาวุ่นวายกับที่นี่อีก แล้วอีกอย่าง อย่ามาทำกริยาแบบนี้กับแฟนของผมอีก ผมไม่ชอบ” พี่เอดีนพูดตอบกลับไปด้วยเสียงแข็งกร้าว จนทำให้ดวงตาของยัยคุณฟางเริ่มเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา“เอดีนใจร้ายกับฟางมากไปแล้วนะคะ ฟางจะไม่ยอมแค่นี้แน่นอนค่ะ” เธอตอบกลับด้วยเสียงที่สั่นคลอ และในที่สุดน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาจนได้ยัยคุณฟางเดินออกไปจากร้านด้วยความว่องไว พร้อมกับปาดน้ำตาออกเพื่อไม่ให้ใครเห็นถึงความอ่อนแอหน้าตาก็ส
ผู้หญิงสาวสาว หุ่นผอมเพรียวเดินเข้ามาในร้าน ดวงตาสีน้ำตาล จมูกที่คมสัน พร้อมกับผมสีดำสนิทและตรงยาวสลวยงดงาม เดินเข้ามาสู่ในร้าน พนักงานทุกคนรีบวิ่งหน้าตาตื่นไปตอนรับเธอทันที ฉันยืนมองผู้หญิงคนนั้นด้วยความมึนงงไปพักใหญ่“สวัสดีค่ะ คุณฟาง เชิญนั่งก่อนค่ะ” พี่น้ำส้ม ยกมือไหว้ พร้อมกับเชิญให้ผู้หญิงคนสวยที่ชื่อฟางนั่งลงกับเก้าอี้“ชาเนส 1 แก้ว” เธอสั่งเมนูด้วยเสียงเรียบเฉียบ ท่านั่ง และสายตาที่มองไปรอบ ๆ ร้านของเธอช่างดูเป็นผู้หญิงที่มีอำนาจในอายุน้อยเหลือเกิน“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” พี่น้ำส้มรับเมนูด้วยตัวเอง และรีบนำไปส่งให้พี่แอมป์ที่เป็นบาริสต้า“และนั้นใคร พนักงานใหม่หรอ?” ผู้หญิงคนสวยที่ชื่อฟางคนนั้นถามพี่น้ำส้มขึ้น พร้อมกับมองหน้ามาที่ฉัน แต่สายตาที่เธอส่งมานั้น ช่างไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย“ใช่ค่ะคุณฟาง น้องเป็นคนรู้จักของคุณเอดีน และกำลังฝึกงานอยู่ที่นี่ค่ะ” พี่น้ำส้มตอบกลับด้วยความนอบน้อม ในขณะที่ผู้หญิงคนนั้นกลับมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่เหยียดฉันดูออกนะ ว่าคุณไม่ชอบฉันได้แต่คิดโมโหในใจ ว่าทำไมฉันต้องมายืนให้ผู้หญิงคนนี้มองเหยียดด้วยความดูถูกด้วยนะ ฉันเป็นเด็กฝึกงานแล้วมันไปหนักศีรษ
บทที่ 4เอพริล :เช้าตรู่ของวันใหม่เริ่มต้นขึ้น ร่างกายของฉันยังคงพลิกไปมาบนที่นอนสีชมพู ดวงตาของฉันยังคงปิดอยู่ แต่แสงแดดที่ส่องทะลุผ้าม่านเข้ามากระทบกับดวงตาที่ปิดอยู่ของฉัน ทำให้ฉันรู้สึกนอนหลับไม่สนิทแต่ เอ๊ะ!!ไทเกอร์ :วันนี้ผมมาถึงบ้านของเอพริลแต่เช้า แม่ของเอพริลเลยเชิญให้ผมมารอในห้องรับแขก แต่ผ่านไปสักพักผมรู้สึกอยากแกล้งเอพริลขึ้นมา จึงตั้งใจจะไปปลุกเธอที่ห้องนอนซะหน่อย เนื่องจากว่า แม่ของเอพริลไว้ใจผมมาก จึงทำให้ผมสามารถเข้ามาป่วนเอพริลถึงบนห้องได้เป็นประจำผมค่อย ๆ เปิดประตูห้องของเอพริลเข้ามาอย่างเบามือ เห็นร่างบอบบางกำลังพลิกตัวหนีแสงแดดที่กำลังทะลุผ่านผ้าม่านเข้ามากระทบกับใบหน้าของเธอ ผมค่อย ๆ เดินอย่างเบา ๆ เพื่อไปยืนบังแสงแดดตรงนั้น ผมใช้ลำตัวของผมกำบังไม่ให้แสงแดดส่องทะลุไปกระทบกับใบหน้าของเธอได้ ร่างบางหยุดพลิกตัวไปมา และหลับต่ออีกครั้งผมยืนกำบังแสงแดดอยู่ตรงนั้นเป็นเวลาสักพัก ผมไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ผมรู้เพียงแต่ว่า การได้ยืนมองความไร้เดียงสาของเธออยู่ตรงนี้อย่างเงียบ ๆ มันทำให้ผมรู้สึกสบายใจมีคนกล่าวว่า จงเลือกคนที่ทำให้คุณหัวใจของคุณสงบ มากกว่า







