Home / โรแมนติก / แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้ / ตอนที่ 16 : ดอกกุหลาบสื่อรัก (4)

Share

ตอนที่ 16 : ดอกกุหลาบสื่อรัก (4)

last update publish date: 2026-10-30 00:30:42

“สวัสดีครับคุณไทเกอร์ วันนี้ผมจะขอมารับเอพริลไปที่ร้านกับผมนะครับ” พี่เอดีนพูดกับไอ้เกอร์ด้วยความสุภาพ สายตาที่มองกลับไปหาไอ้เกอร์ด้วยความนิ่ง และคำพูดที่เรียบเฉียบ ไม่รู้ว่าเป็นการขออนุญาตหรือเป็น      คำบอกกล่าวกันแน่ แต่ที่รู้ ๆ ตอนนี้คือสายตาของไอ้เกอร์ที่มองไปที่พี่เอดีนเริ่มจะไม่โอเคซะแล้ว

“เอ่อ คือว่าพี่เอดีน พอดีว่าไหน ๆ ไทเกอร์ก็มารับเอพริลที่บ้านประจำอยู่แล้ว ก็ให้เอพริลไปกับไทเกอร์เหมือนเดิมจะดีกว่านะคะ” ฉันพูดขึ้นบ้าง เพราะลองถ้าฉันบอกว่าไปกับพี่เอดีนสิ มีหวังไอ้เกอร์งอนฉันแน่ เอาว่ะ พี่เอดีนเป็นผู้ใหญ่กว่า เขาคงจะเข้าใจฉันนะ

“งั้นตั้งแต่พรุ่งนี้ไป พี่ขอเป็นคนมารับส่งน้องเอพริลเองทุกวันนะครับ” พี่เอดีนหันหน้ามาพูดกับฉัน

“ไม่ได้” แล้วไอ้เกอร์ก็ขัดพี่เอดีนขึ้นมาทันควัน

พ่อ แม่ เห็นสถานการณ์ตรงนี้ไม่ดี จึงดึงผมเปียของยัยแจนให้ออกไปจากห้องอาหารนี้ด้วยกันทันที

“คุณพาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์ทุกวันแบบนี้มันอันตรายนะ สู้ให้น้องเอพริลไปรถยนต์กับผมดีกว่าเพราะปลอดภัยกว่าเยอะ” เหตุผลที่พี่เอดีนพูดขึ้น ทำให้ไทเกอร์เงียบไปครู่หนึ่ง

“แต่ผมก็พาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่สมัยเรียนเป็นสิบ ๆ ปี พวกเราก็ปลอดภัยดีนี่” ไทเกอร์เถียงกลับ

“แต่อนาคตใครจะไปรู้ล่ะครับคุณไทเกอร์” พี่เอดีนก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน

“แต่ผมรับส่งเอพริลมาก่อน และผมไม่ต้องการให้ใครมาทำแทนผมด้วย” ไอ้เกอร์ต่อกรขึ้น

“ก็เพราะเมื่อก่อนผมยังไม่เข้ามาในชีวิต และตอนนี้ผมกก็เข้ามาแล้ว ผมจะเป็นคนดูแลน้องเอพริลเอง” พี่เอดีนก็ยังเถียงไม่ถอยเหมือนกัน

“แต่...” 

“หยุดก่อนทั้งคู่เลยค่ะ”

ไอ้เกอร์กำลังจะเถียงกลับต่อ จึงทำให้ฉันรีบขัดขึ้นมาทันที เพราะดูจากสถาการณ์ตรงนี้แล้วคงไม่จบง่าย ๆ

“เพื่อเป็นการตัดปัญหาทั้งหมด หลังจากนี้เอพริลจะขอขับรถไปที่ร้านด้วยตัวเองค่ะ” ฉันพูดขึ้น และดูเหมือนสองหนุ่มกำลังจะเถียงต่อ จึงทำให้ฉันต้องรีบพูดต่อทันที “นี่คือการตัดสินใจของเอพริลค่ะ”

พูดจบ ฉันก็กำลังจะเตรียมตัวเดินออกจากห้องอาหาร แต่พี่เอดีนก็เปิดศึกต่อทันที

“ผมกำลังรอคำตอบการเป็นแฟนจากน้องเอพริล คุณเป็นแค่เพื่อนสนิท คุณควรให้เธอตัดสินใจกับชีวิตเธอเอง” พี่เอดีนพูดกับไอ้เกอร์ ทำให้ฉันถึงกับอึ้งทันที ว่าผู้ชายที่แสนสุภาพอย่างพี่เอดีน พอจะลุกขึ้นสู้ก็ทำให้ศัตรูกลัวได้เหมือนกันนะ

แต่คำพูดของไอ้เกอร์ทำให้พี่เอดีนนั้นต้องอึ้งมากกว่า

“ผมกำลังรอคำตอบตกลงแต่งงานจากเอพริลอยู่” พูดจบ ไอ้เกอร์ก็เดินออกไปสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์และขับออกไปทันที ในขณะที่พี่เอดีนกำลังยืนอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก

เฮ้ออออออออ 

หนึ่งคนขอเป็นแฟน

หนึ่งคนขอแต่งงาน

นี่ฉันจะดีใจ หรือจะปวดหัวดีล่ะนี่ เฮ้ออออออออออออ

วันนี้ที่ร้านลูกค้าไม่เยอะมาก พี่เอดีนเองก็เข้าร้านมาตอนเช้าเท่านั้น พอสาย ๆ ก็ออกไปทำงานที่บริษัทของครอบครัว หรือจะได้เรียกได้ว่าคาเฟ่นี้เป็นเพียงงานอดิเรกของพี่เอดีนเท่านั้น

แต่งานอดิเรกของคน ๆ หนึ่ง อาจจะเป็นความฝันทั้งชีวิตของอีกคนหนึ่งเลยก็ได้นะ อย่างเช่นฉันนี่ไง

ติ้ง (เสียงข้อความไลน์กลุ่มดังขึ้น)

‘ปุกาศ ปุกาศ ขอเชิญเหล่านักศึกษาที่จบการศึกษาปีนี้ เข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองในค่ำคืนวันพรุ่งนี้ เวลา 20:00 น. ณ หอประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัย’

เฮ้ย! งานคืนพรุ่งนี้แล้วนี่หว่า แล้วฉันจะไปหาชุดที่ไหนทันล่ะเนี่ย แงงงงงงง เอาไงดีว่ะยัยเอพริล คิดสิคิด คิดให้ออกสิ จะสั่งออนไลน์ก็คงไม่ทัน จะให้ไปซื้อที่ห้าง ฉันก็ดันเลิกงานค่ำซะอีก จะให้ไอ้เกอร์มาพาไปแบบเคยก็คงไม่ได้ เพราะพี่เอดีนคงไม่พอใจแน่ เอาไงดีว่ะ แงงงงงง สงสัยคงต้องรื้อชุดเก่าจากตู้เสื้อผ้าไปแน่เลย โอ้ยยยยยย แล้วคนจัดก็ช่างใจร้ายซะเหลือเกิน แจ้งก่อนวันเริ่มเพียงหนึ่งวันเนี่ยนะ ฮึ่ม

ค่ำคืนวันงานมาถึง

ฉันรื้อตู้เสื้อผ้าตั้งแต่กลับมาจากคาเฟ่ จนเหลือเวลาไม่ถึงชั่วโมงแล้ว จนปานนี้ฉันก็ยังไม่ได้ชุดที่ถูกใจให้ใส่ไปงานเลย แงงงงง 

“ตัวไหนดีล่ะยัยเอพริล ตัวนี้ดีไหม ไม่ ฉันว่าไม่ดี ตัวนี้ก็สีทึบไป ถ้าใส่ตอนกลางคืนก็คงไม่เด่น ตัวนี้ก็ยาวไป ใส่ออกมาแล้วเป็นป้าเลย แงงงงงง ฉันจะร้องไห้แล้วนะ” ระหว่างที่บ่นกับตัวไป พรางโยนเสื้อผ้าที่ไม่ผ่านตากรรมการไปกองรวมกันที่ด้านขวามือ

และแล้ว ...

“ในที่สุดฉันก็เจอจนได้”

ฉันรีบแต่งตัวอย่างว่องไว เพราะไอ้เกอร์มาบีบแตรมอเตอร์ไซค์รออยู่หน้ารั้วสักพักใหญ่แล้ว ฉันอยู่ในชุดเดรสสั้นรัดรูปสีชมพู พร้อมกับด้านบนที่เป็นเกาะอกเพื่อโชว์เนินอกอันขาวผ่อง

“โป๊เกินไป แกกลับขึ้นไปเปลี่ยนเลยนะ” วินาทีแรกที่ไอ้เกอร์เห็นฉันในชุดนี้ มันถึงกับอ้าปากขึ้นด่าฉันทันที

“นี่มันงานปาร์ตี้ฉลองเรียนจบนะ ไม่ใช่งานผู้สูงอายุที่จะให้ฉันชุดยาว ๆ เป็นคุณยายอ่า” ฉันเถียงขึ้นอย่างทันควัน

“ก็มันโป๊นี่หว่า ฉันไม่ชอบให้ใครมามองแกนี่” ไทเกอร์ทำเสียงหวานเพื่อให้ฉันยอมใจอ่อนไปเปลี่ยน แต่แหม่ ๆ ให้ฉันสวยสักคืนไม่ได้หรอ!! วุ้ย

“ไม่มีใครกล้ามองฉันนานหรอก เขาเห็นแกอยู่กับฉัน ผู้ชายพวกนั้นก็เผ่นหนีกันเหมือนเคยแหละ” ฉันทำหน้าเซ็ง

“ก็จริง งั้นเอาเสื้อนี้คลุมไว้ตอนซ้อนมอเตอร์ไซค์หน่อยแล้วกัน สงสารรถที่ขับตามหลัง เดี๋ยวตาของเขาบอดระหว่างทางซะก่อน” พูดจบไอ้เกอร์ก็ถอดเสื้อคลุมของมันออก และโยนมาให้ฉันทันที

“ไอ้เกอร์ เดี๋ยวฉันตบปากแตกเลยนี่ ไป ๆ ได้ล่ะ เดี๋ยวสาย”

ปาร์ตี้ถูกจัดขึ้นในหอประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัย นักศึกษาทุกคณะที่จบการศึกษาปีนี้ได้มารวมตัวฉลองด้วยกันที่นี่ มีทั้งคนที่ฉันรู้จักและไม่รู้จักเต็มไปหมด ตอนนี้ฉันเดินแยกตัวจากไอ้เกอร์ออกมาถ่ายรูปกับเหล่าเพื่อนสาวแล้ว ส่วนไอ้เกอร์เองก็ไปสังสรรค์ตามประสาชายหนุ่ม

จะว่าไปแล้ว ตั้งแต่มัธยม จนจบมหาวิทยาลัย ฉันและไอ้เกอร์ก็เจอหน้ากันเกือบทุกวัน มีชีวิตอยู่ด้วยกัน    ทุกวัน ผ่านเรื่องราวทุกข์สุขมาด้วยกัน 

ฉันเองก็ไม่กล้าคิดเลยว่า ถ้าเมื่อประมาณสิบปีก่อนผู้ชายคนนี้ไม่เดินเข้ามาในชีวิตของฉัน ฉันอาจจะไม่ได้มีความสุขแบบนี้ก็ได้

ความของฮอตของไอ้เกอร์ไม่เคยน้อยลงจริง ๆ ยิ่งมาอยู่ในงานปาร์ตี้แบบนี้ สาว ๆ มากมายก่ายกองจากต่างคณะ ต่างก็พากันเดินเข้าไปสนทนากับไอ้เกอร์โดยไม่ขาดสาย ฉันมองไปเห็นแล้วก็อดหมั่นใส้ไม่ได้

แหม่ ๆ ทำมาเป็นหวงไม่ให้ฉันแต่งตัวโป๊ เพราะกลัวผู้ชายคนอื่นจะมามอง ที่ตัวเองล่ะ สาว ๆ เข้าหามาไม่หยุดเลย ชิ แล้วมาทำเป็นขอฉันแต่งงาน 

ฉันรู้สึกโมโหไอ้เกอร์จนร้อนไปถึงใจและกาย ไหน ๆ ก็แต่งตัวมาเซ็กซี่ขนาดนี้แล้ว ฉันก็ขออ่อยหนุ่ม ๆ สักคนสองคนหน่อยแล้วกัน

ฉันเดินออกจากกลุ่มเพื่อนสาว และเดินไปยัง    มุมเครื่องดื่ม มุมนี้ไม่มีใครมานั่งมากนัก เพราะทุกคนกำลังจับกลุ่มคุยกันที่ด้านหน้าของงาน ฉันกินน้ำอัดลมกระป๋องด้วยความเดียวดาย ในใจแอบน้อยใจไอ้เกอร์ที่พอมาถึงงาน มันก็ทิ้งฉันไป ชิ อยากตบกะโหลกมันชะมัด

“อ้าว เอพริล ทำไมมานั่งดื่มอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะ ไม่เหงาแย่หรอ?” ชายหนุ่มผิวขาว ในร่างสูงโปร่งทักขึ้น

“ไม่เหงาหรอกค่ะ ว่าแต่คุณคือ..” เพราะไม่คุ้นหน้าคุ้นตากับชายคนที่กำลังทักอยู่ตรงหน้า จึงทำให้ฉันกระอึกกระอัก

“เราคือ ทิม ไง ที่เป็นเพื่อนกับไทเกอร์อ่า จำเราได้ยัง” 

“อ่อ ทิม” ทิมไหนว่ะ เออ ออ ไปก่อนแล้วกัน “สบายดีไหมทิม ช่วงนี้เป็นไงบ้าง”

“สบายดี แล้วเอพริลล่ะ เป็นไงบ้าง ได้ฤกษ์แต่งงานกันยัง” 

“แต่งงาน?” ฉันถามกลับด้วยความสงสัย 

“ก็ไอ้เกอร์เล่นขอแต่งงานกลางงานรับปริญญาขนาดนั้น เพื่อน ๆ ก็เลยคิดว่าสองคนคงจะแต่งงานไปแล้วมั้ง เห็นวันนั้นเอพริลไม่ได้ให้คำตอบไอ้เกอร์ แต่ก็ยังสนิทกันเหมือนเดิม พวกเราเลยคิดว่า สองคนคงไปตอบตกลงกันใหม่แล้ว” 

งามใส้แล้วไงยัยเอพริล ถึงว่า งานปาร์ตี้วันนี้ไม่มีหนุ่ม ๆ คนไหนเข้ามาจีบฉันเลย ไอ้เกอร์ตัวแสบ แกเล่นดักฉันไว้ทุกทางเลยนะไอ้เกอร์ ฮึ!

_______________________________________________________________

ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้   ตอนที่ 18 : ความโกรธ ความหึงหวง (2)

    “ไอ้เกอร์” ฉันจับใบหน้าของมันให้มามองที่ฉัน“ก็แก” แล้วในที่สุดมันก็ยอมพูดจนได้ “แกแต่งตัวแบบนี้ ผู้ชายมันถึงได้ทำแบบนั้นกับแกไง”“เดี๋ยวก่อนนะ แกพยายามจะบอกว่า ไอ้เหตุการณ์บ้า ๆ ที่เกิดขึ้นในงานปาร์ตี้เมื่อกี้ เกิดขึ้นเพราะฉัน” ฉันตวาดใส่ไอ้เกอร์ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ“ก็ถ้าแกไม่แต่งตัวยั่วคนอื่นแบบนั้น มันก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก” ไอ้เกอร์พูดด้วยเสียงเรียบเฉย นั้นยิ่งทำให้ฉันโกรธขึ้นไปอีก“ฉันขอพูดอะไรหน่อยนะ ทำไมเวลาผู้หญิงแต่งตัวไม่เรียบร้อย แล้วมีผู้ชายมาลวนลาม ทำไมความผิดถึงกลายเป็นของฝ่ายผู้หญิงฝ่ายเดียว ทั้ง ๆ ที่ผู้หญิงก็มีสิทธิและเสรีภาพในการแต่งตัวอย่างไงก็ได้ แต่ทำไมไม่มีใครคิดจะโทษว่าเป็นเพราะผู้ชายนั้นสารเลวเอง ถ้าผู้ชายเหล่านั้นไม่ได้มีจิตใจที่สกปรก ต่อให้ผู้หญิงจะแต่งตัวแบบไหน พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปลวนลาม ผู้หญิงอย่างเราก็มีสิทธิ์ในการเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบไหนก็ได้ ทำไมผู้ชายถึงเอาแต่มาโทษผู้หญิงอย่างเรา” พูดจบฉันก็เดินเปิดประตูรั้ว และเดินเข้าบ้านไปทันทีฉันได้ยินเสียงของไอ้เกอร์เรียกตามหลังมา แต่ความโกรธของฉันตอนนี้ทำให้ฉันไม่อยากหันกลับไปมองหน้ามัน

  • แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้   ตอนที่ 17 : ความโกรธ ความหึงหวง (1)

    บทที่ 5เอพริล :ฉันเดินไปอยู่ในงาน แต่ก็ยังไม่มีหนุ่ม ๆ เข้ามาจีบสักคน คงจะเป็นเพราะไอ้เกอร์ตัวแสบจริง ๆ ด้วย “ฮึ่ม เอาไงดีหว่า” ฉันคิดไปไปคิดมาก็หันไปเห็นไอ้เกอร์กำลังยืนจีบสาวอยู่ “ทำไมแกไปจีบคนอื่นได้ แต่ฉันไม่สามารถจีบคนอื่นได้ล่ะ เอ๊ะ!! ใช่ ถ้าผู้ชายไม่เดินเข้ามาจีบฉัน งั้นฉันก็จะเป็นฝ่ายเข้าไปจีบเขาแทน”เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉันก็สอดส่องสายตาไปรอบ ๆ งานเพื่อหาเป้าหมายที่จะหล่อ และดูดี “ใครดีนร้า” ฉันบ่นกับตัวพึมพำ และมองหาเป้าหมายไปด้วยและในที่สุด สายตาของฉันก็ไปสะดุดเข้ากับผู้ชายตัวสูง ผมสีน้ำตาลอ่อน ที่อยู่ในเสื้อสูทเปิดอกเล็กน้อย ช่างดูเซ็กซี่เหลือเกิน“นั้นไง พ่อหนุ่มคณะวิศวะคนนั้นแหละที่เหมาะเป็นเป้าหมายของฉันที่สุด” เมื่อบ่นกับตัวเองเสร็จ ฉันก็คว้าแก้วน้ำส้มแล้วเดินเข้าไปหาเขาทันที แต่จะให้ได้เดินเข้าไปจีบเขาตรง ๆ เลยก็จะดูอ่อยเกินไป ดังนั้น ฉันจึง“อุ้ย! ขอโทษนะคะ เอพริลไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ค่ะ” แล้วก็เป็นไปตามแผนนางร้ายในละคร เมื่อฉันทำเป็นแกล้งเดินสะดุดขาตัวเองเพื่อทำน้ำส้มกระเด็นจากแก้ว จนไปโดนเสื้อสูทของเขา“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” เขาถามขึ้น พร้อ

  • แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้   ตอนที่ 16 : ดอกกุหลาบสื่อรัก (4)

    “สวัสดีครับคุณไทเกอร์ วันนี้ผมจะขอมารับเอพริลไปที่ร้านกับผมนะครับ” พี่เอดีนพูดกับไอ้เกอร์ด้วยความสุภาพ สายตาที่มองกลับไปหาไอ้เกอร์ด้วยความนิ่ง และคำพูดที่เรียบเฉียบ ไม่รู้ว่าเป็นการขออนุญาตหรือเป็น คำบอกกล่าวกันแน่ แต่ที่รู้ ๆ ตอนนี้คือสายตาของไอ้เกอร์ที่มองไปที่พี่เอดีนเริ่มจะไม่โอเคซะแล้ว“เอ่อ คือว่าพี่เอดีน พอดีว่าไหน ๆ ไทเกอร์ก็มารับเอพริลที่บ้านประจำอยู่แล้ว ก็ให้เอพริลไปกับไทเกอร์เหมือนเดิมจะดีกว่านะคะ” ฉันพูดขึ้นบ้าง เพราะลองถ้าฉันบอกว่าไปกับพี่เอดีนสิ มีหวังไอ้เกอร์งอนฉันแน่ เอาว่ะ พี่เอดีนเป็นผู้ใหญ่กว่า เขาคงจะเข้าใจฉันนะ“งั้นตั้งแต่พรุ่งนี้ไป พี่ขอเป็นคนมารับส่งน้องเอพริลเองทุกวันนะครับ” พี่เอดีนหันหน้ามาพูดกับฉัน“ไม่ได้” แล้วไอ้เกอร์ก็ขัดพี่เอดีนขึ้นมาทันควันพ่อ แม่ เห็นสถานการณ์ตรงนี้ไม่ดี จึงดึงผมเปียของยัยแจนให้ออกไปจากห้องอาหารนี้ด้วยกันทันที“คุณพาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์ทุกวันแบบนี้มันอันตรายนะ สู้ให้น้องเอพริลไปรถยนต์กับผมดีกว่าเพราะปลอดภัยกว่าเยอะ” เหตุผลที่พี่เอดีนพูดขึ้น ทำให้ไทเกอร์เงียบไปครู่หนึ่ง“แต่ผมก็พาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่สมัยเรียนเป็นสิบ ๆ

  • แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้   ตอนที่ 15 : ดอกกุหลาบสื่อรัก (3)

    “ใช่ค่ะ เอพริลเป็นแฟนของพี่เอดีนเองค่ะ” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับขยับตัวเข้าไปชิดกับพี่เอดีนให้แนบแน่นกว่าเดิม จนยัยฟางทนไม่ไหว และพุ่งมากระชากตัวฉันออกจากพี่เอดีนทันที“โอ้ยยยย” ฉันล้มลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง“น้องเอพริล เป็นอะไรไหมครับ?” พี่เอดีนค่อย ๆ พยุงร่างของฉันขึ้นจากพื้น และหันไปต่อว่ายัยคุณฟางทันที “นี่มันจะเกินไปแล้วนะ กลับไปได้แล้วฟาง ผมไม่อยากให้คุณมาวุ่นวายกับแฟนของผมอีก”“ไม่ค่ะ ฟางไม่กลับ และฟางก็ไม่มีทางเชื่อด้วยว่าพี่เอดีนคบกับยัยเด็กคนนี้ ฟางมาเฝ้าพี่เอดีนออกจะบ่อย เพิ่งจะมาเห็นยัยเด็กผู้หญิงคนนี้ก็วันนี้นี่เอง” ยัยคุณฟางพูดขึ้นด้วยที่เสียงอันแหลมจนทะลุแก้วหู“กลับไปได้แล้วฟาง แล้วก็เลิกมาวุ่นวายกับที่นี่อีก แล้วอีกอย่าง อย่ามาทำกริยาแบบนี้กับแฟนของผมอีก ผมไม่ชอบ” พี่เอดีนพูดตอบกลับไปด้วยเสียงแข็งกร้าว จนทำให้ดวงตาของยัยคุณฟางเริ่มเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา“เอดีนใจร้ายกับฟางมากไปแล้วนะคะ ฟางจะไม่ยอมแค่นี้แน่นอนค่ะ” เธอตอบกลับด้วยเสียงที่สั่นคลอ และในที่สุดน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาจนได้ยัยคุณฟางเดินออกไปจากร้านด้วยความว่องไว พร้อมกับปาดน้ำตาออกเพื่อไม่ให้ใครเห็นถึงความอ่อนแอหน้าตาก็ส

  • แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้   ตอนที่ 14 : ดอกกุหลาบสื่อรัก (2)

    ผู้หญิงสาวสาว หุ่นผอมเพรียวเดินเข้ามาในร้าน ดวงตาสีน้ำตาล จมูกที่คมสัน พร้อมกับผมสีดำสนิทและตรงยาวสลวยงดงาม เดินเข้ามาสู่ในร้าน พนักงานทุกคนรีบวิ่งหน้าตาตื่นไปตอนรับเธอทันที ฉันยืนมองผู้หญิงคนนั้นด้วยความมึนงงไปพักใหญ่“สวัสดีค่ะ คุณฟาง เชิญนั่งก่อนค่ะ” พี่น้ำส้ม ยกมือไหว้ พร้อมกับเชิญให้ผู้หญิงคนสวยที่ชื่อฟางนั่งลงกับเก้าอี้“ชาเนส 1 แก้ว” เธอสั่งเมนูด้วยเสียงเรียบเฉียบ ท่านั่ง และสายตาที่มองไปรอบ ๆ ร้านของเธอช่างดูเป็นผู้หญิงที่มีอำนาจในอายุน้อยเหลือเกิน“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” พี่น้ำส้มรับเมนูด้วยตัวเอง และรีบนำไปส่งให้พี่แอมป์ที่เป็นบาริสต้า“และนั้นใคร พนักงานใหม่หรอ?” ผู้หญิงคนสวยที่ชื่อฟางคนนั้นถามพี่น้ำส้มขึ้น พร้อมกับมองหน้ามาที่ฉัน แต่สายตาที่เธอส่งมานั้น ช่างไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย“ใช่ค่ะคุณฟาง น้องเป็นคนรู้จักของคุณเอดีน และกำลังฝึกงานอยู่ที่นี่ค่ะ” พี่น้ำส้มตอบกลับด้วยความนอบน้อม ในขณะที่ผู้หญิงคนนั้นกลับมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่เหยียดฉันดูออกนะ ว่าคุณไม่ชอบฉันได้แต่คิดโมโหในใจ ว่าทำไมฉันต้องมายืนให้ผู้หญิงคนนี้มองเหยียดด้วยความดูถูกด้วยนะ ฉันเป็นเด็กฝึกงานแล้วมันไปหนักศีรษ

  • แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้   ตอนที่ 13 : ดอกกุหลาบสื่อรัก (1)

    บทที่ 4เอพริล :เช้าตรู่ของวันใหม่เริ่มต้นขึ้น ร่างกายของฉันยังคงพลิกไปมาบนที่นอนสีชมพู ดวงตาของฉันยังคงปิดอยู่ แต่แสงแดดที่ส่องทะลุผ้าม่านเข้ามากระทบกับดวงตาที่ปิดอยู่ของฉัน ทำให้ฉันรู้สึกนอนหลับไม่สนิทแต่ เอ๊ะ!!ไทเกอร์ :วันนี้ผมมาถึงบ้านของเอพริลแต่เช้า แม่ของเอพริลเลยเชิญให้ผมมารอในห้องรับแขก แต่ผ่านไปสักพักผมรู้สึกอยากแกล้งเอพริลขึ้นมา จึงตั้งใจจะไปปลุกเธอที่ห้องนอนซะหน่อย เนื่องจากว่า แม่ของเอพริลไว้ใจผมมาก จึงทำให้ผมสามารถเข้ามาป่วนเอพริลถึงบนห้องได้เป็นประจำผมค่อย ๆ เปิดประตูห้องของเอพริลเข้ามาอย่างเบามือ เห็นร่างบอบบางกำลังพลิกตัวหนีแสงแดดที่กำลังทะลุผ่านผ้าม่านเข้ามากระทบกับใบหน้าของเธอ ผมค่อย ๆ เดินอย่างเบา ๆ เพื่อไปยืนบังแสงแดดตรงนั้น ผมใช้ลำตัวของผมกำบังไม่ให้แสงแดดส่องทะลุไปกระทบกับใบหน้าของเธอได้ ร่างบางหยุดพลิกตัวไปมา และหลับต่ออีกครั้งผมยืนกำบังแสงแดดอยู่ตรงนั้นเป็นเวลาสักพัก ผมไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ผมรู้เพียงแต่ว่า การได้ยืนมองความไร้เดียงสาของเธออยู่ตรงนี้อย่างเงียบ ๆ มันทำให้ผมรู้สึกสบายใจมีคนกล่าวว่า จงเลือกคนที่ทำให้คุณหัวใจของคุณสงบ มากกว่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status