LOGINบทที่ 3
ไทเกอร์ :
ณ วันแข่งนักบิดรอบแรก
ผมอยู่ในชุดนักแข่งสีแดง พร้อมกับรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจที่จอดพร้อมลงแข่งข้างสนาม ผมมองหาเอพริลท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่ผมก็หาเธอไม่พบสักที อีก 5 นาทีจะได้เวลาลงแข่งแล้ว ปานนี้เธอยังไม่มาอีก
“ฉันรอกำลังใจจากแกอยู่นะ เอพริล” ผมบ่นพึมพำเบา ๆ พร้อมกับจับหมวกกันน็อคขึ้นมาสวมใส่
เอพริล :
“ว้ายยยยยยยยยยยย ฉันมาทันไอ้เกอร์ลงแข่งไหมเนี่ย” เมื่อพี่เอดีนจอดลงในลานจอดรถของสนามแข่งรถ ฉันไม่รอช้ารีบเปิดประตูรถลงมาทันที
“พี่เอดีนค่ะ เอพริลขอนำไปก่อนนะคะ” ฉันหันไปพูดกับพี่เอดีนด้วยเสียงที่รีบร้อน และวิ่งเข้าไปในสนามทันที
ณ สนามแข่งรถที่มีทั้งคนดู และนักแข่งเต็มสนามไปหมด เนื่องจากว่า นี้เป็นการแข่งรอบแรก และเป็นการแข่งรอบคัดเลือก ทำให้นักแข่งเยอะเป็นพิเศษ
“แกอยู่ที่ไหนนะไทเกอร์” ฉันบ่นพึมพำกับตัวเอง พร้อมกับยังคงเดินตามขอบสนามต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อมองหาไทเกอร์
ระหว่างที่ฉันกำลังเดินอยู่นั้น สายตาของฉันปะทะเข้ากับผู้ชายชุดนักแข่งสีแดง ที่กำลังยืนสวมหมวกกันน็อคอยู่
“ใช่แกแน่ ๆ ไอ้เสือร้ายตัวแสบ ฉันจำแกได้ ไม่ว่าแกจะอยู่ไกลขนาดไหนก็ตาม
“ไทเกอร์ ไทเกอร์ ไทเกอร์” ฉันตะโกนเสียงดังลั่นสนาม จนผู้ชายในชุดนักแข่งสีแดงหันมา เขาถอดหมวกกันน็อคออก ทำให้ฉันเห็นว่า นั้นเป็นไทเกอร์จริง ๆ ด้วย
ฉันรีบวิ่งรวดเร็วเข้าไปหาไทเกอร์ที่ด้านในสนามสำหรับนักแข่งทันที
“ไอ้เสือร้ายของฉัน ฉันหาแกตั้งนานเลยนะกว่าจะเจอ” ฉันพูดขึ้นด้วยเสียงอันรีบร้อน เพราะใกล้เวลาแข่งเข้ามาทุกที
“ฉันรู้ว่า ไม่ว่าอย่างไงแกก็จะมาทัน และแกก็จะหาฉันจนเจอ” ไอ้เกอร์ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“ชนะเขาให้ได้นะไอ้เสือ ฉันจะอยู่ตรงนี้เป็นกำลังใจให้แกนะ” ฉันพูดด้วยรอยยิ้ม
“กำลังใจอย่างเดียวไม่พอ ต้องหอมแก้มฉันด้วยดิ” ไอ้เกอร์พูดพร้อมกับยื่นแก้มเข้ามาใกล้ ๆ ใบหน้าของฉัน
“อ่า อ่า” ฉันใช้มือดันใบหน้าของมันออกไป พร้อมกับหัวเราะเล็กน้อย “ไอ้บ้า ชนะให้ได้ซะก่อนเหอะ เดี๋ยวค่อยมาขอ”
“แสดงว่าแกตกลง ค่อยมีกำลังใจแข่งขึ้นมาหน่อย” มันพูดด้วยรอยยิ้มที่หวานเต็มใบหน้า
“ใส่หมวกกันน็อคเตรียมตัวลงสนามได้แล้ว นักแข่งคนอื่นพร้อมกันหมดแล้ว” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับดึงหมวกกันน็อคจากมือของไอ้เกอร์ และสวมใส่ศีรษะให้มันด้วยตัวของฉันเอง
เมื่อสวมหมวกกันน็อคเสร็จแล้ว ไอ้เกอร์ก็ขับมอเตอร์ไซค์ลงสนามเพื่อเตรียมความพร้อมทันที
“ฉันเชื่อมั่นในแก แกก็ต้องเชื่อมั่นในตัวแกเองนะ ไอ้เสือร้ายของฉัน” ฉันพูดเบา ๆ ตามหลังของไอ้เพื่อนรักตัวแสบไป
“การแข่งขันกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ผู้ที่ชนะจะได้เข้าสู่รอบต่อไป” เสียงโฆษกประกาศดังขึ้น พร้อมกับผู้เข้าแข่งขันมากมายที่กำลังบิดมอเตอร์ไซค์แข่งกันออกไป
ด้วยความสายตาอันสั้นของฉัน ฉันจึงมองไม่เห็นเลยว่าไอ้เกอร์อยู่ตรงไหนแล้ว นักบิดเยอะแยะเต็มไปหมด
ฟิ้ววววววว ฟิ้ววววววว ฟิ้ววววววว
เสียงรถแข่งผ่านหน้าฉันไปหลายต่อหลายคัน ว่าแต่ของไอ้เกอร์คันละเนี่ย
“ไทเกอร์ สู้ ๆ ไทเกอร์ สู้ ๆ” ฉันตะโกนเชียร์เสียงดัง ฉันมองไม่เห็นหรอกว่ามันอยู่ตรงตำแหน่งไหนแล้ว แต่อย่างน้อย ๆ เผื่อเสียงของฉันจะทะลุเข้าโซนประสาทหูของมัน จนมันได้กำลังใจขึ้นมาอีก
เย้ เย้ เย้ เสียงร้องแสดงความดีใจของคนที่มาเชียร์อยู่ข้างสนามดังขึ้น ฉันพยายามมองทะลุผ่าน นักแข่งมากมายเพื่อดูว่าใครเป็นผู้ชนะ แต่สายตาเจ้าปัญหาดันสั้น ทำให้ฉันมองเห็นเป็นเพียงภาพเบลอ ๆ เท่านั้น
“วันนี้เราได้ผู้ชนะสำหรับรอบแรกแล้วนะครับ ได้แก่ นักบิดหน้าใหม่ขวัญใจสาว ๆ ไทเกอร์ พ่อเสือในชุดสีแดงพร้อมกับมอเตอร์ไซค์คู่ใจสีน้ำเงินของเขา ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ” เสียงของโฆษกประกาศชื่อไทเกอร์ขึ้น จนทำให้ฉันเก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ไอ้เกอร์ชนะแล้ว” ฉันกรี๊ดออกมาด้วยความเสียงดัง พร้อมกับวิ่งแหวกฝูงชนมากมายเข้าไปหาไอ้เกอร์ทันที
ไอ้เกอร์วิ่งเข้ามากอดฉันด้วยความดีใจ ทุกครั้งที่เราสองคนประสบความสำเร็จ เราจะเป็นคนแรกของกันและกันเสมอ
“ฉันเก่งไหมล่า” ไอ้เกอร์พูดขึ้นพร้อมกับค่อย ๆ คลายอ้อมกอดออกจากฉัน
“แกเก่งมาเลยไอ้เสือ ฮ่า ๆ” ฉันตอบกลับด้วยเสียงหัวเราะ “ว่าแต่วันนี้แกจะเลี้ยงอะไรดีน่า”
“แกอยากกินอะไรอ่า บอกมาได้เลยครับ เดี๋ยวไอ้เสือของแม่แมวน้อยคนนี้จะจัดหามาให้ได้ทุกอย่าง” ไทเกอร์ตอบกลับด้วยความดีใจและหน้าตารื่นเริง
“ฉันอยากกินหูฉลามจากมหาสมุทรแปซิฟิกอ่า” ฉันพูดด้วยความกวนเล็กน้อย
“งั้นกินหูของไอ้เกอร์ไปก่อนแล้วกัน ฮ่า ๆ ๆ” ไทเกอร์ป่วนฉันกลับได้ไม่แพ้กัน
“ฮ่า ๆ ๆ” เราทั้งคู่หัวเราะพร้อม ๆ กันด้วยความสุข
“ว่าแต่ แกมาที่นี่กับใครอ่า” ไอ้เกอร์ถามขึ้น
ทำให้ฉันนึกขึ้นได้ทันที “เอ่อ ใช่!! ฉันมากับพี่เอดีน แต่เพราะตื่นเต้นกับการแข่งครั้งแรกของแก ฉันเลยลืมพี่เขาไปเลย”
“แกกลับไปกับพี่เขาก่อนดีกว่า เกรงใจพี่เขา ไว้เดี๋ยวฉันขับไปรับแกที่ร้านตอนแกเลิกงานนะ” ไอ้เกอร์ เสนอขึ้น
“อ่า โอเค เจอกันเย็นนี้นะ” ฉันพูดจบก็โบกมือลาไอ้เกอร์และเดินกลับมาหาพี่เอดีนทันที
____________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“ไอ้เกอร์” ฉันจับใบหน้าของมันให้มามองที่ฉัน“ก็แก” แล้วในที่สุดมันก็ยอมพูดจนได้ “แกแต่งตัวแบบนี้ ผู้ชายมันถึงได้ทำแบบนั้นกับแกไง”“เดี๋ยวก่อนนะ แกพยายามจะบอกว่า ไอ้เหตุการณ์บ้า ๆ ที่เกิดขึ้นในงานปาร์ตี้เมื่อกี้ เกิดขึ้นเพราะฉัน” ฉันตวาดใส่ไอ้เกอร์ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ“ก็ถ้าแกไม่แต่งตัวยั่วคนอื่นแบบนั้น มันก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก” ไอ้เกอร์พูดด้วยเสียงเรียบเฉย นั้นยิ่งทำให้ฉันโกรธขึ้นไปอีก“ฉันขอพูดอะไรหน่อยนะ ทำไมเวลาผู้หญิงแต่งตัวไม่เรียบร้อย แล้วมีผู้ชายมาลวนลาม ทำไมความผิดถึงกลายเป็นของฝ่ายผู้หญิงฝ่ายเดียว ทั้ง ๆ ที่ผู้หญิงก็มีสิทธิและเสรีภาพในการแต่งตัวอย่างไงก็ได้ แต่ทำไมไม่มีใครคิดจะโทษว่าเป็นเพราะผู้ชายนั้นสารเลวเอง ถ้าผู้ชายเหล่านั้นไม่ได้มีจิตใจที่สกปรก ต่อให้ผู้หญิงจะแต่งตัวแบบไหน พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปลวนลาม ผู้หญิงอย่างเราก็มีสิทธิ์ในการเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบไหนก็ได้ ทำไมผู้ชายถึงเอาแต่มาโทษผู้หญิงอย่างเรา” พูดจบฉันก็เดินเปิดประตูรั้ว และเดินเข้าบ้านไปทันทีฉันได้ยินเสียงของไอ้เกอร์เรียกตามหลังมา แต่ความโกรธของฉันตอนนี้ทำให้ฉันไม่อยากหันกลับไปมองหน้ามัน
บทที่ 5เอพริล :ฉันเดินไปอยู่ในงาน แต่ก็ยังไม่มีหนุ่ม ๆ เข้ามาจีบสักคน คงจะเป็นเพราะไอ้เกอร์ตัวแสบจริง ๆ ด้วย “ฮึ่ม เอาไงดีหว่า” ฉันคิดไปไปคิดมาก็หันไปเห็นไอ้เกอร์กำลังยืนจีบสาวอยู่ “ทำไมแกไปจีบคนอื่นได้ แต่ฉันไม่สามารถจีบคนอื่นได้ล่ะ เอ๊ะ!! ใช่ ถ้าผู้ชายไม่เดินเข้ามาจีบฉัน งั้นฉันก็จะเป็นฝ่ายเข้าไปจีบเขาแทน”เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉันก็สอดส่องสายตาไปรอบ ๆ งานเพื่อหาเป้าหมายที่จะหล่อ และดูดี “ใครดีนร้า” ฉันบ่นกับตัวพึมพำ และมองหาเป้าหมายไปด้วยและในที่สุด สายตาของฉันก็ไปสะดุดเข้ากับผู้ชายตัวสูง ผมสีน้ำตาลอ่อน ที่อยู่ในเสื้อสูทเปิดอกเล็กน้อย ช่างดูเซ็กซี่เหลือเกิน“นั้นไง พ่อหนุ่มคณะวิศวะคนนั้นแหละที่เหมาะเป็นเป้าหมายของฉันที่สุด” เมื่อบ่นกับตัวเองเสร็จ ฉันก็คว้าแก้วน้ำส้มแล้วเดินเข้าไปหาเขาทันที แต่จะให้ได้เดินเข้าไปจีบเขาตรง ๆ เลยก็จะดูอ่อยเกินไป ดังนั้น ฉันจึง“อุ้ย! ขอโทษนะคะ เอพริลไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ค่ะ” แล้วก็เป็นไปตามแผนนางร้ายในละคร เมื่อฉันทำเป็นแกล้งเดินสะดุดขาตัวเองเพื่อทำน้ำส้มกระเด็นจากแก้ว จนไปโดนเสื้อสูทของเขา“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” เขาถามขึ้น พร้อ
“สวัสดีครับคุณไทเกอร์ วันนี้ผมจะขอมารับเอพริลไปที่ร้านกับผมนะครับ” พี่เอดีนพูดกับไอ้เกอร์ด้วยความสุภาพ สายตาที่มองกลับไปหาไอ้เกอร์ด้วยความนิ่ง และคำพูดที่เรียบเฉียบ ไม่รู้ว่าเป็นการขออนุญาตหรือเป็น คำบอกกล่าวกันแน่ แต่ที่รู้ ๆ ตอนนี้คือสายตาของไอ้เกอร์ที่มองไปที่พี่เอดีนเริ่มจะไม่โอเคซะแล้ว“เอ่อ คือว่าพี่เอดีน พอดีว่าไหน ๆ ไทเกอร์ก็มารับเอพริลที่บ้านประจำอยู่แล้ว ก็ให้เอพริลไปกับไทเกอร์เหมือนเดิมจะดีกว่านะคะ” ฉันพูดขึ้นบ้าง เพราะลองถ้าฉันบอกว่าไปกับพี่เอดีนสิ มีหวังไอ้เกอร์งอนฉันแน่ เอาว่ะ พี่เอดีนเป็นผู้ใหญ่กว่า เขาคงจะเข้าใจฉันนะ“งั้นตั้งแต่พรุ่งนี้ไป พี่ขอเป็นคนมารับส่งน้องเอพริลเองทุกวันนะครับ” พี่เอดีนหันหน้ามาพูดกับฉัน“ไม่ได้” แล้วไอ้เกอร์ก็ขัดพี่เอดีนขึ้นมาทันควันพ่อ แม่ เห็นสถานการณ์ตรงนี้ไม่ดี จึงดึงผมเปียของยัยแจนให้ออกไปจากห้องอาหารนี้ด้วยกันทันที“คุณพาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์ทุกวันแบบนี้มันอันตรายนะ สู้ให้น้องเอพริลไปรถยนต์กับผมดีกว่าเพราะปลอดภัยกว่าเยอะ” เหตุผลที่พี่เอดีนพูดขึ้น ทำให้ไทเกอร์เงียบไปครู่หนึ่ง“แต่ผมก็พาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่สมัยเรียนเป็นสิบ ๆ
“ใช่ค่ะ เอพริลเป็นแฟนของพี่เอดีนเองค่ะ” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับขยับตัวเข้าไปชิดกับพี่เอดีนให้แนบแน่นกว่าเดิม จนยัยฟางทนไม่ไหว และพุ่งมากระชากตัวฉันออกจากพี่เอดีนทันที“โอ้ยยยย” ฉันล้มลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง“น้องเอพริล เป็นอะไรไหมครับ?” พี่เอดีนค่อย ๆ พยุงร่างของฉันขึ้นจากพื้น และหันไปต่อว่ายัยคุณฟางทันที “นี่มันจะเกินไปแล้วนะ กลับไปได้แล้วฟาง ผมไม่อยากให้คุณมาวุ่นวายกับแฟนของผมอีก”“ไม่ค่ะ ฟางไม่กลับ และฟางก็ไม่มีทางเชื่อด้วยว่าพี่เอดีนคบกับยัยเด็กคนนี้ ฟางมาเฝ้าพี่เอดีนออกจะบ่อย เพิ่งจะมาเห็นยัยเด็กผู้หญิงคนนี้ก็วันนี้นี่เอง” ยัยคุณฟางพูดขึ้นด้วยที่เสียงอันแหลมจนทะลุแก้วหู“กลับไปได้แล้วฟาง แล้วก็เลิกมาวุ่นวายกับที่นี่อีก แล้วอีกอย่าง อย่ามาทำกริยาแบบนี้กับแฟนของผมอีก ผมไม่ชอบ” พี่เอดีนพูดตอบกลับไปด้วยเสียงแข็งกร้าว จนทำให้ดวงตาของยัยคุณฟางเริ่มเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา“เอดีนใจร้ายกับฟางมากไปแล้วนะคะ ฟางจะไม่ยอมแค่นี้แน่นอนค่ะ” เธอตอบกลับด้วยเสียงที่สั่นคลอ และในที่สุดน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาจนได้ยัยคุณฟางเดินออกไปจากร้านด้วยความว่องไว พร้อมกับปาดน้ำตาออกเพื่อไม่ให้ใครเห็นถึงความอ่อนแอหน้าตาก็ส
ผู้หญิงสาวสาว หุ่นผอมเพรียวเดินเข้ามาในร้าน ดวงตาสีน้ำตาล จมูกที่คมสัน พร้อมกับผมสีดำสนิทและตรงยาวสลวยงดงาม เดินเข้ามาสู่ในร้าน พนักงานทุกคนรีบวิ่งหน้าตาตื่นไปตอนรับเธอทันที ฉันยืนมองผู้หญิงคนนั้นด้วยความมึนงงไปพักใหญ่“สวัสดีค่ะ คุณฟาง เชิญนั่งก่อนค่ะ” พี่น้ำส้ม ยกมือไหว้ พร้อมกับเชิญให้ผู้หญิงคนสวยที่ชื่อฟางนั่งลงกับเก้าอี้“ชาเนส 1 แก้ว” เธอสั่งเมนูด้วยเสียงเรียบเฉียบ ท่านั่ง และสายตาที่มองไปรอบ ๆ ร้านของเธอช่างดูเป็นผู้หญิงที่มีอำนาจในอายุน้อยเหลือเกิน“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” พี่น้ำส้มรับเมนูด้วยตัวเอง และรีบนำไปส่งให้พี่แอมป์ที่เป็นบาริสต้า“และนั้นใคร พนักงานใหม่หรอ?” ผู้หญิงคนสวยที่ชื่อฟางคนนั้นถามพี่น้ำส้มขึ้น พร้อมกับมองหน้ามาที่ฉัน แต่สายตาที่เธอส่งมานั้น ช่างไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย“ใช่ค่ะคุณฟาง น้องเป็นคนรู้จักของคุณเอดีน และกำลังฝึกงานอยู่ที่นี่ค่ะ” พี่น้ำส้มตอบกลับด้วยความนอบน้อม ในขณะที่ผู้หญิงคนนั้นกลับมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่เหยียดฉันดูออกนะ ว่าคุณไม่ชอบฉันได้แต่คิดโมโหในใจ ว่าทำไมฉันต้องมายืนให้ผู้หญิงคนนี้มองเหยียดด้วยความดูถูกด้วยนะ ฉันเป็นเด็กฝึกงานแล้วมันไปหนักศีรษ
บทที่ 4เอพริล :เช้าตรู่ของวันใหม่เริ่มต้นขึ้น ร่างกายของฉันยังคงพลิกไปมาบนที่นอนสีชมพู ดวงตาของฉันยังคงปิดอยู่ แต่แสงแดดที่ส่องทะลุผ้าม่านเข้ามากระทบกับดวงตาที่ปิดอยู่ของฉัน ทำให้ฉันรู้สึกนอนหลับไม่สนิทแต่ เอ๊ะ!!ไทเกอร์ :วันนี้ผมมาถึงบ้านของเอพริลแต่เช้า แม่ของเอพริลเลยเชิญให้ผมมารอในห้องรับแขก แต่ผ่านไปสักพักผมรู้สึกอยากแกล้งเอพริลขึ้นมา จึงตั้งใจจะไปปลุกเธอที่ห้องนอนซะหน่อย เนื่องจากว่า แม่ของเอพริลไว้ใจผมมาก จึงทำให้ผมสามารถเข้ามาป่วนเอพริลถึงบนห้องได้เป็นประจำผมค่อย ๆ เปิดประตูห้องของเอพริลเข้ามาอย่างเบามือ เห็นร่างบอบบางกำลังพลิกตัวหนีแสงแดดที่กำลังทะลุผ่านผ้าม่านเข้ามากระทบกับใบหน้าของเธอ ผมค่อย ๆ เดินอย่างเบา ๆ เพื่อไปยืนบังแสงแดดตรงนั้น ผมใช้ลำตัวของผมกำบังไม่ให้แสงแดดส่องทะลุไปกระทบกับใบหน้าของเธอได้ ร่างบางหยุดพลิกตัวไปมา และหลับต่ออีกครั้งผมยืนกำบังแสงแดดอยู่ตรงนั้นเป็นเวลาสักพัก ผมไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ผมรู้เพียงแต่ว่า การได้ยืนมองความไร้เดียงสาของเธออยู่ตรงนี้อย่างเงียบ ๆ มันทำให้ผมรู้สึกสบายใจมีคนกล่าวว่า จงเลือกคนที่ทำให้คุณหัวใจของคุณสงบ มากกว่า







