LOGINไทเกอร์ :
“แค่แกมาเชียร์ติดขอบสนามขนาดนี้ ฉันก็ดีใจแล้ว”
เอพริล :
ฉันรีบวิ่งไปตามแสตนเชียร์เพื่อตามหาพี่เอดีนทันที แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่พบ เพราะผู้คนที่มาเชียร์มีจำนวนเยอะมาก ฉันจึงยกหูโทรศัพท์โทรหาพี่เอดีนแทน
“ฮัลโลค่ะ พี่เอดีน พี่เอดีนได้ยินเอพริลไหมคะ?” ฉันรีบพูดขึ้นทันที เมื่อพี่เอดีนรับสายอย่างไว
“ฮัลโลครับ น้องเอพริล” เสียงปลายสายตอบกลับมา
“พี่เอดีนอยู่ตรงไหนหรอคะ? พอดีเอพริลหาตามแสตนเชียร์แล้ว ก็หาไม่พบเลยค่ะ” ฉันพูดผ่านเสียงโทรศัพท์ด้วยความกังวล
“อ่อ พี่มายืนรอน้องเอพริลที่รถแล้วครับ พอดีเห็นว่าคนเยอะมาก ก็เลยรีบออกมารอน้องเอพริลที่นี่แทน”
“อ่อ โอเคค่ะ งั้นเดี๋ยวเอพริลเดินไปหาที่รถนะคะ” พูดจบฉันก็กำลังจะเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า
แต่ ...
“โอ้ยย!” จู่ ๆ ผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้เดินเข้ามาชนฉันอย่างจัง จนทำให้โทรศัพท์ของฉันร่วงลงสู่พื้นก่อนที่มันจะเข้าสู่กระเป๋าของฉันแทน
เนื่องจากการแข่งขันจบลงแล้ว ทำให้ผู้คนค่อย ๆ ทยอยเดินลงจากแสตนเชียร์ โทรศัพท์ของฉันที่ตกกับพื้น ทำให้ยากที่จะมองเห็น ฉันจึงต้องก้มตัวลงเพื่อมองหาโทรศัพท์ที่พื้น ในขณะที่ผู้คนกำลังเดินกันเยอะแยะไปหมด
“นั้นไง เจอแล้ว” เมื่อสายตาของฉันปะทะเข้ากับโทรศัพท์คู่ใจ ฉันจึงรีบคลานหมอบท่ามกลาง ฝ่าเท้าของผู้คนมากมายที่กำลังเดินควักไขว้ไปมา เพื่อไปหยิบโทรศัพท์นั้นก่อนที่จะมีคนมาเหยียบมันเข้า
และแล้ว ...
เท้าหนึ่งที่กำลังเดินมาอย่างว่องไว ก็กำลังจะเหยียบลงที่โทรศัพท์ของฉัน ฉันจึงรีบเอามือไปกั้นโทรศัพท์ไว้ เพื่อให้เขาเหยียบลงมาที่มือของฉันแทน
ฉันหลับตาลงเพราะกลัวความเจ็บปวดที่เท้านั้นจะเหยียบลงที่มือของฉัน
แต่ เอ๊ะ ทำไม เขายังไม่เหยียบลงมาสักทีเลยนะ
ฉันจึงลืมตาขึ้น และสิ่งที่ฉันเห็นคือ มือขนาดใหญ่ของชายคนหนึ่งถูกวางเหนือมือของฉัน และถูกเท้านั้นเหยียบลงที่มือของเขาแทนมือของฉัน
“ไอ้เกอร์” ตาของฉันลุกวาวทันที เมื่อคนที่กำลังรับความเจ็บปวดแทนฉัน ก็คือไทเกอร์นั้นเอง
ฉันมองเข้าไปในดวงตาของไอ้เกอร์ ดวงตาของเขาซ่อนความเจ็บปวดนั้นเอาไว้ ฉันจึงรีบดึงโทรศัพท์ออก และดึงมือของไอ้เกอร์ออกจากเท้าของคนที่กำลังเหยียบอยู่
ฉันดึงตัวของไอ้เกอร์ให้ลุกขึ้น เขายังคงมองมาที่ฉันโดยไม่พูดอะไร ฉันเดินลากมือของไอ้เกอร์ออกมาตรงแสตนเชียร์ และเดินไปด้านหลังแสตนเชียร์ ตรงที่ที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่านมากนัก
“เจ็บไหมแก?” ฉันจับมือไอ้เกอร์ขึ้นดู พร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้าอยู่ในดวงตาของฉัน
ฉันค่อย ๆ หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋ากางเกง และเช็ดรอยเท้าที่ถูกเหยียบออกจากมือของ ไอ้เกอร์
“ฉันเจ็บแค่นี้สบายมาก ขอแค่แกอย่าเจ็บก็พอ” ไอ้เกอร์พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
“นี่แกยังจะยิ้มได้อีกนะ ดูสิ มีเลือดไหลออกมาซิบ ๆ ด้วย” ฉันค่อย ๆ เอาผ้าเช็ดหน้า เช็ดเลือดที่ไหลออกมาจากมือของไอ้เกอร์
“โอ๋ เอ๋ อย่ามาทำตาเศร้าแบบนี้สิ ถ้าแกอ่อนแอ แล้วฉันจะเข้มแข็งได้อย่างไงกัน แกเป็นความเข้มแข็งของฉันนะ ยิ้มให้ฉันหน่อยสิ” ไอ้เกอร์พูดขึ้น พร้อมกับนำนิ้วของมันมาจิ้มที่แก้มของฉัน จนฉันเผลอยิ้มตามออกมา
“แล้วแบบนี้ แกจะบิดมอเตอร์ไซค์ลงแข่งในรอบหน้าได้อย่างไงกัน?” ฉันถามขึ้น พร้อมกับยังคงจับมือของมันไว้
“แค่นี้เอง ไม่ได้เจ็บอะไรขนาดนั้นหรอก” ไอ้เกอร์ยังคงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“งั้นเดี๋ยวฉันพาแกไปทำแผลก่อน แล้วฉันค่อยกลับไปทำงานต่อก็ได้นะ” ฉันเสนอขึ้น
“ไม่เป็นไรแก แหม่ ๆ เป็นห่วงฉันล่ะสิ”
“เออ ก็ใช่นะสิ ฉันเป็นห่วงแกแทบแย่ แต่แกยังจะกวนประสาทฉันอีก” หน้าของฉันงอลงเล็กน้อย
“โอ๋ อ่า ๆ ขอบใจแกมาก แกอ่ากลับไปกับคุณเอดีนได้ล่ะ เขารอแกนานแล้ว เดี๋ยวฉันขับไปรับแกตอนเลิกงานนะ ส่วนผ้าเช็ดหน้าอันนี้ ขอฉันเก็บไว้ก่อนแล้วกัน” พูดจบไอ้เกอร์ก็ดึงผ้าเช็ดหน้าไปจากมือของฉันทันที
“อ่า โอเค งั้นฉันไปก่อนนะ” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับเดินจากไป
ไทเกอร์ :
ผมมองตามหลังเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยน ผมเจ็บได้ แต่ผมจะยอมให้เธอเจ็บไม่ได้
เอพริล :
ณ ร้านคาเฟ่ ตอนเย็น
“วันนี้น้องเอพริลกลับอย่างไงหรอครับ ให้พี่ไปส่งไหม” พี่เอดีนถามขึ้น ระหว่างที่ฉันยืนชะเง้อคอรอไอ้เกอร์อยู่ที่ด้านหน้าของร้าน
“อ่อ เดี๋ยวไทเกอร์มารับเอพริลไปฉลองแชมป์นะคะ” ฉันตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม
“อ่อ ครับ”
“นั้นไงค่ะ มาพอดีเลย” ฉันตาลุกวาวมองไปที่ไอ้เกอร์ทันที
“สวัสดีครับคุณเอดีน” ไอ้เกอร์พูดขึ้น พร้อมกับจอดมอเตอร์ไซค์ตรงหน้าของพี่เอดีนพอดี “พรุ่งนี้ผมขออนุญาตพาเอพริลหยุดงานไปเที่ยวฉลองหนึ่งวันนะครับ”
“เฮ้ย! ไปไหน ฉันไม่เห็นรู้มาก่อนเลย” ฉันถามออกมาด้วยความตกใจ เพราะฉันยังไม่รู้เลยว่าพรุ่งนี้ ไอ้เกอร์จะพาไปเที่ยว
“ไว้บอกพรุ่งนี้นะ” ไอ้เกอร์หันมาพูดกับฉัน และก็หันไปพูดกับพี่เอดีนต่อ “ได้ไหมครับ?”
“อ่อ ได้สิครับ เที่ยวกันให้สนุกนะครับ ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับสำหรับการแข่งขันวันนี้” พี่เอดีนตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณครับ” ไอ้เกอร์พูดจบ ก็จับมือของฉันให้ขึ้นนั่งบนมอเตอร์ไซค์ทันที
สายลมพัดผ่านกระทบร่างของเราทั้งสองคน บนมอเตอร์ไซค์สีน้ำเงินคันใหญ่ ท่ามกลางถนนที่มีแสงไฟส่องเล็กน้อย หัวใจดวงน้อย ๆ ของฉันรู้สึกเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับหัวใจของฉันล่ะเนี่ย”
_____________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“ไอ้เกอร์” ฉันจับใบหน้าของมันให้มามองที่ฉัน“ก็แก” แล้วในที่สุดมันก็ยอมพูดจนได้ “แกแต่งตัวแบบนี้ ผู้ชายมันถึงได้ทำแบบนั้นกับแกไง”“เดี๋ยวก่อนนะ แกพยายามจะบอกว่า ไอ้เหตุการณ์บ้า ๆ ที่เกิดขึ้นในงานปาร์ตี้เมื่อกี้ เกิดขึ้นเพราะฉัน” ฉันตวาดใส่ไอ้เกอร์ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ“ก็ถ้าแกไม่แต่งตัวยั่วคนอื่นแบบนั้น มันก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก” ไอ้เกอร์พูดด้วยเสียงเรียบเฉย นั้นยิ่งทำให้ฉันโกรธขึ้นไปอีก“ฉันขอพูดอะไรหน่อยนะ ทำไมเวลาผู้หญิงแต่งตัวไม่เรียบร้อย แล้วมีผู้ชายมาลวนลาม ทำไมความผิดถึงกลายเป็นของฝ่ายผู้หญิงฝ่ายเดียว ทั้ง ๆ ที่ผู้หญิงก็มีสิทธิและเสรีภาพในการแต่งตัวอย่างไงก็ได้ แต่ทำไมไม่มีใครคิดจะโทษว่าเป็นเพราะผู้ชายนั้นสารเลวเอง ถ้าผู้ชายเหล่านั้นไม่ได้มีจิตใจที่สกปรก ต่อให้ผู้หญิงจะแต่งตัวแบบไหน พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปลวนลาม ผู้หญิงอย่างเราก็มีสิทธิ์ในการเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบไหนก็ได้ ทำไมผู้ชายถึงเอาแต่มาโทษผู้หญิงอย่างเรา” พูดจบฉันก็เดินเปิดประตูรั้ว และเดินเข้าบ้านไปทันทีฉันได้ยินเสียงของไอ้เกอร์เรียกตามหลังมา แต่ความโกรธของฉันตอนนี้ทำให้ฉันไม่อยากหันกลับไปมองหน้ามัน
บทที่ 5เอพริล :ฉันเดินไปอยู่ในงาน แต่ก็ยังไม่มีหนุ่ม ๆ เข้ามาจีบสักคน คงจะเป็นเพราะไอ้เกอร์ตัวแสบจริง ๆ ด้วย “ฮึ่ม เอาไงดีหว่า” ฉันคิดไปไปคิดมาก็หันไปเห็นไอ้เกอร์กำลังยืนจีบสาวอยู่ “ทำไมแกไปจีบคนอื่นได้ แต่ฉันไม่สามารถจีบคนอื่นได้ล่ะ เอ๊ะ!! ใช่ ถ้าผู้ชายไม่เดินเข้ามาจีบฉัน งั้นฉันก็จะเป็นฝ่ายเข้าไปจีบเขาแทน”เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉันก็สอดส่องสายตาไปรอบ ๆ งานเพื่อหาเป้าหมายที่จะหล่อ และดูดี “ใครดีนร้า” ฉันบ่นกับตัวพึมพำ และมองหาเป้าหมายไปด้วยและในที่สุด สายตาของฉันก็ไปสะดุดเข้ากับผู้ชายตัวสูง ผมสีน้ำตาลอ่อน ที่อยู่ในเสื้อสูทเปิดอกเล็กน้อย ช่างดูเซ็กซี่เหลือเกิน“นั้นไง พ่อหนุ่มคณะวิศวะคนนั้นแหละที่เหมาะเป็นเป้าหมายของฉันที่สุด” เมื่อบ่นกับตัวเองเสร็จ ฉันก็คว้าแก้วน้ำส้มแล้วเดินเข้าไปหาเขาทันที แต่จะให้ได้เดินเข้าไปจีบเขาตรง ๆ เลยก็จะดูอ่อยเกินไป ดังนั้น ฉันจึง“อุ้ย! ขอโทษนะคะ เอพริลไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ค่ะ” แล้วก็เป็นไปตามแผนนางร้ายในละคร เมื่อฉันทำเป็นแกล้งเดินสะดุดขาตัวเองเพื่อทำน้ำส้มกระเด็นจากแก้ว จนไปโดนเสื้อสูทของเขา“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” เขาถามขึ้น พร้อ
“สวัสดีครับคุณไทเกอร์ วันนี้ผมจะขอมารับเอพริลไปที่ร้านกับผมนะครับ” พี่เอดีนพูดกับไอ้เกอร์ด้วยความสุภาพ สายตาที่มองกลับไปหาไอ้เกอร์ด้วยความนิ่ง และคำพูดที่เรียบเฉียบ ไม่รู้ว่าเป็นการขออนุญาตหรือเป็น คำบอกกล่าวกันแน่ แต่ที่รู้ ๆ ตอนนี้คือสายตาของไอ้เกอร์ที่มองไปที่พี่เอดีนเริ่มจะไม่โอเคซะแล้ว“เอ่อ คือว่าพี่เอดีน พอดีว่าไหน ๆ ไทเกอร์ก็มารับเอพริลที่บ้านประจำอยู่แล้ว ก็ให้เอพริลไปกับไทเกอร์เหมือนเดิมจะดีกว่านะคะ” ฉันพูดขึ้นบ้าง เพราะลองถ้าฉันบอกว่าไปกับพี่เอดีนสิ มีหวังไอ้เกอร์งอนฉันแน่ เอาว่ะ พี่เอดีนเป็นผู้ใหญ่กว่า เขาคงจะเข้าใจฉันนะ“งั้นตั้งแต่พรุ่งนี้ไป พี่ขอเป็นคนมารับส่งน้องเอพริลเองทุกวันนะครับ” พี่เอดีนหันหน้ามาพูดกับฉัน“ไม่ได้” แล้วไอ้เกอร์ก็ขัดพี่เอดีนขึ้นมาทันควันพ่อ แม่ เห็นสถานการณ์ตรงนี้ไม่ดี จึงดึงผมเปียของยัยแจนให้ออกไปจากห้องอาหารนี้ด้วยกันทันที“คุณพาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์ทุกวันแบบนี้มันอันตรายนะ สู้ให้น้องเอพริลไปรถยนต์กับผมดีกว่าเพราะปลอดภัยกว่าเยอะ” เหตุผลที่พี่เอดีนพูดขึ้น ทำให้ไทเกอร์เงียบไปครู่หนึ่ง“แต่ผมก็พาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่สมัยเรียนเป็นสิบ ๆ
“ใช่ค่ะ เอพริลเป็นแฟนของพี่เอดีนเองค่ะ” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับขยับตัวเข้าไปชิดกับพี่เอดีนให้แนบแน่นกว่าเดิม จนยัยฟางทนไม่ไหว และพุ่งมากระชากตัวฉันออกจากพี่เอดีนทันที“โอ้ยยยย” ฉันล้มลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง“น้องเอพริล เป็นอะไรไหมครับ?” พี่เอดีนค่อย ๆ พยุงร่างของฉันขึ้นจากพื้น และหันไปต่อว่ายัยคุณฟางทันที “นี่มันจะเกินไปแล้วนะ กลับไปได้แล้วฟาง ผมไม่อยากให้คุณมาวุ่นวายกับแฟนของผมอีก”“ไม่ค่ะ ฟางไม่กลับ และฟางก็ไม่มีทางเชื่อด้วยว่าพี่เอดีนคบกับยัยเด็กคนนี้ ฟางมาเฝ้าพี่เอดีนออกจะบ่อย เพิ่งจะมาเห็นยัยเด็กผู้หญิงคนนี้ก็วันนี้นี่เอง” ยัยคุณฟางพูดขึ้นด้วยที่เสียงอันแหลมจนทะลุแก้วหู“กลับไปได้แล้วฟาง แล้วก็เลิกมาวุ่นวายกับที่นี่อีก แล้วอีกอย่าง อย่ามาทำกริยาแบบนี้กับแฟนของผมอีก ผมไม่ชอบ” พี่เอดีนพูดตอบกลับไปด้วยเสียงแข็งกร้าว จนทำให้ดวงตาของยัยคุณฟางเริ่มเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา“เอดีนใจร้ายกับฟางมากไปแล้วนะคะ ฟางจะไม่ยอมแค่นี้แน่นอนค่ะ” เธอตอบกลับด้วยเสียงที่สั่นคลอ และในที่สุดน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาจนได้ยัยคุณฟางเดินออกไปจากร้านด้วยความว่องไว พร้อมกับปาดน้ำตาออกเพื่อไม่ให้ใครเห็นถึงความอ่อนแอหน้าตาก็ส
ผู้หญิงสาวสาว หุ่นผอมเพรียวเดินเข้ามาในร้าน ดวงตาสีน้ำตาล จมูกที่คมสัน พร้อมกับผมสีดำสนิทและตรงยาวสลวยงดงาม เดินเข้ามาสู่ในร้าน พนักงานทุกคนรีบวิ่งหน้าตาตื่นไปตอนรับเธอทันที ฉันยืนมองผู้หญิงคนนั้นด้วยความมึนงงไปพักใหญ่“สวัสดีค่ะ คุณฟาง เชิญนั่งก่อนค่ะ” พี่น้ำส้ม ยกมือไหว้ พร้อมกับเชิญให้ผู้หญิงคนสวยที่ชื่อฟางนั่งลงกับเก้าอี้“ชาเนส 1 แก้ว” เธอสั่งเมนูด้วยเสียงเรียบเฉียบ ท่านั่ง และสายตาที่มองไปรอบ ๆ ร้านของเธอช่างดูเป็นผู้หญิงที่มีอำนาจในอายุน้อยเหลือเกิน“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” พี่น้ำส้มรับเมนูด้วยตัวเอง และรีบนำไปส่งให้พี่แอมป์ที่เป็นบาริสต้า“และนั้นใคร พนักงานใหม่หรอ?” ผู้หญิงคนสวยที่ชื่อฟางคนนั้นถามพี่น้ำส้มขึ้น พร้อมกับมองหน้ามาที่ฉัน แต่สายตาที่เธอส่งมานั้น ช่างไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย“ใช่ค่ะคุณฟาง น้องเป็นคนรู้จักของคุณเอดีน และกำลังฝึกงานอยู่ที่นี่ค่ะ” พี่น้ำส้มตอบกลับด้วยความนอบน้อม ในขณะที่ผู้หญิงคนนั้นกลับมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่เหยียดฉันดูออกนะ ว่าคุณไม่ชอบฉันได้แต่คิดโมโหในใจ ว่าทำไมฉันต้องมายืนให้ผู้หญิงคนนี้มองเหยียดด้วยความดูถูกด้วยนะ ฉันเป็นเด็กฝึกงานแล้วมันไปหนักศีรษ
บทที่ 4เอพริล :เช้าตรู่ของวันใหม่เริ่มต้นขึ้น ร่างกายของฉันยังคงพลิกไปมาบนที่นอนสีชมพู ดวงตาของฉันยังคงปิดอยู่ แต่แสงแดดที่ส่องทะลุผ้าม่านเข้ามากระทบกับดวงตาที่ปิดอยู่ของฉัน ทำให้ฉันรู้สึกนอนหลับไม่สนิทแต่ เอ๊ะ!!ไทเกอร์ :วันนี้ผมมาถึงบ้านของเอพริลแต่เช้า แม่ของเอพริลเลยเชิญให้ผมมารอในห้องรับแขก แต่ผ่านไปสักพักผมรู้สึกอยากแกล้งเอพริลขึ้นมา จึงตั้งใจจะไปปลุกเธอที่ห้องนอนซะหน่อย เนื่องจากว่า แม่ของเอพริลไว้ใจผมมาก จึงทำให้ผมสามารถเข้ามาป่วนเอพริลถึงบนห้องได้เป็นประจำผมค่อย ๆ เปิดประตูห้องของเอพริลเข้ามาอย่างเบามือ เห็นร่างบอบบางกำลังพลิกตัวหนีแสงแดดที่กำลังทะลุผ่านผ้าม่านเข้ามากระทบกับใบหน้าของเธอ ผมค่อย ๆ เดินอย่างเบา ๆ เพื่อไปยืนบังแสงแดดตรงนั้น ผมใช้ลำตัวของผมกำบังไม่ให้แสงแดดส่องทะลุไปกระทบกับใบหน้าของเธอได้ ร่างบางหยุดพลิกตัวไปมา และหลับต่ออีกครั้งผมยืนกำบังแสงแดดอยู่ตรงนั้นเป็นเวลาสักพัก ผมไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ผมรู้เพียงแต่ว่า การได้ยืนมองความไร้เดียงสาของเธออยู่ตรงนี้อย่างเงียบ ๆ มันทำให้ผมรู้สึกสบายใจมีคนกล่าวว่า จงเลือกคนที่ทำให้คุณหัวใจของคุณสงบ มากกว่า







