Share

บทที่ 2 ลูกหมู

Author: Tawan miki
last update publish date: 2026-05-12 02:14:04

บทที่ 2 ลูกหมู

สายลมเดือนหกพัดพลิ้วพาใบไม้ปลิวไหวแผ่วเบา หอบเอาไอความร้อนชื้นที่ลอยวนอยู่ทั่วเรือนสวนกุหลาบมาปะทะผิวหน้า เสียงจักจั่นระงมแทรกซึมไปกับความเงียบสงบ กลิ่นดินหลังฝนที่เพิ่งซาไปผสมผสานกับกลิ่นหอมอ่อนหวานของกุหลาบขาวที่บานสะพรั่งขจรขจายไปทั่วบริเวณ เงาของต้นไม้ใหญ่ทอดยาวทาบลงบนพื้นอิฐสีส้มที่ถูกขัดจนสะอาดตา

ตรงขอบแปลงกุหลาบที่เบ่งบานสุดทางรั้วไม้ เด็กชายร่างป้อมคนหนึ่งกำลังนั่งยอง ๆ มองธรรมชาติด้วยความหลงใหล ดวงตากลมโตสุกใสเปล่งประกายล้อแสงแดดอ่อน ยามที่เขาค่อย ๆ ยื่นมือน้อย ๆ ที่นุ่มนิ่มไปสัมผัสกลีบดอกกุหลาบสีขาวสะอาดตาอย่างเบามือราวกับกลัวว่ามันจะช้ำ

“สวยจังเลย...”เสียงนุ่มนิ่มพึมพำออกมาเบา ๆ พร้อมกับรอยยิ้มละมุนที่ทำให้ลักยิ้มข้างแก้มบุ๋มลงไปอย่างน่ารัก

เด็กชายตัวน้อยคนนี้คือ ทัตธารา ในวัย 10 ขวบ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของทมผู้ล่วงลับ และเป็นดั่งผลผลิตที่มีชีวิตจากคำสัญญาเมื่อสิบปีก่อน ทัตในวัยนี้ดูอ้วนกลมน่าเอ็นดู ผิวพรรณขาวอมชมพูดูสุขภาพดี แก้มยุ้ย ๆ ทั้งสองข้างแน่นขนัดเหมือนซาลาเปาที่เพิ่งนึ่งสุกใหม่ ๆ เขาเป็นเด็กช่างพูดช่างเจรจา มักจะแอบมานั่งพึมพำคนเดียวในสวนด้วยนิสัยร่าเริงและขี้อ้อน จนบรรดาพี่เลี้ยงและคนงานต่างพากันรักใคร่

ทว่า... ความสุขเล็ก ๆ ของทัตกลับถูกขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงที่ต่างออกไป

“มีสิทธิ์อะไรมาเด็ดดอกกุหลาบของเรา?”เสียงทุ้มเข้มและดุดันดังมาจากเงาร่มไม้ใหญ่เบื้องหลัง

ทัตสะดุ้งสุดตัวจนเกือบหงายหลัง เขาหันขวับไปมองด้วยอาการตระหนก แววตาสั่นระริกปนความตกใจเมื่อพบกับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดนักศึกษากางเกงยีนส์สีซีด ที่ยืนกอดอกจ้องมองมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ชายผู้นี้คือ ไกรสร บุตรชายเพียงคนเดียวของเจ้าสัวเกริกชัย วัย 21 ปี นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ผู้เฉลียวฉลาด เขาไม่ค่อยได้กลับบ้านบ่อยนักเนื่องจากภาระการเรียนและการดูแลกิจการสวนที่สุพรรณฯ

วันนี้ไกรสรตั้งใจกลับมาเงียบ ๆ โดยไม่บอกใคร แต่กลับต้องมาเจอเด็กแปลกหน้าที่กำลังก้ำกรายเข้ามาในพื้นที่หวงแหนที่สุดของเขา

“ฮึก... ขอโทษฮะ พี่ชายอย่าดุทัตเลย”เสียงเล็กสั่นเครือเอ่ยขัดจังหวะความเงียบ นัยน์ตากลมโตเริ่มมีหยาดน้ำใส ๆ รื้นขึ้นมาคลอเบ้าจนดูน่าสงสาร ทัตในวัยกำลังซนรู้ตัวว่าสู้แรงกดดันจากสายตาคมกริบของคนตรงหน้าไม่ไหว ขาสั้นอวบจึงรีบสับวิ่งปรู๊ดหนีออกจากสถานการณ์ตึงเครียด มุ่งหน้าไปยังครัวข้างบ้านที่ความร้อนจากเตาไฟยังไม่เท่าความร้อนใจของเขาในตอนนี้

“แม่! แม่ฮะ! พี่ชายคนนั้นดุทัต!” เด็กชายตะโกนลั่นมาแต่ไกล

ทองใบที่กำลังง่วนอยู่กับการทำกับข้าวถึงกับชะงักมือ เธอหันมาตามเสียงเรียกก็พบกับลูกชายตัวกลมที่วิ่งหน้าตั้งน้ำตาไหลพรากเข้ามาเกาะชายผ้าถุงฟ้องขนานใหญ่ เธอเงยหน้าขึ้นมองเลยไหล่ลูกชายไป ก็พบกับ ไกรสร ชายหนุ่มเจ้าของบ้านที่เดินตามมาด้วยสีหน้าบึ้งตึง วางท่าเคร่งขรึมเสียจนบรรยากาศรอบข้างดูเย็นเยียบลง

“คุณไกรสร... ลูกชายฉันยังเด็กนัก แกคงยังไม่รู้ความ ต้องขอโทษแทนแกด้วยจริงๆ นะคะ” หญิงวัยกลางคนรีบละมือจากงานครัวแล้วยกขึ้นไหว้ขอขมาด้วยความนอบน้อม ก่อนจะก้มลงดุลูกชายเสียงเบาแต่เข้ม

“ทัต... อย่ามางอแง ขอโทษคุณไกรเขาเสียสิลูก ทำผิดแล้วยังจะมาทำหน้าแบบนี้อีก”

ทัตทำหน้างอแงขัดใจ ยืนบิดตัวไปมาพลางใช้หลังมือป้ายน้ำมูกที่ย้อยลงมาอย่างลวก ๆ ปากเล็กขยับพึมพำคำขอโทษออกมาอย่างไม่เต็มเสียงนัก

“ขอโทษฮะ... ทัตไม่ได้ตั้งใจ... แต่อยากได้ดอกไม้มากเลยนี่นา”

ประโยคหลังเด็กชายบ่นงึมงำกับตัวเองแผ่วเบา ก่อนจะอดไม่ได้ที่จะแอบแลบลิ้นน้อย ๆ ใส่ชายหนุ่มตัวโตอย่างแสนงอนประสาเด็กดื้อ แล้วรีบหลบวูบไปซ่อนตัวอยู่หลังคนเป็นแม่ทันที

ไกรสรที่ยืนมองพฤติกรรมเก่งแต่ปากของเจ้าตัวเล็กอยู่เงียบ ๆ เกือบจะหลุดขำออกมาท่าทางนั้น ทว่าเขายังคงต้องรักษาท่าทีนิ่งขรึมเอาไว้เพื่อกำราบไม่ให้เด็กน้อยได้ใจเกินไป

“ถ้าอยากได้... วันหลังก็ต้องขออนุญาตเจ้าของเขาก่อน รู้ไหม? ไม่ใช่เที่ยวเด็ดไปทั่วแบบนี้” น้ำเสียงของเขาแม้จะดูดุ แต่ก็แฝงไปด้วยความสอนสั่งมากกว่าจะโกรธแค้นจริงจัง

ทัตพยักหน้าหงึก ๆ อย่างจำนนต่อหลักฐานและเหตุผล ก่อนจะรีบโถมตัวกอดขาแม่ไว้แน่น

.

.

.

สองวันถัดมา แสงแดดอ่อนยามบ่ายฉาบไล้ลงบนสวนกุหลาบสายพันธุ์ดีที่กำลังออกดอกสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ ไกรสรเดินนำกลุ่มเพื่อนสนิทสมัยมหาวิทยาลัยมาเยี่ยมชมสวนอันขึ้นชื่อของตระกูล บรรยากาศควรจะเป็นการสนทนาเรื่องวิชาการหรือธุรกิจ ทว่าบทสนทนากลับหยุดกะทันหัน เมื่อเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มเหลือบไปเห็นก้อนกลม ๆ สีขาวนวลที่ตัดกับสีเขียวของพุ่มไม้

“เฮ้ยไกร! นั่นเด็กที่ไหนวะ น่ารักฉิบหาย แก้มเหมือนจะระเบิดออกมาได้เลยน่ะนั่น”

พงษ์ เพื่อนจอมทะเล้นชี้มือไปที่ใต้โพรงไม้ใหญ่ ซึ่งมีเด็กชายตัวอ้วนกลมในชุดเสื้อกล้ามตัวจิ๋วนั่งขะมักเขม้นเล่นตุ๊กตาหน้ารถที่ดูเหมือนจะเก็บได้จากแถว ๆ นั้น ท่าทางการขยับมือไม้อันอวบอัดทำให้คนมองอดเอ็นดูไม่ได้

“นั่นดิ ลูกแมวที่ไหนหลงมาอยู่ในสวนแกวะ? ขาวจั๊วะเชียว” เพื่อนอีกคนเสริมพลางหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี

“ลูกแม่ครัวน่ะ” ไกรสรตอบเสียงเรียบ เขาวางสีหน้าเฉยเมยราวกับไม่ได้ใส่ใจในสิ่งที่เพื่อนกำลังตื่นเต้น และจงใจมองข้ามร่างกลม ๆ นั้นไปเหมือนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของทัศนียภาพในสวน

ทว่า... ทันทีที่เขาสบเข้ากับดวงตากลมโตที่เงยหน้าขึ้นมองกลุ่มคนแปลกหน้าด้วยความระแวง ในใจของชายหนุ่มกลับหวนนึกถึงภาพเด็กขี้แยเมื่อสองวันก่อน ภาพขาสั้นอวบที่วิ่งซอยถี่ๆ ลี้ภัยไปหาแม่พร้อมกับเสียงร้องไห้จ้า มันเป็นภาพที่ดูน่ารักและแปลกตาอย่างบอกไม่ถูก

แม้ปากจะบอกว่าไม่สนใจ แต่สายตาคมกลับแอบลอบสังเกตเห็นว่าวันนี้เจ้าตัวเล็กไม่ได้ถือวิสาสะเด็ดดอกไม้ของเขาเหมือนวันก่อน... ดูท่าจะจำคำสอนได้แม่นเหมือนกันนะ ไกรสรคิดในใจพลางลอบยิ้มที่มุมปากโดยที่ไม่มีเพื่อนคนไหนสังเกตเห็น

ในเย็นวันเดียวกันนั้นเอง เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มลาลับขอบฟ้าทิ้งไว้เพียงสีทองสลัว บรรยากาศรอบบ้านเงียบสงบลง ไกรสรกำลังนั่งพักผ่อนเพียงลำพังที่ม้านั่งตัวเดิม ทว่าความเงียบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ที่ก้าวเตาะแตะเข้ามาอย่างไม่มั่นใจนัก

ทัตธารา ปรากฏตัวขึ้นพร้อมท่าทางกล้า ๆ

กลัว ๆ ในมือน้อยอวบอัดนั้นไม่ได้มีดอกไม้สดสวยอย่างวันวาน แต่เป็นดอกกุหลาบขาวที่เหี่ยวแห้งจนกลีบกลายเป็นสีน้ำตาลหม่นและกรอบเกรียม เด็กชายชูมันขึ้นสุดแขนแล้วยื่นให้ชายหนุ่ม พร้อมกับพูดอ้อมแอ้มในลำคอ

“เมื่อวันก่อนทัตเด็ดไปโดยไม่ได้ขอ... วันนี้เลยเอามาคืนฮะ”

สิ้นคำสารภาพตามประสาเด็กซื่อ เด็กชายก็รีบวางก้อนกลีบไม้แห้งนั้นลงตรงหน้าไกรสรประหนึ่งวางวัตถุอันตราย แล้วออกแรงวิ่งหนีไปสุดชีวิต ขาสั้น ๆ สับยิบจนพุงกลม ๆ กระเพื่อม โดยไม่ยอมหันหลังกลับมามอง "ยักษ์ใจดี" ที่เขายังแอบกลัวอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว

ไกรสรนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ สายตาคมทอดมองตามแผ่นหลังป้อมๆ ที่หายลับเข้าไปในชายคาบ้านครัว ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้แล่นปราดเข้าสู่หัวใจ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะค่อย ๆ ขยับยิ้มออกมาบาง ๆ เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีใครในมหาวิทยาลัยเคยเห็นมาก่อน

มือหนาหยิบดอกไม้แห้งที่ดูไร้ค่าและไร้ความสวยงามขึ้นมามอง เขาไม่ได้รังเกียจความเหี่ยวเฉาของมันเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับสัมผัสได้ถึงความตั้งใจอันบริสุทธิ์ที่ติดมากับกลีบดอกไม้เหล่านั้น ไกรสรลุกขึ้นเดินเข้าห้องนอนอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะบรรจงวางดอกไม้ดอกนั้นลงในกล่องไม้แกะสลักข้างหัวเตียง

ชื่อที่เขาใช้เรียกเด็กชายคนนั้นในใจตอนนี้ ไม่ใช่ทัต... และไม่ใช่ลูกแม่ครัวผู้อาศัยอีกต่อไป...แต่คือ... “เจ้าหมูตัวน้อย” ไกรสรในเวลานั้นไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่า กลิ่นหอมที่จางหายไปนานแล้วจากกุหลาบแห้งดอกนั้น จะกลับกลายเป็นกลิ่นที่ตราตรึงและอบอวลอยู่ในหัวใจของเขาแทนที่ความเย็นชาไปแสนนาน... นานเสียจนเมื่อเขารู้ตัวอีกที เขาก็ติดอยู่ในบ่วงความเอ็นดูนี้จนไม่อาจถอนใจคืนได้เลย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 20 ปรับความเข้าใจ

    บทที่ 20 ปรับความเข้าใจแสงแดดอ่อนละมุนยามเย็นทอดลำแสงสีทองพาดผ่านหน้าต่างบ้านเรือนไม้ในสวนกุหลาบ บรรยากาศรอบกายดูสงบเงียบทว่าอบอุ่น ทัตธารานั่งเคียงข้างกำนันหนุ่มบนระเบียงไม้ที่คุ้นเคย ศีรษะทุยสวยพิงซบลงบนไหล่แกร่งอย่างวางใจ เสียงนกกระจิบร้องเจื้อยแจ้วแว่วมาจากยอดไม้ไกล ๆ แม้รอบข้างจะเงียบสงัดเพียงใด แต่เสียงหัวใจของคนสองคนที่เต้นเป็นจังหวะใกล้กันกลับดังก้องชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งไหน“พี่ไกรครับ...” ทัตธาราเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“ครับ...” กำนันหนุ่มขานรับพลางเอียงใบหน้าลงมาหา“ตอนที่เราแต่งงานกัน... ตอนที่มันยังเป็นเพียงแค่การแต่งงานในนาม ตอนนั้นพี่รู้สึกยังไงบ้างครับ”ไกรสรนิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาคมกริบทอดมองไปยังทุ่งกว้างเบื้องหน้า ปลายนิ้วหนาลูบไล้เส้นผมนุ่มของคนรักอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม ราวกับจะปลอบประโลมความทรงจำที่เคยขื่นขม“ตอนนั้นหรือครับ... ก็เจ็บอยู่บ้างแหละ พี่รู้ดีว่าตอนนั้นทัตยังไม่พร้อม ใจทัตยังมีความกังวล พี่เลยไม่กล้าที่จะคาดหวังหรือบีบคั้นอะไร แต่ในใจของพี่... มันรักไปแล้ว รักตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม และรัก

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 19 แฟนเก่า

    บทที่ 19 แฟนเก่าเช้าวันจันทร์เริ่มต้นด้วยความวุ่นวายตามปกติของสถานพยาบาล แสงแดดอ่อนยามเช้าทอดผ่านกระจกใสเข้ามาในห้องตรวจจนดูนวลตา หมอทัตธาราในชุดกราวนด์สีขาวสะอาดกำลังจัดเตรียมอุปกรณ์ตรวจฟันอย่างตั้งใจ ทว่าความสงบเงียบกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงกริ่งหน้าประตูที่ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของแขกที่ไม่ได้รับเชิญหญิงสาวรูปร่างโปร่งระหงในชุดสูทตัวยาวสีเรียบหรู ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความมั่นใจ ผมยาวสลวยถูกจัดแต่งมาอย่างประณีต เธอหยุดยืนมองป้ายชื่อหน้าห้องก่อนจะเบนสายตามาทางคุณหมอหนุ่ม“สวัสดีค่ะหมอทัต ดูจากชื่อบนป้าย... นี่คือห้องตรวจของคุณหมอจริง ๆ สินะคะ?”ทัตธาราชะงักมือที่กำลังจับเครื่องมือ ความรู้สึกบางอย่างที่เคยถูกทับถมไว้ลึกสุดใจแล่นริ้วขึ้นมาจนต้องลอบถอนหายใจแผ่วเบา เขาพยายามรักษาความสุขุมพลางพยักหน้าตอบรับ“ใช่ครับ... สวัสดีครับคุณพัทธยา ไม่ทราบว่าคุณมานัดตรวจล่วงหน้าหรือเปล่า?”พัทธยาหัวเราะในลำคอเบา ๆ กิริยาท่าทางของเธอยังคงดูสง่างามเช่นวันวาน เธอเดินก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเขาอย่างถือวิสาสะ“

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 18 ดูแลหมอทั้งวัน🔥🔞

    บทที่ 18 ดูแลหมอทั้งวัน🔥🔞แสงแดดอุ่นจัดยามเช้าทอแสงลอดผ่านผ้าม่านสีขาวบางตาเข้ามากระทบเปลือกตา ทัตธาราขยับกายเล็กน้อยท่ามกลางความนุ่มนวลของที่นอนและกลิ่นอายอุ่นของคนข้างกาย เขาซุกใบหน้าเข้าหาอ้อมอกกว้างของกำนันไกรสรโดยสัญชาตญาณ เสียงก้อนเนื้อในอกซ้ายของชายหนุ่มยังคงเต้นเป็นจังหวะหนักแน่นที่สอดประสานไปกับจังหวะลมหายใจที่สม่ำเสมอ“พี่ไกรครับ...”เสียงกระซิบแผ่วเบาเรียกคนรักที่กำลังหลับใหล ก่อนจะได้รับการตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มละมุนที่ฟังดูแหบพร่าเล็กน้อยตามประสาคนเพิ่งตื่นนอน“ตื่นแล้วหรือครับ... ลูกหมูของพี่”“อื้อ... เมื่อคืนพี่ไม่เหนื่อยบ้างหรือครับ” ทัตธาราถามพลางเงยหน้าขึ้นสบตา แววตาคู่สวยยังคงฉายแววอาวรณ์ในรสสัมผัสที่เพิ่งผ่านพ้นไป“ไม่เหนื่อยหรอกครับ... เพราะเมื่อคืนเสียงของทัตเพราะที่สุดแล้วรู้ไหม”คำพูดตรงไปตรงมานั้นทำเอาหมอหนุ่มหน้าร้อนวูบ เขาคว้าหมอนขึ้นมาปิดใบหน้าตัวเองด้วยความขัดเขิน “ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเมื่อคืนเลยนะครับ! ทัตจะไม่มองหน้าพี่ไปอีกสามวันเลย!”ไกรสรหัวเราะในลำคอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู มือหนาลูบไล้กล

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 17 รักหมอคนเดียว 🔥🔞

    บทที่ 17 รักหมอคนเดียว 🔥🔞 ช่วงเที่ยงวันนั้น พยาบาลและเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลต่างพากันแปลกใจ เมื่อเห็นกำนันผู้เคร่งขรึมเดินดุ่ม ๆ เข้ามาพร้อมถุงอาหารเต็มสองมือ ทั้งข้าวมันไก่เจ้าประจำ น้ำผลไม้คั้นสด ขนมปังนมสด และยาคูลท์ที่ทัตธาราชอบดื่มเป็นชีวิตจิตใจ “จะเอาอะไรมาให้กินดีวะ... เอาไปหมดนี่แหละ ทัตชอบทุกอย่างเลยนี่นา” เขากระซิบปลอบใจตัวเองขณะก้าวตรงไปยังห้องทำงานของหมอหนุ่ม ไกรสรผลักประตูเข้าไปโดยไม่ได้เคาะ ทัตธาราที่กำลังจดบันทึกอาการคนไข้ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยสั้น ๆ โดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง “ผมไม่หิวครับ” กำนันหนุ่มยืนนิ่งค้างไปชั่วอึดใจ เขาบรรจงวางของทั้งหมดลงบนโต๊ะเงียบ ๆ แววตาที่เคยดุดันตอนนี้กลับฉายแววน้อยใจออกมาอย่างชัดเจน “ไม่หิวตอนนี้ก็เก็บไว้กินตอนเย็นเถอะ พี่ตั้งใจซื้อมาให้” “ไม่ต้องลำบากทำอะไรให้ผมก็ได้ครับพี่ไกร ผมอยู่ของผมได้” คำว่าอยู่ได้ที่หลุดออกมาจากปากคนที่เขาแคร์ที่สุดนั้นไม่ได้เจ็บปวดที่ความหมาย แต่มันบาดลึกตรงความห่างเหินที่หมอหนุ่มจงใจสร้างขึ้นม

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 16 หมองอนกำนัน

    บทที่ 16 หมองอนกำนันหลังจากอารมณ์เมื่อช่วงบ่ายพัดผ่านไป บ้านสวนกุหลาบที่เคยอบอุ่นกลับตกอยู่ในความเงียบงัน เป็นความเงียบที่เหน็บหนาวเสียจนเสียงลมพัดผ่านใบกุหลาบด้านนอกยังฟังดูดังรบกวนจิตใจเกินไป และคนที่รักษาความเงียบนั้นได้มั่นคงที่สุดไม่ใช่กำนันไกรสร ทว่ากลับเป็นหมอทัตธารา“ข้าวปลาไม่คิดจะกินเลยหรือ?”เสียงทุ้มของกำนันเอ่ยถามทำลายความเงียบ ขณะบรรจงวางจานข้าวลงตรงหน้าหมอหนุ่มที่นั่งเหม่อลอยอยู่ปลายโต๊ะ ทัตธาราเพียงแค่เหลือบสายตาขึ้นมองเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้าออกไปทางหน้าต่าง มองความมืดมิดของสวนกุหลาบที่เริ่มถูกความสลัวครอบงำ“ไม่หิวครับ”คำตอบนั้นสั้นเรียบและไร้เยื่อใย แต่มันมากพอจะทำให้คนฟังรับรู้ได้ทันทีว่ากำลังโดนงอนเข้าให้แล้ว กำนันไกรสรพรูลมหายใจออกมาช้า ๆ เขาพยายามระงับอารมณ์พลางนั่งลงฝั่งตรงข้าม กินข้าวในจานของตัวเองไปเงียบ ๆ ทว่าบรรยากาศที่อึดอัดกลับทำให้รสชาติอาหารชืดสนิท จนสุดท้ายเขาก็เผลอวางช้อนลงกระทบจานเสียงดังเคร้ง เพราะคิดไม่ตกว่าจะง้อคนตรงหน้าอย่างไรดี“จะโกรธอะไรนักหนาทัต แค่เพื่อนเก่าแวะมาหา พี่ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อ

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 15 แขกที่ไม่ได้รับเชิญของกำนัน

    บทที่ 15 แขกที่ไม่ได้รับเชิญของกำนันช่วงบ่ายของวันเสาร์ที่ควรจะเงียบสงบ บรรยากาศภายในบ้านสวนกุหลาบยังคงอบอวลด้วยกลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกไม้ที่พัดมาตามลม หมอทัตธาราอยู่ในชุดลำลองสบาย ๆ อย่างเสื้อยืดสีอ่อนกับกางเกงขาสั้นเหนือเข่า กำลังใช้กรรไกรเล็มกิ่งต้นไม้หน้าบ้านอย่างเพลิดเพลิน โดยมีกำนันไกรสรคอยเช็ดกระจกหน้าต่างอยู่ด้านในเรือนไม้ภาพกิจวัตรธรรมดาเหล่านั้นดูลงตัวราวกับงานเขียนชิ้นเอก ทว่าความสงบสุขกลับถูกพังทลายลงด้วยเสียงแหลมสูงของเครื่องยนต์ที่ดังใกล้เข้ามา ก่อนจะตามมาด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ขัดจังหวะทุกอย่าง“ปี๊น! ปี๊น!”ทัตธาราชะงักมือพลางชะเง้อมองไปยังประตูรั้ว เขาหรี่ตาลงเมื่อเห็นรถเก๋งยุโรปสีดำขลับเงาวับจอดสนิทอยู่ ก่อนที่หญิงสาวคนหนึ่งจะก้าวลงมาด้วยท่วงท่ามั่นใจ เธอสวมรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นเสียงดังเป็นจังหวะ ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มอย่างประณีตจัดจ้านชูให้เธอดูโดดเด่นทว่าแปลกแยกจากบรรยากาศชนบทแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง“พี่ไกรล่ะ?” เธอถามขึ้นทันทีที่สายตาปะทะกับหมอหนุ่ม โดยไม่มีแม้แต่คำทักทายตามมารยาท“อยู่ข้างในครับ” ทัตธาราตอบ

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 5 คุยเรื่องแต่งงาน

    บทที่ 5 คุยเรื่องแต่งงานเสียงเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีแดงคันเก่า แม้จะส่งเสียงกุกกักตามอายุการใช้งานแต่ยังคงขับเคลื่อนได้อย่างมั่นคงไปตามถนนลูกรังในยามเช้า แสงอาทิตย์แรกอรุณทาบทับลงบนแผ่นหลังของชายหนุ่มในชุดกาวน์สั้นสีขาวสะอาดตาที่ปลิวไสวตามแรงลมหมอทัตธารา บังคับรถมอเต

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 4 กลับบ้านเกิด

    บทที่ 4 กลับบ้านเกิดเสียงเครื่องยนต์ของรถทัวร์สายกรุงเทพฯ-สุพรรณบุรี ครางหึ่มอย่างอ่อนแรงก่อนจะค่อย ๆ ชะลอจอดลงที่ป้ายรถเมล์เล็ก ๆ หน้าอำเภอบางปลาม้า แสงแดดในยามบ่ายคล้อยเริ่มอ่อนแสงลง ทอประกายสีทองพาดผ่านท้องทุ่ง ลมตะวันตกหอบเอากลิ่นฟางข้าวแห้ง ๆ จากนาไกล ๆ เข้ามาแตะปลายจมูกของคนที่เพิ

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 3 ไปเรียนต่อ

    บทที่ 3 ไปเรียนต่อเสียงเรไรยามบ่ายแผ่วระงมกลบเสียงยอดไม้ที่ไหวเอนตามแรงลมชายคาเรือนครัว ไอความร้อนระอุของแดดเมืองสุพรรณฯ แผ่ซ่านไปทั่วผืนดิน ทิ้งร่องรอยความระยิบระยับบนผิวน้ำในร่องสวน ทองใบยืนหอบผ้ากองโตอยู่ใต้ถุนบ้าน มือที่กำลังพับผ้าหยุดชะงักลงครู่หนึ่ง สายตาที่เต็มไปด้วยความอาทรทอดมองไปยังเด็กช

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 1 ช่วยชีวิต

    บทที่ 1 ช่วยชีวิตแสงแดดยามเย็นเหนือท้องทุ่งกว้าง เสียงลำโพงจากงานวัดดังสะท้อนก้องกังวาน แข่งกับเสียงเรไรที่เริ่มระงม แสงอาทิตย์สีส้มจัดอาบชโลมยอดตาลสูงลิบจนดูคล้ายเงาดำทะมึนตัดกับแผ่นฟ้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากสีน้ำเงินเข้มเป็นม่วงอมแดง บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งกลิ่นข้าวโพดต้มรส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status