Accueil / วาย / แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง / บทที่ 5 คุยเรื่องแต่งงาน

Partager

บทที่ 5 คุยเรื่องแต่งงาน

Auteur: Tawan miki
last update Date de publication: 2026-05-21 10:09:19

บทที่ 5 คุยเรื่องแต่งงาน

เสียงเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีแดงคันเก่า แม้จะส่งเสียงกุกกักตามอายุการใช้งานแต่ยังคงขับเคลื่อนได้อย่างมั่นคงไปตามถนนลูกรังในยามเช้า แสงอาทิตย์แรกอรุณทาบทับลงบนแผ่นหลังของชายหนุ่มในชุดกาวน์สั้นสีขาวสะอาดตาที่ปลิวไสวตามแรงลม

หมอทัตธารา บังคับรถมอเตอร์ไซค์คันเดิมของแม่มุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลประจำอำเภอเป็นวันที่สี่ติดต่อกันนับตั้งแต่กลับมาอยู่บ้าน แม้เส้นทางจะขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อไม่ต่างจากเมื่อสิบห้าปีก่อน ทว่าลมเย็น ๆ ที่ปะทะใบหน้ากลับทำให้หัวใจของเขารู้สึกปลอดโปร่งอย่างประหลาด

สายตาของเขาเผลอเหลือบมองไปยังรั้วไม้ไกลๆ ของสวนกุหลาบที่คุ้นตาขณะขับผ่าน ความทรงจำวัยเด็กเริ่มผลิบานขึ้นในใจทีละนิด

“ไกลหน่อยก็ไม่เห็นเป็นไร...” เขาลอบยิ้มพลางพึมพำกับสายลม

“...ถ้าการเดินทางนี้ มีใครบางคนรอให้กลับมาเจอทุกวัน”

กาลเวลาในแต่ละวันของหมอจบใหม่ในอำเภอเล็ก ๆ ผ่านไปอย่างรวดเร็วและเหนื่อยล้า ทว่าเมื่อถึงเวลาเย็นทัตกลับไม่รู้สึกท้อถอย เขาขี่รถกลับบ้านท่ามกลางแสงสนธยาที่เริ่มทอแสงสีส้มแก่ กลิ่นไอธรรมชาติพัดมาต้อนรับเขาจนถึงชานเรือน

เมื่อก้าวเข้าสู่ตัวบ้าน กลิ่นแกงส้มสายบัวรสจัดจ้านฝีมือแม่ที่ทัตแสนคิดถึงก็ลอยมาปะทะจมูกทันที เขาถอดชุดกาวน์พาดไว้แล้วเดินตรงเข้าห้องครัว ทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ ทองใบ ที่กำลังวุ่นอยู่กับการจัดเตรียมมื้อค่ำ

“กลับมาแล้วเหรอทัต เหนื่อยไหมลูก” ทองใบหันมองลูกชายด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ขณะที่มือยังคงหยิบผักลงในตะกร้า

“ไม่เหนื่อยครับแม่ ได้กลิ่นแกงส้มแม่ ทัตก็หายเหนื่อยแล้ว” เขาพูดพลางเอื้อมมือไปช่วยเด็ดผักบุ้งข้าง ๆ จังหวะที่ความเงียบกำลังทำหน้าที่สร้างความสงบภายในห้องครัว ทองใบก็หยุดมือลงเล็กน้อย แววตาของเธอดูลึกซึ้งขึ้นกว่าปกติ

“ทัต... พรุ่งนี้หลังเลิกงาน แม่อยากให้ไปเยี่ยมท่านเจ้าสัวกับแม่หน่อยนะลูก” เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบแต่ดูจริงจัง

“ไปกราบสวัสดีท่านให้รู้ความว่าเรากลับมาอยู่บ้านถาวรแล้ว อีกอย่าง... ท่านเจ้าสัวท่านรักพ่อเรามาก ท่านถามหาเราตั้งแต่ตอนที่เรายังไม่จบหมอเสียด้วยซ้ำ”

ทัตธาราชะงักมือที่กำลังเด็ดผัก ความเย็นจากก้านผักในมือนิ่งค้างอยู่ครู่หนึ่ง

“ครับแม่...”

เขาพยักหน้ารับคำแม่เบา ๆ แม้ในส่วนลึกของหัวใจจะเริ่มสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ ความประหม่าแล่นริ้วขึ้นมาจนมือไม้เย็นเฉียบ เพราะว่าบ้านเจ้าสัวสำหรับเขานั้น ไม่ได้หมายถึงเพียงคฤหาสน์หรูของผู้มีพระคุณเพียงอย่างเดียว

แต่มันคือสถานที่พำนักของ... ใครบางคน ที่เขาจงใจหลบหน้าและหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้าอย่างจริงจังมานานนับปี พี่ชายตัวโตที่ครั้งหนึ่งเคยเขกหัวเขาด้วยความดุดัน ทว่ากลับมีสายตาที่ทัตไม่เคยลืมเลือนได้เลยจนถึงวันนี้

บ่ายวันถัดมาเรือนไม้สักหลังใหญ่กลางสวนของเจ้าสัวเกริกชัยยังคงดูโอ่อ่า สง่างาม และอบอวลไปด้วยความทรงจำ กลิ่นหอมละมุนของกุหลาบขาวลอยล่องมากับสายลมชวนให้คะนึงถึงอดีต

“เผลอประเดี๋ยวเดียวก็เรียนจบหมอแล้วหรือ... ไวจริง ๆ นะหมอทัต” ท่านเจ้าสัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเอ็นดู หลังจากทัตธาราก้มลงกราบแทบเท้าด้วยกิริยาอ่อนช้อย

“ครับท่าน สี่ห้าปีในรั้วมหาวิทยาลัยผ่านไปเร็วมากจริง ๆ ครับ” ทัตยิ้มรับ แววตาสดใส

“ทัตคนเดิม... ถึงจะโตเป็นผู้ใหญ่ แต่ก็ยังเป็นทัตที่กิริยามารยาทน่ารักเหมือนเดิมเสมอ” เจ้าสัวหัวเราะในลำคอด้วยความพึงใจ มือหนาตบลงบนบ่าของหมอหนุ่มเบา ๆ เป็นการให้กำลังใจ

ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังชื่นมื่น ทองใบกลับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ทัต... ลูกออกไปเดินเล่นรอแม่ที่สวนข้างล่างก่อนนะ แม่มีเรื่องสำคัญอยากจะปรึกษาท่านเจ้าสัวเป็นการส่วนตัวสักหน่อย”

ทัตธารามองหน้าแม่ด้วยความสงสัยแต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี เขาเดินลงจากเรือนไม้ไปยังแปลงกุหลาบขาวหลังบ้าน จุดเดิมที่เขาเคยถูกดุจนร้องไห้จ้าเพราะความไร้เดียงสาในวัยเยาว์

วันนี้เขาไม่ได้เด็ดมัน แต่กลับยืนนิ่งมองกลีบดอกสีนวลนั้นด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ราวกับกำลังใช้ความเงียบกล่าวคำขอโทษต่ออดีต

“เมื่อก่อน... ตรงนี้แหละที่ฉันเคยโดนเขกหัวจนโน”

ทันใดนั้น เสียงย่ำเท้าบนพื้นไม้และเสียงรองเท้าบูทกระทบดินดังขึ้นจากเบื้องหลัง

“มาหาใคร?”น้ำเสียงทุ้มเข้มแฝงความสงสัยดึงให้ทัตสะดุ้งสุดตัว เขาหันกลับไปรวดเร็วเกินไปจนเสียหลัก สะดุดขาตนเองจนร่างบางเซถลาไปด้านหลัง

“เหวอออ...!”

จังหวะที่ทัตธาราก้าวพลาดจนเสียหลักหงายหลัง ทว่าก่อนที่แผ่นหลังจะทันได้กระแทกพื้นแข็ง แขนแข็งแรงที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามก็คว้าหมับเข้าที่เอวบางอย่างแม่นยำ ก่อนจะออกแรงกระชากร่างเล็กเข้าไปปะทะกับอกกว้างอย่างรวดเร็ว แรงปะทะนั้นทำให้ทัตต้องรีบคว้าไหล่หนาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว กลิ่นหอมสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคนตรงหน้าอบอวลอยู่ข้างจมูก จนหัวใจคนตัวเล็กกระตุกวูบ

“ระวังหน่อยสิ... เดี๋ยวพื้นบ้านพี่ก็พังหมดหรอก”

น้ำเสียงยียวนที่แฝงความนุ่มนวลนั้นดังอยู่ชิดใบหู จนทัตสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ชายหนุ่มหน้าหวานเงยหน้าขึ้นจากแผงอกกว้าง สบตาเข้ากับใบหน้าคมเข้มใต้เงาหมวกทรงคาวบอยที่กำนันหนุ่มมักสวมใส่เป็นประจำ เมื่อเห็นแววตาหยอกล้อคู่นั้น ทัตก็หลุดขำออกมาแก้เขิน

“พี่ไกร! ปล่อยเลยนะ ตอนนี้ผมผอมลงตั้งเยอะแล้ว พื้นบ้านพี่ไม่พังง่ายๆ หรอก!”

ไกรสรไม่ได้เถียงตอบ แต่เขากลับยกยิ้มที่มุมปากอย่างมีเล่ห์นัย ก่อนจะใช้นิ้วหนาที่กร้านจากการทำงานบีบเข้าที่แก้มใสข้างหนึ่งของหมอหนุ่มอย่างหมั่นเขี้ยวแล้วออกแรงดึงจนแก้มยืด

“ผอมตรงไหน... ในสายตาพี่ นายน่ะยังเป็นหมูอ้วนเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย”

“พี่ไกร!!!” ทัตร้องลั่นพร้อมกระทืบเท้าเร่า ๆ ใบหน้าขาวนวลเริ่มขึ้นสีแดงก่ำด้วยความขัดใจที่โดนล้อปมด้อยในอดีต ผสมกับความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้หน้าร้อนผ่าว

ขณะที่ทั้งคู่กำลังหยอกล้อกันท่ามกลางสายลมเย็น เสียงของทองใบก็ตะโกนข้ามลงมาจากบนเรือนใหญ่ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน

“ทัต! กลับบ้านได้แล้วลูก! มัวแต่ไปกวนคุณไกรเขาอยู่ได้”

“รอดตัวไปนะเรา...” ไกรสรยอมคลายมือออกจากเอวบางอย่างอ้อยอิ่ง เขาก้มลงกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นเล็กน้อยแต่ทุ้มลึกกว่าปกติ

“...ไม่อย่างนั้น คงได้โดนพี่ทำโทษหนักกว่าแค่บีบแก้มแน่ ๆ”

คำพูดนั้นทิ้งปริศนาไว้ในใจคนฟัง ทัตธารายืนอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบหมุนตัววิ่งหนีไปโดยไม่กล้าหันกลับมามองสายตาของกำนันหนุ่มที่ยังคงทอดมองตามแผ่นหลังของเขาไป... ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง

.

.

.

บนเรือนไม้สักหลังใหญ่ที่เงียบสงบ กลิ่นหอมอ่อน ๆ อบอวลอยู่ในห้องโถงกว้าง ทองใบ นั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่บนพื้นเบื้องหน้า เจ้าสัวเกริกชัย ผู้เป็นประมุขของบ้านที่เขานับถือเสมอมา

“เจ้าสัวคะ... ปีนี้อิฉันก็แก่ตัวลงไปทุกวัน สังขารก็เริ่มโรยราลงทุกที ไม่รู้ว่าจะอยู่ดูโลกได้อีกนานแค่ไหน”

ทองใบเอ่ยด้วยสีหน้ากังวล ดวงตาที่ผ่านโลกมามากเริ่มมีรอยคลอของหยาดน้ำตาแห่งความห่วงใย

“ทัตเขาเพิ่งเรียนจบมา เป็นหมอก็จริง... แต่อิฉันแค่อยากเห็นลูกมีคนคอยดูแลจริง ๆ เสียที มีที่พึ่งพิงที่มั่นคงพอที่จะฝากฝังชีวิตไว้ได้ในวันที่อิฉันไม่อยู่แล้ว...”

เธอนิ่งไปครู่หนึ่งเพื่อระงับความตื้นตัน ก่อนจะรวบรวมความกล้าพูดสิ่งที่เก็บงำมานานหลายปี

“วันนี้อิฉันมาเพื่อขอทวงคำสัญญา... คำสัญญาที่ท่านเคยให้ไว้กับสามีของอิฉันในวันนั้น วันที่เขาเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องท่านไว้ค่ะ”

เจ้าสัวเกริกชัยนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ บรรยากาศรอบข้างดูจะเย็นเยียบขึ้นมาถนัดตา ความทรงจำในอดีตอันยาวนานหวนกลับมาเด่นชัด ภาพเหตุการณ์ความวุ่นวายในคืนงานวัดและการเสียสละของผู้เป็นพ่อของทัตธารายังคงเป็นตราบาปในใจของเขาเสมอมา ท่านถอนหายใจยาวพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ อย่างมั่นคง

“ฉันเข้าใจเธอดีทองใบ... สัญญานั้นฉันเป็นคนออกปากเองด้วยเกียรติของฉัน ฉันไม่เคยลืมเลยสักวินาทีเดียวว่าที่ฉันยังมีลมหายใจอยู่ได้ทุกวันนี้ เป็นเพราะใคร”

สายตาของผู้ผ่านโลกมามากทอดมองไปยังที่ไกลๆ ราวกับกำลังตัดสินใจครั้งสำคัญ

“เรื่องการหมั้นหมายและการดูแลทัตธารา... ฉันรับปาก เดี๋ยวฉันจะหาจังหวะคุยกับเจ้าไกรให้เอง”

ทองใบเมื่อได้รับคำยืนยันที่หนักแน่นก็ถึงกับมือสั่น เธอค่อยๆ โน้มตัวลงยกมือไหว้ท่วมหัวด้วยความซาบซึ้งใจที่เปี่ยมล้น

“ขอบพระคุณเจ้าสัวมากเจ้าค่ะ... ขอบพระคุณที่เมตตาเจ้าทัตถึงเพียงนี้”

เจ้าสัวมองหญิงชราด้วยความเห็นใจ ทว่าในใจของเขากลับเกิดคำถามขึ้นมาเงียบ ๆ ว่าเจ้าไกรลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่แข็งนอกอ่อนในคนนั้น จะปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อรู้ว่าหน้าที่ที่เขาต้องรับผิดชอบ... คือการผูกมัดชีวิตไว้กับเจ้าหมูตัวน้อยที่เขากำลังแกล้งหยอกอยู่วันนี้

ค่ำคืนนั้น บรรยากาศรอบกายเงียบสงัด มีเพียงเสียงกระซิบของยอดหญ้าที่ล้อไปกับเสียงลม แสงจันทร์วันเพ็ญทอรัศมีสีเงินยวงอาบไล้ลงมายังแปลงกุหลาบขาวจนดูราวกับภาพฝัน กำนันไกรสรยังคงยืนนิ่งอยู่ที่มุมเดิมของสวน... มุมที่ความร้อนผ่าวจากร่างกายของใครบางคนยังคงติดตรึงอยู่ที่แผงอกของเขาไม่จางหาย

ในมือหนาที่เคยผ่านงานหนักมาอย่างโชกโชน ตอนนี้กลับถือดอกกุหลาบขาวที่เบ่งบานที่สุดดอกหนึ่งไว้อย่างเบามือ เป็นดอกที่เขาเผลอเด็ดติดมือมาด้วยความรู้สึกสับสนที่อธิบายไม่ได้ในช่วงที่ร่างนุ่มนิ่มนั้นวิ่งหนีไป

“ผอมลงแล้วจริง ๆ หรือ... เจ้าหมูเอ๊ย”เขากระซิบแผ่วเบากับตัวเอง น้ำเสียงนั้นพร่าลงอย่างที่ไม่เคยเป็น รอยยิ้มละมุนที่มักถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดกำนันผู้เคร่งขรึมปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมเข้มอย่างชัดเจนในความสลัว ปลายนิ้วโป้งลูบไล้ไปตามกลีบนุ่มของดอกไม้ ราวกับกำลังสัมผัสแก้มใสที่เพิ่งโดนเขาหยอกเอินไปเมื่อหัวค่ำ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 20 ปรับความเข้าใจ

    บทที่ 20 ปรับความเข้าใจแสงแดดอ่อนละมุนยามเย็นทอดลำแสงสีทองพาดผ่านหน้าต่างบ้านเรือนไม้ในสวนกุหลาบ บรรยากาศรอบกายดูสงบเงียบทว่าอบอุ่น ทัตธารานั่งเคียงข้างกำนันหนุ่มบนระเบียงไม้ที่คุ้นเคย ศีรษะทุยสวยพิงซบลงบนไหล่แกร่งอย่างวางใจ เสียงนกกระจิบร้องเจื้อยแจ้วแว่วมาจากยอดไม้ไกล ๆ แม้รอบข้างจะเงียบสงัดเพียงใด แต่เสียงหัวใจของคนสองคนที่เต้นเป็นจังหวะใกล้กันกลับดังก้องชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งไหน“พี่ไกรครับ...” ทัตธาราเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“ครับ...” กำนันหนุ่มขานรับพลางเอียงใบหน้าลงมาหา“ตอนที่เราแต่งงานกัน... ตอนที่มันยังเป็นเพียงแค่การแต่งงานในนาม ตอนนั้นพี่รู้สึกยังไงบ้างครับ”ไกรสรนิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาคมกริบทอดมองไปยังทุ่งกว้างเบื้องหน้า ปลายนิ้วหนาลูบไล้เส้นผมนุ่มของคนรักอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม ราวกับจะปลอบประโลมความทรงจำที่เคยขื่นขม“ตอนนั้นหรือครับ... ก็เจ็บอยู่บ้างแหละ พี่รู้ดีว่าตอนนั้นทัตยังไม่พร้อม ใจทัตยังมีความกังวล พี่เลยไม่กล้าที่จะคาดหวังหรือบีบคั้นอะไร แต่ในใจของพี่... มันรักไปแล้ว รักตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม และรัก

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 19 แฟนเก่า

    บทที่ 19 แฟนเก่าเช้าวันจันทร์เริ่มต้นด้วยความวุ่นวายตามปกติของสถานพยาบาล แสงแดดอ่อนยามเช้าทอดผ่านกระจกใสเข้ามาในห้องตรวจจนดูนวลตา หมอทัตธาราในชุดกราวนด์สีขาวสะอาดกำลังจัดเตรียมอุปกรณ์ตรวจฟันอย่างตั้งใจ ทว่าความสงบเงียบกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงกริ่งหน้าประตูที่ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของแขกที่ไม่ได้รับเชิญหญิงสาวรูปร่างโปร่งระหงในชุดสูทตัวยาวสีเรียบหรู ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความมั่นใจ ผมยาวสลวยถูกจัดแต่งมาอย่างประณีต เธอหยุดยืนมองป้ายชื่อหน้าห้องก่อนจะเบนสายตามาทางคุณหมอหนุ่ม“สวัสดีค่ะหมอทัต ดูจากชื่อบนป้าย... นี่คือห้องตรวจของคุณหมอจริง ๆ สินะคะ?”ทัตธาราชะงักมือที่กำลังจับเครื่องมือ ความรู้สึกบางอย่างที่เคยถูกทับถมไว้ลึกสุดใจแล่นริ้วขึ้นมาจนต้องลอบถอนหายใจแผ่วเบา เขาพยายามรักษาความสุขุมพลางพยักหน้าตอบรับ“ใช่ครับ... สวัสดีครับคุณพัทธยา ไม่ทราบว่าคุณมานัดตรวจล่วงหน้าหรือเปล่า?”พัทธยาหัวเราะในลำคอเบา ๆ กิริยาท่าทางของเธอยังคงดูสง่างามเช่นวันวาน เธอเดินก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเขาอย่างถือวิสาสะ“

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 18 ดูแลหมอทั้งวัน🔥🔞

    บทที่ 18 ดูแลหมอทั้งวัน🔥🔞แสงแดดอุ่นจัดยามเช้าทอแสงลอดผ่านผ้าม่านสีขาวบางตาเข้ามากระทบเปลือกตา ทัตธาราขยับกายเล็กน้อยท่ามกลางความนุ่มนวลของที่นอนและกลิ่นอายอุ่นของคนข้างกาย เขาซุกใบหน้าเข้าหาอ้อมอกกว้างของกำนันไกรสรโดยสัญชาตญาณ เสียงก้อนเนื้อในอกซ้ายของชายหนุ่มยังคงเต้นเป็นจังหวะหนักแน่นที่สอดประสานไปกับจังหวะลมหายใจที่สม่ำเสมอ“พี่ไกรครับ...”เสียงกระซิบแผ่วเบาเรียกคนรักที่กำลังหลับใหล ก่อนจะได้รับการตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มละมุนที่ฟังดูแหบพร่าเล็กน้อยตามประสาคนเพิ่งตื่นนอน“ตื่นแล้วหรือครับ... ลูกหมูของพี่”“อื้อ... เมื่อคืนพี่ไม่เหนื่อยบ้างหรือครับ” ทัตธาราถามพลางเงยหน้าขึ้นสบตา แววตาคู่สวยยังคงฉายแววอาวรณ์ในรสสัมผัสที่เพิ่งผ่านพ้นไป“ไม่เหนื่อยหรอกครับ... เพราะเมื่อคืนเสียงของทัตเพราะที่สุดแล้วรู้ไหม”คำพูดตรงไปตรงมานั้นทำเอาหมอหนุ่มหน้าร้อนวูบ เขาคว้าหมอนขึ้นมาปิดใบหน้าตัวเองด้วยความขัดเขิน “ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเมื่อคืนเลยนะครับ! ทัตจะไม่มองหน้าพี่ไปอีกสามวันเลย!”ไกรสรหัวเราะในลำคอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู มือหนาลูบไล้กล

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 17 รักหมอคนเดียว 🔥🔞

    บทที่ 17 รักหมอคนเดียว 🔥🔞 ช่วงเที่ยงวันนั้น พยาบาลและเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลต่างพากันแปลกใจ เมื่อเห็นกำนันผู้เคร่งขรึมเดินดุ่ม ๆ เข้ามาพร้อมถุงอาหารเต็มสองมือ ทั้งข้าวมันไก่เจ้าประจำ น้ำผลไม้คั้นสด ขนมปังนมสด และยาคูลท์ที่ทัตธาราชอบดื่มเป็นชีวิตจิตใจ “จะเอาอะไรมาให้กินดีวะ... เอาไปหมดนี่แหละ ทัตชอบทุกอย่างเลยนี่นา” เขากระซิบปลอบใจตัวเองขณะก้าวตรงไปยังห้องทำงานของหมอหนุ่ม ไกรสรผลักประตูเข้าไปโดยไม่ได้เคาะ ทัตธาราที่กำลังจดบันทึกอาการคนไข้ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยสั้น ๆ โดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง “ผมไม่หิวครับ” กำนันหนุ่มยืนนิ่งค้างไปชั่วอึดใจ เขาบรรจงวางของทั้งหมดลงบนโต๊ะเงียบ ๆ แววตาที่เคยดุดันตอนนี้กลับฉายแววน้อยใจออกมาอย่างชัดเจน “ไม่หิวตอนนี้ก็เก็บไว้กินตอนเย็นเถอะ พี่ตั้งใจซื้อมาให้” “ไม่ต้องลำบากทำอะไรให้ผมก็ได้ครับพี่ไกร ผมอยู่ของผมได้” คำว่าอยู่ได้ที่หลุดออกมาจากปากคนที่เขาแคร์ที่สุดนั้นไม่ได้เจ็บปวดที่ความหมาย แต่มันบาดลึกตรงความห่างเหินที่หมอหนุ่มจงใจสร้างขึ้นม

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 16 หมองอนกำนัน

    บทที่ 16 หมองอนกำนันหลังจากอารมณ์เมื่อช่วงบ่ายพัดผ่านไป บ้านสวนกุหลาบที่เคยอบอุ่นกลับตกอยู่ในความเงียบงัน เป็นความเงียบที่เหน็บหนาวเสียจนเสียงลมพัดผ่านใบกุหลาบด้านนอกยังฟังดูดังรบกวนจิตใจเกินไป และคนที่รักษาความเงียบนั้นได้มั่นคงที่สุดไม่ใช่กำนันไกรสร ทว่ากลับเป็นหมอทัตธารา“ข้าวปลาไม่คิดจะกินเลยหรือ?”เสียงทุ้มของกำนันเอ่ยถามทำลายความเงียบ ขณะบรรจงวางจานข้าวลงตรงหน้าหมอหนุ่มที่นั่งเหม่อลอยอยู่ปลายโต๊ะ ทัตธาราเพียงแค่เหลือบสายตาขึ้นมองเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้าออกไปทางหน้าต่าง มองความมืดมิดของสวนกุหลาบที่เริ่มถูกความสลัวครอบงำ“ไม่หิวครับ”คำตอบนั้นสั้นเรียบและไร้เยื่อใย แต่มันมากพอจะทำให้คนฟังรับรู้ได้ทันทีว่ากำลังโดนงอนเข้าให้แล้ว กำนันไกรสรพรูลมหายใจออกมาช้า ๆ เขาพยายามระงับอารมณ์พลางนั่งลงฝั่งตรงข้าม กินข้าวในจานของตัวเองไปเงียบ ๆ ทว่าบรรยากาศที่อึดอัดกลับทำให้รสชาติอาหารชืดสนิท จนสุดท้ายเขาก็เผลอวางช้อนลงกระทบจานเสียงดังเคร้ง เพราะคิดไม่ตกว่าจะง้อคนตรงหน้าอย่างไรดี“จะโกรธอะไรนักหนาทัต แค่เพื่อนเก่าแวะมาหา พี่ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อ

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 15 แขกที่ไม่ได้รับเชิญของกำนัน

    บทที่ 15 แขกที่ไม่ได้รับเชิญของกำนันช่วงบ่ายของวันเสาร์ที่ควรจะเงียบสงบ บรรยากาศภายในบ้านสวนกุหลาบยังคงอบอวลด้วยกลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกไม้ที่พัดมาตามลม หมอทัตธาราอยู่ในชุดลำลองสบาย ๆ อย่างเสื้อยืดสีอ่อนกับกางเกงขาสั้นเหนือเข่า กำลังใช้กรรไกรเล็มกิ่งต้นไม้หน้าบ้านอย่างเพลิดเพลิน โดยมีกำนันไกรสรคอยเช็ดกระจกหน้าต่างอยู่ด้านในเรือนไม้ภาพกิจวัตรธรรมดาเหล่านั้นดูลงตัวราวกับงานเขียนชิ้นเอก ทว่าความสงบสุขกลับถูกพังทลายลงด้วยเสียงแหลมสูงของเครื่องยนต์ที่ดังใกล้เข้ามา ก่อนจะตามมาด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ขัดจังหวะทุกอย่าง“ปี๊น! ปี๊น!”ทัตธาราชะงักมือพลางชะเง้อมองไปยังประตูรั้ว เขาหรี่ตาลงเมื่อเห็นรถเก๋งยุโรปสีดำขลับเงาวับจอดสนิทอยู่ ก่อนที่หญิงสาวคนหนึ่งจะก้าวลงมาด้วยท่วงท่ามั่นใจ เธอสวมรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นเสียงดังเป็นจังหวะ ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มอย่างประณีตจัดจ้านชูให้เธอดูโดดเด่นทว่าแปลกแยกจากบรรยากาศชนบทแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง“พี่ไกรล่ะ?” เธอถามขึ้นทันทีที่สายตาปะทะกับหมอหนุ่ม โดยไม่มีแม้แต่คำทักทายตามมารยาท“อยู่ข้างในครับ” ทัตธาราตอบ

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 4 กลับบ้านเกิด

    บทที่ 4 กลับบ้านเกิดเสียงเครื่องยนต์ของรถทัวร์สายกรุงเทพฯ-สุพรรณบุรี ครางหึ่มอย่างอ่อนแรงก่อนจะค่อย ๆ ชะลอจอดลงที่ป้ายรถเมล์เล็ก ๆ หน้าอำเภอบางปลาม้า แสงแดดในยามบ่ายคล้อยเริ่มอ่อนแสงลง ทอประกายสีทองพาดผ่านท้องทุ่ง ลมตะวันตกหอบเอากลิ่นฟางข้าวแห้ง ๆ จากนาไกล ๆ เข้ามาแตะปลายจมูกของคนที่เพิ

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 3 ไปเรียนต่อ

    บทที่ 3 ไปเรียนต่อเสียงเรไรยามบ่ายแผ่วระงมกลบเสียงยอดไม้ที่ไหวเอนตามแรงลมชายคาเรือนครัว ไอความร้อนระอุของแดดเมืองสุพรรณฯ แผ่ซ่านไปทั่วผืนดิน ทิ้งร่องรอยความระยิบระยับบนผิวน้ำในร่องสวน ทองใบยืนหอบผ้ากองโตอยู่ใต้ถุนบ้าน มือที่กำลังพับผ้าหยุดชะงักลงครู่หนึ่ง สายตาที่เต็มไปด้วยความอาทรทอดมองไปยังเด็กช

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 2 ลูกหมู

    บทที่ 2 ลูกหมูสายลมเดือนหกพัดพลิ้วพาใบไม้ปลิวไหวแผ่วเบา หอบเอาไอความร้อนชื้นที่ลอยวนอยู่ทั่วเรือนสวนกุหลาบมาปะทะผิวหน้า เสียงจักจั่นระงมแทรกซึมไปกับความเงียบสงบ กลิ่นดินหลังฝนที่เพิ่งซาไปผสมผสานกับกลิ่นหอมอ่อนหวานของกุหลาบขาวที่บานสะพรั่งขจรขจายไปทั่วบริเวณ เงาของต้นไม้ใหญ่ทอดยาวทาบลงบนพื้นอิฐสีส้

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 1 ช่วยชีวิต

    บทที่ 1 ช่วยชีวิตแสงแดดยามเย็นเหนือท้องทุ่งกว้าง เสียงลำโพงจากงานวัดดังสะท้อนก้องกังวาน แข่งกับเสียงเรไรที่เริ่มระงม แสงอาทิตย์สีส้มจัดอาบชโลมยอดตาลสูงลิบจนดูคล้ายเงาดำทะมึนตัดกับแผ่นฟ้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากสีน้ำเงินเข้มเป็นม่วงอมแดง บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งกลิ่นข้าวโพดต้มรส

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status