Share

บทที่ 3 ไปเรียนต่อ

Author: Tawan miki
last update publish date: 2026-05-12 02:14:33

บทที่ 3 ไปเรียนต่อ

เสียงเรไรยามบ่ายแผ่วระงมกลบเสียงยอดไม้ที่ไหวเอนตามแรงลมชายคาเรือนครัว ไอความร้อนระอุของแดดเมืองสุพรรณฯ แผ่ซ่านไปทั่วผืนดิน ทิ้งร่องรอยความระยิบระยับบนผิวน้ำในร่องสวน ทองใบยืนหอบผ้ากองโตอยู่ใต้ถุนบ้าน มือที่กำลังพับผ้าหยุดชะงักลงครู่หนึ่ง สายตาที่เต็มไปด้วยความอาทรทอดมองไปยังเด็กชายตัวน้อยที่นั่งจมอยู่กับกองตำราใต้ต้นพุทราใหญ่

ทัตธารา ในวัย 11 ขวบ เริ่มมีเค้าโครงของความโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ร่างกายที่เคยอ้วนกลมราวกับซาลาเปาเริ่มซูบลงเล็กน้อย ทว่าแก้มใสทั้งสองข้างยังคงนุ่มนิ่มน่าเอ็นดู ผมหยักศกสีน้ำตาลอ่อนรับกับดวงตากลมโตที่ดูสดใสอยู่เสมอ หากแต่ในบางจังหวะที่เขานิ่งเงียบ แววตาคู่นั้นกลับซุกซ่อนความเหงาบางอย่างที่คนเป็นแม่สัมผัสได้ถึงก้นบึ้งของหัวใจ

“แม่ครับ... ทำไมช่วงนี้พี่ไกรเขาไม่ค่อยกลับบ้านเลยล่ะครับ”

ทัตธารา ในวัยที่เริ่มเข้าสู่การเรียนรู้ที่จริงจังขึ้น วางหนังสือเล่มหนาลงบนตักอย่างไม่ใส่ใจนัก เขาเงยหน้าขึ้นถามมารดาด้วยน้ำเสียงที่พยายามปรับให้ดูราบเรียบเป็นปกติที่สุด ราวกับเป็นเพียงการชวนคุยสัพเพเหระ แต่ประกายในดวงตากลมโตคู่นั้นกลับปิดบังความคาดหวังที่เอ่อล้นออกมาไม่มิด

ทองใบหยุดมือจากงานบ้านที่ทำอยู่ ความเงียบที่ปกคลุมบ้านพักหลังเล็กทำให้เธอสัมผัสได้ถึงความเหงาในน้ำเสียงของลูกชาย เธอเดินเข้ามาใกล้แล้วก้มมองใบหน้าหมดจดของทัตด้วยรอยยิ้มละไมที่เต็มไปด้วยความอาทร

“พี่เขากลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วนะทัต เขามีภาระหน้าที่มากมายที่ต้องรับผิดชอบเกินกว่าที่เราจะนึกถึง มีงานที่ต้องแบกรับ มีเรื่องที่ต้องเรียนรู้ให้รอบด้าน... เพื่อให้สมกับฐานะลูกชายเพียงคนเดียวของเจ้าสัว”

ทัตนิ่งฟัง พลางนึกถึงแผ่นหลังกว้างของคนที่เคยดุเขาเรื่องเด็ดดอกไม้ในวันนั้น ยิ่งเขาโตขึ้น ช่องว่างระหว่างลูกเจ้าของบ้านกับลูกแม่ครัว ดูเหมือนจะขยายกว้างขึ้นตามภาระหน้าที่ที่แม่พูดถึง

“แล้ว... พี่เขาจะยังคิดถึงทัตอยู่มั้ยครับ?”

คำถามที่ซื่อตรงทว่ากินใจทำเอาทองใบนิ่งไปชั่วอึดใจ ความเงียบงันในตอนนั้นทำให้ทัตใจเสียจนต้องก้มหน้าหลบสายตา เธอเอื้อมมือที่กร้านจากการทำงานมาลูบหัวลูกชายอย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนนั้นราวกับจะปลอบประโลมความกังวลทั้งหมด

“แม่ไม่รู้หรอกลูกว่าข้างในใจของคุณไกรเขาคิดอะไรอยู่...” เธอเว้นจังหวะพลางมองเข้าไปในตาของลูกชาย

“แต่แม่เชื่อเหลือเกินว่า คนอย่างคุณไกร... ต่อให้เขาจะไปไกลแค่ไหน หรือต้องเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเกรงขามเพียงใด เขาไม่มีทางลืมเจ้าหมูตัวน้อยที่เคยเอาดอกไม้แห้งมาคืนเขาหรอกลูก”

คำพูดของแม่ทำให้หัวใจที่วูบไหวของทัตกลับมาชุ่มชื่นขึ้นอีกครั้ง แม้จะเป็นเพียงความหวังเล็ก ๆ แต่เขาก็เลือกที่จะเก็บมันไว้

.

.

.

สองเดือนต่อมาภายใต้แสงตะเกียงสลัวยามค่ำคืน ทองใบนั่งจ้องมองจดหมายตอบรับจากโรงเรียนชื่อดังในกรุงเทพมหานครด้วยหัวใจที่บีบคั้น ความรักลูกทำให้เธออยากเห็นเขามีอนาคตที่ไกลกว่าท้องทุ่งแห่งนี้ แต่ความห่วงหาอาลัยก็ทำให้น้ำตาซึมออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

“ทัต... แม่ตัดสินใจแล้วนะลูก แม่จะส่งลูกไปอยู่กับน้าสาวที่กรุงเทพฯ ไปเรียนต่อที่นั่นเถอะนะ แม่อยากให้ทัตได้มีโอกาสดี ๆ ได้เห็นโลกกว้างกว่าที่นี่”

เด็กชายตัวน้อยนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขาไม่ได้ร้องไห้โยเยเหมือนเด็กทั่วไป แต่กลับก้มหน้าลงซบที่ตักแม่แน่น กลิ่นแป้งเด็กอ่อน ๆ จากตัวลูกชายทำเอาทองใบสะอื้นลึกในอก ทัตไม่ได้เอ่ยคัดค้านแม้แต่คำเดียว เขารู้ดีว่าชีวิตต้องดำเนินต่อไปตามทางที่ผู้ใหญ่ขีดเขียนไว้ แต่ข้างในใจนั้น ราวกับมีเส้นด้ายบาง ๆ ที่ผูกพัน

เขาไว้กับสวนกุหลาบแห่งนี้กำลังขาดสะบั้นลง

คืนสุดท้ายก่อนการเดินทาง กลิ่นหอมจาง ๆ ของกุหลาบขาวจากสวนใหญ่ลอยมาแตะปลายจมูกตามแรงลมหนาว ทัตธาราไม่ได้บอกลาใครเลย เขาจงใจหลบหน้าทุกคน ไม่แม้แต่จะเหลียวมองไปยังเรือนหลังเล็กที่อยู่ไกลออกไป

เพราะเขากลัว... กลัวว่าหากเผลอสบตาเข้ากับใครสักคนที่เคยรอคอยอยู่ตรงนั้น หรือเห็นสายตาคู่นั้นจ้องมองมา ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างไว้จะพังทลายลง และเขาจะไม่มีวันกล้าก้าวเดินออกจากอ้อมกอดของสวนแห่งนี้ได้เลย

.

.

.

กาลเวลาที่หมุนผ่าน...หนึ่งปี... สองปี... จนล่วงเข้าสู่สิบกว่าปีที่ความเงียบเหงาเข้ามาปกคลุมสวนกุหลาบแห่งนี้แทนที่เสียงหัวเราะเจื้อยแจ้ว เรือนหลังเล็กที่เคยมีเด็กชายตัวกลมวิ่งเล่นกลับดูอ้างว้างขึ้นตามกาลเวลา ไกรสรใช้ชีวิตอยู่กับการเรียนและหน้าที่การงานที่หนักอึ้ง

เขาเติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่มที่สุขุมและดุดัน ทว่าทุกครั้งที่เขากลับมาบ้าน สายตาเขามักจะทอดมองไปยังที่ว่างใต้ต้นพุทราเสมอ... ที่ที่เคยมี เจ้าหมูตัวน้อยนั่งหอบตำราอ่าน

เขาส่งข่าวคราวผ่านทางผู้ใหญ่บ้าง ถามไถ่จากทองใบอยู่เงียบ ๆ บ้าง ได้รู้เพียงว่าเด็กน้อยคนนั้นเติบโตขึ้นอย่างงดงามในเมืองกรุง เรียนเก่งและมีความฝันที่ยิ่งใหญ่ ยิ่งทัตธาราก้าวไปไกลเท่าไหร่ ช่องว่างระหว่างพวกเขาก็ดูเหมือนจะกว้างขึ้นเท่านั้น ไกรสรจึงเลือกที่จะเก็บความห่วงใยไว้ในลิ้นชักลึกที่สุดของหัวใจ แล้วหันไปทุ่มเทให้กับแผ่นดินเกิดแทน

15 ปีต่อมา ที่อำเภอบางปลาม้าเสียงเครื่องยนต์กระบะคันเก่าคำรามต่ำ ๆ ขณะขับผ่านเส้นทางลูกรังที่ฝุ่นแดงฟุ้งกระจายตามหลัง ไกรสร ในวัย 36 ปี นั่งอยู่หลังพวงมาลัยด้วยท่าทีสงบนิ่ง ใบหน้าคมเข้มที่กร้านแดดจนเป็นสีแทนดูน่าเกรงขาม ร่างสูงใหญ่กำยำในชุดข้าราชการแขนยาวที่พับขึ้นถึงข้อศอกอย่างคล่องตัว เขาขับรถกลับเข้าสวนทุกเย็นหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่ว่าการอำเภอ

ตอนนี้... เขาคือกำนันไกรสรผู้เป็นที่ยำเกรงของคนทั้งตำบล

ไม่ใช่เพียงเพราะชื่อเสียงของตระกูล แต่เป็นเพราะนิสัยที่ดุดันและเที่ยงตรงดั่งไม้บรรทัด กลุ่มวัยรุ่นที่เคยซ่าถูกเขาสยบด้วยสายตาเพียงแวบเดียว พ่อค้ายาที่เคยคิดจะหยั่งรากถูกเขาไล่ต้อนจนหมดทางทำกิน หมู่บ้านที่เคยสับสนวุ่นวายกลับสงบราบคาบราวกับมีผู้พิทักษ์ที่แข็งแกร่งคอยปกปักษ์รักษา

แต่ภายใต้หน้ากากของกำนันผู้ดุดัน... ทุกวันไกรสรยังคงเดินผ่านดงกุหลาบขาวที่เขาเป็นคนปลูกเพิ่มด้วยตัวเอง และมักจะไปหยุดยืนอยู่หน้ากล่องไม้เล็ก ๆ ในห้องนอน กล่องที่เก็บซ่อนดอกกุหลาบแห้งจนกรอบดอกหนึ่งไว้เหมือนสมบัติล้ำค่า

“เจ้าหมูตัวน้อย... ใจคอจะไม่กลับมาเยี่ยมเยียนกันบ้างเลยหรือไง”

เขาทำได้เพียงรำพึงอยู่ในใจ ทุกคืนที่ล้มตัวลงนอนบนเตียงไม้เก่าในเรือนหลังเล็ก สายตาของเขามักจะจ้องมองเพดานด้วยความว่างเปล่า เฝ้ารอคอยเสียงเจื้อยแจ้วและกลิ่นอายความสดใสที่หายไปจากชีวิต

กรุงเทพมหานคร

ในห้องพักฟื้นที่สะอาดสะอ้านของโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ทัตธารา ในวัย 25 ปี กำลังตรวจอาการคนไข้ด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นและอ่อนโยน ตอนนี้เขาคือทันตแพทย์หนุ่มผู้มีชื่อเสียง มีใบหน้าที่หวานล้ำจนคนไข้พากันหลงใหล และความสามารถที่ยอดเยี่ยมจนได้รับคำชื่นชมไปทั่ว ทว่าจดหมายฉบับหนึ่งและโทรศัพท์สายสำคัญจากมารดากลับทำให้โลกที่เขาสร้างไว้สั่นคลอน

“แม่เริ่มไม่ค่อยสบายแล้วนะลูก... แม่อยากให้ทัตกลับมาอยู่ใกล้ ๆ แม่ไม่อยากอยู่คนเดียวที่นี่แล้ว” น้ำเสียงของทองใบสั่นเครือตามกาลเวลา

“กลับบ้านเราเถอะลูก มาประจำที่โรงพยาบาลอำเภอบางปลาม้าก็ได้ ใกล้บ้านเราแค่นิดเดียวเอง”

ทัตธารานิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ แววตาที่เคยสดใสวูบไหวด้วยความรู้สึกที่ปนเปกัน ทั้งความโหยหา ความกลัว และความทรงจำที่พยายามฝังไว้อย่างลึกที่สุด

“บางปลาม้าเหรอครับแม่...” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“แล้วที่บ้านเจ้าสัวเกริกชัย... เขายังมีสวนกุหลาบอยู่มั้ยครับ”

“ยังมีอยู่สิลูก... แต่คนดูแลสวนน่ะ ตอนนี้เขาเป็นกำนันไปแล้วนะ ทัตจำพี่ไกรเขาได้มั้ยล่ะ?”

ทัตธาราเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่เคยหลับใหลอยู่ใต้ก้นบึ้งของหัวใจกำลังตื่นจากการหลับใหล พร้อมกับภาพของกุหลาบขาวและสายตาคู่หนึ่งที่เคยจ้องมองเขาด้วยความดุดันแต่ทว่าแฝงไว้ด้วยความอบอุ่นอย่างประหลาดในวันวาน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 20 ปรับความเข้าใจ

    บทที่ 20 ปรับความเข้าใจแสงแดดอ่อนละมุนยามเย็นทอดลำแสงสีทองพาดผ่านหน้าต่างบ้านเรือนไม้ในสวนกุหลาบ บรรยากาศรอบกายดูสงบเงียบทว่าอบอุ่น ทัตธารานั่งเคียงข้างกำนันหนุ่มบนระเบียงไม้ที่คุ้นเคย ศีรษะทุยสวยพิงซบลงบนไหล่แกร่งอย่างวางใจ เสียงนกกระจิบร้องเจื้อยแจ้วแว่วมาจากยอดไม้ไกล ๆ แม้รอบข้างจะเงียบสงัดเพียงใด แต่เสียงหัวใจของคนสองคนที่เต้นเป็นจังหวะใกล้กันกลับดังก้องชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งไหน“พี่ไกรครับ...” ทัตธาราเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“ครับ...” กำนันหนุ่มขานรับพลางเอียงใบหน้าลงมาหา“ตอนที่เราแต่งงานกัน... ตอนที่มันยังเป็นเพียงแค่การแต่งงานในนาม ตอนนั้นพี่รู้สึกยังไงบ้างครับ”ไกรสรนิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาคมกริบทอดมองไปยังทุ่งกว้างเบื้องหน้า ปลายนิ้วหนาลูบไล้เส้นผมนุ่มของคนรักอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม ราวกับจะปลอบประโลมความทรงจำที่เคยขื่นขม“ตอนนั้นหรือครับ... ก็เจ็บอยู่บ้างแหละ พี่รู้ดีว่าตอนนั้นทัตยังไม่พร้อม ใจทัตยังมีความกังวล พี่เลยไม่กล้าที่จะคาดหวังหรือบีบคั้นอะไร แต่ในใจของพี่... มันรักไปแล้ว รักตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม และรัก

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 19 แฟนเก่า

    บทที่ 19 แฟนเก่าเช้าวันจันทร์เริ่มต้นด้วยความวุ่นวายตามปกติของสถานพยาบาล แสงแดดอ่อนยามเช้าทอดผ่านกระจกใสเข้ามาในห้องตรวจจนดูนวลตา หมอทัตธาราในชุดกราวนด์สีขาวสะอาดกำลังจัดเตรียมอุปกรณ์ตรวจฟันอย่างตั้งใจ ทว่าความสงบเงียบกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงกริ่งหน้าประตูที่ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของแขกที่ไม่ได้รับเชิญหญิงสาวรูปร่างโปร่งระหงในชุดสูทตัวยาวสีเรียบหรู ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความมั่นใจ ผมยาวสลวยถูกจัดแต่งมาอย่างประณีต เธอหยุดยืนมองป้ายชื่อหน้าห้องก่อนจะเบนสายตามาทางคุณหมอหนุ่ม“สวัสดีค่ะหมอทัต ดูจากชื่อบนป้าย... นี่คือห้องตรวจของคุณหมอจริง ๆ สินะคะ?”ทัตธาราชะงักมือที่กำลังจับเครื่องมือ ความรู้สึกบางอย่างที่เคยถูกทับถมไว้ลึกสุดใจแล่นริ้วขึ้นมาจนต้องลอบถอนหายใจแผ่วเบา เขาพยายามรักษาความสุขุมพลางพยักหน้าตอบรับ“ใช่ครับ... สวัสดีครับคุณพัทธยา ไม่ทราบว่าคุณมานัดตรวจล่วงหน้าหรือเปล่า?”พัทธยาหัวเราะในลำคอเบา ๆ กิริยาท่าทางของเธอยังคงดูสง่างามเช่นวันวาน เธอเดินก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเขาอย่างถือวิสาสะ“

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 18 ดูแลหมอทั้งวัน🔥🔞

    บทที่ 18 ดูแลหมอทั้งวัน🔥🔞แสงแดดอุ่นจัดยามเช้าทอแสงลอดผ่านผ้าม่านสีขาวบางตาเข้ามากระทบเปลือกตา ทัตธาราขยับกายเล็กน้อยท่ามกลางความนุ่มนวลของที่นอนและกลิ่นอายอุ่นของคนข้างกาย เขาซุกใบหน้าเข้าหาอ้อมอกกว้างของกำนันไกรสรโดยสัญชาตญาณ เสียงก้อนเนื้อในอกซ้ายของชายหนุ่มยังคงเต้นเป็นจังหวะหนักแน่นที่สอดประสานไปกับจังหวะลมหายใจที่สม่ำเสมอ“พี่ไกรครับ...”เสียงกระซิบแผ่วเบาเรียกคนรักที่กำลังหลับใหล ก่อนจะได้รับการตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มละมุนที่ฟังดูแหบพร่าเล็กน้อยตามประสาคนเพิ่งตื่นนอน“ตื่นแล้วหรือครับ... ลูกหมูของพี่”“อื้อ... เมื่อคืนพี่ไม่เหนื่อยบ้างหรือครับ” ทัตธาราถามพลางเงยหน้าขึ้นสบตา แววตาคู่สวยยังคงฉายแววอาวรณ์ในรสสัมผัสที่เพิ่งผ่านพ้นไป“ไม่เหนื่อยหรอกครับ... เพราะเมื่อคืนเสียงของทัตเพราะที่สุดแล้วรู้ไหม”คำพูดตรงไปตรงมานั้นทำเอาหมอหนุ่มหน้าร้อนวูบ เขาคว้าหมอนขึ้นมาปิดใบหน้าตัวเองด้วยความขัดเขิน “ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเมื่อคืนเลยนะครับ! ทัตจะไม่มองหน้าพี่ไปอีกสามวันเลย!”ไกรสรหัวเราะในลำคอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู มือหนาลูบไล้กล

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 17 รักหมอคนเดียว 🔥🔞

    บทที่ 17 รักหมอคนเดียว 🔥🔞 ช่วงเที่ยงวันนั้น พยาบาลและเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลต่างพากันแปลกใจ เมื่อเห็นกำนันผู้เคร่งขรึมเดินดุ่ม ๆ เข้ามาพร้อมถุงอาหารเต็มสองมือ ทั้งข้าวมันไก่เจ้าประจำ น้ำผลไม้คั้นสด ขนมปังนมสด และยาคูลท์ที่ทัตธาราชอบดื่มเป็นชีวิตจิตใจ “จะเอาอะไรมาให้กินดีวะ... เอาไปหมดนี่แหละ ทัตชอบทุกอย่างเลยนี่นา” เขากระซิบปลอบใจตัวเองขณะก้าวตรงไปยังห้องทำงานของหมอหนุ่ม ไกรสรผลักประตูเข้าไปโดยไม่ได้เคาะ ทัตธาราที่กำลังจดบันทึกอาการคนไข้ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยสั้น ๆ โดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง “ผมไม่หิวครับ” กำนันหนุ่มยืนนิ่งค้างไปชั่วอึดใจ เขาบรรจงวางของทั้งหมดลงบนโต๊ะเงียบ ๆ แววตาที่เคยดุดันตอนนี้กลับฉายแววน้อยใจออกมาอย่างชัดเจน “ไม่หิวตอนนี้ก็เก็บไว้กินตอนเย็นเถอะ พี่ตั้งใจซื้อมาให้” “ไม่ต้องลำบากทำอะไรให้ผมก็ได้ครับพี่ไกร ผมอยู่ของผมได้” คำว่าอยู่ได้ที่หลุดออกมาจากปากคนที่เขาแคร์ที่สุดนั้นไม่ได้เจ็บปวดที่ความหมาย แต่มันบาดลึกตรงความห่างเหินที่หมอหนุ่มจงใจสร้างขึ้นม

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 16 หมองอนกำนัน

    บทที่ 16 หมองอนกำนันหลังจากอารมณ์เมื่อช่วงบ่ายพัดผ่านไป บ้านสวนกุหลาบที่เคยอบอุ่นกลับตกอยู่ในความเงียบงัน เป็นความเงียบที่เหน็บหนาวเสียจนเสียงลมพัดผ่านใบกุหลาบด้านนอกยังฟังดูดังรบกวนจิตใจเกินไป และคนที่รักษาความเงียบนั้นได้มั่นคงที่สุดไม่ใช่กำนันไกรสร ทว่ากลับเป็นหมอทัตธารา“ข้าวปลาไม่คิดจะกินเลยหรือ?”เสียงทุ้มของกำนันเอ่ยถามทำลายความเงียบ ขณะบรรจงวางจานข้าวลงตรงหน้าหมอหนุ่มที่นั่งเหม่อลอยอยู่ปลายโต๊ะ ทัตธาราเพียงแค่เหลือบสายตาขึ้นมองเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้าออกไปทางหน้าต่าง มองความมืดมิดของสวนกุหลาบที่เริ่มถูกความสลัวครอบงำ“ไม่หิวครับ”คำตอบนั้นสั้นเรียบและไร้เยื่อใย แต่มันมากพอจะทำให้คนฟังรับรู้ได้ทันทีว่ากำลังโดนงอนเข้าให้แล้ว กำนันไกรสรพรูลมหายใจออกมาช้า ๆ เขาพยายามระงับอารมณ์พลางนั่งลงฝั่งตรงข้าม กินข้าวในจานของตัวเองไปเงียบ ๆ ทว่าบรรยากาศที่อึดอัดกลับทำให้รสชาติอาหารชืดสนิท จนสุดท้ายเขาก็เผลอวางช้อนลงกระทบจานเสียงดังเคร้ง เพราะคิดไม่ตกว่าจะง้อคนตรงหน้าอย่างไรดี“จะโกรธอะไรนักหนาทัต แค่เพื่อนเก่าแวะมาหา พี่ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อ

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 15 แขกที่ไม่ได้รับเชิญของกำนัน

    บทที่ 15 แขกที่ไม่ได้รับเชิญของกำนันช่วงบ่ายของวันเสาร์ที่ควรจะเงียบสงบ บรรยากาศภายในบ้านสวนกุหลาบยังคงอบอวลด้วยกลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกไม้ที่พัดมาตามลม หมอทัตธาราอยู่ในชุดลำลองสบาย ๆ อย่างเสื้อยืดสีอ่อนกับกางเกงขาสั้นเหนือเข่า กำลังใช้กรรไกรเล็มกิ่งต้นไม้หน้าบ้านอย่างเพลิดเพลิน โดยมีกำนันไกรสรคอยเช็ดกระจกหน้าต่างอยู่ด้านในเรือนไม้ภาพกิจวัตรธรรมดาเหล่านั้นดูลงตัวราวกับงานเขียนชิ้นเอก ทว่าความสงบสุขกลับถูกพังทลายลงด้วยเสียงแหลมสูงของเครื่องยนต์ที่ดังใกล้เข้ามา ก่อนจะตามมาด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ขัดจังหวะทุกอย่าง“ปี๊น! ปี๊น!”ทัตธาราชะงักมือพลางชะเง้อมองไปยังประตูรั้ว เขาหรี่ตาลงเมื่อเห็นรถเก๋งยุโรปสีดำขลับเงาวับจอดสนิทอยู่ ก่อนที่หญิงสาวคนหนึ่งจะก้าวลงมาด้วยท่วงท่ามั่นใจ เธอสวมรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นเสียงดังเป็นจังหวะ ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มอย่างประณีตจัดจ้านชูให้เธอดูโดดเด่นทว่าแปลกแยกจากบรรยากาศชนบทแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง“พี่ไกรล่ะ?” เธอถามขึ้นทันทีที่สายตาปะทะกับหมอหนุ่ม โดยไม่มีแม้แต่คำทักทายตามมารยาท“อยู่ข้างในครับ” ทัตธาราตอบ

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 5 คุยเรื่องแต่งงาน

    บทที่ 5 คุยเรื่องแต่งงานเสียงเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีแดงคันเก่า แม้จะส่งเสียงกุกกักตามอายุการใช้งานแต่ยังคงขับเคลื่อนได้อย่างมั่นคงไปตามถนนลูกรังในยามเช้า แสงอาทิตย์แรกอรุณทาบทับลงบนแผ่นหลังของชายหนุ่มในชุดกาวน์สั้นสีขาวสะอาดตาที่ปลิวไสวตามแรงลมหมอทัตธารา บังคับรถมอเต

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 4 กลับบ้านเกิด

    บทที่ 4 กลับบ้านเกิดเสียงเครื่องยนต์ของรถทัวร์สายกรุงเทพฯ-สุพรรณบุรี ครางหึ่มอย่างอ่อนแรงก่อนจะค่อย ๆ ชะลอจอดลงที่ป้ายรถเมล์เล็ก ๆ หน้าอำเภอบางปลาม้า แสงแดดในยามบ่ายคล้อยเริ่มอ่อนแสงลง ทอประกายสีทองพาดผ่านท้องทุ่ง ลมตะวันตกหอบเอากลิ่นฟางข้าวแห้ง ๆ จากนาไกล ๆ เข้ามาแตะปลายจมูกของคนที่เพิ

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 2 ลูกหมู

    บทที่ 2 ลูกหมูสายลมเดือนหกพัดพลิ้วพาใบไม้ปลิวไหวแผ่วเบา หอบเอาไอความร้อนชื้นที่ลอยวนอยู่ทั่วเรือนสวนกุหลาบมาปะทะผิวหน้า เสียงจักจั่นระงมแทรกซึมไปกับความเงียบสงบ กลิ่นดินหลังฝนที่เพิ่งซาไปผสมผสานกับกลิ่นหอมอ่อนหวานของกุหลาบขาวที่บานสะพรั่งขจรขจายไปทั่วบริเวณ เงาของต้นไม้ใหญ่ทอดยาวทาบลงบนพื้นอิฐสีส้

  • แต่งมาเถอะหมอ กำนันดูแลเอง   บทที่ 1 ช่วยชีวิต

    บทที่ 1 ช่วยชีวิตแสงแดดยามเย็นเหนือท้องทุ่งกว้าง เสียงลำโพงจากงานวัดดังสะท้อนก้องกังวาน แข่งกับเสียงเรไรที่เริ่มระงม แสงอาทิตย์สีส้มจัดอาบชโลมยอดตาลสูงลิบจนดูคล้ายเงาดำทะมึนตัดกับแผ่นฟ้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากสีน้ำเงินเข้มเป็นม่วงอมแดง บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งกลิ่นข้าวโพดต้มรส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status