Share

บทที่ 9

Penulis: ซีเหอ
ปีที่ห้า

โปรเจกต์ของฐานปฏิบัติการแดนตะวันตกเฉียงเหนือผ่านการประเมินปิดโครงการล่วงหน้าถึงหนึ่งปีครึ่
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • แปลนบ้านใหม่ไร้ชื่อฉัน ขอหันหลังสู่แดนตะวันตก   บทที่ 10

    แม่รู้ข่าวมาจากเถาซูตอนที่โทรศัพท์โทรเข้ามา น้ำเสียงแหบพร่าจนไม่เหมือนแม่ในความทรงจำของเธอเลย“เสี่ยวเนี่ยน… แม่ไปรับลูกนะ ลูกอยู่ไหน… บอกแม่ทีว่าลูกอยู่ที่ไหน”“แม่ ไม่ต้องมารับหรอก” กู้เนี่ยนพิงอยู่ริมหน้าต่างโรงแรม นอกหน้าต่างคือแสงไฟสว่างไสวทั่วทั้งเมือง“พรุ่งนี้หนูจะไปหาพวกแม่เอง”วางสายแล้ว เธอนั่งอยู่ริมหน้าต่างทั้งคืน ไม่ใช่ว่าเสียใจ แล้วก็ไม่ได้ตื่นเต้น แค่กำลังคิดว่า… ควรจะทำหน้ายังไงตอนเดินผ่านประตูบานนั้นเข้าไปดีวันต่อมา เธอใส่เสื้อโค้ตกันลมสีฟ้าซื้อมาจากร้านค้าเล็กๆ แห่งเดียวที่อยู่ข้างค่ายฐานปฏิบัติการ สีฟ้า สีที่เธอชอบมาโดยตลอดพอเดินไปถึงหน้าบ้าน ประตูเหล็กดัดก็เปิดทิ้งไว้อยู่แม่ยืนอยู่ตรงโถงทางเข้า ผอมลงไปสิบกว่ากิโลเห็นจะได้ ผมหงอกขาวไปกว่าครึ่ง ผ้ากันเปื้อนผูกอยู่ที่เอว บนมือยังมีแป้งทำอาหารติดอยู่เลยในครัวด้านหลังมีกลิ่นพริกกับน้ำมันต้นหอมลอยโชยออกมาเป็นบะหมี่ซุปร้อนๆวินาทีที่กู้เนี่ยนก้าวเท้าข้ามประตูเข้าไป ขาของแม่ก็อ่อนยวบแม่ทรุดเข่าลงกระแทกกับพื้นกระเบื้อง ส่งเสียงดังตุ้บ“เสี่ยวเนี่ยน แม่ขอโทษลูกนะ”พ่อเดินออกมาจากห้องนั่งเล่นเธอเห็นว่

  • แปลนบ้านใหม่ไร้ชื่อฉัน ขอหันหลังสู่แดนตะวันตก   บทที่ 9

    ปีที่ห้าโปรเจกต์ของฐานปฏิบัติการแดนตะวันตกเฉียงเหนือผ่านการประเมินปิดโครงการล่วงหน้าถึงหนึ่งปีครึ่งกู้เนี่ยนยืนอยู่หน้าประตูฐานปฏิบัติการ ในมือหิ้วกระเป๋าเป้ใบเดิมกับตอนที่มา ห้าปีก่อนข้างในมีแค่เสื้อผ้าเปลี่ยนกับบัตรประชาชน ห้าปีต่อมามีแล็ปท็อปเพิ่มมาหนึ่งเครื่องกับใบประกาศเกียรติคุณอีกสามใบรุ่นพี่ซ่งจอดรถเทียบข้างๆ แล้วลดกระจกลง“คิดดีแล้วเหรอ จะไม่ต่อสัญญาแล้วจริงๆ ใช่ไหม”“คิดดีแล้วค่ะ สมควรกลับไปดูสักหน่อยแล้ว”“งั้นเดี๋ยวฉันไปส่งเธอที่สนามบิน”รถแล่นไปตามทางหลวงตัดผ่านทะเลทรายโกบีนานถึงสองชั่วโมง สองข้างทางคือทะเลทรายอันเวิ้งว้างกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาและเทือกเขาที่อยู่ไกลลิบๆรุ่นพี่ซ่งพูดเจื้อยแจ้วมาตลอดทาง บ่นว่าคุณป้าที่โรงอาหารต้องคิดถึงเธอแน่ๆ บ่นว่าต้นกระบองเพชรที่เธอเลี้ยงไว้ในห้องแล็บต้องระวังอย่าให้เหล่าหลิวรดน้ำจนตาย และบ่นว่าพอเธอไปแล้วใครจะมาคอยดูแลอัลกอริทึมหลักให้พูดไปพูดมาจู่ๆ เขาก็เงียบไปผ่านไปพักใหญ่ เขาถึงได้ถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอู้อี้“กู้เนี่ยน ต่อจากนี้… เธอวางแผนจะทำยังไงต่อไป”“กลับไปจัดการเรื่องที่ควรจัดการให้เสร็จก่อนค่ะ จากนั้นฉันก็อยากจะ

  • แปลนบ้านใหม่ไร้ชื่อฉัน ขอหันหลังสู่แดนตะวันตก   บทที่ 8

    วันที่ไม่มีกู้เนี่ยนอยู่ มันเหมือนกับมีดทื่อๆ ที่ค่อยๆ เฉือนลงกลางใจทีละวันๆเดือนแรก แม่ยังคงโทรศัพท์ตามหาคนไปทั่วเดือนที่สาม แม่เลิกโทรแล้ว เพราะไม่มีช่องทางไหนเลยที่จะติดต่อกับฐานปฏิบัติการแห่งนั้นได้เดือนที่หก แม่เริ่มนอนไม่หลับหมอบอกว่าเป็นอาการนอนไม่หลับจากระบบประสาทที่เกิดจากความเครียดวิตกกังวล เลยสั่งยานอนหลับมาให้แม่กินยาวันละเม็ด นอนลืมตาโพลงจ้องมองเพดานอยู่บนเตียง บางครั้งก็ลุกพรวดขึ้นมา เดินไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องเก็บของพักใหญ่ประตูถูกเปิดทิ้งไว้ตลอดเวลา แม่ไม่ยอมให้ใครปิดมันเด็ดขาดราวกับว่าขอแค่เปิดประตูทิ้งไว้ ลูกสาวก็อาจจะกลับมาได้ทุกเมื่อพ่อดูแก่ลงไปมาก ผมหงอกขาวไปกว่าครึ่ง แถมแผ่นหลังยังค่อมงุ้มลง พ่อกลายเป็นคนพูดน้อย แต่มีอยู่วันหนึ่งตอนที่กำลังกินข้าว จู่ๆ พ่อก็วางตะเกียบลงแล้วพูดขึ้นมา “พ่อไปรื้อดูรูปถ่ายของเสี่ยวเนี่ยนตั้งแต่เด็กจนโต ตั้งแต่ปีที่ซูซูย้ายเข้ามา ในรูปถ่ายครอบครัวก็หาลูกคนนี้ไม่เจออีกเลย”“ลูกยังอยู่ตรงนั้นมาตลอด เพียงแต่เลนส์กล้องไม่เคยโฟกัสไปที่ลูกเลยต่างหาก”แม่ไม่ได้พูดอะไรตอบ น้ำตาร่วงแหมะหยดลงไปในชามข้าวพี่ชายลาออกจากงาน ไห

  • แปลนบ้านใหม่ไร้ชื่อฉัน ขอหันหลังสู่แดนตะวันตก   บทที่ 7

    วันที่กู้เนี่ยนเดินทางมาถึงฐานปฏิบัติการแดนตะวันตกเฉียงเหนือ พายุทรายพัดแรงจนลืมตาแทบไม่ขึ้นคนที่มารับเธอคือรุ่นพี่ในทีมวิจัย แซ่ซ่ง เขาสวมแว่นตากรอบดำที่ถูกลมพัดจนเบี้ยว“กู้เนี่ยนใช่ไหม? อาจารย์ที่ปรึกษาเธอบ่นถึงเธอทุกวันเลยนะ บอกว่าความสามารถด้านการสร้างโมเดลข้อมูลของเธอเก่งที่สุดเท่าที่เขาเคยสอนมาเลย”“ขี้โม้แล้วค่ะ” เธอหิ้วกระเป๋าเป้กระโดดลงจากรถ เม็ดทรายปลิวมาปะทะใบหน้าจนเจ็บแปลบ“ที่นี่ความเป็นอยู่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เธอต้องเผื่อใจไว้หน่อยนะ…”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”เธอปรายตามองกลุ่มอาคารสีเทาทรงเตี้ยที่อยู่ไกลออกไป และสายลมที่พัดกระหน่ำอยู่ตรงเส้นขอบฟ้าอย่างไม่มีวันจบสิ้นใหญ่กว่าห้องเก็บของตั้งเยอะ มีหน้าต่าง มีท้องฟ้าแค่นี้ก็พอแล้วมือถือถูกส่งมอบให้ส่วนกลางตอนที่ไปรายงานตัว ก่อนจะปิดเครื่อง เธอปรายตามองหน้าจอเป็นครั้งสุดท้าย ไม่มีสายที่ไม่ได้รับ ไม่มีข้อความที่ยังไม่ได้อ่านในวินาทีนั้นบอกไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกผิดหวังหรือโล่งใจกันแน่บางทีอาจจะทั้งสองอย่างชีวิตในฐานปฏิบัติการนั้นราบเรียบและน่าเบื่อราวกับไม้บรรทัดตื่นนอนเจ็ดโมงเช้า เจ็ดโมงครึ่งกินมื้อเช้าที่โรงอา

  • แปลนบ้านใหม่ไร้ชื่อฉัน ขอหันหลังสู่แดนตะวันตก   บทที่ 6

    แม่เริ่มตามหาคนอย่างกับคนบ้าโทรไปที่มหาวิทยาลัย อาจารย์ที่ปรึกษาบอกว่ากู้เนี่ยนเรียนจบและออกจากมหา'ลัยไปแล้ว โทรหาเบอร์อาจารย์ที่ปรึกษาโปรเจกต์ ทางนั้นก็บอกแค่ว่า “นักศึกษากู้เนี่ยนไปทำงานที่หน่วยงานใหม่แล้ว ไม่สะดวกเปิดเผยรายละเอียดครับ” โทรหาเบอร์สอบถามข้อมูล โทรหาสายด่วนร้องทุกข์ กระทั่งดึงดันจะไปแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจให้ได้พ่อดึงรั้งเธอเอาไว้“ลูกเซ็นข้อตกลงรักษาความลับไปนะ ไม่ได้ถูกลักพาตัวซะหน่อย ตำรวจเขาจัดการให้ไม่ได้หรอก”แม่ไม่ยอมเชื่อ ดึงดันลากพ่อไปจนถึงที่นั่นจนได้ตำรวจให้คำแนะนำอย่างใจเย็น “ลูกสาวคุณบรรลุนิติภาวะแล้ว มีความสามารถในการทำนิติกรรมครบถ้วน และเป็นการสมัครใจไปทำงานเอง แบบนี้ไม่เข้าข่ายคนหายครับ”“แต่ลูกไม่ได้บอกพวกเราเลยนะคะ…”“ไม่มีกฎหมายข้อไหนระบุว่าบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้วต้องแจ้งสถานที่ทำงานให้พ่อแม่ทราบครับ”ตอนที่เดินออกมาจากถนนเส้นหน้าสถานีตำรวจ แม่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องทรุดตัวลงนั่งยองๆพ่อคอยประคองเธอไว้ โดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำพอกลับมาถึงบ้าน แม่เปิดประตูห้องเก็บของออก แล้วยืนมองอยู่หน้าประตูเนิ่นนานพื้นที่ไม่ถึงสี่ตารางเมตร ไม่มี

  • แปลนบ้านใหม่ไร้ชื่อฉัน ขอหันหลังสู่แดนตะวันตก   บทที่ 5

    ตอนที่เหล่าโจวมาถึง ในมือของเขากำซองจดหมายสีน้ำตาลที่เก่าจนเหลืองกรอบเอาไว้เขานั่งลงบนโซฟา กวาดสายตามองคนในห้องไปรอบหนึ่ง… แม่ที่ตาบวมแดง พ่อที่มีสีหน้ากระวนกระวาย พี่ชายที่ยืนเท้าเปล่าอยู่ตรงโถงทางเดิน และเถาซูที่หดตัวสั่นเทาอยู่ตรงมุมห้องไม่กล้าส่งเสียง“เรื่องพวกนี้ ฉันเก็บเงียบมาเป็นสิบปีแล้ว” เหล่าโจววางซองจดหมายลงบนโต๊ะกระจก ใช้นิ้วมือที่หยาบกร้านกดขอบซองไว้ “วันที่เหล่าเถาจากไป ฉันก็อยู่ที่ริมแม่น้ำด้วย”แม่เงยหน้าขึ้นขวับเหล่าโจวพูดช้ามาก ราวกับว่าแต่ละคำต้องกลิ้งวนอยู่ในลำคอหลายรอบกว่าจะยอมเปล่งออกมาได้“วันที่เด็กตกน้ำ คนที่กระโดดลงไปคนแรกไม่ใช่เหล่าเถา แต่เป็นพ่อหนุ่มคนที่ตกปลาอยู่ริมแม่น้ำ แซ่อะไรฉันจำไม่ได้แล้ว ตอนที่เด็กถูกพ่อหนุ่มคนนั้นดันขึ้นฝั่ง เหล่าเถาก็เพิ่งจะวิ่งไปถึงริมแม่น้ำพอดี”ห้องนั่งเล่นเงียบกริบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมจากช่องแอร์“เหล่าเถาว่ายน้ำไม่เป็น”ประโยคนี้เปรียบเสมือนตะปูที่ตอกตรึงทุกคนให้แข็งค้างอยู่กับที่“เขาเห็นเด็กถูกช่วยขึ้นมาแล้ว แต่พ่อหนุ่มคนนั้นยังตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำ เหล่าเถาร้อนใจ เลยคว้ากิ่งไม้ริมตลิ่งแล้วชะโงกตัวไปดึงคน แต่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status