LOGINแผนการทุกอย่างถูกเตรียมไว้อย่างดี รตีหน้าเมื่อยเธอไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดของสามีสักเท่าไร แต่คนเจ้าแผนการบอกถ้าไม่ทำแบบนี้หลานสาวที่แสนดื้อคงไม่ยอมมีแฟนแต่งงานมีหลานให้พวกเขาแน่ วิทูรถึงขั้นจ้างพยาบาลส่วนตัวมาหลอกเพื่อให้ธิรักษ์ตายใจ
“จะดีเหรอคะ ถ้ายัยรักษ์รู้คงโกรธเรามากแน่เลย” รตีครวญ มือที่กำลังถือโทรศัพท์อยู่สั่นเล็กน้อย ใจหนึ่งก็ไม่กล้าโกหกหลาน อีกใจก็ไม่อยากให้ธิรักษ์อยู่เป็นโสด “ไม่เป็นไรหรอกน่า เชื่อผม” วิทูรลุกขึ้นจากเตียงมาจับมือภรรยาที่กำลังสั่นอยู่ให้คลายความกังวล “ใจเย็นๆนะรตี ที่เราทำทั้งก็เพื่อยัยรักษ์นะ หรือคุณไม่อยากให้ยัยรักษ์มีครอบครัว” วิทูรถามภรรยากลับ “ฉันอยากให้ยัยรักษ์มีครอบครัวเหมือนกันค่ะ” เธอย้ำคำพูดของสามี “งั้นคุณก็ตั้งสติทำตามแผนที่เราวางไว้” “ค่ะ หวังว่าถ้ายัยรักษ์รู้ความจริงจะไม่โกรธเรานะคะ” รตีพยายามตั้งสติ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆตามคำแนะนำของสามี พอตั้งสติได้แล้ว รตีก็กดหมายเลขโทรศัพท์ของธิรักษ์ ขณะที่รอสายก็หันมองสามีที่นอนอยู่บนเตียงชูนิ้วโป้งเป็นกำลังใจให้เธอ “สวัสดีค่ะป้ารตี คิดถึงจังเลย” ปลายสายกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส จนรตีไม่อยากบอกข่าวร้ายให้กับหลานสาวได้รับรู้ “จ๊ะ ป้าก็คิดถึงหนูเหมือนกัน” แต่ยังไม่ทันเอ่ยเข้าเรื่องก็ถูกทักเสียก่อน “ทำไมน้ำเสียงของป้าดูเศร้าเกิดอะไรขึ้นคะ” ธิรักษ์รู้สึกไม่ดีขึ้นมา หลังจากได้ยินน้ำเสียงเศร้าสร้อยของป้า “รักษ์ฟังป้าให้ดีนะ ลุงป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย...” หูของเธอเหมือนไม่ได้ยินอะไรหลังจากนั้น เธอต้องเสียคนที่เธอรักไปอีกแล้วเหรอเนี่ย “แต่เมื่อหลายวันก่อน ลุงวิทูรยังสบายดีอยู่นะคะ” ธิรักษ์ถามขึ้น ไม่คิดว่าลุงป่วยกะทันหัน “ป้ากับลุงต้องขอโทษหนูด้วยที่ต้องปิดบังเรื่องนี้ ลุงเขาขอไว้ ไม่อยากให้หนูต้องมาเสียใจ” “โธ่ แล้วตอนนี้ลุงอยู่ไหนคะ ป้าไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะหาทางรักษาลุงวิทูรให้ถึงที่สุด” ธิรักษ์เอ่ยอย่างมุ่งมั่น จนรตีน้ำตาเอ่อเมื่อรู้ว่าหลานสาวเป็นห่วงวิทูรขนาดไหน “ตอนนี้ลุงมาพักอยู่บ้านจ้ะ ลุงไม่ยอมอยู่โรงพยาบาล” รตีบอกเสียงสั่น พยายามไม่หลุดปากบอกความจริง “ทำไมลุงวิทูรดื้อแบบนี้นะ แค่นี้ก่อนนะคะป้า หนูจะกลับบ้านตอนนี้เลย รอหน่อยนะคะ” หลังจากวางสายจากธิรักษ์ รตีหน้าถอดสี รู้สึกผิดที่ต้องโกหกหลานสาว “คุณทำได้ดีมากรตี ยัยรักษ์จะต้องเชื่อว่าผมป่วยจริงๆ” วิทูรเอ่ยชมภรรยา “อย่าเพิ่งดีใจไปค่ะ ถ้ายัยรักษ์รู้ความจริงขึ้นมาเป็นเรื่องแน่” รตีเตือนสามีที่ดีใจออกนอกหน้า ต่างจากเธอที่รู้สึกผิดที่เอาความรู้สึกของธิรักษ์มาล้อเล่น “ผมไม่ทำความแตกแน่นอน” “งั้นคุณก็ซ้อมแกล้งป่วยเถอะค่ะ อีกเดี๋ยวยัยรักษ์ก็จะมาที่นี่แล้ว” รตีพูดจบก็รีบออกไปรอหลาน ปล่อยให้วิทูรคนที่คิดแผนนี้ซ้อมป่วยอยู่คนเดียว ไม่ลืมเรียกพยาบาลมาทานของว่างที่ห้องรับแขก“ให้มันรู้เสียบ้างว่านี่เมียใคร เจ้าตัวน้อย” “แกล้งลูกได้ แสดงว่าหายโกรธรักษ์แล้วใช่ไหมคะ” หญิงสาวถามอย่างมีความหวัง เมื่อคิดว่าสามีขี้หึงจะหายน้อยใจ ทว่าอ็องตวนกลับส่ายหน้ารัวๆ รอยยิ้มของหญิงสาวหดหาย เมื่อชายหนุ่มยังไม่หายโกรธ ดวงตาของธาวินเริ่มหลับ อ็องตวนเห็นว่าลูกชายควรพักผ่อนได้แล้วจึงอุ้มเจ้าตัวแสบจากตักภรรยาสาว พร้อมดึงชายมาปกปิดทรวงอกสุดเซ็กซี่ไม่ให้ล้อตาล้อใจไปมากกว่านี้ “ธาวินไปนอนนะ ถึงเวลาเข้านอนแล้ว เดี๋ยวเราหลับพ่อจะเคลียร์กับแม่เอง” อ็องตวนจงใจกระซิบให้ลูกชายที่หลับปุ๋ยฟัง แต่จุดประสงค์ให้แม่ของลูกเขินอาย รับรู้บทลงทัณฑ์ในค่ำคืนที่กำลังจะถึง “เคลียร์อะไรกันคะ” เธอหน้าตาตื่นกับคำว่า ‘เคลียร์’ ของสามี อดคิดไปไกลไม่ได้ว่าชายหนุ่มจะมีบทลงโทษเธอยังไง “เคลียร์ในแบบของเราไงจ๊ะ ผมจะไม่ยอมทรมานอีกแล้ว” “แล้วธาวินล่ะค่ะ” เธออดถามไม่ได้ ถ้าลูกน้อยเกิดอาการงอแงขึ้นมาจะทำยังไง ทั้งที่ลูกน้อยไม่เคยตื่นขึ้นมางอแงยามดึกสักนิด นอกจากมีไข้หรือไม่สบายตัว “ฝากลุงวิทูรกับป้ารตี พวกเขาดูแลยิ่งกว่าเราซะ
“ขอบคุณนะคะคุณติณณ์ ที่อุตส่าห์มาส่งถึงบ้าน” ธิรักษ์เอ่ยขอบคุณติณณ์ที่อาสามาส่งเธอถึงบ้าน เธอเจอเขาโดยบังเอิญจึงทักทายตามมารยาท แต่คิดว่าเขาจะอาสามาส่งเธอ โดยอ้างเหตุผลมาให้คล้อยตาม ซึ่งเธอก็ไม่อยากปฏิเสธ “ไม่เป็นไร มีอะไรให้ผมรับบอกได้นะครับ” ติณณ์ถือข้าวของช่วยหญิงสาว แม้เธอจะมีทีท่าปฏิเสธก็ตาม “ผมคงต้องขอให้คุณกลับไปได้แล้วนะครับ” อ็องตวนรอภรรยาอยู่นาน เมื่อรู้ว่าใครมาส่งภรรยาของเขาก็รีบออกมาแสดงความเป็นเจ้าของ “คุณอ็องตวน” “ครับ ผมเองที่รัก ผมขอบคุณนะครับที่หวังดีช่วยมาส่งภรรยาผม แต่คราวหน้าคงไม่รบกวนคุณติณณ์อีก” ว่าพลางโอบไหล่ของหญิงสาว ตากระตุกยิกๆเมื่อมีคนมายุ่งกับธิรักษ์ “ไม่เป็นไรครับ ผมยินดี” ติณณ์แหย่อ็องตวนเล่น เอาคืนที่ทำให้เขาเจ็บแสบหลายครั้ง ถึงจะเสียใจที่ธิรักษ์แต่งงานมีครอบครัวแต่เขาคงเสียใจไม่นาน หนุ่มหล่อๆอย่างเขาเดี๋ยวก็มีสาวๆมาติดตรึม “แต่ผมเกรงว่าคงไม่ดีแล้วมั้งครับ เพราะยังอยากรักษามิตรภาพกับกิตติอยู่” “คนสวยๆ กลับมีคู่หมดซะแล้ว จีบคนโสดศัตรูมีเป็นร้อย จีบคนมีคู่ศัตรูมีเพียง
“ไม่ไปเข้าห้องน้ำบ้างเหรอคะ” ถามขึ้น พลางกล่อมลูกชายในอ้อมกอด “ไม่นี่ คุณอยากเข้าห้องเหรอ” อ็องตวนส่ายหน้ารัวๆ ลุกจากเก้าอี้แล้วขยับตัวนั่งบนเตียงคนไข้แทน เพื่อจะได้เวลาเธอให้นมลูกอย่างชัดๆ “ตะ...แต่ รักษ์จะให้นมลูกนะคะ” เธอแย้ง พร้อมหลุบตาต่ำมองเจ้าตัวน้อย “ยังจะอายอะไรอีก หืม... ผมเห็นหมดแล้ว” ว่าพลางหลิ่วตาให้ภรรยาสาว ธิรักษ์หมดหนทางไล่คนอย่างอ็องตวนออกไปได้ เขินอายที่สัดส่วนของเธอไม่สวยเหมือนก่อน ถกเสื้อโรงพยาบาลขึ้นเล็กน้อย เจ้าตัวแสบที่เจอแหล่งอาหารก็รีบงับอย่างไม่รีรอ โดยไม่สนใจสายตาคนรอบข้างนิด กลีบปากอิ่มเผลอยิ้มเหมือนเห็นถึงความน่ารักน่าชังของสายเลือดตัวเอง “ดูสิน่ะ เจ้าตัวแสบของเรากินเก่งซะมัด นั่นของพ่อน่ะเว้ยเบาๆหน่อย” คนที่เคยลิ้มรสมาก่อนเกิดอาการหวงขึ้นมา เอื้อมมือไปดึงแหล่งอาหารออกจากปากเล็กจิ้มลิ้ม “อย่าแกล้งลูกสิค่ะ” ธิรักษ์ปราบสามี มองปฏิกิริยาเจ้าตัวแสบที่ว่าไปพลาง แล้วก็แสบใช่ย่อยฟาดฝ่ามือในน้อยลงบนหลังมือของผู้เป็นพ่อที่บังอาจยื้อแย่งแหล่งอาหารอันโปรดปราน “หน็อยแน่ ผมซักหมั่น
ธิรักษ์พยักหน้าน้อยๆ หันมองชายหนุ่มที่จับมือเธอไม่ห่าง พร้อมรอยยิ้มเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อเธอ เธอรวบรวมแรงสูดลมหายใจลึกๆเข้าปอด หลับตาแน่นออกแรงเบ่งสุดชีวิต หน้าท้องที่เคยกลมนูนยวบลงไปทันตา พร้อมเสียงร้องดังจ้าราวระฆังแก้ว ทำให้เธอปรือตาขึ้นมองพบลูกน้อยของเธอร้องไห้เมื่อถูกดึงออกจากที่แสนคุ้นเคย แถมยังถูกจับห้อยหัวอีกต่างหาก ก่อนพยาบาลจะนำเจ้าตัวน้อยไปทำความสะอาด “นั่นลูกของเรา ที่รัก” อ็องตวนละล่ำละลักบอก เมื่อถูกทำความสะอาดเรียบร้อยเจ้าตัวน้อยถูกยื่นมาให้ผู้เป็นพ่อ อ็องตวนมือสั่นอ้าอ้อมแขนรับอย่างเต็มใจ “น่ารักจริง เจ้าตัวน้อยของพ่อ” “ไหนคะ ขอรักษ์ดูแกหน่อย” หญิงสาวเอ่ยขอบ้าง เมื่อเจ้าตัวน้อยมาอยู่ในอ้อมกอดเธอเหมือนจะรู้ทันที ไม่ร้องไห้โยเย ตัวแดงแจ๋ ดวงตากลมโต นัยน์ตาขลับดำ เรือนผมบางสีน้ำตาลอ่อนๆ ขนตางอนสวย ช่างน่ารักน่าชังเสียจริงลูกชายเธอเนี่ย ธิรักษ์ถูกนำตัวมาอยู่ห้องพักผู้ป่วย เจ้าตัวน้อยหลังได้ดื่มนมแม่จนอิ่มแปล้ก็ถูกผู้เป็นยัย ขับกล่อมไปมา เพราะตัวเองและสามีไม่สามารถมีลูกได้ เมื่อหลานสาวมีเหลนจึงเกิดอาการเห่อเป็นพิเศษ วิทูรก็ไม่น้อ
“ปวดท้องค่ะ” ธิรักษ์พลางพยักหน้า มันเจ็บกว่าทุกครั้ง ไม่คิดว่าเจ้าตัวเล็กอยากออกมาดูหน้าพ่อแม่เร็วขนาดนี้ “ใจเย็นนะครับที่รัก เดี๋ยวผมจะเอารถออก แล้วให้เด็กไปตามลุงกับป้าที่หลังบ้าน” อ็องตวนอยู่ไม่เป็นผุดลุกขึ้น ตะโกนบอกเด็กรับใช้อย่างร้อนรน วิ่งไปที่โรงจอดรถอย่างรวดเร็ว ไม่นานวิทูรและรตีเร่งฝีเท้าตามเด็กรับใช้มาหาหลานสาวเพียงคนเดียว “ใจเย็นๆนะรักษ์ หายใจเข้าลึกๆ” รตีตื่นเต้นไม่น้อยกับการกำลังจะมีเหลนคนแรก “นี่ยัยรักษ์กำลังจะคลอดเหรอคุณ” วิทูรถามภรรยา พลางยิ้มกว้าง เขากำลังจะมีเหลน ลาวัณย์กับธนวัฒน์คงนอนตายตาหลับที่ธิรักษ์มีครอบครัว เขาก็หมดห่วงเช่นกัน รถยนต์คันหรูของชายหนุ่มจอดเทียบหน้าบ้าน อ็องตวนรีบเข้ามาหาภรรยาที่โอดครวญด้วยความเจ็บปวด อ็องตวนตัดสินอุ้มภรรยามาที่รถ “เดี๋ยวลุงขับเองดีกว่า อยู่ดูแลยัยรักษ์เถอะ” วิทูรบอกหลานเขย เดินนำหน้ามานั่งที่เบาะคนขับ อ็องตวนพยักหน้ารับ พาภรรยามานั่งเบาะหลัง เสียสละร่างกายให้หญิงสาวได้พักพิง สอดประสานมือเรียวแน่น ส่งผ่านกำลังใจ “ไม่เป็นไรนะที่ร
5 เดือนต่อมา... ธิรักษ์ที่ตอนนี้ไม่ว่าจะเดินเหินไปไหน รู้สึกคล้ายแม่เป็ดเข้าไปทุกที หน้าท้องกลมนูนขึ้นตามอายุครรภ์ เธออมยิ้มมองรายการทีวีเกี่ยวกับแม่และเด็ก และการเตรียมสำหรับคุณแม่หลังคลอด แม้ว่าแต่งงานมาได้หลายเดือน อ็องตวนยังค่อยดูแลเธอไม่ห่าง ร่ำๆอย่างพาเธอไปที่ทำงานด้วยซ้ำ เธอขอไว้ เพราะไม่อยากไปเกะกะงานของเขา หรือจะเป็นตัวทำลายสมาธิการทำงานของเขาดีล่ะ ฮันนีมูนอันแสนหวานเหมือนอย่างหลายๆคู่ของอ็องตวนไกลห่างออกไป เพราะเธอนับวันคลอดเจ้าตัวเล็กเหลือเพียงแค่ไม่กี่วัน... คงต้องรอให้ลูกน้อย และเธอแข็งแรงคงจะบินไปฮันนีมูนที่ฝรั่งเศสได้ หลังจากเสร็จงานแต่งงานของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ก็รีบบินกลับฝรั่งเศสเพื่อดูแลกิจการที่ละเลยมานาน...ก่อนพวกเขาจะไป เธอยังจำคำขอของพ่อตาและแม่ยัยได้เป็นอย่างดี ‘มีหลานให้แม่กับพ่อเยอะล่ะ’ เธออยากจะค้านคำขอนั่น เพราะแค่คนเดียวเธอก็จะแย่อยู่แล้ว ข่าวคราวของเอมมิกาถูกปล่อยตัวด้วยเงินประกันจำนวนมาก เมื่อเธอและอ็องตวนตัดสินใจไม่เอาความ เธอทำ เพราะความหลงผิด และความรักที่มีให้อ็องตวนมาแสนนาน ย่อมเกิดความหึงหวงในตัวของ







