Masuk“นั่นแหละปัญหา”
“อ้าว! ฉันก็นึกว่าแกมีแฟนแล้วไม่บอกฉันเสียอีก” “เปล่า ฉันยังไม่มี” ธิรักษ์ส่ายหน้าปฏิเสธ จู่ๆกลับนึกถึงชายหนุ่มที่ช่วยเหลือเธอเมื่อคืนขึ้นมา “ยัยรักษ์เหม่ออะไรอีกแล้ว กำลังคิดถึงใครอยู่เหรอจ๊ะ” สุดาถามอย่างกรุ่มกริ่มพักนี้เห็นธิรักษ์เหม่อบ่อย จนเธอสงสัยอยู่เหมือนกันว่าเพื่อนเธอกำลังคิดถึงใครอยู่กันแน่นะ “ไม่มีอะไร กำลังนึกถึงอะไรเพลินๆ” ธิรักษ์ไม่บอกว่าเรื่องอะไร “แค่อยากมีแฟนไม่ยากหรอก ท่านรองประธานของเราแอบชอบแกอยู่คนทั้งบริษัทเขาก็รู้กันทั่ว มีแต่แกนั้นแหละที่เล่นตัวอยู่ได้” สุดาหลิ่วตามองธิรักษ์ที่กำลังส่ายหน้าปฏิเสธ “แกก็รู้นี่วะว่าฉันไม่ได้ชอบคุณติณณ์ ถึงเขาจะพยายามทำดีกับฉันแค่ไหน อีกอย่างฉันไม่อยากให้คนอื่นมองฉันในทางเสียๆหายๆแค่เขาชอบฉัน ฉันก็ทำตัวไม่ถูกจะแย่แล้ว” ธิรักษ์พูดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ปรายตามองสุดาที่กำลังทำหน้าไม่ถูก “เฮ้ย! แกอย่าเพิ่งโกรธฉันสิวะ ฉันขอโทษ ฉันแค่ต้องการให้แกมีแฟนเร็วเท่านั้นเอง” สุดาเอ่ยขอโทษพลางทำหน้าเศร้า ส่วนที่กำลังตั้งแง่งอนเพื่อน พอเห็นหน้าเศร้าก็โกรธเพื่อนไม่ลง “ไม่เป็นไร! แกอย่าทำหน้าแบบนั้นสิวะ วันนี้เดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าวแกเอง” คนที่ได้ยินแบบนั้นถึงกลับยิ้มกว้าง เมื่อเจอของฟรี ธิรักษ์รู้จักพื้นนิสัยของเพื่อนสาวดีว่าสุดานั้นชอบของฟรีขนาดไหน “เก็บอาการบ้างย่ะ” ธิรักษ์เบ้ปากหมั่นไส้ “ก็ฉันหิวข้าวนี่” พอพูดถึงอาหาร สุดาก็ท้องร้องขึ้นมาทันที “งั้นก็รีบทำงานให้เสร็จ” ธิรักษ์เตือนเพื่อน เมื่อตนเองก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน ยังไม่ทันจะก้มหน้ามองเอกสารที่อยู่บนโต๊ะ เสียงเรียกที่ทำให้เธอคุ้นเคยดังขึ้น “สวัสดีครับสาวๆ สวัสดีครับที่รัก” ติณณ์มาพร้อมกับดอกไม้ช่อใหญ่มาหยุดตรงโต๊ะทำงานของธิรักษ์ เรียกสายตาหวานเยิ้มมองมาอย่างอิจฉาจากพนักงานหลายคน “สวัสดีค่ะคุณติณณ์” ธิรักษ์ยิ้มแหยส่งให้ชายหนุ่ม เธอไม่รู้ว่าจะหลบหน้าติณณ์ยังไงในเมื่อต้องทำงานในบริษัทเดียวกันแบบนี้ “ดอกไม้สำหรับคนสวยแบบคุณครับ ที่รัก” ติณณ์ดมดอกไม้ในมือก่อนส่งให้ธิรักษ์ที่กำลังทำหน้าเหยเก “ขอบคุณนะคะ สำหรับดอกไม้ แล้วชื่อของฉันคือ ธิรักษ์ ไม่ใช่ ที่รัก อย่างที่คุณเรียก” ธิรักษ์บอกด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ไม่สนใจเจ้านายที่ทำหน้าไม่เสียใจที่เธอกล้าดุ “แต่คุณเป็นที่รักสำหรับผมนะครับ” ธิรักษ์อยากร้องกรี๊ดวันละหลายๆรอบ แต่ไม่สามารถทำได้ เจอทั้งเจ้านายที่คอยตามจีบ ไม่ใช่ว่าติณณ์หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ สำหรับเธอคิดว่าบุคลิกของเขาไม่เหมาะกับการบริหารงานสักเท่าไร วันๆไม่ทำอะไรนอกจากจีบสาว เธอจะทำยังไงได้ในเมื่อติณณ์เป็นน้อยชายของประธานบริษัทที่เธอกำลังทำงานอยู่ แถมช่วงที่ติณณ์เข้ามาทำงานแรกๆ เธอต้องเป็นคนสอนงานให้กับเขา โดยไม่รู้ว่าท่านรองประธานคนใหม่ชอบเธอ แถมแสดงออกมาอย่างชัดเจน “ฉันว่าคุณควรกลับไปที่ห้องทำงานของคุณดีกว่านะคะ เพราะท่านประธานมาเห็น... คุณคงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ติณณ์ถึงกลับหน้าเจื่อน เมื่อโดนคำขู่ของธิรักษ์ “งั้นผมกลับก่อนนะครับ อย่าลืมคิดถึงผมนะครับ” ก่อนเดินกลับห้องของตัวเอง ติณณ์ส่งจูบให้ธิรักษ์ เธอรับจูบนั้น ติณณ์ร้องออกมาด้วยความดีใจ แต่แล้วเขาต้องอ้าปากค้าง เธอปดขยี้จูบเขาด้วยเท้าของเธอ “แกนี่สุดยอดเลยว่ะ เล่นซะคุณติณณ์หน้าจ๋อยกลับห้องเลย” สุดาที่เห็นติณณ์เดินคอตกกลับห้องก็รีบกันมาคุยกับเพื่อน “แล้วจะให้ฉันทำยังไงวะ ในเมื่อฉันไม่ได้พิศวาสคุณติณณ์” ธิรักษ์ตอบ ทั้งที่ยังไม่สายตาจากเอกสารตรงหน้า เธอต้องรีบทำงานให้เสร็จก่อนเย็นนี้ “ฉันว่าเรารีบทำงานดีกว่าเอาเวลามาคุยเรื่องไร้สาระ” “จ้า แม่พนักงานดีเด่น” สุดาแขวะ ก่อนรีบกลับไปทำงานบนโต๊ะของตัวเอง“ให้มันรู้เสียบ้างว่านี่เมียใคร เจ้าตัวน้อย” “แกล้งลูกได้ แสดงว่าหายโกรธรักษ์แล้วใช่ไหมคะ” หญิงสาวถามอย่างมีความหวัง เมื่อคิดว่าสามีขี้หึงจะหายน้อยใจ ทว่าอ็องตวนกลับส่ายหน้ารัวๆ รอยยิ้มของหญิงสาวหดหาย เมื่อชายหนุ่มยังไม่หายโกรธ ดวงตาของธาวินเริ่มหลับ อ็องตวนเห็นว่าลูกชายควรพักผ่อนได้แล้วจึงอุ้มเจ้าตัวแสบจากตักภรรยาสาว พร้อมดึงชายมาปกปิดทรวงอกสุดเซ็กซี่ไม่ให้ล้อตาล้อใจไปมากกว่านี้ “ธาวินไปนอนนะ ถึงเวลาเข้านอนแล้ว เดี๋ยวเราหลับพ่อจะเคลียร์กับแม่เอง” อ็องตวนจงใจกระซิบให้ลูกชายที่หลับปุ๋ยฟัง แต่จุดประสงค์ให้แม่ของลูกเขินอาย รับรู้บทลงทัณฑ์ในค่ำคืนที่กำลังจะถึง “เคลียร์อะไรกันคะ” เธอหน้าตาตื่นกับคำว่า ‘เคลียร์’ ของสามี อดคิดไปไกลไม่ได้ว่าชายหนุ่มจะมีบทลงโทษเธอยังไง “เคลียร์ในแบบของเราไงจ๊ะ ผมจะไม่ยอมทรมานอีกแล้ว” “แล้วธาวินล่ะค่ะ” เธออดถามไม่ได้ ถ้าลูกน้อยเกิดอาการงอแงขึ้นมาจะทำยังไง ทั้งที่ลูกน้อยไม่เคยตื่นขึ้นมางอแงยามดึกสักนิด นอกจากมีไข้หรือไม่สบายตัว “ฝากลุงวิทูรกับป้ารตี พวกเขาดูแลยิ่งกว่าเราซะ
“ขอบคุณนะคะคุณติณณ์ ที่อุตส่าห์มาส่งถึงบ้าน” ธิรักษ์เอ่ยขอบคุณติณณ์ที่อาสามาส่งเธอถึงบ้าน เธอเจอเขาโดยบังเอิญจึงทักทายตามมารยาท แต่คิดว่าเขาจะอาสามาส่งเธอ โดยอ้างเหตุผลมาให้คล้อยตาม ซึ่งเธอก็ไม่อยากปฏิเสธ “ไม่เป็นไร มีอะไรให้ผมรับบอกได้นะครับ” ติณณ์ถือข้าวของช่วยหญิงสาว แม้เธอจะมีทีท่าปฏิเสธก็ตาม “ผมคงต้องขอให้คุณกลับไปได้แล้วนะครับ” อ็องตวนรอภรรยาอยู่นาน เมื่อรู้ว่าใครมาส่งภรรยาของเขาก็รีบออกมาแสดงความเป็นเจ้าของ “คุณอ็องตวน” “ครับ ผมเองที่รัก ผมขอบคุณนะครับที่หวังดีช่วยมาส่งภรรยาผม แต่คราวหน้าคงไม่รบกวนคุณติณณ์อีก” ว่าพลางโอบไหล่ของหญิงสาว ตากระตุกยิกๆเมื่อมีคนมายุ่งกับธิรักษ์ “ไม่เป็นไรครับ ผมยินดี” ติณณ์แหย่อ็องตวนเล่น เอาคืนที่ทำให้เขาเจ็บแสบหลายครั้ง ถึงจะเสียใจที่ธิรักษ์แต่งงานมีครอบครัวแต่เขาคงเสียใจไม่นาน หนุ่มหล่อๆอย่างเขาเดี๋ยวก็มีสาวๆมาติดตรึม “แต่ผมเกรงว่าคงไม่ดีแล้วมั้งครับ เพราะยังอยากรักษามิตรภาพกับกิตติอยู่” “คนสวยๆ กลับมีคู่หมดซะแล้ว จีบคนโสดศัตรูมีเป็นร้อย จีบคนมีคู่ศัตรูมีเพียง
“ไม่ไปเข้าห้องน้ำบ้างเหรอคะ” ถามขึ้น พลางกล่อมลูกชายในอ้อมกอด “ไม่นี่ คุณอยากเข้าห้องเหรอ” อ็องตวนส่ายหน้ารัวๆ ลุกจากเก้าอี้แล้วขยับตัวนั่งบนเตียงคนไข้แทน เพื่อจะได้เวลาเธอให้นมลูกอย่างชัดๆ “ตะ...แต่ รักษ์จะให้นมลูกนะคะ” เธอแย้ง พร้อมหลุบตาต่ำมองเจ้าตัวน้อย “ยังจะอายอะไรอีก หืม... ผมเห็นหมดแล้ว” ว่าพลางหลิ่วตาให้ภรรยาสาว ธิรักษ์หมดหนทางไล่คนอย่างอ็องตวนออกไปได้ เขินอายที่สัดส่วนของเธอไม่สวยเหมือนก่อน ถกเสื้อโรงพยาบาลขึ้นเล็กน้อย เจ้าตัวแสบที่เจอแหล่งอาหารก็รีบงับอย่างไม่รีรอ โดยไม่สนใจสายตาคนรอบข้างนิด กลีบปากอิ่มเผลอยิ้มเหมือนเห็นถึงความน่ารักน่าชังของสายเลือดตัวเอง “ดูสิน่ะ เจ้าตัวแสบของเรากินเก่งซะมัด นั่นของพ่อน่ะเว้ยเบาๆหน่อย” คนที่เคยลิ้มรสมาก่อนเกิดอาการหวงขึ้นมา เอื้อมมือไปดึงแหล่งอาหารออกจากปากเล็กจิ้มลิ้ม “อย่าแกล้งลูกสิค่ะ” ธิรักษ์ปราบสามี มองปฏิกิริยาเจ้าตัวแสบที่ว่าไปพลาง แล้วก็แสบใช่ย่อยฟาดฝ่ามือในน้อยลงบนหลังมือของผู้เป็นพ่อที่บังอาจยื้อแย่งแหล่งอาหารอันโปรดปราน “หน็อยแน่ ผมซักหมั่น
ธิรักษ์พยักหน้าน้อยๆ หันมองชายหนุ่มที่จับมือเธอไม่ห่าง พร้อมรอยยิ้มเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อเธอ เธอรวบรวมแรงสูดลมหายใจลึกๆเข้าปอด หลับตาแน่นออกแรงเบ่งสุดชีวิต หน้าท้องที่เคยกลมนูนยวบลงไปทันตา พร้อมเสียงร้องดังจ้าราวระฆังแก้ว ทำให้เธอปรือตาขึ้นมองพบลูกน้อยของเธอร้องไห้เมื่อถูกดึงออกจากที่แสนคุ้นเคย แถมยังถูกจับห้อยหัวอีกต่างหาก ก่อนพยาบาลจะนำเจ้าตัวน้อยไปทำความสะอาด “นั่นลูกของเรา ที่รัก” อ็องตวนละล่ำละลักบอก เมื่อถูกทำความสะอาดเรียบร้อยเจ้าตัวน้อยถูกยื่นมาให้ผู้เป็นพ่อ อ็องตวนมือสั่นอ้าอ้อมแขนรับอย่างเต็มใจ “น่ารักจริง เจ้าตัวน้อยของพ่อ” “ไหนคะ ขอรักษ์ดูแกหน่อย” หญิงสาวเอ่ยขอบ้าง เมื่อเจ้าตัวน้อยมาอยู่ในอ้อมกอดเธอเหมือนจะรู้ทันที ไม่ร้องไห้โยเย ตัวแดงแจ๋ ดวงตากลมโต นัยน์ตาขลับดำ เรือนผมบางสีน้ำตาลอ่อนๆ ขนตางอนสวย ช่างน่ารักน่าชังเสียจริงลูกชายเธอเนี่ย ธิรักษ์ถูกนำตัวมาอยู่ห้องพักผู้ป่วย เจ้าตัวน้อยหลังได้ดื่มนมแม่จนอิ่มแปล้ก็ถูกผู้เป็นยัย ขับกล่อมไปมา เพราะตัวเองและสามีไม่สามารถมีลูกได้ เมื่อหลานสาวมีเหลนจึงเกิดอาการเห่อเป็นพิเศษ วิทูรก็ไม่น้อ
“ปวดท้องค่ะ” ธิรักษ์พลางพยักหน้า มันเจ็บกว่าทุกครั้ง ไม่คิดว่าเจ้าตัวเล็กอยากออกมาดูหน้าพ่อแม่เร็วขนาดนี้ “ใจเย็นนะครับที่รัก เดี๋ยวผมจะเอารถออก แล้วให้เด็กไปตามลุงกับป้าที่หลังบ้าน” อ็องตวนอยู่ไม่เป็นผุดลุกขึ้น ตะโกนบอกเด็กรับใช้อย่างร้อนรน วิ่งไปที่โรงจอดรถอย่างรวดเร็ว ไม่นานวิทูรและรตีเร่งฝีเท้าตามเด็กรับใช้มาหาหลานสาวเพียงคนเดียว “ใจเย็นๆนะรักษ์ หายใจเข้าลึกๆ” รตีตื่นเต้นไม่น้อยกับการกำลังจะมีเหลนคนแรก “นี่ยัยรักษ์กำลังจะคลอดเหรอคุณ” วิทูรถามภรรยา พลางยิ้มกว้าง เขากำลังจะมีเหลน ลาวัณย์กับธนวัฒน์คงนอนตายตาหลับที่ธิรักษ์มีครอบครัว เขาก็หมดห่วงเช่นกัน รถยนต์คันหรูของชายหนุ่มจอดเทียบหน้าบ้าน อ็องตวนรีบเข้ามาหาภรรยาที่โอดครวญด้วยความเจ็บปวด อ็องตวนตัดสินอุ้มภรรยามาที่รถ “เดี๋ยวลุงขับเองดีกว่า อยู่ดูแลยัยรักษ์เถอะ” วิทูรบอกหลานเขย เดินนำหน้ามานั่งที่เบาะคนขับ อ็องตวนพยักหน้ารับ พาภรรยามานั่งเบาะหลัง เสียสละร่างกายให้หญิงสาวได้พักพิง สอดประสานมือเรียวแน่น ส่งผ่านกำลังใจ “ไม่เป็นไรนะที่ร
5 เดือนต่อมา... ธิรักษ์ที่ตอนนี้ไม่ว่าจะเดินเหินไปไหน รู้สึกคล้ายแม่เป็ดเข้าไปทุกที หน้าท้องกลมนูนขึ้นตามอายุครรภ์ เธออมยิ้มมองรายการทีวีเกี่ยวกับแม่และเด็ก และการเตรียมสำหรับคุณแม่หลังคลอด แม้ว่าแต่งงานมาได้หลายเดือน อ็องตวนยังค่อยดูแลเธอไม่ห่าง ร่ำๆอย่างพาเธอไปที่ทำงานด้วยซ้ำ เธอขอไว้ เพราะไม่อยากไปเกะกะงานของเขา หรือจะเป็นตัวทำลายสมาธิการทำงานของเขาดีล่ะ ฮันนีมูนอันแสนหวานเหมือนอย่างหลายๆคู่ของอ็องตวนไกลห่างออกไป เพราะเธอนับวันคลอดเจ้าตัวเล็กเหลือเพียงแค่ไม่กี่วัน... คงต้องรอให้ลูกน้อย และเธอแข็งแรงคงจะบินไปฮันนีมูนที่ฝรั่งเศสได้ หลังจากเสร็จงานแต่งงานของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ก็รีบบินกลับฝรั่งเศสเพื่อดูแลกิจการที่ละเลยมานาน...ก่อนพวกเขาจะไป เธอยังจำคำขอของพ่อตาและแม่ยัยได้เป็นอย่างดี ‘มีหลานให้แม่กับพ่อเยอะล่ะ’ เธออยากจะค้านคำขอนั่น เพราะแค่คนเดียวเธอก็จะแย่อยู่แล้ว ข่าวคราวของเอมมิกาถูกปล่อยตัวด้วยเงินประกันจำนวนมาก เมื่อเธอและอ็องตวนตัดสินใจไม่เอาความ เธอทำ เพราะความหลงผิด และความรักที่มีให้อ็องตวนมาแสนนาน ย่อมเกิดความหึงหวงในตัวของ







