تسجيل الدخول“เป็นอะไรไปยัยรักษ์ มีเรื่องอะไรเหรอ” สุดาถามหลังธิรักษ์วางสาย ความกังวลปรากฏบนใบหน้าของเธอชัดเจน ไม่แปลกที่คนอื่นจะรู้ว่าเธอมีเรื่องไม่สบายใจ
“ลุงวิทูรป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ฉันต้องรีบกลับบ้าน ฝากลางานด้วยนะสุดา” ธิรักษ์บอก ลนลานเก็บข้าวของ “แล้วแกจะทิ้งงานไปแบบนี้เหรอวะ” สุดาถามตกใจไม่น้อยเช่นกันที่ได้ยินว่าวิทูรป่วย “ถ้างั้นฉันโทรลางานกับท่านประธานเอง” “แล้วอาการหนักขนาดนั้นเลยหรือวะ แกถึงรีบร้อนขนาดนี้” ธิรักษ์ถอนหายใจยาวเหยียด สั่นหน้าตอบ เพราะก็ไม่รู้เหมือนกันว่าวิทูรเป็นตายร้ายดีขนาดไหน จึงต้องไปดูให้รู้ “แกไปเถอะ” ธิรักษ์พยักหน้า “ฉันกลับก่อนนะ” หลังจากนั้นธิรักษ์ออกจากบริษัทก็รีบขับรถไปที่บ้านทันที ทว่าการจราจรค่อนข้างติดขัด เธออาศัยจังหวะเวลานั้นโทร.ลางานกับเจ้านาย กิตติพี่ชายสุดหล่อของติณณ์พ่วงตำแหน่งประธานบริษัทที่เธอกำลังทำงานอยู่ พี่ชายกับน้องชายนิสัยช่างต่างกันเหลือเกิน ติณณ์ถ้าขยันหมั่นเพียรทำงานกว่านี้คงเข้าตาเธอไม่น้อย วันๆชายหนุ่มกับเอาเวลาทำงานมาเกี้ยวเธอ สิ่งเดียวตอนนี้ที่เธอห่วงมากที่สุดคือ อาการป่วยของวิทูร ในหัวคิดแต่ว่าจะหาทางรักษาวิทูรยังไง เธอไม่อยากเสียคนที่เธอรักไปอีก ไม่นานก็มาถึงบ้านหลังโตที่เธออาศัยอยู่กับลุงและป้าตั้งแต่ยังเล็ก ก่อนที่เธอจะย้ายออกไปอยู่คอนโดฯแต่เธอไม่ลืมที่จะแวะมาเยี่ยมลุงกับป้าอยู่บ่อยๆ “ป้ารตีคะ ลุงเป็นยังไงบ้างคะ” มาถึงธิรักษ์เอ่ยถามรตีที่นั่งอยู่ภายในห้องรับแขก พร้อมกับยกมือไหว้ “อยู่บนห้อง พอดีป้าเพิ่งให้ลุงกินยาเลยนอนหลับไปนะจ๊ะ” รตีพูดจบ หลุบตาลงเล็กน้อยกลัวว่าหลานสาวจะจับได้ว่าเธอโกหก “นี่คุณสาวิตีจ๊ะ พยาบาลที่จะมาช่วยดูแลลุง” ธิรักษ์ยกมือไหว้ “รักษ์ขอขึ้นไปเยี่ยมลุงได้ไหมคะ” สายตาเธอมองไปที่รตีสลับสาวิตีเป็นเชิงขออนุญาต “ได้จ้ะ” รตีตอบ เมื่อได้รับคำตอบธิรักษ์รีบวิ่งขึ้นบันไดไปที่ห้องของวิทูรอย่างรวดเร็ว มือหมุนลูกบิดเข้าห้อง “ลุงคะ เป็นยังไงบ้าง รักษ์มาแล้ว” วิทูรเกือบตั้งตัวไม่ทันเมื่อเจอธิรักษ์จู่โจม ดีที่เขาเผลอนอนหลับ แต่ไม่นึกเลยว่าหลานสาวตัวแสบจะกลับถึงบ้านเร็วขนาดนี้ “รักษ์เหรอลูก” วิทูรทำเสียงแหบพร่า “ค่ะรักษ์เอง” เธอนั่งอยู่บนเตียง พลางจับมือของวิทูรไว้ เธออดโทษตัวเองไม่ได้ ที่ทำงานจนลืมเวลาดูแลครอบครัว “รักษ์ผิดเองค่ะ ที่มัวแต่เอาเวลาไปทำงานจนลืมดูแลลุงกับป้า” “มันไม่ใช่ความผิดของหลานนะ” รตีทีเพิ่งตามขึ้นมาเห็นธิรักษ์เฝ้าโทษตัวเอง เธออยากจะฆ่าสามีของเธอนักที่คิดแผนมาให้ธิรักษ์เสียใจ “ชะ ใช่แล้ว มันไม่ใช่ความผิดของรักษ์สักนิด” วิทูรเสริมด้วยน้ำเสียงแหบ แถมยังด้วยการแกล้งไอ จนธิรักษ์ถึงกลับน้ำคลอเบ้า คิดไม่ถึงว่าวิทูรจะเป็นหนักขนาดนี้ “ไม่เป็นไรนะคะ ลุงกับป้าไม่ต้องห่วง รักษ์จะหาหมอที่เก่งที่สุดมารักษาลุงเองค่ะ” เธอย้ำความตั้งใจ “ไม่จำเป็นหรอก อาการของลุงมันถึงระยะสุดท้าย รักษาไปก็มีแต่ตายกับตาย สิ่งเดียวที่ลุงต้องการก่อนที่ลุงจะจากไป ลุงแค่ต้องการให้หลานสาวคนสวยของลุงมีครอบครัว มีเหลนที่น่ารักให้ลุงได้อุ้มบ้าง” เสียงรวยรินของวิทูรทำให้ธิรักษ์ถึงกลับร้องไห้ วิทูรต้องการให้เธอมีครอบครัว แต่สำหรับเธอคือต้องการให้วิทูรปลอดภัยมากกว่า เรื่องอื่นไม่สำคัญ “ลุงไม่ต้องห่วงรักษ์ดูแลตัวเองได้ รักษ์มีเพื่อนที่เรียนหมอพวกเขาต้องหาทางรักษาลุงได้แน่” ธิรักษ์ยกมือปาดน้ำตา “รักษายังไงก็ได้แค่ยื้อชีวิตลุงเขาอยู่กับเราให้นานกว่าเดิมเท่านั้นนะรักษ์ ลุงเขาพูดถูกสิ่งเดียวที่เราต้องการคืออยากเห็นหลานแต่งงานกับผู้ชายที่ดี มีเหลนตัวเล็กๆให้เราได้ชื่นชม” รตีเห็นท่าว่าธิรักษ์คงไม่ยอมล้มเลิกที่หาทางรักษาวิทูร ถึงเวลานั้นจริงๆแผนทั้งหมดที่วางไว้คงพังไม่เป็นท่า บอกถึงความต้องการเดียวที่อยากให้หลานมีความสุขกับคนที่ตัวเอง ธิรักษ์ส่ายหน้า “ไม่รักษ์อยู่ดูแลลุงกับป้า” เสียงของเธอสั่นเครือปนสะอื้นไห้ “รักษ์ฟังลุงนะ ถ้าคุณจะตายขอให้ลุงได้ตายตาหลับสามารถกลับไปบอกพ่อกับแม่ของหลานได้อย่างเต็มปากว่า เราดูแลหลานอย่าเต็มที่ แค่นี้ลุงก็หมดห่วง” วิทูรบอกย้ำความตั้งใจของเขากับหลานสาวหัวดื้อเช่นกัน “ลุงไม่รักรักษ์แล้วหรือไง ถึงอยากจะตายจากรักษ์ไปแบบนี้” ธิรักษ์โวยวายเล็กน้อย เมื่อทุกคนพูดเหมือนไม่ต้องการอยู่กับเธอ “คนเรา มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา ใช่ว่าเราไม่รักษ์หลาน เราถึงอยากมีครอบครัวที่สามารถปกป้องคุ้มครองรักษ์” รตีเฝ้าสังเกตเหตุการณ์อยู่นาน เธอเดินมาแตะไหล่หลานสาวเพื่อให้ธิรักษ์เข้มแข็ง เธอเข้าใจความรู้สึกของธิรักษ์เป็นอย่างดี ที่เคยสูญเสียบุพการีตั้งแต่วัยเยาว์ ภาพนั้นยังคงหลอกหลอนหลานสาวจนถึงขนาดนี้ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ธิรักษ์ขมวดคิ้วสงสัย ก่อนรีบเดินไปเปิดประตูโดยลืมเก็บข้าวของที่เธอเพิ่งซื้อมา “ยัยรักษ์มาเปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ” เสียงร้องเรียก ทำให้ธิรักษ์รู้ว่าเป็นใคร “ร้องตะโกนอยู่ได้ เดี๋ยวข้างห้องก็ว่าเอาหรอก” ธิรักษ์ดุเพื่อน และเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามา “วันนี้ฉันจะมาฝากท้องกับแกหน่อย ก็เลยไม่ได้โทร.บอก” สุดาชี้แจงเหตุผล เป็นประจำที่เธอมาทานข้าวเย็น และห้องเธออยู่ไม่ไกล แค่ขึ้นลิฟต์ไม่กี่ชั้นก็มาถึงห้องของธิรักษ์แล้ว “แหม! จะทานอะไรล่ะ” ธิรักษ์ถามแกมประชด “ยัยรักษ์...กะ..แก..ท้องเหรอวะ” สุดาร้องเสียงหลง ธิรักษ์หันมองสุดาที่มีสีหน้าตกใจ ถือคู่มือแม่และเด็กอยู่ในมืออย่างตะลึง เธอควรจะเก็บของก่อนที่จะไปเปิดห้องสุดาให้เข้ามา ธิรักษ์พยักหน้าเบาๆ ที่ไม่สามารถปฏิเสธเธอก็ต้องยอมรับ หลักฐานทุกอย่างอยู่ตรงหน้าทำให้เธอดิ้นไม่หลุดอยู่แล้ว “แกกำลังจะเป็นแม่คน ฉันดีใจด้วยนะเว้ย และฉันก็จะได้เป็นป้าแล้ว” สุดาตื่นเต้นไม่แพ้กัน เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะมีลูกน้อยที่
2 เดือนผ่านไป.... ธิรักษ์ถอนหายใจเบาๆ อยู่หน้าห้องฝากครรภ์ กำลังรอคุณหมอเรียก มือบางลูบหน้าท้องที่นู่นขึ้นเล็กน้อย เรียกรอยยิ้มสำหรับคนที่กำลังเป็นคุณแม่ได้อย่างดี เธอทราบเรื่องตั้งแต่สองสัปดาห์ที่แล้ว ประจำเดือนของเธอขาดหายไป เธอคิดว่าอาจเป็นเพราะเธอเครียดเลยทำมาล่าช้ากว่าปกติ เธอลองซื้อที่ตรวจครรภ์จากร้านสะดวกซื้อใกล้คอนโดมิเนียมของเธอ โชคดีที่เธอไม่อยู่บ้านไม่งั้นเธอคงไม่กล้าออกจากบ้านโดยไม่ปราศจากคำถามจากวิทูร เธอย้ายมาอยู่คอนโดฯตามเดิมหลังที่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ ส่วนวิทูรกับรตี ไปปฏิบัติธรรมที่ต่างจังหวัดซึ่งพวกเขายอมทำตามคำขอร้องของเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะกลอมให้วิทูรทำตามที่พูด หาข้ออ้างต่าง ๆ นานา กลัวว่าเธอไม่ยอมทำตามที่ตกลง สุดท้ายก็ยอมทำตามที่เธอขออยู่ดี เธอมีเหตุผลเหนือกว่า เพราะห่วงสวัสดิภาพของวิทูรมากกว่า ไร้ข้อกังขา สองสามีภรรยายอมไปปฏิบัติธรรม เรื่องที่เธอตั้งครรภ์ยังไม่มีใครรู้ แม้กระทั่งสุดา เพื่อนสนิทของเธอ คงทำใจอยู่นานกว่าที่จะกล้าบอกทุกคน ทว่าความจริงไม่มีทางปิดปังใครได้ไม่นาน นับวันของครรภ์ของเธอก็ยิ่งโต ถึงวันนั้นคงปิดใครไม่ได
ฝากฝั่งอ็องตวนตื่นในบ่ายของวันใหม่...อาการหนักมึนศีรษะเกิดขึ้น หลังจากที่ดื่มหนักหลายแก้ว เขาเป็นหนักขนาดนี้เลยเหรอ? คือคำถามที่เขาถามตัวเอง ทว่างานที่ค้างคาทำให้เขารู้ว่า....ผู้หญิงคนนั้นไม่ควรมีอิทธิพลกับเขาขนาดนี้ สิ่งที่เขาต้องการในเวลานี้ คือกลับฝรั่งเศสเพื่อไปทำงานตามเดิม หมดแล้วเวลาพักผ่อนที่เขาไม่สุขใจสักนิด...แม้แต่นิดเดียวก็ไม่มี อ็องตวนเดินเข้าห้องน้ำอย่างหนึบๆในหัว คิดว่าถ้าได้อาบน้ำคงจะดีขึ้น และลืมเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นในห้องนี้ เขาในเวลาเพียงไม่นาน กลับออกมาด้วยกลิ่นกายที่หอมกรุ่น กริ๊ง! เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ชายหนุ่มที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำจ้องมองสายเรียกเข้าเล็กน้อย “สวัสดีครับพ่อ” เขาเอ่ยทักบิดด้วยเสียงราบเรียบ “หายหัวไปนานเชียวนะ นึกว่าแกติดใจสาวไทยจนลืมว่ามีงานอยู่ที่นี่ตั้งมากมายหรอกนะ” ประมุขแห่งตระกูล เอ็นโซ่ เปอตี เอ่ยแซวบุตรชาย เพราะเมื่อเขายังหนุ่มก็ติดใจสาวไทยมากเหมือนกัน จนแทบไม่เป็นผู้เป็นคน “ขอโทษครับพ่อ มีเรื่องให้ปวดหัวนิดหน่อย แล้วผมอยากพักผ่อนต่ออีกนิด ก็เลยเลื่อนกล
“ฉัน...ไม่ได้รักเธอเสียหน่อย ผู้หญิงใจร้ายคนนั้น ฉันแค่เจ็บใจเท่านั้นเอง” คนปากแข็งพูดไม่ตรงกับใจ เมื่อเจอจ้องเขม็งก็หลบตาราวคนที่เพิ่งทำอะไรผิด “นี่ล่ะน่า คนเพิ่งตกหลุมรักสาวไทย” กิตติพึมพำเบาๆ ทว่าไม่สามารถหลุดรอดคนเมาที่หูไปได้ “นายไม่เข้าใจอีกเหรอวะ ว่าฉันไม่ได้รักใครทั้งนั้น และอีกไม่กี่วันฉันก็จะกลับฝรั่งเศสคงไม่เจอกันอีก” อ็องตวนพูดอย่างมาดมั่น และเขาจะลืมผู้หญิงที่เคยหักอกเขาอย่างเลือดเย็น “ที่พูดเนี่ยน้อยใจที่โดนผู้หญิงไม่เอาใช่ไหม” คำถามของกิตติจี้ใจคนฟัง “คนอย่างฉันเนี่ยนะผู้หญิงไม่เอา มีแต่พวกหล่อนที่พยายามจับผู้ชายสมบูรณ์แบบอย่างฉัน” อ็องตวนพูดโอ่เพื่อตัวเองจะไม่ดูด้อยเพียงผู้หญิงเพียงคนเดียว “ขอให้จริงเถอะ” อ็องตวนไม่อยากต่อคำยาวกับกิตติ ส่ายหน้าเล็กน้อย ทว่าเพียงแค่ทอดมองไปโต๊ะตัวเดิมที่เคยนั่งกับสาวน้อยนามว่าเจนก็ทำให้ใจสั่นหวั่นไหว เธอต้องถูกลงบัญชีดำไว้ว่ามีอันตรายต่อหัวใจของเขาอย่างมาก เวลาล่วงเลยผ่านไป กิตติเตือนชายหนุ่มขี้เมาที่ไม่มีแววจะเลิกราจากการดื่มอาลัยสาวปริ
เมื่อเห็นว่าติณณ์ยังนิ่ง ธิรักษ์ผายมือไปที่ประตูห้อง เพื่อเป็นการย้ำให้ชายหนุ่มออกจากห้อง ติณณ์จึงเดินกลับห้องทำงานคอตก บุคคลที่เธอไม่ต้องการให้อยู่ในห้องออกไปเรียบร้อยแล้ว ธิรักษ์ถึงกลับถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก วันๆหนึ่งเธอต้องคอยระแวงว่าติณณ์จะมาไม้ไหน “ฉันอยากจะกรี๊ดวันละร้อยหน” “จะทำไงได้ก็แกสวยขนาดนี้ก็ต้องมีหนุ่มมาตามเยอะเป็นธรรมดา” ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาด้วยกันก็มีชายหนุ่มมาตามจีบธิรักษ์มากมาย ด้วยเพราะความมีเสน่ห์และเป็นตัวของเธอ เก่ง ฉลาดอีกต่างหาก ซึ่งบางทีมันอาจจะเป็นความรำคาญสำหรับธิรักษ์ไปแล้ว “ถ้ามีแบบนี้บ่อยๆฉันคงจะประสาทรับประทานกันพอดี” “งั้นฉันกลับไปทำงานก่อนดี เดี๋ยวแกจะไล่ฉันเหมือนที่ไล่คุณติณณ์ ปล่อยให้แกกลุ้มเรื่องแฟนในอนาคตแกไปคนเดียว” สุดาเดินออกไปจากห้อง พร้อมคำพูดที่กระแทกใจหญิงสาว แฟนในอนาคต! งั้นเหรอ ไม่มีทางซะหรอก เธอแบะปาก แล้วหันกลับมาทำงานเช่นเดิม พยายามตั้งสติเพื่อที่จะไม่มีสิ่งรบกวน หรือสิ่งที่มาทำหลายสมาธิ ตกเย็นจากที่ธิรักษ์กลับคอนโดมิเนียมของตัวเอง เธอเลือกกลั
ชีวิตประจำวันของธิรักษ์ดำเนินไปอย่างปกติ ผิดคาดที่คิดว่าชายหนุ่มจะตามมายุ่งวุ่นวายกับเธอ หรือเป็นเธอกันแน่ที่เฝ้าคิดถึงคนที่ไม่ควรคิดถึง ทุอย่างเป็นตามที่เธอหวังก็ดีแล้ว “ใจลอยอีกแล้วนะยัยรักษ์” เสียงสดใสของสุดาดังแนบชิดใบหู เป็นธรรมดาที่เพื่อนคนนี้มักทำให้เธอตกใจเสมอ “ฉันแค่คิดอะไรเพลินๆน่ะ” สุดาหมุนเก้าอี้ที่คนใจลอยกำลังนั่งหันมาเผชิญหน้ากับตัวเอง “อะไรอีกล่ะ ไปทำงานได้แล้วยัยดา” ธิรักษ์ปรายตามองสุดา ก่อนก้มทำงานที่มีเอกสารมากมายรอให้เธอตรวจ ไม่มีเวลามาสนใจข่าวเมาส์ในออฟฟิศ “เรื่องนี้แกต้องสนใจ เพราะเกี่ยวกับสวัสดิการของแก คุณติณณ์ประกาศกับคนทั้งบริษัทว่าแกตกลงเป็นแฟนกับเขาแล้ว” สุดาพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน “จะบ้าหรือไง” ธิรักษ์ตาโต นึกไม่ถึงว่าเจ้านายหนุ่มที่ไม่รู้อะไรทำเรื่องให้เธอเสียหาย “ฉันอยากจะบ้าตาย” เธออยากจะร้องกรี๊ดดังๆ ให้สมกับความอัดอั้นมานาน “อย่าเพิ่งตายนะครับ คุณรักษ์ ผมจะปกป้องคุณให้ถึงที่สุด” เสียงเปิดประตูห้องของทำงานเธอพร้อมกับเสียงของติณณ์ เมื่อได้ยินว่าหญิงสาวเป็นอะไรไป เขาร







