Share

บทที่ 3

last update Tanggal publikasi: 2025-10-23 14:39:28

“รออยู่ในรถก่อนครับ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นจากข้างนอกรถ เรย์เน่เงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะพบว่าเป็นร่างสูงที่เพิ่งแยกจากกันตรงจุดขึ้นรถเมื่อครู่นี่เอง

“พี่ชาร์ล...”

ว่าจบเขาก็ใช้พลังทำให้ประตูรถล็อคปิดตายจากข้างใน แล้วเดินไปตรงที่ผู้ช่วยถูกลากไปกองกับพื้น ร่างสูงย่อตัวลงสำรวจความปลอดภัยของเพื่อนร่วมงาน แต่ไม่ทันไร มวลอากาศก็พุ่งผ่านหน้าไปราวกับจ้องจะทำร้าย

เมื่อผ่านหน้าไปได้สักพัก มันก็ตั้งท่าจะเคลื่อนเข้ามาโจมตีเขาอีกครั้ง แต่ชาร์ลไวกว่ามาก เขาคว้าจับตรงต้นคอของใครบางคนได้อย่างจัง

และหลังจากพิจารณาแล้วก็พบว่าอีกฝ่ายเป็นแวมไพร์เหมือนกัน

“ใครส่งแกมา” เสียงเข้มเอ่ยพร้อมทำท่าทีเคร่งขรึม แต่อีกฝ่ายก็ทำเพียงแสยะยิ้มแล้วหัวเราะด้วยความสะใจ

“ไม่เลวเลยหนิ นายน้อยคลินตัน โตขึ้นเยอะเลยนะ”

ชาร์ลชะงักไปเมื่อได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูด จนเผลอคลายมือที่กอบกุมบริเวณลำคอไปชั่วขณะ

และเมื่อได้จังหวะ มันก็รีบพุ่งไปทางรถยนต์ที่เรย์เน่นั่งอยู่โดยไม่รอช้า แต่ด้วยความเร็วคนละระดับ ชาร์ลจึงพุ่งตามไปดักหน้าเอาไว้ได้ทัน

“เร็วดีนี่ งั้นมาดูกัน ว่านายจะเร็วกว่าฉันหรือเปล่า...” ว่าจบมันก็แสยะยิ้มแล้วร่ายเวทย์ไปยังรถที่เรย์เน่กำลังนั่งอยู่

“คุณหนู!”

ร่างสูงรีบวิ่งไปกระชากประตูรถออกแล้วดึงร่างบางออกมาก่อนที่ทุกอย่างตรงหน้าจะลุกเป็นไฟ เรียกได้ว่าหวุดหวิดไปนิดเดียวเท่านั้น

หลังจากพาเธอลงมาจากรถได้แล้ว เขาก็จับมือพาเรย์เน่วิ่งหนีไปทางอื่น ด้วยความที่เป็นแวมไพร์ด้วยกันทั้งคู่ ความเร็วในการวิ่งจึงไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ เรียกได้ว่าหนีได้สบายมาก

จังหวะสองขาก้าววิ่งนั้นสอดประสานพร้อมกัน พร้อมดวงตาคู่สวยที่ตวัดขึ้นมองเขาเป็นครั้งคราวด้วยความประทับใจลึกๆ

แต่ดูเหมือนว่าไอ้หมอนั่นจะไม่ได้มาคนเดียวเนี่ยสิ...

เมื่อเลี้ยวเข้ามาถึงตรอกซอยแห่งหนึ่งก็มีแวมไพร์อีกสามตนเข้ามายืนล้อมพวกเขาไว้ ร่างสูงจึงดึงร่างบางมาอยู่ข้างหลังตนแทบจะทันที

“คุณหนู หาจังหวะได้แล้วหนีไปนะครับ”

“แล้วพี่ล่ะ?”

“ผมจะถ่วงเวลาให้”

เรย์เน่เบิกตากว้าง นัยน์ตาสั่นระริกเมื่อได้ยินอีกฝ่ายว่าแบบนั้น นี่เขาคิดจะเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงเพื่อให้เธอหนีรอดอย่างนั้นเหรอ

คนพวกนั้น ถึงแม้พลังเวทย์จะไม่แข็งแกร่งเท่าไหร่ แต่หากมากันเยอะแบบนี้ ก็มากพอจะทำให้ชาร์ลบาดเจ็บได้

“หมดทางหนีแล้ว นายน้อย คุณหนู...” หนึ่งในพวกมันกล่าวอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะพุ่งเข้ามาเพื่อหวังทำร้ายอีกฝ่าย มิหนำซ้ำยังเตรียมร่ายเวทย์เพื่อใช้ปะทะกับอีกฝ่ายด้วย

“อยู่ข้างหลังผมไว้” ชาร์ลหันกลับมาย้ำกับเรย์เน่ เพราะหนึ่งในหน้าที่ของเขาก็คือการปกป้องครอบครัวของท่านชายเหมือนกัน

“โอ้โห ดูมันพูดดิ่ อย่างเท่เลยว่าไหม”

ใช่แล้ว...พี่ชาร์ลโคตรเท่! เรย์เน่คิดในใจ สายตายังคงจับจ้องเขาด้วยความชื่นชมอยู่ไม่คลาย แต่แล้วสถานการณ์ตรงหน้าก็เหมือนจะเริ่มตึงเครียดมากขึ้น

เมื่อหนึ่งในพวกมันพุ่งเข้าตรงเข้ามาจากทางด้านข้าง ก่อนจะโดนร่างสูงตวัดหมัดกลับไปจนร่างของหนึ่งในพวกมันกระเด็นไปชนกับต้นไม้จนลำต้นของมันหักสะบั้น

ใครจะไปคิดว่าใส่แว่นลุคดูนิ่ง ๆ แบบนี้จะมีเชิงการต่อสู้ที่ดุดันได้...

“วิ่ง เรย์เน่ วิ่ง!” ชาร์ลตะโกนขึ้น ขณะที่รับศึกจากอีกสามคนที่พุ่งเข้ามาพร้อมกัน

เรย์เน่ชะงักไปครู่หนึ่งเหมือนพึ่งหลุดออกจากภวังค์ แต่เมื่อเห็นสายตาคมจากชาร์ลตวัดมองมา เธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากก้าวขาออกตัววิ่งหนีไปตามที่เขาบอก

“เห้ย! ตามมันไป! อย่าปล่อยให้คุณหนูนั่นหนีไปได้!” หัวหน้าของพวกมันบอกลูกน้องคนแรกที่ถูกชาร์ลคว่ำล้มลงไป หลังจากลุกขึ้นได้แล้ว มันก็รีบวิ่งตามเรย์เน่ไปทันที

เมื่อเห็นแบบนั้น ชาร์ลก็พยายามจะวิ่งไปดัก แต่ก็ไม่วายที่อีกสามคนจะเข้ามาขวางทางเสียก่อน

‘หนึ่งคนทางขวา อีกหนึ่งทางซ้ายพร้อมมีดที่ทำจากแร่เงินอีกคนละหนึ่ง ส่วนไอ้ตัวที่คอยสั่งนี่เอาไว้ท้ายสุด’

ระหว่างที่ชาร์ลกำลังวิเคราะห์ศัตรูตรงหน้า พวกมันคนหนึ่งก็พุ่งตรงเข้ามาโดยไม่ให้เขาได้ทันตั้งตัว แต่ด้วยประสบการณ์ที่โชกโชนกว่าจึงทำให้เขาไหวตัวได้ทัน

ชาร์ลเบี่ยงตัวหลบก่อนจะคว้าจับข้อมือของอีกฝ่ายบิดหมุนจนได้ยินเสียงกระดูกของอีกฝ่ายแตกร้าว ก่อนจะปิดท้ายด้วยการเตะสวนร่างของอีกฝ่ายจนกระเด็นไปกระแทกเข้ากับกำแพงจนน็อคไป

ท่วงท่าการเคลื่อนไหวของเขานั้นเฉียบคมดุจดั่งใบมีด แต่ก็อย่างที่บอกว่าพวกมันมีเยอะเกินไป พออีกคนล้มลงแล้วก็มีอีกคนเข้ามาต่อไม่หยุดหย่อน

อีกด้านหนึ่ง

เรย์เน่วิ่งไปตามตรอกซอย ขณะที่แวมไพร์อีกตัวก็กำลังวิ่งกระโดดตามเธออยู่บนตึกสูง สุดท้ายมันก็กระโดดลงมาดักตรงหน้าเธอเอาไว้ได้

มือหนายกขึ้นเหมือนเตรียมจะคว้าคอ แต่เรย์เน่เบี่ยงตัวหลบทัน พร้อมส่งฝ่ามือที่ร่ายพลังเวทย์ เผยแสงสีเลือดที่พุ่งผ่านเธอออกไป ก่อนที่มันจะเข้าปะทะกับร่างของแวมไพร์ตนนั้นจนสลบเหมือดไป

เมื่อเอาตัวรอดได้แล้ว ในใจก็หวนคิดถึงอีกคนที่กำลังรับมืออยู่ตัวคนเดียวอย่างเสียอดไม่ได้ เธอจึงตัดสินใจวิ่งกลับไปหาเขาอีกครั้ง

“พี่ชาร์ล!”

ถึงแม้จะโดนรุมถึงสามต่อหนึ่ง แต่เขาก็ยังพอสู้ไหว เพียงแต่...รอยเลือดบริเวณแขนซ้ายนั้นดูเหมือนจะพลาดท่าถูกใบมีดที่ทำจากแร่เงินบาดเข้า

และนั่นก็ทำให้เรย์เน่ฉุนเฉียวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

ไม่รอช้า เธอรีบส่งพลังเวทย์เข้าปะทะร่างของอีกสามคนจนพวกมันลอยกระเด็นออกห่างจากชาร์ล ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังก้าวเข้ามายืนขวางหน้าเขาเอาไว้ ทำเหมือนตัวเองเป็นโล่ที่คอยปกป้องเขา

“อย่ายุ่งกับเขา” เสียงหวานดูหนักแน่นขึ้นกว่าครั้งก่อน ๆ พลางจ้องตาเขม็งใส่ทั้งสามเหมือนคนที่พร้อมปะทะ

“โอ้โห นายน้อยคลินตัน แฟนนายดุนะเนี่ย เอาเรื่องเลย” หัวหน้ากลุ่มแวมไพร์พวกนั้นก็แสยะยิ้มทำทีเป็นใจดีสู้เสือ เพราะหลังจากถูกหญิงสาวตรงหน้าใช้พลังเวทย์ผลักออก ก็พอจะประเมินการต่อสู้ครั้งนี้ได้แล้วว่าฝ่ายตัวเองอาจเสียเปรียบ นึกไม่ถึงว่าผู้หญิงตัวเล็กบอบบางจะมีพลังร้ายกาจเช่นนี้

แต่การกระทำของเรย์เน่มันกลับทำให้ชาร์ลตื่นตระหนกอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าเธอมายืนขวางแบบนั้น แบบนี้มันอันตรายเกินไป!

“คุณหนูกลับมาทำไมเนี่ย” ว่าจบก็ดึงเธอมาหลบอยู่ข้างหลังตัวเองตามเดิม

หัวหน้ากลุ่มแวมไพร์พวกนั้นยังคงนยยืนนิ่ง ไม่ได้สั่งให้ลูกน้องผลีผลามเข้าปะทะเหมือนก่อนหน้า

ดูเหมือนเขาจะประเมินได้แล้วว่า หากต้องหนุ่มสาวคู่นี้ ด้วยจำนวนคนอาจได้เปรียบ แต่หากเทียบพลังกันจริง ๆ ก็เสี่ยงจะพ่ายแพ้พอตัว

และเมื่อคิดได้แบบนั้นก็โบกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องล่าถอย แต่เพื่อไม่ให้เป็นการเสียหน้ามาก ก็ยังไม่วายหันกลับมาพูดทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนลาจาก

“เอาไว้ค่อยเจอกันใหม่แล้วกัน นายน้อยคลินตัน” สิ้นเสียง แวมไพร์ทั้งสี่ตนก็หายลับไปทันตา

ขณะที่ข้างในใจของแวมไพร์หนุ่มนั้นยังคงร้อนรุ่มราวกับไปที่ครุกรุ่น กรามขบกันแน่นด้วยความหงุดหงิดที่ก่อตัวขึ้น

“เป็นอะไรไหมคะพี่ชาร์ล” เรย์เน่รีบเดินเข้าไปจับแขนของเขาขึ้นมาดูบาดแผล ก่อนจะโดนชาร์ลสะบัดแขนออกด้วยความหัวเสีย

“ทำไมไม่ฟังกันบ้างเลย คุณหนูจะวิ่งกลับมาทำไม!”

“ก็แค่...”

ก็แค่เป็นห่วง...เธออยากจะพูดออกไปแบบนั้น แต่ท่าทีของเขามันกลับทำให้เธอพูดแบบนั้นไม่ออก ก่อนจะถอยห่างและเตรียมตัวจะเดินหนีไป

“จะไปไหนอีกครับ อย่าได้ไปไกลจากผมเชียวนะ” เขาย่างก้าวเข้าไปก่อนจะส่งมือหนาออกไปคว้าจับข้อมือของเธอเอาไว้แน่น

ก็แหม เกิดเรื่องแบบนี้ยังตั้งใจจะเดินหนีอีกเหรอ เขาล่ะยอมใจคุณหนูคนนี้จริง ๆ เลย

เธอหงอยลงอย่างเห็นได้ชัด ด้วยความตังใจว่าจะมาช่วยแต่กลับโดนดุใส่จนไม่เหลือชิ้นดี แบบนี้มันก็ออกจะน่าอาย อายจนไม่อยากจะยืนสู้หน้าเขาเลย

ร่างสูงสูดลมหายใจเหมือนกำลังพยายามปรับอารมณ์ที่คุกรุ่นของตัวเองเมื่อครู่

นี่มันเหลือจะเชื่อเลยว่าไหม ปกติแล้วเขาเป็นคนสุขุมนุ่มลึกมาก แต่ครั้งนี้อยู่ ๆ ก็เหมือนมีคนมาแตะจุดเดือดของตัวเองเข้าอย่างจังเลย ให้ตายเถอะ เธอนี่มันน่าทึ่งจริง ๆ

“กลับบ้านกันครับ” ตอนนี้น้ำเสียงของเขากลับมานิ่งเรียบตามปกติแล้ว แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เธออุ่นใจขึ้นเลยเนี่ยสิ

ระหว่างทางกลับคฤหาสน์ ทั้งคู่ก็ต่างเงียบใส่กันตลอด จนกระทั่งชาร์ลเป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นก่อน “เรื่องวันนี้ คุณหนูอย่าเพิ่งบอกท่านชายนะครับ”

คำพูดนั้นทำเอาเรย์เน่ชะงักไป เรื่องใหญ่ขนาดนี้จะให้เธอปิดปากเงียบไม่บอกท่านพ่ออย่างนั้นเหรอ หรือบางที...เขาอาจกลัวว่าตัวเองจะโดนตำหนิ

เหอะ คงเป็นแบบนั้นสินะ...กลัวความผิดมากกว่าจะยอมเปิดเผยความจริง แล้วยังจะเรื่องที่ใส่อารมณ์กับเธออีก

กระทั่งกลับถึงคฤหาสน์ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับเข้าห้อง และด้วยความบังเอิญหรือฟ้าอาจจงใจ ที่ห้องของชาร์ลนั้นอยู่ชั้นเดียวกับเรย์เน่ และอยู่ติดกันมากกว่าที่คิดด้วย

ร่างบางทิ้งตัวลงนอนบนเตียง พยายามสลัดความไม่สบอารมณ์ออกไป แต่แล้วยังไงล่ะ...ภาพที่เขาสะบัดแขนใส่ยังวนเวียนอยู่ในหัวของเธออยู่เลย นี่หรือว่าเธอจะหลงปลื้มคนผิดไป!

แต่เมื่อมีความคิดแบบนั้น สมองก็เริ่มหยิบยกความคิดอื่นเข้ามาแก้ต่างให้เขาโดยอัตโนมัติเสียอย่างนั้น

‘คุณหนู!’

‘วิ่ง เรย์เน่ วิ่ง!’

อันที่จริงเขา...เขาก็ดูเหมือนจะพยายามปกป้องเธออย่างเต็มที่ อยู่นะ แล้วจากเรื่องในวันนี้...มันก็ยิ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า

‘ฉันหลงรักเขาเข้าอย่างจังเบอเร่อเลยล่ะ...คนอะไรทั้งหล่อทั้งดุได้กร้าวใจขนาดนั้น ถึงแม้ว่าตอนนี้จะไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ก็เถอะ แต่ก็ยังชอบอยู่ดี -///- ’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 9

    ร่างบางนั่งคร่อมอยู่บนตัวเขาอย่างไม่ยอมแพ้ มือเรียวขยับซุกซนไต่ไปตามแผงอกของชาร์ล จนกระทั่งเริ่มเล่นกับกระดุมเสื้อของเขา เสียงกระดุมดังแกร่ก ด้วยเพราะเล็บที่เขี่ยมันไปมาจนสุดท้ายกระดุมเม็ดบนก็หลุดออกนั่นทำให้ร่างสูงที่กำลังรู้สึกเหมือนสมองตัวเองขาวโพลนไปหมดเริ่มสะดุ้งและดึงสติตัวเองกลับมาได้ในที่สุด“หยุด” เสียงเข้มเอ่ยเหมือนคำสั่งชี้ขาด แต่มีหรือที่คนเมาจะฟังรู้เรื่อง ฟังไม่ได้ศัพท์แถมยังเล่นปูไต่บนตัวเขาไปเรื่อย ๆ อีกต่างหาก“เรย์เน่ หยุด” มือหนารีบคว้าจับมือของเธอเอาไว้เพื่อไม่ให้เล่นซุกซนและสะกิดต่อมอันตรายมากไปกว่านี้เมื่อถูกเรียกชื่อ เรย์เน่ก็ชะงักไปครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นจากบริเวณซอกคอของเขา ก่อนจะชายตาสบกับคนที่ยังนอนอยู่ใต้ร่างในที่สุด สายตาหวานหยาดเยิ้มจ้องมองไปทำให้ร่างสูงแอบลอบกลืนน้ำลายอีกครั้ง ดวงหน้าหล่อที่ปกติจะเรียบเฉยเริ่มขึ้นสีจนแทบซ่อนไม่อยู่แล้วในจังหวะต่อมา คนตัวโตกว่าก็รวบรวมแรงทั้งหมดแล้วพาให้ร่างบางพลิกลงไปนอนราบกับพื้นเตียงอย่างนุ่มนวล ก่อนจะก้มตัวทับร่างเล็ก มิหนำซ้ำยังตรึงแขนทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ ด้วยกลัวว่าเจ้าตัวจะทำอะไรที่มันสุ่มเสี่ยงอีกเรย์เน่สะ

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 8

    เสียงดนตรีคลออยู่ในงาน ท่ามกลางแขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความยินดีและมอบของขวัญให้กับคู่บ่าวสาว และก่อนที่เชอรีนจะเดินจากไป ชาร์ลก็ยื่นกล่องของขวัญใบเล็กไปให้เธอด้วยท่าทางสงบนิ่งตามสไตล์ของตัวเองเพียงแต่ว่า ไม่ได้มีถ้อยคำแสดงความยินดีใด ๆ หลุดออกจากปากของเขาเลยแม้แต่น้อย ก็เขาไม่ได้ยินดีสักหน่อย เป็นฝ่ายโดนทิ้งโดยให้เหตุผลว่าเลือกอนาคนที่ดีกว่าตัวเอง ต้องแสดงความยินดีด้วยหรือไงกันและคนอย่างเขา จะให้ปั้นสีหน้าแล้วแสร้งพูดออกมาก็คงทำไม่ได้หรอกในขณะที่เชอรีนก็ยืนรอเขาพูดคำนั้น แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเพียงแค่ยื่นกล่องของขวัญมาให้ เธอก็ได้แต่ยกยิ้มเจื่อนแล้วแล้วยื่นมือไปรับกล่องของขวัญด้วยความจำใจ “ขอบคุณนะ”หลังจากนั้นเธอก็เดินจากโต๊ะของเขาไปเพื่อไปหาแขกคนอื่นต่อ แต่ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า ตอนที่มองหน้าเธอแววตายังดูอาลัยอาวรณ์เขาอย่างไรไม่รู้อะไรกัน ไหนว่าเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองไง แล้วทำไมถึงทำหน้าทำตาแบบนั้นล่ะแต่ก่อนที่ความคิดจะเริ่มไหลไปไกล บางอย่างก็ขัดจังหวะความคิดของเขาเข้าเสียก่อนติ๊งมือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาอ่านReyne B: [ขอตัวกลับก่อนนะคะ พอ

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 7

    เปิดเทอมได้ไม่นาน ช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ ทางบ้านก็มารับเพื่อพาลูก ๆ ออกไปเที่ยวพักผ่อน ก่อนจะมีการสอบปลายภาคเพื่อจบภาคการศึกษาในปีสุดท้าย“มากันแค่นี้เหรอคะ” เรย์เน่สำรวจมองทั่วรถ ก่อนจะพบว่ามีเพียงคนขับรถ พ่อแม่ และพวกพี่น้องของเธอเท่านั้น ไม่มีคนที่เธอเฝ้ารอว่าจะได้เจอเลย...“พี่หมายความว่ายังไงว่ามาแค่นี้ ปกติตอนไปเที่ยวก็มีพวกเราสี่คนแล้วก็พ่อแม่อยู่แล้วหนิ” เคย์ลิสถามขึ้น สีหน้าดูสงสัยไม่ต่างจากไลเอนน์ที่พยักกหน้าเห็นด้วยกับคำถามของคู่แฝดตัวเอง“อะ...เปล่า...ไม่มีอะไรหรอก”“พี่ชาร์ลไม่ได้มาด้วยเหรอครับ” เป็นเจย์เนส พี่ชายคนโตซึ่งเป็นคู่แฝดของเธอเปรยขึ้นมาให้ ราวกับอ่านใจน้องสาวตัวเองได้อย่างไรอย่างนั้นเรย์เน่ได้ยินแบบนั้นก็ปรายสายตาดุ ๆ ส่งไปทางเขา เพราะกลัวว่าความลับจะถูกเปิดโปง แต่จริง ๆ ก็รู้สึกขอบคุณอยู่หรอกนะ เพราะใจจริงแล้ว เธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าพี่ชาร์ลหายไปไหน“ชวนมาแล้ว แต่เจ้านั่นบอกว่าติดธุระ” เจย์เดนหันบอกลูกชายคนโต ก่อนจะบ่นพึมพำกับตัวเองต่อ “สงสัยเจ้านั่นคงนัดสาวที่ไหนไว้ล่ะสิท่า”คำพูดนั้นทำให้ใจเรย์เน่เต้นระส่ำไม่เป็นท่า ความรู้สึกวาบหวิวเข้าก่อกุมจิตใจอย่างบอก

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 6

    หลังจากเปิดเทอมและต้องกลับมาอยู่ที่หอพักประจำโรงเรียน ปีนี้ถือเป็นชั้นปีสุดท้าย และเธอจะต้องตั้งใจอ่านหนังสือสอบเพื่อให้เรียนจบ แต่มันก็ไม่ได้ขัดขวางการหาข้ออ้างที่จะได้คุยกับพี่ชาร์ลของเธอเลยคนอย่างคุณหนูเรย์เน่ซะอย่าง...Reyne B: [พี่ชาร์ล คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ]Reyne B: [แล้วคุณแม่ล่ะ]วันนี้หยิบเรื่องพ่อมาอ้างสินะ ก่อนหน้านี้เขายอมรับว่าที่ให้ข้อมูลการติดต่อเธอไปนั้นก็เพราะเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัยของเธอนั่นแหละ บางครั้งเขาก็แอบมายืนอยู่บนคุกราบ้านช่องที่อยู่ตรงข้ามกับหอพักของเธอด้วยแต่พอเจอทักษะการชวนคุยของเธอเข้าไป เป้าหมายในการตอบแชทนั้นก็เริ่มเปลี่ยนไปในทางอื่นแทนใบหน้าหล่อที่โดยปกติมักจะนิ่งขรึม เริ่มแอบกระตุกยิ้มเป็นครั้งคราวเมื่ออ่านข้อความจากเธอCharles K: [วันนี้ท่านชายไม่มีงานอะไรเป็นพิเศษครับ เข้าบริษัทช่วงเช้า ช่วงบ่ายก็กลับมาอยู่ที่คฤหาสน์กับท่านหญิงลินินแล้ว]ดูเหมือนจะเป็นการตอบตามหน้าที่แบบถามคำตอบคำ แต่อันที่จริงในใจก็รู้สึกแปลกอยู่ไม่น้อย ไม่เพียงแค่เขาเท่านั้นที่รับรู้ได้ถึงความแปลกนี้ แต่ผู้ช่วยเลขาอย่าง โนอาห์ เองก็จับสังเกตได้เช่นกัน“แปลกจังเลยนะครับ”“?

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 5

    หลังจากวันนั้น ชีวิตแต่ละวันของชาร์ลก็ดูจะยุ่งขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพราะงานประจำที่ทำอยู่นั้นหนักเกินไปหรอก แต่ช่วงนี้ดูเหมือนจะมีใครบางคนคอยตามวอแวเขาเป็นพิเศษและวันนี้ก็เช่นกัน เสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดินบันไดของคฤหาสน์ ก่อนจะปรากฏภาพร่างบางที่กำลังเดินลงมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเธอมุ่งตรงสู่ห้องทานอาหารเหมือนที่เคยทำเป็นประจำทุกวัน แต่ในวันนี้ เมื่อเห็นร่างสูงที่นั่งจัดการอาหารเช้าอยู่บนโต๊ะพอดิบพอดี ก็ถึงกับลอบยิ้มอย่างอดไม่อยู่ขาเรียวรีบก้าวจ้ำ ๆ ยาว ๆ เข้าไปใกล้อีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีวายตาของใครบางคนกำลังจับจ้องเขาราวกับเป้าหมายที่มีไว้พุ่งชนอย่างไรอย่างนั้น จนกระทั่งมือเรียวดึงเก้าอี้ที่อยู่ข้างเขาออก แล้วทิ้งตัวนั่งลงถัดจากกัน“เอ่อ อรุณสวัสดิ์ครับคุณหนู” หันมาเห็นคนที่นั่งลงข้าง ๆ ชาร์ลก็แทบสำลัก ‘ที่ประจำปกติของเธอก็นั่งฝั่งนู้น แล้วทำไมวันนี้มานั่งตรงนี้กันนะ’บางทีอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ เขาอาจจะแค่คิดมากไปก็เท่านั้น คิดได้ดังนั้นชาร์ลก็ละสายตาจากร่างบางแล้วจัดการมื้อเช้าต่อ“คิดว่าถ้าสวนหลังคฤหาสน์มีดอกไม้กับต้นไม้สวย ๆ กว่านี้จะเป็นยังไงคะ” เรย์เน่เอ่ยเสียงใส พร้

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 4

    หลังจากทั้งคู่รอดมาได้หวุดหวิด ชาร์ลก็ยังทำใจให้สงบไม่ได้ ด้วยความที่คิดไม่ตกว่ากลุ่มคนพวกนั้นรับใช้ตระกูลใดกันแน่ หรือบางทีอาจจะเป็น...เจ้าพวกนั้น...พวกคนที่มาถล่มคฤหาสน์คลินตันครั้งเมื่อเขายังเยาว์วัย ยิ่งคิดถึงเรื่องราวในวันนั้นเขาก็ยิ่งหวั่นใจเข้าไปใหญ่ ถึงแม้ว่าคนพวกนั้นจะโดนเนรเทศไปแล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันก็ไม่รู้ว่าจะขยับขยายวงศ์ตระกูลไปถึงไหนแล้วและบางที อาจจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าหลายร้อยปีก่อนก็เป็นได้“เรื่องวันนี้ อย่าเพิ่งแจ้งท่านชายเจย์เดน” เขายังย้ำกับผู้ช่วยเลขาอย่างโนอาห์ด้วย ไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะโดนต่อว่าอะไรหรอก...แต่เขายังยืนยันให้แน่ชัดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครกันแน่ และหากเปิดประเด็นนี้ออกไป ด้วยนิสัยของท่านชายเจย์เดนแล้ว คงไม่อาจรีรอที่จะสืบหาตัวพวกมันแน่ และเขาก็กลัวว่ามันอาจจะกลายเป็นเรื่องบาดหมางระหว่างตระกูลแวมไพร์ด้วยเพราะฉะนั้นหากจะรายงาน ก็ต้องมั่นใจให้แน่ชัดเสียก่อนส่วนโนอาห์ก็ได้แต่พยักหน้ายอมทำตามที่ชาร์ลบอก ด้วยความที่คนตรงหน้าเขานั้นเติบโตมาพร้อมกับท่านชายเจย์เดน จึงถือได้ว่าชาร์ลเองก็เป็นบุคคลสำคัญของตระกูลแบรดฟอร์ดที่เขาควรให้ความเคารพไม่ต่างกันหลังจากพ

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 2

    หลังจากพวกหนุ่ม ๆ แข่งสเก็ตน้ำแข็งกันเสร็จแล้ว ก็พากันไปทานอาหารในร้านเลื่องชื่อแห่งหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่า เมื่อครู่จะมีแค่เคย์ลิสกับไลเอนน์แข่งกันอยู่สองคนเสียมากกว่า เพราะเจย์เนส พี่ชายคนโตสุด เหมือนจะต้องดูแลเพื่อนสาวของเขาตอนเล่นสเก็ตแทนน่ะสิทุกคนนั่งลงบนโต๊ะไม้ยาว ก่อนที่ท่านหญิงลินิน จะเป็นฝ่า

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 1

    นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอได้พบกับเขา ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปยังชายหนุ่มกำลังเดินผ่านพ้นเข้ามาทางประตูรั้วคฤหาสน์ด้วยท่าทางสุขุมเช่นทุกครั้งชาร์ลยืนมองสวนกว้างหลังคฤหาสน์ ไม่ได้มาเหยียบที่นี่เกือบหลายสิบปี นับตั้งแต่ท่านชายและท่านหญิงลินินคลอดลูกฝาแฝดออกมา เขาก็ต้องรีบไปศึกษาต่อและบริหารงานที่ต่างประเทศแ

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทนำ

    ร่างสูงก้าวไปตามทางเดินอาคารสนามบินของฝั่งผู้โดยสารขาเข้าประเทศ และเพียงไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงใครคนหนึ่งเอ่ยเรียกชื่อของตน“สวัสดีครับคุณชาร์ล ผมเป็นผู้ช่วยเลขาของท่านชายเจย์เดน ท่านชายวานให้ผมมารับครับ” ว่าจบอีกฝ่ายก็ตรงเข้ามารับสัมภาระของอีกคนไปถือไว้สายตาคมปรายมองเล็กน้อยก่อนจะทำเพียงแค่พยักหน้

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   ทำความรู้จัก

    ข้อควรรู้เกี่ยวกับจักรวาลแวมไพร์ By ไรท์มิน(กรุณาอ่านเพื่อความเข้าใจตรงกันนะค้าบคุณรี้ดที่รัก)1. แวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ จะโตเต็มวัยที่อายุยี่สิบปี ใบหน้าจะคงความอ่อนเยาว์หยุดเอาไว้ที่อายุเท่านั้น2. สามารถใช้พลังได้ เคลื่อนไหวได้รวดเร็ว มีความสามารถในการรักษาบาดแผลได้อย่างรวดเร็ว (กรณีที่ไม่ได้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status