Share

บทที่ 5

last update Tanggal publikasi: 2025-10-26 00:30:57

หลังจากวันนั้น ชีวิตแต่ละวันของชาร์ลก็ดูจะยุ่งขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพราะงานประจำที่ทำอยู่นั้นหนักเกินไปหรอก แต่ช่วงนี้ดูเหมือนจะมีใครบางคนคอยตามวอแวเขาเป็นพิเศษ

และวันนี้ก็เช่นกัน เสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดินบันไดของคฤหาสน์ ก่อนจะปรากฏภาพร่างบางที่กำลังเดินลงมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

เธอมุ่งตรงสู่ห้องทานอาหารเหมือนที่เคยทำเป็นประจำทุกวัน แต่ในวันนี้ เมื่อเห็นร่างสูงที่นั่งจัดการอาหารเช้าอยู่บนโต๊ะพอดิบพอดี ก็ถึงกับลอบยิ้มอย่างอดไม่อยู่

ขาเรียวรีบก้าวจ้ำ ๆ ยาว ๆ เข้าไปใกล้อีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีวายตาของใครบางคนกำลังจับจ้องเขาราวกับเป้าหมายที่มีไว้พุ่งชนอย่างไรอย่างนั้น จนกระทั่งมือเรียวดึงเก้าอี้ที่อยู่ข้างเขาออก แล้วทิ้งตัวนั่งลงถัดจากกัน

“เอ่อ อรุณสวัสดิ์ครับคุณหนู” หันมาเห็นคนที่นั่งลงข้าง ๆ ชาร์ลก็แทบสำลัก ‘ที่ประจำปกติของเธอก็นั่งฝั่งนู้น แล้วทำไมวันนี้มานั่งตรงนี้กันนะ’

บางทีอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ เขาอาจจะแค่คิดมากไปก็เท่านั้น คิดได้ดังนั้นชาร์ลก็ละสายตาจากร่างบางแล้วจัดการมื้อเช้าต่อ

“คิดว่าถ้าสวนหลังคฤหาสน์มีดอกไม้กับต้นไม้สวย ๆ กว่านี้จะเป็นยังไงคะ” เรย์เน่เอ่ยเสียงใส พร้อมจ้องมองเขาด้วยแววตาเป็นประกาย

“ครับ?” ชาร์ลละความสนใจจากอาหารเช้าตรงหน้าอีกครั้ง ท่าทางดูกระอักกระอ่วน เพราะนอกจากท่านชายเจย์เดนแล้ว ก็ไม่ค่อยมีใครขอความเห็นเขาเกี่ยวกับเรื่องอื่นนอกเหนือจากงานสักเท่าไหร่ “เอ่อ...ผมว่าก็ดีครับ”

“งั้นพี่ชาร์ลช่วยคิดหน่อยได้ไหมว่าจะปลูกอะไรดี” เรย์เน่ยิ้มแย้มก่อนจะผายมือไปทางสวนด้านหลัง

ร่างสูงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก “แล้วคุณหนูอยากให้สวนเป็นแบบไหนล่ะครับ”

นี่เขาตายด้านหรือยังไงกันนะ ไม่มีการหยั่งรู้ความคิดในใจของหญิงสาวได้เลยอย่างนั้นเหรอ

‘เรื่องสวนนั้นน่ะก็แค่ข้ออ้างเท่านั้น ส่วนผลที่ต้องการจริง ๆ จากเรื่องนี้ก็คือตัวพี่นั่นแหละ’

“อยากได้เป็นสวนดอกไม้ค่ะ แล้วต้นไม้ก็อยากได้แบบที่ตัดเป็นรูปหัวใจด้วย” ขณะที่กำลังพูดและจินตนาการถึงสวนในฝัน แววตาของเธอก็ดูมุ่งมั่นมาก

“....” ได้ยินแบบนั้น ชาร์ลก็นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดขำพรืดออกมา แววตาคมตวัดมองคนข้าง ๆ ด้วยความเอ็นดู แต่เพียงไม่นานก็ต้องกลับมารักษามาดสงบเอาไว้ดั่งเดิม

เรย์เน่เห็นเขาหัวเราะก็ยิ่งใจชื้น บอกตามตรงเธอไม่ค่อยได้เห็นรอยยิ้มจากเขาสักเท่าไหร่หรอก มีแต่หน้าหล่อ ๆ สวมแว่นที่นิ่งงันอยู่ตลอด “พี่ชาร์ลช่วยหาให้หน่อยนะ”

ไม่ว่าเปล่า มือเรียวยังยกขึ้นสะกิดแขนอีกฝ่ายเป็นเชิงออดอ้อนอีกต่างหาก

“เอ่อ ครับ เอาไว้ถ้าผมว่างจะช่วยหาดูให้แล้วกัน”

นั่นแหละ...ตกปากรับคำแล้ว เรื่องวุ่น ๆ ของคุณเลขาแวมไพร์ก็เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ ณ ตอนนั้น

หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ ชาร์ลก็ขอตัวออกไปที่บริษัทพร้อมกับเจย์เดน และสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ระหว่างทางที่เห็นต้นไม้บนถนนสองข้างทาง เขาก็แอบจินตนาการถึงคำพูดของเรย์เน่พร้อมท่าทางสดใสของเธอที่กำลังบรรยายภาพในสวน

และแล้วรอยยิ้มบาง ๆ ก็ปรากฏขึ้นมาประดับบนใบหน้าหล่ออย่างฉุดไม่อยู่...ต้นไม้รูปหัวใจอย่างนั้นเหรอ ช่างสมกับเป็นเธอที่ดูสดใสจริง ๆ

“เจ้ายิ้มอะไร” และแล้วบรรยากาศในใจก็ถูกขัดขึ้นจากผู้เป็นนายอย่างเจย์เดน แบรดฟอร์ด ที่เอ่ยขึ้นพร้อมท่าทางที่ดูยียวนจนน่าหมั่นไส้

“เอ๊ะ ไม่ได้ยิ้มนะครับ...แสงมันแยงตา” ว่าจบก็ขยับแว่นบนสันจมูกของตัวเองหน่อย ๆ เพื่อเป็นการกลบเกลื่อนให้เนียนขึ้น ในขณะที่เจย์เดนก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ส่งสายตาพินิจเลขาของตน

“ฟิล์มรถออกจะทึบ เจ้าอย่ามาแก้ตัวซะให้ยากเลย” เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ายังนิ่ง ไม่มีปฏิกิริยาอะไรตอบกลับมา เจย์เดนก็ขยับตัวเอนหลังเข้ากับเบาะเหมือนว่ายอมแพ้ในการคาดคั้นนั้นแล้ว แต่แล้วไม่นานเขาก็พูดขึ้นลอย ๆ “มีสาวแน่ ๆ”

“ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย” ชาร์ลเอ่ยค้านสุดตัว พร้อมสีหน้าที่ดูไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น อันที่จริง สิ่งนี้เป็นหนึ่งในความสามารถของเขาเลยนะ การดึงสีหน้าให้คนภายนอกไม่สามารถหยังรู้จิตใจของตนได้เนี่ย

แต่สิ่งนี้มันใช้ไม่ได้กับเจย์เดนที่โตมาด้วยกันกับเขา

“เจ้าดึงหน้านิ่งไปก็ไม่ช่วยอะไรหรอก ข้ามั่นใจว่าต้องมีแน่ ๆ”

เพราะปกติแล้วเจ้านี่เงียบขรึมจะตายไป นาน ๆ ทีจะมีอาการแบบนี้ และทุกครั้งที่เป็นแบบนั้นก็จะถูกจับได้ว่ากำลังแอบคบหากับใครอยู่ตลอด

ชาร์ลที่ได้ยินแบบนั้นก็ส่ายศีรษะไปมาอย่างหน่าย ๆ สาวที่ไหนกันเล่า ก็แค่...แค่เอ็นดูคุณหนูก็เท่านั้นเอง

‘แต่จะว่าไป...เมื่อกี้นี้เราหลุดยิ้มจริงเหรอเนี่ย’ แม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังไม่อยากเชื่อเลยด้วยซ้ำ นี่เขากำลังโดนตกโดยไม่รู้ตัวอยู่หรือเปล่านะ

‘อย่ายุ่งกับเขา’

เอาอีกแล้ว ภาพชวนใจสั่นวนกลับเข้ามาอีกแล้วสิ ให้ตายเถอะ ทำไมเธอต้องทำแบบนั้นด้วยนะ

ว่าแต่...เรื่องในวันนั้นน่ะ เขายังคิดไม่ตกอยู่ตลอดเลยว่าพวกมันต้องการอะไรกันแน่ แล้วแบบนี้เขาจะวางใจตอนที่คุณหนูกลับเข้าไปอยู่หอพักที่โรงเรียนได้ไหมเนี่ย

          หลายวันผ่านไป

เรย์เน่เริ่มแผนรุกอีกฝ่ายที่ด้นสดด้วยความแยบยล จนคนที่เป็นเป้าหมายแทบจะไม่ทันรู้ตัวเลยด้วยซ้ำ หรือเปล่านะ(?)

“พี่ชาร์ล พาเรย์เน่ไปซื้อของได้ไหมคะ เอ่อ...แค่ไปส่งก็ได้”

“แต่ผมว่า ช่วงนี้คุณหนูยังไม่ควรออกไปข้างนอกนะครับ มันอันตราย วันก่อนก็เพิ่งเกิดเรื่องไปด้วย” เสียงนิ่งเรียบดูจริงจังมาก และเหมือนจะแอบมีความดุหน่อย ๆ ด้วย

อย่างที่บอกว่าเขายังไม่มั่นใจว่าคนพวกนั้นต้องการสิ่งใดกันแน่ ถึงได้บุกเข้ามาโจมตีกันซึ่งหน้าแบบนั้น หากพาเธอออกไปด้วย ก็มีแต่จะพาไปเสี่ยงอันตรายเปล่า ๆ

ได้รับคำตอบแบบนั้นเรย์เน่ก็เบะปากหงอย ๆ ดูเหมือนแผนการนี้จะล้มเหลวไม่เป็นท่าซะแล้วสิ แบบนี้จะทำอย่างไรดีล่ะ จะใช้ข้ออ้างอะไรที่จะได้อยู่ใกล้พี่เขาได้ เฮ้อ ขอเวลาอยู่ด้วยกันแค่สักวันก็ยังดี แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็ยังคิดไม่ตก

กระทั่งหลายวันต่อมาก็ถึงเวลาที่เธอจะต้องกลับไปอยู่หอพักที่โรงเรียนพร้อมกับเจย์เนส พี่ชายฝาแฝดของเธอแล้ว

มันทำให้เธอรู้สึกซึมเล็กน้อยเมื่อคิดว่าตัวเองจะไม่ได้เห็นหน้าหล่อ ๆ ของพี่ชาร์ลทุกเช้าเย็นเหมือนอย่างเคย แต่สิ่งที่ทำให้เธอยิ้มออกมาได้ในที่สุด ก็เป็นเพราะเขาจะต้องเป็นฝ่ายไปส่งถึงที่โรงเรียน

“ตั้งใจเรียนนะ” ลินินกับเจย์เดนมาบอกลาลูก ๆ ก่อนที่จะส่งทั้งคู่ขึ้นมานั่งบนรถตู้

เมื่อก้าวขึ้นมา เรย์เน่ก็เห็นว่าชาร์ลนั่งอยู่ตรงเบาะหลังคนขับติดริมหน้าต่างพอดี พร้อมเหลือบมองเจย์เนสอีกครั้งเหมือนว่าดูท่าที และเมื่อเห็นว่าพี่ชายฝาแฝดเดินตรงไปนั่งตรงท้ายรถด้านหลังสุด เธอก็ยิ้มออกมา

ได้การล่ะ นี่แหละโอกาสสุดท้าย ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะ ยัยเรย์เน่!

คิดแล้วเธอก้าวไปทิ้งตัวนั่งลงบนเบาะข้าง ๆ โดยเว้นระยะห่างถัดจาดเขาเอาไว้ประมาณหนึ่งเบาะ เพื่อไม่ให้ดูเหมือนว่าตัวเองรุกล้ำจนเกินไป(?)

“พี่ชาร์ล เรย์เน่ขอข้อมูลติดต่อพี่หน่อยได้ไหมคะ” ไม่รุกล้ำแบบใดกันเนี่ย

ชาร์ลได้ยินแบบนั้นก็หันมองเธอด้วยสายตานิ่ง ๆ สักครู่ ก่อนจะยื่นมือไปกดข้อมูลการติดต่อของตนให้โดยไม่พูดอะไรสักคำ

เกินคาด...ได้มาด้วย...

“เอ่อ คือ...เผื่อจะคุยเรื่องต้นไม้ในสวนกันไงคะ” แก้ตัวเผื่อเอาไว้ก่อน

“ครับ...” ตอบเพียงเท่านั้นแล้วหันไปสนใจวิวนอกรถต่อ เหมือนเขาไม่ได้สนใจข้อแก้ตัวที่เธอหยิบมาอ้างเลย

ระหว่างทางอยู่บนรถ เรย์เน่ก็รู้สึกว่าแดดเริ่มส่องโดนตัวเองนานพอสมควรแล้ว หากยังนั่งอยู่ตรงนี้ต่อไป มีหวังผิวพุพองแน่เลย

แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ขยับหนี เงาของมือหนาจากร่างสูงที่นั่งติดริมหน้าต่าง ก็ยกขึ้นบดบังแสงที่สาดลงบนผิวกายเธอเสียก่อน

อะไรกันเนี่ย ทำเหมือนจะไม่สนใจแต่ก็สนใจอย่างนั้นเหรอ โอ๊ย แย่แล้ว ทำแบบนี้ได้ยังไง มันทำให้ยิ่งหลงนะรู้ไหม เรย์เน่คิดในใจระหว่างที่เหลือบมองอีกฝ่าย ทั้งที่เขาไม่ได้หันมองเธอด้วยซ้ำ แต่มือก็ยังยกบังแสงแดดให้เธอได้ตรงตำแหน่งอยู่ตลอดทาง

ไม่นาน รถก็ขับเคลื่อนมาจนถึง เซนต์โยเซีย อะคาเดมี ที่คุ้นเคย ซึ่งเป็นโรงเรียนของเหล่าลูกหลานแวมไพร์ที่เรียนปะปนอยู่ร่วมกับลูกหลานของมนุษย์ที่มาจากตระกูลชนชั้นสูง

อันที่จริง การมีอยู่ของพวกเขาก็ยังไม่ถือว่าเปิดเผยตัวตนต่อโลกมนุษย์ขนาดนั้นหรอก แต่การมีโรงเรียนแห่งนี้ก็นับเป็นอุบัติการณ์ของโลกแวมไพร์ที่จะสามารถปรับตัวให้เข้ากับมนุษย์ได้มากขึ้น

เนื่องจากตระกูลเก่าแก่พวกนี้ย่อมทราบถึงการมีอยู่ของพวกแวมไพร์มาตั้งแต่สมัยบรรพกาล แต่หากนำไปเล่าให้โลกภายนอกที่สมัยนี้วิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้าแล้ว มีหวังคงโดนหัวเราะเยาะแน่

ชาร์ลก้าวลงจากรถไปพร้อมกับทั้งสองคนเพื่อเป็นการส่งให้ถึงที่หมาย แต่แล้วอยู่ ๆ ร่างสูงของเจย์เนสก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ใกล้น้องสาวของตัวเอง ก่อนจะกระแอมไอเล็ก ๆ

“อะแฮ่ม”

“อะไร” เรย์เน่กระซิบเบา ๆ ให้ได้ยินเพียงแค่เธอกับพี่ชายพร้อมขมวดคิ้วใส่เขา

เจย์เนสเห็นแบบนั้นก็ทำหน้านิ่งยักไหล่ และถึงจะไม่ได้พูดอะไร แต่สายตาของเขาที่หรี่มองน้องสาวนั้นเหมือนกำลังจะบ่งบอกเป็นนัยอยู่แล้วว่า ‘คิดว่าฉันมองไม่ออกอย่างนั้นเหรอ’

ยัยนี่จ้องจะจีบพี่ชาร์ลชัวร์ ๆ เลย เพราะปกติแล้วเธอสนใจติดต่อกับเลขาของคุณพ่อซะเมื่อไหร่กัน ทีกับคุณโนอาห์ยังไม่เห็นสุงสิงด้วยเลย

แต่ก็อย่างว่าแหละนะ ใครใช้ให้พี่ชาร์ลหล่อเท่ห์ขนาดนี้กันเล่า ขนาดเจย์เนสที่เป็นผู้ชายยังมองว่าพี่ชาร์ลหล่อเลย แต่ก็อยากจะไว้อาลัยให้พี่เขาสักหน่อยละนะ เพราะเวลาน้องสาวของเขาต้องการอะไรแล้ว เธอมักจะได้มาครอบครองตลอดเลยเนี่ยสิ

“หอพักคุณหนูอยู่ตรงไหนเหรอครับ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมข้าวของเต็มไม้เต็มมือที่เตรียมช่วยถือยกไปให้

แต่แล้วเรย์เน่ก็โบกไม้โบกมือก่อน “ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวเรย์เน่ยกขึ้นไปเองได้” พร้อมยื่นมือเข้าไปเตรียมจะคว้าของกลับมาถือเอง

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมไปส่งเอง คุณหนูนำทางไปเลย” ดูเหมือนอีกฝ่ายก็จะไม่ยอมปล่อยง่าย ๆ ด้วยเนี่ยสิ แล้วสุดท้ายเรย์เน่ก็ต้องเดินพาเขาขึ้นหอพักไปด้วยกัน

แต่นี่ถือเป็นข้อยกเว้นแค่ช่วงวันที่เปิดและปิดภาคการศึกษาที่จะอนุญาตให้บุคคลภายนอกขึ้นไปบนหอพักของนักเรียนได้

‘ทำไมใส่ใจจังเลย...’ เรย์เน่เริ่มเพ้ออีกครั้ง ระหว่างที่มองร่างสูงวางของลงบนโต๊ะของเธอแล้วนำออกมาช่วยจัดวางให้

แต่ที่เขาถือโอกาสขึ้นมาบนห้องนอนเรย์เน่นั้นบ่อมมีเหตุผลอยู่แล้วล่ะ นอกเหนือจากอยากขึ้นมาส่งแล้ว ยังอยากดูเรื่องความปลอดภัยของหอพักโรงเรียนด้วย

ขณะที่เรย์เน่กำลังจัดของให้เข้าที่ ชาร์ลก็เดินสำรวจห้องของเธอไปเรื่อย สำรวจแม้กระทั่งระเบียงห้อง และความสูงของรั้วโรงเรียนที่ล้อมอยู่ข้างนอกด้วย

ดูจากความสูงแล้ว หากเป็นมนุษย์ทั่วไปคงยากที่จะปีนเข้ามา แต่ถ้าเป็นเจ้าแวมไพร์พวกนั้นมันก็ไม่แน่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการจะปีนขึ้นมาบนระเบียงหอพักของเรย์เน่...

         

ใช่แล้ว เขายังเป็นกังวลว่าเจ้าพวกนั้นจะตามรอยเรย์เน่มาถึงโรงเรียนได้

หลังจากกลับลงมาถึงข้างล่างแล้ว เขาก็ตรงเข้าไปคุยกับครูใหญ่ทันที “โรงเรียนของเรามีมาตรการรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว ไม่ต้องเป็นกังวลไปครับ”

ร่างสูงได้ยินแบบนั้นก็นิ่งไปราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะน้อมศีรษะให้ครูใหญ่แล้วเดินกลับออกไปพร้อมกับสีหน้าที่ไม่ได้แสดงออกอะไรเลย

นั่นทำให้ไม่มีใครทราบว่าเขากำลังนึกคิดสิ่งใด ครูใหญ่ที่มองตามแผ่นหลังของเขาที่กำลังห่างออกไปก็พึมพำกับตัวเอง “สรุปว่าเขาพอใจหรือเปล่าน่ะ ไม่เห็นตอยอะไรมาเลย” ก่อนจะส่ายศีรษะไปมา “ไม่ไหวเลยจริง ๆ นะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 9

    ร่างบางนั่งคร่อมอยู่บนตัวเขาอย่างไม่ยอมแพ้ มือเรียวขยับซุกซนไต่ไปตามแผงอกของชาร์ล จนกระทั่งเริ่มเล่นกับกระดุมเสื้อของเขา เสียงกระดุมดังแกร่ก ด้วยเพราะเล็บที่เขี่ยมันไปมาจนสุดท้ายกระดุมเม็ดบนก็หลุดออกนั่นทำให้ร่างสูงที่กำลังรู้สึกเหมือนสมองตัวเองขาวโพลนไปหมดเริ่มสะดุ้งและดึงสติตัวเองกลับมาได้ในที่สุด“หยุด” เสียงเข้มเอ่ยเหมือนคำสั่งชี้ขาด แต่มีหรือที่คนเมาจะฟังรู้เรื่อง ฟังไม่ได้ศัพท์แถมยังเล่นปูไต่บนตัวเขาไปเรื่อย ๆ อีกต่างหาก“เรย์เน่ หยุด” มือหนารีบคว้าจับมือของเธอเอาไว้เพื่อไม่ให้เล่นซุกซนและสะกิดต่อมอันตรายมากไปกว่านี้เมื่อถูกเรียกชื่อ เรย์เน่ก็ชะงักไปครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นจากบริเวณซอกคอของเขา ก่อนจะชายตาสบกับคนที่ยังนอนอยู่ใต้ร่างในที่สุด สายตาหวานหยาดเยิ้มจ้องมองไปทำให้ร่างสูงแอบลอบกลืนน้ำลายอีกครั้ง ดวงหน้าหล่อที่ปกติจะเรียบเฉยเริ่มขึ้นสีจนแทบซ่อนไม่อยู่แล้วในจังหวะต่อมา คนตัวโตกว่าก็รวบรวมแรงทั้งหมดแล้วพาให้ร่างบางพลิกลงไปนอนราบกับพื้นเตียงอย่างนุ่มนวล ก่อนจะก้มตัวทับร่างเล็ก มิหนำซ้ำยังตรึงแขนทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ ด้วยกลัวว่าเจ้าตัวจะทำอะไรที่มันสุ่มเสี่ยงอีกเรย์เน่สะ

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 8

    เสียงดนตรีคลออยู่ในงาน ท่ามกลางแขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความยินดีและมอบของขวัญให้กับคู่บ่าวสาว และก่อนที่เชอรีนจะเดินจากไป ชาร์ลก็ยื่นกล่องของขวัญใบเล็กไปให้เธอด้วยท่าทางสงบนิ่งตามสไตล์ของตัวเองเพียงแต่ว่า ไม่ได้มีถ้อยคำแสดงความยินดีใด ๆ หลุดออกจากปากของเขาเลยแม้แต่น้อย ก็เขาไม่ได้ยินดีสักหน่อย เป็นฝ่ายโดนทิ้งโดยให้เหตุผลว่าเลือกอนาคนที่ดีกว่าตัวเอง ต้องแสดงความยินดีด้วยหรือไงกันและคนอย่างเขา จะให้ปั้นสีหน้าแล้วแสร้งพูดออกมาก็คงทำไม่ได้หรอกในขณะที่เชอรีนก็ยืนรอเขาพูดคำนั้น แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเพียงแค่ยื่นกล่องของขวัญมาให้ เธอก็ได้แต่ยกยิ้มเจื่อนแล้วแล้วยื่นมือไปรับกล่องของขวัญด้วยความจำใจ “ขอบคุณนะ”หลังจากนั้นเธอก็เดินจากโต๊ะของเขาไปเพื่อไปหาแขกคนอื่นต่อ แต่ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า ตอนที่มองหน้าเธอแววตายังดูอาลัยอาวรณ์เขาอย่างไรไม่รู้อะไรกัน ไหนว่าเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองไง แล้วทำไมถึงทำหน้าทำตาแบบนั้นล่ะแต่ก่อนที่ความคิดจะเริ่มไหลไปไกล บางอย่างก็ขัดจังหวะความคิดของเขาเข้าเสียก่อนติ๊งมือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาอ่านReyne B: [ขอตัวกลับก่อนนะคะ พอ

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 7

    เปิดเทอมได้ไม่นาน ช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ ทางบ้านก็มารับเพื่อพาลูก ๆ ออกไปเที่ยวพักผ่อน ก่อนจะมีการสอบปลายภาคเพื่อจบภาคการศึกษาในปีสุดท้าย“มากันแค่นี้เหรอคะ” เรย์เน่สำรวจมองทั่วรถ ก่อนจะพบว่ามีเพียงคนขับรถ พ่อแม่ และพวกพี่น้องของเธอเท่านั้น ไม่มีคนที่เธอเฝ้ารอว่าจะได้เจอเลย...“พี่หมายความว่ายังไงว่ามาแค่นี้ ปกติตอนไปเที่ยวก็มีพวกเราสี่คนแล้วก็พ่อแม่อยู่แล้วหนิ” เคย์ลิสถามขึ้น สีหน้าดูสงสัยไม่ต่างจากไลเอนน์ที่พยักกหน้าเห็นด้วยกับคำถามของคู่แฝดตัวเอง“อะ...เปล่า...ไม่มีอะไรหรอก”“พี่ชาร์ลไม่ได้มาด้วยเหรอครับ” เป็นเจย์เนส พี่ชายคนโตซึ่งเป็นคู่แฝดของเธอเปรยขึ้นมาให้ ราวกับอ่านใจน้องสาวตัวเองได้อย่างไรอย่างนั้นเรย์เน่ได้ยินแบบนั้นก็ปรายสายตาดุ ๆ ส่งไปทางเขา เพราะกลัวว่าความลับจะถูกเปิดโปง แต่จริง ๆ ก็รู้สึกขอบคุณอยู่หรอกนะ เพราะใจจริงแล้ว เธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าพี่ชาร์ลหายไปไหน“ชวนมาแล้ว แต่เจ้านั่นบอกว่าติดธุระ” เจย์เดนหันบอกลูกชายคนโต ก่อนจะบ่นพึมพำกับตัวเองต่อ “สงสัยเจ้านั่นคงนัดสาวที่ไหนไว้ล่ะสิท่า”คำพูดนั้นทำให้ใจเรย์เน่เต้นระส่ำไม่เป็นท่า ความรู้สึกวาบหวิวเข้าก่อกุมจิตใจอย่างบอก

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 6

    หลังจากเปิดเทอมและต้องกลับมาอยู่ที่หอพักประจำโรงเรียน ปีนี้ถือเป็นชั้นปีสุดท้าย และเธอจะต้องตั้งใจอ่านหนังสือสอบเพื่อให้เรียนจบ แต่มันก็ไม่ได้ขัดขวางการหาข้ออ้างที่จะได้คุยกับพี่ชาร์ลของเธอเลยคนอย่างคุณหนูเรย์เน่ซะอย่าง...Reyne B: [พี่ชาร์ล คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ]Reyne B: [แล้วคุณแม่ล่ะ]วันนี้หยิบเรื่องพ่อมาอ้างสินะ ก่อนหน้านี้เขายอมรับว่าที่ให้ข้อมูลการติดต่อเธอไปนั้นก็เพราะเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัยของเธอนั่นแหละ บางครั้งเขาก็แอบมายืนอยู่บนคุกราบ้านช่องที่อยู่ตรงข้ามกับหอพักของเธอด้วยแต่พอเจอทักษะการชวนคุยของเธอเข้าไป เป้าหมายในการตอบแชทนั้นก็เริ่มเปลี่ยนไปในทางอื่นแทนใบหน้าหล่อที่โดยปกติมักจะนิ่งขรึม เริ่มแอบกระตุกยิ้มเป็นครั้งคราวเมื่ออ่านข้อความจากเธอCharles K: [วันนี้ท่านชายไม่มีงานอะไรเป็นพิเศษครับ เข้าบริษัทช่วงเช้า ช่วงบ่ายก็กลับมาอยู่ที่คฤหาสน์กับท่านหญิงลินินแล้ว]ดูเหมือนจะเป็นการตอบตามหน้าที่แบบถามคำตอบคำ แต่อันที่จริงในใจก็รู้สึกแปลกอยู่ไม่น้อย ไม่เพียงแค่เขาเท่านั้นที่รับรู้ได้ถึงความแปลกนี้ แต่ผู้ช่วยเลขาอย่าง โนอาห์ เองก็จับสังเกตได้เช่นกัน“แปลกจังเลยนะครับ”“?

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 5

    หลังจากวันนั้น ชีวิตแต่ละวันของชาร์ลก็ดูจะยุ่งขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพราะงานประจำที่ทำอยู่นั้นหนักเกินไปหรอก แต่ช่วงนี้ดูเหมือนจะมีใครบางคนคอยตามวอแวเขาเป็นพิเศษและวันนี้ก็เช่นกัน เสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดินบันไดของคฤหาสน์ ก่อนจะปรากฏภาพร่างบางที่กำลังเดินลงมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเธอมุ่งตรงสู่ห้องทานอาหารเหมือนที่เคยทำเป็นประจำทุกวัน แต่ในวันนี้ เมื่อเห็นร่างสูงที่นั่งจัดการอาหารเช้าอยู่บนโต๊ะพอดิบพอดี ก็ถึงกับลอบยิ้มอย่างอดไม่อยู่ขาเรียวรีบก้าวจ้ำ ๆ ยาว ๆ เข้าไปใกล้อีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีวายตาของใครบางคนกำลังจับจ้องเขาราวกับเป้าหมายที่มีไว้พุ่งชนอย่างไรอย่างนั้น จนกระทั่งมือเรียวดึงเก้าอี้ที่อยู่ข้างเขาออก แล้วทิ้งตัวนั่งลงถัดจากกัน“เอ่อ อรุณสวัสดิ์ครับคุณหนู” หันมาเห็นคนที่นั่งลงข้าง ๆ ชาร์ลก็แทบสำลัก ‘ที่ประจำปกติของเธอก็นั่งฝั่งนู้น แล้วทำไมวันนี้มานั่งตรงนี้กันนะ’บางทีอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ เขาอาจจะแค่คิดมากไปก็เท่านั้น คิดได้ดังนั้นชาร์ลก็ละสายตาจากร่างบางแล้วจัดการมื้อเช้าต่อ“คิดว่าถ้าสวนหลังคฤหาสน์มีดอกไม้กับต้นไม้สวย ๆ กว่านี้จะเป็นยังไงคะ” เรย์เน่เอ่ยเสียงใส พร้

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 4

    หลังจากทั้งคู่รอดมาได้หวุดหวิด ชาร์ลก็ยังทำใจให้สงบไม่ได้ ด้วยความที่คิดไม่ตกว่ากลุ่มคนพวกนั้นรับใช้ตระกูลใดกันแน่ หรือบางทีอาจจะเป็น...เจ้าพวกนั้น...พวกคนที่มาถล่มคฤหาสน์คลินตันครั้งเมื่อเขายังเยาว์วัย ยิ่งคิดถึงเรื่องราวในวันนั้นเขาก็ยิ่งหวั่นใจเข้าไปใหญ่ ถึงแม้ว่าคนพวกนั้นจะโดนเนรเทศไปแล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันก็ไม่รู้ว่าจะขยับขยายวงศ์ตระกูลไปถึงไหนแล้วและบางที อาจจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าหลายร้อยปีก่อนก็เป็นได้“เรื่องวันนี้ อย่าเพิ่งแจ้งท่านชายเจย์เดน” เขายังย้ำกับผู้ช่วยเลขาอย่างโนอาห์ด้วย ไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะโดนต่อว่าอะไรหรอก...แต่เขายังยืนยันให้แน่ชัดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครกันแน่ และหากเปิดประเด็นนี้ออกไป ด้วยนิสัยของท่านชายเจย์เดนแล้ว คงไม่อาจรีรอที่จะสืบหาตัวพวกมันแน่ และเขาก็กลัวว่ามันอาจจะกลายเป็นเรื่องบาดหมางระหว่างตระกูลแวมไพร์ด้วยเพราะฉะนั้นหากจะรายงาน ก็ต้องมั่นใจให้แน่ชัดเสียก่อนส่วนโนอาห์ก็ได้แต่พยักหน้ายอมทำตามที่ชาร์ลบอก ด้วยความที่คนตรงหน้าเขานั้นเติบโตมาพร้อมกับท่านชายเจย์เดน จึงถือได้ว่าชาร์ลเองก็เป็นบุคคลสำคัญของตระกูลแบรดฟอร์ดที่เขาควรให้ความเคารพไม่ต่างกันหลังจากพ

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 3

    “รออยู่ในรถก่อนครับ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นจากข้างนอกรถ เรย์เน่เงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะพบว่าเป็นร่างสูงที่เพิ่งแยกจากกันตรงจุดขึ้นรถเมื่อครู่นี่เอง“พี่ชาร์ล...”ว่าจบเขาก็ใช้พลังทำให้ประตูรถล็อคปิดตายจากข้างใน แล้วเดินไปตรงที่ผู้ช่วยถูกลากไปกองกับพื้น ร่างสูงย่อตัวลงสำรวจความปลอดภัยของเพื่อนร่วมงาน แต

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 2

    หลังจากพวกหนุ่ม ๆ แข่งสเก็ตน้ำแข็งกันเสร็จแล้ว ก็พากันไปทานอาหารในร้านเลื่องชื่อแห่งหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่า เมื่อครู่จะมีแค่เคย์ลิสกับไลเอนน์แข่งกันอยู่สองคนเสียมากกว่า เพราะเจย์เนส พี่ชายคนโตสุด เหมือนจะต้องดูแลเพื่อนสาวของเขาตอนเล่นสเก็ตแทนน่ะสิทุกคนนั่งลงบนโต๊ะไม้ยาว ก่อนที่ท่านหญิงลินิน จะเป็นฝ่า

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 1

    นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอได้พบกับเขา ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปยังชายหนุ่มกำลังเดินผ่านพ้นเข้ามาทางประตูรั้วคฤหาสน์ด้วยท่าทางสุขุมเช่นทุกครั้งชาร์ลยืนมองสวนกว้างหลังคฤหาสน์ ไม่ได้มาเหยียบที่นี่เกือบหลายสิบปี นับตั้งแต่ท่านชายและท่านหญิงลินินคลอดลูกฝาแฝดออกมา เขาก็ต้องรีบไปศึกษาต่อและบริหารงานที่ต่างประเทศแ

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   ทำความรู้จัก

    ข้อควรรู้เกี่ยวกับจักรวาลแวมไพร์ By ไรท์มิน(กรุณาอ่านเพื่อความเข้าใจตรงกันนะค้าบคุณรี้ดที่รัก)1. แวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ จะโตเต็มวัยที่อายุยี่สิบปี ใบหน้าจะคงความอ่อนเยาว์หยุดเอาไว้ที่อายุเท่านั้น2. สามารถใช้พลังได้ เคลื่อนไหวได้รวดเร็ว มีความสามารถในการรักษาบาดแผลได้อย่างรวดเร็ว (กรณีที่ไม่ได้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status