Share

บทที่ 9

last update Last Updated: 2026-02-03 02:21:53

ร่างบางนั่งคร่อมอยู่บนตัวเขาอย่างไม่ยอมแพ้ มือเรียวขยับซุกซนไต่ไปตามแผงอกของชาร์ล จนกระทั่งเริ่มเล่นกับกระดุมเสื้อของเขา เสียงกระดุมดังแกร่ก ด้วยเพราะเล็บที่เขี่ยมันไปมาจนสุดท้ายกระดุมเม็ดบนก็หลุดออก

นั่นทำให้ร่างสูงที่กำลังรู้สึกเหมือนสมองตัวเองขาวโพลนไปหมดเริ่มสะดุ้งและดึงสติตัวเองกลับมาได้ในที่สุด

“หยุด” เสียงเข้มเอ่ยเหมือนคำสั่งชี้ขาด แต่มีหรือที่คนเมาจะฟังรู้เรื่อง ฟังไม่ได้ศัพท์แถมยังเล่นปูไต่บนตัวเขาไปเรื่อย ๆ อีกต่างหาก

“เรย์เน่ หยุด” มือหนารีบคว้าจับมือของเธอเอาไว้เพื่อไม่ให้เล่นซุกซนและสะกิดต่อมอันตรายมากไปกว่านี้

เมื่อถูกเรียกชื่อ เรย์เน่ก็ชะงักไปครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นจากบริเวณซอกคอของเขา ก่อนจะชายตาสบกับคนที่ยังนอนอยู่ใต้ร่างในที่สุด สายตาหวานหยาดเยิ้มจ้องมองไปทำให้ร่างสูงแอบลอบกลืนน้ำลายอีกครั้ง ดวงหน้าหล่อที่ปกติจะเรียบเฉยเริ่มขึ้นสีจนแทบซ่อนไม่อยู่

แล้วในจังหวะต่อมา คนตัวโตกว่าก็รวบรวมแรงทั้งหมดแล้วพาให้ร่างบางพลิกลงไปนอนราบกับพื้นเตียงอย่างนุ่มนวล ก่อนจะก้มตัวทับร่างเล็ก มิหนำซ้ำยังตรึงแขนทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ ด้วยกลัวว่าเจ้าตัวจะทำอะไรที่มันสุ่มเสี่ยงอีก

เรย์เน่สะลึมสะลือ เมื่อศีรษะสัมผัสกับหมอนเสียงอื้ออึงเบา ๆ ก็หลุดจากริมฝีปากแดงระเรื่อ

"อื้อ..." ปากบางมุบมิบอะไรไม่รู้ในลำคอเหมือนกำลังจะบ่นอะไรสักอย่าง ดวงตาคู่สวยกะพริบปริบ ๆ เหมือนกำลังต่อสู้กับความง่วงที่ครอบงำอย่างเต็มที่ "พี่ชาร์ล~"

เสียงกระเส่าหลุดครวญครางออกมาอย่างต่อเนื่อง ร่างสูงที่กำลังก้มมองดวงหน้าสวยอยู่เริ่มเม้มริมฝีปากแน่น สายตาคมเริ่มละจากใบหน้าไปยังเรือนร่างแทน ดวงตาคมเหมือนต้องมนต์สะกดไปชั่วขณะ ใบหน้าหล่อเริ่มโน้มลงไปเรื่อย ๆ เหมือนว่าจะเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ซะแล้วสิ

แต่ตกอยู่ในภวังค์เพียงครู่เดียวเท่านั้น เสียงลมหายใจที่ดังสม่ำเสมอก็ดังขึ้น เธอหลับไปแล้ว และมันก็ทำให้เขากลับมามีสติอีกครั้ง

ชาร์ลผละตัวออกช้า ๆ มือหนาเริ่มคลายออกจากแขนเล็กอย่างค่อย ๆ ด้วยกลัวว่าจะทำให้เธอตื่นแล้วเรื่องจะวุ่นยิ่งขึ้น จากนั้นก็คว้าผ้าดึงมาห่มให้อีกครั้ง พลางค่อย ๆ ลุกออกจากเตียงไป

ร่างสูงเดินมาถึงโซฟาตัวใหญ่กลางห้องก็รีบทิ้งตัวนั่งลงด้วยึวามเหนื่อยล้า ไม่สิ แวมไพร์ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยหรอก มันเป็นความรู้สึกแบบอื่นมากกว่า

มือหนาเริ่มขยับเนคไทและปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกเพื่อคลายความร้อนลุ่มที่เหมือนจะก่อตัวขึ้นมา พร้อมขยับแว่นที่เริ่มเลื่อนลงบนสันจมูกแล้วถอดมันออกวางไว้บนโต๊ะข้างโซฟา

ลมหายใจถูกพ่นออกมายาว ๆ ด้วยความโล่งอกที่เมื่อครู่นี้รอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่ในขณะเดียวกันข้างในก็ยังสั่น ๆ เหมือนยังหลงเหลือเศษเสี้ยวของเหตุการณ์เมื่อครู่อยู่ในอกอย่างไรอย่างนั้น

“จะบ้าเอาได้จริง ๆ” พึมพำกับตัวเองก่อนจะยกมือขึ้นขยี้ผมตัวเองแรง ๆ แล้วจากนั้นไม่นานเขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินไปเดินมาเหมือนควบคุมตัวเองไม่ได้

พยายามทำให้ตัวเองใจเย็นลง แต่ไม่ว่าจะลองด้วยวิธีไหนก็เหมือนจะไม่ช่วยอะไรสักเท่าไหร่ จนต้องเดินเลี่ยงเข้าไปในห้องน้ำเพื่อสงบความรู้สึก

ผ่านไปสักพัก ชาร์ลก็เดินมาทิ้งตัวลงบนโซฟา พร้อมกับแขนหนาที่ยกขึ้นปิดดวงตาเอาไว้ เห็นได้ชัดว่าเขากำลังพยายามข่มตัวเองให้หลับอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังนอนกระสับกระส่ายอยู่หลายชั่วโมง

เป็นเพราะทุกครั้งที่หลับตาลง ภาพเรย์เน่ในชุดหลวม ๆ ที่บนเตียงนั่นก็ยังตามหลอกหลอนเขาไม่หยุด

เวลาผ่านไปจนถึงช่วงตีสาม ท้องฟ้านอกหน้าต่างยังคงมืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์สลัวส่องลอดผ้าม่านเข้ามาตกกระทบลงในห้องนั่งเล่นที่แสนเงียบงัน

ใช่แล้วล่ะ ในที่สุด ชาร์ลก็ข่มตาหลับลงได้เป็นที่เรียบร้อย อันที่จริงแวมไพร์ไม่ค่อยจะเข้านอนกันหรอก แต่ด้วยความที่หลายวันมานี้เขาเองก็มีภาระหน้าที่หลายอย่าง ก็ต้องพักผ่อนเอาแรงกันเป็นธรรมดา

แต่ในความเงียบนั้น อยู่ ๆ ร่างบางที่นอนอยู่ในห้องก็ค่อย ๆ ขยับตัวขึ้น เส้นผมสีดำขลับยาวสยายปิดบังใบหน้าเล็กน้อย ดวงตาคู่หวานลืมขึ้นครึ่ง ๆ กลาง ๆ ด้วยความมึนเมาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์เริ่มเบาลง แต่ถึงอย่างนั้นสติยังไม่ครบถ้วนดีนัก

เธอนั่งเหมือนคนกำลังงุนงงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของใครบางคนจะลอยมาแตะเข้ากับปลายจมูกของเธอ

และถึงแม้ว่าเขาจะอยู่ไกลมาก อีกทั้งสติสัมปชัญญะของเธอในตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยดีนัก แต่ด้วยประสาทสัมผัสของแวมไพร์ที่ไวกว่ามนุษย์แล้ว ก็ทำให้เธอได้กลิ่นนั้นอย่างชัดเจน

มิหนำซ้ำยังทำให้เริ่มโหยหากลิ่นนั้นอย่างเสียอดไม่ได้ มันเป็นกลิ่นที่ดูอบอุ่น และให้ความรู้สึกปลอดภัยและทำให้หัวใจของเธออุ่นวาบจนอยากจะพาตัวเองเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ

แม้ว่าเปลือกตาจะยังหนักอึ้ง แต่สุดท้าย เรย์เน่ก็เริ่มขยับตัวลุกออกจากเตียงและเดินพุ่งตรงไปหาเจ้าของกลิ่นนั้นด้วยสัญชาตญาณโดยไม่ต้องสืบหาเลยแม้แต่น้อย

สองเท้าเปล่าเหยียบลงบนพื้นที่เย็นเยียบกระทั่งเดินมาหยุดอยู่ข้างโซฟาตัวยาว

กลิ่นชัดมาก ต้องเป็นตรงนี้แน่ สัญชาตญาณของเรย์เน่บอก และเมื่อก้มมองลงบนโซฟาก็พบกับเจ้าของกลิ่นนั้นที่กำลังทิ้งตัวนอนตะแคงหันหลังให้อยู่

แต่ถึงแม้จะนอนตะแคงและเห็นใบหน้าเพียงเสี้ยวเดียว แต่เท่านั้นก็เพียงพอที่จะเชยชมความหล่อเหลาในยามหลับใหลของเขาโดยไม่ต้องสืบเลย

เรย์เน่มองภาพตรงหน้านั้นอย่างเหม่อลอย นัยน์ตาสั่นไหวยามจับจ้องภาพชายหนุ่มตรงหน้า เหมือนมีความรู้สึกบางอย่างเอ่อล้นทะลักออกจากอก แต่แล้วไม่นานเธอก็เริ่มมองหาที่นอนหลับพักพิงข้างกายเขา

อันที่จนริงแล้ว การกระทำนี้มันไม่ใช่การลุกล้ำแต่อย่างใด เพราะมันเป็นไปตามสัญชาตญาณแวมไพร์ยามเมื่อรู้สึกว่าตัวเองไร้สติสัมปชัญญะ จึงโหยหาที่พักพิงอันแสนอบอุ่นและปลอดภัยเพื่อหลบแนบอิงก็เท่านั้น

ผ่านไปสักพักใหญ่

‘ทำไมรู้สึกว่าที่นอนมันแคบลงนะ’ ร่างสูงที่หลับอยู่เริ่มรู้สึกแปลก ๆ ตอนนอนก็ยังเหลือที่ตั้งเหลือเฟือหนิ แต่ทำไมตอนนี้เหมือนจะจมเข้าไปกับพนักพิงโซฟาก็ไม่รู้

ก่อนจะเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างที่ดูนุ่มนิ่มเบียดอยู่ข้างหลังตัวเอง พร้อมกับกลิ่นหอมหวานที่ทำเอาเขาเกือบคลั่งเมื่อหลายชั่วโมงก่อนเริ่มกลับมาก่อกวนสติที่กำลังหลับ ๆ ตื่น ๆ ของเขา

กลิ่นนี้มัน...คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย แม้จะยังไม่ได้ลืมตาขึ้นมา แต่ลมหายใจก็ชักจะเริ่มไม่เป็นจังหวะ

‘อะไรกันเนี่ย ความรู้สึกชัดมากเกินจะเป็นแค่ฝันแล้วนะ’

สุดท้ายเขาก็ต้องลืมตาตื่นขึ้นมาเพื่อไขข้อสงสัยนี้ และในจังหวะที่กำลังจะพลิกตัวตะแคงหันไปอีกข้าง ก็ต้องพบว่าร่างตัวเองถูกกอดรัดจากใครบางคนอยู่

ร่างบางเบียดแนบชิดร่างของเขาจนแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกันอยู่แล้ว ลมหายใจอุ่น ๆ ของเธอแตะอยู่ที่ต้นคอของเขาจนขนเมลุกวาบขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

ชาร์ลพลิกตัวหันกลับมาทางด้านเดียวกับที่อีกคนนอนอยู่ และทันทีที่หันกลับมา ก็พบว่าใบหน้าของตัวเองอยู่ห่างจากเจ้าของดวงหน้าสวยเพียงไม่กี่มิลเท่านั้น จนปลายจมูกสัมผัสเข้ากับหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบาโดยไม่ได้ตั้งใจ

‘ให้ตายเถอะ เดินมาได้ยังไงเนี่ย ทั้งที่ออกจะเมาขนาดนั้น’ ชาร์ลคิดในใจ ขณะที่อีกคนนั้นยังหลับตาพริ้มไม่รู้เรื่องรู้ราวแต่อย่างใด

ใกล้ขนาดนี้ หากเขาเกิดพลั้งจับเธอกินขึ้นมาจะร้องไหมเนี่ย ไม่รู้จักระวังตัวบ้างเลย

ว่าแล้วใบหน้าหล่อก็เริ่มเคลื่อนต่ำลงเรื่อย ๆ กระทั่งริมฝีปากหนามาหยุดอยู่ตรงระดับเดียวกับริมฝีปากของเธอ ความอมชมพูระเรื่อนั้นน่าจุ๊บเอาเสียแทบบ้า

‘จับจูบซะตรงนี้เลยดีไหมเนี่ย’ ว่าแล้วก็โน้มศีรษะเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ จนลมหายใจของทั้งคู่รินรดกันและกันได้อย่างชัดเจน

เพียงไม่นาน ริมฝีปากก็ต้องสัมผัสกัน แต่เพียงไม่กี่วินาทีเมื่อร่างสูงตั้งสติได้ เขาก็รีบยันตัวเองลุกขึ้นนั่งแล้วออกมาห่างจากโซฟาทันที

‘ช่วยไม่ได้มาลวนลามถึงเนื้อถึงตัวผมก่อนเองนะ’ แต่ถึงจะคิดแบบนั้นก็ไม่ได้ช่วยให้เขาสบายขึ้นเลยสักนิด ด้วยกลัวว่าจะเผลอทำอะไรเกินเลยไปมากกว่านี้

เสื้อเชิ้ตสีเข้มยับย่นจากการนอนแต่ก็ยังทำให้เขาดูเท่บาดใจไม่น้อยลงเลย สองมือยกขึ้นเสยผม ท่าทางราวกับคนที่กำลังใช้ความคิดอย่างหนัก

‘ทำยังไงดีเนี่ย...หรือควรจะกลับไปนอนคอนโดตัวเองดี’ ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดนั้น ร่างเล็กก็เริ่มขยับตัว อาจเพราะความอบอุ่นดก่อนหน้าหายไป เธอจึงเริ่มขยับหาอีกครั้ง

เรย์เน่ยันตัวลุกขึ้นนั่งอีกครั้งทั้งที่ตายังปิดสนิท

“คุณหนู?” มือหนาขยับโบกไปมาตรงหน้าของเธอเหมือนเป็นการเช็คว่าเธอได้ตื่นจริง ๆ หรือเปล่า “ละเมอเหรอ อั่ก-”

ไม่ทันได้ตั้งข้อสงสัย เรย์เน่ก็ดึงเขาลงมานั่งที่โซฟาก่อนจะขยับเข้ามากอดทำอย่างกับว่าอีกฝ่ายเป็นหมอนข้างใบโปรดเสียอย่างนั้น

นี่มันอะไรกัน เขาจะหนี แต่เธอก็คอยจะเข้าใกล้ตลอด รู้ตัวบ้างไหมว่าทำแบบนี้มันอันตรายมากนะ อย่าได้ไปทำแบบนี้กับผู้ชายคนอื่นเชียว แต่อย่าเพิ่งคิดอะไรไปไกลล่ะ เขาก็แค่เป็นห่วงตามหน้าที่หรอก

มือหนาของชาร์ลขยับเล็กน้อยด้วยความเก้กัง ไม่รู้ว่าจะขยับหนีหรือจะยอมปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ต่อไปดี แต่เมื่อพยายามจะขยับหนีอีกรอบก็พบว่าร่างบางคอยขยับตามมาได้ถูกที่ตลอดเลยเนี่ยสิ

แบบนี้ก็คงไม่มีทางเลือกแล้วล่ะ...

“เฮ้อ ก็ได้ อยากนอนด้วยนักใช่ไหม งั้นก็ไปนอนด้วยกันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย” ว่าจบก็ช้อนร่างบางเข้าไปในห้องนอนอีกครั้ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 9

    ร่างบางนั่งคร่อมอยู่บนตัวเขาอย่างไม่ยอมแพ้ มือเรียวขยับซุกซนไต่ไปตามแผงอกของชาร์ล จนกระทั่งเริ่มเล่นกับกระดุมเสื้อของเขา เสียงกระดุมดังแกร่ก ด้วยเพราะเล็บที่เขี่ยมันไปมาจนสุดท้ายกระดุมเม็ดบนก็หลุดออกนั่นทำให้ร่างสูงที่กำลังรู้สึกเหมือนสมองตัวเองขาวโพลนไปหมดเริ่มสะดุ้งและดึงสติตัวเองกลับมาได้ในที่สุด“หยุด” เสียงเข้มเอ่ยเหมือนคำสั่งชี้ขาด แต่มีหรือที่คนเมาจะฟังรู้เรื่อง ฟังไม่ได้ศัพท์แถมยังเล่นปูไต่บนตัวเขาไปเรื่อย ๆ อีกต่างหาก“เรย์เน่ หยุด” มือหนารีบคว้าจับมือของเธอเอาไว้เพื่อไม่ให้เล่นซุกซนและสะกิดต่อมอันตรายมากไปกว่านี้เมื่อถูกเรียกชื่อ เรย์เน่ก็ชะงักไปครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นจากบริเวณซอกคอของเขา ก่อนจะชายตาสบกับคนที่ยังนอนอยู่ใต้ร่างในที่สุด สายตาหวานหยาดเยิ้มจ้องมองไปทำให้ร่างสูงแอบลอบกลืนน้ำลายอีกครั้ง ดวงหน้าหล่อที่ปกติจะเรียบเฉยเริ่มขึ้นสีจนแทบซ่อนไม่อยู่แล้วในจังหวะต่อมา คนตัวโตกว่าก็รวบรวมแรงทั้งหมดแล้วพาให้ร่างบางพลิกลงไปนอนราบกับพื้นเตียงอย่างนุ่มนวล ก่อนจะก้มตัวทับร่างเล็ก มิหนำซ้ำยังตรึงแขนทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ ด้วยกลัวว่าเจ้าตัวจะทำอะไรที่มันสุ่มเสี่ยงอีกเรย์เน่สะ

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 8

    เสียงดนตรีคลออยู่ในงาน ท่ามกลางแขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความยินดีและมอบของขวัญให้กับคู่บ่าวสาว และก่อนที่เชอรีนจะเดินจากไป ชาร์ลก็ยื่นกล่องของขวัญใบเล็กไปให้เธอด้วยท่าทางสงบนิ่งตามสไตล์ของตัวเองเพียงแต่ว่า ไม่ได้มีถ้อยคำแสดงความยินดีใด ๆ หลุดออกจากปากของเขาเลยแม้แต่น้อย ก็เขาไม่ได้ยินดีสักหน่อย เป็นฝ่ายโดนทิ้งโดยให้เหตุผลว่าเลือกอนาคนที่ดีกว่าตัวเอง ต้องแสดงความยินดีด้วยหรือไงกันและคนอย่างเขา จะให้ปั้นสีหน้าแล้วแสร้งพูดออกมาก็คงทำไม่ได้หรอกในขณะที่เชอรีนก็ยืนรอเขาพูดคำนั้น แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเพียงแค่ยื่นกล่องของขวัญมาให้ เธอก็ได้แต่ยกยิ้มเจื่อนแล้วแล้วยื่นมือไปรับกล่องของขวัญด้วยความจำใจ “ขอบคุณนะ”หลังจากนั้นเธอก็เดินจากโต๊ะของเขาไปเพื่อไปหาแขกคนอื่นต่อ แต่ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า ตอนที่มองหน้าเธอแววตายังดูอาลัยอาวรณ์เขาอย่างไรไม่รู้อะไรกัน ไหนว่าเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองไง แล้วทำไมถึงทำหน้าทำตาแบบนั้นล่ะแต่ก่อนที่ความคิดจะเริ่มไหลไปไกล บางอย่างก็ขัดจังหวะความคิดของเขาเข้าเสียก่อนติ๊งมือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาอ่านReyne B: [ขอตัวกลับก่อนนะคะ พอ

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 7

    เปิดเทอมได้ไม่นาน ช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ ทางบ้านก็มารับเพื่อพาลูก ๆ ออกไปเที่ยวพักผ่อน ก่อนจะมีการสอบปลายภาคเพื่อจบภาคการศึกษาในปีสุดท้าย“มากันแค่นี้เหรอคะ” เรย์เน่สำรวจมองทั่วรถ ก่อนจะพบว่ามีเพียงคนขับรถ พ่อแม่ และพวกพี่น้องของเธอเท่านั้น ไม่มีคนที่เธอเฝ้ารอว่าจะได้เจอเลย...“พี่หมายความว่ายังไงว่ามาแค่นี้ ปกติตอนไปเที่ยวก็มีพวกเราสี่คนแล้วก็พ่อแม่อยู่แล้วหนิ” เคย์ลิสถามขึ้น สีหน้าดูสงสัยไม่ต่างจากไลเอนน์ที่พยักกหน้าเห็นด้วยกับคำถามของคู่แฝดตัวเอง“อะ...เปล่า...ไม่มีอะไรหรอก”“พี่ชาร์ลไม่ได้มาด้วยเหรอครับ” เป็นเจย์เนส พี่ชายคนโตซึ่งเป็นคู่แฝดของเธอเปรยขึ้นมาให้ ราวกับอ่านใจน้องสาวตัวเองได้อย่างไรอย่างนั้นเรย์เน่ได้ยินแบบนั้นก็ปรายสายตาดุ ๆ ส่งไปทางเขา เพราะกลัวว่าความลับจะถูกเปิดโปง แต่จริง ๆ ก็รู้สึกขอบคุณอยู่หรอกนะ เพราะใจจริงแล้ว เธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าพี่ชาร์ลหายไปไหน“ชวนมาแล้ว แต่เจ้านั่นบอกว่าติดธุระ” เจย์เดนหันบอกลูกชายคนโต ก่อนจะบ่นพึมพำกับตัวเองต่อ “สงสัยเจ้านั่นคงนัดสาวที่ไหนไว้ล่ะสิท่า”คำพูดนั้นทำให้ใจเรย์เน่เต้นระส่ำไม่เป็นท่า ความรู้สึกวาบหวิวเข้าก่อกุมจิตใจอย่างบอก

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 6

    หลังจากเปิดเทอมและต้องกลับมาอยู่ที่หอพักประจำโรงเรียน ปีนี้ถือเป็นชั้นปีสุดท้าย และเธอจะต้องตั้งใจอ่านหนังสือสอบเพื่อให้เรียนจบ แต่มันก็ไม่ได้ขัดขวางการหาข้ออ้างที่จะได้คุยกับพี่ชาร์ลของเธอเลยคนอย่างคุณหนูเรย์เน่ซะอย่าง...Reyne B: [พี่ชาร์ล คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ]Reyne B: [แล้วคุณแม่ล่ะ]วันนี้หยิบเรื่องพ่อมาอ้างสินะ ก่อนหน้านี้เขายอมรับว่าที่ให้ข้อมูลการติดต่อเธอไปนั้นก็เพราะเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัยของเธอนั่นแหละ บางครั้งเขาก็แอบมายืนอยู่บนคุกราบ้านช่องที่อยู่ตรงข้ามกับหอพักของเธอด้วยแต่พอเจอทักษะการชวนคุยของเธอเข้าไป เป้าหมายในการตอบแชทนั้นก็เริ่มเปลี่ยนไปในทางอื่นแทนใบหน้าหล่อที่โดยปกติมักจะนิ่งขรึม เริ่มแอบกระตุกยิ้มเป็นครั้งคราวเมื่ออ่านข้อความจากเธอCharles K: [วันนี้ท่านชายไม่มีงานอะไรเป็นพิเศษครับ เข้าบริษัทช่วงเช้า ช่วงบ่ายก็กลับมาอยู่ที่คฤหาสน์กับท่านหญิงลินินแล้ว]ดูเหมือนจะเป็นการตอบตามหน้าที่แบบถามคำตอบคำ แต่อันที่จริงในใจก็รู้สึกแปลกอยู่ไม่น้อย ไม่เพียงแค่เขาเท่านั้นที่รับรู้ได้ถึงความแปลกนี้ แต่ผู้ช่วยเลขาอย่าง โนอาห์ เองก็จับสังเกตได้เช่นกัน“แปลกจังเลยนะครับ”“?

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 5

    หลังจากวันนั้น ชีวิตแต่ละวันของชาร์ลก็ดูจะยุ่งขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพราะงานประจำที่ทำอยู่นั้นหนักเกินไปหรอก แต่ช่วงนี้ดูเหมือนจะมีใครบางคนคอยตามวอแวเขาเป็นพิเศษและวันนี้ก็เช่นกัน เสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดินบันไดของคฤหาสน์ ก่อนจะปรากฏภาพร่างบางที่กำลังเดินลงมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเธอมุ่งตรงสู่ห้องทานอาหารเหมือนที่เคยทำเป็นประจำทุกวัน แต่ในวันนี้ เมื่อเห็นร่างสูงที่นั่งจัดการอาหารเช้าอยู่บนโต๊ะพอดิบพอดี ก็ถึงกับลอบยิ้มอย่างอดไม่อยู่ขาเรียวรีบก้าวจ้ำ ๆ ยาว ๆ เข้าไปใกล้อีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีวายตาของใครบางคนกำลังจับจ้องเขาราวกับเป้าหมายที่มีไว้พุ่งชนอย่างไรอย่างนั้น จนกระทั่งมือเรียวดึงเก้าอี้ที่อยู่ข้างเขาออก แล้วทิ้งตัวนั่งลงถัดจากกัน“เอ่อ อรุณสวัสดิ์ครับคุณหนู” หันมาเห็นคนที่นั่งลงข้าง ๆ ชาร์ลก็แทบสำลัก ‘ที่ประจำปกติของเธอก็นั่งฝั่งนู้น แล้วทำไมวันนี้มานั่งตรงนี้กันนะ’บางทีอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ เขาอาจจะแค่คิดมากไปก็เท่านั้น คิดได้ดังนั้นชาร์ลก็ละสายตาจากร่างบางแล้วจัดการมื้อเช้าต่อ“คิดว่าถ้าสวนหลังคฤหาสน์มีดอกไม้กับต้นไม้สวย ๆ กว่านี้จะเป็นยังไงคะ” เรย์เน่เอ่ยเสียงใส พร้

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 4

    หลังจากทั้งคู่รอดมาได้หวุดหวิด ชาร์ลก็ยังทำใจให้สงบไม่ได้ ด้วยความที่คิดไม่ตกว่ากลุ่มคนพวกนั้นรับใช้ตระกูลใดกันแน่ หรือบางทีอาจจะเป็น...เจ้าพวกนั้น...พวกคนที่มาถล่มคฤหาสน์คลินตันครั้งเมื่อเขายังเยาว์วัย ยิ่งคิดถึงเรื่องราวในวันนั้นเขาก็ยิ่งหวั่นใจเข้าไปใหญ่ ถึงแม้ว่าคนพวกนั้นจะโดนเนรเทศไปแล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันก็ไม่รู้ว่าจะขยับขยายวงศ์ตระกูลไปถึงไหนแล้วและบางที อาจจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าหลายร้อยปีก่อนก็เป็นได้“เรื่องวันนี้ อย่าเพิ่งแจ้งท่านชายเจย์เดน” เขายังย้ำกับผู้ช่วยเลขาอย่างโนอาห์ด้วย ไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะโดนต่อว่าอะไรหรอก...แต่เขายังยืนยันให้แน่ชัดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครกันแน่ และหากเปิดประเด็นนี้ออกไป ด้วยนิสัยของท่านชายเจย์เดนแล้ว คงไม่อาจรีรอที่จะสืบหาตัวพวกมันแน่ และเขาก็กลัวว่ามันอาจจะกลายเป็นเรื่องบาดหมางระหว่างตระกูลแวมไพร์ด้วยเพราะฉะนั้นหากจะรายงาน ก็ต้องมั่นใจให้แน่ชัดเสียก่อนส่วนโนอาห์ก็ได้แต่พยักหน้ายอมทำตามที่ชาร์ลบอก ด้วยความที่คนตรงหน้าเขานั้นเติบโตมาพร้อมกับท่านชายเจย์เดน จึงถือได้ว่าชาร์ลเองก็เป็นบุคคลสำคัญของตระกูลแบรดฟอร์ดที่เขาควรให้ความเคารพไม่ต่างกันหลังจากพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status