مشاركة

บทที่ 4

last update تاريخ النشر: 2025-10-23 14:39:38

หลังจากทั้งคู่รอดมาได้หวุดหวิด ชาร์ลก็ยังทำใจให้สงบไม่ได้ ด้วยความที่คิดไม่ตกว่ากลุ่มคนพวกนั้นรับใช้ตระกูลใดกันแน่ หรือบางทีอาจจะเป็น...เจ้าพวกนั้น...

พวกคนที่มาถล่มคฤหาสน์คลินตันครั้งเมื่อเขายังเยาว์วัย ยิ่งคิดถึงเรื่องราวในวันนั้นเขาก็ยิ่งหวั่นใจเข้าไปใหญ่ ถึงแม้ว่าคนพวกนั้นจะโดนเนรเทศไปแล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันก็ไม่รู้ว่าจะขยับขยายวงศ์ตระกูลไปถึงไหนแล้ว

และบางที อาจจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าหลายร้อยปีก่อนก็เป็นได้

“เรื่องวันนี้ อย่าเพิ่งแจ้งท่านชายเจย์เดน” เขายังย้ำกับผู้ช่วยเลขาอย่างโนอาห์ด้วย ไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะโดนต่อว่าอะไรหรอก...

แต่เขายังยืนยันให้แน่ชัดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครกันแน่ และหากเปิดประเด็นนี้ออกไป ด้วยนิสัยของท่านชายเจย์เดนแล้ว คงไม่อาจรีรอที่จะสืบหาตัวพวกมันแน่ และเขาก็กลัวว่ามันอาจจะกลายเป็นเรื่องบาดหมางระหว่างตระกูลแวมไพร์ด้วย

เพราะฉะนั้นหากจะรายงาน ก็ต้องมั่นใจให้แน่ชัดเสียก่อน

ส่วนโนอาห์ก็ได้แต่พยักหน้ายอมทำตามที่ชาร์ลบอก ด้วยความที่คนตรงหน้าเขานั้นเติบโตมาพร้อมกับท่านชายเจย์เดน จึงถือได้ว่าชาร์ลเองก็เป็นบุคคลสำคัญของตระกูลแบรดฟอร์ดที่เขาควรให้ความเคารพไม่ต่างกัน

หลังจากพยักหน้ารับทราบแล้ว โนอาห์ก็แยกย้ายกลับไปพักผ่อนส่วนตัว ในขณะที่ชาร์ลก็ยังนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างคิดไม่ตก

แต่ไม่ใช่แค่เรื่องของเจ้าพวกนั้นที่เข้ามาวนเวียนอยู่ในความคิดหรอกนะ กลับกัน กลายเป็นเรื่องของหญิงสาวคนหนึ่งที่ทำเอาเขาว้าวุ่นใจอย่างช่วยไม่ได้เนี่ยสิ

‘อย่ายุ่งกับเขา’ ท่าทีดุดันของเธอตอนที่วิ่งเข้ามายืนขวางอย่างไม่คิดชีวิตนั่น ยิ่งย้อนนึกถึงก็ยิ่งใจสั่นแปลก ๆ ชอบกล

ว่าแต่...นี่เขาใส่อารมณ์กับเธอเกินไปหรือเปล่านะ เธอดูหงอยไปเลยหลังจากที่เขาแสดงท่าทีแบบนั้นออกไป

‘เฮ้อ สงสัยจะใส่อารมณ์มากเกินไปจริง ๆ นั่นแหละ’ ชาร์ลคิดในใจ แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ ยอมรับว่าในตอนนั้นเขาโมโหมากที่เธอตัดสินใจเข้ามาขวาง

เพราะหากเกิดอะไรขึ้นกับคุณหนูตระกูลแบรดฟอร์ด เขาคงไม่มีวันให้อภัยตัวเองได้แน่...

คิดแล้วร่างสูงก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะทิ้งตัวไปกับพนักโซฟาพลางยกแขนขึ้นก่ายหน้าผาก

โอ๊ย ทำยังไงดีล่ะ ดันไปทำตัวไม่น่ารักใส่เธอเข้าซะแล้วสิ

วันรุ่งขึ้น ช่วงนี้เป็นช่วงปิดภาคเรียนฤดูหนาว ทั้งวันเรย์เน่จึงขลุกอยู่แต่ในห้อง ต่างจากพวกน้อง ๆ ที่ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งกัน ส่วนพี่ชายฝาแฝดก็นำของขวัญวันคริสต์มาสไปให้เพื่อนสาวของตัวเอง จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กลับเลย

ด้วยความเบื่อหน่าย ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจเดินลงมาวาดรูปเล่นข้างล่าง ปลายดินสอวาดทิวทัศน์ภาพในฝันที่เธออยากจะมองดูมากที่สุด แต่ในรูปนั้นไม่ได้มีเพียงทิวทัศน์เท่านั้น ยังมีภาพคู่ของชายหญิงนั่งชมพระอาทิตย์ตกกันด้วย

สำหรับเรย์เน่มันคงเป็นได้เพียงความฝัน เพราะเธอรู้ตัวดีว่าตัวเองอยู่ภายใต้แสงแดดนาน ๆ เหมือนพี่น้องคนอื่นไม่ค่อยได้อย่างไรล่ะ อาการแพ้แสงอาทิตย์ของเธอเป็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว

ในตอนแรก ทุกคนต่างเชื่อกันว่าแวมไพร์สมัยใหม่จะปรับตัวเข้ากับแสงแดดได้มากกว่าแวมไพร์สมัยก่อน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนั้นกันนะ แต่ไม่ใช่สำหรับเธอ...

พูดแล้วก็น่าเศร้า เป็นอมตะทั้งที แต่กลับมีข้อจำกัดในการใช้ชีวิตซะอย่างนั้น...

“คุณหนู มื้อเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”

เผลอแปปเดียวถึงเวลาทานมื้อเย็นแล้ว นี่เธอนั่งวาดรูปเพลินถึงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ดวงหน้าสวยเงยขึ้นมองท้องฟ้าตรงหน้า อาจเป็นเพราะฤดูหนาวทำให้แสงอาทิตย์ไม่ค่อยสว่างจ้า จึงทำให้หลงลืมวันเวลาได้ง่ายกว่าปกติ

“ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวตามเข้าไปนะคะ” เรย์เน่หันไปยิ้มตอบให้ผู้รับใช้ หลังจากมององค์ประกอบภาพว่าเป็นที่น่าพอใจแล้ว เธอก็หยุดมือแล้วลุกขึ้นเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์เอมุ่งตรงสู่ห้องทานอาหาร

“ขอโทษที่มาช้าค่ะ” เรย์เน่บอกทุกคนที่นั่งพร้อมหน้าพร้อมตาอยู่ในห้องทานอาหารเรียบร้อยแล้ว

มือเรียวจับเก้าอี้พร้อมดึงออก และเมื่อนั่งลงเรียบร้อย สายตาของเธอก็มองตรงไปข้างหน้าพอดี ทำให้พบกับร่างสูงที่นั่งอยู่ทางฝั่งตรงข้าม

และใช่...เขาคือคนที่ทำท่าทีรำคาญใส่เธอ และลากเธอกลับบ้านเมื่อคืนนี้...

เห็นแบบนั้นเธอก็อดเบะปากใส่เขาเสียไม่ได้ แต่อีกฝ่ายก็ยังดูนิ่งสงบราวกับไม่ได้ใส่ใจท่าทางของเธอเลยสักนิด นั่นยิ่งทำให้เรย์เน่ไม่สบอารมณ์เข้าไปใหญ่

หลังทานมื้อเย็นเสร็จเรียบร้อย เรย์เน่ก็กลับขึ้นไปบนห้อง แต่แล้วดวงตาคู่สวยก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่วางอยู่บนเตียงได้

“เอ๊ะ อะไรเนี่ย ตอนลงไปยังไม่มีเลย” มือเรียวเริ่มบรรจงแกะกล่องที่วางอยู่บนเตียงนั้นอย่างตั้งอกตั้งใจ “ของขวัญวันคริสต์มาสอย่างนั้นเหรอ?”

ว่าแต่...ใครกันนะที่ซื้อมาให้...

แต่ความสงสัยนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อเธอเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตที่ตั้งวางอยู่ข้างกล่อง

‘ขอโทษด้วยนะครับที่เมื่อวานผมใส่อารมณ์ไปหน่อย แต่ว่า...ถึงจะมีสถานการณ์แบบนั้นอีก ผมก็หวังว่าคุณหนูจะไม่เอาตัวเองเข้ามาเสี่ยงอีก’- ชาร์ล

ดวงตาคู่สวยกวาดสายตาอ่านโน้ต ก่อนที่ดวงตาสั่นระริกด้วยความซาบซึ้งใจ เป็นแบบนี้นี่เอง...เธอเข้าใจผิดคิดว่าเขารำคาญ แต่เปล่าเลย...เขาก็แค่เป็นห่วงความปลอดภัยของเธอก็เท่านั้น

ดวงหน้าสวยมีสีแดงระเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง แขนเรียวกอดรัดฟัดเหวี่ยงตุ๊กตาแน่นพร้อมทิ้งตัวนอนลงบนเตียงอย่างสบายใจ

แต่แล้วความคิดเมื่อวานก็แล่นกลับมาอีกครั้ง อย่างน้อยเธอก็ควรจะขอโทษเขาเหมือนกันหรือเปล่านะ

ไม่รอช้า เธอตัดสินใจลุกขึ้นแล้ววิ่งออกจากห้องไปหยุดอยู่ตรงห้องข้าง ๆ แทบจะทันที

ก๊อก ก๊อก

“ครับ?” เสียงจากข้างในดังเล็ดรอดออกมาเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู

เขาไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เพราะตอนนี้เป็นเวลาเลกงานของเขาแล้ว และตอนนี้ชายหนุ่มก็กำลังปลดกระดุมเสื้อเพื่อที่จะเปลี่ยนชุดของตน

หรือว่าท่านชายจะต้องการอะไรอีกหรือเปล่านะ

คิดได้แบบนั้นชาร์ลก็กำลังจะจรดกระดุมเสื้อเพื่อความเรียบร้อย แต่ยังไม่ทันจะจรดกระดุมเสร็จเลย อยู่ ๆ ประตูก็ถูกเปิดพรวดเข้ามาเสียอย่างนั้น

“คุณหนู!”

พรึ่บ!

ชาร์ลตื่นตกใจเมื่อเห็นว่าคนที่เปิดประตูเข้ามากลับไม่ใช่ท่านชายเจย์เดน แต่กลับเป็นเรย์เน่แทน...

“อะ...เอ่อ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษด้วยค่ะ” เธอรีบหันหลังหลบเลี่ยงภาพตรงหน้า แต่แล้วสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับแผลของเขาที่โดนมีดแร่เงินมาเมื่อวานนี้

“แผลลึกอยู่นะคะ!?” ด้วยความเป็นห่วงจนลืมเขิน เธอรีบก้าวเท้าเข้ามาหาชายหนุ่มทันที ส่วนเจ้าตัวที่โดนบุกรุกก็รนรานจนล้มลงไปกับเตียงพร้อมมือหนาที่ยื่นออกมาคว้าดึงผ้าห่มมาคลุมร่างตัวเองโดยอัตโนมัติ

“คะ...คุณหนู ออกไปก่อนได้ไหมครับ”

“เอ่อ...ขอโทษค่ะ...แต่ว่าพี่มีแผลนะคะ” พอเห็นแผลแล้ว เธอก็ดูเหมือนจะไม่ยอมออกไปง่าย ๆ

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เดี๋ยวก็หาย” เขากล่าวโดยไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก ถึงแม้จะเป็นแผลที่เกิดจากปลายมีดที่ทำจากแร่เงิน แต่หากพักฟื้นสักหน่อย ไม่นานก็หายดีอยู่แล้วล่ะ

เรย์เน่ยังยืนนิ่ง แต่แล้วไม่นานเธอก็นึกอะไรดี ๆ ขึ้นมาได้ “จริงสิ จำได้ว่ามียารักษาแผลที่เกิดจากแร่เงินเก็บเอาไว้อยู่ เดี๋ยวฉันไปเอามาให้นะ”

“ไม่...ไม่ต้องครับ...” ชาร์ลพยายามจะบอกแต่ก็ไม่ทันการ สายตาได้แต่มองตามหญิงสาวที่วิ่งออกจากห้องตรงสู่ห้องเก็บยา “เฮ้อ...”

เพียงไม่กี่นาที เรย์เน่ก็กลับมาที่ห้องของเขาอีกครั้ง “ถอดเสื้อค่ะ”

“เอ๊ะ?” ดวงตาคู่คมภายใต้เลนส์แว่นตาเบอกกว้างขึ้น ดูท่าจะตื่นตกใจกับคำพูดคำจาของเธอไม่น้อย

“ถอดเสื้อค่ะ ไม่อย่างนั้นจะทายังไง”

“วางเอาไว้ก็พอครับ เดี๋ยวผมทาเอง”

“ไม่ได้หรอกค่ะ พี่บาดเจ็บก็เพราะฉันนะ”

ชาร์ลได้ยินแบบนั้นก็มองเธอนิ่งไปครู่หนึ่ง นี่เธอคิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่แวมไพร์กลุ่มนั้นบุกมาเอาเรื่องอย่างนั้นเหรอ แต่ก็ไม่แปลกหรอกที่เธอจะคิดแบบนั้น ด้วยความเป็นถึงลูกสาวของผู้นำแวมไพร์ ก็อาจจะต้องมีคนคิดปองร้ายอยู่แล้ว

แต่สำหรับเรื่องนี้ ชาร์ลกลับไม่ได้คิดแบบนั้น พวกนั้นน่ะ รู้ว่าเขาเป็นนายน้อยตระกูลคลินตัน เจาะจงชื่อตระกูลคลินตัน ไม่ได้เอ่ยถึงตระกูลแบรดฟอร์ดเลยด้วยซ้ำ...

‘มันอาจเป็นเพราะผมก็ได้ครับ...’ เขาได้แต่คิดในใจเพียงเท่านั้น

แต่ขณะที่ชาร์ลกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อย รู้ตัวอีกทีนิ้วเรียวของเรย์เน่ก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาไปแล้ว

“เอ๊ะ คุณหนู!” ด้วยความตกใจ มือหนาจึงคว้ารวบมือของเธอโดยอัตโนมัติ

เพี๊ยะ

“อยู่นิ่ง ๆ ค่ะ” เรย์เน่ตีเข้าที่มือหนาของเขาเหมือนเป็นการปราม

“แต่ว่า...”

เรย์เน่ไม่หยุดมือกระทั่งกระดุมเสื้อที่เคยติดกันถูกปลดออกหมดจนเผยให้เห็นแผงกล้ามเนื้อหน้าท้อง โอ๊ะ อยู่ ๆ เธอก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก็ใครมันจะไปคิดว่าหนุ่มแว่นจะกล้ามแน่นได้ขนาดนี้ล่ะคะ ส่วนคนที่โดนเปลื้องเสื้อหน้าก็ขึ้นสีแดงไม่แพ้กัน

แบบนี้ไม่ดีแน่ หากมีผู้รับใช้คนอื่นมาเห็นเข้าว่าเรย์เน่เข้ามาอยู่ในห้องเขาแบบนี้จะเป็นเรื่องใหญ่เอานะ

“อยู่นิ่ง ๆ ทายาแปปเดียวเดี๋ยวแผลก็หายแล้ว...” จัดการมือที่ลุ่มล่ามได้แล้ว เรย์เน่ก็บรรจงทายาให้เขา สายตาของเธอจับจ้องอยู่ตรงบาดแผล ยามเมื่อจรดปลายนิ้วทาลงไปอย่างอ่อนโยน

ขณะเดียวกันนั้น ประโยคคำพูดของเธอก็ทำเอาแวมไพร์หนุ่มตกอยู่ในภวังค์อีกครั้งโดยไม่รู้ตัว ‘อย่าดิ้นไปดิ้นมาได้ไหม แม่ปวดหัวนะ ทายานิดเดียวเองเดี๋ยวแผลก็หายแล้วล่ะ’

นานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้ยินคำพูดนี้ ทำเอาใจชื้นขึ้นมาเลย...

ระหว่างนั้นเอง สายตาของเขาก็มองสำรวจดวงหน้าสวยที่กำลังตั้งใจทำแผลให้เขา ริมฝีปากเรียวเม้มแน่นเหมือนลุ้นว่าเป็นคนเจ็บซะเอง และนั่นทำให้มุมปากของเขาเผลอยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“เสร็จแล้ว...” เรย์เน่เงยหน้าขึ้นก่อนจะยกยิ้มอย่างพอใจ เรียกสติของร่างสูงให้ถอนสายตาออกจากหน้าหวาน ๆ ของเธออย่างรวดเร็ว

“ขอบคุณครับ” ว่าจบเขาก็รีบรวบเสื้อเข้าไปใส่และรีบติดกระดุมให้เรียบร้อยอีกครั้ง

“ถ้าอย่างนั้น...ขอตัวนะคะ” เรย์เน่ลุกขึ้นยืนจากเตียงนอนพร้อมน้อมศีรษะให้เขา “แล้วก็...ขอบคุณที่ปกป้องฉันเป็นอย่างดีนะคะ”

“ครับ ไม่เป็นไรหรอกครับ เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว” ชาร์ลเองก็ลุกขึ้นและน้อมศีรษะให้เธอเช่นกัน ทั้งคู่ดูสุภาพและรักษาท่าทีต่อกันได้อย่างดี

แต่ใครจะไปรู้ ว่าหลังจากพ้นประตูห้อง มือเรียวของเรย์เน่ก็ยกขึ้นป้องปากเหมือนกำลังแอบกรี๊ดกร๊าดอยู่ในใจ ‘กรี๊ด ท่านพ่อขา พี่เขาหล่อจังเลยค่ะ...’ ดวงหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อเข้าไปใหญ่

หลังจากกลับเข้าห้องนอนตัวเองแล้ว เธอก็ไม่รอช้า รีบเปิดโน้ตบุ๊คและโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา

Reyne B: [ทุกคน ตื่นเร็วเข้า ฉันว่าฉันกำลังมีความรัก]

ประโยคนั้นทำเอาห้องแชทที่กำลังหลับใหลลุกฮือขึ้นมา แต่สมาชิกในกลุ่มแชทก็ไม่ได้มีมากมายนักหรอก

Jenny P: [หมายความว่าไง]

เจนนี่ เพมเบอร์ตัน เพื่อนสาวคนสนิทของเรย์เน่เป็นคนโผล่งขึ้นมาก่อน ทั้งคู่รู้จักกันตั้งแต่ช่วงมัธยมต้น เธอเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในทุกช่วงการเปลี่ยนแปลงของเรย์เน่ และการที่เรย์เน่ป่าวประกาศเรื่องแบบนี้ออกมามันก็ยิ่งทำให้เธออยากรู้อยากเห็นเข้าไปใหญ่

ก็แต่ไหนแต่ไรมา เรย์เน่ถือว่าเป็นขวัญใจของชายหนุ่มเรียกว่าแทบจะทั้งโรงเรียนเลยก็ว่าได้ แต่เธอไม่เคยเห็นเรย์เน่จะถูกตาต้องใจใครเลยสักคนนี่สิ

Jenny P: [ใคร ที่ไหน เมื่อไหร่ ยังไง ใช่คนที่โรงเรียนหรือเปล่า]

Sebastian G: [จะใครซะอีกล่ะ ก็คงเป็นคุณเลขาคนหล่อที่ชอบโทรมาเพ้อกับฉันแน่ ๆ]

สหายร่วมกลุ่มอีกคนมาต่อบทสนทนาโดยไม่ให้ขาดช่วงกันเลย

เขาคือเซบาสเตียน เกรย์ ชายหนุ่มเพียงคนเดียวของกลุ่ม อันที่จริงแล้ว เขาเป็นเพื่อนในกลุ่มของเจย์เนส พี่ชายฝาแฝดของเรย์เน่นั่นแหละ

ทั้งคู่มาสนิทกันได้ก็เพราะธรรมเนียมงานคริสต์มาสของโรงเรียนที่จัดขึ้นในทุกปีนั้นระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า นักเรียนทุกคนจะต้องมีคู่เต้นรำไปงานเพื่อกระชับมิตร และเซบาสเตียนเองก็เป็นคนเสนอว่าจะเป็นคู่เต้นรำให้เธอทุกปี เพื่อตัดปัญหาที่ว่าจะต้องคอยไปวิ่งเต้นหาคู่อยู่ตลอด

และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ทั้งคู่ได้มาสนิทกันจนถึงขั้นรู้ไส้รู้พุงกันเลย

Reyne B: [อย่ามาทำเป็นรู้ดีได้ไหม]

แล้วหลังจากนั้น แชทกลุ่มก็เริ่มไหลรัว ๆ เรย์เน่ก็เริ่มเล่าเรื่องของเขา ตั้งแต่วันแรกที่พบกัน ไปกระทั่งเหตุการณ์เมื่อครู่

Sebastian G: [รู้อะไรไหม เธอเป็นคนที่รุกได้น่ากลัวมาก] ไม่พ้นที่เซบาสเตียนจะออกความเห็น

Reyne B: [นี่! อย่างนายจะไปเข้าใจอะไร]

Jenny P: [นั่นน่ะสิ ฉันว่าธรรมดามากเลยนะ ไม่เคยได้ยินเหรอ ว่าด้านได้อายอด]

Reyne B: [เจนนี่ เธอพูดถูกใจฉันสุด ๆ ไปเลย]

Sebastian G: [ให้ตายเถอะ พวกผู้หญิงนี่น่ากลัวจริงๆ]

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 9

    ร่างบางนั่งคร่อมอยู่บนตัวเขาอย่างไม่ยอมแพ้ มือเรียวขยับซุกซนไต่ไปตามแผงอกของชาร์ล จนกระทั่งเริ่มเล่นกับกระดุมเสื้อของเขา เสียงกระดุมดังแกร่ก ด้วยเพราะเล็บที่เขี่ยมันไปมาจนสุดท้ายกระดุมเม็ดบนก็หลุดออกนั่นทำให้ร่างสูงที่กำลังรู้สึกเหมือนสมองตัวเองขาวโพลนไปหมดเริ่มสะดุ้งและดึงสติตัวเองกลับมาได้ในที่สุด“หยุด” เสียงเข้มเอ่ยเหมือนคำสั่งชี้ขาด แต่มีหรือที่คนเมาจะฟังรู้เรื่อง ฟังไม่ได้ศัพท์แถมยังเล่นปูไต่บนตัวเขาไปเรื่อย ๆ อีกต่างหาก“เรย์เน่ หยุด” มือหนารีบคว้าจับมือของเธอเอาไว้เพื่อไม่ให้เล่นซุกซนและสะกิดต่อมอันตรายมากไปกว่านี้เมื่อถูกเรียกชื่อ เรย์เน่ก็ชะงักไปครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นจากบริเวณซอกคอของเขา ก่อนจะชายตาสบกับคนที่ยังนอนอยู่ใต้ร่างในที่สุด สายตาหวานหยาดเยิ้มจ้องมองไปทำให้ร่างสูงแอบลอบกลืนน้ำลายอีกครั้ง ดวงหน้าหล่อที่ปกติจะเรียบเฉยเริ่มขึ้นสีจนแทบซ่อนไม่อยู่แล้วในจังหวะต่อมา คนตัวโตกว่าก็รวบรวมแรงทั้งหมดแล้วพาให้ร่างบางพลิกลงไปนอนราบกับพื้นเตียงอย่างนุ่มนวล ก่อนจะก้มตัวทับร่างเล็ก มิหนำซ้ำยังตรึงแขนทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ ด้วยกลัวว่าเจ้าตัวจะทำอะไรที่มันสุ่มเสี่ยงอีกเรย์เน่สะ

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 8

    เสียงดนตรีคลออยู่ในงาน ท่ามกลางแขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความยินดีและมอบของขวัญให้กับคู่บ่าวสาว และก่อนที่เชอรีนจะเดินจากไป ชาร์ลก็ยื่นกล่องของขวัญใบเล็กไปให้เธอด้วยท่าทางสงบนิ่งตามสไตล์ของตัวเองเพียงแต่ว่า ไม่ได้มีถ้อยคำแสดงความยินดีใด ๆ หลุดออกจากปากของเขาเลยแม้แต่น้อย ก็เขาไม่ได้ยินดีสักหน่อย เป็นฝ่ายโดนทิ้งโดยให้เหตุผลว่าเลือกอนาคนที่ดีกว่าตัวเอง ต้องแสดงความยินดีด้วยหรือไงกันและคนอย่างเขา จะให้ปั้นสีหน้าแล้วแสร้งพูดออกมาก็คงทำไม่ได้หรอกในขณะที่เชอรีนก็ยืนรอเขาพูดคำนั้น แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเพียงแค่ยื่นกล่องของขวัญมาให้ เธอก็ได้แต่ยกยิ้มเจื่อนแล้วแล้วยื่นมือไปรับกล่องของขวัญด้วยความจำใจ “ขอบคุณนะ”หลังจากนั้นเธอก็เดินจากโต๊ะของเขาไปเพื่อไปหาแขกคนอื่นต่อ แต่ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า ตอนที่มองหน้าเธอแววตายังดูอาลัยอาวรณ์เขาอย่างไรไม่รู้อะไรกัน ไหนว่าเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองไง แล้วทำไมถึงทำหน้าทำตาแบบนั้นล่ะแต่ก่อนที่ความคิดจะเริ่มไหลไปไกล บางอย่างก็ขัดจังหวะความคิดของเขาเข้าเสียก่อนติ๊งมือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาอ่านReyne B: [ขอตัวกลับก่อนนะคะ พอ

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 7

    เปิดเทอมได้ไม่นาน ช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ ทางบ้านก็มารับเพื่อพาลูก ๆ ออกไปเที่ยวพักผ่อน ก่อนจะมีการสอบปลายภาคเพื่อจบภาคการศึกษาในปีสุดท้าย“มากันแค่นี้เหรอคะ” เรย์เน่สำรวจมองทั่วรถ ก่อนจะพบว่ามีเพียงคนขับรถ พ่อแม่ และพวกพี่น้องของเธอเท่านั้น ไม่มีคนที่เธอเฝ้ารอว่าจะได้เจอเลย...“พี่หมายความว่ายังไงว่ามาแค่นี้ ปกติตอนไปเที่ยวก็มีพวกเราสี่คนแล้วก็พ่อแม่อยู่แล้วหนิ” เคย์ลิสถามขึ้น สีหน้าดูสงสัยไม่ต่างจากไลเอนน์ที่พยักกหน้าเห็นด้วยกับคำถามของคู่แฝดตัวเอง“อะ...เปล่า...ไม่มีอะไรหรอก”“พี่ชาร์ลไม่ได้มาด้วยเหรอครับ” เป็นเจย์เนส พี่ชายคนโตซึ่งเป็นคู่แฝดของเธอเปรยขึ้นมาให้ ราวกับอ่านใจน้องสาวตัวเองได้อย่างไรอย่างนั้นเรย์เน่ได้ยินแบบนั้นก็ปรายสายตาดุ ๆ ส่งไปทางเขา เพราะกลัวว่าความลับจะถูกเปิดโปง แต่จริง ๆ ก็รู้สึกขอบคุณอยู่หรอกนะ เพราะใจจริงแล้ว เธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าพี่ชาร์ลหายไปไหน“ชวนมาแล้ว แต่เจ้านั่นบอกว่าติดธุระ” เจย์เดนหันบอกลูกชายคนโต ก่อนจะบ่นพึมพำกับตัวเองต่อ “สงสัยเจ้านั่นคงนัดสาวที่ไหนไว้ล่ะสิท่า”คำพูดนั้นทำให้ใจเรย์เน่เต้นระส่ำไม่เป็นท่า ความรู้สึกวาบหวิวเข้าก่อกุมจิตใจอย่างบอก

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 6

    หลังจากเปิดเทอมและต้องกลับมาอยู่ที่หอพักประจำโรงเรียน ปีนี้ถือเป็นชั้นปีสุดท้าย และเธอจะต้องตั้งใจอ่านหนังสือสอบเพื่อให้เรียนจบ แต่มันก็ไม่ได้ขัดขวางการหาข้ออ้างที่จะได้คุยกับพี่ชาร์ลของเธอเลยคนอย่างคุณหนูเรย์เน่ซะอย่าง...Reyne B: [พี่ชาร์ล คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ]Reyne B: [แล้วคุณแม่ล่ะ]วันนี้หยิบเรื่องพ่อมาอ้างสินะ ก่อนหน้านี้เขายอมรับว่าที่ให้ข้อมูลการติดต่อเธอไปนั้นก็เพราะเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัยของเธอนั่นแหละ บางครั้งเขาก็แอบมายืนอยู่บนคุกราบ้านช่องที่อยู่ตรงข้ามกับหอพักของเธอด้วยแต่พอเจอทักษะการชวนคุยของเธอเข้าไป เป้าหมายในการตอบแชทนั้นก็เริ่มเปลี่ยนไปในทางอื่นแทนใบหน้าหล่อที่โดยปกติมักจะนิ่งขรึม เริ่มแอบกระตุกยิ้มเป็นครั้งคราวเมื่ออ่านข้อความจากเธอCharles K: [วันนี้ท่านชายไม่มีงานอะไรเป็นพิเศษครับ เข้าบริษัทช่วงเช้า ช่วงบ่ายก็กลับมาอยู่ที่คฤหาสน์กับท่านหญิงลินินแล้ว]ดูเหมือนจะเป็นการตอบตามหน้าที่แบบถามคำตอบคำ แต่อันที่จริงในใจก็รู้สึกแปลกอยู่ไม่น้อย ไม่เพียงแค่เขาเท่านั้นที่รับรู้ได้ถึงความแปลกนี้ แต่ผู้ช่วยเลขาอย่าง โนอาห์ เองก็จับสังเกตได้เช่นกัน“แปลกจังเลยนะครับ”“?

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 5

    หลังจากวันนั้น ชีวิตแต่ละวันของชาร์ลก็ดูจะยุ่งขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพราะงานประจำที่ทำอยู่นั้นหนักเกินไปหรอก แต่ช่วงนี้ดูเหมือนจะมีใครบางคนคอยตามวอแวเขาเป็นพิเศษและวันนี้ก็เช่นกัน เสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดินบันไดของคฤหาสน์ ก่อนจะปรากฏภาพร่างบางที่กำลังเดินลงมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเธอมุ่งตรงสู่ห้องทานอาหารเหมือนที่เคยทำเป็นประจำทุกวัน แต่ในวันนี้ เมื่อเห็นร่างสูงที่นั่งจัดการอาหารเช้าอยู่บนโต๊ะพอดิบพอดี ก็ถึงกับลอบยิ้มอย่างอดไม่อยู่ขาเรียวรีบก้าวจ้ำ ๆ ยาว ๆ เข้าไปใกล้อีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีวายตาของใครบางคนกำลังจับจ้องเขาราวกับเป้าหมายที่มีไว้พุ่งชนอย่างไรอย่างนั้น จนกระทั่งมือเรียวดึงเก้าอี้ที่อยู่ข้างเขาออก แล้วทิ้งตัวนั่งลงถัดจากกัน“เอ่อ อรุณสวัสดิ์ครับคุณหนู” หันมาเห็นคนที่นั่งลงข้าง ๆ ชาร์ลก็แทบสำลัก ‘ที่ประจำปกติของเธอก็นั่งฝั่งนู้น แล้วทำไมวันนี้มานั่งตรงนี้กันนะ’บางทีอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ เขาอาจจะแค่คิดมากไปก็เท่านั้น คิดได้ดังนั้นชาร์ลก็ละสายตาจากร่างบางแล้วจัดการมื้อเช้าต่อ“คิดว่าถ้าสวนหลังคฤหาสน์มีดอกไม้กับต้นไม้สวย ๆ กว่านี้จะเป็นยังไงคะ” เรย์เน่เอ่ยเสียงใส พร้

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 4

    หลังจากทั้งคู่รอดมาได้หวุดหวิด ชาร์ลก็ยังทำใจให้สงบไม่ได้ ด้วยความที่คิดไม่ตกว่ากลุ่มคนพวกนั้นรับใช้ตระกูลใดกันแน่ หรือบางทีอาจจะเป็น...เจ้าพวกนั้น...พวกคนที่มาถล่มคฤหาสน์คลินตันครั้งเมื่อเขายังเยาว์วัย ยิ่งคิดถึงเรื่องราวในวันนั้นเขาก็ยิ่งหวั่นใจเข้าไปใหญ่ ถึงแม้ว่าคนพวกนั้นจะโดนเนรเทศไปแล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันก็ไม่รู้ว่าจะขยับขยายวงศ์ตระกูลไปถึงไหนแล้วและบางที อาจจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าหลายร้อยปีก่อนก็เป็นได้“เรื่องวันนี้ อย่าเพิ่งแจ้งท่านชายเจย์เดน” เขายังย้ำกับผู้ช่วยเลขาอย่างโนอาห์ด้วย ไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะโดนต่อว่าอะไรหรอก...แต่เขายังยืนยันให้แน่ชัดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครกันแน่ และหากเปิดประเด็นนี้ออกไป ด้วยนิสัยของท่านชายเจย์เดนแล้ว คงไม่อาจรีรอที่จะสืบหาตัวพวกมันแน่ และเขาก็กลัวว่ามันอาจจะกลายเป็นเรื่องบาดหมางระหว่างตระกูลแวมไพร์ด้วยเพราะฉะนั้นหากจะรายงาน ก็ต้องมั่นใจให้แน่ชัดเสียก่อนส่วนโนอาห์ก็ได้แต่พยักหน้ายอมทำตามที่ชาร์ลบอก ด้วยความที่คนตรงหน้าเขานั้นเติบโตมาพร้อมกับท่านชายเจย์เดน จึงถือได้ว่าชาร์ลเองก็เป็นบุคคลสำคัญของตระกูลแบรดฟอร์ดที่เขาควรให้ความเคารพไม่ต่างกันหลังจากพ

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 3

    “รออยู่ในรถก่อนครับ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นจากข้างนอกรถ เรย์เน่เงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะพบว่าเป็นร่างสูงที่เพิ่งแยกจากกันตรงจุดขึ้นรถเมื่อครู่นี่เอง“พี่ชาร์ล...”ว่าจบเขาก็ใช้พลังทำให้ประตูรถล็อคปิดตายจากข้างใน แล้วเดินไปตรงที่ผู้ช่วยถูกลากไปกองกับพื้น ร่างสูงย่อตัวลงสำรวจความปลอดภัยของเพื่อนร่วมงาน แต

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 2

    หลังจากพวกหนุ่ม ๆ แข่งสเก็ตน้ำแข็งกันเสร็จแล้ว ก็พากันไปทานอาหารในร้านเลื่องชื่อแห่งหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่า เมื่อครู่จะมีแค่เคย์ลิสกับไลเอนน์แข่งกันอยู่สองคนเสียมากกว่า เพราะเจย์เนส พี่ชายคนโตสุด เหมือนจะต้องดูแลเพื่อนสาวของเขาตอนเล่นสเก็ตแทนน่ะสิทุกคนนั่งลงบนโต๊ะไม้ยาว ก่อนที่ท่านหญิงลินิน จะเป็นฝ่า

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 1

    นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอได้พบกับเขา ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปยังชายหนุ่มกำลังเดินผ่านพ้นเข้ามาทางประตูรั้วคฤหาสน์ด้วยท่าทางสุขุมเช่นทุกครั้งชาร์ลยืนมองสวนกว้างหลังคฤหาสน์ ไม่ได้มาเหยียบที่นี่เกือบหลายสิบปี นับตั้งแต่ท่านชายและท่านหญิงลินินคลอดลูกฝาแฝดออกมา เขาก็ต้องรีบไปศึกษาต่อและบริหารงานที่ต่างประเทศแ

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทนำ

    ร่างสูงก้าวไปตามทางเดินอาคารสนามบินของฝั่งผู้โดยสารขาเข้าประเทศ และเพียงไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงใครคนหนึ่งเอ่ยเรียกชื่อของตน“สวัสดีครับคุณชาร์ล ผมเป็นผู้ช่วยเลขาของท่านชายเจย์เดน ท่านชายวานให้ผมมารับครับ” ว่าจบอีกฝ่ายก็ตรงเข้ามารับสัมภาระของอีกคนไปถือไว้สายตาคมปรายมองเล็กน้อยก่อนจะทำเพียงแค่พยักหน้

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status