Share

บทที่ 2

last update Tanggal publikasi: 2025-09-18 21:58:20

หลังจากพวกหนุ่ม ๆ แข่งสเก็ตน้ำแข็งกันเสร็จแล้ว ก็พากันไปทานอาหารในร้านเลื่องชื่อแห่งหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่า เมื่อครู่จะมีแค่เคย์ลิสกับไลเอนน์แข่งกันอยู่สองคนเสียมากกว่า เพราะเจย์เนส พี่ชายคนโตสุด เหมือนจะต้องดูแลเพื่อนสาวของเขาตอนเล่นสเก็ตแทนน่ะสิ

ทุกคนนั่งลงบนโต๊ะไม้ยาว ก่อนที่ท่านหญิงลินิน จะเป็นฝ่ายรังสรรค์เมนูอาหารจากทางพ่อครัว เพื่อให้อาหารนั้นเหมาะสำหรับทุกคนที่ทานได้

ระหว่างที่รออาหารเลิศรสมาเสิร์ฟ เจย์เดนก็เอ่ยขึ้นกลางโต๊ะอาหาร “ยินดีต้อนรับกลับมานะชาร์ล”

“ยินดีต้อนรับกลับมาครับ/ค่ะ” ทุกคนต่างพร้อมเพรียงแสดงความยินดีด้วยกัน ถึงแม้ว่าพวกเด็ก ๆ จะไม่เคยเห็นหน้าคร่าตาเขามาก่อนก็เถอะ แต่ก็อบอุ่นใจที่ได้เจอคุณเลขาที่ท่านพ่อชอบพูดถึงบ่อย ๆ

ชาร์ลน้อมศีรษะให้ทุกคนก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ขอบคุณครับ”

“แต่ว่านะ หายไปตั้งหลายสิบปี เจ้าดูทันสมัยขึ้นเยอะเชียวล่ะ ต่างกับข้าที่ยังพูดจาโบราณอยู่” เจย์เดนเอ่ยเหมือนเป็นการแซว แล้วหลังจากนั้นทุกคนก็พากันหัวเราะลั่น

“นายก็ลองปรับตัวดูบ้างสิ” เป็นลินินที่เอ่ยบอกสามีของเธอ

“เป็นแบบนี้ ข้าก็รักเจ้าได้ดีอยู่แล้ว” เจย์เดนตอบกลับใส่ภรรยาของเขาจนเธอไปไม่เป็นเลยทีเดียว ดวงหน้าสวยของท่านหญิงแห่งตระกูลแบรดฟอร์ดขึ้นสีแดงก่ำ ตามมาด้วยเสียงแซวของลูก ๆ

“โหย หยุดหวานกันสักทีเถอะครับ ผมขอล่ะ” ไลเอนน์ส่ายศีรษะไปมา พร้อมกับเคย์ลิสที่พยักหน้าเห็นด้วย ส่วนเจย์เนสนั้น ถึงแม้หน้าจะนิ่งแต่ก็แอบกระตุกยิ้มขำเหมือนกัน

“ไม่เปลี่ยนไปเลยนะครับท่านชาย” ชาร์ลเองก็ส่ายศีรษะอย่างเหนื่อยหน่ายเช่นกัน นึกไม่ถึงเลยว่ากุหลาบดอกเดียวในวันนั้น จะทำให้ท่านชายคลั่งรักคน ๆ นึงได้ถึงเพียงนี้

แล้วอยู่ ๆ ท่านชายแห่งตระกูลแบรดฟอร์ดก็ปรบมือเข้าหนึ่งฉาดเพื่อเรียกความสนใจจากทุกคน “เอาล่ะ ข้าอยากจะขอเข้าประเด็น”

“?”

“ประเด็นที่ข้าจัดให้มีการต้อนรับการกลับมาของเจ้าเนี่ย ก็เพราะมีเรื่องจะบอกกับทุกคนต่อหน้า” ได้ยินผู้นำตระกูลว่าอย่างนั้น ทุกคนก็ให้ความสนใจกันมาก

“ข้ามาคิดดูแล้ว ข้าอยากจะให้เจ้า ชาร์ล นำบริษัทในเครือบางส่วนของตระกูลแบรดฟอร์ดไปบริหารภายใต้ชื่อตระกูลคลินตันของเจ้า”

“เอ๊ะ?” ชาร์ลทำสีหน้าแตกตื่น ไม่เข้าใจว่าอยู่ ๆ ทำไมท่านชายจึงมีความคิดเช่นนี้ ให้ไปบริหารแทนนั้นพอเข้าใจอยุ่หรอก แต่จะยกให้มาบริหารในชื่อตระกูลของเขานั้นดูเหมือนจะเกินตัวไปหน่อย

ชาร์ลกำลังจะคัดค้าน แต่แล้วเจย์เดนก็ยกมือขึ้นปรามเสียก่อน“ข้าตัดสินใจแล้ว เจ้าไปช่วยท่านพ่อข้าบริหารงานมา แล้วผลลัพธ์ก็ออกมาดีมาก เจ้ามีศักยภาพมากพอที่จะเป็นประธานบบริษัทแล้ว อีกอย่างนะ เจ้าก็ถือหุ้นแต่ละบริษัทในเครือแบรดฟอร์ดอยู่เกือบสามสิบเปอร์เซ็นต์ เจ้าลองไปพิจารณาให้ถี่ถ้วนเถอะ ว่าอยากได้บริษัทไหนไปบริหาร ก็เชิญเอาอีกห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของข้าไปได้เลย”

“ผมคิดว่าแบบนี้ไม่เหมาะนะครับท่านชาย อีกอย่าง พวกนายน้อยกับคุณหนูก็ใกล้จะเรียนจบแล้ว มาช่วยบริหารบริษัทในเครือได้แล้วด้วย”

เจย์เนส ลูกชายคนโตสุดของเจย์เดนได้ยินแบบนั้นก็รีบเสริมทันที “เรื่องนี้ผมกับน้อง ๆ ไม่มีปัญหาหรอกครับพี่ชาร์ล บริษัทในเครือแบรดฟอร์ดเรามีเยอะมาก ชนิดที่ว่าผมกับน้องช่วยกันก็แทบจะบริหารไม่ทั่วถึงด้วยซ้ำ” คิดแล้วก็ยังน่าทึ่งที่ท่านพ่อของเขาบริหารได้โดยไม่ขาดตกบกพร่องเลย

ชาร์ลเงียบลง สีหน้าของเขายังนิ่งเฉยตามสไตล์ นั่นทำให้ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังนิดคิดสิ่งใด ยกเว้นอยู่คนเดียว...

เจย์เดนจับจ้องเขาราวกับอ่านใจได้อย่างไรอย่างนั้น “ข้าว่ามันถึงเวลาแล้วนะ” เจย์เดนเปรยขึ้น รอยยิ้มบนใบหน้าแสยะขึ้นบาง ๆ ก่อนจะพยักหน้าแล้วพูดขึ้นต่อ “เจ้าจะต้องฟื้นฟูตระกูลของเจ้าขึ้นมาอีกครั้งได้แล้ว...”

ย้อนกลับไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน

คฤหาสน์คลินตัน เคยเป็นที่พำนักของคนตระกูลคลินตันมาหลายชั่วอายุคน จนกระทั่งเกิดเหตุอันน่าเศร้าสลดขึ้นคฤหาสน์จึงถูกปล่อยให้ทิ้งร้างมาหลายร้อยปีแล้ว

แต่ก็น่าทึ่ง ที่สิ่งก่อสร้างซึ่งไร้การทำนุบำรุงสามารถอยู่ยงคงกระพันได้ถึงเพียงนี้ถึงแม้ว่ากระเบื้องบนหลังคาตะแตกหักไปบ้าง แต่โครงสร้างโดยรวมก็ถือว่ายังแข็งแกร่งอยู่ไม่น้อย

วันหนึ่งในฤดูหนาวอันแสนเงียบสงบ อยู่ ๆ เสียงโวยวายก็ดังลั่นขึ้นหน้าคฤหาสน์ ตามมาด้วยร่างของแวมไพร์สาวที่วิ่งแตกตื่นเข้ามาภายในห้องโถง

“ชาร์ล! หนีไปลูก!”

เด็กชายเงยหน้าขึ้นจากตำราเรียนที่กำลังตั้งใจอ่านด้วยความสงสัย ก่อนจะเห็นภาพกลุ่มแวมไพร์ที่สวมอาภรณ์ปิดหน้าปิดตาเข้ามาจู่โจมเธอด้วยมีดที่ทำขึ้นจากแร่เงิน

“ท่านแม่!” เขารีบลุกขึ้นยืนหวังจะเข้าไปช่วยท่าน แต่เด็กอายุเพียงสิบสองเช่นเขาจะไปทำอะไรได้

“จับมัน” หัวโจกกลุ่มที่บุกเข้ามาถึงในคฤหาสน์ออกคำสั่ง ทุกคนต่างมุ่งตรงเข้ามาจับตัวเขา ก่อนจะนำไปตรึงเข้ากับผนัง

“ตราประจำตระกูลแกอยู่ไหน” พวกมันเค้นถาม แต่ชาร์ลกลับเม้มปากแน่น

“นี่ อย่าให้ฉันต้องลงมือจนแกลงเอยเหมือนพ่อกับแม่แกเลยนะ” ว่าจบก็หันหลายมีดไปทางร่างของแม่ที่โดนมีดแร่เงินนั้นปักเข้าตรงกลางหัวใจ

สายตาเด็กหนุ่มสั่นไหว แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็เม้มปากอย่างถึงที่สุด เขาพอจะรู้อยู่ว่าเหตุใดพวกมันจึงต้องการตราประจำตระกูลนั่น

มันจะเอาไปเพื่อลงเลือกผู้นำของเหล่าแวมไพร์สินะ เป็นเพราะท่านพ่อและท่านแม่ปักใจลงเลือกตระกูลแบรดฟอร์ดอย่างสุดใจ และเหมือนว่าจะเชือดเฉือนกันเพียงคะแนนเดียว พวกมันจึงมาบุกและหากไม่ได้ตราประจำตระกูลอย่างที่ตั้งใจ ก็จะฆ่าทิ้งยกครัวเพื่อตัดคะแนนเสียงอย่างไรล่ะ

ถึงแม้เขาจะยังเยาว์นัก แต่ก็พอแยกแยะความชั่วดีออก และคนจำพวกนี้ เขาจะยอมให้ขึ้นมาเป็นผู้นำของเหล่าแวมไพร์ไม่ได้เด็ดขาด

“น่าเสียดาย ยังเด็กอยู่แท้ ๆ แต่รั้นไม่เข้าเรื่อง” สิ้นประโยคนั้นมีดแร่เงินก็ปักลงบนฝ่ามือของเด็กหนุ่มเข้าอย่างจัง

ไม่มีเสียงร้องใดเล็ดรอดออกมาสักนิด แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ยอมจำนน

“ฆ่ามันซะ”

แต่ก่อนที่มีดแร่เงินจะทันได้ปักลงตรงหัวใจของเขา ร่างของคนที่ถือมีดก็ปลิวกระเด็นไปอีกฟากของห้องทันที

เป็น เอเดรียน ผู้นำตระกูลแบรดฟอร์ด หรือท่านพ่อของท่านชายเจย์เดน ผู้มีพระคุณต่อเขาปรากฎตัวขึ้นได้ทันเวลา

ไม่พูดพร่ำทำเพลง เอเดรียนจัดการหักคอทุกคนตรงหน้า ก่อนจะส่งกลับไปให้ทางตระกูลต้นเรื่อง อย่างตระกูลเฮอริสัน พร้อมพาเด็ฏหนุ่มอย่าง ชาร์ล คลินตัน กลับไปยังคฤหาสน์แบรดฟอร์ดและรับอุปการะนับตั้งแต่นั้นมา

หลังจากได้ขึ้นเป็นผู้นำของเหล่าแวมไพร์แล้ว ทางตระกูลแบรดฟอร์ดก็ออกคำสั่งให้เนรเทศตระกูลเฮอริสันให้ไปอยู่ในที่ไกลโพ้น

ภายในห้องโถงของตระกูลเฮอริสัน เสียงตบโต๊ะดังลั่นสนั่น จนบรรดาผู้รับใช้ต่างพากันก้มหน้าก้มตาด้วยความหวาดหวั่น

“เจ็บใจนัก!” หวังจะเป็นผู้นำ แต่ก็มาชวดไปเพราะตระกูลคลินตันที่ไม่ยอมเข้าร่วมกับฝั่งเขา

แค่ตระกูลเดียวกลับทำให้พวกเขาล่วงหล่นสู่เหวได้ มันน่าผูกใจเจ็บนัก!

ด้วยเหตุนี้ ชาวบ้านแถบละแวกนั้นต่างเห็นพ้องต้องกันว่า คฤหาสน์คลินตันนั้น ‘น่ากลัว’ ถึงแม้คฤหาสน์นี้จะอยู่มาหลายร้อยปีแล้ว แต่ผู้คนที่อยู่ในยุคนี้กต่างได้รับคำเล่าขานต่อมาจากรุ่นสู่รุ่นอีกครั้ง

‘นี่มันคฤหาสน์ผีสิง’

ก่อนหน้านี้ที่ตระกูลนั่นยังอยู่ก็ว่าน่ากลัวแล้ว แต่เหตุการณ์น่าสลดที่แวมไพร์ถูกสังหารคาบ้านตัวเองยิ่งทวีคูณความน่ากลัวอีกหลายเท่าตัว วันดีคืนดี ทุกคนก็ยังได้ยินเยงโหยหวนที่กรีดร้องดังออกมา ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจึงพากันย้ายหนีห่างออกไป

เวลาปัจจุบัน

ชาร์ลนิ่งเงียบไประหว่างที่รำลึกความทรงจำอันแสนเลวร้าย แต่แล้วเสียงของเจย์เดนก็เรียกเขาออกจากภวังค์ “มีอะไรให้เจ้าต้องเป็นกังวลขนาดนั้น”

แต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ท่านชายเจย์เดนคอยแต่อยากจะให้เขาก่อตั้งตระกูลคลินตันขึ้นมาใหม่ แต่เป็นเพราะเขายังไม่วางใจทางฝั่งเฮอริสันอย่างไรล่ะ

หากพวกนั้นได้ยินข่าวของเขา คงไม่รอช้าที่จะแก้แค้นแน่ หากเป็นแบบนั้น ตระกูลแบรดฟอร์ดก็จะพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย

มันจะต้องไม่เป็นแบบนั้น...

“เอาอย่างนี้ ไว้เจ้าพร้อมเมื่อไหร่ ข้าจะมาถามเจ้าอีกทีแล้วกัน ข้าเองก็ไม่อยากกดดันเจ้ามากเกินไปนักหรอก” สุดท้ายก็ต้องยอมปล่อยผ่านไปอีกแล้วสินะ แต่กยังไม่วายทิ้งท้ายเอาไว้ “เรื่องบางเรื่อง เราก็ควรกล้าที่จะก้าวข้ามมันไปได้แล้วนะ”

“ขอโทษด้วยครับท่านชาย”

หลังจากนั้น ทุกคนก็เพลิดเพลินกับมื้ออาหารจนอิ่มหนำและกลับออกจากร้านในเวลาต่อมา

เจย์เนสเดินไปส่งเพื่อนสาวของเขาที่บ้าน ในขณะที่ทุกคนขึ้นรถกลับคฤหาสน์กันหมด

“เดี๋ยวผมกลับทีหลังครับ” ชาร์ลบอกกล่าวทุกคน จากนั้นก็แยกตัวออกไป

ขณะที่ทุกคนกำลังจะขึ้นรถกันเรียบร้อยและคนขับกำลังจะกดปิดประตู อยู่ ๆ เรย์เน่ก็โผล่งขึ้นมา “เดี๋ยวค่ะ หนูก็จะกลับทีหลังเหมือนกัน พอดีนึกขึ้นได้ว่าจะไปซื้อของ” ว่าจบเธอก็กระโดดลงจากรถตู้แล้ววิ่งจากไป

เจย์เดนกับลินินได้แต่มองตามด้วยความสงสัย แต่เมื่อเห็นว่าที่นี่มีชาร์ลอยู่ด้วย จึงหายห่วงไปเปราะหนึ่ง

เรย์เน่รีบวิ่งมา ดูเหมือนจะตามมาทันพอดีเลย ดวงตาคู่สวยดูล่องลอยยามเมื่อจับจ้องร่างสูงที่เดินเตร็ดเตร่ไปตามทางของฝั่งถนนที่อยู่ตรงข้าม

“เมื่อตอนบ่ายยังดี ๆ อยู่เลย...” เธอเอ่ยเสียงแผ่วกับตัวเอง เรื่องที่ท่านพ่อพูด ต้องไปสะกิดโดนเรื่องไม่ดีในใจเขาแน่ ๆ

เรย์เน่คิดในใจ คิ้วสวยขมวดแน่นเป็นปม เหมือนว่าเคร่งเครียดเสียเอง ‘ใครมันกล้าทำอะไรพี่ชาร์ลกัน’ และเมื่อเห็นว่าชาร์ลเดินหายเข้าไปในตรอกซอบแห่งหนึ่ง เธอจึงรีบข้ามถนนและเลี้ยวตามไปติด ๆ

แต่แล้ว...

ปึก!

“คุณหนูตามผมมาทำไมครับ” ร่างสูงสวมแว่นตาปั้นหน้านิ่งขรึมจับจ้องมายังคนตัวเล็กตรงหน้า นี่เขารู้ตัวอยู่ตลอดเวลาเลยเหรอเนี่ย!

“เปล่า...เปล่านะ ฉันแค่จะไปซื้อของ”

“มาซื้อของ....” ว่าพลางหันกวาดสายตามองรอบ ๆ “แถวนี้เหรอครับ?” คิ้วหนาขมวดสงสัยก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าเธอ

ดวงหน้าสวยพยักหงึกหงัก “จะไปซื้อตุ๊กตาค่ะ พี่ชาร์ล...พาไปหน่อยได้ไหม” ไม่ว่าเปล่า ยังเปิดรูปตุ๊กตาที่ต้องการให้ชาร์ลดูอีกต่างหาก

มันคือตุ๊กตาแวมไพร์ที่ใส่แว่น เธออยากได้มาอยู่คู่กับตุ๊กตาเจ้าหญิงแวมไพร์ที่เธอมีอยู่

ร่างสูงลอบถอนหายใจออกมา ‘ทำไมต้องคอยวนเวียนติดกับฉันเนี่ย วันนี้ทั้งวันเลยนะ’ มือหนาที่กำลังล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่นั้นถูกยกขึ้นมาพร้อมมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง

บอกตามตรง เรื่องที่คุยกับท่านชายเจย์เดนเมื่อครู่มันไปสะกิดโดนความทรงจำอันแสนเจ็บปวดของเขาเข้า จึงต้องการเวลาอยู่กับตัวเองสักพัก และการที่มีคนตัวเล็กมาวนเวียนอยู่แบบนี้มันทำให้อยู่กับตัวเองได้ไม่ค่อยเต็มที่เท่าไหร่นัก

“มันดึกแล้วครับ คุณหนูไม่ควรอยู่ข้างนอก”

“แต่มีพี่ชาร์ลอยู่นี่คะ” ว่าจบเรย์เน่ก็ยิ้มหวานตาหยีส่งไปให้เขา

เมื่อได้ยินแบบนั้น ร่างสูงก็ชะงักไปทันตา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารอยยิ้มเมื่อครู่นี่ อยู่ ๆ มันก็ทำให้เขาเหมือนจะลืมเรื่องที่ตึงเครียดอยู่ได้ไปชั่วขณะเลย

แต่แล้วเขาก็เรียกสติตัวเองกลับมาได้ “ไม่ได้ครับ” ว่าจบก็กอบกุมเข้าที่ข้อมือของเรย์เน่แล้วออกแรงดึงให้ไปยืนอยู่ติดริมถนน

มือหนายกจับโทรศัพท์ขึ้นแล้วพูดกับปลายสาย “มารับคุณหนูด้วย”

“เอ๊ะ ไม่เอา ฉันยังไม่ได้ของที่ต้องการเลย”

“ตอนนี้ไม่ได้ครับ ยังไงก็ต้องกลับก่อน การอยู่ข้างนอกกลางดึก สำหรับแวมไพร์ก็อันตรายเหมือนกัน” สิ้นคำพูดของเขารถยนต์ก็เข้ามาจอดเทียบ

มือหนาเปิดประตูรถข้างหลัง ก่อนจะส่งตัวร่างบางขึ้นไปนั่งแล้วปิดประตูลง

“แล้วพี่ชาร์ลไม่ได้กลับด้วยเหรอ?” เรย์เน่ยกมือขึ้นแตะกระจกรถ เหมือนกำลังทักท้วง แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ถามอะไร รถก็เคลื่อนตัวออกไปก่อน

“คุณชาร์ลเขาค่อนข้างเข้าใจยากน่ะครับ” เป็นคุณผู้ช่วยเลขาที่พูดขึ้นมาพร้อมเสียงระคนขำ

นั่นทำให้ใบหน้าของเรย์เน่เริ่มบูดบึ้ง...ไม่ได้ตุ๊กตายังพอทน แต่ไม่ได้อยู่กับคนที่ต้องการนี่พอกันที...

แต่แล้ว...เมื่อรถเคลื่อนตัวไปได้สักพัก...

ปัง!

อยู่ ๆ ก็เกิดเสียงอะไรบางอย่างกระแทกเข้ากับโลหะตัวรถอย่างแรง ทำให้เรย์เน่แตกตื่น คุณผู้ช่วยเลขาเองก็รีบเหนียบเบรครถแทบจะทันที

“อะไรน่ะ ชนอะไรหรือเปล่า”

“เปล่านะครับ เหมือนมีอะไรวิ่งมาชนรถเรามากกว่า” ว่าจบเขาก็เปิดประตูทางฝั่งคนขับรถลงไปสำรวจดูว่ามีอะไรผิดปกติ “ไม่มีอะไรนะครับคุณหนู”

พึ่บ!

ไม่ทันขาดคำ คุณผู้ช่วยเลขาก็ถูกอะไรบางอย่างพาหายลับตาไปซะอย่างนั้น!

“คุณโนอาห์! นั่นใครน่ะ! ต้องการอะไร!” เรย์เน่ร้องตะโกนถาม เห็นเพียงแค่แวบเดียวแต่เธอก็พอรู้ว่าเป็นพวกอมนุษย์เช่นพวกเธอแน่นอน

เรย์เน่เห็นท่าไม่ดี จึงจะเปิดประตูรถลงไปช่วยผู้ช่วยเลขา แต่ยังไม่ทันจะได้เปิดดี ก็เหมือนมีใครมาผลักประตูให้ปิดเข้าไปตามเดิม!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 9

    ร่างบางนั่งคร่อมอยู่บนตัวเขาอย่างไม่ยอมแพ้ มือเรียวขยับซุกซนไต่ไปตามแผงอกของชาร์ล จนกระทั่งเริ่มเล่นกับกระดุมเสื้อของเขา เสียงกระดุมดังแกร่ก ด้วยเพราะเล็บที่เขี่ยมันไปมาจนสุดท้ายกระดุมเม็ดบนก็หลุดออกนั่นทำให้ร่างสูงที่กำลังรู้สึกเหมือนสมองตัวเองขาวโพลนไปหมดเริ่มสะดุ้งและดึงสติตัวเองกลับมาได้ในที่สุด“หยุด” เสียงเข้มเอ่ยเหมือนคำสั่งชี้ขาด แต่มีหรือที่คนเมาจะฟังรู้เรื่อง ฟังไม่ได้ศัพท์แถมยังเล่นปูไต่บนตัวเขาไปเรื่อย ๆ อีกต่างหาก“เรย์เน่ หยุด” มือหนารีบคว้าจับมือของเธอเอาไว้เพื่อไม่ให้เล่นซุกซนและสะกิดต่อมอันตรายมากไปกว่านี้เมื่อถูกเรียกชื่อ เรย์เน่ก็ชะงักไปครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นจากบริเวณซอกคอของเขา ก่อนจะชายตาสบกับคนที่ยังนอนอยู่ใต้ร่างในที่สุด สายตาหวานหยาดเยิ้มจ้องมองไปทำให้ร่างสูงแอบลอบกลืนน้ำลายอีกครั้ง ดวงหน้าหล่อที่ปกติจะเรียบเฉยเริ่มขึ้นสีจนแทบซ่อนไม่อยู่แล้วในจังหวะต่อมา คนตัวโตกว่าก็รวบรวมแรงทั้งหมดแล้วพาให้ร่างบางพลิกลงไปนอนราบกับพื้นเตียงอย่างนุ่มนวล ก่อนจะก้มตัวทับร่างเล็ก มิหนำซ้ำยังตรึงแขนทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ ด้วยกลัวว่าเจ้าตัวจะทำอะไรที่มันสุ่มเสี่ยงอีกเรย์เน่สะ

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 8

    เสียงดนตรีคลออยู่ในงาน ท่ามกลางแขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความยินดีและมอบของขวัญให้กับคู่บ่าวสาว และก่อนที่เชอรีนจะเดินจากไป ชาร์ลก็ยื่นกล่องของขวัญใบเล็กไปให้เธอด้วยท่าทางสงบนิ่งตามสไตล์ของตัวเองเพียงแต่ว่า ไม่ได้มีถ้อยคำแสดงความยินดีใด ๆ หลุดออกจากปากของเขาเลยแม้แต่น้อย ก็เขาไม่ได้ยินดีสักหน่อย เป็นฝ่ายโดนทิ้งโดยให้เหตุผลว่าเลือกอนาคนที่ดีกว่าตัวเอง ต้องแสดงความยินดีด้วยหรือไงกันและคนอย่างเขา จะให้ปั้นสีหน้าแล้วแสร้งพูดออกมาก็คงทำไม่ได้หรอกในขณะที่เชอรีนก็ยืนรอเขาพูดคำนั้น แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเพียงแค่ยื่นกล่องของขวัญมาให้ เธอก็ได้แต่ยกยิ้มเจื่อนแล้วแล้วยื่นมือไปรับกล่องของขวัญด้วยความจำใจ “ขอบคุณนะ”หลังจากนั้นเธอก็เดินจากโต๊ะของเขาไปเพื่อไปหาแขกคนอื่นต่อ แต่ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า ตอนที่มองหน้าเธอแววตายังดูอาลัยอาวรณ์เขาอย่างไรไม่รู้อะไรกัน ไหนว่าเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองไง แล้วทำไมถึงทำหน้าทำตาแบบนั้นล่ะแต่ก่อนที่ความคิดจะเริ่มไหลไปไกล บางอย่างก็ขัดจังหวะความคิดของเขาเข้าเสียก่อนติ๊งมือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาอ่านReyne B: [ขอตัวกลับก่อนนะคะ พอ

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 7

    เปิดเทอมได้ไม่นาน ช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ ทางบ้านก็มารับเพื่อพาลูก ๆ ออกไปเที่ยวพักผ่อน ก่อนจะมีการสอบปลายภาคเพื่อจบภาคการศึกษาในปีสุดท้าย“มากันแค่นี้เหรอคะ” เรย์เน่สำรวจมองทั่วรถ ก่อนจะพบว่ามีเพียงคนขับรถ พ่อแม่ และพวกพี่น้องของเธอเท่านั้น ไม่มีคนที่เธอเฝ้ารอว่าจะได้เจอเลย...“พี่หมายความว่ายังไงว่ามาแค่นี้ ปกติตอนไปเที่ยวก็มีพวกเราสี่คนแล้วก็พ่อแม่อยู่แล้วหนิ” เคย์ลิสถามขึ้น สีหน้าดูสงสัยไม่ต่างจากไลเอนน์ที่พยักกหน้าเห็นด้วยกับคำถามของคู่แฝดตัวเอง“อะ...เปล่า...ไม่มีอะไรหรอก”“พี่ชาร์ลไม่ได้มาด้วยเหรอครับ” เป็นเจย์เนส พี่ชายคนโตซึ่งเป็นคู่แฝดของเธอเปรยขึ้นมาให้ ราวกับอ่านใจน้องสาวตัวเองได้อย่างไรอย่างนั้นเรย์เน่ได้ยินแบบนั้นก็ปรายสายตาดุ ๆ ส่งไปทางเขา เพราะกลัวว่าความลับจะถูกเปิดโปง แต่จริง ๆ ก็รู้สึกขอบคุณอยู่หรอกนะ เพราะใจจริงแล้ว เธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าพี่ชาร์ลหายไปไหน“ชวนมาแล้ว แต่เจ้านั่นบอกว่าติดธุระ” เจย์เดนหันบอกลูกชายคนโต ก่อนจะบ่นพึมพำกับตัวเองต่อ “สงสัยเจ้านั่นคงนัดสาวที่ไหนไว้ล่ะสิท่า”คำพูดนั้นทำให้ใจเรย์เน่เต้นระส่ำไม่เป็นท่า ความรู้สึกวาบหวิวเข้าก่อกุมจิตใจอย่างบอก

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 6

    หลังจากเปิดเทอมและต้องกลับมาอยู่ที่หอพักประจำโรงเรียน ปีนี้ถือเป็นชั้นปีสุดท้าย และเธอจะต้องตั้งใจอ่านหนังสือสอบเพื่อให้เรียนจบ แต่มันก็ไม่ได้ขัดขวางการหาข้ออ้างที่จะได้คุยกับพี่ชาร์ลของเธอเลยคนอย่างคุณหนูเรย์เน่ซะอย่าง...Reyne B: [พี่ชาร์ล คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ]Reyne B: [แล้วคุณแม่ล่ะ]วันนี้หยิบเรื่องพ่อมาอ้างสินะ ก่อนหน้านี้เขายอมรับว่าที่ให้ข้อมูลการติดต่อเธอไปนั้นก็เพราะเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัยของเธอนั่นแหละ บางครั้งเขาก็แอบมายืนอยู่บนคุกราบ้านช่องที่อยู่ตรงข้ามกับหอพักของเธอด้วยแต่พอเจอทักษะการชวนคุยของเธอเข้าไป เป้าหมายในการตอบแชทนั้นก็เริ่มเปลี่ยนไปในทางอื่นแทนใบหน้าหล่อที่โดยปกติมักจะนิ่งขรึม เริ่มแอบกระตุกยิ้มเป็นครั้งคราวเมื่ออ่านข้อความจากเธอCharles K: [วันนี้ท่านชายไม่มีงานอะไรเป็นพิเศษครับ เข้าบริษัทช่วงเช้า ช่วงบ่ายก็กลับมาอยู่ที่คฤหาสน์กับท่านหญิงลินินแล้ว]ดูเหมือนจะเป็นการตอบตามหน้าที่แบบถามคำตอบคำ แต่อันที่จริงในใจก็รู้สึกแปลกอยู่ไม่น้อย ไม่เพียงแค่เขาเท่านั้นที่รับรู้ได้ถึงความแปลกนี้ แต่ผู้ช่วยเลขาอย่าง โนอาห์ เองก็จับสังเกตได้เช่นกัน“แปลกจังเลยนะครับ”“?

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 5

    หลังจากวันนั้น ชีวิตแต่ละวันของชาร์ลก็ดูจะยุ่งขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพราะงานประจำที่ทำอยู่นั้นหนักเกินไปหรอก แต่ช่วงนี้ดูเหมือนจะมีใครบางคนคอยตามวอแวเขาเป็นพิเศษและวันนี้ก็เช่นกัน เสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดินบันไดของคฤหาสน์ ก่อนจะปรากฏภาพร่างบางที่กำลังเดินลงมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเธอมุ่งตรงสู่ห้องทานอาหารเหมือนที่เคยทำเป็นประจำทุกวัน แต่ในวันนี้ เมื่อเห็นร่างสูงที่นั่งจัดการอาหารเช้าอยู่บนโต๊ะพอดิบพอดี ก็ถึงกับลอบยิ้มอย่างอดไม่อยู่ขาเรียวรีบก้าวจ้ำ ๆ ยาว ๆ เข้าไปใกล้อีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีวายตาของใครบางคนกำลังจับจ้องเขาราวกับเป้าหมายที่มีไว้พุ่งชนอย่างไรอย่างนั้น จนกระทั่งมือเรียวดึงเก้าอี้ที่อยู่ข้างเขาออก แล้วทิ้งตัวนั่งลงถัดจากกัน“เอ่อ อรุณสวัสดิ์ครับคุณหนู” หันมาเห็นคนที่นั่งลงข้าง ๆ ชาร์ลก็แทบสำลัก ‘ที่ประจำปกติของเธอก็นั่งฝั่งนู้น แล้วทำไมวันนี้มานั่งตรงนี้กันนะ’บางทีอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ เขาอาจจะแค่คิดมากไปก็เท่านั้น คิดได้ดังนั้นชาร์ลก็ละสายตาจากร่างบางแล้วจัดการมื้อเช้าต่อ“คิดว่าถ้าสวนหลังคฤหาสน์มีดอกไม้กับต้นไม้สวย ๆ กว่านี้จะเป็นยังไงคะ” เรย์เน่เอ่ยเสียงใส พร้

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 4

    หลังจากทั้งคู่รอดมาได้หวุดหวิด ชาร์ลก็ยังทำใจให้สงบไม่ได้ ด้วยความที่คิดไม่ตกว่ากลุ่มคนพวกนั้นรับใช้ตระกูลใดกันแน่ หรือบางทีอาจจะเป็น...เจ้าพวกนั้น...พวกคนที่มาถล่มคฤหาสน์คลินตันครั้งเมื่อเขายังเยาว์วัย ยิ่งคิดถึงเรื่องราวในวันนั้นเขาก็ยิ่งหวั่นใจเข้าไปใหญ่ ถึงแม้ว่าคนพวกนั้นจะโดนเนรเทศไปแล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันก็ไม่รู้ว่าจะขยับขยายวงศ์ตระกูลไปถึงไหนแล้วและบางที อาจจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าหลายร้อยปีก่อนก็เป็นได้“เรื่องวันนี้ อย่าเพิ่งแจ้งท่านชายเจย์เดน” เขายังย้ำกับผู้ช่วยเลขาอย่างโนอาห์ด้วย ไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะโดนต่อว่าอะไรหรอก...แต่เขายังยืนยันให้แน่ชัดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครกันแน่ และหากเปิดประเด็นนี้ออกไป ด้วยนิสัยของท่านชายเจย์เดนแล้ว คงไม่อาจรีรอที่จะสืบหาตัวพวกมันแน่ และเขาก็กลัวว่ามันอาจจะกลายเป็นเรื่องบาดหมางระหว่างตระกูลแวมไพร์ด้วยเพราะฉะนั้นหากจะรายงาน ก็ต้องมั่นใจให้แน่ชัดเสียก่อนส่วนโนอาห์ก็ได้แต่พยักหน้ายอมทำตามที่ชาร์ลบอก ด้วยความที่คนตรงหน้าเขานั้นเติบโตมาพร้อมกับท่านชายเจย์เดน จึงถือได้ว่าชาร์ลเองก็เป็นบุคคลสำคัญของตระกูลแบรดฟอร์ดที่เขาควรให้ความเคารพไม่ต่างกันหลังจากพ

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 3

    “รออยู่ในรถก่อนครับ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นจากข้างนอกรถ เรย์เน่เงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะพบว่าเป็นร่างสูงที่เพิ่งแยกจากกันตรงจุดขึ้นรถเมื่อครู่นี่เอง“พี่ชาร์ล...”ว่าจบเขาก็ใช้พลังทำให้ประตูรถล็อคปิดตายจากข้างใน แล้วเดินไปตรงที่ผู้ช่วยถูกลากไปกองกับพื้น ร่างสูงย่อตัวลงสำรวจความปลอดภัยของเพื่อนร่วมงาน แต

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทที่ 1

    นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอได้พบกับเขา ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปยังชายหนุ่มกำลังเดินผ่านพ้นเข้ามาทางประตูรั้วคฤหาสน์ด้วยท่าทางสุขุมเช่นทุกครั้งชาร์ลยืนมองสวนกว้างหลังคฤหาสน์ ไม่ได้มาเหยียบที่นี่เกือบหลายสิบปี นับตั้งแต่ท่านชายและท่านหญิงลินินคลอดลูกฝาแฝดออกมา เขาก็ต้องรีบไปศึกษาต่อและบริหารงานที่ต่างประเทศแ

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   บทนำ

    ร่างสูงก้าวไปตามทางเดินอาคารสนามบินของฝั่งผู้โดยสารขาเข้าประเทศ และเพียงไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงใครคนหนึ่งเอ่ยเรียกชื่อของตน“สวัสดีครับคุณชาร์ล ผมเป็นผู้ช่วยเลขาของท่านชายเจย์เดน ท่านชายวานให้ผมมารับครับ” ว่าจบอีกฝ่ายก็ตรงเข้ามารับสัมภาระของอีกคนไปถือไว้สายตาคมปรายมองเล็กน้อยก่อนจะทำเพียงแค่พยักหน้

  • แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด   ทำความรู้จัก

    ข้อควรรู้เกี่ยวกับจักรวาลแวมไพร์ By ไรท์มิน(กรุณาอ่านเพื่อความเข้าใจตรงกันนะค้าบคุณรี้ดที่รัก)1. แวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ จะโตเต็มวัยที่อายุยี่สิบปี ใบหน้าจะคงความอ่อนเยาว์หยุดเอาไว้ที่อายุเท่านั้น2. สามารถใช้พลังได้ เคลื่อนไหวได้รวดเร็ว มีความสามารถในการรักษาบาดแผลได้อย่างรวดเร็ว (กรณีที่ไม่ได้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status