แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด

แผนพิชิตใจนายเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ด

last updateLast Updated : 2026-02-03
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
11Chapters
248views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เรื่องราวของคุณเลขาแวมไพร์ฮอตเนิร์ดที่บังเอิญไปเข้าตาลูกสาวเจ้านายตั้งแต่แรกพบเจอ

View More

Chapter 1

ทำความรู้จัก

เขตพระนคร ปลายพุทธศักราช ๒๕๐๘ ต้นฤดูคิมหันต์...

คำว่า ‘คนรวยก็รวยล้นฟ้า คนจนก็จนติดดิน’ ยังคงใช้ได้อยู่ทุกยุคทุกสมัยไม่เสื่อมคลาย เฉกเช่นเดียวกับชีวิตของ ‘แสงดาว’ เด็กสาววัยดรุณีผู้แสนยากจน ซึ่งมีอาชีพหาบเร่ขายขนมครกอยู่ตามย่านถนนเจริญกรุง เธอต้องหาเช้ากินค่ำและมุมานะอย่างหนักเพื่อหวังว่าสักวันครอบครัวของตนจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

มือเล็กจิ๋วหยาบกร้านนิดๆ อันเนื่องมาจากการทำงานหามรุ่งหามค่ำ ค่อยๆ บรรจงหยิบขนมครกเนื้อนุ่มที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมละมุนของกะทิใส่ลงบนกระทงใบตองขนาดเท่าฝ่ามือทีละชิ้น แล้วยื่นไปให้กับลูกค้าที่มาซื้อด้วยรอยยิ้มสดใสน่ารัก

ภาพนั้นเป็นภาพที่คุ้นชินของคนในละแวกนี้ดี เพราะเด็กสาวมีนิสัยร่าเริง ช่างพูดช่างเจรจา และมีมิตรไมตรีต่อทุกคน จึงทำให้มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยเทียวแวะเวียนมาอุดหนุนมิได้ขาดสาย

“วันนี้ได้กี่สตางค์แล้วล่ะนังแสงดาว รู้สึกขนมครกของเอ็งจะขายดีเป็นเทน้ำเป็นท่าเชียวนะ”

ป้าศจี ‘แม่ค้าขายผักสด’ หันมาเลียบเคียงถาม ขณะจัดแจงผักชนิดต่างๆ ที่วางอยู่บนหาบของตัวเองให้แลดูน่าพิศมองต่อผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา

“ก็พอได้จ้ะป้า” แสงดาวคลี่ยิ้มหวาน แล้วหมุนกายไปหยอดแป้งส่วนผสมกะทิลงในถาดขนมครกที่ตั้งอยู่บนเตาถ่านร้อนๆ อย่างขะมักเขม้นต่อ

“แล้วช่วงนี้แม่ของเอ็งได้กลับมาเยี่ยมบ้านบ้างหรือเปล่าหือ?”

ประโยคของหญิงวัยกลางคนที่โพล่งขึ้นโดยไม่ได้ไตร่ตรองหรือคิดอะไร เปรียบเสมือนดั่งท่อนไม้แข็งๆ ที่พุ่งทะยานแหวกม่านอากาศเข้ามากระแทกยังโสตประสาทของคนฟังจนกระตุกวูบไหว นัยน์ตาสีดำสนิทกลมโตหลุบมองดูพื้น รู้สึกแน่นในอกคล้ายจะหายใจไม่ออกเอาดื้อๆ

“ไม่กลับมาบ้านหลายวันแล้วจ้ะป้า ครั้นหนูจะไปตามก็กลัวจะถูกไล่ตะเพิดเอา...” ในขณะที่พูดนั้นดวงหน้านวลแฉล้มก็ซ่อนแววขื่นขมให้มิดชิดจากสายตาใคร่รู้ของอีกฝ่าย

แต่มีหรือที่ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายฤดูกาลอย่างนางศจีจะไม่สังเกตสังกา มืออันเริ่มเหี่ยวย่นตามวัยจึงเอื้อมไปลูบปลอบประโลมศีรษะเล็กๆ ที่ถักเปียหางม้าด้วยความเวทนาจับใจ “เอ็งคิดเสียว่านังเดือนแรมไปทำงานหาเงินหาทองก็แล้วกันนะแสงดาวเอ๊ย”

คราวนี้เด็กสาวพยายามฝืนยิ้มบนใบหน้าที่หม่นหมองดุจดอกไม้ก้านเฉา ก่อนจะตอบกลับไปเสียงสั่นเครือ

“จ้ะป้า...หนูเข้าใจ”

จากนั้นหญิงต่างวัยทั้งสองคนก็คุยกันเรื่องสัพเพเหระในลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัยตามประสาแม่ค้าข้างถนน แสงดาวพอใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง เพราะอย่างน้อยๆ ก็มีป้าศจีคอยเป็นที่ปรึกษาและให้กำลังใจเธออยู่เสมอ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เธอรักและเคารพผู้มากวัยกว่าเสมือนญาติผู้ใหญ่แท้ๆ ก็ไม่ปาน

แสงสีทองจากดวงอาทิตย์หอบเอาไอร้อนลงมาลามเลียผิวกายของผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมาในเขตพระนครจนแสบแสน ก่อนจะค่อยๆ ทอรัศมีอ่อนลงยามเย็นเพื่อหลบเลี่ยงให้เหล่าเดือนดาราออกมาฉายประกายเรื่อเรืองแทน ดั่งเช่นแสงดาวที่ยังคงมีวิถีชีวิตตามเดิม ความอดอยากแร้นแค้นเป็นสิ่งที่คุ้นชินสำหรับเธออยู่เสมอ

โดยแต่ละวันในเวลาย่ำรุ่ง เด็กสาวจะต้องตื่นขึ้นมาตระเตรียมวัตถุดิบต่างๆ ที่ใช้ทำขนมครก ด้วยการลงมือผสมหัวกะทิ หางกะทิ เกลือป่น น้ำตาลทรายเข้าด้วยกันอย่างพิถีพิถัน และนำไปตั้งเตาไฟจนละลายได้ที่ จากนั้นก็ยกลงทิ้งไว้ให้เย็นครู่ใหญ่ๆ แล้วจึงจัดแจงใส่ลงบนหาบของตัวเองเพื่อเอาไปเร่ขายตามย่านถนนเจริญกรุงเหมือนทุกๆ วันที่ผ่านมา

ร่างแน่งน้อยในชุดอาภรณ์เก่าๆ มอซอเดินทอดน่องมาเรื่อยๆ ตามริมฟุตบาท กระทั่งพอถึงทางแยก เท้าเล็กๆ จึงย่างก้าวลงไปบนพื้นถนน หมายจะข้ามไปยังอีกฟากฝั่ง...

ทว่าเสี้ยววินาทีนั้นเอง! โรลส์รอยซ์รุ่นคลาสสิกสีแดงสดมันวับแบบเปิดประทุนก็พุ่งทะยานตรงมาพอดีด้วยความเร็วค่อนข้างสูง!

ทุกสิ่งรอบกายคล้ายจะหยุดนิ่ง แสงดาวหันขวับไปมอง ดวงตากลมโตเบิกโพลง มือเรียวยกขึ้นปิดปากที่อ้าหวอ

ปรี๊น!?!! ปรี๊นๆๆๆ ปรี๊นนน!!??!

เสียงแตรรถแผดร้องก้องกังวาน สะท้านโสตประสาทยิ่งนัก ในขณะที่คนขับรีบหักพวงมาลัยพร้อมกับใช้เท้ากระทืบเบรกเต็มแรงจนลากล้อดังเอี๊ยด กลิ่นเหม็นไหม้ของผ้าเบรกคละคลุ้งไปทั่ว

ร่างของเด็กสาวผงะหงายล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกองอยู่พื้นถนน ถาดขนมครกและแป้งส่วนผสมกะทิซึ่งอยู่ในหาบนั้นหกเรี่ยลาดไปหมด

“นี่หล่อน! อยากตายเป็นผีเฝ้าถนนหรือยังไงห๊ะ! เดินทะเล่อทะล่าออกมาโดยไม่ดูสัญญาณไฟจราจรแบบนั้น!”

เสียงของโชเฟอร์ตะโกนก่นด่าด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ก่อนจะรีบเปิดประตูรถลงมาดู ซึ่งแสงดาวเองก็พยายามยันกายลุกขึ้นเพื่อจะไปเอาเรื่องคู่กรณีให้ถึงที่สุดเช่นกัน

หากแต่เมื่อดวงตาแป๋วแหววที่มีเงานุ่มๆ ดุจกำมะหยี่เหลือบแลเห็นใบหน้าเจ้าของรถยนต์สุดหรูชัดๆ เต็มสองเบ้า ความโมโหที่อัดแน่นอยู่บนอกในคราแรก มีอันต้องมลายหายไปจนหมดสิ้น แล้วแปรเปลี่ยนเป็นจับจ้องอย่างลุ่มหลงราวกับต้องมนต์สะกดเสียแทน เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เด็กสาวซึ่งเติบโตมาจากสังคมชนชั้นล่างได้พบเจอบุรุษหนุ่มผู้สง่างามไปทุกกระเบียดนิ้วเช่นนี้

แสงดาวยังคงเพ่งพิศร่างสูงใหญ่ผึ่งผายภายใต้เสื้อผ้าเกรดเอเนื้อเยี่ยมอย่างไม่อาจถอนสายตาไปได้ง่ายๆ ใบหน้าที่หล่อเหลานิ่งขรึมกับจมูกโด่งคมเป็นสัน อีกทั้งริมฝีปากหยักลึกได้รูป รับด้วยดวงตายาวรีสีดำขลับซึ่งกำลังกวาดมองมายังเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทำเอาหัวใจดวงน้อยๆ ปั่นป่วนวาบหวามปานจะโลดออกมานอกทรวง

“นี่ยัยเด็กข้างถนน” เขาเอ่ยขึ้นเสียงห้วนๆ สองมือไพล่หลังด้วยกิริยาผู้ดี “จะยืนจ้องหน้าฉันอยู่อีกนานไหม...ฮึ!”

ประโยคเชิงตำหนิแกมดุดังกล่าว เรียกสติของแสงดาวให้กลับคืนมาฉับไว

‘หน็อย! ถึงจะหน้าตาดีแค่ไหน แต่ปากคอเราะร้ายแบบนี้ก็ไม่น่าอภิรมย์เหมือนกัน ไม่รู้ผีตัวไหนเจาะปากเน่าๆ มาให้พูด’

เด็กสาวหลับตาลงเพื่อรวบรวมความกล้าที่กระจัดกระจายเหมือนผงแป้งให้เข้ามารวมเป็นกลุ่มก้อนตามเดิม ก่อนจะสวนคำพูดแสบๆ คันๆ ราวกับมดกัดกลับไปอย่างถือดี

“แล้วคุณล่ะ เป็นเทวดามาจากสวรรค์ชั้นไหนมิทราบ ทำไมดิฉันถึงจะจ้องหน้าคุณไม่ได้”

นัยน์ตาสีเข้มเสมือนตาเสือวาวโรจน์ขึ้นทันที “หืม...ปากเก่งเชียวนะ หล่อนรู้หรือเปล่าว่ากำลังพูดอยู่กับใคร”

“ไม่รู้ค่ะ และดิฉันก็ไม่จำเป็นจะต้องรู้ให้รกสมองอีกด้วย” เด็กสาวเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ทั้งที่ในใจนั้นเต้นแรงโครมคราม หากจำเป็นต้องสร้างความกล้าให้กับตนเอง

ชายหนุ่มกัดฟันกรอด สันกรามกระตุกตุบๆ พลางมองประสานสายตากับอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ ซึ่งปกติแล้วไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนหาญกล้ามาเถียงคำไม่ตกฟากกับเขาฉอดๆ เยี่ยงนี้ แต่ยัยเด็กต่ำศักดิ์ไร้สกุลรุนชาติที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมตรงหน้าคนนี้ กลับไม่เกรงกลัวเลยสักนิด แถมยังชูคอผยองอวดดีอีกต่างหาก

ดังนั้นมือหนาทั้งสองข้างจึงไม่รีรอที่จะพุ่งปราดเข้าไปตะปบไหล่กลมกลึงพร้อมทั้งออกแรงเขย่าจนร่างไหวโอน

“เปรียบเสมอไพร่! กล้าดียังไงมาตีฝีปากกับฉัน!”

แสงดาวเม้มปากแน่นจนห้อเลือด เรือนกายสั่นระริก รู้สึกคล้ายกับมีกำปั้นหนักๆ ชกเข้าที่ใบหน้าจนมึนชา เนื่องจากตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยถูกใครหยามเกียรติเท่านี้มาก่อน ร่างแน่งน้อยจึงสะบัดตัวออกห่างและเอามือเท้าสะเอวจ้องมองมายังชายหนุ่มอย่างเกรี้ยวกราด

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
11 Chapters
บทนำ
ร่างสูงก้าวไปตามทางเดินอาคารสนามบินของฝั่งผู้โดยสารขาเข้าประเทศ และเพียงไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงใครคนหนึ่งเอ่ยเรียกชื่อของตน“สวัสดีครับคุณชาร์ล ผมเป็นผู้ช่วยเลขาของท่านชายเจย์เดน ท่านชายวานให้ผมมารับครับ” ว่าจบอีกฝ่ายก็ตรงเข้ามารับสัมภาระของอีกคนไปถือไว้สายตาคมปรายมองเล็กน้อยก่อนจะทำเพียงแค่พยักหน้าให้อีกฝ่ายเป็นการบ่งบอกว่าเข้าใจแล้ว แต่ท่าทางที่แสนเรียบง่ายและดูสุขุมนุ่มลึกของเขานั้น มันให้ความรู้สึกเย็นชาต่อผู้พบเห็นอย่างไรก็ไม่รู้ทำเอาผู้ช่วยเลขาที่เดินตามหลังไปติด ๆ ถึงกับลอบกลืนน้ำลาย ด้วยเหตุผลที่ว่า เจ้าคนเย็นชานี่ อีกไม่นานก็จะเป็นหัวหน้าของเขาอย่างไรล่ะรถยนต์คันหรูถูกขับมาจอดเทียบเคียงตรงหน้าประตูทางออกสนามบิน ระหว่างนั้นผู้คนไม่ว่าชายหรือหญิงก็ต่างพากันจับจ้องเขาเป็นตาเดียวประเด็นแรกก็เพราะความหล่อเหลาที่แม้แต่จะสวมแว่นตาบดบังเอาไว้บางส่วนแล้ว ก็ยังรู้สึกได้ถึงออร่าความหล่อนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ส่วนประเด็นที่สอง รถยนต์คันหรูที่ขับมาเทียบเคียงนั้นมีเพียงไม่กี่คันในประเทศ จึงบ่งบอกได้ว่าคนที่ขึ้นไปนั่งบนรถคันนั้นได้ จะต้องมาจากตระกูลผู้ทรงอิทธิพลเป็นแน่ ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึง
Read more
บทที่ 1
นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอได้พบกับเขา ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปยังชายหนุ่มกำลังเดินผ่านพ้นเข้ามาทางประตูรั้วคฤหาสน์ด้วยท่าทางสุขุมเช่นทุกครั้งชาร์ลยืนมองสวนกว้างหลังคฤหาสน์ ไม่ได้มาเหยียบที่นี่เกือบหลายสิบปี นับตั้งแต่ท่านชายและท่านหญิงลินินคลอดลูกฝาแฝดออกมา เขาก็ต้องรีบไปศึกษาต่อและบริหารงานที่ต่างประเทศแทนท่านพ่อของท่านชายพอดีกลิ่นหอมอ่อนของดอกไม้ลอยตามลมมากระทบจมูก ดวงตาคมกวาดมองรอบบริเวณ ช่างอุดมสมบูรณ์และงดงามไม่เปลี่ยนไปเลยแต่แล้ว ขณะกำลังปล่อยใจไปกับความทรงจำอยู่นั้น เสียงฝีเท้าเบา ๆ และการเคลื่อนไหวดุ๊กดิ๊กใต้ต้นแอปเปิลในสวนก็เริ่มดึงความสนใจของเขาคิ้วหนาขมวดขึ้นด้วยความสงสัย ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ เพียงแวบเดียวเขาก็ได้พบเข้ากับหญิงสาวในชุดเดรสสีอ่อนที่กำลังเอื้อมมือเก็บผลแอปเปิลเหนือศีรษะอย่างเอาตายภาพนั้นทำให้ความทรงจำเก่า ๆ ไหลย้อนกลับมาราวกับสายธาร เพราะเมื่อหลายสิบปีก่อน ท่านหญิงลินิน แม่ของเธอก็เคยกระโดดเก็บแอปเปิลด้วยท่าทางสุดเหวี่ยงแทบเป็นแทบตายแบบนี้เนี่ยแหละ เพราะอยากจะได้ลูกที่สวยที่สุด แต่มันสูงเกินเอื้อม จนในที่สุดท่านชายเจย์เดนก็ต้องเดินเข้ามาช้อนร่างของท่านหญิงลินินขึ
Read more
บทที่ 2
หลังจากพวกหนุ่ม ๆ แข่งสเก็ตน้ำแข็งกันเสร็จแล้ว ก็พากันไปทานอาหารในร้านเลื่องชื่อแห่งหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่า เมื่อครู่จะมีแค่เคย์ลิสกับไลเอนน์แข่งกันอยู่สองคนเสียมากกว่า เพราะเจย์เนส พี่ชายคนโตสุด เหมือนจะต้องดูแลเพื่อนสาวของเขาตอนเล่นสเก็ตแทนน่ะสิทุกคนนั่งลงบนโต๊ะไม้ยาว ก่อนที่ท่านหญิงลินิน จะเป็นฝ่ายรังสรรค์เมนูอาหารจากทางพ่อครัว เพื่อให้อาหารนั้นเหมาะสำหรับทุกคนที่ทานได้ระหว่างที่รออาหารเลิศรสมาเสิร์ฟ เจย์เดนก็เอ่ยขึ้นกลางโต๊ะอาหาร “ยินดีต้อนรับกลับมานะชาร์ล”“ยินดีต้อนรับกลับมาครับ/ค่ะ” ทุกคนต่างพร้อมเพรียงแสดงความยินดีด้วยกัน ถึงแม้ว่าพวกเด็ก ๆ จะไม่เคยเห็นหน้าคร่าตาเขามาก่อนก็เถอะ แต่ก็อบอุ่นใจที่ได้เจอคุณเลขาที่ท่านพ่อชอบพูดถึงบ่อย ๆชาร์ลน้อมศีรษะให้ทุกคนก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ขอบคุณครับ”“แต่ว่านะ หายไปตั้งหลายสิบปี เจ้าดูทันสมัยขึ้นเยอะเชียวล่ะ ต่างกับข้าที่ยังพูดจาโบราณอยู่” เจย์เดนเอ่ยเหมือนเป็นการแซว แล้วหลังจากนั้นทุกคนก็พากันหัวเราะลั่น“นายก็ลองปรับตัวดูบ้างสิ” เป็นลินินที่เอ่ยบอกสามีของเธอ“เป็นแบบนี้ ข้าก็รักเจ้าได้ดีอยู่แล้ว” เจย์เดนตอบกลับใส่ภรรยาของเขาจนเธอไปไม่เป็นเ
Read more
บทที่ 3
“รออยู่ในรถก่อนครับ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นจากข้างนอกรถ เรย์เน่เงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะพบว่าเป็นร่างสูงที่เพิ่งแยกจากกันตรงจุดขึ้นรถเมื่อครู่นี่เอง“พี่ชาร์ล...”ว่าจบเขาก็ใช้พลังทำให้ประตูรถล็อคปิดตายจากข้างใน แล้วเดินไปตรงที่ผู้ช่วยถูกลากไปกองกับพื้น ร่างสูงย่อตัวลงสำรวจความปลอดภัยของเพื่อนร่วมงาน แต่ไม่ทันไร มวลอากาศก็พุ่งผ่านหน้าไปราวกับจ้องจะทำร้ายเมื่อผ่านหน้าไปได้สักพัก มันก็ตั้งท่าจะเคลื่อนเข้ามาโจมตีเขาอีกครั้ง แต่ชาร์ลไวกว่ามาก เขาคว้าจับตรงต้นคอของใครบางคนได้อย่างจังและหลังจากพิจารณาแล้วก็พบว่าอีกฝ่ายเป็นแวมไพร์เหมือนกัน“ใครส่งแกมา” เสียงเข้มเอ่ยพร้อมทำท่าทีเคร่งขรึม แต่อีกฝ่ายก็ทำเพียงแสยะยิ้มแล้วหัวเราะด้วยความสะใจ“ไม่เลวเลยหนิ นายน้อยคลินตัน โตขึ้นเยอะเลยนะ”ชาร์ลชะงักไปเมื่อได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูด จนเผลอคลายมือที่กอบกุมบริเวณลำคอไปชั่วขณะและเมื่อได้จังหวะ มันก็รีบพุ่งไปทางรถยนต์ที่เรย์เน่นั่งอยู่โดยไม่รอช้า แต่ด้วยความเร็วคนละระดับ ชาร์ลจึงพุ่งตามไปดักหน้าเอาไว้ได้ทัน“เร็วดีนี่ งั้นมาดูกัน ว่านายจะเร็วกว่าฉันหรือเปล่า...” ว่าจบมันก็แสยะยิ้มแล้วร่ายเวทย์ไปยังรถที่เรย์เ
Read more
บทที่ 4
หลังจากทั้งคู่รอดมาได้หวุดหวิด ชาร์ลก็ยังทำใจให้สงบไม่ได้ ด้วยความที่คิดไม่ตกว่ากลุ่มคนพวกนั้นรับใช้ตระกูลใดกันแน่ หรือบางทีอาจจะเป็น...เจ้าพวกนั้น...พวกคนที่มาถล่มคฤหาสน์คลินตันครั้งเมื่อเขายังเยาว์วัย ยิ่งคิดถึงเรื่องราวในวันนั้นเขาก็ยิ่งหวั่นใจเข้าไปใหญ่ ถึงแม้ว่าคนพวกนั้นจะโดนเนรเทศไปแล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันก็ไม่รู้ว่าจะขยับขยายวงศ์ตระกูลไปถึงไหนแล้วและบางที อาจจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าหลายร้อยปีก่อนก็เป็นได้“เรื่องวันนี้ อย่าเพิ่งแจ้งท่านชายเจย์เดน” เขายังย้ำกับผู้ช่วยเลขาอย่างโนอาห์ด้วย ไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะโดนต่อว่าอะไรหรอก...แต่เขายังยืนยันให้แน่ชัดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครกันแน่ และหากเปิดประเด็นนี้ออกไป ด้วยนิสัยของท่านชายเจย์เดนแล้ว คงไม่อาจรีรอที่จะสืบหาตัวพวกมันแน่ และเขาก็กลัวว่ามันอาจจะกลายเป็นเรื่องบาดหมางระหว่างตระกูลแวมไพร์ด้วยเพราะฉะนั้นหากจะรายงาน ก็ต้องมั่นใจให้แน่ชัดเสียก่อนส่วนโนอาห์ก็ได้แต่พยักหน้ายอมทำตามที่ชาร์ลบอก ด้วยความที่คนตรงหน้าเขานั้นเติบโตมาพร้อมกับท่านชายเจย์เดน จึงถือได้ว่าชาร์ลเองก็เป็นบุคคลสำคัญของตระกูลแบรดฟอร์ดที่เขาควรให้ความเคารพไม่ต่างกันหลังจากพ
Read more
บทที่ 5
หลังจากวันนั้น ชีวิตแต่ละวันของชาร์ลก็ดูจะยุ่งขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพราะงานประจำที่ทำอยู่นั้นหนักเกินไปหรอก แต่ช่วงนี้ดูเหมือนจะมีใครบางคนคอยตามวอแวเขาเป็นพิเศษและวันนี้ก็เช่นกัน เสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดินบันไดของคฤหาสน์ ก่อนจะปรากฏภาพร่างบางที่กำลังเดินลงมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเธอมุ่งตรงสู่ห้องทานอาหารเหมือนที่เคยทำเป็นประจำทุกวัน แต่ในวันนี้ เมื่อเห็นร่างสูงที่นั่งจัดการอาหารเช้าอยู่บนโต๊ะพอดิบพอดี ก็ถึงกับลอบยิ้มอย่างอดไม่อยู่ขาเรียวรีบก้าวจ้ำ ๆ ยาว ๆ เข้าไปใกล้อีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีวายตาของใครบางคนกำลังจับจ้องเขาราวกับเป้าหมายที่มีไว้พุ่งชนอย่างไรอย่างนั้น จนกระทั่งมือเรียวดึงเก้าอี้ที่อยู่ข้างเขาออก แล้วทิ้งตัวนั่งลงถัดจากกัน“เอ่อ อรุณสวัสดิ์ครับคุณหนู” หันมาเห็นคนที่นั่งลงข้าง ๆ ชาร์ลก็แทบสำลัก ‘ที่ประจำปกติของเธอก็นั่งฝั่งนู้น แล้วทำไมวันนี้มานั่งตรงนี้กันนะ’บางทีอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ เขาอาจจะแค่คิดมากไปก็เท่านั้น คิดได้ดังนั้นชาร์ลก็ละสายตาจากร่างบางแล้วจัดการมื้อเช้าต่อ“คิดว่าถ้าสวนหลังคฤหาสน์มีดอกไม้กับต้นไม้สวย ๆ กว่านี้จะเป็นยังไงคะ” เรย์เน่เอ่ยเสียงใส พร้
Read more
บทที่ 6
หลังจากเปิดเทอมและต้องกลับมาอยู่ที่หอพักประจำโรงเรียน ปีนี้ถือเป็นชั้นปีสุดท้าย และเธอจะต้องตั้งใจอ่านหนังสือสอบเพื่อให้เรียนจบ แต่มันก็ไม่ได้ขัดขวางการหาข้ออ้างที่จะได้คุยกับพี่ชาร์ลของเธอเลยคนอย่างคุณหนูเรย์เน่ซะอย่าง...Reyne B: [พี่ชาร์ล คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ]Reyne B: [แล้วคุณแม่ล่ะ]วันนี้หยิบเรื่องพ่อมาอ้างสินะ ก่อนหน้านี้เขายอมรับว่าที่ให้ข้อมูลการติดต่อเธอไปนั้นก็เพราะเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัยของเธอนั่นแหละ บางครั้งเขาก็แอบมายืนอยู่บนคุกราบ้านช่องที่อยู่ตรงข้ามกับหอพักของเธอด้วยแต่พอเจอทักษะการชวนคุยของเธอเข้าไป เป้าหมายในการตอบแชทนั้นก็เริ่มเปลี่ยนไปในทางอื่นแทนใบหน้าหล่อที่โดยปกติมักจะนิ่งขรึม เริ่มแอบกระตุกยิ้มเป็นครั้งคราวเมื่ออ่านข้อความจากเธอCharles K: [วันนี้ท่านชายไม่มีงานอะไรเป็นพิเศษครับ เข้าบริษัทช่วงเช้า ช่วงบ่ายก็กลับมาอยู่ที่คฤหาสน์กับท่านหญิงลินินแล้ว]ดูเหมือนจะเป็นการตอบตามหน้าที่แบบถามคำตอบคำ แต่อันที่จริงในใจก็รู้สึกแปลกอยู่ไม่น้อย ไม่เพียงแค่เขาเท่านั้นที่รับรู้ได้ถึงความแปลกนี้ แต่ผู้ช่วยเลขาอย่าง โนอาห์ เองก็จับสังเกตได้เช่นกัน“แปลกจังเลยนะครับ”“?
Read more
บทที่ 7
เปิดเทอมได้ไม่นาน ช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ ทางบ้านก็มารับเพื่อพาลูก ๆ ออกไปเที่ยวพักผ่อน ก่อนจะมีการสอบปลายภาคเพื่อจบภาคการศึกษาในปีสุดท้าย“มากันแค่นี้เหรอคะ” เรย์เน่สำรวจมองทั่วรถ ก่อนจะพบว่ามีเพียงคนขับรถ พ่อแม่ และพวกพี่น้องของเธอเท่านั้น ไม่มีคนที่เธอเฝ้ารอว่าจะได้เจอเลย...“พี่หมายความว่ายังไงว่ามาแค่นี้ ปกติตอนไปเที่ยวก็มีพวกเราสี่คนแล้วก็พ่อแม่อยู่แล้วหนิ” เคย์ลิสถามขึ้น สีหน้าดูสงสัยไม่ต่างจากไลเอนน์ที่พยักกหน้าเห็นด้วยกับคำถามของคู่แฝดตัวเอง“อะ...เปล่า...ไม่มีอะไรหรอก”“พี่ชาร์ลไม่ได้มาด้วยเหรอครับ” เป็นเจย์เนส พี่ชายคนโตซึ่งเป็นคู่แฝดของเธอเปรยขึ้นมาให้ ราวกับอ่านใจน้องสาวตัวเองได้อย่างไรอย่างนั้นเรย์เน่ได้ยินแบบนั้นก็ปรายสายตาดุ ๆ ส่งไปทางเขา เพราะกลัวว่าความลับจะถูกเปิดโปง แต่จริง ๆ ก็รู้สึกขอบคุณอยู่หรอกนะ เพราะใจจริงแล้ว เธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าพี่ชาร์ลหายไปไหน“ชวนมาแล้ว แต่เจ้านั่นบอกว่าติดธุระ” เจย์เดนหันบอกลูกชายคนโต ก่อนจะบ่นพึมพำกับตัวเองต่อ “สงสัยเจ้านั่นคงนัดสาวที่ไหนไว้ล่ะสิท่า”คำพูดนั้นทำให้ใจเรย์เน่เต้นระส่ำไม่เป็นท่า ความรู้สึกวาบหวิวเข้าก่อกุมจิตใจอย่างบอก
Read more
บทที่ 8
เสียงดนตรีคลออยู่ในงาน ท่ามกลางแขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความยินดีและมอบของขวัญให้กับคู่บ่าวสาว และก่อนที่เชอรีนจะเดินจากไป ชาร์ลก็ยื่นกล่องของขวัญใบเล็กไปให้เธอด้วยท่าทางสงบนิ่งตามสไตล์ของตัวเองเพียงแต่ว่า ไม่ได้มีถ้อยคำแสดงความยินดีใด ๆ หลุดออกจากปากของเขาเลยแม้แต่น้อย ก็เขาไม่ได้ยินดีสักหน่อย เป็นฝ่ายโดนทิ้งโดยให้เหตุผลว่าเลือกอนาคนที่ดีกว่าตัวเอง ต้องแสดงความยินดีด้วยหรือไงกันและคนอย่างเขา จะให้ปั้นสีหน้าแล้วแสร้งพูดออกมาก็คงทำไม่ได้หรอกในขณะที่เชอรีนก็ยืนรอเขาพูดคำนั้น แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเพียงแค่ยื่นกล่องของขวัญมาให้ เธอก็ได้แต่ยกยิ้มเจื่อนแล้วแล้วยื่นมือไปรับกล่องของขวัญด้วยความจำใจ “ขอบคุณนะ”หลังจากนั้นเธอก็เดินจากโต๊ะของเขาไปเพื่อไปหาแขกคนอื่นต่อ แต่ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า ตอนที่มองหน้าเธอแววตายังดูอาลัยอาวรณ์เขาอย่างไรไม่รู้อะไรกัน ไหนว่าเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองไง แล้วทำไมถึงทำหน้าทำตาแบบนั้นล่ะแต่ก่อนที่ความคิดจะเริ่มไหลไปไกล บางอย่างก็ขัดจังหวะความคิดของเขาเข้าเสียก่อนติ๊งมือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาอ่านReyne B: [ขอตัวกลับก่อนนะคะ พอ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status