تسجيل الدخولเมื่อกลับมาถึงคอนโดหรูกลางเมืองธีรภัทรก็ถอดเสื้อผ้าเหลือเพียงผ้าขนหนูพันรอบเอวสอบเอาไว้เพื่อเตรียมอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะออกไปปฏิบัติการล่าลูกแกะตัวน้อยมาสู่อ้อมกอดให้สมใจ แต่ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำเสียงโทรศัพท์เครื่องหรูก็ดังขึ้นเสียก่อน เมื่อเห็นเบอร์ที่โชว์อยู่ก็ถอนหายใจก่อนจะกดรับอย่างเสียไม่ได้
“ฮัลโหล” ธีรภัทรกรอกเสียงนุ่มทุ้มไปตามสาย
“ธีขา คุณอยู่ไหนคะ ณิชาคิดถึงคุณจัง คุณไม่มาหาณิชาเป็นอาทิตย์แล้วนะคะ” ณิชาคู่ควงคนล่าสุดของธีรภัทรเอ่ยกระเง้ากระงอดมาตามสาย
“ช่วงนี้ผมไม่ค่อยว่างน่ะ” น่าแปลกที่ตอนนี้เขารู้สึกเฉยๆ ต่อณิชามากทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เขาถูกใจเธอมาก ณิชามีรูปร่างหน้าตาดึงดูดใจชายสมกับตำแหน่งนางแบบระดับต้นๆ ของประเทศ หญิงสาวเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มในวงสังคม แต่เขาก็ได้เธอมาร่วมเตียงอย่างง่ายดายหลังจากเธอมาเป็นนางแบบโฆษณาให้กับรถยนต์ของเขาเมื่อไม่นานมานี้ เพียงแค่เขาแสดงท่าทีสนใจในตัวเธอนางแบบสาวก็ตอบตกลงทันที
ระหว่างที่กำลังฟังการตัดพ้อต่อว่าและออดอ้อนอยากให้เขาไปค้างด้วย ธีรภัทรกลับไม่ได้ฟังคนในสายเลยแม้แต่น้อยเพราะมีภาพใบหน้าหวานซึ้งของใครบางคนซ้อนทับเข้ามาในโสตประสาทจนเขาเผลอยิ้มออกมา
“ธีคะ..ธี” เมื่อเห็นคู่สนทนาเงียบไปณิชาก็เอ่ยเรียก
“ครับ ณิชาว่าไงนะ”
“อะไรกันคะ นี่ธีไม่ได้ฟังที่ณิชาพูดเลยเหรอคะ หรือว่าใจลอยคิดถึงใคร อย่าให้รู้นะณิชาไม่ยอมจริงๆ ด้วย” ธีรภัทรถอนหายใจออกมาทันทีเมื่อได้ยินดังนั้น สิ่งที่เขาเบื่อและรำคาญที่สุดคือการที่คู่ควงแต่ละคนเมื่อได้คบกับเขาระยะหนึ่งมักแสดงอาการเป็นเจ้าข้าวเจ้าของทั้งๆ ที่ตอนเริ่มความสัมพันธ์ก็ตกลงกันอย่างดิบดีว่าจะเป็นแค่การคบกันแบบสนุกๆ ตามความพอใจเท่านั้นไม่มีการผูกมัดใดๆ เห็นทีคงถึงเวลาที่เขาต้องยุติความสัมพันธ์กับนางแบบสาวเสียแล้วกระมัง
“ณิชาเราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าความสัมพันธ์ระหว่างเราเป็นแบบไหน อย่าให้ผมต้องย้ำบ่อยๆ ดีกว่า” ธีรภัทรบอกเสียงขุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ ณิชาเมื่อได้ยินไฮโซหนุ่มแสดงอาการไม่พอใจก็รู้สึกตัวว่าเธอเผลอแสดงความเป็นเจ้าของในตัวเขามากเกินไปซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ชายรักอิสระอย่างธีรภัทรไม่ชอบที่สุดจึงรีบกล่าวแก้ตัว
“โถ่...ธีขา ณิชาขอโทษค่ะที่ลืมตัวไปหน่อย ก็ณิชาคิดถึงคุณนี่คะ” หญิงสาวเอ่ยเสียงออดอ้อนโดยหวังว่าเขาจะใจอ่อนเหมือนทุกครั้ง
“เอาเป็นว่าถ้าผมว่างแล้วจะโทรหาก็แล้วกัน” ธีรภัทรกล่าวตัดบทก่อนวางสายทันที ตอนนี้ใจเขามันแล่นไปอยู่ที่ผับหรูกลางเมืองที่มีนางฟ้าตัวน้อยของเขาอยู่ที่นั่นเรียบร้อยแล้ว
สี่ทุ่มกว่าๆ ซึ่งถือว่าเป็นช่วงหัวค่ำของนักท่องราตรี ธีรภัทรก้าวเข้ามาในผับหรูด้วยเสื้อยืดคอปกสีขาวยี่ห้อดังกางเกงยีนส์และรองเท้าหนังแบรนด์หรูเพียงแค่ย่างเท้าเข้ามาเขาก็ตกเป็นเป้าสายตาของเหล่าผีเสื้อราตรีทันที บ้างก็ยิ้มหวานหยดย้อยเชิญชวน บางคนที่ใจไม่กล้าพอก็ได้แต่แอบมองอยู่ห่างๆ คืนนี้เขาเลือกที่จะนั่งด้านล่างเพื่อจะได้มองนางฟ้าตัวน้อยได้ถนัดๆ
เมื่อเลือกที่นั่งในมุมที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวได้แล้วธีรภัทรก็เรียกเด็กเสิร์ฟมาสั่งเครื่องดื่มเบาๆ เพื่อดื่มรอเพื่อนสนิททั้งสองที่นัดให้มาสังสรรค์กันคืนนี้ สายตาของเขาจ้องมองไปยังเคาน์เตอร์ที่สาวน้อยในชุดเดรสสั้นกุดแสนเซ็กซี่นั่งประจำเคาน์เตอร์อยู่พลางไล่สายตาพินิจพิจารณาเธออีกครั้ง เมื่อตอนเย็นที่เจอกันลดาวดีอยู่ในชุดสบายๆ ดูน่ารักน่าทะนุถนอมแต่พอมาอยู่ในชุดเดรสสีแดงเพลิงเธอกลับดูเซ็กซี่เย้ายวนใจอย่างร้ายกาจ แค่มองเขาก็รู้สึกได้ถึงความร้อนที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ธีรภัทรแปลกใจตัวเองเหมือนกันใช่ว่าเขาไม่เคยเจอผู้หญิงสวยเสียเมื่อไหร่ ตรงกันข้ามกับมีเข้ามาเสนอตัวให้เขามิได้ขาดทั้ง ดารา นางแบบ เหล่าไฮโซลูกท่านหลานเธอทั้งหลายล้วนผ่านการขึ้นเตียงกับเขามาแล้วทั้งนั้น แต่จบแล้วก็จบกันไม่มีใครที่ทำให้เขาติดตาตรึงใจรู้สึกโหยหาได้เหมือนเธอคนนี้เลย ‘คุณร่ายมนต์อะไรใส่ผมกันนะลดา’ ธีรภัทรรำพึงในใจ
เมื่อนั่งรอสักพักยังไม่เห็นเพื่อนสนิทมาตามนัดธีรภัทรจึงหยิบมือถือขึ้นมาโทรตามทันที
“ไอ้คีย์ ไอ้เต้พวกแกอยู่ไหนกันแล้ววะไม่เห็นโผล่หัวมาสักที” ธีรภัทรโวยวายไปตามสาย
“แหม ไอ้คุณชายทำอย่างกับว่าแกไม่เคยมาสาย ช้านิดช้าหน่อยจะเป็นไรไปวะก็รถมันติดนี่หว่า” คีตภัทรแก้ตัว
“เออ...มาเร็วๆ แล้วกันฉันรออยู่”
“รู้แล้วน่า ก็รีบอยู่เนี่ย แกไม่ต้องห่วงหรอก ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล แกได้นั่งเฝ้าน้องลดาคนสวยไปอีกนานแน่นอน” คีตภัทรกระเซ้ามาตามสาย
“พูดมาก” ธีรภัทรเมื่อโดนจี้ใจดำก็กดวางสายทันที แล้วกวาดสายตาหาร่างบางที่นั่งประจำเคาน์เตอร์แต่กลับมองไม่เห็นจึงกวาดสายตาไปทั่วๆ จนมองเห็นร่างยวนตาอยู่ที่โต๊ะแขกผู้ชายซึ่งเดาว่าน่าจะเป็นหนุ่มออฟฟิศมากินดื่มสังสรรค์อย่างที่นิยมทำกันเวลาสิ้นเดือน ธีรภัทรตาลุกวาวทันทีเมื่อเห็นหนึ่งในนั้นเอื้อมมือมาจับแขนเรียวเสลาของลดาวดีพลางรั้งให้นั่งลงข้างๆ แต่เธอขืนตัวไว้แล้วพูดอะไรบางอย่างกับไอ้หน้าจืดเจ้าของมือบอน น่าฟันทิ้งนั่นแล้วก็จบลงด้วยยิ้มหวานให้มัน ก่อนจะเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์
เมื่อเดินกลับมาประจำเคาน์เตอร์ลดาวดีก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกที่รอดพ้นโต๊ะชายหนุ่มชีกอเมื่อสักครู่มาได้ ใช่ว่าเธอไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ เพราะบางเวลาเธอก็ต้องออกไปช่วยเสิร์ฟหรือดูแลแขกบ้างเมื่อเด็กเสิร์ฟทำไม่ทันเพราะวันศุกร์สิ้นเดือนแขกจะมากเป็นพิเศษทำให้เธอมักเจอเหตุการณ์แบบนี้เสมอแต่ก็เอาตัวรอดมาได้ทุกครั้ง นี่เป็นข้อเสียอย่างหนึ่งของงานกลางคืนยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้วมักจะโดนเหมาว่าซื้อได้ด้วยเงินและโดนมองเป็นของเล่นสำหรับผู้ชายเสมอ แต่เธอก็ยังโต๊ะที่เป็นสาเหตุของอารมณ์ขุ่นมัวของเขา สองเพื่อนสนิทมองตามสายตาธีรภัทรก็เจอกับโต๊ะหนุ่มๆ ซึ่งดูจากลักษณะท่าทางน่าจะเป็นหนุ่มออฟฟิศทั่วๆ ไป
“เกิดอะไรขึ้นวะ” คีตภัทรถามอย่างสงสัย
“มันบังอาจมาแตะต้องผู้หญิงของฉัน” น้ำเสียงธีรภัทรเจือไปด้วยความขุ่นเคืองจนเพื่อนสนิททั้งสองแปลกใจ เพราะ ธีรภัทรไม่เคยแสดงอาการหึงหวงผู้หญิงคนไหน ไม่ว่าจะสวยหยาดฟ้ามาดินสักปานใดก็แค่คู่ควง สุดท้ายก็จบลงที่เตียงแล้วก็แยกย้ายกันไปอย่างต่างได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายเพราะธีรภัทรจ่ายไม่อั้นเพื่อซื้อความสุขตามประสาผู้ชาย แล้วผู้หญิงประเภทเห็นแก่เงินโดยไม่แคร์อะไรก็มีมาก บางครั้งเสนอตัวให้เพื่อนเขาฟรีๆ ด้วยซ้ำ ผู้หญิงที่ไหนล่ะจะไม่อยากใกล้ชิดหนุ่มไฮโซ หล่อรวย ครบสูตรขนาดนี้ แล้วธีรภัทรก็ไม่เคยแคร์ว่าใครจะมาข้องแวะกับคู่ควงของตัวเองเลยสักครั้ง บางทีอดีตคู่นอนของธีรภัทรยังกลายมาเป็นคู่นอนของพวกเขาด้วยซ้ำไป แต่คราวนี้เกิดอะไรขึ้นกันเจ้าเพื่อนสนิทถึงได้ออกอาการขนาดนี้
“อย่าบอกนะว่าแกหึง” คีตภัทรไม่รีรอที่จะถามข้อข้องใจ
“เปล่า...แต่คนนี้ฉันจอง ตราบใดที่ฉันยังไม่ได้ไอ้หน้าไหนก็ไม่มีสิทธิมายุ่ง แต่ถ้าฉันเบื่อแล้วก็ว่าไปอย่าง” ธีรภัทรตอบอย่างทะนงตนเพราะคิดว่าอาการโหยหาคิดถึงที่มีต่อลดาวดีก็แค่อาการเห่อของเล่นใหม่ที่ยังไม่ได้มาครอบครองก็เท่านั้นเอง
“แล้วเรื่องแกกับน้องเขาไปถึงไหนแล้ววะ”
“กำลังดำเนินการอยู่ อีกไม่นานหรอกพวกแกได้เสียเงินแน่ๆ ” ธีรภัทรหยิบไวน์ขึ้นจิบแล้วมองไปยังร่างบางอย่างหมายมาด อีกไม่นานหรอกสาวน้อยคุณจะต้องมานอนระทดระทวยอยู่บนเตียงของผมเป็นของผมคนเดียว ธีรภัทรคิดในใจโดยไม่ได้เฉลียวใจเลยว่าอาการหวงที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อนแต่ลดาวดีกลับทำให้เขารู้สึกแบบนั้นได้มันคืออะไร
เมื่อล่วงเข้ายามสายเอกวุฒิและเจนิตาก็เดินทางมาโรงพยาบาล เอกวุฒิชะงักไปเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของคนที่เขาเกลียดแสนเกลียดนั่งอยู่หน้าห้องไอซียู โดยไม่รอช้าเขาเดินตรงเข้าไปหาธีรภัทรทันที“แกมาทำไมอีก หรือจะมาดูว่าลดาตายหรือยังจะได้สมใจแก” เอกวุฒิกระชากเสียงถาม“อย่ามาแช่งลดานะ” ธีรภัทรตอบกลับเสียงขุ่น“ฉันไม่ได้แช่ง แต่คิดดูนะถ้าลดาฟื้นขึ้นมาแล้วเห็นหน้าแก แกคิดว่าลดาจะรู้สึกดีไหมล่ะที่เห็นคนที่ทำร้ายตัวเองอย่างแสนสาหัสมาเสนอหน้าอยู่อย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร” เอกวุฒิยังไม่ยอมลดละ“แกคิดว่าฉันไม่เสียใจไม่เจ็บปวดอย่างนั้นเหรอที่ต้องมาทนเห็นเมียตัวเองนอนไม่ได้สติโดยที่ช่วยเหลืออะไรไม่ได้แบบนี้ ถ้าฉันเจ็บแทนได้ฉันจะไม่รีรอเลย แกเองก็รักลดานี่ น่าจะเข้าใจความรู้สึกนั้นดี แต่ฉันขอบอกไว้อย่างหนึ่งนะ ไม่ว่ายังไงฉันก็จะไม่ยอมเสียลดาไปเป็นอันขาด ฉันจะพิสูจน์ให้ลดาเห็นว่าฉันรักเขาจริงๆ ถึงแม้ตอนแรกความสัมพันธ์ของฉันกับเขาจะเริ่มต้นด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่ตอนนี้ฉันรักลดา แกได้ยินไหมว่าฉันรักลดา รักมากกว่าชีวิตของตัวเอง” ธีรภัทรเปิดเผยถึงความรู้สึกของตัวเอง“เรื่องนั้นให้ลดาเป็นคนตัดสินเถอะ แต่ฉันอยากจะเตือน
หลังจากทุกคนกลับไปแล้วจึงเหลือแค่เอกวุฒิและเจนิตาที่ยังนั่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าห้องไอซียูที่ลดาวดีนอนรักษาตัวอยู่ในนั้น“พี่เอกมาได้อย่างไรคะ” เจนิตาถามอย่างสงสัย“พี่ฝันถึงคุณยายชื่น ในฝันท่านดูเศร้าเหลือเกินแล้วบอกกับพี่ว่าฝากดูแลลดาด้วย พอดีกับที่บริษัทให้พวกเราได้พักผ่อนสองอาทิตย์หลังจากที่เรียนและฝึกซ้อมอย่างหนักพี่ก็เลยรีบกลับมาเมืองไทยเพื่อที่จะมาดูว่าลดาสบายดีหรือเปล่า แต่พอไปที่บ้านก็ไม่เจอใคร ป้าสายสมรบ้านข้างๆ แกบอกว่าลดาย้ายไปอยู่ที่อื่น โดยมีผู้ชายแต่งตัวดีท่าทางมีเงินเป็นคนไปรับพี่ก็เลยคิดว่าต้องเป็นไอ้หมอนี่แน่ๆ แต่ไม่รู้ว่าลดาย้ายไปอยู่ที่ไหนพี่จึงจะไปถามเจนที่ผับก็พอดีกับที่พี่ไปเห็นเหตุการณ์เข้าเต็มตาจึงรีบตามมาที่นี่”“เจนก็เพิ่งทราบตอนที่พี่เอกบอกนี่แหละค่ะว่าลดาไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังเดิมแล้ว ตั้งแต่เสร็จสิ้นจากงานศพคุณยายเจนก็ยังไม่ได้เจอลดาเลยค่ะ แต่ต้องขอบคุณอะไรก็ตามนะคะที่ดลบันดาลให้พี่เอกกลับมาที่นี่ ถ้าไม่อย่างนั้นเจนยังไม่รู้เลยค่ะว่าลดาจะเป็นยังไง”“คุณยายท่านคงห่วงลดามากถึงดลใจให้พี่กลับมา”“เจนก็ว่าอย่างนั้น”“แล้วพี่เอกจะทำอย่างไรต่อไปคะ ถ้าครบกำหนดสองอาทิ
คุณหญิงกอแก้วต่อให้โกรธแค่ไหนแต่เมื่อเห็นอาการของลูกชายก็เอื้อมมือมากอดเอาไว้อย่างปลอบประโลม ตั้งแต่เล็กจนโตเธอไม่เคยเห็นธีรภัทรร้องไห้โฮแบบนี้เลยสักครั้ง ไม่ว่าจะหกล้มเจ็บตัวตามประสาเด็กที่ซุกซนก็แค่น้ำตาคลอเบ้าก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งเขาเติบโตเป็นชายชาตรีเต็มตัวเธอยิ่งไม่เคยเห็นความอ่อนแอของเขาเลยสักครั้ง ธีรภัทรเข้มแข็งเด็ดขาดมีความเป็นผู้นำสูงสมกับตำแหน่งท่านประธานแห่งอัครโยธินกรุ๊ป แต่วันนี้ธีรภัทรกลับไปเป็นเด็กชายตัวน้อยที่แสดงอาการเจ็บปวดอย่างสุดแสนเมื่อต้องอยู่กับความหวาดกลัวที่จะเสียของรักไป เธอในฐานะแม่จึงต้องปลอบใจเป็นกำลังใจให้เขา“ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไร หมอกำลังช่วยเต็มที่ เด็กดีอย่างหนูลดาแม่เชื่อว่าพระท่านต้องคุ้มครอง” คุณหญิงกอแก้วกอดลูกชายไว้แน่นและลูบฝ่ามือไปที่แผ่นหลังแกร่งหลังอย่างปลอบโยน“ผมกลัวครับแม่ กลัวเหลือเกิน ถ้าลดาเป็นอะไรไปผมคงตายทั้งเป็น” คุณหญิงกอแก้วแอบยกมือกรีดน้ำตายามลูกเจ็บเธอเองก็เจ็บไม่ต่างกัน“เชื่อแม่นะ หนูลดาต้องหาย หนูลดาต้องปลอดภัยแม่จะหาหมอที่เก่งที่สุดมารักษาหนูลดาเอง ธีไม่ต้องกลัว” คุณทรงพลที่ยืนฟังมานานก็เดินเข้ามาลูบศีรษะลูกชายด้ว
ธีรภัทรกอดลดาวดีไว้แน่นอย่างไม่กลัวว่าชุดสูทราคาแพงระยับจะเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด เจนิตานั่งลงข้างๆ ธีรภัทรและเอื้อมมือมาจับมือที่ยังอุ่นๆ ของเพื่อนรักเอาไว้“เข้มแข็งไว้นะลดา อย่าทิ้งกันไปนะ เธอต้องสู้นะ ต้องสู้นะลดา” พูดเท่านั้นเจนิตาก็ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น รอไม่นานรถพยาบาลก็มาถึง เจ้าหน้าที่ช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้นและรีบนำลดาวดีขึ้นรถไปส่งโรงพยาบาล ธีรภัทรและเจนิตาถลาตามขึ้นไปนั่งข้างเตียงในรถพยาบาล ตลอดทางที่รถพยาบาลกำลังแล่นด้วยความเร็วพร้อมเปิดสัญญาณฉุกเฉินขอทางธีรภัทรซึ่งไม่เคยเชื่อเรื่องบนบานศาลกล่าวกลับอธิษฐานไปตลอดทางให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายช่วยคุ้มครองลดาวดีให้ปลอดภัยขอเพียงแค่เธอไม่เป็นอะไรเขายินดียอมแลกทุกอย่างที่มี ถ้าหากเขาต้องสูญเสียเธอไปเขาคงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกต่อไป“ได้โปรดนะลดา อย่าทิ้งผมไป ขอแค่คุณฟื้นผมยอมทุกอย่าง คุณจะลงโทษผมอย่างไรก็ได้” ธีรภัทรกุมมือลดาวดีเอาไว้แล้วซบหน้าลงกับฝ่ามือของเธอ เขารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัดจากมือที่มองไม่เห็น เจ็บปวดจนยากเกินกว่าจะอธิบายแต่คงจะไม่เท่ากับร่างบางที่นอนนิ่งอยู่ตรงหน้าเขาในขณะนี้ ขอเพียงเธอฟื้นขึ้นมาเขาจะชด
ระหว่างอยู่บนรถธีรภัทรได้โทรบอกลดาวดีแล้วว่าคงต้องกลับช้าหน่อยเพราะเพื่อนลากเขามาที่นี่ทั้งๆ ที่ไม่อยากมาเลยสักนิดและนางฟ้าตัวน้อยของเขาก็ยังแสนดีเสมอไม่แสดงอาการงอนเลยแม้แต่น้อยที่เขาผิดนัดกลับบอกว่าจะทำอาหารอร่อยๆ ไว้รอเขากลับไปกินด้วยกันแล้วอย่างนี้จะไม่ให้หลงอย่างไรไหวหลังจากได้รับสายจากธีรภัทรลดาวดีที่ทำอาหารไว้รอเต็มโต๊ะก็ถอนหายใจออกมาอย่างเกรงว่าอาหารของเธอจะเป็นหมันเพราะไม่มีคนกิน แต่คิดอีกก็ยิ้มออกมาเมื่อหาทางออกได้ว่าเธอจะเก็บมันไว้อุ่นให้เขาทานตอนกลับมา“เอ๊ะ ตะกี้คุณธีบอกว่าอยู่ที่ 66 CLUB นี่นา ไปหาคุณธีดีกว่าจะได้ถือโอกาสแวะเยี่ยมเจ๊หงส์แล้วก็ไปเจอเจนด้วย” คิดได้ดังนั้นร่างบางก็ถอดผ้ากันเปื้อนแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปเซอร์ไพรส์ธีรภัทรลดาวดีเดินเข้ามาภายในผับอย่างคุ้นเคยหญิงสาวแวะทักทายอดีตเพื่อนร่วมงานอย่างอัธยาศัยดี“ลดามาได้ไงเนี่ย ดีใจจังที่ได้เจอ มาหาคุณธีเหรอ” เจนิตาถามเพราะทราบว่าคืนนี้ธีรภัทรพาเพื่อนมาสังสรรค์ที่นี่ ถ้าไม่ใช่เพราะธีรภัทรอยู่ที่นี่ด้วยเธอคงไม่ได้เจอเพื่อนสนิทที่นี่แน่นอนเพราะเขาหวงลดาวดีอย่างกับอะไร คงไม่ปล่อยให้ลดาวดีมาที่นี่คนเด
วันเวลาช่วยให้สภาพจิตใจของลดาวดีดีขึ้นตามลำดับนับจากวันที่สูญเสียผู้เป็นยายจนถึงตอนนี้ผ่านมาได้สามเดือนแล้วเธอสามารถนึกถึงยายได้โดยไม่ร้องไห้อีกต่อไป ในทุกวันพระ ลดาวดีจะไปวัดทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เป็นยายและตอนนี้เธอได้ย้ายเข้ามาอยู่กับธีรภัทรที่คอนโดมิเนียมสุดหรูกลางกรุงเรียบร้อยแล้ว โดยตอนแรกเธอยืนยันที่จะอยู่บ้านหลังเดิมในขณะที่ธีรภัทรค้านหัวชนฝาโดยยกเหตุผลต่างๆ นาๆ มาโน้มน้าวจิตใจเธอแต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจเธอได้จนเขาต้องยอมให้เธอได้อยู่บ้านหลังเล็กที่เต็มไปด้วยความทรงจำต่อไปเป็นเธอเองที่ทนไม่ไหวจนยอมใจอ่อนย้ายมาอยู่กับเขาเพราะธีรภัทรต้องขับรถจากที่ทำงานไปค้างกับเธอทุกวันด้วยความเป็นห่วงและบริษัทของเขากับบ้านของเธออยู่ไกลกันมากเธอเห็นใจและสงสารที่เขาทำงานเหนื่อยแล้วยังต้องฝ่าการจราจรอันติดขัดมาค้างกับเธอทุกคืน แถมยังต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อไปทำงาน เมื่อทนมาได้แค่เดือนเดียวลดาวดีก็ยอมยกธงขาวย้ายมาอยู่กับเขาซึ่งใกล้ที่ทำงานมากกว่าทำให้ธีรภัทรพอใจยิ้มหน้าบานไปหลายวันเธอรู้สึกมีความสุขมากเมื่อได้ย้ายมาอยู่กับเขา ธีรภัทรยังดูแลเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดีเสมอต้นเสมอปลาย เธอรู้สึกเหมือนตัวเ
เมื่อลดาวดีอาบน้ำเสร็จก็สวมเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของธีรภัทรแทนชุดนอน แต่ที่หนักใจคือภายใต้เสื้อตัวโคร่งนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากเนื้อตัวโล่งๆ จนเธอรู้สึกไม่มั่นใจเอาเสียเลย ธีรภัทรยิ้มชอบใจเมื่อมองเธอเพราะเขารู้ดีว่าภายใต้เสื้อตัวนี้คือเนื้อนิ่มๆ หอมๆ ไร้อาภรณ์มาขวางกั้น ชายหนุ่มเดินเข้ามาหาเธอที่ยืนเก้ๆ ก
ทางด้านลดาวดีก็ถูกคนตัวโตแสนอันธพาลลากมาถึงรถยุโรปคันหรูเธอจึงเห็นว่ามีผู้ชายสองคนแต่งตัวด้วยสูทเต็มยศเหมือนธีรภัทรยืนรออยู่ที่รถ เมื่อเห็นเธอสองคนนั้นก็ก้มหัวให้เล็กน้อยเธอหันไปมองธีรภัทรอย่างแปลกใจเป็นเชิงถามว่าสองคนนี้เป็นใคร แต่เขาไม่มองหน้าเธอเลยเพียงแต่กล่าวด้วยเสียงดุสั้นๆ “ขึ้นรถ” แล้วก็จับ
วันนี้ลดาวดีมาถึงที่ทำงานเร็วกว่าปรกติเพราะทางร้านมีปาร์ตี้ฉลองวันคริสต์มาส เธอต้องมาแต่งตัวเป็นแซนตี้สาวสุด เซ็กซี่ให้เข้ากับธีมงาน แต่เมื่อเห็นชุดเธอก็อดหนักใจไม่ได้เพราะกระโปรงนั้นสั้นจนน่าใจหาย เธอว่าชุดทำงานที่ใส่อยู่ทุกวันสั้นแล้วตัวนี้สั้นกว่ามากแถมช่วงบนก็คว้านซะจนเธอหวาดเสียว เฮ้อ! จะประหย
ฝ่ายลดาวดีกำลังวุ่นวายกับการคิดเงินและบางทีก็ต้องออกจากเคาน์เตอร์ไปช่วยบริการลูกค้าด้วยเพราะวันนี้แขกมากจริงๆ เลยไม่ทันได้สนใจสายตาคมของธีรภัทรที่มองเธออยู่ทุกอิริยาบถ“เฮ้ย..จ้องเขาขนาดนั้นเดี๋ยวก็จืดชืดหมดพอดี” ตติยะเอ่ยแซวเพื่อนแล้วหันไปยิ้มกับคีตภัทรอย่างหาแนวร่วม“พูดมากน่าไอ้เต้ ดื่มของแกไปปา





![เจ้าสาวแวมไพร์ [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

