Se connecterลดาวดีตรงไปยังแผนกร้านขายยาร้านประจำที่แวะเวียนมาทุกเดือนเพื่อซื้อวิตามินบำรุงร่างกายต่างๆ สำหรับยายและของตัวเอง เนื่องจากเธอต้องทำงานกลางคืนเวลากินนอนอาจะผิดจากคนปรกติทั่วไปจึงต้องดูแลบำรุงร่างกายเป็นพิเศษ
เธอมีเภสัชกรที่คุ้นเคยคอยให้คำแนะนำเนื่องจากแวะมาอุดหนุนสม่ำเสมอเป็นประจำทุกเดือน และเหตุที่ต้องมาวันนี้ก็เนื่องจากอีกหลายวันกว่าจะถึงวันหยุดของเธอ แล้วก็โชคไม่ดีที่ต้องมาเดินซื้อของคนเดียวเพราะเพื่อนสนิทดันมาประสบอุบัติเหตุไม่สามารถมาด้วยได้ ลดาวดีเดินเลือกซื้อวิตามินและเครื่องสำอางบำรุงผิวต่างๆ หลากหลายชนิดที่เธอใช้เป็นประจำลงตะกร้าใบใหญ่ที่หยิบมาจากด้านหน้าร้าน
การชอปปิงก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ให้ความเพลิดเพลินเจริญใจนี่แหละหนาที่เขาว่าช็อปปิ้งกับผู้หญิงเป็นของคู่กันแค่ได้เดินดูก็มีความสุข ลดาวดีก็จัดอยู่ในประเภทนั้นด้วยเช่นกัน
“บำรุงดีอย่างนี้นี่เองผิวคุณถึงได้สวยนักลดา” ธีรภัทร ชื่นชมแกมหยอกเย้าเมื่อเห็นว่าในตะกร้าของลดาวดีเต็มไปด้วยวิตามินและเครื่องสำอางบำรุงผิวชนิดต่างๆ มากมาย ลดาวดีหันขวับไปมองด้วยความตกใจ
“คุณธี...มาได้ยังไงคะ” ลดาวดีถามอย่างตกใจที่เห็นเขาโผล่มายืนอยู่แนบชิดด้านหลังตัวเอง
“ผมก็เดินตามลดามาไง” ธีรภัทรตอบพลางยิ้มหวานใส่ทำเอาเธอรู้สึกใจสั่นแปลกๆ
“คุณธีกลับไปเถอะค่ะ เดี๋ยวลดาซื้อของเสร็จก็จะไปทำงานแล้ว” ลดาวดีรีบไล่ทันทีโดยหวังว่าเขาจะยอมล่าถอยแล้วปล่อยเธอไว้ตามลำพัง
“ลดาก็รู้ว่าไล่ผมไม่สำเร็จหรอก เพราะฉะนั้นรีบซื้อของดีกว่าครับ เดี๋ยวผมไปส่งที่ผับ” ลดาวดีได้แต่ยืนอึ้งจนเขาต้องหันมาย้ำ
“เอ้า...เร็วๆ สิครับ ขืนชักช้าไปทำงานสายผมไม่เกี่ยวนะ” ลดาวดีเห็นลางแพ้ของตัวเองมาแต่ไกลก็ต้องจำใจยอมทำตามที่เขาบอก แต่ก็ยังมิวายขว้างค้อนวงโตใส่คนข้างๆ แล้วรีบเลือกซื้อของที่ต้องการโดยไม่ทันได้เห็นคนที่เจ้ากี้เจ้าการสั่งเธออมยิ้มอย่างชอบอกชอบใจในอาการกระฟัดกระเฟียดของเธอ ลดาวดีนำสินค้ามาคิดเงินที่เคาน์เตอร์และเตรียมจะควักเงินออกมาจ่ายแต่ก็ไม่ทันคนใจป้ำที่รีบยื่นบัตรเครดิตสีทองให้แคชเชียร์ตัดหน้าเธอ
“ทำอะไรคะคุณธี”
“อ้าว ก็ลดาจะจ่ายเงินไม่ใช่เหรอ มันเป็นหน้าที่สุภาพบุรุษอย่างผมอยู่แล้วนี่ครับที่จะต้องดูแลจัดการให้”
“อย่าดีกว่าค่ะ ลดาจ่ายเองได้” ลดาวดีรีบปฏิเสธ
“อย่าดื้อน่าลดา เราจะได้รีบไปไง” ธีรภัทรไม่ฟังเสียงรับของจากพนักงานแล้วเดินนำออกจากร้านทันที เธอจึงต้องรีบก้าวตาม
สุดท้ายลดาวดีก็ต้องจำใจให้เขามาส่งที่ผับอย่างเสียมิได้ และขณะที่โดยสารมาในรถเขาไม่มีทีท่าคุกคามใดๆ ต่อเธอ ลดาวดีจึงพอเบาใจและหายเกร็งไปได้ในระดับหนึ่ง แต่ไอ้อาการใจสั่นแปลกๆ ยามอยู่ใกล้เขานี่ทำไมจึงไม่ยอมหายสักทีนะ แต่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ทำใจกันง่ายๆ เสียเมื่อไหร่กับการต้องมาใกล้ชิดกับหนุ่มโสดในฝันของสาวๆ ครึ่งค่อนประเทศแถมเขายังดูดีจนเกินบรรยายขนาดนี้ “ลดาเอ๋ย อย่าได้หลงคารมเขาเชียวนะถ้าไม่อยากน้ำตาเช็ดหัวเข่า” ลดาวดีบอกตัวเองและลอบมองร่างสูงสมาร์ตซึ่งอยู่ในสูทเต็มยศสีดำสวมแว่นกันแดดสีชาดูแวบเดียวก็รู้ว่าแบรนด์เนมราคาแพงหูฉี่หัวจรดเท้า แค่เครื่องแต่งกายชุดนี้ของเขาเงินเดือนเธอทั้งเดือนก็อาจจะไม่พอซื้อเสียด้วยซ้ำ ยิ่งอยู่ใกล้เธอก็ยิ่งรู้สึกห่างไกลจากเขาเข้าไปทุกที
“ขอบคุณค่ะที่มาส่งลดา แล้วก็ขอบคุณสำหรับของพวกนี้ด้วยค่ะ” ลดาวดีกล่าวขอบคุณแล้วทำท่าจะเปิดประตูลงจากรถหลังจากพยายามคืนเงินให้เขาเท่าไหร่เขาก็ไม่ยอมรับคืน
“เดี๋ยวครับลดา” ธีรภัทรเอื้อมมือมาคว้าแขนเรียวของลดาวดีไว้ก่อนที่เธอจะก้าวลงจากรถ ลดาวดีก้มลงมองมือของเขาที่จับแขนเธอเอาไว้ ธีรภัทรจึงรีบปล่อยมือโดยกลัวว่าเธอจะเข้าใจผิดคิดว่าเขาฉวยโอกาส
“เดี๋ยวคืนนี้ผมมาหานะครับ” ธีรภัทรกล่าวเสียงนุ่มทุ้มจ้องใบหน้าหวานที่ทำเอาเขาสะดุดตั้งแต่แรกเห็น
“เอ่อ..คือ..” ลดาวดีอึกอักพูดไม่ออกด้วยไม่รู้จะตอบเขาว่าอย่างไรดี
“ว่าไงครับ ลดาจะอนุญาตให้ผมมาหาได้หรือเปล่า”
“ที่นี่เป็นสถานบันเทิงที่ใครๆ จะมาพักผ่อนก็ได้นี่คะ ถ้าคุณธีจะมาเที่ยวมาเจอเพื่อนๆ เหมือนเคยก็ไม่เห็นจะต้องขออนุญาตใครนี่คะ”
“ก็ผมไม่ได้มาเที่ยวนี่ครับ ผมจะมาหาลดา มาเฝ้าแฟนผมไม่ให้พวกมดแดงแฝงพวงมะม่วงที่ไหนมายุ่มย่าม”
“คุณธี....พูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่าคะ ถ้าใครมาได้ยินเข้ามันจะไม่ดีต่อตัวคุณนะคะ” ลดาวดีต่อว่าอย่างตกใจเมื่อได้ยินเขาพูดทึกทักว่าเธอเป็นแฟน แต่ขณะที่ดุเขาออกไปเธอก็รู้สึกได้ว่าความร้อนซู่ไหลมารวมกันบนใบหน้า แล้วตอนนี้ก็คงจะแสดงออกให้เขาได้เห็นแน่ๆ ว่าเธอหวั่นไหวต่อคำพูดของเขามากแค่ไหน
“เอาเป็นว่าคืนนี้เจอกันนะครับ” ธีรภัทรตัดบทอย่างไม่ต้องการแกล้งคนตรงหน้ามากไปกว่านี้ เมื่อจนด้วยคำพูดลดาวดีก็รีบเปิดประตูลงจากรถเพื่อไปทำงานทันที ธีรภัทรมองตามร่างบางที่เดินหายลับเข้าไปในผับก่อนจะเหยียบคันเร่งจากไป
เมื่อล่วงเข้ายามสายเอกวุฒิและเจนิตาก็เดินทางมาโรงพยาบาล เอกวุฒิชะงักไปเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของคนที่เขาเกลียดแสนเกลียดนั่งอยู่หน้าห้องไอซียู โดยไม่รอช้าเขาเดินตรงเข้าไปหาธีรภัทรทันที“แกมาทำไมอีก หรือจะมาดูว่าลดาตายหรือยังจะได้สมใจแก” เอกวุฒิกระชากเสียงถาม“อย่ามาแช่งลดานะ” ธีรภัทรตอบกลับเสียงขุ่น“ฉันไม่ได้แช่ง แต่คิดดูนะถ้าลดาฟื้นขึ้นมาแล้วเห็นหน้าแก แกคิดว่าลดาจะรู้สึกดีไหมล่ะที่เห็นคนที่ทำร้ายตัวเองอย่างแสนสาหัสมาเสนอหน้าอยู่อย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร” เอกวุฒิยังไม่ยอมลดละ“แกคิดว่าฉันไม่เสียใจไม่เจ็บปวดอย่างนั้นเหรอที่ต้องมาทนเห็นเมียตัวเองนอนไม่ได้สติโดยที่ช่วยเหลืออะไรไม่ได้แบบนี้ ถ้าฉันเจ็บแทนได้ฉันจะไม่รีรอเลย แกเองก็รักลดานี่ น่าจะเข้าใจความรู้สึกนั้นดี แต่ฉันขอบอกไว้อย่างหนึ่งนะ ไม่ว่ายังไงฉันก็จะไม่ยอมเสียลดาไปเป็นอันขาด ฉันจะพิสูจน์ให้ลดาเห็นว่าฉันรักเขาจริงๆ ถึงแม้ตอนแรกความสัมพันธ์ของฉันกับเขาจะเริ่มต้นด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่ตอนนี้ฉันรักลดา แกได้ยินไหมว่าฉันรักลดา รักมากกว่าชีวิตของตัวเอง” ธีรภัทรเปิดเผยถึงความรู้สึกของตัวเอง“เรื่องนั้นให้ลดาเป็นคนตัดสินเถอะ แต่ฉันอยากจะเตือน
หลังจากทุกคนกลับไปแล้วจึงเหลือแค่เอกวุฒิและเจนิตาที่ยังนั่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าห้องไอซียูที่ลดาวดีนอนรักษาตัวอยู่ในนั้น“พี่เอกมาได้อย่างไรคะ” เจนิตาถามอย่างสงสัย“พี่ฝันถึงคุณยายชื่น ในฝันท่านดูเศร้าเหลือเกินแล้วบอกกับพี่ว่าฝากดูแลลดาด้วย พอดีกับที่บริษัทให้พวกเราได้พักผ่อนสองอาทิตย์หลังจากที่เรียนและฝึกซ้อมอย่างหนักพี่ก็เลยรีบกลับมาเมืองไทยเพื่อที่จะมาดูว่าลดาสบายดีหรือเปล่า แต่พอไปที่บ้านก็ไม่เจอใคร ป้าสายสมรบ้านข้างๆ แกบอกว่าลดาย้ายไปอยู่ที่อื่น โดยมีผู้ชายแต่งตัวดีท่าทางมีเงินเป็นคนไปรับพี่ก็เลยคิดว่าต้องเป็นไอ้หมอนี่แน่ๆ แต่ไม่รู้ว่าลดาย้ายไปอยู่ที่ไหนพี่จึงจะไปถามเจนที่ผับก็พอดีกับที่พี่ไปเห็นเหตุการณ์เข้าเต็มตาจึงรีบตามมาที่นี่”“เจนก็เพิ่งทราบตอนที่พี่เอกบอกนี่แหละค่ะว่าลดาไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังเดิมแล้ว ตั้งแต่เสร็จสิ้นจากงานศพคุณยายเจนก็ยังไม่ได้เจอลดาเลยค่ะ แต่ต้องขอบคุณอะไรก็ตามนะคะที่ดลบันดาลให้พี่เอกกลับมาที่นี่ ถ้าไม่อย่างนั้นเจนยังไม่รู้เลยค่ะว่าลดาจะเป็นยังไง”“คุณยายท่านคงห่วงลดามากถึงดลใจให้พี่กลับมา”“เจนก็ว่าอย่างนั้น”“แล้วพี่เอกจะทำอย่างไรต่อไปคะ ถ้าครบกำหนดสองอาทิ
คุณหญิงกอแก้วต่อให้โกรธแค่ไหนแต่เมื่อเห็นอาการของลูกชายก็เอื้อมมือมากอดเอาไว้อย่างปลอบประโลม ตั้งแต่เล็กจนโตเธอไม่เคยเห็นธีรภัทรร้องไห้โฮแบบนี้เลยสักครั้ง ไม่ว่าจะหกล้มเจ็บตัวตามประสาเด็กที่ซุกซนก็แค่น้ำตาคลอเบ้าก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งเขาเติบโตเป็นชายชาตรีเต็มตัวเธอยิ่งไม่เคยเห็นความอ่อนแอของเขาเลยสักครั้ง ธีรภัทรเข้มแข็งเด็ดขาดมีความเป็นผู้นำสูงสมกับตำแหน่งท่านประธานแห่งอัครโยธินกรุ๊ป แต่วันนี้ธีรภัทรกลับไปเป็นเด็กชายตัวน้อยที่แสดงอาการเจ็บปวดอย่างสุดแสนเมื่อต้องอยู่กับความหวาดกลัวที่จะเสียของรักไป เธอในฐานะแม่จึงต้องปลอบใจเป็นกำลังใจให้เขา“ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไร หมอกำลังช่วยเต็มที่ เด็กดีอย่างหนูลดาแม่เชื่อว่าพระท่านต้องคุ้มครอง” คุณหญิงกอแก้วกอดลูกชายไว้แน่นและลูบฝ่ามือไปที่แผ่นหลังแกร่งหลังอย่างปลอบโยน“ผมกลัวครับแม่ กลัวเหลือเกิน ถ้าลดาเป็นอะไรไปผมคงตายทั้งเป็น” คุณหญิงกอแก้วแอบยกมือกรีดน้ำตายามลูกเจ็บเธอเองก็เจ็บไม่ต่างกัน“เชื่อแม่นะ หนูลดาต้องหาย หนูลดาต้องปลอดภัยแม่จะหาหมอที่เก่งที่สุดมารักษาหนูลดาเอง ธีไม่ต้องกลัว” คุณทรงพลที่ยืนฟังมานานก็เดินเข้ามาลูบศีรษะลูกชายด้ว
ธีรภัทรกอดลดาวดีไว้แน่นอย่างไม่กลัวว่าชุดสูทราคาแพงระยับจะเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด เจนิตานั่งลงข้างๆ ธีรภัทรและเอื้อมมือมาจับมือที่ยังอุ่นๆ ของเพื่อนรักเอาไว้“เข้มแข็งไว้นะลดา อย่าทิ้งกันไปนะ เธอต้องสู้นะ ต้องสู้นะลดา” พูดเท่านั้นเจนิตาก็ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น รอไม่นานรถพยาบาลก็มาถึง เจ้าหน้าที่ช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้นและรีบนำลดาวดีขึ้นรถไปส่งโรงพยาบาล ธีรภัทรและเจนิตาถลาตามขึ้นไปนั่งข้างเตียงในรถพยาบาล ตลอดทางที่รถพยาบาลกำลังแล่นด้วยความเร็วพร้อมเปิดสัญญาณฉุกเฉินขอทางธีรภัทรซึ่งไม่เคยเชื่อเรื่องบนบานศาลกล่าวกลับอธิษฐานไปตลอดทางให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายช่วยคุ้มครองลดาวดีให้ปลอดภัยขอเพียงแค่เธอไม่เป็นอะไรเขายินดียอมแลกทุกอย่างที่มี ถ้าหากเขาต้องสูญเสียเธอไปเขาคงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกต่อไป“ได้โปรดนะลดา อย่าทิ้งผมไป ขอแค่คุณฟื้นผมยอมทุกอย่าง คุณจะลงโทษผมอย่างไรก็ได้” ธีรภัทรกุมมือลดาวดีเอาไว้แล้วซบหน้าลงกับฝ่ามือของเธอ เขารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัดจากมือที่มองไม่เห็น เจ็บปวดจนยากเกินกว่าจะอธิบายแต่คงจะไม่เท่ากับร่างบางที่นอนนิ่งอยู่ตรงหน้าเขาในขณะนี้ ขอเพียงเธอฟื้นขึ้นมาเขาจะชด
ระหว่างอยู่บนรถธีรภัทรได้โทรบอกลดาวดีแล้วว่าคงต้องกลับช้าหน่อยเพราะเพื่อนลากเขามาที่นี่ทั้งๆ ที่ไม่อยากมาเลยสักนิดและนางฟ้าตัวน้อยของเขาก็ยังแสนดีเสมอไม่แสดงอาการงอนเลยแม้แต่น้อยที่เขาผิดนัดกลับบอกว่าจะทำอาหารอร่อยๆ ไว้รอเขากลับไปกินด้วยกันแล้วอย่างนี้จะไม่ให้หลงอย่างไรไหวหลังจากได้รับสายจากธีรภัทรลดาวดีที่ทำอาหารไว้รอเต็มโต๊ะก็ถอนหายใจออกมาอย่างเกรงว่าอาหารของเธอจะเป็นหมันเพราะไม่มีคนกิน แต่คิดอีกก็ยิ้มออกมาเมื่อหาทางออกได้ว่าเธอจะเก็บมันไว้อุ่นให้เขาทานตอนกลับมา“เอ๊ะ ตะกี้คุณธีบอกว่าอยู่ที่ 66 CLUB นี่นา ไปหาคุณธีดีกว่าจะได้ถือโอกาสแวะเยี่ยมเจ๊หงส์แล้วก็ไปเจอเจนด้วย” คิดได้ดังนั้นร่างบางก็ถอดผ้ากันเปื้อนแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปเซอร์ไพรส์ธีรภัทรลดาวดีเดินเข้ามาภายในผับอย่างคุ้นเคยหญิงสาวแวะทักทายอดีตเพื่อนร่วมงานอย่างอัธยาศัยดี“ลดามาได้ไงเนี่ย ดีใจจังที่ได้เจอ มาหาคุณธีเหรอ” เจนิตาถามเพราะทราบว่าคืนนี้ธีรภัทรพาเพื่อนมาสังสรรค์ที่นี่ ถ้าไม่ใช่เพราะธีรภัทรอยู่ที่นี่ด้วยเธอคงไม่ได้เจอเพื่อนสนิทที่นี่แน่นอนเพราะเขาหวงลดาวดีอย่างกับอะไร คงไม่ปล่อยให้ลดาวดีมาที่นี่คนเด
วันเวลาช่วยให้สภาพจิตใจของลดาวดีดีขึ้นตามลำดับนับจากวันที่สูญเสียผู้เป็นยายจนถึงตอนนี้ผ่านมาได้สามเดือนแล้วเธอสามารถนึกถึงยายได้โดยไม่ร้องไห้อีกต่อไป ในทุกวันพระ ลดาวดีจะไปวัดทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เป็นยายและตอนนี้เธอได้ย้ายเข้ามาอยู่กับธีรภัทรที่คอนโดมิเนียมสุดหรูกลางกรุงเรียบร้อยแล้ว โดยตอนแรกเธอยืนยันที่จะอยู่บ้านหลังเดิมในขณะที่ธีรภัทรค้านหัวชนฝาโดยยกเหตุผลต่างๆ นาๆ มาโน้มน้าวจิตใจเธอแต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจเธอได้จนเขาต้องยอมให้เธอได้อยู่บ้านหลังเล็กที่เต็มไปด้วยความทรงจำต่อไปเป็นเธอเองที่ทนไม่ไหวจนยอมใจอ่อนย้ายมาอยู่กับเขาเพราะธีรภัทรต้องขับรถจากที่ทำงานไปค้างกับเธอทุกวันด้วยความเป็นห่วงและบริษัทของเขากับบ้านของเธออยู่ไกลกันมากเธอเห็นใจและสงสารที่เขาทำงานเหนื่อยแล้วยังต้องฝ่าการจราจรอันติดขัดมาค้างกับเธอทุกคืน แถมยังต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อไปทำงาน เมื่อทนมาได้แค่เดือนเดียวลดาวดีก็ยอมยกธงขาวย้ายมาอยู่กับเขาซึ่งใกล้ที่ทำงานมากกว่าทำให้ธีรภัทรพอใจยิ้มหน้าบานไปหลายวันเธอรู้สึกมีความสุขมากเมื่อได้ย้ายมาอยู่กับเขา ธีรภัทรยังดูแลเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดีเสมอต้นเสมอปลาย เธอรู้สึกเหมือนตัวเ
เมื่อเดินออกมาด้านนอกธีรภัทรจึงเห็นว่าท้องฟ้ามืดครึ้มไปด้วยเมฆฝน เสียงฟ้าร้องคำรามและลมพัดแรงจนผ้าม่านปลิวไสว ชายหนุ่มเดินไปปิดประตูหน้าต่างก่อนจะเดินมาที่โซฟาก็พบว่าลดาวดีหลับสนิทไปแล้วธีรภัทรอุ้มลดาวดีไปส่งในห้องนอน เขาค่อยๆ วางร่างบอบบางลงบนที่นอนเพราะกลัวว่าเธอจะตื่นจากนิทราอันแสนสุข แต่ดูเหมื
เมื่อลดาวดีเดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นคนตัวโตนอนดูทีวีอยู่บนเตียงของเธอสบายใจเฉิบ“อ้าวลดา เสร็จแล้วเหรอครับ รีบแต่งตัวดีกว่านะเดี๋ยวจะไม่สบาย” ว่าแล้วธีรภัทรก็เจ้ากี้เจ้าการเดินมาเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบชุดนอนบางเบาสีชมพูหวานมีสายเส้นเล็กๆ ไขว้หลังมาให้ลดาวดีรับมาแล้วเดินเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำก่อนจะเดินอ
ธีรภัทรอุ้มร่างปวกเปียกตรงกลับบ้านพักแต่ไม่ลืมที่จะหันไปสั่งสองคนสนิท“จัดการให้เรียบร้อย พวกนายคงรู้ว่าต้องจัดการอย่างไรที่มันบังอาจมาแตะต้องคนรักของฉัน” ธีรภัทรกล่าวเสียงเหี้ยมที่มีแค่กิตติและวีระเท่านั้นที่ได้เห็นด้านมืดด้านนี้ของเจ้านาย เมื่อสั่งเสร็จชายหนุ่มก็อุ้มร่างบางแนบอกเดินตรงกลับบ้านทัน
ลดาวดีเดินเรียบมาตามชายหาดจนไกลพอสมควรและสังเกตว่าเริ่มไม่มีผู้คนบริเวณนี้แล้ว ทำไมเขาต้องนัดเธอมาไกลแบบนี้ด้วยนะ เล่นน้ำแถวหน้าบ้านก็ได้นี่นา ลดาวดีเดินไปเรื่อยๆ โดยไม่เห็นว่าหลังโขดหินมีสายตาอาฆาตมาดร้ายของใครคนหนึ่งจ้องมองอยู่“แกเสร็จแน่นังลดาวดี ดูสิว่าถ้าแกโดนปู้ยี่ปู้ยำจนไม่มีชิ้นดี คุณธียัง







