LOGINวันนี้ลดาวดีมาถึงที่ทำงานเร็วกว่าปรกติเพราะทางร้านมีปาร์ตี้ฉลองวันคริสต์มาส เธอต้องมาแต่งตัวเป็นแซนตี้สาวสุด เซ็กซี่ให้เข้ากับธีมงาน แต่เมื่อเห็นชุดเธอก็อดหนักใจไม่ได้เพราะกระโปรงนั้นสั้นจนน่าใจหาย เธอว่าชุดทำงานที่ใส่อยู่ทุกวันสั้นแล้วตัวนี้สั้นกว่ามากแถมช่วงบนก็คว้านซะจนเธอหวาดเสียว เฮ้อ! จะประหยัดผ้าไปถึงไหนนะ แต่ทำไงได้ท่องเอาไว้เพื่องาน แต่พอนึกถึงธีรภัทรเธอก็อดกังวลไม่ได้เพราะเขาไม่ชอบให้เธอแต่งตัวโป๊เท่าไหร่นัก ลำพังชุดที่เธอใส่ทำงานธีรภัทรยังทำท่าหงุดหงิดแสดงออกว่าไม่พอใจหลายครั้ง เธอก็ได้แต่ชี้แจงว่ามันเป็นงานและสัญญาว่านอกเวลางานจะไม่แต่งตัวแบบนี้ให้เขาต้องไม่พอใจ ถือว่าโชคยังเข้าข้างเธอที่วันนี้เขาไม่อยู่ไปทำงานต่างประเทศและจะกลับมาวันพรุ่งนี้ งานนี้เธอเลยรอดตัวไปไม่อย่างนั้นเธอต้องลำบากใจแน่ๆ เมื่อตรวจดูความเรียบร้อยของชุดและเครื่องสำอางบนใบหน้าเสร็จแล้วลดาวดีก็รีบเดินออกไปทำหน้าที่ของตัวเองทันที
“ว้าว..ลดาสวยมากเลยเซ็กซี่สุดๆ ” เจนิตาชมเมื่อเห็นเพื่อนสาวเดินมาประจำที่เคาน์เตอร์
“เจนก็เหมือนกัน สวยเชียวคืนนี้” ลดาวดีชมเพื่อนตอบ เจนิตายิ้มรับคำชมอย่างปลื้มใจ
“ว่าแต่ลดาเถอะ ใส่ชุดแบบนี้ดีนะคุณธีไม่อยู่ไม่งั้นแย่แน่เขาหวงเธอจะตาย ปรกติแค่ชุดทำงานเวลามีแขกมองเธอคุณธียังมองตาขวาง ถ้ามาเห็นชุดนี้นะไม่อยากจะคิด”เจนิตาเอ่ยอย่างรู้ดีถึงดีกรีความหวงของธีรภัทรที่มีต่อเพื่อนสนิทของเธอจนเธออด
อิจฉาและปลื้มใจแทนไม่ได้
“เจนน่ะ อย่าพูดให้ลดากลัวสิ วันนี้คุณธีเขาไม่มายังไม่กลับจากต่างประเทศลดาก็เลยรอดตัวไป”
“ถ้างั้นก็ถือว่าเป็นโชคดีของลดา เดี๋ยวเจนไปเตรียมตัวทำงานก่อนนะ แขกเริ่มมากันแล้วคืนนี้เหนื่อยแน่”เจนิตาเอ่ยขอตัวแล้วเดินจากไปทันที
คืนนี้แขกเยอะมากเป็นประวัติการณ์เพราะแค่สี่ทุ่มก็แน่นขนัดไปด้วยเหล่าผีเสื้อราตรีจนร้านแทบไม่มีที่ยืนกันเลยทีเดียว เสียงเพลงดังกระหึ่มพร้อมกับนักเที่ยวต่างวาดลวดลายกันอย่างสนุกสนาน พอตกดึกก็มีดนตรีสดจากนักดนตรีฝีมือดีที่มาทีไรสาวๆ ตามมากรี๊ดลั่นร้านทุกทีหนึ่งในนั้นคือ “เอกวุฒิ” พี่ชายข้างบ้านเช่าหลังเล็กๆ ที่เธออยู่อาศัยมาตั้งแต่เด็กก่อนที่จะย้ายมาอยู่บ้านหลังปัจจุบัน เขาเป็นพี่ชายที่แสนดีของเธอคอยช่วยเหลือเสมอในยามที่เธอเดือดร้อน แม้ว่าเขาจะไม่ได้มีฐานะดีไปกว่าเธอเท่าไหร่แต่ก็ดูแลเท่าที่ช่วยได้ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยยายชื่นเข็นรถไปขายขนมที่ตลาดที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านเช่าเมื่อสมัยที่ยายยังแข็งแรงและทำขนมขายอยู่จนสนิทสนมกับเธอและยายมากทีเดียว พอเธอย้ายมาอยู่บ้านใกล้ที่ทำงานก็ไม่ค่อยได้เจอเขาอีกแต่เป็นความบังเอิญอย่างเหลือเชื่อเมื่อเธอมาทำงานที่นี่ได้ไม่นานนักก็ได้เจอพี่เอกผู้ใจดีของเธออีกครั้งในฐานมือกีต้าร์ฝีมือดีของวงดนตรียอดนิยมที่จะมาเล่นที่ผับเดือนละสามครั้ง และข่าวดีกว่านั้นคือเธอทราบว่าเขาจะได้เซ็นสัญญาเป็นนักดนตรีประจำค่ายเพลงชื่อดังแห่งหนึ่งในไม่ช้านี้ เธอดีใจมากจริงๆ ที่พี่ชายข้างบ้านที่แสนดีของเธอกำลังจะก้าวหน้าในงานที่เขารักและทุ่มเทมาตลอด เมื่อเล่นเพลงสุดท้ายปิดฉากปาร์ตี้สำหรับค่ำคืนนี้จบลง นักดนตรีต่างแยกย้ายกันไปเตรียมเก็บของกลับบ้าน แต่เอกวุฒิตรงดิ่งมายังเคาน์เตอร์ที่เธอทำงานอยู่เพื่อทักทายกันตามประสาคนคุ้นเคย
“เป็นไงบ้างลดา ไม่เจอกันนานเลย คืนนี้ลดาสวยมากเลยนะ” เอกวุฒิเอ่ยชมออกมาจากใจจริง
“ขอบคุณค่ะพี่เอก ชมกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้ลดาก็เขินแย่” ลดาวดีเงยหน้ามายิ้มให้ก่อนจะก้มหน้าจัดการเอกสารและใบบิลต่างๆ ไปด้วยเลยไม่ทันได้เห็นสายตาลึกซึ้งอ่อนหวานที่ทอดมาจากร่างสูงตรงหน้า
“เฮ้อ...เสร็จซะที” ลดาวดีปิดคอมพิวเตอร์แล้วจัดเอกสารเข้าที่เมื่อจัดการเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อยจึงเอ่ยถามคนตรงหน้า
“”พี่เอกจะกลับเลยรึเปล่าคะ”
“ครับ..เดี๋ยวเก็บของเสร็จก็จะกลับกับเพื่อนๆ เลย พรุ่งนี้มีงานต่อน่ะ”
“ค่ะ งั้นลดาขอตัวไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ เดี๋ยวเจนจะรอ”
ลดาวดีเอ่ยขอตัวแล้วเดินออกจากเคาน์เตอร์เพื่อไปห้องเปลี่ยนชุดสำหรับพนักงาน ขณะเดินผ่านเอกวุฒิรองเท้าส้นสูงปรี๊ดของเธอไปเหยียบก้อนน้ำแข็งที่ใครบางคนทำหกไว้จึงทำให้ร่างบางเสียหลักทันที
“ว้ายยย...” ลดาวดีหลับตาปี๋คิดว่าตัวเองคงล้มก้นจ้ำเบ้าดูไม่จืดแน่ๆ แต่ไม่เป็นแบบนั้นเมื่อเอกวุฒิเอื้อมมือมาคว้าไว้ได้ทันกลายเป็นว่าร่างบางของเธอตกอยู่ในอ้อมกอดเขาทันที
“เฮ้อ...โล่งอก” ลดาวดีเอ่ยเมื่อลืมตาแล้วเห็นว่าเอกวุฒิรับเธอไว้ได้ทันก่อนที่จะได้ลงไปนั่งจับกบที่พื้น
“เป็นอะไรหรือเปล่าลดา” เอกวุฒิถามอย่างห่วงใย
“ไม่เป็นไรค่ะ พี่เอกรับไว้ทันพอดี ไม่อย่างนั้นลดาแย่แน่” ลดาวดีตอบพลางยิ้มเขินๆ ที่เธอซุ่มซ่ามต่อหน้าเขาน่าขายหน้าจริงเชียว ระหว่างที่สองร่างกำลังถามไถ่กันอยู่นั้นร่างสูงในสูทเต็มยศที่ก้าวเข้ามากลับคิดไปไกลกว่านั้นโดยไม่ทันได้ซักถามอะไรทั้งสิ้น ธีรภัทรก้าวพรวดพราดเข้ามากระชากลดาวดีออกไปทันทีแล้วแจกหมัดไปที่ใบหน้าของนักดนตรีหนุ่มไม่ยั้ง
“กรี๊ด” ลดาวดีกรีดร้องอย่างตกใจ
“คุณธีอย่าค่ะ”
“ว้าย...ตายแล้ว นี่มันอะไรกันคะ” เจ๊หงส์รีบวิ่งออกมาดูเมื่อได้ยินเสียงโวยวาย เมื่อเห็นว่าใครที่กำลังมีเรื่องก็อึ้งไปทันทีแต่พอตั้งสติได้ก็รีบวิ่งไปขวางกั้นกลางระหว่างลูกค้าวีไอพีกับนักดนตรีฝีมือดีของร้านไว้โดยมีลดาวดีช่วยดึงแขนธีรภัทรไว้อีกที
“คุณธีอย่าค่ะ พอเถอะลดาขอร้อง” ลดาวดีเอ่ยขอร้องคนรัก ธีรภัทรหันมามองลดาวดีด้วยหน้าตาบึ้งตึงแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
“ทำไม เป็นห่วงมันมากเหรอ” ธีรภัทรกัดฟันถามเข้าใจว่าการที่แฟนสาวห้ามปรามไม่ให้ทำร้ายคู่กรณีเพราะเป็นห่วงอีกฝ่าย
“ใช่สิ เห็นยืนกอดกันกลมนี่”
“มันไม่ใช่อย่างที่คุณธีคิดนะคะ” ลดาวดีกล่าวแก้อาการเข้าใจผิดของเขา แต่ธีรภัทรอยู่ในภาวะที่ไม่รับฟังใดๆ ทั้งสิ้น
“ผมเห็นเต็มสองตาว่าลดากอดกับมันจะให้ผมเข้าใจว่าไง”
“ในเมื่อคุณธีไม่เชื่อลดาก็ไม่มีอะไรจะพูด” เธอก็ชักจะโกรธเหมือนกันในเมื่อเธอพยายามจะอธิบายแล้วเขาไม่ยอมฟัง จึงหันไปดูพี่ชายผู้แสนดีของเธอที่โดนต่อยแบบไม่ทันตั้งตัวล้มลงไปที่พื้น ลดาวดีทำท่าจะเข้าไปประคองเอกวุฒิให้ลุกขึ้น แต่คนตัวโตจอมอันธพาลก็ถลาเข้าไปกระชากเธอออกมาจากคู่กรณีทันที
“นี่ต่อหน้าต่อตาผมลดายังจะกล้าไปยุ่งกับมันอีกเหรอ” ธีรภัทรหันไปทางเอกวุฒิแล้วประกาศกร้าวออกไป
“ฉันไม่รู้ว่าแกเป็นใคร แต่ถ้าไม่อยากเจ็บตัวอย่ามายุ่งกับผู้หญิงของฉันอีก” พูดจบธีรภัทรก็จูงเกือบเป็นลากลดาวดีออกไปจากร้าน เจ๊หงส์ได้แต่มองตามไปด้วยความงุนงงอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าลูกค้าวีไอพีของเธอไปสนิทสนมกับลดาวดีตั้งแต่ตอนไหน ถึงแม้ธีรภัทรจะเคยแสดงอาการสนใจจนถึงขั้นเอ่ยปากกับเธอ แต่เมื่อเธอบ่ายเบี่ยงไปคราวนั้นเขาก็ไม่เคยกล่าวถึงอีกเลยจนเธอคิดว่าเขาล้มเลิกความตั้งใจไปแล้ว แต่พอมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้จึงรู้ว่าธีรภัทรไม่ได้ลามือจากลูกน้องของเธอง่ายๆ และดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนจะพัฒนาไปไกลแล้ว
คิดแล้วก็ได้แต่ถอนใจอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดก็แล้วกัน ‘เจ๊ขอให้คุณธีเขาจริงใจกับหนูจริงๆ เถอะลดา’ เจ๊หงส์รำพึงในใจด้วยรู้จักกิตติศัพท์ของธีรภัทรเป็นอย่างดีและเป็นห่วงเด็กดีอย่างลดาวดีกลัวว่าจะถูกหลอกให้ช้ำใจ สาวใหญ่คิดอย่างปลงๆ แล้วหันมาดูนักดนตรีฝีมือดีของร้าน
“เป็นไงบ้างเอก” เจ๊หงส์เอ่ยถามและช่วยพยุงร่างสูงขึ้นจากพื้นจากการถูกจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ไม่เป็นไรครับเจ๊ แค่มึนๆ นิดหน่อย” เอกวุฒิตอบอย่างงุนงง
“ผู้ชายคนเมื่อกี้ใครเหรอครับเจ๊หงส์ แฟนลดาเหรอ ทำไมผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย” เอกวุฒิถามออกมาอย่างแปลกใจ
“เจ๊ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปคบกันตอนไหน แต่คุณธีน่ะ
เคยเปรยๆ กับเจ๊ว่าสนใจลดา แต่เจ๊ก็บ่ายเบี่ยงไปไม่คิดว่าจะแอบไปสานสัมพันธ์กันจนถึงขั้นนี้ เอกลองถามลดาดูเอาเองก็แล้วกันนะเรื่องของเด็กๆ เจ๊ไม่อยากยุ่งหรอก อีกอย่างมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวลดาเขา ถ้าไม่มีอะไรแล้วเจ๊ขอตัวก่อนนะ”
เอกวุฒิยังยืนงงอยู่ตรงนั้นว่ามันเกิดอะไรขึ้น นางฟ้าตัวน้อยที่เขาเฝ้ามองมาตลอดโดยหวังว่าสักวันเมื่อพร้อมจะเอ่ยบอกความในใจว่าเขาไม่ได้รู้สึกกับเธอแค่น้องสาวอย่างที่เธอเข้าใจ แต่วันนี้ดูเหมือนมันจะสายเกินไปเสียแล้วเมื่อลดาวดีมีเจ้าของมาประกาศปาวๆ ขนาดนี้ แต่เขาจะไม่ยอมแพ้ ถ้าเขาจะต้องเสียเธอไปจะต้องแน่ใจว่าคนที่ได้เธอไปจะดูแลเธอได้ดีและไม่ทำให้ลดาวดีเสียใจ ขอให้เขาได้ยินจากปากว่าเธอเลือกผู้ชายคนนั้นเขาถึงจะปล่อยมือจากเธอ เอกวุฒิสัญญากับตัวเองแล้วจึงหันไปเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน
ยามสายวันต่อมาคุณหญิงกอแก้วพร้อมผู้ติดตามได้มาเยี่ยมเธออีกครั้งพร้อมด้วยขนมผลไม้มากมายแม้เธอจะพยายามบอกท่านว่าไม่ต้องซื้ออะไรมาให้อีกแล้วเพราะที่มีอยู่ก็เกินพอแต่ท่านก็ไม่ฟังบอกแต่เพียงว่าอยากให้เธอทานเยอะๆ จะได้หายไวๆ ในที่สุดเธอก็ต้องยอมแพ้และแก้ปัญหาด้วยการแบ่งปันของเหล่านี้ให้กับเหล่าพยาบาลที่ช่วยดูแลเธอ“วันนี้เป็นยังไงบ้างลูกเจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่า” คุณหญิงกอแก้วถามด้วยความห่วงใย“ไม่เจ็บแล้วล่ะค่ะคุณแม่”“ดีแล้วลูกแต่ช่วงนี้ต้องทนอึดอัดไปก่อนนะอย่าเพิ่งขยับขามากเดี๋ยวกระดูกจะต่อไม่ติดไม่เกินสามเดือนลดาก็กลับมาเดินได้ตามปรกติแล้วล่ะ”“ค่ะ ลดาขอบคุณคุณแม่มากนะคะที่ดูแลลดาอย่างดีมาโดยตลอดแต่ลดาอยากจะขออะไรคุณแม่สักอย่างได้ไหมคะ” ลดาวดีตัดสินใจที่จะเอ่ยขอสิ่งที่เธอคิดมาหลายวัน“ได้สิจ้ะลดาอยากได้อะไรเหรอลูก”“ลดาไม่อยากได้อะไรหรอกค่ะแต่ลดาอยากกลับไปพักที่บ้านอยู่ที่นี่เปลืองเงินเปล่าๆ อีกอย่างลดาไม่เป็นอะไรแล้วแค่รอให้กระดูกเชื่อมต่อกันเหมือนเดิม”“จะดีเหรอลูกอยู่ที่นี่มีหมอพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิดแม่ว่าน่าจะดีกว่านะ” คุณหญิงกอแก้วทักท้วงอย่างไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่นัก“แต่ลดาอยากกลั
เจนิตาที่กำลังก้มหน้าก้มตาเดินจ้ำอ้าวเพื่อจะรีบมาเยี่ยมเพื่อนถึงกับชะงักเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วพบว่ามีใครบางคนยืนแอบมองเพื่อนของเธออยู่ที่หน้าประตู“ทำอะไรน่ะ” ธีรภัทรหันไปมองตามเสียงเรียก“คุณเจน”“คุณมาที่นี่ทำไม ยังทำร้ายเพื่อนฉันไม่พออีกเหรอถึงได้ตามมาซ้ำเติมกันถึงที่นี่” เจนิตากล่าวอย่างไม่ไว้หน้า ถึงตอนนี้เธอไม่หลงเหลือความคลั่งไคล้ในตัวผู้ชายคนนี้อีกต่อไป“ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับคุณเจน ผมแค่อยากมาเยี่ยมลดา”“เยี่ยมเหรอ จะมาเยี่ยมทำไมในเมื่อคุณมีส่วนทำให้เพื่อนฉันต้องเป็นแบบนี้ คนไม่มีหัวใจอย่างคุณรู้จักห่วงคนอื่นเป็นด้วยเหรอ อย่ามาหลอกกันซะให้ยากเลย ฉันไม่เชื่ออะไรคุณอีกต่อไปแล้ว ที่ผ่านมาฉันกับเพื่อนก็โง่มากพอแล้ว ไม่ใช่เพราะเชื่อใจหรอกเหรอเพื่อนฉันเลยเกือบต้องตายเพราะคุณ” ธีรภัทรเหมือนถูกน็อกกลางอากาศกับข้อกล่าวหารุนแรงที่บอกว่าลดาวดีเกือบต้องตายเพราะเขา เมื่อเห็นว่าธีรภัทรนิ่งไปเจนิตาจึงหยุดการต่อว่าลงแต่เพียงเท่านั้น“ฉันว่าคุณกลับไปเถอะ แล้วถ้าจะให้ดีอย่ามาที่นี่อีกเลยดีกว่า ตอนนี้ลดามีคนดูแลอยู่แล้วและอีกอย่างคุณคงจำได้ดีว่าตอนที่ลดาเห็นหน้าคุณลดามีอาการเป็นยังไง ถ้าคุณอยากใ
คุณหญิงกอแก้วเดินเข้ามาในห้องพักฟื้นของลดาวดีในขณะที่เจ้าของห้องยังหลับสนิทอยู่บนเตียง นางมองสำรวจไปที่เรือนร่างบอบบางของหญิงสาวที่นางอยากได้มาเป็นลูกสะใภ้พบว่าที่ศีรษะมีผ้าพันแผลปิดอยู่ ตามแขนขายังคงมีรอยช้ำให้เห็นและที่แขนและขาเข้าเฝือกเอาไว้“โถ...แม่คุณ คงจะเจ็บน่าดู แม่ขอโทษนะที่เลี้ยงลูกชายไม่ดีจนทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับหนู แม่สัญญาว่าจะทำทุกอย่างให้หนูกลับมาเป็นปรกติโดยเร็วที่สุด” ลดาวดีรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าคุณหญิงกอแก้วกำลังยืนมองเธออยู่ด้วยแววตาอ่อนโยน“คุณแม่...เอ่อ...คุณหญิง” ลดาวดีเรียกหญิงสูงวัยอย่างแปลกใจและทำตัวไม่ถูก“เรียกแม่เหมือนเดิมเถอะจ้ะ ถือว่าแม่ขอนะ แม่อยากมีลูกสาว” คุณหญิงกอแก้วใช้ฝ่ามือลูบที่ศีรษะของลดาวดีอย่างอ่อนโยน เธออยากมีลูกสาวมากแต่สภาพร่างกายไม่อำนวยเธอจึงมีลูกเพียงคนเดียวคือธีรภัทรเท่านั้น“เจ็บมากไหมลูก” คุณหญิงกอแก้วถามอย่างอ่อนโยน ลดาวดีน้ำตาคลอเมื่อได้รับสัมผัสอันอ่อนโยนจากคุณหญิงกอแก้วในขณะที่สภาพจิตใจบอบช้ำเหลือเกิน เธอจึงไม่สามารถกลั้นน้ำตาแห่งความอาดูรไว้ได้อีกต่อไป ในโลกนี้จะมีใครรักเธอจริงๆ อีกไหมนอกจากยายชื่นแ
“ไม่เป็นไรหรอกลดา ถือซะว่าช่วงนี้พักร้อนเพราะถ้าทำงานเมื่อไหร่ไม่มีเวลาพักยาวขนาดนี้แล้วนะ เดี๋ยวช่วงที่ลดากลับไปพักฟื้นที่บ้านเจนจะไปอยู่เป็นเพื่อนลดาดีไหม” เจนิตาออกความเห็น“ดีสิ ดีมากๆ ด้วยลดาจะได้ไม่เหงา” ลดาวดีตอบอย่างเห็นด้วย“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้นะ” เจนิตาสรุปถึงแผนการชีวิตหลังจากที่ลดาวดีออกจากโรงพยาบาล“อ้อ พี่เอกคะ ลดาอยากย้ายโรงพยาบาล ที่นี่คงแพงมากลดาไม่มีปัญญาจ่ายหรอกค่ะ แค่นี้ก็ไม่รู้ว่าจะต้องถอนเงินออกมาหมดบัญชีเพื่อจ่ายค่ารักษาหรือเปล่า รบกวนพี่เอกช่วยจัดการให้ลดาทีนะคะ ย้ายไปอยู่โรงพยาบาลรัฐบาลใกล้ๆ บ้านลดาก็ได้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะเลย”“เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะจัดการให้นะ” เอกวุฒิรับปากโดยที่ยังไม่รู้ว่าเจ้าของไข้ที่อาสารับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะว่าอย่างไรถึงแม้ว่าจะเกลียดผู้เป็นลูกชายเข้าไส้ แต่คุณหญิงกอแก้วผู้เป็นแม่ของธีรภัทรนั้นก็เป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือคนหนึ่งจากการที่เขาได้สัมผัสเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แม้ตอนแรกจะพาลพาโลต่อว่าไปถึงท่านจากการกระทำของบุตรชาย แต่เมื่อได้พูดคุยด้วยเพียงเล็กน้อยก็พอจะรู้ว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือ แต่ในเมื่อเป็นความต้องการของลดาวดีเ
เมื่อล่วงเข้ายามสายเอกวุฒิและเจนิตาก็เดินทางมาโรงพยาบาล เอกวุฒิชะงักไปเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของคนที่เขาเกลียดแสนเกลียดนั่งอยู่หน้าห้องไอซียู โดยไม่รอช้าเขาเดินตรงเข้าไปหาธีรภัทรทันที“แกมาทำไมอีก หรือจะมาดูว่าลดาตายหรือยังจะได้สมใจแก” เอกวุฒิกระชากเสียงถาม“อย่ามาแช่งลดานะ” ธีรภัทรตอบกลับเสียงขุ่น“ฉันไม่ได้แช่ง แต่คิดดูนะถ้าลดาฟื้นขึ้นมาแล้วเห็นหน้าแก แกคิดว่าลดาจะรู้สึกดีไหมล่ะที่เห็นคนที่ทำร้ายตัวเองอย่างแสนสาหัสมาเสนอหน้าอยู่อย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร” เอกวุฒิยังไม่ยอมลดละ“แกคิดว่าฉันไม่เสียใจไม่เจ็บปวดอย่างนั้นเหรอที่ต้องมาทนเห็นเมียตัวเองนอนไม่ได้สติโดยที่ช่วยเหลืออะไรไม่ได้แบบนี้ ถ้าฉันเจ็บแทนได้ฉันจะไม่รีรอเลย แกเองก็รักลดานี่ น่าจะเข้าใจความรู้สึกนั้นดี แต่ฉันขอบอกไว้อย่างหนึ่งนะ ไม่ว่ายังไงฉันก็จะไม่ยอมเสียลดาไปเป็นอันขาด ฉันจะพิสูจน์ให้ลดาเห็นว่าฉันรักเขาจริงๆ ถึงแม้ตอนแรกความสัมพันธ์ของฉันกับเขาจะเริ่มต้นด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่ตอนนี้ฉันรักลดา แกได้ยินไหมว่าฉันรักลดา รักมากกว่าชีวิตของตัวเอง” ธีรภัทรเปิดเผยถึงความรู้สึกของตัวเอง“เรื่องนั้นให้ลดาเป็นคนตัดสินเถอะ แต่ฉันอยากจะเตือน
หลังจากทุกคนกลับไปแล้วจึงเหลือแค่เอกวุฒิและเจนิตาที่ยังนั่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าห้องไอซียูที่ลดาวดีนอนรักษาตัวอยู่ในนั้น“พี่เอกมาได้อย่างไรคะ” เจนิตาถามอย่างสงสัย“พี่ฝันถึงคุณยายชื่น ในฝันท่านดูเศร้าเหลือเกินแล้วบอกกับพี่ว่าฝากดูแลลดาด้วย พอดีกับที่บริษัทให้พวกเราได้พักผ่อนสองอาทิตย์หลังจากที่เรียนและฝึกซ้อมอย่างหนักพี่ก็เลยรีบกลับมาเมืองไทยเพื่อที่จะมาดูว่าลดาสบายดีหรือเปล่า แต่พอไปที่บ้านก็ไม่เจอใคร ป้าสายสมรบ้านข้างๆ แกบอกว่าลดาย้ายไปอยู่ที่อื่น โดยมีผู้ชายแต่งตัวดีท่าทางมีเงินเป็นคนไปรับพี่ก็เลยคิดว่าต้องเป็นไอ้หมอนี่แน่ๆ แต่ไม่รู้ว่าลดาย้ายไปอยู่ที่ไหนพี่จึงจะไปถามเจนที่ผับก็พอดีกับที่พี่ไปเห็นเหตุการณ์เข้าเต็มตาจึงรีบตามมาที่นี่”“เจนก็เพิ่งทราบตอนที่พี่เอกบอกนี่แหละค่ะว่าลดาไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังเดิมแล้ว ตั้งแต่เสร็จสิ้นจากงานศพคุณยายเจนก็ยังไม่ได้เจอลดาเลยค่ะ แต่ต้องขอบคุณอะไรก็ตามนะคะที่ดลบันดาลให้พี่เอกกลับมาที่นี่ ถ้าไม่อย่างนั้นเจนยังไม่รู้เลยค่ะว่าลดาจะเป็นยังไง”“คุณยายท่านคงห่วงลดามากถึงดลใจให้พี่กลับมา”“เจนก็ว่าอย่างนั้น”“แล้วพี่เอกจะทำอย่างไรต่อไปคะ ถ้าครบกำหนดสองอาทิ
เมื่อมาถึงโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยอาหารทะเลมากมายจนเกินกว่าจะกินกันแค่สองคนลดาวดีก็มองไปรอบๆ และเพิ่งจะรู้สึกว่าตั้งแต่มาถึงที่นี่เธอยังไม่เห็นคนสนิททั้งสองของธีรภัทรเลย“มองหาใครเหรอลดา” ธีรภัทรถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นลดาวดีหันซ้ายหันขวาเหมือนมองหาอะไรบางอย่าง“ก็คุณกิตติกับคุณวีระไงคะ ตั้งแต่มาส่งเรา
เมื่อจอดรถที่ลานจอดเรียบร้อยธีรภัทรก็สั่งให้คนสนิทไปหาอะไรทานรอระหว่างที่เขาและลดาวดีไปเดินซื้อของ ธีรภัทรจูงมือลดาวดีตลอดเวลาที่พาหญิงสาวเดินเข้าออกร้านนั้นร้านนี้และทุกร้านที่เขาเข้าไปเจ้าของร้านจะรีบเข้ามาต้อนรับและพูดคุยกับเขาอย่างสนิทสนม ลดาวดีเห็นสายตาใคร่รู้จากคนเหล่านั้นที่มองมายังเธอแต่เมื
ลดาวดีนำชุดที่มีอยู่ในตู้มาทาบลงบนตัวแล้วหมุนไปหมุนมาอยู่หน้ากระจกแต่ก็ยังไม่ถูกใจ ธีรภัทรจะพาเธอไปเดินชอปปิงเย็นนี้การเดินเคียงข้างผู้ชายระดับเขานั้นเธอจะต้องดูดีเพื่อไม่ให้เขาขายหน้า เธอไม่อยากให้ใครมาว่าเขาได้ว่าไร้รสนิยมในการเลือกแฟน เธออยากจะดีพอสำหรับเขา ในที่สุดลดาวดีก็เลือกชุดเดรสลายดอกไม้ส
ทางด้านลดาวดีหลังจากโทรไปลางานกับเจ๊หงส์แล้วก็เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าโบกแท็กซี่มุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลเพื่อไปนอนเฝ้าไข้ผู้เป็นยาย ถึงแม้ธีรภัทรบอกว่าจะจ้างพยาบาลพิเศษมาเฝ้าให้ แต่เธออยากจะเฝ้าด้วยตัวเองมากกว่า เพราะไม่แน่ใจว่าคนอื่นจะดูแลเอาใจใส่ผู้เป็นยายได้ดีเท่าตัวเองหรือไม่ และก่อนจะถึงที่หมายเธอได