تسجيل الدخولแสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านสีน้ำเงินเข้มในห้องนอน เผยให้เห็นใบหน้ารูปไข่ของหญิงสาวที่นอนหลับสนิทอ
“ดี! ขอให้พี่หมอนนท์โกรธแกนาน ๆ เลย! ครั้งหน้าแกจะได้ไม่กล้าทำเรื่องเสี่ยงตายแบบนี้อีก!”รุจิราที่เพิ่งคุยกับเจ้าหน้าที่เสร็จเดินเข้ามาสมทบ มองใบหน้าสวยที่จ๋อยสนิทของภรรยาเจ้านาย ก่อนถอนหายใจแรง ถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งของตัวเอง คงโดนไม้เรียวฟาดไปแล้ว ที่กล้าเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงขนาดนี้โชคดีอยู่อย่าง… เจ้านายของเธอไม่เคยวางใจอะไรง่าย ๆ โดยเฉพาะกับเด็กสาวคนนี้ตลอดหกปีที่ผ่านมา ณณณสั่งให้บอดี้การ์ดสองคนคอยติดตามภรรยาเขาอย่างเงียบเชียบในระยะปลอดภัย แม้ทั้งคู่จะกลับมารักกันดีแล้ว ก็ไม่เคยยกเลิกคำสั่งนั้น มีแค่ขยับระยะห่างให้มากขึ้นและเพราะความ 'ห่างแต่ไม่หาย' นั่นแหละ ถึงทำให้ตอนที่ณณณมาถึง บอดี้การ์ดจึงสามารถพาเขาอ้อมไปยังมุมอับของกล้องวงจรปิดรอบตัวบ้าน ช่วยให้เขาปีนรั้วเข้าไปได้อย่างรวดเร็วแต่… ต่อให้เร็วแค่ไหน ก็ยังช้ากว่าผู้ร้ายอีกคนที่ไหวตัวหนีไปได้ก่อนห
“พี่นนท์…” เสียงเรียกเบาหวิวออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่ม ยามที่ตากลมโตมองเห็นสภาพของเขาแค่มองก็รู้... ว่าเขาร้อนใจมากแค่ไหนจนอยากจะยื่นมือไปเช็ดเหงื่อที่กรอบหน้าให้แต่ก็ไม่กล้า แพขนตายาวงอนสั่นระริก ได้แต่ส่งสายตาอ้อนวอนน้ำขิง... สำนึกผิดแล้วพี่นนท์อย่าโกรธได้ไหมคะ น้ำขิงขอโทษแต่คนตัวโตกลับเลือกที่จะเมิน ณณณหันหลังแทบทันที เขามองตรงไปที่ร่างสมส่วนที่นั่งคุดคู้อยู่อีกฝั่งของห้องแทนใบหน้าคมสลักแน่นตึงเครียด กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน สองมือกำแน่น จนเส้นเอ็นขึ้นตึงชัดเขาโกรธ...โกรธมาก โกรธจนแทบขาดสติ ถ้าไม่ติดว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง ทั้งยังเป็นญาติ แค่คิดว่าหากยัยเด็กดื้อของเขาเป็นอะไรไป เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าจะห้ามใจไม่ให้ฆ่าหญิงชั่วตรงหน้าได้ไหมไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่ดังเข้ามาจากด้านนอก รุจิรา บอดี้การ์
“เช็คการ์ด ส่งเข้าอีเมล อย่าให้ใครเห็น”มือเล็กสอดเมมโมรี่การ์ดไว้ในห่อเดียวกับโพสต์อิท แล้วหยิบขนมเพิ่มอีกสองห่อ กับน้ำอัดลมจำนวนหนึ่ง จากนั้นนำทั้งหมดไปชำระเงินเมื่อได้ของแล้ว เธอก็เดินขึ้นไปยังห้องยาชั้นสาม มุ่งหน้าไปยังจุดที่ศศิธรกำลังเข้าเวรในวันนี้ พอดีกับจังหวะที่เพื่อนรักรูปร่างสูงโปร่งสไตล์หมวยอินเตอร์กำลังยืนจัดยาให้คนไข้ที่หน้าเคาน์เตอร์และแน่นอน… คุณหัวหน้าที่รักยังคงลอบติดตามอยู่ไม่ห่าง ดวงตารีของหล่อนจับจ้องที่ริมฝีปากของร่างเล็กที่กำลังยื่นถุงจากร้านสะดวกซื้อให้เพื่อนด้วยท่าทางยิ้มแย้ม แม้จะไม่ได้ยินบทสนทนา แต่ก็พยายามอ่านปากของอีกฝ่ายเต็มที่หญิงสาวพูดเพียงประโยคสั้น ๆ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มราวกับคนบ้าอยู่ตลอดเวลา “ฉันซื้อขนมมาฝาก มีของที่แกชอบมากด้วยนะ ถ้าดูแล้วถูกใจรีบบอกฉันด้วย”ประโยคแปลก ๆ จากเพื่อนรัก ทำให้ศศิธรเงยหน้าขึ้นมาอย่างมึน ๆ ตามสไตล์ “มาแปลกนะยะ แต่เพื่อไม่ให้เพื่อนรักเสียใจ ฉันจะยัดทุกอย่างลงท้องเอง”เมื่อเพื่อนสาวรับถุงใส่ของจากร้านสะดวกซื้อไปเรียบร้อย มือเล็กโบกมือลาเพื่อนรักอย่างอารมณ์ดี ก่อนหมุนตัวเดินกลับไปยังห้องยาที่เธอประจำอยู่ ไม่มีแม้แต่การหันก
“คุณฉีดยาอะไรเข้าไป” เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน บ่งบอกว่าผู้พูดกำลังหัวเสียไม่น้อย ที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน“จะรอให้นังเด็กนี่มันแหกปากร้องให้คนอื่นได้ยินหรือไง” เสียงหวานใสกระซิบตอบเครียด“แล้วจะฟื้นเมื่อไหร่”“สองถึงสามชั่วโมงก็น่าจะฟื้นแล้ว รีบพาหล่อนออกไป แล้วอย่าปล่อยให้กลับออกมาได้อีก”“หึ... ภาวนาให้ผู้อำนวยการของคุณตามนังนี่ไม่เจอเถอะ”อีกฟากหนึ่งที่ห้องยา...แม้จะมั่นใจเต็มร้อยว่าแผนที่วางไว้ต้องสำเร็จ แต่เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา นัยนาก็อดรู้สึกกระสับกระส่ายไม่ได้ ร่างอวบเดินวนไปมาอยู่กลางห้องยา จนเรียกสายตาจากหลายคู่ให้เผลอเหลือบมองด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่มีใครกล้าเปิดปากถามร่างท้วมได้แต่ภาวนาให้ชายคนนั้นไม่ทำพลาด เพราะถ้าเรื่องดันโป๊ะแตก หลานชายคนเก่งของเธอไม่มีทางปล่อยเธอไว้แน่ ๆ เมื่อเห็นว่าเวลาล่วงเลยพอสมควรแล้ว เธอก็ทำทีเป็นชะเง้อมองประตูหน้าห้องยาอย่างคนที่กำลังรอใครบางคน“ไปนานเกินไปแล้ว… แอบไปอู้งานอยู่ที่ไหนหรือเปล่านะ”เสียงบ่นลอดริมฝีปากในจังหวะที่ยกข้อมืออวบขึ้นดูเวลา ตาก็แสร้งเหลือบไปทางประตูเป็นระยะเหมือนคนเป็นห่วง ทั้งที่ความจริงแล้วกำลังนับเ
“หัวหน้า… อย่าให้ถึงขั้นนั้นเลยนะคะ ถ้าน้ำขิงตาย ต้องเสียเวลากำจัดศพอีก” เสียงหวานสั่นเครือ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ร่างเล็กถอยร่นจากเตียงไปจนชิดผนัง มือทั้งสองยกขึ้นเหนือหัวในท่ายอมจำนนริมฝีปากของนัยนาเหยียดยิ้มเหี้ยม นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นที่อัดแน่นลึกอยู่ในใจ “หึ หึ… สายไปแล้ว แกทำให้ฉันต้องอยู่อย่างหวาดระแวงมานานนับเดือน”มืออวบส่ายมีดไปมาตรงหน้า “ชาตินี้… ก็จำไว้ให้ดี ชาติหน้าอย่าไปเสือกเรื่องของคนอื่นอีก”สิ้นคำพูด ร่างสมส่วนก็พุ่งเข้าใส่ทันที ความเร็วของหญิงวัยห้าสิบไม่น่าจะมากเท่านี้ แต่แรงแค้นผลักให้เธอเคลื่อนไหวราวกับอสรพิษที่พร้อมฉกเหยื่อ มีดในมือแฉลบแสงสะท้อนวูบวาบ พุ่งตรงมายังลำตัวของตรัสสาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยแควก!เสียงมีดกรีดผ่านผ้าม่านอย่างแรง เฉียดเอวบางไปเพียงเส้นผมเดียว ตรัสสาเบี่ยงตัวหลบได้หวุดหวิด“หัวหน้า… อย่าทำ
เอี๊ยด!!!!!ไม่ถึงยี่สิบนาทีต่อมา เสียงยางบดถนนหยาบก็ดังลั่น ตัดกับความเงียบรอบ ๆ บ้าน นัยนารีบจอดรถ ก่อนผลักประตูบ้านเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว ที่ชั้นล่างของตัวบ้าน ชายหนุ่มนั่งเอนหลังพิงโซฟาในท่าทางสบายอารมณ์ ขัดกับสีหน้าที่ดูพร้อมจะฆ่าใครให้ตายเสียให้ได้ มือหนายกแก้วเหล้าขึ้นจิบ มองร่างท้วมที่ยืนหอบหายใจเล็กน้อยด้วยสายน่ากลัว ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหาหันแน่นนัยนาพยายามทำตัวเข้มแข็งเข้าไว้ แม้หัวใจจะเต้นรัวแรงยามสบตากับชายตรงหน้า กลัวเขาจะบ้าดีเดือด ลุกขึ้นมาทำร้ายร่างกายเธอ ที่ทำให้เขาไม่สามารถตะครุบเหยื่อเนื้ออ่อนได้ในตอนนี้“ไม่มีใครตามมาใช่ไหม” เสียงทุ้มต่ำถามลอดไรฟัน หลังจีราวัฒน์ยกรีโมตในมือขึ้นกด เลื่อนประตูรั้วปิดอัตโนมัติหญิงร่างท้วมพยักหน้าตอบกลับส่ง ๆ ใครจะตามมาได้ ในเมื่อไม่มีใครรู้ ตอนออกมาจากโรงพยาบาลเธอแอบเช็คแล้วว่าหลานชายติดผ่าตัดด่วนถึงรู้... ไม่มีทางตามมาได้ตอนนี้แน่ ๆนัยนาเปลี่ยนเป็นถามหาหญิงสาวที่ตนต้องการจะจัดการแทน“นังนั่นอยู่ไหน” แม้จะหวาดกลัวสีหน้าท่าทางของชายหนุ่มตรงหน้า แต่เธอก็พยายามทำเสียงแข็งใส่ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายกดข่มเธอได้ดวงตาเรียวจ้องกดดันหญิงร่า
ร่างเล็กยิ้มบาง ส่ายหน้าให้เพื่อนอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย กระซิบเบา ๆ กับตัวเอง “ไม่ได้มีสเปคอะไร แค่ต้องเป็นเขาเท่านั้น…”“ว่าไงนะนังชะนี พูดอะไรนะ” ณัฐวัชรตะโกนถามย้ำ แต่เสียงเพลงกลบคำพูดไปหมดในอีกมุมหนึ่งของผับ โต๊ะที่ดูเงียบสงบกว่าบร
เสียงเพลงจากผับดังทะลุออกมาจนถึงถนนด้านนอก คิวหน้าร้านยาวเหยียดไปจนเกือบถึงมุมตึก ผู้คนต่อแถวรอตรวจบัตรประชาชนและตรวจอาวุธก่อนเข้าไปด้านใน บรรยากาศครึกครื้นเต็มไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ปะปนกับความคึกคักของคนที่พร้อมจะปล่อยตัวให้สนุกไปกับคืนวันศุกร์แต่ในหมู่ฝูงชนที่แน่นขนัดนั้น สายตาหลายคู่กลับ
ดวงตากลมโตเหลือบมองเพื่อนรักทั้งสองที่นั่งจ้องไม่วางตา หากคลาดสายตาไปเพียงวินาที คงกลัวว่าเธอจะละลายหายไปกับอากาศล่ะมั้ง ตรัสสาถอนใจเบา ๆ แล้วหันกลับมาสนใจน้อง ๆ มัธยมปลายสามคนที่กำลังนั่งล้อมโต๊ะตรงหน้าต่อ สีหน้าเด็ก ๆ จริงจังอย่างกับจะเข้าสนามสอบพรุ่งนี้“โจทย์ข้อนี้มันเป็นระบบปิดนะ เพราะงั้นไม่ต
บรรยากาศร่มรื่นใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าคณะเภสัชศาสตร์เต็มไปด้วยกลุ่มนักศึกษาปีห้าที่กำลังจะก้าวสู่ปีสุดท้าย ทุกคนต่างนั่งจับกลุ่มติวข้อสอบกันอย่างเคร่งเครียด บ่ายนี้เป็นการสอบวิชาสุดท้ายก่อนที่แต่ละคนจะแยกย้ายกันไปฝึกงาน ลมเอื่อย ๆ พอช่วยลดไอร้อนจากแดดได้บ้าง แต่กลับไม่ช่วยให้สมองเบาขึ้นเลยสักนิดในบรรดาก







