تسجيل الدخولแสงแดดอ่อนยามเช้าเล็ดลอดผ่านม่านหน้าต่างสีขาวนวลเข้ามาในห้องพักพิเศษ กลิ่นยา และกลิ่นหอมสะอาดของห้องแอร์เย็นเฉียบชวนให้รู้สึกปลอดภัยเปลือกตาของคนตัวเล็กบนเตียงผู้ป่วยกระพริบขึ้นลงช้า ๆ หนักอึ้งอย่างกับโดนถ่วงด้วยอิฐ ตากลมโตยังพร่ามัวเพราะความอ่อนเพลีย แต่สติที่เริ่มฟื้นคืนมาก็เริ่มรับรู้ถึงสิ่งรอบตัวได้ทีละน้อยสิ่งแรกที่มองเห็นในครรลองสายตา… คือสองสิ่งมีชีวิตที่นอนเอกเขนกดูทีวีอยู่บนโซฟาด้านข้าง พร้อมผ้าห่มลายคิตตี้คนละผืน ที่โต๊ะหน้าทีวียังเต็มไปด้วยขนมห่อ ข้าวโพดคั่ว น้ำอัดลม ผลไม้ วางระเกะระกะแบบไม่เกรงใจโรงพยาบาล ตรัสสาหรี่ตามองความสบายของเพื่อนรักทั้งสองแล้วอดหมั่นไส้ไม่ได้...ไม่ได้มาเฝ้าไข้เธอหรอก ยัยสองคนนี้มาเปลี่ยนบรรยากาศที่นอนเฉย ๆ แหละ!หางตาเหลือบขึ้นมองนาฬิกาบนผนัง ตอนนี้ตีห้าเกือบหกโมงเช้าแล้ว สันนิษฐานได้ไม่ยากว่า ยัยสองตัวดีนี่คงปักหลักนอนเฝ้าเธอตั้งแต่เมื่อคืนจู่ ๆ วิญญาณนางเอกละครยุคโบราณ
ปรางทิพย์ได้แต่มองแผ่นหลังกว้างที่ห่างออกไปเรื่อย ๆ ความเจ็บในอกไหลทะลักขึ้นมาพร้อมหยดน้ำตาที่คลอเต็มสองตา ดวงตาคมกริบที่ลูกชายถอดแบบไปทั้งดวงยามนี้สั่นระริก มือที่เคยมั่นใจทุกการเคลื่อนไหวยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูอย่างไร้ทิศทางไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงสะอื้นก็หลุดลอดออกจากลำคอทันทีที่ปลายสายกดรับ “คะ…คุณภพ ฮือ… ฉันทำเรื่องไม่ดีขึ้นแล้ว ฉันทำให้มันแย่ลง… ฮืออ”เสียงสะอื้นของปรางทิพย์ขาดเป็นห้วง เธอรู้ดีว่าทุกอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้น มันหนักหนาสาหัสแค่ไหนสำหรับลูกผู้หญิงคนหนึ่งหากบุตรชายของเธอมาช่วยไว้ไม่ทัน แต่เธอสาบานเลยว่าไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องเป็นแบบนี้แม้เธอจะไม่ได้เรียนหมอ แต่ก็ไม่โง่พอจะดูไม่ออกว่าเด็กคนนั้น โดนวางยาแน่ ๆ แต่เธอก็ไม่ได้เป็นคนสั่ง ไม่ได้เป็นคนลงมือ แม้กระทั่งตอนนี้ ตัวเธอเองยังสับสนไปหมด ว่าที่จริงแล้ว...มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่“คุณรอผมอยู่ตรงนั้น ห้ามไปไหนนะ ผมกำลังไปรับ” เ
แต่ไม่ใช่…ชายแปลกหน้าคนหนึ่งก้าวเข้ามาอย่างมั่นใจ ใบหน้าหล่อเหลาในแบบที่คนทั่วไปอาจมองว่าน่าดึงดูด เสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนอย่างลวก ๆ ท่าทางสบาย ๆแต่สำหรับเธอแล้ว... ไม่มีใครหล่อเทียบพี่นนท์ได้อยู่ดี!ดวงตาเรียวของชายที่เพิ่งเดินเข้ามาจับจ้องเรือนร่างบอบบางทรงตัวอยู่ได้เพราะจับเก้าอี้เอาไว้ ด้วยแววตาเป็นประกาย เหมือนนักล่าที่เจอเหยื่อชั้นดี แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้แต่งตัวแต่งหน้าจัดเต็ม แต่ออร่าบางอย่างกับฉายชัดยิ่งกว่าดาราสาวหลายคนที่เขารู้จัก“คุณเป็น.. ใคร เข้ามาทำไม” เสียงของหวานสั่นพร่า อีกทั้งร่างกายก็แทบยืนไม่ไหวชายคนนั้นไม่ได้สนใจจะตอบคำถาม แต่หมุนตัวไปล๊อคประตูแน่นหนาเป็นคำตอบ เสียงกริ๊กของกลอนดังสะท้อนในหัวเธอเหมือนระฆังเตือนภัย...จะเอาตัวรอดยังไงดี คิดสิไอ้น้ำขิง“ผม… ว่าที่สามีใหม่ของคุณไงครับ” รอยยิ้มเอื่อย ๆ กั
“รีบไปรับคุณป้ากันเถอะค่ะ” เสียงใสพูดพลางเปิดประตูรถที่จอดรออยู่หน้าสถาบัน ตรัสสา ยิ้มให้เอกภพกับพนักงานพร้อมโบกมือลาดวงตาคมของเอกภพมองตามหลังรถตู้คันหรูไปจนลับสายตา แม้ใจเขาจะยังปวดหน่วง ๆ ทุกครั้งที่ได้เจอหญิงสาว แต่ก็รู้สึกยินดีกับรุ่นน้องสาวคนนี้จากใจจริง ที่ปรับความเข้าใจกับคนในใจได้ และมีชีวิตที่ดีอย่างทุกวันนี้ เพราะก่อนหน้านี้ เด็กคนนี้ลำบากมากร่างเล็กมองนาฬิกาข้อมือ ตอนนี้ใกล้จะสองทุ่มเต็มที ตรัสสารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหาแม่สามี“อยู่ไหนแล้ว” เสียงเย็นชาดังขึ้นทันทีที่อีกฝ่ายกดรับสายตรัสสากลั้วหัวเราะ พยายามหยอดมุกแซว “แหม่! คุณป้าก็... คิดถึงน้ำขิงขนาดนั้นเลยนะเนี่ย”ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง กำลังพยายามประมวลผลคำพูดที่จะใช้ในการตอบโต้ยัยเด็กปากดี “รีบมา แล้ว... กินอะไรหรือยัง”คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่
มาถึงหน้าสถาบันกวดวิชาที่เอกภพเปิด ตรัสสาก็เงยหน้ามองตึกพาณิชย์สูงสี่ชั้นสามคูหาติดกันด้วยแววตาตะลึง เธอไม่คิดว่ามันจะใหญ่โตขนาดนี้สถาบันนี้คือธุรกิจที่เธอร่วมลงทุนกับเอกภพตอนที่เริ่มฝึกงานใหม่ ๆ เธอลงเงินไปแค่หนึ่งในสาม แต่ช่วยเขาอัดคลิปสอนในวิชาหมวดวิทยาศาสตร์ให้ครบทั้งระดับมัธยมต้นและปลาย คลิปติวเหล่านั้นทำให้เด็กสมัครเรียนพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัวในเวลาไม่กี่เดือนขณะที่ยังยืนอึ้ง ๆ อยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวเข้มแบบหนุ่มใต้ก็รีบสาวเท้ายาวออกมาต้อนรับ แววตาอบอุ่นทันทีที่เห็นรุ่นน้องสาวที่เขาแอบปลื้มมายืนอยู่ตรงหน้า“เจอกันได้สักทีนะ ยัยหนู” เอกภพทักทายพร้อมรอยยิ้มกว้างเขาเอ็นดูหญิงสาวตรงหน้ามาก ทั้งยังแอบรักข้างเดียวมาแบบยาวนานอีกตังหาก เพราะสนิทกันมาก เลยรู้ว่าหญิงสาวมีคนในใจแล้ว เขาเลยต้องกลบความรู้สึกที่เกินเลยลงไป เหลือเพียงพี่น้องที่ดีต่อกัน“สว
ตรัสสา สว่างรักษ์ ...น้ำขิงลูกแม่และในวินาทีนั้นเอง หญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นมา จนนัยน์ตาสีน้ำตาลทองสบเข้ากับดวงตาของหญิงวัยกลางคนที่จ้องมองมาอยู่เต็ม ๆตรัสสาชะงักกับสายตาของคนที่จ้องมองมาไม่วางตาใบหน้านี้… เธอจำได้ดีแม้นี่จะเป็นเพียงการเจอกันครั้งที่สองหลังจากทิ้งเธอไป แต่มันไม่ใช่แค่ผ่านตาเหมือนครั้งก่อน เพราะต่างฝ่ายต่างมองสบตากันด้วยความตกตะลึงครั้งที่แล้วที่เจอกัน มารดาของเธอดูเร่งรีบ คงไม่ทันได้สังเกตเภสัชกรที่ทำหน้าที่จ่ายยาให้ ส่วนครั้งนี้... จากสายตาที่มองมา แม้ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองแต่เธอรู้สึกว่า… แม่อาจจะจำเธอได้ แต่เธอก็ไม่กล้าเสี่ยงที่จะเจ็บใบหน้าสวยหลุบตาลงช้า ๆ ซ่อนบางอย่างที่ตีตื้นขึ้นมาในอกหญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะเดินผ่านประตูห้องฉุกเฉินออกไป สองขาเล็กก้าวผ่านหน้าแม่ผู้ให้กำเนิดด้วยท่าทีสงบ เด็กสาวไม่เอ่
“แกล้งเมาใช่ไหมเนี้ย…” ตากลมโตหรี่ลงจับผิด แต่พอเห็นผิวขาว ๆ ของเขา ขึ้นสีแดงจัดกับดวงตาที่ปรือปรอยแทบจะปิดอยู่ร่อมร่อ เธอก็ยอมปล่อยผ่าน“ไปค่ะ เข้าบ้านได้แล้ว เดี๋ยวยุงกัดน้ำขิงเป็นรอยหมด”ร่างเล็กใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดพยุงชายหนุ่มที่สูงกว่าเกือบฟุตเข้ามาในบ้านได้สำเร็จ กว่าจะลากเขามาถึงเชิงบันไดได้
เสียงเพลงอึกทึกในร้านอาหารกึ่งผับบีบให้ทุกบทสนทนาต้องกลายเป็นเสียงตะโกนหรือกระซิบชิดใบหู ในมุมลึกสุดของร้าน ชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของส่วนสูง 186 เซนติเมตร นั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยสภาพเหนื่อยล้าเต็มทนใบหน้าของเขาคมเข้มโดดเด่นราวกับลูกรักของสวรรค์ ไล่ตั้งแต่ดวงตาคมจัด จมูกโด่งเป็นสัน จนถึงริมฝีปากหยักได้
แสงแดดอ่อนจากหน้าต่างเล็ดลอดเข้ามากระทบเปลือกตา ทำให้ร่างเล็กที่กำลังนอนหลับสบายต้องขมวดคิ้วน้อย ๆ เธอพยายามจะพลิกตัวหนีแสง แต่กลับทำไม่ได้ เพราะติดอะไรบางอย่าง พอก้มมองก็เห็นสาเหตุ ท่อนแขนวางพาดอยู่บนเอว ทั้งมือใหญ่ก็กำชายเสื้อนอนของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไปไหนดวงตากลมโตเบิกกว
“ปล่อยฉันนะ”มือเล็กพยายามแงะมือที่จับแขนเธอไว้แน่น แต่ยิ่งดึง เขาก็ยิ่งบีบแรงขึ้นจนรู้สึกเจ็บ “เจ็บนะ…” เธอร้องบอกเขาร่างสูงชะงักทันทีที่ได้ยิน เขาคลายแรงบีบลง… แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อย“ไม่ดื้อกับพี่… ได้ไหม” เสียงทุ้มฟัง







