LOGINเสียงเพลงจากผับดังทะลุออกมาจนถึงถนนด้านนอก คิวหน้าร้านยาวเหยียดไปจนเกือบถึงมุมตึก ผู้คนต่อแถวรอตรวจบัตรประชาชนและตรวจอาวุธก่อนเข้าไปด้านใน บรรยากาศครึกครื้นเต็มไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ปะปนกับความคึกคักของคนที่พร้อมจะปล่อยตัวให้สนุกไปกับคืนวันศุกร์
แต่ในหมู่ฝูงชนที่แน่นขนัดนั้น สายตาหลายคู่กลับจับจ้องอยู่ที่กลุ่มสาวสวยสามคนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะแผ่นหลังเนียนละเอียดของร่างบางในชุดสายเดี่ยวดำกับกางเกงยีนส์เอวต่ำ ที่สะกดทุกสายตาให้หันมองอย่างพร้อมเพรียง
หญิงสาวที่ไม่ว่าจะยืนเฉย ๆ หรือเดินผ่านไปเฉียด ๆ ก็ทำให้ทั้งผู้ชายผู้หญิงเหลียวหลังได้แบบไม่ต้องพยายาม
ชายหนุ่มหลายคนมองตามด้วยแววตาเยิ้ม ๆ ส่วนบรรดาผู้หญิงด้วยกันก็มองด้วยความอิจฉา ทั้งหน้าตาเอย หุ่นเอย ผิวเอย พวกเธอครบเครื่องแบบที่ไม่ต้องพูดอะไร หญิงสาวที่ได้เห็นก็รู้สึกว่าแพ้แล้ว
“สวัสดีครับสาว ๆ คืนนี้มีเจ้ามือหรือยังเอ่ย”
เสียงทักแบบเดิม ๆ จากผู้ชายที่ยืนแถวข้างกันดังขึ้นมา รอยยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยของเขาเรียกความเอือมระอาให้ลอยฟุ้งทันที
“ไม่จำเป็นค่ะ พอดีมีตังค์” ศศิธรตอบกลับเสียงนิ่ง หน้านิ่งตาม ดวงตาเรียวรีหันไปมองไม่ใส่ใจ ท่าทางเย็นชาแต่กลับสวยร้ายเหมือนนางพญา เธอไม่ชอบพวกผู้ชายที่คิดว่าการทักแบบนี้มันเท่ หรือแค่เอาเงินฟาดหัวก็จีบใครก็ได้
ณัฐวัชรที่ยืนอยู่ข้างกัน หันไปมองหนุ่มคนนั้นแล้วส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้แทน“แต่แนนนี่ยินดีนะคะ จะมาเป็นเจ้ามือให้แนนนี่ตลอดชีวิตก็ได้ค่ะ” เสียงเจ้าเล่ห์เจือหวานนิด ๆ
เพราะกล่องเสียงยังไม่ได้ผ่า เสียงที่ออกมาจึงมีความทุ้มต่ำอยู่หน่อย ๆ แม้จะดัดเสียงแล้วก็ตาม ชายคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นไม่พอใจทันที
“ไม่ได้คุยกับมึง อย่าเสือก อีตุ๊ด”
คิ้วเรียวของตรัสสาขมวดเข้าหากันทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองชายคนนั้น ความเย็นชา ไม่ชอบใจที่แผ่ออกมาจากแววตาทำเอาอุณหภูมิรอบข้างเหมือนจะลดลงโดยไม่ต้องเปิดแอร์
“แนนนี่ แกคุยกับฉันไม่ใช่เหรอ”
เสียงหวานของตรัสสาเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ แต่ฟาดกลับแบบไม่ทันตั้งตัว สายตายังจับจ้องอีกฝ่ายไม่วาง พร้อมพูดต่อด้วยน้ำเสียงหยามเหยียดยิ่งกว่าแบบที่อีกฝ่ายใช้ก่อนหน้า
“ไม่เสือกนะคะ”
ณัฐวัชรเกือบหลุดหัวเราะ ศศิธรแอบยิ้มสะใจออกหน้าออกตา ตรัสสาไม่พูดเปล่า ดันหลังเพื่อนให้เดินตามแถว ทิ้งชายคนนั้นไว้กับความอับอายจนหน้าชา
ระหว่างที่พวกเธอกำลังก้าวผ่านเข้าไปในร้าน มีสายตาคู่หนึ่งที่ยังไม่ละไปจากแผ่นหลังของคนตัวเล็ก ดวงตาคมของชายหนุ่มเจ้าของความสูง 186 เซนติเมตร ยืนอยู่กับกลุ่มเพื่อนด้านหลังแถวนั้น สายตาจับจ้องไปยังเงาสะโพกกลมมนในกางเกงยีนส์ตัวรัด พร้อมเสียงในหัวที่ดังก้องขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
…ถ้ายัยเด็กนั่นแต่งแบบนี้มาเที่ยว เขาจะตีก้นให้เข็ดเลยคอยดู
“มองอะไรไอ้นนท์” ปัธนัยหันมาถามเมื่อเห็นเพื่อนเอาแต่มองตามสาวไม่วางตา “อ้อออออ แม่สาวชุดแดงแน่เลย กูนี่เพิ่งรู้ว่ามึงชอบสายเผ็ด”
ณณณไม่ได้ตอบอะไรนอกจากส่ายหน้าเบา ๆ สายตายังคงจับจ้องไม่ละไปไหน รอยยิ้มบางคล้ายกำลังคิดอะไรบางอย่างปรากฏขึ้นที่มุมปาก
ในขณะเดียวกัน สามสาวเลือกโต๊ะติดเวที เสียงเพลงดังกระหึ่มจนแทบไม่ได้ยินเสียงกันและกัน พนักงานเดินเข้ามารับออเดอร์ทันทีที่พวกเธอหย่อนตัวลงนั่ง
“รับอะไรดีครับ”
“ไม่เอาเบียร์ กลัวอ้วน พวกแกล่ะ” ศศิธรถามพร้อมปรายตามองเมนูอย่างจริงจัง
“เออ เหล้าก็ได้ นังมูมู่เลือกเลย ฉันลิ้นจระเข้ กินอะไรก็เหมือนกัน” ณัฐวัชรยักไหล่ตอบแบบขอไปที
“ไอ้ขิง แกล่ะ เอาอะไร” ศศิธรหันไปถาม
“มอคเทลได้ไหม…”
คนตัวเล็กสุดในกลุ่มตอบเสียงอ่อย เพราะร่างกายที่นอนไม่พอมาหลายวัน ไม่อยากปล่อยให้แอลกอฮอล์เล่นงานจนเมาหัวทิ่ม
“No ค่ะสาว” สองคนพูดพร้อมกันโดยไม่ต้องปรึกษา
ศศิธรหันไปสั่งเหล้าเองเรียบร้อย ไม่มีการถามซ้ำ
“ไม่ต้องกลัวเมาจ้ะสาว เดี๋ยวฉันแบกเอง ถึงจะสวยแบบชะนี แต่แรงระดับคชสารนะจ๊ะ” ณัฐวัชรพูดพลางโชว์กล้ามแขนแบบขำ ๆ
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นเรื่อย ๆ สามสาวผลัดกันยกแก้วชนจนหมด บรรยากาศรอบโต๊ะเต็มไปด้วยความสนุกสนาน แสงไฟ สายตา และเสียงเพลงปะทะกันจนลืมความเครียดจากการสอบไปหมด
ตรัสสาที่ปกติมักวางตัวอย่างระวัง เริ่มหน้าแดงนิด ๆ พอกรึ่มแบบคนไม่ค่อยได้แตะแอลกอฮอล์
“นังขิง ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าทำไมแกไม่สนใจอาจารย์เจมส์” ณัฐวัชรถามขึ้นมาท่ามกลางเสียงเพลงที่เริ่มเร่งจังหวะ
อาจารย์เจมส์ที่พูดถึงเป็นทั้งพระเอกละคร หน้าตาหล่อตี๋พิมพ์นิย๊มนิยม ดีกรีจบนอก ตัวสูง เรียนเก่ง มีเสน่ห์ ขับรถยุโรปราคาไม่น้อยกว่าสามล้าน ทุกอย่างที่ควรมีเขาก็มี ทำให้สาว ๆ หวีดได้ง่าย ๆ
“ไม่ใช่สเปค” ตรัสสาตอบสั้น ๆ หน้าตาเรียบนิ่งไม่มีแววลังเล
“หืมมม ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าสเปคแกต้องขนาดไหน” ศศิธรหรี่ตาแซว
ร่างเล็กยิ้มบาง ส่ายหน้าให้เพื่อนอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย กระซิบเบา ๆ กับตัวเอง “ไม่ได้มีสเปคอะไร แค่ต้องเป็นเขาเท่านั้น…”
อีกฟากหนึ่งในห้องประชุมชั้นบนสุดของโรงพยาบาล...เป็นไปตามที่ผู้ป่วยบนเตียงคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด ณณณไม่ได้หายไปไหน เขากำลังจัดการคนที่กล้าแตะต้องคนรักของเขาอย่างถึงที่สุดหลังวางใจว่าอาการของหญิงสาวปลอดภัยดีแล้ว และแน่ใจว่าเพื่อนสนิทของภรรยาจะดูแลเธอได้ดี ก็ถึงเวลาต้องเคลียร์บัญชี... พวกที่อยากได้ผัว อยากได้เมียของชาวบ้านจนตัวสั่นบรรยากาศในห้องประชุมเงียบสงัด ทั้งที่โต๊ะไม้โอ๊คสีเข้มตัวยาวมีผู้ร่วมประชุมนั่งอยู่ถึงเจ็ดชีวิต แต่ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาสักคำ เพราะบรรยากาศน่ากลัวถูกแพร่ออกมารอบตัวเจ้านายที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ เต็มไปด้วยความคุกกรุ่นที่ยังไม่มอดลง ทำให้รุจิรากับทีมบริหารอีกห้าคนนั่งนิ่งจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันรุจิราที่ควบตำแหน่งเลขาส่วนตัว บวกหัวหน้าทีมบริหาร ตามตัวลูกน้องในทีมพร้อมคอมพิวเตอร์ประจำตัวมารอรับคำสั่งด้วยความสงบ แม้จะถูกเรียกตัวมากลางดึก แต่ไม่มีใครในทีมบริหารรู้
แสงแดดอ่อนยามเช้าเล็ดลอดผ่านม่านหน้าต่างสีขาวนวลเข้ามาในห้องพักพิเศษ กลิ่นยา และกลิ่นหอมสะอาดของห้องแอร์เย็นเฉียบชวนให้รู้สึกปลอดภัยเปลือกตาของคนตัวเล็กบนเตียงผู้ป่วยกระพริบขึ้นลงช้า ๆ หนักอึ้งอย่างกับโดนถ่วงด้วยอิฐ ตากลมโตยังพร่ามัวเพราะความอ่อนเพลีย แต่สติที่เริ่มฟื้นคืนมาก็เริ่มรับรู้ถึงสิ่งรอบตัวได้ทีละน้อยสิ่งแรกที่มองเห็นในครรลองสายตา… คือสองสิ่งมีชีวิตที่นอนเอกเขนกดูทีวีอยู่บนโซฟาด้านข้าง พร้อมผ้าห่มลายคิตตี้คนละผืน ที่โต๊ะหน้าทีวียังเต็มไปด้วยขนมห่อ ข้าวโพดคั่ว น้ำอัดลม ผลไม้ วางระเกะระกะแบบไม่เกรงใจโรงพยาบาล ตรัสสาหรี่ตามองความสบายของเพื่อนรักทั้งสองแล้วอดหมั่นไส้ไม่ได้...ไม่ได้มาเฝ้าไข้เธอหรอก ยัยสองคนนี้มาเปลี่ยนบรรยากาศที่นอนเฉย ๆ แหละ!หางตาเหลือบขึ้นมองนาฬิกาบนผนัง ตอนนี้ตีห้าเกือบหกโมงเช้าแล้ว สันนิษฐานได้ไม่ยากว่า ยัยสองตัวดีนี่คงปักหลักนอนเฝ้าเธอตั้งแต่เมื่อคืนจู่ ๆ วิญญาณนางเอกละครยุคโบราณ
ปรางทิพย์ได้แต่มองแผ่นหลังกว้างที่ห่างออกไปเรื่อย ๆ ความเจ็บในอกไหลทะลักขึ้นมาพร้อมหยดน้ำตาที่คลอเต็มสองตา ดวงตาคมกริบที่ลูกชายถอดแบบไปทั้งดวงยามนี้สั่นระริก มือที่เคยมั่นใจทุกการเคลื่อนไหวยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูอย่างไร้ทิศทางไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงสะอื้นก็หลุดลอดออกจากลำคอทันทีที่ปลายสายกดรับ “คะ…คุณภพ ฮือ… ฉันทำเรื่องไม่ดีขึ้นแล้ว ฉันทำให้มันแย่ลง… ฮืออ”เสียงสะอื้นของปรางทิพย์ขาดเป็นห้วง เธอรู้ดีว่าทุกอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้น มันหนักหนาสาหัสแค่ไหนสำหรับลูกผู้หญิงคนหนึ่งหากบุตรชายของเธอมาช่วยไว้ไม่ทัน แต่เธอสาบานเลยว่าไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องเป็นแบบนี้แม้เธอจะไม่ได้เรียนหมอ แต่ก็ไม่โง่พอจะดูไม่ออกว่าเด็กคนนั้น โดนวางยาแน่ ๆ แต่เธอก็ไม่ได้เป็นคนสั่ง ไม่ได้เป็นคนลงมือ แม้กระทั่งตอนนี้ ตัวเธอเองยังสับสนไปหมด ว่าที่จริงแล้ว...มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่“คุณรอผมอยู่ตรงนั้น ห้ามไปไหนนะ ผมกำลังไปรับ” เ
แต่ไม่ใช่…ชายแปลกหน้าคนหนึ่งก้าวเข้ามาอย่างมั่นใจ ใบหน้าหล่อเหลาในแบบที่คนทั่วไปอาจมองว่าน่าดึงดูด เสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนอย่างลวก ๆ ท่าทางสบาย ๆแต่สำหรับเธอแล้ว... ไม่มีใครหล่อเทียบพี่นนท์ได้อยู่ดี!ดวงตาเรียวของชายที่เพิ่งเดินเข้ามาจับจ้องเรือนร่างบอบบางทรงตัวอยู่ได้เพราะจับเก้าอี้เอาไว้ ด้วยแววตาเป็นประกาย เหมือนนักล่าที่เจอเหยื่อชั้นดี แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้แต่งตัวแต่งหน้าจัดเต็ม แต่ออร่าบางอย่างกับฉายชัดยิ่งกว่าดาราสาวหลายคนที่เขารู้จัก“คุณเป็น.. ใคร เข้ามาทำไม” เสียงของหวานสั่นพร่า อีกทั้งร่างกายก็แทบยืนไม่ไหวชายคนนั้นไม่ได้สนใจจะตอบคำถาม แต่หมุนตัวไปล๊อคประตูแน่นหนาเป็นคำตอบ เสียงกริ๊กของกลอนดังสะท้อนในหัวเธอเหมือนระฆังเตือนภัย...จะเอาตัวรอดยังไงดี คิดสิไอ้น้ำขิง“ผม… ว่าที่สามีใหม่ของคุณไงครับ” รอยยิ้มเอื่อย ๆ กั
“รีบไปรับคุณป้ากันเถอะค่ะ” เสียงใสพูดพลางเปิดประตูรถที่จอดรออยู่หน้าสถาบัน ตรัสสา ยิ้มให้เอกภพกับพนักงานพร้อมโบกมือลาดวงตาคมของเอกภพมองตามหลังรถตู้คันหรูไปจนลับสายตา แม้ใจเขาจะยังปวดหน่วง ๆ ทุกครั้งที่ได้เจอหญิงสาว แต่ก็รู้สึกยินดีกับรุ่นน้องสาวคนนี้จากใจจริง ที่ปรับความเข้าใจกับคนในใจได้ และมีชีวิตที่ดีอย่างทุกวันนี้ เพราะก่อนหน้านี้ เด็กคนนี้ลำบากมากร่างเล็กมองนาฬิกาข้อมือ ตอนนี้ใกล้จะสองทุ่มเต็มที ตรัสสารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหาแม่สามี“อยู่ไหนแล้ว” เสียงเย็นชาดังขึ้นทันทีที่อีกฝ่ายกดรับสายตรัสสากลั้วหัวเราะ พยายามหยอดมุกแซว “แหม่! คุณป้าก็... คิดถึงน้ำขิงขนาดนั้นเลยนะเนี่ย”ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง กำลังพยายามประมวลผลคำพูดที่จะใช้ในการตอบโต้ยัยเด็กปากดี “รีบมา แล้ว... กินอะไรหรือยัง”คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่
มาถึงหน้าสถาบันกวดวิชาที่เอกภพเปิด ตรัสสาก็เงยหน้ามองตึกพาณิชย์สูงสี่ชั้นสามคูหาติดกันด้วยแววตาตะลึง เธอไม่คิดว่ามันจะใหญ่โตขนาดนี้สถาบันนี้คือธุรกิจที่เธอร่วมลงทุนกับเอกภพตอนที่เริ่มฝึกงานใหม่ ๆ เธอลงเงินไปแค่หนึ่งในสาม แต่ช่วยเขาอัดคลิปสอนในวิชาหมวดวิทยาศาสตร์ให้ครบทั้งระดับมัธยมต้นและปลาย คลิปติวเหล่านั้นทำให้เด็กสมัครเรียนพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัวในเวลาไม่กี่เดือนขณะที่ยังยืนอึ้ง ๆ อยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวเข้มแบบหนุ่มใต้ก็รีบสาวเท้ายาวออกมาต้อนรับ แววตาอบอุ่นทันทีที่เห็นรุ่นน้องสาวที่เขาแอบปลื้มมายืนอยู่ตรงหน้า“เจอกันได้สักทีนะ ยัยหนู” เอกภพทักทายพร้อมรอยยิ้มกว้างเขาเอ็นดูหญิงสาวตรงหน้ามาก ทั้งยังแอบรักข้างเดียวมาแบบยาวนานอีกตังหาก เพราะสนิทกันมาก เลยรู้ว่าหญิงสาวมีคนในใจแล้ว เขาเลยต้องกลบความรู้สึกที่เกินเลยลงไป เหลือเพียงพี่น้องที่ดีต่อกัน“สว
แสงแดดอ่อนจากหน้าต่างเล็ดลอดเข้ามากระทบเปลือกตา ทำให้ร่างเล็กที่กำลังนอนหลับสบายต้องขมวดคิ้วน้อย ๆ เธอพยายามจะพลิกตัวหนีแสง แต่กลับทำไม่ได้ เพราะติดอะไรบางอย่าง พอก้มมองก็เห็นสาเหตุ ท่อนแขนวางพาดอยู่บนเอว ทั้งมือใหญ่ก็กำชายเสื้อนอนของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไปไหนดวงตากลมโตเบิกกว
“ปล่อยฉันนะ”มือเล็กพยายามแงะมือที่จับแขนเธอไว้แน่น แต่ยิ่งดึง เขาก็ยิ่งบีบแรงขึ้นจนรู้สึกเจ็บ “เจ็บนะ…” เธอร้องบอกเขาร่างสูงชะงักทันทีที่ได้ยิน เขาคลายแรงบีบลง… แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อย“ไม่ดื้อกับพี่… ได้ไหม” เสียงทุ้มฟัง
“ไม่ค่ะ ร้อน” เธอสะบัดเสียงอย่างดื้อรั้นบรรยากาศกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เพื่อน ๆ เห็นท่าไม่ดี จึงค่อย ๆ ทยอยลุกออกจากโต๊ะ ปล่อยให้ทั้งคู่อยู่เคลียร์ใจกันตามลำพัง ร่างเล็กเห็นเพื่อนตัวเองชิ่งหนี ก็เตรียมจะลุกหนีเหมือนกัน“ถ้าลุกขึ้นจากโต๊ะ พี่จะพากลับทันที”“คุณมีสิทธิ์อะไรมา
มือเรียวรีบคว้าแขนเขาลงจากเวทีแบบไม่คิดชีวิต ใบหน้าสวยแดงจัดด้วยความอับอาย เพราะสายตาหลายคู่ในผับจับจ้องมาที่พวกเขา บ้างยิ้มกรุ่มกริ่ม บ้างกระซิบกระซาบกันเบา ๆ แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกัน คือทั้งคู่ดูเหมาะสมราวกับหลุดออกมาจากพระนางในซีรีส์จีนตรัสสาลากเขากลับมาที่โต๊ะอย่างไว พอถึงปุ๊บก็รีบปล







