Masukร่างเล็กยิ้มบาง ส่ายหน้าให้เพื่อนอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย กระซิบเบา ๆ กับตัวเอง “ไม่ได้มีสเปคอะไร แค่ต้องเป็นเขาเท่านั้น…”
“ว่าไงนะนังชะนี พูดอะไรนะ” ณัฐวัชรตะโกนถามย้ำ แต่เสียงเพลงกลบคำพูดไปหมด
ในอีกมุมหนึ่งของผับ โต๊ะที่ดูเงียบสงบกว่าบรรยากาศรอบข้าง มีชายหนุ่มสามคนนั่งอยู่ด้วยกัน หมอหนุ่มไฟแรงที่เรียกสายตาจากสาว ๆ ได้ไม่น้อย พวกเขามารวมตัวกันในค่ำคืนนี้เพื่อฉลองที่ณณณเพิ่งกลับจากต่างประเทศ และได้รับการบรรจุเป็นแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลใหม่
ปัธนัยยกแก้วขึ้นชนกับเพื่อนสนิท “สุดท้ายก็กลับมาอยู่ไทยจนได้ แกนี่มันทรหดจริง ๆ ว่ะ”
“ก็ต้องทรหดแหละ เพราะที่นี่มีของรักที่ต้องเอากลับมาให้ได้” ศรุตเสริมเสียงนิ่ง ดวงตาเขาไหววูบอย่างมีนัย เขาเคยเห็นรูปเด็กสาวคนหนึ่งในกระเป๋าสตางค์ของณณณ
คนโดนพูดถึงไม่ตอบอะไร ยกแก้วดื่มเงียบ ๆ แต่ในหัวกลับมีเพียงภาพของใครบางคนที่วนเวียนไม่ห่าง นัยน์ตาสีน้ำตาลทอง ใบหน้าเล็กที่เขาจำได้แม่นยำไม่เคยลืม
พี่กลับมาแล้ว...
เสียงดนตรีบนเวทีเปลี่ยนเป็นจังหวะช้าลง นักร้องชายละสายตาจากไมค์ เหลือบมองกลุ่มสาว ๆ ที่นั่งไม่ไกลจากเวที สายตาเขาหยุดอยู่ที่หญิงสาวในเสื้อสายเดี่ยวสีดำ กับนัยน์ตากลมโตที่เผลอสบเพียงครั้ง ก็สามารถสะกดใจเขาให้หยุดนิ่งได้
ความมีเสน่ห์ในแบบที่ไม่ได้สร้าง แต่เป็นเองโดยธรรมชาติ ทำให้นักร้องชื่อดังของผับตัดสินใจทันที มือเรียวยาวคว้าไมค์ขึ้นมาถือ โน้มตัวลงเล็กน้อย กระตุกยิ้มที่คิดว่ามีเสน่ห์ที่สุด ก่อนพูดออกไมค์
“คุณครับ…” เสียงทุ้มนุ่มสะท้อนผ่านลำโพง ดึงความสนใจทั้งร้านให้หันมอง “ช่วยให้เกียรติมาร้องเพลงกับผมสักเพลงได้ไหมครับ”
เสียงฮือฮาทันทีที่ประโยคนั้นจบลง สายตาทุกคู่พยายามมองหาคนที่นักร้องสุดฮอตคุยด้วย ก่อนชายหนุ่มจะเป็นผู้เฉลย เพราะเขายื่นไมค์ตรงไปยังหญิงสาวคนหนึ่ง
“คุณครับ… คุณนั่นแหละ”
“กรี๊ดดด ไปเลยแก! ขาวมากกก ฉันให้ผ่าน” ณัฐวัชรไม่รอให้เพื่อนรักตั้งสติ ดันหลังตรัสสาให้ลุกขึ้นทันที
ศศิธรก็ไม่เบา มองผ่านคอเสื้อกว้างของนักร้องชาย ดวงตาเรียววาววับ “หืมมม ซิคแพกเน้น ๆ เลยอ่ะ ไปเถอะแก ไปสักเพลงสิ ถือว่าร้องให้พวกฉันฟัง”
ตรัสสาหัวเราะเบา ๆ เงยหน้าขึ้นมองนักร้องบนเวที แล้วยกมือปฏิเสธสุภาพ “ขอบคุณค่ะ แต่เริ่มเมาแล้ว เดี๋ยวร้องไม่เป็นคำ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมช่วยร้องได้” อีกฝ่ายยังไม่ยอมแพ้
ณัฐวัชรขยับเข้ามากระซิบ “ฉันรู้ว่าแกชอบร้องเพลงนังชะนี อย่ามาอิดออด”
เมื่อโดนกดดันรัว ๆ จากสองสาวที่รู้ดีว่า เพื่อนรักคนนี้มีดีทั้งหน้าตา สมอง และเสียงร้องก็ไม่ธรรมดา
ตรัสสาก็ถอนหายใจในที่สุด “โอเค… ถือว่าร้องให้พวกแกสองคนฟังก็แล้วกัน” พูดจบก็ลุกขึ้น เดินขึ้นเวทีอย่างมั่นใจ
มือเรียวบางรับไมค์จากนักร้องชาย ก่อนเอ่ยขอเพลงด้วยน้ำเสียงนุ่ม “งั้นขอเพลง มุม ของ Playground ค่ะ”
เสียงดนตรีเริ่มขึ้น โน้ตแรกดังพร้อมเสียงหวานที่เปล่งออกมาอย่างมีพลัง“ได้แอบมองเธอข้างเดียว… อยู่ที่มุมนี้ ก็พอแล้ว…”
เสียงร้องที่นุ่มลึกพาให้คนทั้งร้านเงียบฟังอย่างตั้งใจ รอยยิ้มที่แต่งแต้มอยู่บนใบหน้าสวย เจือความเศร้าบางอย่างที่ใครมองก็สัมผัสได้ ไม่ใช่แค่ร้องเล่น ๆ แต่มันคือการเล่าเรื่องจากหัวใจ และใครบางคนที่เธอคิดถึงก็กลับมาชัดเจนอีกครั้งในทุกคำที่ร้องออกไป
อีกมุมหนึ่งของผับ ร่างสูงที่กำลังคุยกับเพื่อนต้องชะงักลงทันที
เสียงนี้… มันคุ้นเกินไป
เมื่อหันมองไปยังทิศต้นทางของเสียงเพลง ดวงตาคมพลันดำมืด
“เดี๋ยวมา” ณณณวางแก้ว ลุกจากเก้าอี้โดยไม่รอฟังเสียงห้าม
“มันเป็นอะไรของมันวะ” ปัธนัยหันมาถามศรุต แต่ก็ได้แค่ส่ายหน้า
สองขายาวก้าวฉับ ๆ ไปทางเวที เห็นร่างบางกำลังร้องเพลงท่ามกลางแสงไฟหลากสี กับเสียงเชียร์ของผู้ชายรอบข้างที่ตะโกนชื่อเธอไม่หยุด กำปั้นใหญ่กำแน่น เส้นเลือดบนหลังมือปูดขึ้นตามอารมณ์ เขาจะอดทนรอจนกว่ายัยเด็กดื้อร้องเพลงจบ
และเด็กดื้อแบบนี้... ต้องโดนตีก้นเสียให้เข็ด ณณณเข่นเขี้ยวในใจ
ตรัสสาที่กำลังอินกับเพลง ไม่ได้รู้เลยว่ามีเงาหนึ่งกำลังตรงดิ่งเข้ามาอย่างเงียบเชียบ เสียงปรบมือดังลั่นเมื่อเพลงจบ ร่างบางโค้งขอบคุณ เตรียมจะลงจากเวที แต่ไมค์กลับถูกยื่นมาตรงหน้าอีกครั้ง
“ขอโทษนะครับ… แต่ผมขอเบอร์คุณได้ไหม”
ตรัสสาเลิกคิ้ว ตกใจ แต่ยังไม่ทันได้ปฏิเสธ ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีเข้มก็ปรากฏตัวพร้อมกลิ่นน้ำหอมประจำตัวที่เขาไม่เคยเปลี่ยน และน้ำเสียงเย็นเฉียบ
แจ็กเก็ตตัวหนาถูกคลุมลงบนไหล่เล็กอย่างอ่อนโยน “ไม่ได้ครับ… สามีเธอหวงมาก”
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเร็วมาก เธอเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตากลมเบิกกว้าง ด้วยความตกใจ “พี่นนท์…”
เสียงที่เปล่งออกมาเบาจนเกือบจะเหมือนละเมอ ขัดกับบรรยากาศกดดันที่เขาแผ่พลังงานออกมาเต็มที่
ณณณโน้มตัวลงกระซิบข้างหู น้ำเสียงต่ำจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ไล้ผ่านแก้ม “ที่รัก… ลงมาได้แล้วครับ เรามีเรื่องต้องคุยกัน”
“ดี! ขอให้พี่หมอนนท์โกรธแกนาน ๆ เลย! ครั้งหน้าแกจะได้ไม่กล้าทำเรื่องเสี่ยงตายแบบนี้อีก!”รุจิราที่เพิ่งคุยกับเจ้าหน้าที่เสร็จเดินเข้ามาสมทบ มองใบหน้าสวยที่จ๋อยสนิทของภรรยาเจ้านาย ก่อนถอนหายใจแรง ถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งของตัวเอง คงโดนไม้เรียวฟาดไปแล้ว ที่กล้าเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงขนาดนี้โชคดีอยู่อย่าง… เจ้านายของเธอไม่เคยวางใจอะไรง่าย ๆ โดยเฉพาะกับเด็กสาวคนนี้ตลอดหกปีที่ผ่านมา ณณณสั่งให้บอดี้การ์ดสองคนคอยติดตามภรรยาเขาอย่างเงียบเชียบในระยะปลอดภัย แม้ทั้งคู่จะกลับมารักกันดีแล้ว ก็ไม่เคยยกเลิกคำสั่งนั้น มีแค่ขยับระยะห่างให้มากขึ้นและเพราะความ 'ห่างแต่ไม่หาย' นั่นแหละ ถึงทำให้ตอนที่ณณณมาถึง บอดี้การ์ดจึงสามารถพาเขาอ้อมไปยังมุมอับของกล้องวงจรปิดรอบตัวบ้าน ช่วยให้เขาปีนรั้วเข้าไปได้อย่างรวดเร็วแต่… ต่อให้เร็วแค่ไหน ก็ยังช้ากว่าผู้ร้ายอีกคนที่ไหวตัวหนีไปได้ก่อนห
“พี่นนท์…” เสียงเรียกเบาหวิวออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่ม ยามที่ตากลมโตมองเห็นสภาพของเขาแค่มองก็รู้... ว่าเขาร้อนใจมากแค่ไหนจนอยากจะยื่นมือไปเช็ดเหงื่อที่กรอบหน้าให้แต่ก็ไม่กล้า แพขนตายาวงอนสั่นระริก ได้แต่ส่งสายตาอ้อนวอนน้ำขิง... สำนึกผิดแล้วพี่นนท์อย่าโกรธได้ไหมคะ น้ำขิงขอโทษแต่คนตัวโตกลับเลือกที่จะเมิน ณณณหันหลังแทบทันที เขามองตรงไปที่ร่างสมส่วนที่นั่งคุดคู้อยู่อีกฝั่งของห้องแทนใบหน้าคมสลักแน่นตึงเครียด กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน สองมือกำแน่น จนเส้นเอ็นขึ้นตึงชัดเขาโกรธ...โกรธมาก โกรธจนแทบขาดสติ ถ้าไม่ติดว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง ทั้งยังเป็นญาติ แค่คิดว่าหากยัยเด็กดื้อของเขาเป็นอะไรไป เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าจะห้ามใจไม่ให้ฆ่าหญิงชั่วตรงหน้าได้ไหมไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่ดังเข้ามาจากด้านนอก รุจิรา บอดี้การ์
“เช็คการ์ด ส่งเข้าอีเมล อย่าให้ใครเห็น”มือเล็กสอดเมมโมรี่การ์ดไว้ในห่อเดียวกับโพสต์อิท แล้วหยิบขนมเพิ่มอีกสองห่อ กับน้ำอัดลมจำนวนหนึ่ง จากนั้นนำทั้งหมดไปชำระเงินเมื่อได้ของแล้ว เธอก็เดินขึ้นไปยังห้องยาชั้นสาม มุ่งหน้าไปยังจุดที่ศศิธรกำลังเข้าเวรในวันนี้ พอดีกับจังหวะที่เพื่อนรักรูปร่างสูงโปร่งสไตล์หมวยอินเตอร์กำลังยืนจัดยาให้คนไข้ที่หน้าเคาน์เตอร์และแน่นอน… คุณหัวหน้าที่รักยังคงลอบติดตามอยู่ไม่ห่าง ดวงตารีของหล่อนจับจ้องที่ริมฝีปากของร่างเล็กที่กำลังยื่นถุงจากร้านสะดวกซื้อให้เพื่อนด้วยท่าทางยิ้มแย้ม แม้จะไม่ได้ยินบทสนทนา แต่ก็พยายามอ่านปากของอีกฝ่ายเต็มที่หญิงสาวพูดเพียงประโยคสั้น ๆ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มราวกับคนบ้าอยู่ตลอดเวลา “ฉันซื้อขนมมาฝาก มีของที่แกชอบมากด้วยนะ ถ้าดูแล้วถูกใจรีบบอกฉันด้วย”ประโยคแปลก ๆ จากเพื่อนรัก ทำให้ศศิธรเงยหน้าขึ้นมาอย่างมึน ๆ ตามสไตล์ “มาแปลกนะยะ แต่เพื่อไม่ให้เพื่อนรักเสียใจ ฉันจะยัดทุกอย่างลงท้องเอง”เมื่อเพื่อนสาวรับถุงใส่ของจากร้านสะดวกซื้อไปเรียบร้อย มือเล็กโบกมือลาเพื่อนรักอย่างอารมณ์ดี ก่อนหมุนตัวเดินกลับไปยังห้องยาที่เธอประจำอยู่ ไม่มีแม้แต่การหันก
“คุณฉีดยาอะไรเข้าไป” เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน บ่งบอกว่าผู้พูดกำลังหัวเสียไม่น้อย ที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน“จะรอให้นังเด็กนี่มันแหกปากร้องให้คนอื่นได้ยินหรือไง” เสียงหวานใสกระซิบตอบเครียด“แล้วจะฟื้นเมื่อไหร่”“สองถึงสามชั่วโมงก็น่าจะฟื้นแล้ว รีบพาหล่อนออกไป แล้วอย่าปล่อยให้กลับออกมาได้อีก”“หึ... ภาวนาให้ผู้อำนวยการของคุณตามนังนี่ไม่เจอเถอะ”อีกฟากหนึ่งที่ห้องยา...แม้จะมั่นใจเต็มร้อยว่าแผนที่วางไว้ต้องสำเร็จ แต่เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา นัยนาก็อดรู้สึกกระสับกระส่ายไม่ได้ ร่างอวบเดินวนไปมาอยู่กลางห้องยา จนเรียกสายตาจากหลายคู่ให้เผลอเหลือบมองด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่มีใครกล้าเปิดปากถามร่างท้วมได้แต่ภาวนาให้ชายคนนั้นไม่ทำพลาด เพราะถ้าเรื่องดันโป๊ะแตก หลานชายคนเก่งของเธอไม่มีทางปล่อยเธอไว้แน่ ๆ เมื่อเห็นว่าเวลาล่วงเลยพอสมควรแล้ว เธอก็ทำทีเป็นชะเง้อมองประตูหน้าห้องยาอย่างคนที่กำลังรอใครบางคน“ไปนานเกินไปแล้ว… แอบไปอู้งานอยู่ที่ไหนหรือเปล่านะ”เสียงบ่นลอดริมฝีปากในจังหวะที่ยกข้อมืออวบขึ้นดูเวลา ตาก็แสร้งเหลือบไปทางประตูเป็นระยะเหมือนคนเป็นห่วง ทั้งที่ความจริงแล้วกำลังนับเ
“หัวหน้า… อย่าให้ถึงขั้นนั้นเลยนะคะ ถ้าน้ำขิงตาย ต้องเสียเวลากำจัดศพอีก” เสียงหวานสั่นเครือ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ร่างเล็กถอยร่นจากเตียงไปจนชิดผนัง มือทั้งสองยกขึ้นเหนือหัวในท่ายอมจำนนริมฝีปากของนัยนาเหยียดยิ้มเหี้ยม นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นที่อัดแน่นลึกอยู่ในใจ “หึ หึ… สายไปแล้ว แกทำให้ฉันต้องอยู่อย่างหวาดระแวงมานานนับเดือน”มืออวบส่ายมีดไปมาตรงหน้า “ชาตินี้… ก็จำไว้ให้ดี ชาติหน้าอย่าไปเสือกเรื่องของคนอื่นอีก”สิ้นคำพูด ร่างสมส่วนก็พุ่งเข้าใส่ทันที ความเร็วของหญิงวัยห้าสิบไม่น่าจะมากเท่านี้ แต่แรงแค้นผลักให้เธอเคลื่อนไหวราวกับอสรพิษที่พร้อมฉกเหยื่อ มีดในมือแฉลบแสงสะท้อนวูบวาบ พุ่งตรงมายังลำตัวของตรัสสาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยแควก!เสียงมีดกรีดผ่านผ้าม่านอย่างแรง เฉียดเอวบางไปเพียงเส้นผมเดียว ตรัสสาเบี่ยงตัวหลบได้หวุดหวิด“หัวหน้า… อย่าทำ
เอี๊ยด!!!!!ไม่ถึงยี่สิบนาทีต่อมา เสียงยางบดถนนหยาบก็ดังลั่น ตัดกับความเงียบรอบ ๆ บ้าน นัยนารีบจอดรถ ก่อนผลักประตูบ้านเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว ที่ชั้นล่างของตัวบ้าน ชายหนุ่มนั่งเอนหลังพิงโซฟาในท่าทางสบายอารมณ์ ขัดกับสีหน้าที่ดูพร้อมจะฆ่าใครให้ตายเสียให้ได้ มือหนายกแก้วเหล้าขึ้นจิบ มองร่างท้วมที่ยืนหอบหายใจเล็กน้อยด้วยสายน่ากลัว ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหาหันแน่นนัยนาพยายามทำตัวเข้มแข็งเข้าไว้ แม้หัวใจจะเต้นรัวแรงยามสบตากับชายตรงหน้า กลัวเขาจะบ้าดีเดือด ลุกขึ้นมาทำร้ายร่างกายเธอ ที่ทำให้เขาไม่สามารถตะครุบเหยื่อเนื้ออ่อนได้ในตอนนี้“ไม่มีใครตามมาใช่ไหม” เสียงทุ้มต่ำถามลอดไรฟัน หลังจีราวัฒน์ยกรีโมตในมือขึ้นกด เลื่อนประตูรั้วปิดอัตโนมัติหญิงร่างท้วมพยักหน้าตอบกลับส่ง ๆ ใครจะตามมาได้ ในเมื่อไม่มีใครรู้ ตอนออกมาจากโรงพยาบาลเธอแอบเช็คแล้วว่าหลานชายติดผ่าตัดด่วนถึงรู้... ไม่มีทางตามมาได้ตอนนี้แน่ ๆนัยนาเปลี่ยนเป็นถามหาหญิงสาวที่ตนต้องการจะจัดการแทน“นังนั่นอยู่ไหน” แม้จะหวาดกลัวสีหน้าท่าทางของชายหนุ่มตรงหน้า แต่เธอก็พยายามทำเสียงแข็งใส่ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายกดข่มเธอได้ดวงตาเรียวจ้องกดดันหญิงร่า
แสงแดดอ่อนจากหน้าต่างเล็ดลอดเข้ามากระทบเปลือกตา ทำให้ร่างเล็กที่กำลังนอนหลับสบายต้องขมวดคิ้วน้อย ๆ เธอพยายามจะพลิกตัวหนีแสง แต่กลับทำไม่ได้ เพราะติดอะไรบางอย่าง พอก้มมองก็เห็นสาเหตุ ท่อนแขนวางพาดอยู่บนเอว ทั้งมือใหญ่ก็กำชายเสื้อนอนของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไปไหนดวงตากลมโตเบิกกว
“ปล่อยฉันนะ”มือเล็กพยายามแงะมือที่จับแขนเธอไว้แน่น แต่ยิ่งดึง เขาก็ยิ่งบีบแรงขึ้นจนรู้สึกเจ็บ “เจ็บนะ…” เธอร้องบอกเขาร่างสูงชะงักทันทีที่ได้ยิน เขาคลายแรงบีบลง… แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อย“ไม่ดื้อกับพี่… ได้ไหม” เสียงทุ้มฟัง
“ไม่ค่ะ ร้อน” เธอสะบัดเสียงอย่างดื้อรั้นบรรยากาศกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เพื่อน ๆ เห็นท่าไม่ดี จึงค่อย ๆ ทยอยลุกออกจากโต๊ะ ปล่อยให้ทั้งคู่อยู่เคลียร์ใจกันตามลำพัง ร่างเล็กเห็นเพื่อนตัวเองชิ่งหนี ก็เตรียมจะลุกหนีเหมือนกัน“ถ้าลุกขึ้นจากโต๊ะ พี่จะพากลับทันที”“คุณมีสิทธิ์อะไรมา
มือเรียวรีบคว้าแขนเขาลงจากเวทีแบบไม่คิดชีวิต ใบหน้าสวยแดงจัดด้วยความอับอาย เพราะสายตาหลายคู่ในผับจับจ้องมาที่พวกเขา บ้างยิ้มกรุ่มกริ่ม บ้างกระซิบกระซาบกันเบา ๆ แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกัน คือทั้งคู่ดูเหมาะสมราวกับหลุดออกมาจากพระนางในซีรีส์จีนตรัสสาลากเขากลับมาที่โต๊ะอย่างไว พอถึงปุ๊บก็รีบปล







