ตอนที่ห้า
ออกจากบ้านครั้งแรก
หลังจากถูกลูกเมียประท้วงตรีภัทรผู้เป็นนายใหญ่ของบ้าน แต่อำนาจต่อรองเท่ากับศูนย์เมื่ออยู่ต่อหน้าลูกเมีย สุดท้ายก็ได้แต่จำยอมให้ศศินและเจ้าแฝดติดตามไปด้วย ครั้นจะมองทั้งสี่คนด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใยก็โดนบ่นใส่อีกต่างหาก
"ป่าป๊าไม่ต้องกลัว พี่ไซน์เก่งมาก"
"ใช่ๆ น้องคอสก็เก่งด้วย"
"น้องแทนสามขวบยังไม่งอแงเลยนะป่าป๊า"
ตรีภัทรได้แต่ถอนหายใจรอบที่หนึ่งร้อย เพราะไม่อาจโต้แย้งได้เนื่องจากศศินได้สัญญาไว้แล้ว ถ้าหากมีอะไรอันตรายจะพาลูกชายทั้งสามเข้ามิติในทันที
และตรีภัทรยิ่งขัดอะไรไม่ได้ เมื่อศศินทดลองพาเจ้าแฝดไซน์คอสแทนเข้าไปในมิติต่อหน้าทุกคน ทำเอาคนงานที่อยู่ด้วยต่างดีใจกันยกใหญ่ เหตุผลหลักก็เพราะห่วงคุณชายน้อยของบ้านแต่จะขัดใจก็ทำไม่ลง และเมื่อมิติของคุณนายสามารถพาคุณชายเข้าไปได้ ทุกคนจึงมีความสุขเป็นอย่างมาก
"เฮ้อ! นี่ตกลงว่าทุกคนจะรุมป๊าให้ได้เลยใช่ไหมครับเจ้าตัวแสบ"
"ไม่เรียกว่ารุมครับ แบบนี้เขาเรียกว่าชี้แจ้ง พี่ตรีเป็นห่วงแค่ไหนพวกเราทุกคนรู้ครับ แต่อย่าลืมว่าซินก็มีพลังเหมือนกันนะ จะมาห้ามไม่ให้ไปด้วยอย่าฝันไปหน่อยเลยครับ"
"ตกลงกันแล้วนะครับ ถ้ามีอะไรอันตรายต้องพาลูกซ่อนอย่างเดียว"
"ป่าป๊าขี้บ่น น้องแทนงงมาก"
"พี่ไซน์ก็งง พี่ไซน์มีสายฟ้านะป่าป๊า"
"น้องคอสก็คุยกับคุณต้นไม้ได้ด้วย"
เมื่อโดนทุกคนรุมสุดท้ายจึงกลายเป็นภาพของตรีภัทร หนุ่มหล่อผู้มีลูกชายวันสามขวบจำนวนสามคนเดินนำหน้าพาไปขึ้นรถ ทั้งยังมีภรรยาสุดสวยที่แอบไปแต่งตัวเต็มยศใส่ชุดพร้อมออกรบตอนไหนไม่ทราบได้
กลายเป็นบรรดาลูกน้องและคนงานในบ้านถึงกับต้องหันหน้าหนี เพื่อทำเป็นมองไม่เห็นสภาพของนายใหญ่ของบ้านที่โดนลูกเมียข่มเหง
"เอาล่ะครับเด็กๆ ข้างนอกนั้นมีตัวประหลาดที่เหมือนคุณลุงคุณป้าและพวกคุณอาของลูก แต่พวกเขาตัวเหม็นน้ำลายฟูมปากหน้าตาน่าเกลียดแทบชอบไล่กัดด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเจอพวกมันต้องทำยังไงนะครับ จำที่ป่าป๊าบอกได้หรือเปล่า?"
ตรีภัทรที่ยังไม่ยอมแพ้คอยตอกย้ำความน่ากลัวของโลกภายนอก ทั้งยังบรรยายความสยองขอสิ่งที่ลูกจะเจอเมื่ออยู่ข้างนอก แต่ผลที่ได้รับจากเจ้าแฝดทั้งสามที่ฉลาดเกินวัยทำเอาคนเป็นป่าป๊าอยากจะเป็นลม
"พวกตัวเหม็นต้องโดนสายฟ้า บึ้ม!"
"น้องคอสจะบอกคุณต้นไม้ให้ช่วย"
"แทนเก่ง แทนจะเผาให้หายเหม็นเลย"
"คิก! ซินจะพาลูกของเราหลบเข้ามิติครับ โถ่พี่ตรีไม่ต้องทำหน้าดุเลยครับไม่น่ากลัวเลยสักนิด"
เมื่อได้ยินเจ้าแฝดตอบคำถามป่าป๊าออกไปศศินก็ถึงกับกลั้นขำไว้ไม่อยู่ ครั้นจะตอบคำถามบ้างก็โดนสามีตาเขียวใส่ เพราะกำลังงอนที่ทั้งภรรยาและลูกไม่มีใครยอมทำตามเลยแม้แต่น้อย
แต่เมื่อเจ้าแฝดเห็นว่าป่าป๊าเป็นห่วง ก็เริ่มกอดขาทั้งสองข้างของป่าป๊าแล้วทำหน้าตาน่ารักเพื่อออดอ้อนทันที ทำเอาคนสอนอย่างศศินถึงกับต้องแกล้งมองไม่เห็น เพราะไม่อยากโดนสามีเก็บเอาไปลงโทษในภายหลัง
"ป่าป๊าไม่ต้องห่วง พี่ไซน์จะอยู่กับหม่ามี้"
พี่ไซน์ทำหน้าตาจริงจังก่อนจะพูดให้ป่าป๊าเลิกเป็นห่วง ตามด้วยน้องคอสที่แสนจะว่าง่ายก็เอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มหวาน ส่วนน้องแทนก็ทำท่าตบหน้าอกตัวเองเลียนแบบพวกผู้ใหญ่ ทั้งยังทิ้งท้ายเสียจนตรีภัทรต้องยอมแพ้
"น้องคอสก็อยู่กับหม่ามี้ ป่าป๊าไม่ดุ"
"โถ่ป่าป๊า น้องแทนจะปกป้องหม่ามี้เองน่า"
"พอเลยเจ้าพวกตัวแสบ"
ตรีภัทรที่สุดท้ายก็ใจอ่อนให้กับลูกชายไม่ต่างจากเดิม จึงได้แต่กำชับให้ลูกชายทั้งสามห้ามห่างจากหม่ามี้เด็ดขาด ทั้งยังแอบใช้พลังให้เจ้าตัวแสบทั้งสามลอยขึ้นกลางอากาศแล้วพาไปขึ้นรถแต่โดยดี ส่วนศศินที่ถูกโอบเอวให้เดินไปพร้อมกันก็ทำได้เพียงยิ้มขำคนเป็นสามี
หลังจากพาเจ้าแฝดตัวแสบทั้งสามขึ้นรถได้ ก็จัดการให้เด็กทั้งสามนั่งตรงที่นั่งประจำนั่นคือที่เบาะแถวที่สาม แม้จะกังวลเรื่องซอมบี้แต่รถที่ตรีภัทรให้ครอบครัวใช้ เป็นรถกันกระสุนที่สั่งทำพิเศษอยู่แล้วจึงหายห่วงได้ ด้านหน้ามีภาคินเป็นคนขับและกิตตินั่งข้างกัน ส่วนเบาะแถวกลางมีตรีภัทรและศศินนั่งข้างกัน
เด็กน้อยทั้งสามไม่ได้หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อยที่จะต้องนอกรั้วบ้านที่แสนจะปลอดภัย รั้วขนาดความสูงสามเมตรทำจากคอนกรีตเสริมเหล็กหน้าหนึ่งฟุตถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ในขบวนเดินทางของเด็กแฝดมีรถเพียงสามคันเท่านั้น เพราะตรีภัทรต้องการความปลอดภัยแต่ก็ต้องคล่องตัวมากในเวลาเดียวกัน
"ป่าป๊าครับ พี่ต้นไม้บอกว่าจับซอมบี้ไว้ให้แล้ว"
"ขอบคุณครับน้องคอสคนเก่งของป่าป๊า"
น้องคอสเด็กดีที่แสนจะเรียบร้อยกว่าใครเพื่อน เอ่ยบอกป่าป๊าทันทีที่ออกพ้นแนวรั้วเนื่องด้วยหม่ามี้เคยบอกเอาไว้ น้องคอสจึงบอกพี่ต้นไม้ให้ช่วยจับซอมบี้ไว้ให้ทันที
เมื่อเจ้าตัวน้อยส่งเสียงในหัวไปยังพี่ต้นไม้ทั้งหลายเพื่อส่งข่าวก็ได้รับการตอบรับอย่างง่ายดาย เพราะต้นไม้กลายพันธุ์ทุกต้นล้วนยกให้น้องคอสเป็นนายเหนือหัว เพราะพลังพฤกษาที่แผ่ออกมาจากตัวไปเสียแล้ว
บรรดาต้นไม้กลายพันธุ์ล้วนพร้อมใจกันโยกย้ายตัวเอง เพื่อปิดทางเข้าคฤหาสน์ของเจ้านายตัวน้อยที่ได้สั่งเอาไว้
นอกจากนั้นยังจับซอมบี้บริเวณนั้นเอามาทำปุ๋ยลับหลังน้องคอสเป็นจำนวนมาก เนื่องด้วยเจ้านายตัวน้อยของพวกมันบอกว่าไม่ชอบพวกตัวเหม็น ต้นไม้ทุกตนที่สถาปนาตัวเองเป็นบริวารจึงจัดการซอมบี้แถวนั้นจนหมด
ส่วนพี่ไซน์กับน้องแทนที่มีพลังเหมาะกับการโจมตีนั้น ทั้งสองเอาแต่มองสองข้างทางเพื่อหาตัวอย่างไว้ทดลองพลังของตัวเอง โดยที่มีศศินผู้เป็นหม่ามี้คอยให้การสนับสนุน
แม้จะเป็นเพียงเด็กสามขวบแต่ศศินกลับคิดถึงอนาคตมากกว่า การที่ฝึกให้ลูกชายไม่กลัวและต่อสู้กับซอมบี้ ย่อมดีกว่าสอนให้กลัวเพียงอย่างเดียว เพราะความกลัวไม่ช่วยให้อยู่รอดได้ในวันข้างหน้า
"หม่ามี้ครับ พี่ไซน์อยากลองใช้พลังจังเลยครับ"
"น้องแทนก็อยากปล่อยลูกไฟแล้ว"
"รออีกหน่อยก็ถึงแล้วครับลูก วันนี้พวกเราออกมาปฏิบัติภารกิจเก็บของกลับบ้านกัน หม่ามี้จะคอยเก็บของที่เราจำเป็นต้องใช้ เพราะฉะนั้นพี่ไซน์น้องคอสน้องแทนต้องคอยคุ้มครองหม่ามี้นะครับ พวกลูกห้ามห่างจากหม่ามี้นะครับรู้ไหม?"
"รับทราบครับผม"
เจ้าแฝดตัวแสบทั้งสามขานรับหม่ามี้คนสวยพร้อมส่งยิ้มหวานให้อย่างเอาใจ ทำเอาตรีภัทรถึงกับส่ายหัวไปมาเพราะลูกชายเชื่อฟังแต่หม่ามี้ ขอเพียงหม่ามี้บอกเจ้าตัวแสบก็พร้อมทำตามทุกอย่างจนบางครั้งยังท้อใจกับลูกชายตัวเอง
ด้านศศินที่เลี้ยงเด็กน้อยทั้งสามมากับมือมีหรือจะไม่รู้วิธีรับมือกับความดื้อของทั้งสาม จุดอ่อนของเจ้าแสบนะมีเพียงหม่ามี้คนสวยนี่แหละ ขอแค่บอกว่าหม่ามี้อยากให้อยู่ใกล้รับรองว่าไม่กล้าไปไหนไกลเกินสามก้าว แต่ถ้าเป็นตรีภัทรพูดรับรองได้เลยว่าจะได้ผลในทางตรงกันข้าม
"ร้านขายวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่อยู่ข้างหน้านั่นครับ ผมเคยมาซื้อของที่นี่รับรองว่าแค่ที่เดียวเราก็ได้ของมากกว่าที่ต้องการแล้วล่ะครับ"
กิตติรีบเอ่ยบอกตรีภัทรอย่างตื่นเต้น ทั้งดีใจที่ดูเหมือนจะยังไม่มีใครคิดถึงเรื่องการก่อสร้างในเวลานี้ สินค้าที่มีอยู่จำนวนมากจึงมีเพียงซอมบี้ตัวเหม็นแค่สามตัวเท่านั้น หากดูจากชุดน่าจะเป็นคนงานที่อยู่เฝ้าเวรยามตั้งแต่ก่อนวันปีใหม่หรือไม่ก็คงเป็นซอมบี้ที่เดินมาไกลหน่อย
"ถ้าไม่จำเป็นพวกเราจะไม่ลงรถเด็ดขาดพี่จะให้ซินเก็บของจากบนรถ กิตช่วยโทรบอกรถอีกสองคันด้วยว่าแค่ขับตามไปก่อนยังไม่ต้องลงจากรถ"
"พี่ตรีครับ ผมมีพลังมิติก็จริงแต่แขนผมสั้นนิดเดียวนะครับ จะยื่นไปแตะของทั้งหมดได้ยังไงกันเล่า"
"แต่พี่เป็นห่วงนี่ครับ พี่ไม่แน่ใจว่าด้านในจะมีซอมบี้อีกไหม"
แม้จะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้แต่ตรีภัทรก็ยังถ่วงเวลาต่อไป เพราะไม่อยากให้ภรรยาสุดที่รักลงจากรถ แต่เมื่อเด็กน้อยเห็นว่าหม่ามี้กับป่าป๊าไม่น่าจะยอมให้ลงรถ ทั้งสามจึงหันมองหน้ากันแล้วส่งสายตาคุยกันไปมา จนสุดท้ายทั้งพี่ไซน์และน้องแทนก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้จึงหันมาจ้องน้องคอสที่นั่งตรงกลางในทันที
"ต้นไม้ไง คอสสั่งต้นไม้ได้ ไซน์จำได้นะ"
"จริงด้วยคอส ให้พี่ต้นไม้ช่วยไง"
"ก็ได้ คอสจะขอให้พวกพี่ต้นไม้ช่วยเอง"
จากนั้นทั้งเจ้านายและลูกน้องที่นั่งอยู่ในรถทั้งสามคันก็ได้แต่มองตามตาปริบๆ เมื่อคุณชายน้อยที่แสนจะนุ่มฟูน่าเอ็นดูที่สุดในบ้านอย่างคุณชายน้องคอส ได้เริ่มสั่งการต้นไม้ที่อยู่ในระยะหนึ่งร้อยเมตร
เหล่าต้นไม้น้อยใหญ่พากันขยับรากออกจากดิน แล้วมาช่วยขนของที่อยู่ภายในร้านวัสดุก่อสร้างอย่างขยันขันแข็ง ข้าวของถูกขนออกมาวางให้ศศินคอยเก็บทีละกองสองกองจนเกลี้ยงร้าน แต่เมื่อได้ของที่ต้องการครบแล้วต้นไม้ทั้งหลายกลับไม่ยอมกลับไปอยู่ที่จุดเดิม ทั้งยังทำท่าคล้ายคนกำลังยืนคอตกล้อมรอบรถทุกคันเอาไว้อีกด้วย
"โถ่พี่ต้นไม้ น้องคอสไม่ได้ทิ้งนะ"
"น้องคอสคุยกับพี่ต้นไม้เหรอครับลูก?"
"ใช่ครับป่าป๊า พี่ต้นไม้บอกว่าจะไปอยู่ด้วย ให้พี่ต้นไม้ไปด้วยได้ไหมครับ"
ตรีภัทรรู้สึกพูดไม่ออกเมื่อเจอลูกชายตัวน้อยอ้อน แต่ก็จนปัญญาที่จะเอาต้นไม้เหล่านี้กลับไปด้วยได้ เพราะมีทั้งต้นขนาดเล็กและใหญ่มากมายเต็มไปหมด
"บ้านเรามีที่ว่างเหลือไม่มาก พวกพี่ต้นไม้จะอยู่ตรงไหนล่ะครับลูก"
ตรีภัทรเอ่ยถามน้องคอสออกมาด้วยความจนใจ แต่กลับกลายเป็นได้รอยยิ้มจากลูกชายแทน
"ป่าป๊าๆ พี่ต้นไม้บอกว่าอยู่นอกรั้วก็ได้"
"เฮ้อ! นอกรั้วก็นอกรั้ว แต่ห้ามพี่ต้นไม้จับคนในบ้านกินนะลูก"
"พี่ต้นไม้ไม่กินคน เย้ๆ พี่ต้นไม้กลับบ้านกัน"
สุดท้ายแล้วขบวนเดินทางออกสำรวจเมืองและเก็บของครั้งแรกของครอบครัวเจ้าแฝดน้อยทั้งสาม ก็ได้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย โดยรถทั้งสามคันนั้นมีต้นไม้จำนวนมากล้อมรอบเอาไว้ ในขณะที่ทุกคนกำลังขับรถตรงกลับไปที่บ้านอีกด้วย
ด้านผู้คนที่ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ก็เห็นเพียงต้นไม้กลายพันธุ์เดินได้จำนวนมากเคลื่อนที่ไปพร้อมกัน โดยไม่เห็นรถที่อยู่ด้านในทั้งสามคันเลยแม้แต่น้อย