Share

บทที่ 2 ความจำเสื่อม?

last update Terakhir Diperbarui: 2026-03-03 00:31:24

บทที่ 2

ความจำเสื่อม?

ภายในห้องนอนเงียบสงัดยามนี้คลุ้งไปด้วยกลิ่นกำยานรักษาที่ถูกจุดไว้บนโต๊ะไม้ บนเตียงไม้เนื้อแข็งที่ปูด้วยผ้าห่มเนื้อดีมีร่างของนายหญิงเจ้าของจวนอ๋องที่สลบไปเพราะความตกใจและตื่นกลัวนอนพักอยู่

ทว่ายามที่หญิงสาวฟื้นคืนสติขึ้นมาคำแรกที่นางเอ่ยออกมากลับทำให้ทุกคนตกตะลึง....

“ข้าจำอะไรไม่ได้เลย พวกเจ้าเหตุใดจึงเรียกข้าว่าพระชายาเล่า?”

สิ้นคำพูดนั้นภายในจวนอ๋องก็เกิดความวุ่นวายขึ้น ท่านหมอที่พึ่งเดินถึงโรงหมอเมื่อครู่ถูกเรียกตัวกลับมาอย่างเร่งด่วนเพื่อตรวจอาการของพระชายาอีกครั้ง เพราะยามนี้นายหญิงของจวนอ๋องกลายเป็นคนไร้ความทรงจำไปแล้ว

เว่ยหว่านหนิงนอนมองชายชราที่กำลังตรวจจับชีพจรของนางด้วยสีหน้าเคร่งเครียดพลางกล่าวขอโทษในใจที่ตนแกล้งเป็นคนป่วยที่สูญเสียความทรงจำ ส่วนเหตุผลที่ต้องโกหกเช่นนั้นก็เพราะแม้นางจะรู้เรื่องราวทั้งหมดในนิยายแต่กลับไร้ซึ่งความทรงจำของร่างเดิม ทำให้หว่านหนิงจำหน้าผู้ใดในจวนไม่ได้เลย

การแสร้งสูญเสียความทรงจำคือหนทางรอดเดียวสำหรับสถานการณ์ของนางในตอนนี้....

“พระชายาท่านจำสิ่งใดไม่ได้เลยหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

เมื่อเห็นหญิงสาวส่ายหน้าช้า ๆ อย่างหมดหนทางพร้อมสีหน้าแสดงออกถึงความว่างเปล่าไร้ความทรงจำใด ๆ ท่านหมอก็ถอนหายใจยาวอย่างรู้ชะตา สายตากวาดมองบาดแผลที่ศีรษะซึ่งพันด้วยผ้าขาวอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยช้า ๆ น้ำเสียงแฝงความกังวลลึก

“เกรงว่าครั้งนี้…พระชายาจะสูญเสียความทรงจำทั้งหมดเพราะอุบัติเหตพ่ะย่ะค่ะ”

“สูญเสียความทรงจำ....ถ้าเช่นนั้นท่านหมอสามารถรักษาข้าได้หรือไม่”

“กระหม่อมจะรักษาพระชายาอย่างสุดความสามารถพ่ะย่ะค่ะ”

ท่านหมอเอ่ยออกมาน้ำสียงเรียบทว่าสีหน้ากลับแฝงไปด้วยความกังวล เขาโค้งคำนับเล็กน้อยจากนั้นจึงเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบงันทิ้งไว้เพียงกลิ่นกำยานสมุนไพรที่ยังคงลอยคลุ้งอยู่ภายในห้อง

“เจ้าชื่ออะไร”

เว่ยหว่านหนิงยันกายขึ้นนั่งพลางเอ่ยน้ำเสียงแหบพร่าแต่กลับแฝงแรงกดดันจนผู้ฟังสะท้าน ร่างบางเอนพิงหัวเตียงดวงตาคู่สวยทอดมองหญิงรับใช้ที่ยืนตัวแข็งอยู่ไม่ห่าง

“บ่าวมีนามว่าลั่วชิงเพคะ” หญิงสาวที่ยืนเฝ้าอยู่รีบโค้งกายตอบ

เว่ยหว่านหนิงพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยต่อน้ำเสียงนิ่งเรียบหากแต่เต็มไปด้วยความจริงจัง

“อย่างที่เจ้าได้ยิน ตอนนี้ข้าจำอะไรไม่ได้เลย”

เมื่อได้ฟังคำพูดของคนเบื้องหน้าหัวใจของลั่วชิงก็เต้นโครมคราม แววตาหวาดหวั่นฉายชัดขึ้นในดวงตาของนางอย่างชัดเจน หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่นความคิดพรั่งพรูในหัวว่าตนได้ล่วงรู้ความลับสำคัญของผู้เป็นนายและนี่อาจหมายถึงชีวิต ร่างเล็กของนางทรุดฮวบลงทันทีก่อนจะคุกเข่าแนบหน้าลงกับพื้นทั้งตัวสั่นระริก

“พระชายาโปรดไว้ชีวิตบ่าวด้วย บ่าวสัญญาว่าจะไม่นำความลับนี้ไปบอกผู้ใดเพคะ”

เสียงร้องขอชีวิตดังสะท้อนอยู่ในห้องเงียบ วินาทีนั้นเว่ยหว่านหนิงชะงักเล็กน้อยคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น ดวงตาหญิงสาวมองลั่วชิงที่กำลังสั่นกลัวจนแทบสิ้นสติในใจพลันนึกขึ้นมาอย่างขื่นขม

เว่ยหว่านหนิงต้องร้ายกาจเพียงใดกัน ถึงทำให้ลั่วชิงแสดงท่าทีหวาดกลัวถึงเพียงนี้

“วางใจเถอะข้ามิได้ตั้งใจจะปิดบังผู้ใดเรื่องที่ข้าสูญเสียความทรงจำ เจ้าอย่าได้หวั่นเกรงว่าจะถูกกำจัดเพื่อเก็บความลับ ข้าเพียงมีบางอย่างอยากถามเจ้า ตัวข้าแต่งงานกับท่านอ๋องมานานเท่าใดแล้ว”

ลั่วชิงที่ได้ยินคำถามก็ชะงักงันหยุดหายใจไปชั่วครู่ นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาจนดูน่าสงสาร ก่อนหญิงสาวจะเอ่ยตอบน้ำเสียงสั่น

“พระชายาแต่งงานมาอยู่ที่เป่ยหลิงได้สองเดือนแล้วเพคะ”

คำตอบนั้นทำให้เว่ยหว่านหนิงนิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาของนางหม่นหมองลงเล็กน้อยก่อนยกมือโบกเบา ๆ

“เจ้าออกไปเถิด ข้าอยากอยู่ลำพัง”

“เพคะ” ลั่วชิงเช็ดน้ำตาบนใบหน้าอยากลวก ๆ รีบลุกขึ้นก้าวถอยหลังอย่างระมัดระวังก่อนจะเปิดประตูออกไปอย่างเงียบเชียบ

เมื่อประตูปิดลงความเงียบก็กลับเข้าปกคลุมอีกครั้ง ร่างบางเอนลงนอนบนเตียงดวงตาเหม่อมองเพดานไม้แกะสลักอย่างว่างเปล่า ความอ้างว้างและสิ้นหวังเกาะกินหัวใจ ในหัวของเว่ยหว่านหนิงกำลังทบทวนทุกสิ่งที่ได้ยินจากปากหญิงรับใช้พร้อมเรียบเรียงกับเรื่องราวที่ตนเคยอ่านจากนิยาย

จนสุดท้ายก็ได้ข้อสรุปทั้งหมด...

ตอนนี้คือช่วงกลางเรื่องของนิยาย เว่ยหว่านหนิงแต่งงานกับเจิ้นเป่ยอ๋องเพียงเพื่ออาศัยอำนาจของเขาแก้แค้นอดีตคนรักที่หลอกใช้นางและสตรีที่เป็นสาเหตุทำให้ตระกูลเว่ยของนางล่มสลาย แต่อีกเพียงไม่นานแผนการที่เว่ยหว่านหนิงวางไว้จะพังลงอย่างไม่เป็นท่าเพราะเจิ้นเป่ยอ๋องผู้เป็นสามีและที่พึ่งเดียวของนางเสียชีวิตกะทันหัน…

เมื่อไร้คนปกป้องชีวิตของเว่ยหว่านหนิงก็เผชิญความพินาศเพราะกรรมที่นางก่อไว้กับผู้คนมากมายและสุดท้ายก็พบจุดจบที่ต้องตายอย่างทุกข์ทรมาน

“เหตุใดต้องเกิดเรื่องเช่นนี้กับข้าด้วย”

เพราะรู้ดีว่าก่อนที่นางจะมาอยู่ในร่างนี้เจ้าของร่างเดิมได้กระทำเรื่องเลวร้ายกับผู้คนไว้มากมาย ตอนนี้ที่นางยังมีชีวิตรอดนั่นก็เป็นเพราะการปกป้องจากเจิ้นเป่ยอ๋องผู้เป็นสามีเท่านั้น และหากเขาตายเรื่องทุกอย่างคงเป็นไปตามนิยาย ผู้คนมากมายจะเดินทางมาพบเว่ยหว่านหนิงเพราะต้องการแก้แค้น

และแน่นอนว่าคนที่ต้องถูกทรมานนั่นคือนางที่อยู่ในร่างเว่ยหว่านหนิงในยามนี้!

“เหตุใดข้าต้องมารับผลกรรมที่ตนเองไม่ได้เป็นผู้กระทำด้วยเล่า...”

หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสิ้นหวังความคิดนั้นทำให้หัวใจของเว่ยหว่านหนิงหนาวเยือกราวถูกน้ำแข็งกัดกร่อนจากภายใน หากนางไม่คิดหาวิธีเปลี่ยนจุดจบของตนเองเกรงว่าอนาคตที่กำลังรอคอยอยู่เบื้องหน้าคงมีแต่ความทุกข์ทรมาน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แพทย์สาวทะลุมิติมาเป็นนางร้ายพร้อมระบบเทพโอสถ   บทที่ 11 แผนการหลบหนี

    บทที่ 11แผนการหลบหนีบรรยากาศหน้าจวนอ๋องเจิ้นเป่ยยามเช้าตรู่คึกคักไปด้วยเสียงฝีเท้าและเสียงเกือกม้า รถม้าคันหนึ่งจอดรออยู่หน้าจวน ขนาบข้างด้วยเหล่าทหารกล้านับสิบนายที่ได้รับคำสั่งให้คุ้มกันพระชายาไปสวดภาวนาถือศีลที่วัดบนหุบเขาเพื่ออธิษฐานให้ท่านอ๋องและกองทัพในสนามรบปลอดภัยและมีชัยกลับมาหลิวอวิ๋นเหมยและเหล่าบ่าวไพร่ต่างมายืนส่งเสด็จที่หน้าประตูใหญ่ แววตาของหญิงชราที่ผ่านโลกมาค่อนชีวิตเต็มไปด้วยความกังวล“พระชายาจะไม่นำบ่าวติดตามไปเพิ่มจริงๆ หรือเพคะ มีเพียงลั่วชิงคนเดียว หม่อมฉันเกรงว่าพระนางจะทรงลำบาก” หลิวอวิ๋นเหมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นแฝงความกังวลเล็กน้อยเว่ยหว่านหนิงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดุจดอกบัวหิมะ ทอดสายตามองหญิงชราผู้เป็นตัวประกอบในนิยายที่ถูกกล่าวถึงเพียงหน้ากระดาษเดียว ในต้นฉบับหลิวอวิ๋นเหมยเป็นคนที่ภักดีต่อเซียวอวี้หานเป็นอย่างมาก น่าเสียดายที่นางถูกเว่ยหว่านหนิงสังหารเพียงเพราะต้องการแย่งอำนาจดูแลจวนอ๋องหลิวอวิ๋นเหมยผู้นี้...หากผูกมิตรไว้ย่อมดีกว่าเป็นศัตรู หญิงสาวคิดในใจก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงความนุ่มนวล“ข้าต้องการเพียงความสงบเพื่อสวดภาวนา มิอยากให้ผู้ใดมา

  • แพทย์สาวทะลุมิติมาเป็นนางร้ายพร้อมระบบเทพโอสถ   บทที่ 10 รายงานลับจากองครักษ์เงา

    บทที่ 10รายงานลับจากองครักษ์เงาท่ามกลางความมืดมิดของราตรี สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านค่ายทหารที่ตั้งตระหง่านอยู่บนทุ่งหญ้ากว้างพาเอากลิ่นควันไฟจากกองฟืนลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ เต็นท์ผ้าใบสีเข้มเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ทหารยามถือหอกยืนประจำการ ดวงตาแข็งกร้าวจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวภายนอกค่ายอย่างไม่คลาดสายตาภายในกระโจมบัญชาการสว่างไสวด้วยแสงเทียนวูบไหว เซียวอวี้หานสวมชุดเกราะสีดำสนิทยืนอยู่หน้าโต๊ะสายตาจดจ้องไปยังแผนที่หนังแกะที่กางแผ่หราอยู่เบื้องหน้า“พวกชนเผ่าเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับล่วงรู้แผนการศึกของพวกเราล่วงหน้า” หม่าเฉิงกงหรือแม่ทัพหม่าเอ่ยพลางขมวดคิ้วหนา นิ้วหยาบกร้านชี้ไปยังจุดยุทธศาสตร์ที่ถูกทำเครื่องหมายไว้ “เมื่อหลายวันก่อนกระหม่อมส่งทหารออกไปสอดแนมศัตรูแต่ก็ถูกพวกมันซุ้มโจมตีที่นี่พ่ะย่ะค่ะ”หลี่จื่อฉีกุนซือหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกายอ๋องเจิ้นเป่ยขยับพัดในมือเบาๆ เขามองแผนที่พลางเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่น “พวกชนเผ่าอยู่ใกล้ค่ายทหารเรากว่าที่คิดแต่พวกมันกลับไม่บุกเข้ามาทำเพียงลอบซุ้มโจมตีเท่านั้น กระหม่อมคิดว่าตอนนี้พวกมันอาจมีกำลังพลน้อยกว่าพวกเรา คาดว่าคงรอกำลังเสริมเพ

  • แพทย์สาวทะลุมิติมาเป็นนางร้ายพร้อมระบบเทพโอสถ   บทที่ 9 ภาพลักษณ์ของพระชายาที่เปลี่ยนไป

    บทที่ 9ภาพลักษณ์ของพระชายาที่เปลี่ยนไปภายในจวนอ๋องเจิ้นเป่ยยามเช้า กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรนับสิบชนิดอบอวลไปตามระเบียงทางเดิน บ่าวรับใช้และทหารยามต่างได้รับขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตาด้านในบรรจุยาบำรุงที่ทำมาจากสมุนไพรชั้นดี ทว่าแทนที่ทุกคนจะยินดีที่ได้รับยาบำรุงล้ำค่า แต่พวกเขากลับแสดงออกถึงความกังวลและหวาดกลัวต้นเหตุนั่นก็เพราะยาบำรุงที่ถูกแจกจ่ายในวันนี้ ล้วนออกมาจากฝีมือของพระชายา“นี่จะเป็นยาบำรุงจริงหรือ คงไม่ใช่ยาพิษหรอกใช่ไหม” หญิงรับใช้คนหนึ่งหันไปกระซิบกับสหายที่ยืนอยู่ข้างกายเสียงเบาพระชายาในความทรงจำของพวกเขาเปรียบเสมือนปีศาจร้าย ต่อให้ตอนนี้พระชายาจะสูญเสียความทรงจำและไม่ได้ทุบหรือด่าทอพวกเขาเช่นในอดีต แต่ความหวาดกลัวที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของพวกเขาก็ยากที่จะลบเลือนได้ หลายคนมองขวดยาในมือด้วยสายตาระแวง บางคนถึงกับแอบกระซิบเสียงเบา“ลั่วชิงบอกว่ายาบำรุงนี้ต้องดื่มภายในสามวัน หากทิ้งไว้นานกว่านี้สรรพคุณของยาจะอ่อนลง”“ข้าไม่กล้าดื่มยานี้ลงไปหรอก กลัวว่าจะเป็นยาพิษ”“แต่นี่เป็นยาที่พระชายาประทานมาให้ หากพวกเราไม่ดื่มจะกลายเป็นขัดคำสั่งหรือไม่”ความลังเลปกคลุมไปทั่วจวนสุดท

  • แพทย์สาวทะลุมิติมาเป็นนางร้ายพร้อมระบบเทพโอสถ   บทที่ 8 ความหมายที่แท้จริงของระบบเทพโอสถ

    บทที่ 8ความหมายที่แท้จริงของระบบเทพโอสถภายในห้องบรรทมที่เงียบงัน มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษดังแผ่วเบาและเสียงลมหายใจหนัก ๆ ของเว่ยหว่านหนิง ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมานางจมอยู่ในกองตำรามากมายที่ขนออกมาจากมิติ ตำราหลายสิบเล่มถูกตั้งราวกับภูเขาเตี้ย ๆ บางเล่มวางระเกะระกะบนพื้น โต๊ะ เตียง ไม่มีที่ว่างแม้แต่คืบเดียว กระดาษหลายแผ่นถูกคั่นด้วยด้ายสีแดง บางเล่มเปิดค้างไว้ บางเล่มถูกโยนทิ้งเพราะไม่พบสิ่งที่ตามหา แต่ไม่ว่าจะค้นเท่าไรหญิงสาวก็ยังไม่พบแม้แต่ร่องรอยของพิษหยกดำเว่ยหว่านหนิงถอนหายใจหนักจนไหล่ตกมือเรียวเอื้อมหยิบตำราเล่มถัดไปมาเปิดอีกครั้ง ใบหน้าที่เคยงดงามของหญิงสาวยามนี้ซีดขาวและดูอิดโรย เส้นผมดำขลับยุ่งเหยิงเล็กน้อย ขอบตาดำคล้ำจางๆ บ่งบอกถึงการตรากตรำอดนอนอ่านตำรามาตลอดหลายวันหน้าต่างระบบลอยนิ่งอยู่บนอากาศด้านในมีลูกหมาตัวน้อยนอนยืดพุง ขาของมันก่ายกันอย่างสบายอารมณ์แถมยังเคี้ยวขนมที่ไม่รู้ไปเอามาจากไหนราวกับกำลังชมละครชีวิตมนุษย์ต่ำต้อย หลังจากเฝ้าดูเว่ยหว่านหนิงก้ม ๆ เงย ๆ อยู่หลายชั่วยาม ลูกหมาก็เริ่มพึมพำเสียงดังราวกับตั้งใจจะให้ได้ยินหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้าได้ยิน[เฮ้อ…ดูท

  • แพทย์สาวทะลุมิติมาเป็นนางร้ายพร้อมระบบเทพโอสถ   บทที่ 7 หนทางรอดจากการตายของนางร้าย

    บทที่ 7หนทางรอดจากการตายของนางร้ายภายในจวนอ๋องเจิ้นเป่ยบริเวณริมสระบัวเงียบสงบจนได้ยินเพียงเสียงลมพัดต้องผืนน้ำ ศาลาไม้ทรงแปดเหลี่ยมตั้งอยู่กลางสระให้บรรยากาศอบอุ่นภายใต้ความเงียบสงบเว่ยหว่านหนิงนั่งอยู่ภายในศาลา ลมอ่อนพัดปลายผมนุ่มสลวยให้ไหวโอน เบื้องหน้าของนางมีลูกหมามอลทีสขนฟูที่ลอยตัวอยู่ภายในหน้าต่างระบบสีฟ้าโปร่งแสง[สรุปเจ้ากำลังบอกว่าที่นี่คือโลกนิยาย ส่วนตัวเจ้าได้มาเข้าร่างของสตรีสารเลวมีบทบาทเป็นนางร้ายที่จะตายในอีกไม่กี่เดือน]น้ำเสียงของลูกหมาคราวนี้ไม่มีทีท่าล้อเล่นแม้แต่น้อยหลังฟังเรื่องราวทุกอย่างจากปากของเว่ยหว่านหนิง มันถอนหายใจยาวสั่นสะเทือนทั้งตัวราวกับโลกทั้งใบถาโถมอยู่บนบ่าของมันหว่านหนิงพยักหน้าอย่างจนใจ ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ“ว่าแต่ท่านเป็นเทพมิใช่หรือ พอจะมีวิธีให้ข้ากลับไปโลกปัจจุบันได้หรือไม่?”ลูกหมาเบิกตาโตก่อนสะบัดหางอย่างแรงราวกับกำลังฟาดปัญหาออกไป[ข้าเป็นเทพโอสถไม่ใช่เทพควบคุมโชคชะตามนุษย์ เรื่องนั้นข้าไม่อาจช่วยเจ้าได้ อีกทั้งจากที่เจ้าบอกร่างของเจ้าในโลกเดิมคงตายไปแล้ว หากเจ้ากลับไปก็มีเพียงจะกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนเท่านั้น]หว่านหนิงนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจ

  • แพทย์สาวทะลุมิติมาเป็นนางร้ายพร้อมระบบเทพโอสถ   บทที่ 6 ระบบเทพโอสถ

    บทที่ 6ระบบเทพโอสถ“สมุนไพรพวกนี้มันล้ำค่าและหายากมากเลยไม่ใช่หรือ...”หญิงสาวพึมพำกับตนเองมองสมุนไพรที่อยู่ในสวนตาเป็นประกาย ก่อนร่างบางจะก้าวเข้าไปในกระท่อมกลิ่นหอมของสมุนไพรพลันลอยโชยเข้ามากระทบจมูก หว่านหนิงเริ่มเดินสำรวจภายในกระท่อมพบโอสถถูกจัดเรียงเป็นระเบียบเต็มตู้ไม้และยังมีตำราแพทย์นับร้อยเล่มวางเรียงรายบนชั้นหนังสือ กลิ่นกระดาษเก่าผสมกลิ่นสมุนไพรทำให้หัวใจสั่นสะท้าน“นี่มันคลังสมบัติชัด ๆ”ทว่าในขณะที่หญิงสาวกำลังดีใจกับมรดกที่ได้รับจากมารดา เบื้องหน้าของนางกลับปรากฏหน้าต่างสีฟ้าโปร่งแสงขึ้นติ้ง![ระบบเทพโอสถกำลังเชื่อมต่อ….][ระบบเทพโอสถกำลังยืนยันตัวตนผู้สืบทอด….][ผู้สืบทอดไป๋หว่านหนิงเชื่อมต่อสำเร็จแล้ว]“ฮะ? ระบบเทพโอสถคืออะไร?”หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ มองหน้าต่างโปร่งแสงเบื้องหน้าที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนอย่างงุนงง ก่อนตัวอักษรทั้งหมดจะบิดเบี้ยวเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นลูกหมามอลทีสขนปุยสีขาวโพลนตัวหนึ่งที่ยืนเชิดหน้าภูมิใจบนหน้าต่างระบบนั้น[ในที่สุดเจ้าก็เชื่อมต่อกับข้าเสียที เจ้ามนุษย์ต่ำต้อย]หว่านหนิงถึงกับชะงักงัน “เจ้าคือระบบเทพโอสถ?”[แน่นอน ข้าคือเทพโอสถผู้สูงส่งที

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status