Share

ตอน 6 ชีพจรกลับมา

last update Tanggal publikasi: 2026-08-02 09:54:05

ตอน 6 ชีพจรกลับมา

ศาลเจ้าหลังเขาตั้งอยู่เหนือชุมชนไปไม่ไกล เป็นศาลเล็กเก่าแก่ที่คนเมืองหลินอันแวะไหว้เมื่ออยากขอให้ฝนตกหรือขอให้ลูกหายป่วย กลางวันมีควันธูปและเสียงสวดเบา ๆ กลางคืนกลับเงียบเหมือนถูกทิ้งให้เป็นที่พักของลมหนาว แสงจันทร์คืนนี้ขุ่นมัว หมอกลืนเงาต้นสนริมทางจนดูเหมือนเสาไม้ดำเรียงราย

กวานซงแบกซือจิ่วขึ้นบันไดหินทีละขั้น เหงื่อซึมแม้อากาศหนาว เพราะคนบนหลังยังหนัก และเพราะทุกก้าวมีความกลัวเดินตามมา เซวียนอิงเดินนำ มือหนึ่งถือโคมกระดาษที่ปิดบังแสงไว้ให้สลัวพอไม่ดึงสายตาคนไกล อีกมือกุมห่อผ้ายาแน่น เธอไม่ได้วิ่ง ไม่เร่งจนล้ม แต่เดินด้วยจังหวะมั่นคงแบบคนที่รู้ว่าความผิดพลาดเล็กน้อยอาจกลายเป็นหลักฐานให้ศัตรู

เมื่อถึงหลังศาล มีห้องเก็บของเก่าที่แทบไม่มีใครเปิด ประตูไม้ผุมีรอยตะปูเก่า เซวียนอิงหยิบกุญแจสนิมที่เธอเตรียมไว้จากครั้งก่อน ตอนเด็ก ๆ เธอเคยแอบขึ้นเขามาที่นี่กับพ่อเพื่อหาเห็ดหลินจือและสมุนไพรหายาก พ่อเคยบอกว่า "หมอที่ดีต้องรู้จักที่หลบลม" ตอนนั้นเธอคิดว่าหลบลมคือหลบฝนหลบหนาว วันนี้เธอเพิ่งเข้าใจว่า บางครั้งต้องหลบลมของอำนาจด้วย

ประตูเปิดออกด้วยเสียงเอี๊ยดต่ำ ๆ กลิ่นไม้เก่าและธูปค้างปีลอยออกมา เธอวางโคมลงบนพื้นให้แสงส่องไม่ไกล แล้วกวักมือให้กวานซงพาซือจิ่วเข้าไป

ภายในห้องมีเพียงเสื่อเก่า กล่องไม้แตก และผ้าคลุมรูปปั้นที่หล่นกองอยู่มุมหนึ่ง เซวียนอิงกวาดพื้นที่ด้วยสายตา เลือกมุมที่พื้นไม่ชื้น วางผ้าห่มหนาให้เป็นที่นอนชั่วคราว แล้วสั่งกวานซง "วางเขาลงเบา ๆ หัวสูงนิดหนึ่ง อย่าให้คอพับ"

กวานซงทำตามอย่างระวัง เมื่อซือจิ่วนอนลง เสียงหายใจของเขายังหอบ แต่ไม่ใช่หอบแบบจะขาด เขายังรู้สึกตัวพอจะมองไปรอบ ๆ ห้องด้วยสายตาสับสน

ซือจิ่วพึมพำ "ที่นี่ที่ไหน"

เซวียนอิงนั่งลงข้างเขา "ศาลเจ้าหลังเขา" เธอตอบ "ที่เงียบพอให้คนตายฟื้นได้ โดยไม่มีคนมานับลมหายใจ"

ซือจิ่วหัวเราะแหบ ๆ แต่สีหน้าเจ็บปวดเหมือนหัวเราะแล้วเจ็บอก "เจ้าพูดเหมือนความตายเป็นคนคอยเฝ้าประตู"

"มันก็เฝ้าอยู่" เซวียนอิงตอบเรียบ "แค่คืนนี้ข้าให้มันยืนหนาวอยู่ข้างนอก"

กวานซงยืนเฝ้าประตูห้อง คอยฟังเสียงลมและเสียงกิ่งไม้ เขาเอ่ยเสียงต่ำ "ข้าจะออกไปดูรอบ ๆ ศาล ว่ามีคนตามมาหรือไม่"

เซวียนอิงพยักหน้า "ไป แต่ห้ามห่างเกินระฆังศาล ถ้าเห็นคน อย่าปะทะ กลับมาบอกข้า"

กวานซงพยักหน้า แล้วออกไปเงียบ ๆ เหลือเพียงเซวียนอิงกับซือจิ่ว และความมืดที่เหมือนตั้งใจฟังบทสนทนา

เซวียนอิงเปิดห่อผ้า วางเครื่องมือบนผ้าขาวเหมือนจัดโต๊ะผ่าตัดย่อม ๆ มีเข็มเงิน มีถ้วยเล็ก มีผ้าสะอาด มีขวดน้ำอุ่น และห่อสมุนไพรที่เหลือสำหรับประคอง เธอจับชีพจรซือจิ่วด้วยสองนิ้วก่อน แล้วใช้สกิลจับชีพจรลึกตามทันที

คืนนี้ชีพจรแท้ของเขาเด่นขึ้นชัดเหมือนสายธารที่หลุดจากน้ำแข็ง ชั้นชีพจรลวงที่พิษเคยสร้างไว้ยังมีร่องรอย แต่เหมือนเงาที่ถูกแสงเช้าทะลุผ่าน ความรู้สึกที่ปลายนิ้วเธอบอกว่า ร่างกายเขากำลังเริ่ม "กลับมาเป็นเจ้าของตัวเอง" ไม่ใช่ถูกพิษควบคุมทุกจังหวะ

ซือจิ่วเห็นเธอนิ่งนานจึงถาม "เป็นอย่างไร"

เซวียนอิงตอบ "ชีพจรกลับมา" เธอพูดช้า ๆ เหมือนประกาศชัยชนะที่ไม่ดัง "ไม่ใช่กลับมาแบบเส้นด้าย แต่กลับมาแบบคนที่ยังอยากอยู่"

ซือจิ่วหลับตาเหมือนโล่งใจ น้ำตาไหลออกมาหนึ่งหยดโดยไม่ตั้งใจ เขารีบเบือนหน้าเหมือนไม่อยากให้เห็น แต่เซวียนอิงไม่พูดอะไร เธอรู้ว่าคนที่หนีความตายมาใกล้ขนาดนี้ ไม่ต้องการคำปลอบมากเท่าความมั่นคง

ทันใดนั้น ในหัวของเธอ แสงเย็น ๆ ปรากฏขึ้นพร้อมข้อความของระบบโอสถบัญชาชะตา เสียงนั้นชัดราวกับกระดิ่งเล็กดังในใจ

"คดี ชีพจรถูกปิด อัปเดต ชีพจรแท้กลับคืนระดับเสถียร"

"รางวัล คะแนนระบบ เพิ่ม 5"

คำว่า คะแนนระบบ ไม่ใช่แค่ตัวเลขในอากาศ สำหรับเซวียนอิง มันเหมือนคำพิพากษาจากสิ่งที่มองไม่เห็น ว่าการตัดสินใจของเธอเมื่อคืน ไม่ได้ผิดศีลแพทย์ และไม่ยอมให้ความกลัวซื้อจิตใจเธอ

เธอพ่นลมหายใจเบา ๆ แล้วเงยหน้าขึ้น

ตัวอักษรเปลี่ยนอีกครั้ง ราวกับระบบเปิดลิ้นชักใหม่ให้

"ปลดล็อกตำรับ หยกขาวคืนชีพ"

"คำอธิบาย ตำรับประคองชี่และเลือด ฟื้นชีพจรอ่อน รักษาอาการหลังถอนพิษ กำจัดตะกอนพิษชั้นลึก"

"เงื่อนไขการใช้ ต้องมี คะแนนระบบ เพียงพอ และห้ามใช้เพื่อแลกผลประโยชน์จากผู้มีอำนาจ"

เมื่อข้อความจางลง ภาพเหมือนหน้าตำราหนึ่งหน้าปรากฏในใจเธอ ชัดยิ่งกว่าความทรงจำของตัวเอง ตัวอักษรจีนโบราณเรียงเป็นบรรทัด มีคำอธิบายสั้น ๆ ถึงสัดส่วนสมุนไพร วิธีต้ม และข้อห้าม ข้าง ๆ มีภาพวาดหยกสีขาวรูปหยดน้ำ เหมือนสัญลักษณ์ของชีวิตที่กลับจากความตาย

เซวียนอิงนิ่งไปชั่วครู่ ไม่ใช่เพราะตกใจ แต่เพราะความรู้สึกเหมือนเพิ่งได้ชิ้นส่วนตำราที่หายไปกลับมา และมันมาในเวลาที่พอดีเกินกว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ

ซือจิ่วมองเธอ "เจ้าหน้าเปลี่ยนไป"

เซวียนอิงถอนสติกลับมา "ข้าได้ตำรับใหม่" เธอตอบ

ซือจิ่วขมวดคิ้ว "จากไหน"

เซวียนอิงไม่อยากพูดเรื่องระบบทั้งหมด แต่ก็ไม่อยากโกหกจนผิดศีลหมอ เธอจึงตอบในแบบที่เป็นความจริงครึ่งหนึ่ง "จากความรู้ที่ข้าควรมี แต่เพิ่งได้คืน"

ซือจิ่วไม่เข้าใจนัก แต่เขาไม่ได้คาดคั้น เขาแค่พยักหน้าเหมือนคนที่รับได้ว่า โลกนี้มีสิ่งที่ไม่ควรถามมากเกินไป

เซวียนอิงหยิบสมุนไพรจากห่อผ้า เริ่มจัดส่วนผสมตามภาพในใจ ตำรับหยกขาวคืนชีพไม่ได้เป็นยาที่แรงแบบกระแทกพิษออกทันที แต่มันเป็นยาที่ "ซ่อม" หลังสงคราม เหมือนช่างไม้ที่กลับมาเก็บตะปูที่หลุด รัดไม้ที่ร้าว เติมกาวที่หาย

เธอเลือกหวงฉีเพื่อยกชี่ให้หัวใจมีแรง เลือกตังกุยเพื่อบำรุงเลือดที่พร่องจากพิษ เลือกไป๋จู๋เพื่อเสริมม้ามให้ย่อยรับยาได้ เลือกฝูหลิงเพื่อระบายความชื้นพิษที่ค้าง เลือกเหรินเซินในปริมาณน้อยมาก เพราะของนี้เหมือนดาบสองคม ถ้าให้มากเกินจะเร่งชี่จนดันพิษย้อน เธอเติมดอกเก๋ากี้เล็กน้อยเพื่อประคองตับและสายตา ซึ่งมักอ่อนหลังพิษเย็น และที่สำคัญ เธอหยิบผงหยกขาวที่เธอมีอยู่เล็กน้อยในหีบยา เป็นผงละเอียดที่พ่อเคยเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน แต่ไม่เคยให้เธอแตะเพราะแพงและหายาก

กวานซงกลับเข้ามาพอดี เขาถามเสียงเบา "รอบ ๆ เงียบ ไม่มีคนตาม แต่มีรอยเท้าสองสามรอยใกล้บันไดศาล เหมือนมีคนขึ้นมาเมื่อเช้า"

เซวียนอิงพยักหน้า "ดีที่เจ้าเห็น" เธอพูด "คืนนี้เราต้องเงียบยิ่งกว่าเดิม"

กวานซงมองสมุนไพรบนผ้าขาว แล้วเห็นผงสีขาวในซองเล็ก เขาตกใจ "นั่นผงหยกขาวหรือ"

เซวียนอิงตอบ "ใช่" เธอพูด "ตำรับใหม่เรียกว่าหยกขาวคืนชีพ"

กวานซงอึ้ง "ข้าเคยได้ยินคนแก่พูดว่า ผงหยกขาวช่วยประคองชีวิตคนที่ชีพจรเหมือนดับ แต่เป็นแค่ตำนาน"

เซวียนอิงยิ้มบาง ๆ "ตำนานมักเป็นความจริงที่คนไม่กล้าจ่ายราคา" เธอหยุดนิดหนึ่งแล้วสั่ง "เจ้าก่อไฟเล็ก ๆ หลังห้อง ใช้ถ่าน อย่าให้ควันออกไปหน้าศาล"

กวานซงทำตาม ก่อไฟให้แค่พออุ่นหม้อ เซวียนอิงตั้งหม้อดินเล็ก เติมน้ำสะอาด ใส่สมุนไพรลงไปตามลำดับที่ตำรับบอก เธอไม่โยนทุกอย่างลงพร้อมกัน เพราะตำรับนี้ละเอียด สมุนไพรบางชนิดต้องต้มให้สารออกก่อน บางชนิดใส่ท้ายสุดเพื่อไม่ให้สูญเสียกลิ่นและฤทธิ์

ขณะน้ำเริ่มเดือด เธอจับชีพจรซือจิ่วอีกครั้ง สกิลจับชีพจรลึกทำให้เธอเห็นภาพในใจเหมือนเส้นทางน้ำในร่างกาย มีบางส่วนโล่งขึ้น แต่ยังมีบึงตะกอนสีดำซ่อนอยู่ลึก ๆ เหมือนความแค้นที่ยังไม่พูดออกมา

เซวียนอิงพึมพำ "ตะกอนพิษยังอยู่ ถ้าไม่ซ่อมชี่และเลือด ร่างเจ้าจะขับมันไม่หมด"

ซือจิ่วถามแผ่ว "ข้าจะหายไหม"

เซวียนอิงตอบ "หาย" เธอพูดโดยไม่ลังเล "แต่ไม่ใช่หายแบบลืม มันจะทิ้งรอยไว้ในร่าง" เธอมองเขา "และทิ้งรอยไว้ในคดี"

ซือจิ่วนิ่ง เขาเหมือนเริ่มเข้าใจว่าการรอดชีวิตไม่ได้จบแค่รอด แต่คือการต้องอยู่กับความจริงที่ทำให้เกือบตาย

เมื่อยาได้ที่ เซวียนอิงตักน้ำยาลงถ้วย กลิ่นหอมอุ่นไม่ขมจัดเหมือนยาขับพิษก่อนหน้า กลิ่นมันเหมือนซุปสมุนไพรที่ให้กำลัง แต่แฝงความสะอาดเย็นแบบหยกขาว

เธอหยิบซองผงหยกขาว เทลงไปเพียงปลายช้อนเล็ก ๆ แล้วคนช้า ๆ ผงละลายเป็นประกายจาง ๆ ในน้ำยาเหมือนแสงจันทร์ที่ตกลงในบ่อ

กวานซงมองตาค้าง "แค่เท่านี้พอหรือ"

เซวียนอิงตอบ "พอ" เธอพูด "มากไปจะทำให้ชี่แข็งเหมือนหิน หยกขาวต้องพอดี เหมือนชีวิตที่พอดีกับความตาย"

เธอประคองถ้วยให้ซือจิ่ว "ดื่มช้า ๆ"

ซือจิ่วรับถ้วยด้วยมือสั่น ดื่มทีละอึก รสชาติอุ่นและหวานบาง ๆ จากสมุนไพรบำรุง ไม่ทำให้เขาหน้าบิดเหมือนยาขม เขากลืนลงไปแล้วหลับตา หายใจลึกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เหมือนลมในอกที่ติดขัดมาหลายวันเริ่มผ่านได้

เซวียนอิงจับชีพจรทันที ชีพจรแท้ของเขาแข็งแรงขึ้นเหมือนมีมือหนึ่งยกขึ้นจากด้านล่าง ไม่ใช่การเร่งให้เต้นเร็ว แต่เป็นการทำให้จังหวะมีน้ำหนัก มีความแน่นเหมือนกลองที่ขึงหนังใหม่

ซือจิ่วลืมตาขึ้นช้า ๆ คราวนี้แววตาเขาชัดและนิ่งกว่าเดิมมาก เขามองเซวียนอิง แล้วพูดเสียงแหบแต่เต็มคำ "ข้ารู้สึกเหมือนกลับมาจากที่ไกล"

เซวียนอิงยิ้มบาง ๆ ครั้งนี้เป็นรอยยิ้มที่มีความโล่ง "เพราะเจ้ากลับมาแล้ว"

เขาพยายามขยับนั่งตรงเอง โดยไม่ต้องให้กวานซงพยุง เขาทำได้ แม้จะยังอ่อนแรง แต่ไม่ทรุดเหมือนก่อน เขามองมือของตัวเองเหมือนคนเพิ่งได้ร่างคืน

กวานซงตาแดง "เจ้าฟื้นจริง ๆ"

ซือจิ่วหันไปมองกวานซง แล้วมองเซวียนอิงอีกครั้ง น้ำเสียงเขานิ่งขึ้น "ข้าติดหนี้ชีวิตเจ้า"

เซวียนอิงส่ายหน้า "ชีวิตเจ้าเป็นของเจ้า ข้าแค่ยื้อไว้ให้เจ้ามีโอกาสใช้มัน" เธอวางถ้วยลงแล้วพูดต่อ "แต่มีเรื่องที่เจ้าต้องทำ ถ้าเจ้าจะให้การรอดของเจ้ามีความหมาย"

ซือจิ่วพยักหน้าเหมือนรู้ว่ามันกำลังจะมา "บัญชี"

"ใช่" เซวียนอิงตอบ "บัญชีรายชื่อคนที่ทำให้คนหายไป" เธอหยุดนิดหนึ่ง "และเรื่องทหาร"

ซือจิ่วสีหน้าหม่นลงทันที "สมาคมมาแล้วหรือ"

เซวียนอิงพยักหน้า "มาเตือนว่าเคสนี้เกี่ยวกับทหาร อย่าแตะ" เธอมองเขา "เจ้าเกี่ยวข้องกับทหารอย่างไร"

ซือจิ่วมองไปที่พื้นเหมือนมองเงาตัวเองที่เคยถูกลบ เขาพูดช้า ๆ "ข้าไม่ใช่ทหาร แต่ข้าเคยเป็นเสมียนในคลังเสบียงของค่าย" เขากำมือแน่น "ข้าเห็นบัญชีเสบียงถูกปลอม เห็นสมุนไพรในกองทัพถูกสลับ เห็นยาที่ควรช่วยคนเจ็บกลายเป็นยาฆ่าคนเจ็บ"

กวานซงสบถเบา ๆ "ถึงว่ามีสมุนไพรปลอม"

ซือจิ่วพยักหน้า "มันไม่ใช่แค่ตลาดยาในเมือง" เขามองเซวียนอิงด้วยแววตาหนัก "มันเชื่อมกับเส้นทางทหาร ถ้าคนเจ็บในค่ายตายเพราะยา ไม่มีใครสงสัย เพราะคนจะคิดว่าศึกทำให้ตาย"

เซวียนอิงนิ่งไป ความจริงนี้ทำให้ภาพหลายอย่างต่อกันทันที เข็มดำอาจเป็นมือฆ่า แต่เส้นทางยาปลอมคือโครงสร้างที่ทำให้ฆ่าได้เป็นร้อยโดยไม่ต้องเปื้อนเลือด

เธอพูดช้า ๆ "แล้วเจ้ามีบัญชีอะไร"

ซือจิ่วหยิบมือสั่น ๆ ไปที่อกเสื้อด้านใน เหมือนจะหยิบอะไร แต่หยุดกลางทางแล้วมองเธอ "ข้าไม่ได้พกมา" เขาพูดเร็ว "ข้าซ่อนมันไว้"

เซวียนอิงถาม "ที่ไหน"

ซือจิ่วมองไปรอบห้องเหมือนกลัวผนังมีหู แล้วกระซิบ "ใต้แท่นบูชาศาลเจ้าเก่าที่ปลายเมือง ข้าฝังไว้ในกระบอกไม้ไผ่"

กวานซงอึ้ง "ปลายเมือง ที่นั่นใกล้ค่าย"

ซือจิ่วพยักหน้า "ใช่ และคนเข็มดำก็รู้ว่าข้าซ่อนอะไรไว้ เขาเลยต้องให้ข้าตาย"

เซวียนอิงจับชีพจรเขาอีกครั้ง เพื่อดูว่าเขาพูดความจริงหรือไม่ ไม่ใช่เพราะเธอสงสัยศีลธรรม แต่เพราะเธอต้องมั่นใจว่าคดีนี้ไม่ใช่กับดัก ชีพจรของซือจิ่วเมื่อพูดถึงบัญชีเต้นหนักขึ้นเล็กน้อย เหมือนคนที่กลัว แต่ไม่โกหก

เธอลุกขึ้น จัดผ้าห่มให้เขาแน่นขึ้น "คืนนี้เจ้าพัก" เธอพูด "พรุ่งนี้ตอนฟ้าสาง ข้ากับกวานซงจะไปเอาบัญชี"

กวานซงตกใจ "พวกเราสองคนไปใกล้ค่าย"

เซวียนอิงมองเขา "ถ้าไม่เอา เราจะถูกบีบจนไม่มีทางเลือก" เธอพูด "สมาคมจะกลับไปตรวจโรงหมอ ถ้าไม่พบคนไข้ เขาจะหาเหตุอื่นปิดเราอยู่ดี แต่ถ้าเรามีหลักฐานว่ามีสมุนไพรปลอมเชื่อมกับเส้นทางทหาร สมาคมจะลำบากที่จะทำตัวเป็นมีดให้ใคร"

กวานซงกลืนลมหายใจ "แล้วถ้าทหารจับเรา"

เซวียนอิงตอบ "เราจะไม่ให้จับง่าย" เธอพูดเรียบ "และถ้าถูกจับ เราจะให้คนจับต้องกลัวสิ่งที่เราถืออยู่"

ซือจิ่วมองเธอเหมือนเพิ่งเห็นว่า หมอคนนี้ไม่ได้รักษาแค่คน แต่กำลังรักษาโครงสร้างที่ป่วยจริง ๆ เขาถามเสียงเบา "เจ้ากล้าขนาดนี้เพราะอะไร"

เซวียนอิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบ "เพราะข้าเคยเห็นตระกูลของข้าถูกลบชื่อ" เธอพูดช้า ๆ "ข้าเคยเห็นคนตายเพราะไม่มีใครกล้ารักษา ข้าจะไม่ยอมให้เกิดอีก"

ในหัว ระบบโอสถบัญชาชะตากระพริบอีกครั้ง เหมือนยืนยันเส้นทาง

"ตำรับ หยกขาวคืนชีพ บันทึกลงคลังตำรา"

"คำเตือน การใช้ตำรับต้องรักษาศีลแพทย์ มิฉะนั้น คะแนนระบบ จะถูกหัก"

เซวียนอิงพยักหน้าในใจเหมือนตอบรับคำเตือนนั้น เธอหันไปจัดยาประคองสำหรับซือจิ่วให้พออีกหนึ่งวัน พร้อมทั้งเขียนสัดส่วนและวิธีต้มลงบนกระดาษเล็ก ๆ ให้กวานซงถือไว้ เผื่อเธอไม่อยู่แล้วเกิดเหตุฉุกเฉิน

กวานซงรับกระดาษอย่างจริงจัง "ข้าจะทำตามทุกตัวอักษร"

ซือจิ่วหายใจลึกขึ้นอีกครั้ง แล้วพูดด้วยเสียงที่มั่นคงกว่าทุกครั้ง "ข้าจะไม่ตายง่าย ๆ อีกแล้ว"

เซวียนอิงมองเขา "อย่าพูดแบบนั้น" เธอเตือน "คนที่อยากให้เจ้าตาย ยังอยู่ และเขาจะไม่หยุดเพราะเจ้าพูด"

ซือจิ่วพยักหน้า "ข้ารู้" เขากำมือแน่น "แต่ตอนนี้ข้ารู้ด้วยว่า ข้าหายใจอยู่จริง"

คำพูดนั้นทำให้ความตึงในห้องเบาลงเล็กน้อย เหมือนลมหนาวด้านนอกถูกกันด้วยประตูไม้เก่า ๆ พอให้ความอบอุ่นในใจเกิดขึ้นได้บ้าง

เซวียนอิงดับไฟให้เหลือเพียงถ่านแดงในเตา ไม่ให้แสงลอดออกไป เธอนั่งพิงผนังใกล้เตียง ไม่หลับเต็มตา แต่หลับครึ่งหนึ่งเหมือนคนเฝ้ายาม ในมือยังจับเข็มเงินเล่มหนึ่งไว้เผื่อเหตุฉุกเฉิน

ก่อนสติจะจาง เธอคิดถึงตำรับหยกขาวคืนชีพอีกครั้ง มันไม่ใช่แค่สูตรยา มันเหมือนสัญญาณว่า ระบบไม่ได้ให้พลังมาเพื่อให้เธอเก่งขึ้นอย่างเดียว แต่มาเพื่อให้เธอมีเครื่องมือที่จะไม่ยอมแพ้ต่อโครงสร้างที่อยากให้คนดีตายและคนชั่วอยู่รอด

เสียงลมข้างนอกพัดผ่านระฆังศาล เกิดเสียงกริ่งเบา ๆ เหมือนฟ้าดินกระซิบว่า ชีพจรกลับมาแล้ว

แต่คดี ยังไม่จบ

และตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป หลี่เซวียนอิงไม่ได้เป็นแค่หมอที่ช่วยชีวิตคนหนึ่งคน เธอกำลังจะกลายเป็นคนที่ดึงความจริงขึ้นมาจากใต้พื้นแผ่นดิน เหมือนดึงพิษออกทีละชั้นอย่างที่ทำกับซือจิ่ว

เพียงแต่ครั้งนี้ พิษไม่ได้อยู่ในร่างคนไข้เท่านั้น

มันอยู่ในระบบของเมืองทั้งเมืองด้วย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา   ตอนที่ 88 ความจริงที่ต้องแลก

    ตอนที่ 88 ความจริงที่ต้องแลกข่าวเดินเร็วกว่าไฟลามฟางเสมอ โดยเฉพาะข่าวที่มีทั้งชื่อเสียง สมาคมแพทย์ และคำว่าขโมยเข้ามาเกี่ยวข้อง เพียงครึ่งวันหลังหมอฉู่เหวินซานพาคนมาปรากฏตัวที่โรงหมอหลี่ คำลือก็เริ่มแตกแขนงไปทั่วตรอก ผู้คนบางส่วนพูดว่าโรงหมอหลี่กำลังสืบคดียาลวงจริง บางส่วนกลับพูดว่าเซวียนอิงทำตัวเกินฐานะจนไปแตะของต้องห้ามของสมาคม และอีกไม่น้อยเริ่มไม่แน่ใจว่าหญิงสาวผู้ตรวจยาจนคนยอมต่อคิวหน้าประตูนั้นเป็นหมอที่กล้าหาญ หรือเป็นคนหัวแข็งที่กำลังพาตัวเองและคนรอบข้างลงเหวในห้องหน้าของโรงหมอ หลี่เซวียนอิงยังนั่งตรวจคนไข้ต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทุกคำถามที่ดังขึ้นวันนี้ล้วนต่างจากเมื่อวาน“ท่านหมอหลี่ ยาบำรุงนี้กินได้จริงหรือ”“ท่านไปเอาของจากสมาคมมาจริงหรือไม่”“สมาคมว่าอย่างนั้น โรงหมอหลี่จะมีปัญหาหรือเปล่า”“ถ้าข้าส่งยามาให้ท่านดู ชื่อข้าจะหลุดหรือไม่”คำถามเรื่องโรคกับคำถามเรื่องความเชื่อใจถักปนกันจนแยกไม่ออก อาเยวี่ยวิ่งเข้าออกจนหน้าซีดแต่ยังไม่บ่นสักคำ เพราะรู้ดีว่าตั้งแต่นาทีนี้ไป โรงหมอหลี่ไม่ใช่แค่ที่รักษาคนอีกต่อไป มันกำลังกลายเป็นสนามที่คนทั้งตรอกใช้ตัดสินว่าตนจะเชื่อหมอแ

  • แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา   ตอนที่ 87 หมอฉู่โต้กลับ

    ตอนที่ 87 หมอฉู่โต้กลับเช้าวันถัดจากคืนที่ศาลาเหนือถูกแตะต้อง เมืองหลวงดูเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยน แผงขายโจ๊กยังตั้งเรียงตรงหัวมุมตรอกเหมือนเดิม คนหาบสมุนไพรยังเดินตะโกนชื่อของแห้งตามถนน และหน้าหอสมาคมแพทย์ก็ยังมีรถม้ามาจอดส่งแขกตามปกติ หากมองเพียงผิวเผิน ทุกอย่างสงบเรียบร้อยราวกับความลับทั้งหลายยังนอนนิ่งใต้พื้นไม้แต่หลี่เซวียนอิงรู้ดีว่า ความเงียบเช่นนี้มักเป็นความเงียบก่อนมีดจะลงนางนั่งอยู่ในห้องด้านในของโรงหมอหลี่ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ สมุดสองเล่มที่นำออกมาจากห้องผสมหลังศาลาเหนือถูกกางไว้ตรงหน้า ซองยาหลายชุดเรียงอยู่บนผ้าสะอาด ส่วนกระดาษฉีกครึ่งที่ประกบกันสมบูรณ์แล้ววางอยู่ข้างตะเกียงเช่นหลักฐานที่มีลมหายใจของตัวเอง แสงเช้าตกลงบนข้อความ ชุดเหนือ สี่ สาม ส่งต่อเฉพาะรายผ่านหอชิงหลาน ประทับตราชงซื่อหาน อย่างเย็นชาจนแม้แต่หมึกก็ดูเหมือนจะซ่อนพิษไว้จ้าวเยี่ยนยืนพิงเสาใกล้หน้าต่าง มองออกไปยังลานด้านหน้าโรงหมอซึ่งเริ่มมีคนทยอยมารอคิวตั้งแต่เช้า ท่าทีของเขายังนิ่ง แต่เซวียนอิงเห็นว่าเขาระวังมากกว่าปกติ สายตาไม่ได้หยุดเพียงคนไข้ หากกวาดถึงเงามุมถนนและชายชุดเรียบที่ยืนคุยกันไกลออกไปด

  • แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา   ตอนที่ 86 ศาลาเหนือ

    ตอนที่ 86 ศาลาเหนือคืนวันนั้นมาเร็วกว่าปกติ หรืออย่างน้อยหลี่เซวียนอิงก็รู้สึกเช่นนั้น แสงสนธยาบนหลังคาเมืองหลวงยังไม่ทันเลือนหมดดี ความมืดกลับเหมือนค่อย ๆ ไหลลงมาตามชายคาและตรอกซอยราวน้ำหมึกที่มีเจตนา โรงหมอหลี่ปิดประตูหน้าเร็วกว่าทุกวัน อาเยวี่ยถูกกำชับให้นับจำนวนยาทุกขวด ลั่นกลอนทุกบาน และห้ามเปิดรับใครหลังยามซวีเด็ดขาด แม้จะมีคนไข้มาเคาะประตูก็ตามจ้าวเยี่ยนยืนอยู่ในลานหลังเรือนใต้เงาไม้แห้ง มือหนึ่งถือแผนผังที่ขีดอย่างคร่าวจากความทรงจำของผู้เคยเข้าเขตสมาคม อีกมือแตะดาบสั้นที่ซ่อนอยู่ข้างเอว เขาไม่พูดมากตั้งแต่กลับจากศาลาเก่า บางทีเพราะเขาเองก็รู้ว่าคำว่า ห้องผสมหลังศาลาเหนือ นั้นมีน้ำหนักเพียงใด หากเป็นเพียงห้องเก็บตำรับผิดกฎหมายก็ว่าไปอย่าง แต่เมื่อผูกเข้ากับห้องยาใต้หอสมาคม บัญชีเก่า รหัสเหนือ สี่ สาม และคนคุมคลังที่ถูกปิดปาก มันย่อมหมายถึงศูนย์กลางระดับหนึ่งของเครือข่ายนี้เซวียนอิงเดินออกมาจากห้องในพร้อมเสื้อคลุมสีเข้มกว่าปกติ รวบผมขึ้นแน่นไม่มีปิ่นเงินใ

  • แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา   ตอนที่ 85 ผู้เฒ่าที่ถูกปิดปาก

    ตอนที่ 85 ผู้เฒ่าที่ถูกปิดปากยามบ่ายของเมืองหลวงอบอ้าวกว่าปกติ แม้ฟ้าจะมีเมฆบางคลุมอยู่ตลอด แต่ลมกลับไม่ยอมพัดให้หายแน่นหน้าอกสักนิด กลิ่นสมุนไพรตากแดดจากลานหลังโรงหมอหลี่ลอยอวลปะปนกับกลิ่นหมึกและกระดาษเก่าจากห้องใน หลี่เซวียนอิงกำลังนั่งจัดบันทึกร่องรอยนิติเวชจากสองศพที่เพิ่งตรวจไปในช่วงเช้า ปลายพู่กันของนางลากลงบนกระดาษอย่างมั่นคง เขียนแยกอาการที่เกิดจากโรคธรรมชาติออกจากอาการที่ถูกเร่งด้วยตำรับพิษอย่างละเอียดทีละบรรทัดนับจากระบบปลดล็อกนิติเวชแพทย์ขั้นต้น ดวงตาของนางก็ดูเหมือนจะมองเห็นความผิดปกติในร่างคนมากขึ้นทุกวัน ไม่ใช่เพียงสีลิ้น เล็บ หรือตาขาวที่ต่างไปจากเดิม แต่คือความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเล็กที่สุดกับสาเหตุของความตายที่คนทั่วไปมักมองข้าม ความรู้เช่นนี้ทำให้คดีใต้หอสมาคมคมชัดขึ้น ทว่าก็ทำให้ความน่ากลัวของศัตรูยิ่งเด่นชัดขึ้นเช่นกัน เพราะยิ่งมองออกมากเท่าไร นางก็ยิ่งรู้ว่าคนเหล่านั้นตั้งใจซ่อนความตายได้ลึกเพียงใดอาเยวี่ยเพิ่งจะยกชาร้อนเข้ามาวางข้างมือ เมื่อเสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นจากด้านหน้าโรงหมอ พร้อมเสียงหอบหายใจของเด็กใช้คนหนึ่งที่แทบพุ่งเข้ามาทั้งตัว“ท่านหมอหลี่ ท่าน

  • แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา   ตอนที่ 84 ระบบปลดล็อกนิติเวชแพทย์ขั้นต้น

    ตอนที่ 84 ระบบปลดล็อกนิติเวชแพทย์ขั้นต้นเสียงฝนเมื่อคืนเพิ่งหยุดไปเมื่อยามอิ๋น แต่โรงหมอหลี่กลับไม่เคยได้พักตามสายฝนเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่ข่าวเรื่องยาบำรุงลวงแพร่ไปอย่างเงียบ ๆ ตามตรอกซอย คนที่เคยกล้ำกลืนสงสัยอยู่ในใจเริ่มหอบขวดยา ห่อยา ใบสั่งยาเก่า และอาการประหลาดของคนในบ้านมาหาเซวียนอิงทีละราย บางคนมาด้วยท่าทีลังเลคล้ายกลัวว่าตนกำลังคิดมากไปเอง บางคนมาด้วยสีหน้าขาวซีดราวเพิ่งเดินออกจากเงื้อมมือสิ่งที่มองไม่เห็น และบางคนไม่ได้มาด้วยหวังเพียงตรวจยา แต่อยากถามให้แน่ใจว่าคนที่จากไปแล้วตายเพราะชะตาจริงหรือถูกใครบางคนทำให้ดูเหมือนชะตาโต๊ะในห้องด้านในของเซวียนอิงจึงเต็มไปด้วยขวดยาและถุงผ้าจากหลายบ้าน เรียงกันจนดูเหมือนคลังยาขนาดย่อม แต่สำหรับนาง มันคือกองเงื่อนปมที่ส่งกลิ่นคาวจาง ๆ ของความตาย บนกระดาษแผ่นใหญ่ซึ่งกางอยู่กลางโต๊ะ นางเขียนชื่ออาการหลักของแต่ละรายไว้ด้วยหมึกดำแล้วโยงเส้นเข้าหากัน บางเส้นโยงไปทางพิษที่กระทบเลือด บางเส้นโยงไปทางพิษที่เล่นกับปอดหรือหัวใจ บางเส้นยังขาดอยู่เพราะหลักฐานไม่พอ แต่ทุกเส้นล้วนชี้ไปในทิศเดียวกันคนทำไม่เพียงเก่งแพทย์ หากยังเก่งการซ่อนแพทย์ไว้ใต้ผิวหน้าข

  • แพทย์หญิงตระกูลหลี่ ระบบโอสถพลิกชะตา   ตอนที่ 83 หญิงหม้ายกับยาบำรุงลวง

    ตอนที่ 83 หญิงหม้ายกับยาบำรุงลวงฝนปรอยบาง ๆ ตั้งแต่ยามเฉินจนกระทั่งสาย ละอองชื้นเกาะตามขอบหน้าต่างไม้ของโรงหมอหลี่เป็นเม็ดเล็กละเอียด กลิ่นดินเปียกผสมกับกลิ่นสมุนไพรตากแห้งในห้องโถงจนเกิดความรู้สึกสะอาดเงียบแบบที่ทำให้คนเจ็บอยากพูดความลับออกมาเอง หลี่เซวียนอิงนั่งคัดใบสั่งยาจากสองคดีเมื่อวานอยู่หลังโต๊ะตรวจ มือข้างหนึ่งถือพู่กัน อีกข้างแตะเม็ดยาที่เก็บมาจากบ้านชายไอเรื้อรังเป็นครั้งคราวราวกับจะบังคับให้ตัวเองจำพื้นผิวและกลิ่นของมันให้ติดถึงกระดูกนางยังไม่ได้หลับเต็มตาตั้งแต่คืนที่ลอบเข้าไปในห้องยาใต้หอสมาคม แต่สมองกลับยิ่งคมขึ้นทุกชั่วยาม คล้ายเมื่อเส้นทางของคดีเริ่มปรากฏ ความเหนื่อยทั้งหมดก็ถูกแรงค้ำจากความโกรธและความแน่วแน่กลบไปชั่วคราว บนกระดาษตรงหน้านางมีตัวอักษรเรียงแน่นเป็นสามคอลัมน์ คอลัมน์แรกคือโรคเดิมของเหยื่อ คอลัมน์ที่สองคืออาการแปลกหลังรับยา คอลัมน์ที่สามคือชนิดพิษหรือทิศทางพิษที่นางคาดไว้ ยิ่งเขียนมากเท่าไร รูปแบบยิ่งชัด คนทำกำลังใช้ตำรับลวงที่แทรกพิษเข้าไปอย่างกลมกลืนกับร่างเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status