เข้าสู่ระบบ
แอ้ด....!
มือใหญ่ของธนาจับขอบประตูค้างเอาไว้ แสงสว่างจากโคมไฟทำให้เห็นผ้าห่มเป็นก้อนอยู่ฝั่งหนึ่งของเตียงขนาดหกฟุต ชายหนุ่มมองแล้วก็นึกตำหนิที่ห้องพักสแตนดาร์ดของโรงแรมปูเตียงมักง่ายเหลือเกิน
“เอ๊ะ!” ชายหนุ่มก้มลงมองที่เท้าของตนเอง ปลายเท้าของเขาเตะรองเท้าส้นสูงข้างหนึ่งเบาๆ เขาเงยหน้าขึ้นมองเลขประตูห้องที่ติดเป็นแถบอยู่ข้างหน้า
‘ไม่ผิดห้องน่า ก็ตรงกับเลขบนคีย์การ์ดนะ’
ชายหนุ่มสะบัดหัว ประตูค่อยๆ งับกลับจนสนิท เขาดึงเนคไทออกหลวมแล้วถอดออก จากนั้นก็โยนเสื้อนอกและปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวใน มุ่งหน้าไปยังห้องน้ำ รูดเข็มขัดกางเกงทิ้งลงพื้น ถอดกางเกงสแล็ค
ความรุ่มร้อนในร่างกายเริ่มแผดเผา เขานึกแช่งชักหักกระดูก น้ำฟ้าในใจ เสื้อเชิ้ตถูกกระชากจนกระดุมหลุดไปสองเม็ด กางเกงชั้นในสีขาวถูกถอดโยนออกไปเป็นชิ้นสุดท้าย
ซู่! ซู่!
ฝักบัวสี่เหลี่ยมถูกเปิดชำระความพลุ่งพล่านในร่างกาย เส้นผมสีน้ำตาลเข้มเปียกโชก เขายื่นมือไปกดหัวปั๊มขวดแชมพูแล้วสระอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มขบกรามแน่นเมื่อรู้สึกว่าส่วนลับของเขากำลังตื่นตัว
‘อาบน้ำเย็นขนาดนี้ เดี๋ยวก็คงคลาย’
ชายหนุ่มรีบร้อนถูสบู่ชะล้างร่างกาย หยิบผ้าขนหนูมาพันเอว ดึงผ้าขนหนูผืนเล็กออกมาเช็ดหน้าเช็ดตัวและเช็ดผม ตัวเขาโงนเงนจนไม่อาจจะยืนเป่าผมให้แห้ง เขาจึงเช็ดลวกๆ แล้วสะบัดศีรษะสองสามที พอเท้าก้าวพ้นประตู เขาก็ได้สัมผัสความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศที่เปิดเอาไว้
ธนาเอะใจเล็กน้อยแต่ก็เป็นเพียงชั่วแวบเดียว เขาเพิ่งเข้าห้องมาแต่โคมไฟกลับเปิดไว้ แอร์ก็เย็นเร็วมาก ช่างเถอะ ตาเขาจะปิดอยู่แล้ว ลากสังขารหนี น้ำฟ้ามาได้ก็เก่งมากแล้ว ชายหนุ่มสอดร่างเข้าไปใต้ผ้าห่ม พยายามนอนหลับตาสงบจิตสงบใจ
“ช่วย.....” เสียงหวานแผ่วๆ ดังขึ้น พร้อมกับมือเรียวขาวยื่นมาแปะที่กล้ามอกแกร่ง
ชายหนุ่มสะดุ้ง แม้เขาจะดื่มทั้งเหล้าและถูกวางยาแต่ก็พอจะรู้สึกตัว เขายกมือขึ้นกุมข้อมือนั่นเอาไว้ ตลบผ้าห่มออกทั้งๆ ที่ลืมตาแทบไม่ขึ้น
“ใคร?”
ความนุ่มนิ่มของหน้าอกผู้หญิงแนบชิด ร่างกายที่ตื่นตัวอยู่แล้วของเขาตอบสนองอย่างรวดเร็ว
“ปล่อย...ปล่อยผมเดี๋ยวนี้!” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาหวิว ชายหนุ่มพยายามลืมตาขึ้นมอง
“ฉันไม่ไหวแล้ว ร้อน ร้อนไปทั้งตัว”
น้ำเสียงนั้น ธนารู้ว่าไม่ใช่เสียงของน้ำฟ้า เขาไม่คุ้นเคยกับเสียงของผู้หญิงคนนี้ ชายหนุ่มพยายามผลักเธอออกแต่หญิงสาวกลับกอดเขาไว้แน่น เขาร้อนวูบวาบไปทั้งตัวเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายมีเพียงชุดชั้นในติดกาย
ใบหน้าของเธอแหงนขึ้น ริมฝีปากแนบอยู่ที่ลำคอของเขา เสียงกระซิบนั้นพร่าและเย้ายวน ธนาเองก็ยากจะทนทานต่อแรงปรารถนาที่ถูกทำให้ปะทุ ความพยายามก่อนหน้านี้สลายหายไป
มือของธนาลูบไล้แผ่นหลังของหญิงสาวเลยไปจนถึงบั้นท้ายแล้วบีบเบาๆ หญิงสาวตาหรี่ปรือ มือของเธอลูบไล้แผ่นหลังของเขา เมื่อถูกมือใหญ่ประคองท้ายทอยให้เงยหน้าขึ้น กชอรรู้เพียงว่าริมฝีปากของคนที่ก้มลงมานั้นเย็นชืด ปลายผมที่มีหยดน้ำเกาะของเขาทิ่มอยู่ขมับของเธอหลายครั้ง
ปลายนิ้วของเขาสอดเข้าไปด้านหลังปลดตะขอบราเซียร์ของเธอหลุดออก หญิงสาวครางเบาๆ เมื่อใบหน้าของเขาซุกตรงร่องกลางระหว่างหน้าอก ในภวังค์ระหว่างหลับและตื่น กชอรลูบด้านหลังไหล่ของเขา ปลายนิ้วเธอไล้เบาๆ ที่แผลเป็นยาวขนาดสองนิ้ว
ร่างกายของเธอถูกเขาควบคุมและรุกล้ำไปเรื่อยๆ เธอได้ยินเสียงหายใจกระเส่าของชายหนุ่มดังอยู่เป็นระยะๆ กระทั่งนิ้วของเขาลูบไล้ที่ต้นขาด้านใน หญิงสาวสะดุ้งน้อยๆ สัญชาตญาณทำให้เธอหนีบขาไว้แน่น
“กางขาออกหน่อย” น้ำเสียงแหบพร่าของเขาฟังคล้ายออดอ้อน
“ฉัน...ฉันกลัว” คำนั้นแผ่วเบา
ทว่าเขาก็ไม่ได้กล่าวปลอบใจ กลับใช้ริมฝีปากครอบครองหน้าอกของเธอและปลายนิ้วค่อยๆ สอดแทรกเข้าไประหว่างร่องขา กชอรวูบวาบไปตามแรงสัมผัส ขาของเธอค่อยๆ กางออกตามที่เขาต้องการ
ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินเสียงครางอย่างสุขสม เขาพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างของเธอ “เดี๋ยวก็หายร้อนแล้ว”
ความรู้สึกคับแน่นในร่างของเธอทำให้หญิงสาวกระถดร่างหนี ธนาประกบปากลงสอดลิ้นเข้าไปจูบปลุกปลอบเธออยู่ครู่หนึ่ง พอเธอเริ่มผ่อนคลายเขาก็เริ่มโยกกายเบาๆ จนกลายเป็นเสียงกระทบกันของสองร่างอย่างเร่าร้อน
“ผม...ผมใกล้จะเสร็จแล้ว” เสียงของเขาดังขึ้นที่ริมหู
หญิงสาวไม่ตอบ เธอร้องอืมๆ อาๆ เหมือนจะรับรู้ กระทั่งของเหลวอุ่นถูกฉีดเข้าสู่ภายในกาย ปลายเล็บของเธอจิกที่หลังของเขาแน่น ชายหนุ่มจูบเธออีกครั้ง เขาค่อยๆ ขยับตัวออกแล้วกอดเธอเอาไว้
ธนายกยิ้มมุมปาก ความรู้สึกเคลิ้มสุขทำให้เขาไม่ยอมปล่อยร่างในอ้อมกอด กชอรยังอยู่ในอาการสะลึมสะลือ เธอซุกอยู่ที่อกของชายหนุ่ม ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่พอเธอพลิกตัวขยับเปลี่ยนท่า เขาก็คล้ายจะเริ่มลูบไล้ร่างกายเธออีกครั้ง จากลูบเบาๆ ก็เปลี่ยนเป็นการลูบหนักๆ พักหนึ่งเขาก็จูบเม้มที่ใบหูนุ่มของเธอ หญิงสาวหายใจแรงขึ้น ร่างกายของเธอถูกเขาเล้าโลมจนตื่นตัว จากนั้นบทพิศวาสก็เริ่มต้นอีกครั้งหนึ่ง
กชอรลืมตาขึ้น แสงนุ่มนวลจากโคมไฟหัวเตียงทำให้เธอต้อง ขมวดคิ้ว ที่เอวของเธอเหมือนมีสิ่งหนาหนักทาบทับอยู่ หญิงสาวเลื่อนมือมาจับแล้วก็ตกใจจนต้องตลบผ้าห่ม
‘แขน แขนผู้ชาย!’
ท่อนแขนขาวผ่องแข็งแรงพาดอยู่บนเอวของเธอ กชอรรีบยันกายลุกขึ้นนั่ง หันไปมองเจ้าของแขน คิ้วของเขาเป็นแถบตรง แพขนตาหนา จมูกโด่งสวยปลายเป็นรูปหยดน้ำ ริมฝีปากพอดี ผิวพรรณผุดผ่องสะอาดสะอ้าน ดูแล้วไม่น่าจะอายุเกินสามสิบ
‘หล่อ หล่อจัง ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน’
เธอนั่งตะลึงจ้องมองใกล้ๆ ขณะทบทวนเรื่องราวเมื่อคืน หญิงสาวทั้งโกรธทั้งโมโหที่ตนเองพลาดท่าเสียทีมาหลับนอนกับผู้ชายแปลกหน้า เธอรีบลุกออกจากเตียงไปยืนมองรอบๆ ห้อง
เธอก้มลงเก็บเสื้อผ้าที่หล่นอยู่ตามข้างเตียงแล้ววิ่งไปที่ห้องน้ำ พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ลนลานคว้ากระเป๋าออกจากห้องพักไป
หน้าโรงแรมเงียบสงัด กชอรควักเอาโทรศัพท์มือถือของตนขึ้นมาดู เวลาล่วงเข้าตีห้าแล้ว จากโรงแรมห้าดาวแห่งนี้ถึงหอพักระยะทางไกลพอสมควร เธอรีบเดินออกไปหน้าโรงแรมเพราะกลัวว่าผู้ชายคนนั้นจะตื่นขึ้นมาแล้วลากเธอกลับเข้าห้อง กชอรมือสั่นขณะเปิดแอพพลิเคชั่นเรียกรถบริการ
‘เมื่อคืน อุตส่าห์ระวังตัวหลบเดนคนได้แล้ว แต่ยังถูกผู้หญิงสารเลวนั่นลากเธอไปลงนรกจนได้’
อาการมึนหัวยังคงอยู่ นั่งรอไปสักพักเธอก็คิดว่าเช้านี้คงจะไปทำงานไม่ไหว หญิงสาวจึงได้ส่งข้อความไปขอลางานกับผู้จัดการฝ่ายบุคคล พอถึงหน้าหอพักกชอรก็โผเผลงจากรถ
หญิงสาวถอดเสื้อผ้าทั้งหมดโยนลงในตะกร้า หยิบเสื้อยืดคอย้วยผ้าเก่าๆ กับกางเกงขาสั้นชายบานมาสวมแล้วทิ้งตัวลงบนเตียง แม้จะหลับตาแต่ไม่อาจจะเกลี้ยกล่อมตนเองให้เลิกคิดถึงภาพเหตุการณ์เมื่อคืนได้
....ครั้งแรกของเธอกับผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่ง....
ใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชายที่กอดเธออยู่บนเตียงยังคงหลอกหลอนอยู่ในมโนสำนึก น้ำตาค่อยๆ ไหลจากหางตาทั้งสองข้าง เธอเชื่อมั่นมาตลอดว่าตนเองจะมีคนรักและมีครั้งแรกที่แสนสุขร่วมกัน แต่คืนนี้ ครั้งแรกของเธอกลับถูกกระชากหายไปกับมืดมนโสมมของชายหญิงคู่นั้น
สมองของเธอผุดคำว่าแก้แค้นออกมา กชอรกำหมัดแน่น ผู้จัดการทวีจอมสารเลวที่ชอบใช้คำพูดแทะโลมนักศึกษาฝึกงานหญิงอยู่บ่อยๆ กับผ่องพรรณ พนักงานหญิงที่ชอบเล่นหูเล่นตากับผู้ชายในบริษัท
“เป็นมันสองคน! ฉันไม่มีทางปล่อยไปแน่”
***************
คุณทิวาอมยิ้ม เธอรู้ว่าเพื่อนบ้านก็แค่หวังดี คนละแวกนี้ล้วนช่วยเหลือกันและกันมาแต่ไหนแต่ไร เห็นทักษพรได้แต่งงานกับคนที่มีฐานะร่ำรวยก็ไม่อยากจะให้ตนสองสามีภรรยาถูกเอารัดเอาเปรียบ“สืบเก่งอีกแล้ว พี่รู้ว่าพวกเธอกลัวพี่จะใจดีไม่กล้าเรียกร้องสินสอด บอกความจริงให้ก็ได้ ที่ไม่ขอสินสอดทองหมั้นน่ะเป็นเพราะธนาเขาให้มาเยอะแล้วน่ะ เงินใช้หนี้พวกนั้นก็เงินเขาทั้งนั้น พี่ยังจะกล้าเอาเงินเขาอีกเหรอ?” เพื่อนบ้านทำตาโต “ดีใจด้วยนะคะ พี่ทิวา การไม่มีหนี้ถือว่าเป็นความสุขสุดยอดแล้วล่ะค่ะ” ทิวาหัวเราะกับเพื่อนบ้านอย่างเบิกบาน ในสังคมเล็กๆ อย่างต่างจังหวัดยากจะปกปิดความลับในครอบครัวเอาไว้ได้ บางครั้งที่คนรอบข้างอยากรู้ก็ไม่ใช่เพราะอยากเอาไปนินทาว่าร้ายแต่พวกเรามีความห่วงใยให้ ก่อนหน้านี้เธอรู้ว่ามีคนสงสัยเรื่องของลูกสาวเธอไม่น้อย เธอไม่กลัวคนอื่นดูถูกแต่ห่วงความรู้สึกของลูกสาว แต่ตอนนี้ทักษพรก็นับว่าได้ทำทุกอย่างชัดเจนและเปิดเผย เธอและสามีก็รู้สึกสบายใจแล้ว การแต่งงานครั้งนี้จัดขึ้นง่ายๆ ที่บ้าน ตอนเช้าเป็นการทำบุญตักบาตรและตอนสายเป็นการจัดเลี้ยงอาหารโดยการ
ณัฐวุฒินำทางเจ้านายของตนไปยังห้องพักแพทย์ ธนาสีหน้าเป็นกังวล เขาคิดวนเวียนถึงอาการของภรรยา เธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าเป็นโรคร้ายแรงใด? ยิ่งคิดก็ยิ่งกระวนกระวาย เขาเดินตามหลังเลขานุการหนุ่มเข้าไปด้วยท่าทางเหม่อลอย “ธนา” ใบหน้าของเจ้าของห้องดูแช่มชื่น “ตุ๊กติ๊ก แกเองเหรอ?” ธนาเลิกคิ้วมองนายแพทย์ตรงหน้า “ไอ้นา บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกแบบนี้ เรียกแค่ติ๊กก็พอ” นายแพทย์ สุดหล่อทำหน้าไม่พอใจ “มาๆ นั่งก่อนๆ ไม่คิดเลยว่าแกจะมีเมียมีลูกแบบไม่บอกไม่กล่าวแบบนี้” “เออ ฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน” คนถูกทักยิ้มน้อยๆ “นั่งก่อนๆ ที่ฉันสั่งคนเอาไว้ก็เพราะอยากเจอตัวแกนี่ล่ะ” ณัฐวุฒิถอยออกไปรอข้างนอก ธนาสีหน้ากลับไปเคร่งเครียดเช่นเดิม “เมียฉันป่วยอะไร? ทำไมแกต้องให้ฉันมาพบส่วนตัว?” “เมียแก เมียแกก็แค่เพลีย คงจะนอนน้อย แต่ที่สำคัญมีข่าวดีด้วย” “เอ๊ะ!” “ยังจะตะลึงอะไรอีก? กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องแท้ๆ” ธนาเห็นรอยยิ้มของเพื่อนเก่าก็คิดออก “เมียฉันท้องเห
กรินทร์ถูกจับในขณะที่กำลังเก็บกระเป๋าขึ้นรถยนต์กำลังจะออกจากบ้าน ตำรวจพบหลักฐานชัดเจนว่าเขาติดต่อสายน้ำจริงและคนทั้งสองร่วมกันว่าจ้างมือปืนเพื่อให้ลอบสังหารธนา ศราวุฒิกุล ประธานบริษัทกาแฟสกายกิฟต์ และผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทวินเนอร์เบฟเวอเรจ ข่าวของเกวลินในฐานะลูกสาวของกรินทร์ถูกนำมาพูดถึงอีกครั้ง ครั้งนี้เธอทนความอับอายไม่ไหวจนต้องหลบหนีไปต่างประเทศ “หลักฐาน พยานฝ่ายเราเป็นไง?” “ดีที่คุณซื้อโรงงานซอสนั้นเอาไว้ก่อน แม้จะมีการไล่ยิงกันในโรงงานก็ยังพอใช้อ้างได้ว่าคนพวกนั้นบุกรุก” ทนายพิพัฒน์อมยิ้ม เขารู้ว่าธนาเป็นนักธุรกิจที่เก่งกาจ ย่อมต้องวางแผนอย่างดีก่อนที่จะนำชีวิตตนเองไปเสี่ยง “ส่วนบอดี้การ์ดที่คุณจ้างมา พวกเขาครอบครองปืนโดยถูกกฎหมาย ไม่มีปัญหา ที่เหลือเป็นเรื่องของกระบวนการบนชั้นศาล เพราะมีคนบาดเจ็บและตายในที่เกิดเหตุ” “ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่คุณแนะนำผมนั่นล่ะ” ธนายิ้มน้อยๆ “เรื่องนี้ก็ฝากคุณด้วยก็แล้วกัน ณัฐบอกว่าหาหลักฐานเพิ่มเติมเรื่องอุบัติเหตุได้แล้วนี่?” “ครับ คดีนั้นจะถูกรื้อออกมาอีกครั้ง รวมทั้งคดีสองศพในรถที่ต
“ก็ตั้งแต่พี่นามาถึงที่นี่ได้สิบกว่านาทีค่ะ ผักให้ลิลี่ช่วย ติดเครื่องติดตามในรถของพี่นา” ธนาอึ้ง เขารู้แล้วว่าเธอสะกดรอยตามเพราะเป็นห่วง ชายหนุ่มได้แต่กลืนน้ำลายเบาๆ ครั้งนี้เขาทำให้ภรรยาเป็นห่วงจนร้องไห้ ชายหนุ่มรู้สึกผิด อย่างมาก “ผัก พี่ขอโทษ” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ยกมือข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บขึ้น เช็ดน้ำตาของภรรยา “คราวหน้าพี่ไม่กล้าอีกแล้ว” “พี่นา เสียงปืนพวกนั้น ทำเอาผักใจหาย กว่าเราจะหากันเจอก็ตั้งสี่ปี กว่าน้องพืชจะมีพ่อก็ใช้เวลาตั้งสามปีกว่า ถ้าเกิดว่าพี่เป็นอันตราย เจ็บหรือตายไป ผักกับลูกจะอยู่กันยังไงคะ?” กระพริบตาสองสามครั้ง น้ำตาก็ไหลเป็นทาง “อย่าร้องไห้เลยผักกาด พี่สัญญา ต่อไปจะไม่เสี่ยงอันตรายแบบนี้อีก” ชายหนุ่มตกใจกับอาการสะอึกสะอื้นของภรรยา เขายกสองมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้เธอด้วยความร้อนรน “พี่นาสัญญาแล้วนะคะ” “ได้ๆ พี่สัญญา” พยาบาลที่นั่งอยู่ด้านขาอยู่สองสามีภรรยาต้องเบือนหน้าไปยิ้มอีกทาง ผู้บาดเจ็บหน้าตาหล่อเหลากับภรรยาที่สวยน่ารักกำลังแสดงบทรักลึกซึ้งต่อหน้า เธอเห็นแล้ว
“ตีซ้ำอีกพี่แบงก์” ลิลี่วิ่งมาถึงพร้อมไม้เบสบอลในมือจักรพงษ์หันขวับไปมองคนที่ลงมือกับตัวเองก็ถูกตีครั้งที่สอง กำลังของแบงก์ที่ฝึกมวยมาก่อนแรงจะจักรพงษ์แทบกระอัก “พอแล้วๆ อย่าตีผมเลย”ผู้หญิงสี่คนเดินมาล้อมคนทั้งสองเอาไว้ แบงก์กับลิลี่ถือไม้เบสบอลติดมือมาด้วยทำให้ประพันธ์ที่ถูกช็อตจนอ่อนเปลี้ยหันไปมองจักรพงษ์ที่ถูกตีจนทรุดอยู่ข้างๆ“คุณประพันธ์ เป็นฝีมือคุณนี่เอง” ทักษพรชักสีหน้าน้ำฟ้าเองก็มีเครื่องช็อตไฟฟ้าในมือ เธอควักมันออกมาแล้วยืนทำหน้าข่มขู่อยู่ข้างๆ ทักษพร“คราวนี้จะบอกเราได้หรือยังว่าข้างในคุณเตรียมคนมาเท่าไหร่?” ทักษพรทำหน้าถมึงทึงจ้องประพันธ์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แขนขาของประพันธ์อ่อนแรง เขาเงยหน้าขึ้นมองสามสาวโดยเฉพาะ น้ำฟ้า “คุณฟ้า คุณมาได้ไง?” “ทำไม? ทำไมฉันถึงจะมาไม่ได้? คุณกับคุณจักรมาด้วยกันแบบนี้ก็แสดงว่าลุงของฉันกับคุณกรินทร์ร่วมมือกันสินะ” “พวกคุณ..คิดจะ....ทำอะไรผม?” ทักษพรทนไม่ไหวใช้มือขยุ้มคอเสื้อแล้วเขย่า “พวกคุณวางแผนจะฆ่า คุณธนาใช่ไหม?” ประพันธ์เม้มปากส่ายหน้า เขาไม่มีทางทรยศเจ้านายของตน แบงก์
ทักษพรเห็นท่าทีผิดปกติของธนาตั้งแต่หลายวันก่อน เธอจึงแอบฟังในตอนที่เขาคุยโทรศัพท์และใช้แอพพลิเคชั่นติดตามความเคลื่อนไหวซ่อนไว้ในโทรศัพท์ของสามี แผนล่อเสือออกจากถ้ำของเขา เธอรู้สึกหวั่นใจจึงได้ปรึกษาแบงก์กับลิลี่ “เราสามคนต้องออกปฏิบัติอีกครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้อันตรายมาก เราต้องเตรียมอาวุธไปด้วย” แบงก์สีหน้าจริงจัง “อาวุธ มีดหรือปืน?” “จะบ้าเหรอผัก? เราสามคนจะไปหาปืนได้ที่ไหน? ฉันยิงปืนเป็นก็จริงแต่ถ้าจะซื้อตอนนี้ก็คงไม่ทัน อีกอย่างไปยิงคนก็จะกลายเป็นคดีเปล่าๆ หนังสะติ๊กก็อาจจะพอหาได้” “ก็ดีนะ อย่างน้อยมันก็ยิงได้อ่ะพี่แบงก์” ลิลี่ยิ้มพยักหน้าหงึกหงัก “เออ ก็ดีนะ” ทักษพรเห็นด้วย “พวกสเปรย์พริกไทยกับเครื่องช็อตไฟฟ้าล่ะ หาซื้อมาพกได้ไหม?” “ของพวกนั้นถ้าพกไปตามที่สาธารณะก็ถือว่าเป็นอาวุธนะ ผิดกฎหมาย ลี่เคยคิดจะซื้อเหมือนกันแต่พอรู้ว่าจะมีปัญหาเลยไม่ได้ซื้อ” “ถ้างั้น เราก็เอาหนังสะติ๊กกับไม้เบสบอลไปด้วยก็แล้วกัน” แบงก์พยักหน้าหงึกหงัก “ไม่ได้ๆ ถ้าพวกเขามีปืนเราก็ตายเปล่ากันพอดี ฉันจะแ







